مشاركة

บทที่ 3 หลงทาง 2/2

last update تاريخ النشر: 2026-06-11 10:46:43

“พ่อ แม่ คุณไกด์ มีใครอยู่ไหมคะ” เนเฟอร์ส่งเสียงเรียกออกไปอีกครั้ง แต่สิ่งที่เธอได้ยินกลับมามีเพียงเสียงสะท้อนของตนเอง

เธอไม่ได้เดินลึกเข้าไปเพื่อตามหาคน เธอเลือกที่จะเดินกลับไปในทิศทางที่จำได้ว่าเป็นทางออก

ก่อนมาเที่ยวเธอกับครอบครัวได้นัดหมายกันล่วงหน้าในเรื่องนี้แล้ว ว่าหากเกิดเหตุผิดพลาดอะไรก็ตามในพีระมิดห้ามเดินเพ่นพ่าน ให้อยู่ที่เดิมรอเจ้าหน้าที่หรือกรุ๊ปทัวร์อื่นที่ผ่านมาช่วยเหลือ

แต่หากระบบไฟฟ้าในพีระมิดขัดข้องให้รีบเดินกลับทางเดิมในทันที จะอย่างไรภายในพีระมิดที่เปิดให้เข้าชมเส้นทางไม่ได้ซับซ้อน ถ้าติดอยู่ภายในในสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเทเป็นเวลานานอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

เนเฟอร์ใช้แฟลชโทรศัพท์ส่องทางอย่างใจเย็น ไม่นานแสงสว่างปลายทางก็ส่องลอดเข้ามา เธอจึงรีบเดินไปที่แสงสว่างตรงหน้า

สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าของเนเฟอร์คือเนินผาหินและทะเลทรายเวิ้งว้าง ไม่มีรถของนักท่องเที่ยวจอดเรียงรายตามปกติ ไม่มีขั้นบันไดที่สร้างมาสำหรับใช้งาน ไม่มีผู้คนที่ควรจะอยู่ที่นี่

เธอนิ่งงัน หันมองดูโดยรอบอีกหลายครั้ง ความสงสัยมากมายผุดขึ้นในหัว

“อะไรเนี่ย มาผิดทางเหรอไง” เธอพึมพำก่อนจะหันกลับไปมองที่อุโมงค์ทางเข้าที่เพิ่งออกมา เผื่อว่าจะมีใครที่ติดอยู่ในนั้นแล้วตามออกมาด้วยสักคน

แต่เธอก็ต้องชะงักงันไปอีกครั้ง เมื่อปลายทางที่เธอเพิ่งออกมากลับกลายเป็นผาหินตัดขรุขระตามธรรมชาติที่ราวกับว่าไม่มีผู้คนเคยแตะต้องมาก่อน

เธอรีบเดินเข้าหากำแพงหิน ใช้มือตบไปตามชั้นหินหนา เสียงทึบตันที่ตอบกลับมาย่อมหมายถึงภายในของมันไม่ได้กลวง สิ่งนี้ยิ่งเน้นย้ำถึงความแปลกพิสดารของเหตุการณ์

เนเฟอร์ใจเย็นพอที่จะไม่กรีดร้องโวยวายไร้สาระ เธอก้มมองโทรศัพท์ในมือเพื่อหาวิธีขอความช่วยเหลือ แต่นอกจากแบตเตอรี่ที่มีอยู่ครึ่งหนึ่งแล้ว ช่องทางการสื่อสารที่เหลือกลับไร้สัญญาณ และในเมื่อทำอะไรไม่ได้เธอจึงปิดแฟลชที่เปิดค้างไว้ก่อนเพื่อประหยัดแบตเตอรี่

พื้นที่ไร้เงาของพืชเช่นนี้ย่อมมีที่หลบแดดได้เพียงแค่ด้านหลังของหินปูนบางส่วนที่ยื่นออกมา เนเฟอร์จึงแอบหลบอยู่ในมุมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง

เธอนั่งลงกับพื้น มีอาการเหม่อลอยเล็กน้อยกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติปกติ และไร้ซึ่งเหตุผลโดยสิ้นเชิง

เนเฟอร์สูดหายใจเข้าลึกแล้วพยายามจัดลำดับความคิด แม้เธอจะเป็นคนขี้เล่นไปบ้าง แต่สภาพจิตใจกลับค่อนข้างแข็งแกร่ง การศึกษาที่เพิ่งจบมาในสาขาจิตวิทยายิ่งทำให้เธอรู้จักควบคุมอารมณ์ความรู้สึกด้านลบของตัวเอง

“ทางเข้าหายไป เรื่องนี้แปลกมาก คำสาปของฟาโรห์เจ้าของสุสานหรือยังไง” เนเฟอร์พึมพำ เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอใช้ความคิดล้วนมักจะพูดคุยกับตนเองเพื่อจัดลำดับเหตุการณ์เสมอ

“ที่นี่ยังเป็นผาหินที่ล้อมรอบด้วยทะเลทราย อาจเป็นไปได้ว่าเรายังอยู่ในบริเวณสุสานหลวงแห่งอามาร์นา”

“ตอนกลางวันร้อนแบบนี้ก็จริง แต่ที่นี่กลางคืนเหมือนจะหนาวมาก ถ้าไม่มีใครมาช่วย เราอาจจะอยู่ในสภาพนี้ในเวลากลางคืนไม่ไหว”

เธอก้มมองดูชุดที่ตนเองสวมมาวันนี้ ส่วนล่างสวมกางเกงยีนส์ขายาวกับรองเท้าผ้าใบทะมัดทะแมง เพื่อสะดวกกับการเดินท่องเที่ยว ส่วนบนสวมเสื้อยืดตัวในสีขาวและแจ็กเก็ตหนังสีดำสำหรับกันแดด แน่นอนว่าแจ็กเก็ตตัวนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกันหนาว

อากาศช่วงกลางคืนของอามาร์นาอยู่ที่ราว ๆ สิบองศา ซึ่งเนเฟอร์รู้ตัวดีว่าไม่สามารถทนต่อความหนาวเย็นในระดับนี้ได้ทั้งคืน

ส่วนอุปกรณ์ที่เหลือเธอพกมาเพียงแค่กระเป๋าสะพายใบเล็กหนึ่งใบ ด้านในประกอบด้วยเอกสารเดินทาง หนังสือนำเที่ยว น้ำขวดหนึ่ง ขนมที่เป็นบิสกิตแท่งขนาดเล็กสองห่อ และครีมทากันแดดขวดใหญ่

ในขณะที่กำลังตัดพ้อที่ตัวเองนำของใช้มาน้อยเกินไป จู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันเบา ๆ

ร่างเพรียวบางรีบผุดลุกขึ้นยืน เดินออกจากส่วนของหินที่บดบังแล้วชะเง้อมองกลุ่มคนที่กำลังเดินทางมา

เนเฟอร์แอบระแวงนิดหน่อยเพราะกลัวว่าผู้มาจะเป็นกลุ่มคนนอกกฎหมายที่เห็นได้บ่อยๆในข่าวต่างประเทศ แต่เมื่อเห็นว่าคนกลุ่มนั้นมีผู้หญิง เด็ก และคนชรามาด้วยจำนวนหนึ่งจึงได้วางใจอยู่บ้าง

คนทั้งกลุ่มเดินเท้ามา มีอยู่ด้วยกันประมาณห้าสิบคนเห็นจะได้ ชุดที่พวกเขาใส่ไม่ได้แปลกตาสำหรับเนเฟอร์เลย อย่างน้อยเธอก็เพิ่งเห็นชุดแบบนี้มาหลายรอบทั้งในปติมากรรม รูปสลักบนกำแพง หรือแม้แต่แบบจำลองในพิพิธภัณฑ์

พวกเขาสวมชุดที่ทำด้วยผ้าสีขาวที่คลุกฝุ่นจนแทบจะกลายเป็นสีน้ำตาล ผู้ชายสวมเพียงผ้ารัดเอวเบื้องล่าง ด้านบนเปลือยอก ส่วนผู้หญิงสวมชุดยาวตรงตลอดทั้งตัวแบบแขนกุด

ชายหนุ่มแข็งแรงล้วนแบกข้าวของขนาดใหญ่ หญิงสาวอุ้มห่อผ้าเอาไว้ แม้แต่เด็ก ๆ ก็ช่วยกันขนย้ายสิ่งของขนาดเล็ก พวกเขาราวกับผู้อพยพในสมัยโบราณ

เมื่อพวกเขายิ่งเข้ามาใกล้เนเฟอร์ยิ่งมองเห็นความแตกต่างของแต่ละคนชัดเจน บางคนผิวค่อนข้างขาว บางคนผิวเข้ม แต่ทุกคนล้วนโครงหน้าคมชัด และที่เห็นได้ชัดกว่าคือการขีดวาดสีดำรอบดวงตา

“นี่ พวกคุณ มีใครพอจะพูดภาษาอังกฤษได้ไหม” เนเฟอร์ตะโกนถาม เธออยู่บนเนินหิน ส่วนพวกเขาลัดเลาะขอบผาหินหลบแดดที่เบื้องล่างจึงยังไม่มีคนเห็นเธอ

ทุกคนต่างมองขึ้นมา ทั้งยังชี้ไม้ชี้มือพูดภาษาที่เธอไม่เข้าใจ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 20 เจตจำนงแห่งสุริยะ

    หากเป็นนักบวชสูงสุดของเทพองค์อื่นมีหรือที่วิเซียร์จะสามารถเรียกให้เข้าพบได้เช่นนี้ แต่ทุกคนในที่นี้ย่อมรู้ถึงความคิดของนายเหนือหัวที่ต้องการลดบทบาทของบักบวชลง ดังนั้นศักดิ์ฐานะของตัวแทนเทพจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเมรีเรไม่ยี่หระต่อเรื่องทำนองนี้เท่าไหร่ ด้วยการเป็นนักบวชของเทพชั้นรองมาก่อน อำนาจแต่เดิมน้อยเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ตอนนี้จึงเรียกว่าถูกยกสูงขึ้นอย่างแท้จริง แม้อำนาจจะน้อยกว่าวิเซียร์ แต่ก็สูงกว่าผู้อื่นอยู่ดีเคหสถานของผู้ดูแลบ้านเมืองที่เป็นรองแค่องค์ฟาโรห์อยู่ห่างจากกำแพงราชวังไม่ไกล แต่จุดที่เมรีเรต้องไปพบกลับอยู่ภายในกำแพงของวังใหม่ เนื่องจากข้างในมีที่พักชั่วคราวสำหรับผู้มีตำแหน่งสูงเพื่อสะดวกในการทำงานภายในราชวังของอียิปต์ เสียงของการสกัดหินแว่วมาตามสายลมเมื่อเมรีเรก้าวผ่านธรณีประตูเข้าสู่ห้องโถงรับรองชั่วคราวอันเป็นที่พำนักของวิเซียร์อัย ที่นี่ตกแต่งเรียบง่ายทว่าซ่อนความเคร่งขรึมจริงจังไว้ภายใต้การจัดวางเครื่องเรือนที่เป็นระเบียบทุกตารางนิ้วภายในห้องมีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้สำหรับชนชั้นสูงตั้งอยู่ ไม้ซีดาร์สีน้ำตาลแดงถูกขัดเงาวาววับที่ราคาสูงพอ ๆ กับรายได้ชาวบ้านครอบครัวห

  • ณ ห้วงไอยคุปต์    บทที่ 19 วิหารหลวง

    ขนมปังของเนเฟอร์ย่อมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แค่บอกเล่าปากต่อปากว่ามีขนมปังไร้กรวดขายก็มีคนนำสิ่งของมาแลกไม่ขาดเรื่องเครื่องบดแป้งย่อมปิดเอาไว้ไม่มิด คนในกลุ่มถึงกับสร้างบ้านหลังเล็กเอาไว้เก็บเจ้าสิ่งนี้แล้วเปลี่ยนเวรกันเฝ้าเพราะกลัวว่ามันจะถูกขโมย แม้ว่ายุคนี้จะไม่ค่อยมีการขโมยของกันสักเท่าไหร่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าของสำคัญเช่นนี้จะไม่หายไปนานวันเข้าข่าวคราวย่อมไปถึงหูของช่างหินที่จัดทำมันขึ้นมา ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ ย่อมเป็นคำที่ผิดยุคไปเสียหน่อย พวกเขาล้วนไม่มีแนวคิดเช่นนี้ ช่างหินจึงได้จัดทำมันขึ้นอีกครั้งเพื่อขายให้คนชนชั้นสูงที่มีกำลังทรัพย์เนเฟอร์คาดเดาได้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น แต่เธอไม่คิดขัดขวาง อีกทั้งขณะว่าจ้างยังไม่คิดปิดบังรายละเอียดการจัดสร้างของมัน เพราะเธอรู้ว่ามนุษย์นั้นมีความโลภ เธอไม่อยากเป็นเป้าเพียงลำพัง การกระจายตัวของสิ่งของชนิดนี้จึงจำเป็นอีกทั้งเป้าหมายของเธอคือชนชั้นล่างไปถึงชนชั้นกลางที่ต้องการอาหารดี ๆ พวกเขาไม่มีทรัพย์สินพอจะซื้อเคร

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 18 หอมหวาน

    ครั้งนี้สิ่งที่เนเฟอร์ต้องการทำไม่ใช่แค่ขนมปังแต่เป็นเค้กไข่ด้วยขั้นตอนที่จะทำให้เค้กนุ่มฟูจำต้องตีไข่ให้ขึ้นฟอง อากาศที่เข้าไปภายในทำให้เนื้อสัมผัสที่จะทำออกมานุ่มนวลมากขึ้นเนเฟอร์สอนเนบอาตีไข่ ไปกำกับการคั้นน้ำอินทผลัมกับยายไทเย ทั้งยังหันไปช่วยร่อนแป้งกับอูราเป็นพัก ๆ ส่วนผู้เฒ่าโฮเรมหลานสาวเรียกกลับบ้านไปแล้วเมื่อได้แป้งมาครึ่งหนึ่งที่ต้องการเนเฟอร์จึงค่อย ๆ ผสมน้ำอินทผลัมพร้อมกับนมก่อนจะนวดไปมา เมื่อแป้งเหนียวได้ที่ก็ใส่หัวเชื้อแล้วพักเอาไว้ให้มันหมักตัวเอง ซึ่งใช้เวลาเซ็ตตัวประมาณครึ่งวัน แป้งในส่วนที่เตรียมนี้จะใช้ทำขนมปังหวานรสอินทผลัมแป้งอีกครึ่งถังเนเฟอร์ย่อมต้องนำมาทำในสิ่งที่อยากกินมานาน นั่นคือเค้กไข่คนยุคนี้ไม่รู้จักเค้ก หญิงสาวจึงเรียกมันง่าย ๆ ว่าขนมปังนุ่มให้คนอื่นเข้าใจถึงมันได้ง่ายขึ้น การเตรียมของสิ่งนี้ต่างจากขนมปังปกติในยุคอยู่นิดหน่อยเนเฟอร์เติมน้ำผึ้ง เนย และนมลงไปในไข่ที่ตีจนขึ้นฟูก่อนจะค่อย ๆ เทแป้งลงไปแล้วคนเบา ๆ ไปมา เมื่

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 17 เครื่องบด

    "ไหน ใครต้องการให้ข้าช่วย” เสียงผู้เฒ่าลอยมาก่อนตัว ทั้งยังดูทรงพลังแข็งแรงดีแม้จะอายุอานามปาเข้าไปหกสิบกว่าปีแล้วเนเฟอร์เชิญเขาเข้ามาในร่ม ที่ตรงนี้เป็นเพิงขนาดเล็กข้างตัวบ้านที่ยายไทเยมักจะมานั่งตรวจคนป่วย“ข้าต้องการด้ามจับไม้เอาไว้สอดในร่องหินตรงนี้ค่ะ” เนเฟอร์ชี้ชวนให้อีกฝ่ายดู “ท่านพอจะทำได้ไหม แล้วใช้เวลานานไหมคะ” เธอถามต่อในคราที่เธอให้ช่างหินทำสิ่งนี้ไม่ได้ทำด้ามจับเป็นหินไปเลย เพราะจำเป็นต้องให้ด้ามที่ยื่นออกมามีความยาวประมาณหนึ่ง ซึ่งหินมีความเปราะเกินไป มันแตกหักเสียหายได้ง่าย เธอจึงสั่งทำให้มันเป็นร่องเพื่อสอดไม้เข้าไปแทนผู้เฒ่าโฮเรมก้มลงจ้องแท่นหินตรงหน้าเกือบชิดก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างมั่นใจ “ฮึ เรื่องง่าย ๆ” เขาหันไปทางอูราแล้วสั่งการทันที “เจ้าหนุ่ม ไปเลือกไม้ข้างบ้านข้ามาสักสองสามท่อน เอามีดที่อยู่ใกล้ ๆ กันมาด้วย” พูดจบก็ไม่สนใจชายหนุ่มที่วิ่งหน้าตั้งออกไปแล้วหันมาพินิจร่องของแท่นหินต่อช่วงที่ยัง

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 16 เทพนำทาง

    “ท่านหญิงต้องการสักเท่าไหร่ขอรับ” ผู้ขายยังคงถามไถ่เมื่อเห็นสีหน้าของผู้ซื้อไม่ได้เปลี่ยนแปลงเมื่อได้ยินราคาเนเฟอร์ย่อมไม่เปลี่ยนสีหน้าให้โดนดูถูก ส่วนในใจกำลังคิดทบทวนว่าสิ่งนี้คุ้มค่าที่จะซื้อหาหรือไม่โดยทั่วไปแล้วอียิปต์มีสิ่งแทนน้ำตาลอีกอย่างหนึ่งคือผลไม้ ผลไม้ที่หวานที่สุดคือผลอินทผลัม รองลงมาคือมะเดื่อและพวกผลไม้อบแห้งผลอินทผลัมมีอยู่บ้างในบ้านของเนเฟอร์ ราคาของมันครึ่งกระสอบแค่ครึ่งเดเบน ถูกกว่าน้ำผึ้งไม่รู้กี่เท่า แต่ผลชนิดนี้กลับมีกลิ่นเฉพาะตัวชัดเจนจนสามารถกลบกลิ่นอื่นในอาหาร เธอต้องการกินขนมปังรสหวานกลิ่นหอมของแป้ง ไม่ใช่กลิ่นหอมของอินทผลัมเนเฟอร์ตัดใจซื้อน้ำผึ้งหนึ่งเหยือกเท่านั้น สิ่งนี้ย่อมเก็บไว้กินเองกับยายไทเย ส่วนขนมปังชิ้นอื่นคงต้องใช้ผลอินทผลัมแล้ว จะอย่างไรชาวอียิปต์โบราณคงไม่เคยกินสิ่งที่เรียกว่า ‘เค้ก’ แบบนี้มาก่อน กลิ่นและรสชาติคงพอรับได้อยู่บ้าง“ไปเก็บเงินที่บ้านได้ไหมเจ้าคะ ข้าไม่ได้นำสิ่งแลกเปลี่ยนมาด้วย” เนเฟอร์พูดกับพ่อ

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 15 วิเซียร์ล่าง

    “ย้ายไปไกลเชียว” สตรีวัยกลางคนพึมพำก่อนที่พวกเขาจะได้คุยกันต่อก็เห็นตัวเมืองที่อยู่ไกลออกไปลิบ ๆ มาอัตจึงเรียกทุกคนที่กระจายตัวอยู่ให้ขยับเข้ามารวมกลุ่ม“จำไว้ว่าพูดให้น้อย จะซื้อขายต้องนัดหมายให้ชัดเจน ครั้งหน้าจะได้ขนสินค้ามาพร้อมกันทีเดียว” มาอัตหันมาบอกทุกคน“ช่วงนี้พวกเราขอยืมเกวียนที่หมู่บ้านข้าง ๆ บ่อยมาก พวกเขาเหมือนจะไม่พอใจแล้วนะเจ้าคะ เมื่อไหร่หมู่บ้านเราจะกลับมามีเกวียนของตัวเองเสียที” สตรีนางหนึ่งพูดขึ้นมา“เดี๋ยวข้าจะหามาไว้ให้” มาอัตตอบรับความจริงในหมู่บ้านเดิมมีเกวียนอยู่เล่มหนึ่ง แต่การย้ายเมืองต้องเดินทางมาทางเรือ เขาจึงจำเป็นต้องขายเกวียนทิ้งไปก่อนการเดินทาง อีกทั้งพวกเขาเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่กี่หลังคาเรือนที่รวมตัวกันขึ้นมาจากช่างก่อสร้าง รายได้พวกเขามีเพียงเอมเมอร์หนึ่งกระสอบต่อวันซึ่งแบกกลับไหว พวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เกวียนบ่อยนัก มาอัตจึงไม่ได้รีบจัดหามาไว้ให้แต่ตอนนี้แต่ละบ้านมีธัญพืชกองสุม

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 6 บ้านใหม่

    ช่วงนั้นเหล่าหญิงสาวกำลังเตรียมอาหาร ขนมปังแห้งและเนื้อปลาตากแห้งดูเหมือนจะเป็นอาหารหลัก จะอย่างไรพวกเขาเดินทางมาไกล อาหารที่มีจึงเป็นอาหารที่เก็บได้นานทั้งสิ้นเนเฟอร์ใช้ช่วงเวลานั้นเรียกหญิงชราเอาไว้ เธอยื่นสร้อยคอที่ถือไว้ให้แล้วชี้ไปที่อาหาร“ไทเย นั่น แลก

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 5 มุ่งสู่อามาร์นา 1/2

    เมื่อเท้าแตะพื้นเนอเฟอร์ก็พรูลมหายใจออกมา การลงจากความสูงสามชั้นด้วยเชือกเส้นเดียวทั้งยังไม่มีเซฟตี้เป็นอะไรที่อันตรายพอดู หลังจากนั้นเธอก็แหงนมองไปยังอูราที่อยู่ด้านบนเพื่อส่งสัญญาณให้เขาลงมา ก่อนที่เธอจะหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่มองมาอย่างสนอกสนใจ“เธอสวยกว่าพี่เยอะเลย&rdq

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 4 อพยพ 2/2

    “มาอัต พ่อจะช่วยเธอเหรอ” สตรีร่างเล็กผิวคล้ำสอบถามขึ้นมา“อืม ผู้หญิงคนเดียวอยู่ในที่แบบนี้ ถ้ารอดคืนนี้ไปได้คืนต่อไปก็คงไม่รอดอยู่ดี” มาอัต ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มตอบกลับ“แต่ดูเหมือนเธอจะเป็นคนต่างอาณาจักร” เธอแย้งมาอัตส่

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 4 อพยพ 1/2

    วิธีการเข้าหาผู้อื่นเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเป็นมิตร และทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงเจตนาที่ดี ทั้งยังต้องมีความมั่นใจในการแสดงออกประมาณหนึ่งเนเฟอร์พยายามโบกไม้โบกมือ มุมปากยังแต้มรอยยิ้มตลอดเวลา ด้วยหวังว่าคนกลุ่มนี้จะเข้ามาสอบถามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือ แต่สิ่ง

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status