تسجيل الدخولเบญจมาศ เศรษฐกานต์ (น้ำผึ้ง) หญิงสาววัยยี่สิบห้าปี ผู้เกิดมาในครอบครัวที่มั่งคั่ง บิดาของเธอเป็นเจ้าของธุรกิจส่งออกและค้ายางรายใหญ่ระดับประเทศ รายได้ประจำปีมากมายมหาศาลจนติดอันดับในวงการธุรกิจ
عرض المزيدท้องฟ้ายามบ่ายเฉียง รอยแสงแดดสีทองกระทบผิวน้ำทะเลใสจนระยิบระยับ เรือยอร์ชสีขาวยาวกว่า 100 ฟุตทอดตัวเหนือผืนน้ำ เสียงเพลงคลาสสิกผสานบีตสมัยใหม่ลอยคลอเบาๆ จากลำโพงที่ถูกฝังแนบเนียนไปกับผนังหรูหราของตัวเรือ
หญิงสาวแปดคน แปดแบบ แปดเสน่ห์ ต่างพากันหัวเราะเริงร่าในชุดบิกินีราคาแพง บ้างเอนกาย อยู่บนเดย์เบด บ้างยืนถ่ายภาพริมระเบียงพร้อมแก้วแชมเปญในมือ พวกเธอล้วนเป็นนางแบบ ดารา หรือทายาทตระกูลดัง แต่ในสายตาของเขา…ก็เป็นเพียงแขกรับเชิญที่เข้าร่วมเกมแบบรู้กติกา เสียงเครื่องยนต์เงียบลงชั่วครู่ เงียบพอให้ได้ยินเสียงรองเท้าหนังที่ก้าวขึ้นจากบันไดเรือด้านล่าง พวกเธอรู้ดีว่าเขาคือใคร… ภัทรพล ก้าวขึ้นมาอย่างนิ่งสงบ เขาชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวปลดกระดุมล่างสองเม็ด กางเกงสแล็กลำลองเข้ารูปเนื้อดี ผิวสีเข้มน้ำผึ้งและเส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบตึงอย่างเรียบเนี้ยบ “ว้าว…เขามาแล้ว…” เสียงกระซิบดังขึ้นจากมุมหนึ่งของเรือ ตามมาด้วยแววตาหลายคู่ที่หันไปมองเขาราวกับแรงดึงดูดของคลื่นแรงมหาศาล เขาไม่พูดอะไรออกมา เพียงแค่หยิบแว่นกันแดดขึ้นสวม และเดินตรงไปยังโซนวีไอพีบนชั้นดาดฟ้าองครักษ์ส่วนตัวสองคนตามห่างๆ อย่างรู้หน้าที่ ภัทรพลเอนกายลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ มองเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น บริกรในชุดสูทเสิร์ฟไวน์ขาวให้เขาอย่างรวดเร็ว แต่เขาเพียงยกมือเล็กน้อยเป็นสัญญาณปฏิเสธ “ไม่ต้อง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเพียงคำเดียว แต่กลับสะกดให้ทั้งบริกรและหญิงสาวที่หมายจะเดินเข้ามาหา…ต้องชะงัก เขาไม่ต้องไล่ใคร แค่ไม่เปิดทางให้เข้าใกล้ ทุกคนก็รู้ตำแหน่งของตัวเองดีพอแล้ว หญิงสาวผมบลอนด์ในชุด Versace สีทองที่เคยได้ยินข่าวว่าเป็นคนสนิทของเขาเดินมานั่งข้างๆ พร้อมจะพูดบางอย่าง แต่เขาหันไปเพียงเล็กน้อย พร้อมกับประโยคสั้น ๆ “ที่นี่ไม่มีเวทีให้ใครแสดงซ้ำ” ประโยคนั้นเหมือนมีดเย็นเฉียบ เธอฝืนยิ้ม เจ็บแต่ยังพยักหน้าอย่างสง่างามก่อนจะเดินถอยออกไปอทุกคนบนเรือรู้ดี…เมื่อเขาไม่ต้องการ แปลว่า เกมนั้นได้จบแล้ว และแล้ว… สายตาของเขาก็เหลือบมองไปยังปลายเรือ ที่ซึ่งหญิงสาวคนหนึ่งเพิ่งก้าวขึ้นเรือ…พร้อมกับสายลมที่พัดให้ชุดคลุมสีดำของเธอปลิวเบาๆ เธอไม่ได้แต่งตัวเพื่อเรียกร้อง ไม่ได้มองเขาเหมือนที่ทุกคนทำ แต่กลับมองทะเลด้วยแววตาที่เงียบ…และลึกกว่าคลื่นใดๆ เขาใช้นิ้วกลางเรียกหญิงสาวคนนั้น เธอหันมามองเขาเธอเปลื้องเสื้อคลุมออกจากเรือนร่าง เผยให้เห็นผิวเนียละเอียดอมชมพู สวมใส่เพียงจีสตริงผูกเชือกข้างเท่านั้น เธอก้าวเดินมาหาเขาเต้านมทั้งสองข้างไหวตามจังหวะเดิน หญิงสาวที่ยืนข้างๆ เขารินแชมเปญลงในแก้วของเขา เธอยืนตรงหน้าของเขาแล้วนั่งลงคุกเข่าลง รูดซิปกางเกงสแลคลงมา เธอมองดุ้นของเขาที่ใหญ่และยาวที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อน และไม่คิดว่ามันจะใหญ่ขนาดนี้ “ทำไม…อมควยสิ” เขาพูดเสียงเรียบ เธอใช้ริมฝีปากอมดุ้นที่ใหญ่และยาวของเขา ทั้งอมและเลียหนักๆ มือเรียวรูดดุ้นที่กำไม่มิด หญิงสาวอีกคนนั่งลงข้างๆ เธอใช้มือเรียวขยำเต้านม ส่วนเธอที่อมดุ้นเขาอยู่ร้องครางกระเส่าในลำคอ หญิงสาวคนที่สามปลดเชือกหญิงสาวที่อมดุ้นของเขาอยู่ แล้วเลียกลีบร่องที่มีน้ำกามเจิ่งนอง “โม้กควยให้มันแรงๆ หน่อยสิวะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด จับหัวของเธอดันเข้าไปสุดดุ้น ดุ้นของเขาแทบจะเข้าไปลำคอทั้งที่มันยังไม่แข็งตัวดี “อ๊อก…อ๊อก…ฮือ…อึก…อ๊อก…อ๊อก… “หญิงสาวที่อมดุ้นร้องครางอยู่ครากระเส่าในลำคอ นองจากอมดุ้นให้เขาแล้ว เธอเสียวที่กลีบร่องที่หญิงสาวที่กำลังเลียขบกัดกลีบร่อง และดุ้นที่แข็งเป็นไตเส้นเลือดขึ้นมาหล่อเลี้ยงมันคับโพรงปากของเธอ ริมฝีปากบางแทบฉีก พรวด… น้ำเงี่ยนของเธอพวยพุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก หญิงสาวที่เรียกลีบร่องเอาหน้าออกทัน ใช้นิวกลางและนิ้วนางสอดขยี้กลีบร่องของเธอ ” อื้อ…อ๊อก…อ๊อก…อร๊าย… “เธอกรีดร้องครางสั่นพร้อมกับน้ำกามของเขาที่พวยพุ่งใส่ใบหน้าและริมฝีปากของเธอ หญิงหยิบถุงยางที่วางอยู่บนโต๊ะ นำมาสวมใส่บนดุ้นของเขา แล้วนั่งขึ้นคล่อมจับดุ้นสอดเข้าไปในกลีบร่องทันที “โอ๊ะ…โอ้ว…อ๊ะ!…อ๊ะ!…อ๊ะ!…อร๊าย…!!!” .......................................... ตอนแรกมาแล้ว!!! สนุกไหมคะ ตอนนี้มาเจอคุณพี่พลพระเอกคนแรกบนเรือยอร์ชก่อน เร่าร้อนไหมคะ 555 ตอนหน้าได้เจอกับน้องน้ำผึ้งนางเอกของเราแน่นอน นางจะมาในรูปแบบไหนฝากติดตามด้วยนะคะ ทุกคนนิยายเรื่องนี้มีตัวละครหลักๆ มีประมาณหกตัวละคร คือ น้ำผึ้ง / พล / นนท์ / กรณ์ / วิชญ์ และ เมธ อาจมีตัวละครออกมาเรื่อยๆ และเนื้อหาเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ไปตามบริบทของตัวละครเช่นกันความแซ่บจะปะทุทุก EP ไรท์ชอบอ่านคอมเม้นท์ของทุกๆ ท่าน อย่าลืมคอมเม้นท์ด้วยนะคะ เม้นท์แล้ว อย่าลืมกดหัวใจให้ด้วยน๊ะ“อื้อ…พี่พล…” น้ำผึ้งกระซิบเสียงสั่น ริมฝีปากยังถูกเขาครอบครองอยู่แทบทั้งหมด พลถอนจูบออกเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาแดงวาวด้วยแรงปรารถนาแรงกล้า“รู้ไหม…ผมเกือบคลั่งตอนเห็นคุณเต้นอยู่ตรงหน้าแบบนี้” เสียงพร่าหนักหอบผสานความหิวกระหาย น้ำผึ้งยิ้มเย้ายวน ปลายนิ้วเรียวลูบไปตามแนวกรามของเขา“ก็ตั้งใจทำให้พี่คลั่ง…แล้วตอนนี้พี่จะทำยังไงต่อดีล่ะคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบากระเส่ายั่วยวน เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดหูเธอ เสียงทุ้มต่ำแทบทำให้เธอขาอ่อน“ผมจะทำให้คุณต้องการผมไปอีกสามวัน” คำพูดนั้นยังไม่ทันจางหาย ปลายลิ้นร้อนของเขาก็กวาดไล้ไปตามซอกคอที่หยดบรั่นดียังหลงเหลือ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับกลิ่นกายหอมหวานของเธอเร้าอารมณ์จนแทบระเบิด มือหนาอีกข้างบีบเอวเธอแน่น ขยับร่างให้แนบสนิทกับความแข็งแกร่งของเขาโดยไม่มีที่ว่างให้หนี” ก็ทำสิ “เธอพูดอย่างท้าทาย สายตาจ้องมองเขาไม่ลดละ เขาไม่รอช้าเหวี่ยงเธอลงบนเตียงอย่างแรง ทำให้เธอรู้สึกจุอยู่บ้าง แต่ทว่าใบหน้าอ่อนหวานที่เขาหลงใหลกลับเลยรอยยิ้มยั่วยวนมากไปด้วยตัณหาแฝงไปด้วยราคะในดวงตากลมโตคู่งามของเขา เธอใช้เรียวหนุนไข่มุกที่อยู่ตรงร่องกลีบอวบอูมไข่มุกมุกทั้งสามเ
เมื่อบานประตูไม้โอ๊กสลักลายถูกผลักเข้ามาเบาๆ น้ำผึ้งก้าวเข้าสู่ห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ เพียงลำพัง ห้องกว้างโอ่อ่าเกินกว่าห้องพักโรงแรมห้าดาว เต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกกุหลาบขาวที่ถูกจัดไว้ตามแจกันคริสตัล เสียงหิมะข้างนอกสั่นสะท้านกระจกบานใหญ่ แต่ภายในกลับอุ่นสบายด้วยเตาผิงหินอ่อนที่เปลวไฟกำลังลุกโชนปกติแล้ว ห้องนี้เป็นที่ที่เธอไม่เคยอยู่คนเดียว เพราะชายหนุ่มทั้งห้าจะอยู่รายรอบเธอเสมอ แต่ค่ำคืนนี้พวกเขาต้องประชุมด่วนกับนักธุรกิจรายใหญ่ที่ชั้นล่าง ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงหัวใจของเธอที่เต้นดังขึ้นทุกขณะบนโต๊ะกลางห้องมีกล่องกำมะหยี่สีเทาเข้มขนาดไม่ใหญ่เกินไปวางเด่นท่ามกลางกลีบกุหลาบโปรยปราย เธอเดินเข้าไปช้าๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนโซฟากำมะหยี่สีครีม แล้วเอื้อมมือไปเปิดกล่องนั้นออกด้วยความสงสัยเพียงครู่เดียว คิ้วเรียวสวยของเธอก็ขมวดเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนคลายเป็นรอยยิ้มที่ทั้งเขินทั้งขำ…เพราะภายในกล่องคือ ชุดซีทรูสุดเซ็กซี่ ที่ตัดเย็บอย่างบรรจง ราวกับออกแบบขึ้นมาเพื่อเธอเพียงคนเดียวมันคือผ้าซีทรูสีขาวบางเบา บางจนเกือบโปร่งแสง เนื้อผ้าละเอียดราวกับหมอกบางเคลือบเรือ
ห้าแซ่บเกินต้าน [ตอนพิเศษ] 3 เดือนต่อมา [หลังจากการแต่งงาน]กลางค่ำคืนของแฟร์แบงค์ส เมืองเล็กกลางผืนดินกว้างใหญ่ของอลาสกา ทุกสิ่งรอบกายถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ต้นสนสูงเรียงรายยืนหยัดนิ่งท่ามกลางความหนาวเย็นราวกับประติมากรรมจากน้ำแข็ง ถนนเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสีส้มจากเสาไฟส่องลอดม่านหิมะที่ยังโปรยลงมาไม่ขาดสายบ้านไม้แต่ละหลังตั้งชิดติดกันเล็กน้อย หลังคามุงหนาหนักไปด้วยหิมะสีขาวครีม ควันจากปล่องไฟลอยกรุ่นตัดกับท้องฟ้ามืดสนิท ราวกับเมืองทั้งเมืองกำลังพยายามเปล่งไออุ่นต้านกับความหนาวเหน็บที่กัดกินทุกลมหายใจเหนือเส้นขอบฟ้า แสงเหนือปรากฏราวม่านผ้าไหมขนาดมหึมา พลิ้วไหวเป็นริ้วสีเขียว ม่วง และชมพูทอดตัวครอบคลุมฟากฟ้า ทั้งงดงามและน่าพิศวงจนผู้ที่ได้เห็นรู้สึกเหมือนถูกกลืนเข้าไปอยู่ในโลกเหนือจริงแฟร์แบงค์สไม่ใช่เมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่เป็นเมืองที่กาลเวลาเดินช้ากว่าที่อื่น ผู้คนใช้ชีวิตเรียบง่ายในคาเฟ่เล็ก ๆ ริมถนนที่ยังคงเปิดไฟต้อนรับนักท่องเที่ยว นักเดินทางหนาวสั่นกำลังจิบโกโก้ร้อนพลางเงยหน้ามองท้องฟ้า บ้างก็เดินไปตามเส้นทางหิมะ มุ่งหน้าออกไปยังรีสอร์ทน้ำพุร้อนท่ามกลางหุบเขา เพื่
เธอค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกช้าๆ เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ พวกเขาจับจ้องเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอที่งดงามมีเกล็ดน้ำและฟองสบู่ติดตามเรือนร่าง พวกเขาลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากเย็น นนท์ใช้ลิ้นเลียกลีบร่องไร้ขนดกดำ เธอใช้มือเรียวปิดกลีบร่องเอาไว้ ทำให้นนท์งวยงงกับการกระทำของเธอ “ผึ้งหนาวค่ะ ไปเย็ดที่เตียงกันเถอะนะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่ายั่วยวน นัยน์ตาทั้งสองข้างของเธอเป็นประกายราวกับลิลิธกำลังหลอกล่อด้วยสายตาให้จมดิ่งไปกับตัณหาที่นางมอบให้ น้ำผึ้งค่อยๆ เยื้องย้ายก้าวเดินสง่างามก้าวเดินสง่างาม มือเรียวจับดุ้นของกรณ์ที่แข็งเป็นไตตั้งตรงรอเสียบเข้าไปในกลีบร่องของเธอ กรณ์รู้ตัวอีกที… เห็นว่าเธอก้าวเดินเข้าไปในห้องนอน พลทนไม่ได้กับการกระทำยั่วยวนของเธอไม่ไหว คว้าลำคอของเธอมาจูบ เธอตอบรับเขาด้วยการจูบอันเร่าร้อน มือเรียวจับดุ้นของพลที่แข็งเป็นไตรูดขึ้นลงหนัก พลค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก เธอทอดสายตาอย่างเร่าร้อนและยั่วยวนไม่มีท่าทีเขินอายแต่อย่างใด “น้ำผึ้ง คุณกำลังยั่วยวนผมอย่างนั้นเหรอ คุณคิดผิดแล้วล่ะ” พลเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงโทนต่ำขบกราม สายตาดุจหมาป่าล่าเหยื่อทอดสายตามองเธอ มือเรียวจั











