Share

3

last update Tanggal publikasi: 2026-08-06 12:00:30

เหว่ยหลงใช้เวลาในการชำระร่างกายเพียงไม่นาน เมื่อพ้นประตูห้องน้ำก็พบว่าภรรยาคนสวยนอนทอดกายอยู่บนเตียงแล้ว เธอนอนตะแคงข้างไปอีกฝั่ง เขาชักสายตากลับเนื่องด้วยไม่อยากจะใส่ใจเธอมากเกินไป ทว่าคิ้วเข้มก็เลิกขึ้นอย่างนึกแปลกใจ เมื่อชุดนอนที่สมควรจะอยู่ในตู้เสื้อผ้าถูกใครบางคนจัดเตรียมไว้อย่างดิบดี เหลือแค่รอเขามาสวมใส่เท่านั้น

หึ...

เหว่ยหลงกดยิ้มมุมปาก ดูเหมือนว่าการเอาใจใส่ของภรรยาจะสูญเปล่า เขาไม่ได้นึกซึ้งอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้ามเธอจุ้นจ้านไม่รู้เรื่องเสียมากกว่า

แต่ถึงจะอย่างนั้นก็หยิบชุดนอนที่ภรรยาเตรียมไว้ให้มาสวม และดูเหมือนว่าเหว่ยหลงยังคงไม่หมดหวังกับประตูหน้าที่ถูกล็อก เขาเดินไปหามันอีกครั้งแล้วลองหมุนลูกบิด

แกร๊ก...

ประตูยังคงถูกล็อกจากด้านนอกเหมือนเดิม

“อาหลาง” คราวนี้เขาเรียกคนสนิท

“...”

แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ เหว่ยหลงสบถคำหยาบ การกระทำของเขาไม่อาจรอดพ้นสายตาของคนที่ยังไม่ได้หลับ

ผิงผิงลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ใบหน้าสวยไร้ซึ่งเครื่องสำอางแต่ไม่อาจลดทอนความงามของเธอได้เลย

“ขอโทษที่ทำให้คุณอึดอัด พรุ่งนี้ผิงจะย้ายไปอีกห้องค่ะ” ผิงผิงเอ่ยเสียงเรียบพอๆ กับใบหน้าสวยที่เรียบเฉยไม่แพ้กัน ไม่อาจเดาอารมณ์ของเธอได้เลย เหว่ยหลงไม่ได้ตอบกลับเขาเพียงแค่รับฟัง สักพักเท้าหนาเดินอ้อมมาอีกฝั่งร่างสูงเอนตัวลงนอนเขาปิดเปลือกตาลงโดยที่ไม่คิดจะเอ่ยบทสนทนาใดๆ กับภรรยาทั้งสิ้น

การกระทำที่แสนเย็นชาของสามี ไม่เกินการคาดเดาของผิงผิงสักเท่าไหร่ เธอได้แต่ภาวนาให้ถึงเช้าวันใหม่โดยเร็ว...

เช้าวันใหม่คฤหาสน์ชางดูครื้นเครงเป็นพิเศษ นั่นเป็นเพราะประมุขของบ้านอารมณ์ดีกว่าปกติ ก็มีสมาชิกใหม่มาเพิ่มทั้งที มีหรือชาง จู่หลงจะไม่สุขใจ

แถมลูกสะใภ้คนนี้ทั้งสวยและรู้จักเอาใจสามี

สองสามีภรรยาถูกเชิญมาร่วมโต๊ะอาหารที่บ้านใหญ่ ในขณะที่ทุกคนกำลังสนทนากันอย่างออกรส ผิงผิงก็คอยตักอาหารใส่จานให้สามีไม่ขาดตกบกพร่อง เหว่ยหลงมีสีหน้าติดรำคาญเล็กน้อย แต่เมื่อถูกบิดาใช้สายตาเข้มข้นมองมา เขาก็ทำได้เพียงระบายลมหายใจและทานทุกอย่างที่ภรรยาคนสวยตักให้กัน

“ไก่ผัดซอสบ้านเราอร่อยมากเลยนะครับ ซ้อต้องลอง”

ชาง เหยียนซีเอ่ยพร้อมรอยยิ้มจางๆ เขาตักไก่ผัดซอสไวน์แดงของโปรดตนให้พี่สะใภ้

“ขอบใจอาเหยียนมาก” ผิงผิงยิ้มหวาน ไม่นานนักรอยยิ้มก็จุดขึ้นที่มุมปากสวย

“อร่อยจริงๆ สงสัยจะเป็นจานโปรดของพี่เสียแล้ว”

อาเหยียนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแก้มแทบปริ “งั้นซ้อลองผัดถั่วงอกจานนี้”

“อะไรกันนายชอบผัดถั่วงอกตั้งแต่เมื่อไหร่อาเหยียน”

หนนี้เป็นชาง ไป๋หู่ที่เอ่ยแทรกบทสนทนา เขาจำได้ว่าเจ้าน้องชายไม่ชอบกินถั่วงอก แล้วเหตุใดถึงให้พี่สะใภ้ชิม

“พิสูจน์ไงเฮีย ว่าผมกับซ้อเราคอเดียวกันหรือเปล่า” อาเหยียนพูดติดตลก แต่มีใครบางคนไม่ตลกตาม พี่ใหญ่ของชางรวบช้อนเข้าหากันไม่เบานัก

“เอ่อ...พี่เองก็ไม่ชอบมันสักเท่าไหร่” ผิงผิงยิ้มเขิน เพราะเธอไม่ชอบผัดถั่วงอก และมีความทรงจำเกี่ยวกับอาหารจานนี้ไม่ดีนัก...

“หึ ทำไมนายไม่มาแต่งแทนฉันตั้งแต่แรกนะอาเหยียน ดูเหมือนว่านายกับพี่สะใภ้จะเข้ากันได้ดีกว่าที่คิด” เหว่ยหลงเอ่ยเสียงเรียบ เขาเตรียมจะลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารบ่งบอกว่าเขาไม่อยากทานมื้อเช้านี้แล้ว ที่จริงมันไม่มีอะไรถูกปากเขามาตั้งแต่แรก เหยียนซีกดยิ้มเล็กน้อยใบหน้าหล่อเหลาที่คล้ายเหว่ยหลงอยู่หลายส่วนซ่อนสีหน้าเจ้าเล่ห์ไว้

“ผมจะไปท่าเรือ วันนี้อาจไม่กลับบ้าน” ประโยคแรกเขากล่าวกับบิดา แต่ช่วงท้ายใบหน้าหล่อเหลาเอียงมาทางผิงผิง คล้ายจะบอกภรรยาให้รับรู้ไว้

“ถ้างั้นพาเมียแกไปแนะนำตัวด้วย”

“พ่อคิดอะไรอยู่ ผมไปทำงานนะครับไม่ได้ไปเดินห้าง จะพาเธอไปให้เกะกะทำไม”

“อาหลง พูดจาให้มันมีมารยาทกว่านี้หน่อย เกะกะอะไรกันนั่นเมียทั้งคน” จู่หลงกดเสียงต่ำไร้แววล้อเล่น

เหมือนว่าบรรยากาศที่เคยครึกครื้นจะกลายเป็นตึงเครียดเสียแล้ว เมื่อสองพ่อลูกดูจะไม่ยอมกันง่ายๆ

ผิงผิงตั้งใจจะขออยู่บ้านไม่ตามไป ทว่าคำพูดทุกอย่างถูกกลืนกลับเข้าลำคอ

“พาเมียไปทำความรู้จักคนอื่นซะบ้างมันจะเป็นอะไร”

“รู้จักกับใครเหรอครับ คนเรือหรือพวกชาวประมง ผมจะได้พาไปแนะนำได้ถูก”

“แกนี่มัน!” จู่หลงหน้าแดงก่ำด้วยเลือดลมที่สูบฉีดขึ้นศีรษะ ดวงตาเบิกกว้างนิ้วที่ใช้ชี้ลูกชายก็สั่นระริก ท่าทางของพ่อสามีคล้ายกับลมจับ

อายุที่เข้าเลขเจ็ดบ่งบอกถึงความชราภาพของร่างกาย จู่หลงในวัยเจ็ดสิบปีไม่เหมือนดังวันวาน ข้อนี้ลูกๆ ทั้งสามย่อมรู้ดี และคนที่ขี้สงสารอย่างชางเหว่ยหลงมีหรือจะมองข้ามท่านไปได้

“เลิกใช้มุกเดิมๆ สักทีเถอะครับ ผมไม่หลงกลพ่อหรอก” พูดจบก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตาคมปรายมองสีหน้างุนงงของภรรยา

“ลุกสิคุณภรรยา หรือจะต้องให้สามีอุ้มขึ้นรถ”

ผิงผิงหน้าเหวอไปชั่วขณะ ไหนเขาว่าไม่หลงกล... เมื่อหันไปสบตากับพ่อสามีท่านก็ขยิบตาให้เธอ เหมือนว่าอาการดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับจู่หลงเมื่อสักครู่จะอันตรธานหายไป เหลือไว้เพียงตาเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์

ถึงจะเป็นผู้หญิงที่เขาไม่รัก ทว่าเหว่ยหลงก็ไม่อาจละเลยภรรยา แบล็กการ์ดใบหรูจึงถูกยัดใส่ฝ่ามือนุ่ม

“ฉันพาเธอไปด้วยไม่ได้ เดินเล่นอยู่ห้างแล้วกัน อยากกลับบ้านตอนไหนก็บอกอาหลาง” ดวงตาดูดุตลอดเวลาปรายมองภรรยาเพียงนิดเดียว

ท่าทีของเขาเย็นชาไม่มีเปลี่ยน ริมฝีปากอวบอิ่มขบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าสวยกดลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

เขาทำราวกับว่าเธอเป็นอะไรสักอย่าง ที่คิดจะปล่อยทิ้งไว้ตรงไหนก็ย่อมทำได้ ไม่แน่ว่าสิ่งที่อยู่ในมือเธอคงเป็นค่าปิดปากเพื่อไม่ให้เอาเรื่องของวันนี้ไปบอกจู่หลง ถ้าเช่นนั้นเขาก็คิดผิดมหันต์

“ขอบคุณค่ะ แต่ผิงไม่รบกวน”

ผิงผิงนำแบล็กการ์ดส่งกลับคืนให้สามี เธอเปิดประตูก้าวลงจากรถแบบที่ไม่คิดจะอยู่ฟังคำพูดต่อจากนั้นอีก และเหว่ยหลงก็เย็นชาพอที่จะไม่ท้วงติงเธอเช่นกัน

ร่างผอมเพรียวในชุดเดรสแขนตุ๊กตาดูโดดเด่นท่ามกลางผู้คน ผิงผิงเป็นคนสวย ผิวของเธอขาวอมชมพู ขนาดที่ว่าใครเดินผ่านต้องเหลียวมองคอแทบเคล็ด แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนสวยหัวเสีย เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินตามหลังเธอนั่นไง และไม่ใช่ใครที่ไหนเขาก็คืออาหลาง คนสนิทของสามี ตามด้วยชายฉกรรจ์ชุดดำร่างหนาอีกสามคนที่เดินตามเธอต้อยๆ ตอนนั้นเองที่ผิงผิงเข้าใจแล้วว่าเหตุใดผู้คนถึงได้มองมาที่เธอด้วยสายตาที่แปลกประหลาดนัก

“อาหลางใช่มั้ย” ผิงผิงเอ่ยถามคนตัวสูงที่ยืนอยู่ใกล้กันที่สุด

“ครับซ้อ” อาหลางกดศีรษะลงเล็กน้อย ท่าทางสำรวมของเขาทำให้ผิงผิงรู้สึกทำตัวไม่ถูก

“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ ทำตัวตามสบายเถอะ”

“ไม่ได้ครับ ภรรยาของเฮียหลงก็เท่ากับว่าเป็นเจ้านายของผมเหมือนกัน” อาหลางเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ มีความจริงใจในน้ำเสียง ผิงผิงจึงทำได้เพียงยืนกะพริบตาปริบๆ ถึงเธอจะเป็นคุณหนูจากตระกูลหลี่ แต่ไม่เคยมีใครให้ความเคารพกันได้มากถึงเพียงนี้

“เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างงั้นในฐานะภรรยาของเฮียหลง ฉันขอสั่งให้พวกเขาไม่ต้องเดินตามฉันได้หรือเปล่า”

ดูเหมือนว่าคำขอของซ้อใหญ่จะมากเกินไป อาหลางมีสีหน้าลำบากใจ

“ความปลอดภัยของซ้อใหญ่ต้องมาก่อนครับ” อาหลางก้มหน้าไม่สบตา

“แต่นี่ในห้าง ไม่คิดว่ามันจะดูเว่อร์ไปหน่อยเหรอ หรืออาหลางไม่มั่นใจประสิทธิภาพของตัวเองถึงต้องให้พวกเขาคอยตามฉันด้วย” หนนี้น้ำเสียงหวานเริ่มแข็งขึ้น อาหลางเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเหมือนถูกปรามาส เกิดความลังเลในดวงตาเรียวคม

“แค่อาหลางตามฉันคนเดียวก็พอแล้ว ให้พวกเขาไปรอที่รถเถอะ” คราวนี้ผิงผิงใช้น้ำเสียงที่ไม่แข็งกระด้างเช่นเดิม แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาด คล้ายกับว่ายังไงเธอก็ต้องได้ในสิ่งที่เธอต้องการ เขาจึงจำใจให้บอดี้การ์ดที่เหลือกลับไปรอที่รถอย่างเลี่ยงไม่ได้

มุมปากสวยยกยิ้มพึงพอใจเมื่อเห็นว่าคนชุดดำเหล่านั้นเดินจากไปแล้ว ขณะเดียวกันอาหลางกลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง

เขารู้สึกว่า...ซ้อของเฮียหลงไม่ธรรมดาเอาเสียเลย

ข้าวของเครื่องใช้และสิ่งสวยงาม ผิงผิงมีครบแล้ว และการที่เธอยอมมาเดินห้างสรรพสินค้าโดยไม่อิดออดแน่นอนว่าเธอกำลังครุ่นคิดบางสิ่ง อย่างเช่น การที่สามีไม่ให้ตามไปที่ทำงานนั่นแสดงว่าเขาอาจกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง หรือไม่เขาก็แอบซ่อนบ้านเล็กบ้านน้อย ถึงเราจะแต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์แต่ผิงผิงเป็นคนตระหนี่มาก ดังนั้นเธอจะไม่ยอมหากมีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้นภายในครอบครัว

“อาหลาง ท่าเรืออยู่ไกลมั้ย”

“ถ้าหมายถึงท่าเรือของตระกูลชาง อยู่ไม่ไกลครับ”

“พาฉันไปหน่อยสิ” ผิงผิงหยุดฝีเท้าการก้าวเดิน ร่างผอมเพรียวหันกลับมามองอาหลางที่เดินตามหลังกันมา สายตาของเธอแน่วแน่ อาหลางเหงื่อตก มีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำขอของซ้อใหญ่

“ถ้าซ้อเบื่อที่นี่แล้ว งั้นผมพาซ้อกลับเลยดีมั้ยครับ” เขาเลือกปฏิเสธกันทางอ้อม คราวนี้ผิงผิงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นกอดแนบอก นัยน์ตากลมโตหรี่มองลูกน้องคนสนิทของสามีอย่างจับผิด

“เจ้านายของอาหลางกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่หรือเปล่า” ผิงผิงกดเสียงต่ำ แววตาที่ใช้มองกันเต็มไปด้วยความสงสัย อาหลางจึงเข้าใจได้ในทันทีว่าซ้อผิงกำลังคิดสิ่งใด

“ไม่มีบ้านเล็กบ้านน้อยอย่างที่ซ้อเข้าใจแน่นอนครับ อาหลางเอาหัวเป็นประกัน”

“แล้วทำไมถึงพาฉันไปที่ทำงานเฮียหลงไม่ได้”

“เรื่องนั้น...” อาหลางกดสายตาลงต่ำ

“ช่างเถอะ อาหลางไม่เต็มใจพาฉันไป งั้นฉันจะไปเอง” ผิงผิงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปลายเท้าหมุนไปตามทางเดินที่เดินจากมา แต่อาหลางก็รีบก้าวมาขวางหน้ากันเสียก่อน

“ซ้อจะไปยังไงครับ ผมยังไม่ได้บอกทางเลย” เป็นข้ออ้างที่ค่อนข้างเฮงซวยไปหน่อย แต่อาหลางก็จนปัญญาแล้วจริงๆ

ซ้อของเฮียหลงหลุดขำให้ได้ยิน รอยยิ้มที่เขาเคยคิดว่าสวยที่สุดตอนนี้กลับพาเขาขวัญเสียไปพร้อมๆ กัน

“พ่อสามีของฉันท่านไม่ใช่คนใจร้าย ไม่แน่บางทีท่านอาจให้คนพาฉันไปส่งถึงที่เลยก็ได้ อาหลางมีความเห็นยังไงจ๊ะ” ขณะที่เธอเอ่ย รอยยิ้มหวานก็ประดับมุมปากตลอดเวลา

อาหลางกลืนน้ำลายลงคอดังอึก ซ้อของเฮียหลงไม่ธรรมดาจริงๆ นั่นแหละ ถึงขั้นเอาท่านประธานชางมาขู่กันแบบนี้มีหรือที่อาหลางจะขัดข้องได้ และเขาคิดว่าเฮียหลงก็น่าจะประเมินภรรยาคนนี้ต่ำไปเช่นกัน

อาหลางเม้มปากแล้วคลายออกอยู่หลายหน คล้ายว่ากำลังลังเลที่จะบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า...

“ความจริงแล้วเฮีย...เฮียไม่ได้ไปท่าเรือครับ”

ผิงรู้สึกชาในอกอย่างบอกไม่ถูก จริงๆ ก็ชาตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าสามีโกหกว่าจะไปทำงาน ถ้าไม่เอาพ่อสามีมาขู่ อาหลางก็คงไม่บอกกันตามตรง เพราะเหตุนี้ซ้อใหญ่ของชางจึงลงทุนนั่งเรือข้ามฝั่งไปมาเก๊า เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องบ่อนกาสิโนและสถานที่อโคจร

ถ้าโชคดีเห็นสามีอยู่กับผู้หญิงคนอื่น บางทีเธออาจขอหย่ากับเขาได้...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซ้อใหญ่สกุลชาง   30

    คฤหาสน์ชางเหว่ยหลงพาภรรยามาร่วมโต๊ะอาหารที่บ้านใหญ่ สมาชิกทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา รวมถึงอาไป๋ที่บินมาจากไทยเพื่อร่วมยินดีกับพี่ใหญ่ ตระกูลชางกำลังมีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่ง ทำให้ชางจู่หลงปลาบปลื้มใจเป็นพิเศษ ถึงแม้ลูกชายกับลูกสะใภ้จะยังคงตึงๆ ใส่กันอยู่บ้างก็ตาม“ในที่สุดบ้านเราจะมีเด็กมาวิ่งเล่นแล้ว” คนที่ตื่นเต้นรองจากชางจู่หลงน่าจะเป็นอาเหยียน“ต้องวิ่งบ้านฉันถึงจะถูก” เหว่ยหลงแย้งกลับ ทุกคนหันมาจ้องเขาเป็นตาเดียว เจ้าของคำพูดห้วนๆ จึงขยายความต่อ “ก็ลูกฉันนี่ ก็ต้องอยู่บ้านฉันไม่ใช่หรือไง จะมาวิ่งบ้านนายได้ไงอาเหยียน” “แหมเฮีย ไม่ทันไรก็หวงลูกแล้ว” “นายก็หัดจริงจังกับใครสักคนแล้วก็ทำลูกเองเสียสิ” เป็นประโยคธรรมดาแต่กลับทำเอาคนฟังขนลุกซู่ อาเหยียนเปลี่ยนเรื่องด้วยการหันไปคุยกับซ้อแทนการสนทนากับพี่ชาย“เต้าหู้ทรงเครื่องจานนี้เด็ดมากซ้อลองดู” เหว่ยหลงที่มองเหตุการณ์ตรงหน้ารู้สึกเหมือนตัวเองบกพร่องในหน้าที่ เขาเป็นสามีเธอแท้ๆ ยังไม่เคยทำแบบนั้นเลย ไวเท่าความคิดหมูสามชั้นผัดถั่วงอกถูกคีบขึ้นมาชนกับตะเกียบของอาเหยียนจนอีกฝ่ายงุนงง จานของผิงผิงจึงมีหมูสามชั้นผัดถั่วงอกแทนที่เต้า

  • ซ้อใหญ่สกุลชาง   29

    เหตุการณ์ในลักษณะนี้คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน อาจจะเป็นวันแรกที่ผิงผิงแต่งเข้าชาง วันนั้นก็อย่างนี้ ประตูห้องถูกล็อกจากด้านนอก ต่างกันก็ตรงที่อารมณ์ อาหลางทำงานไวเหมือนกลัวไม่คุ้มเงินเดือน เสียงขลุกขลักด้านนอกทำให้รู้ว่าเขาได้ล็อกประตูตามคำบัญชาแล้วส่วนเฮียหลงเขายังโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง สักพักก็ลงไปนั่งบนเตียงแทนโดยมีเธออยู่บนตักแกร่ง ฝ่ามือใหญ่ขาวจัดกำลังลูบๆ คลำๆ บริเวณหน้าท้อง ซึ่งนั่นทำให้ผิงผิงย่นคิ้วไม่พอใจ“เมื่อก่อนฉันมองเธอผิดไปด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้ต้องคิดแบบนั้น”“เพราะผิงไม่ได้บอกเฮียเรื่องจือลู่?” “มีส่วนนิดหน่อย” “แล้วเรื่องที่เฮียเข้าใจผิดคืออะไร”เหว่ยหลงเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มพูดต่อ “ภูมิหลังของเธอไม่ใช่แค่เด็กกำพร้า…” คนในอ้อมแขนเหมือนจะเกร็งตัวขึ้นมา “เฮียรู้อะไรมาเหรอคะ” ที่ผ่านมายอมรับว่าไม่เคยอยากรู้เรื่องพ่อแม่ที่แท้จริง ผิงผิงคิดว่าสิ่งนั้นไม่จำเป็น ในเมื่อพวกท่านทิ้งเธอไป เหตุใดต้องอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกท่านให้ยุ่งยากใจ ทว่าลึกๆ แล้วมันก็มีหลายครั้งที่ทำให้นึกถึง อย่างเช่นหากเธอไม่ได้เป็นเด็กกำพร้า ไม่ต้องมาอยู่ตระ

  • ซ้อใหญ่สกุลชาง   28

    ชางเหว่ยหลงยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่หน้าห้องนอนใหญ่ เขายกหลังมือขึ้นเตรียมจะเคาะประตู แต่อึดใจต่อมาก็เอากลับมาแนบลำตัวตามเดิม สักพักก็จะเคาะใหม่อีกครั้ง ในขณะที่สมองก็เตรียมคำพูดไว้อย่างมากมาย เธอมีอะไรจะบอกฉันไหม…ในท้องเธอน่ะกี่เดือนแล้ว…ที่ผ่านมาฉันมองเธอผิดไปเอง…เรามาเริ่มต้นใหม่กันเถอะ…ตอนนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาโดยมีร่างผอมเพรียวของผิงผิงยืนอยู่ตรงหน้า เธอเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นเขายืนยกมือค้างกลางอากาศ เหว่ยหลงกะพริบตาถี่ๆ จากนั้นก็รีบหุบแขนลง“กินข้าวหรือยัง” ดูเหมือนว่าคำถามที่เตรียมไว้เขาไม่ได้เลือกมาใช้สักประโยค“เรียบร้อยแล้วค่ะ” “แล้วจะไปไหน”ผิงผิงยกเหยือกแก้วใส่น้ำขึ้นก่อนจะบอกเขาว่า “มันหมดค่ะ ผิงจะลงไปเติม” เหว่ยหลงพยักหน้ารับแล้วคว้าเอาเหยือกน้ำมาถือไว้เอง“เดี๋ยวจัดการให้” ไม่รอให้อีกฝ่ายได้คัดค้าน เขาก็หมุนปลายเท้าเดินลงบันไดไปเสียแล้ว ผิงผิงยืนมองแผ่นหลังกว้างของเฮียหลงอย่างไม่เข้าใจ หรือเธอพลาดอะไรไปหรือเปล่านะ…เธอยืนรออยู่หน้าห้องกระทั่งเหว่ยหลงกลับขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับน้ำที่เต็มเหยือก “ขอบคุณค่ะ” “วันนี้ฉันจะนอนที่ห้อง” “คะ?” “ก็นอนห้อ

  • ซ้อใหญ่สกุลชาง   27

    ‘เป็นยาที่แพทย์มักจ่ายให้คนท้องซะส่วนใหญ่ เฮียไปเอามาจากไหน’อาไป๋พิมพ์ข้อความส่งกลับไปหลังจากที่พี่ใหญ่ของบ้านส่งรูปภาพบางอย่างมาถามเขา ข้อความถูกอ่านแล้วทว่าไร้วี่แววของคนถาม“พ่อครับ ผมควรทำยังไง” เหว่ยหลงนั่งหน้าแดงก่ำอยู่ปลายเตียงของบิดา ชางจู่หลงที่ถูกรบกวนเวลานอนมีสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ “แกรู้อยู่แล้วอาหลงว่าต้องทำยังไง คำตอบทุกอย่างมันอยู่ที่ตรงนี้” จู่หลงจิ้มนิ้วไปยังอกด้านซ้าย ต่อมาก็เคลื่อนขึ้นข้างขมับ “และก็ตรงนี้ ฉันไม่อยากให้แกตัดสินใจพลาดหรอกนะ คนที่จะเจ็บมันก็คือตัวแกเองอาหลง” เหว่ยหลงที่มีอาการกรึ่มๆ สะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติ แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยต้องมานั่งระบายเรื่องอึดอัดใจต่อบิดา นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร เรื่องราวที่สมควรจะเดินไปในทิศทางที่วางไว้กลับตาลปัตรไปหมด “ผิงท้อง...” เหว่ยหลงเอ่ยเสียงเบาหวิว “ฉันรู้” “ครับ?” หัวคิ้วเข้มขมวดยับยู่กับคำตอบที่ได้ยิน“บอกว่าฉันรู้แล้ว”“พ่อรู้ได้อย่างไง” จู่หลงส่ายหน้าระอา จากนั้นก็ลุกขึ้นไปที่ชั้นไม้แกะสลักลายมังกรหยิบเอกสารบางอย่างออกมาให้ลูกชาย“เก่งทุกเรื่อง ฉลาดทุกอย่าง แต่ไม่มีไ

  • ซ้อใหญ่สกุลชาง   26

    ผิงผิงเรียนรู้การเป็นเลขาของสามีได้หนึ่งสัปดาห์ โดยเวลาส่วนใหญ่มักอยู่แต่ในห้องทำงานกับเฮียหลง ไม่ว่าจะในสถานะไหนเหว่ยหลงก็คือเหว่ยหลง เขาจองจำเธอให้อยู่แต่ในพื้นที่ของเขา ตั้งแต่มาทำงานกับสามีเธอแทบไม่ได้พบเจอคนใหญ่คนโตของที่นี่ เจอแต่หน้าท่านประธานถือว่าข้ามขั้นตอนไปเยอะเลยทีเดียว!ช่วงพักเที่ยงผิงผิงอยู่ทำงานเพียงลำพังภายในห้องแอร์เย็นฉ่ำ ส่วนเฮียหลงเขาไปคุยงานนอกสถานที่ยังไม่กลับมา เหว่ยหลงไม่ได้ให้ผิงผิงติดตามไปด้วย ทำให้นึกถึงคำพูดตอนที่เขาพาฟางฟางเข้าบ้าน เพราะเป็นเลขาจึงต้องไปไหนมาไหนด้วยกันน่ะเหรอ ดูก็รู้ว่าเขาโกหกทั้งเพ ไม่เช่นนั้นเลขาอย่างเธอจะนั่งอ่านเอกสารอยู่ภายในห้องคนเดียวงั้นเหรอ ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับ”เป็นอาหลางที่เดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารจานใหญ่ที่มีฝาครอบอย่างมิดชิด“ของฉันเหรอ” “ครับ เฮียสั่งมาให้น่ะครับ” อาหลางยิ้ม เขานำถาดอาหารวางไว้ที่ห้องครัว ห้องทำงานของเหว่ยหลงกว้างใหญ่มากมีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องนอน หรือแม้กระทั่งห้องฟิตเนส เพราะมีช่วงหนึ่งที่เฮียหลงไม่กลับบ้าน ผิงผิงเข้าใจแล้วว่าทำไม ก็ห้องทำงานของเขาครบครันเสียขนาดนี้ ดีไม่ดีก็คงพายัย

  • ซ้อใหญ่สกุลชาง   25

    เหว่ยหลงส่งภรรยาที่บ้าน ส่วนตัวเขาเดินทางไปเคลียร์งานที่บริษัท รวมถึงประสานงานเรื่องการเปลี่ยนเลขาคนใหม่ แน่นอนว่าเมื่อเรื่องนี้ถึงหูจินเยว่ผู้อาวุโสไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่พอรู้ว่าเป็นคำสั่งของชางจู่หลงก็ทำได้เพียงเงียบเท่านั้น จางจือลู่ได้รับเรื่องอย่างรวดเร็ว คิดไม่ถึงว่าหมากที่วางไว้ถูกเปลี่ยนตัวเดินกะทันหัน ดวงตาเรียวคมหันมองหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ข้างกายด้วยสีหน้าเรียบเฉย หากเป็นเช่นนั้นหลี่ฟางฟางก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เขาเองก็เบื่อจะคุยดีกับสองพ่อลูกบ้านหลี่จะแย่ หลี่เชียนกำเริบขึ้นทุกวัน ผีพนันเข้าสิงเกินจะกู่กลับ ไม่เอาการเอางานปล่อยทิ้งธุรกิจโรงแรมที่เป็นรายได้หลัก ไม่คิดจะสนใจเข้าดูแล เห็นทีว่าเขาเองก็ไม่มีเหตุจำเป็นต้องช่วยตาแก่นั่นอีกเหว่ยหลงกลับบ้านตอนเที่ยงคืน ใบหน้าหล่อเหลาค่อนข้างหมองคล้ำ ท้องร้องโครกครากประท้วงอย่างหนัก นั่นเป็นเพราะว่าไม่มีอะไรตกถึงท้องสักอย่าง มีหลายเรื่องที่เขาต้องจัดการแทบไม่มีเวลาให้คิดสิ่งอื่นใด ร่างสูงเดินไปยังครัวเพื่อหาอะไรรองท้อง ทว่าแผ่นหลังของใครบางคนทำให้เท้าหนักต้องหยุดชะงัก ผิงผิงยืนอยู่หน้าตู้เย็นหยิบนมกล่องใหญ่รินใส่แก้วในมือด้วยความระ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status