Home / โรแมนติก / ณ ห้วงไอยคุปต์ / บทที่ 5 มุ่งสู่อามาร์นา 1/2

Share

บทที่ 5 มุ่งสู่อามาร์นา 1/2

last update publish date: 2026-06-11 20:30:53

เมื่อเท้าแตะพื้นเนอเฟอร์ก็พรูลมหายใจออกมา การลงจากความสูงสามชั้นด้วยเชือกเส้นเดียวทั้งยังไม่มีเซฟตี้เป็นอะไรที่อันตรายพอดู หลังจากนั้นเธอก็แหงนมองไปยังอูราที่อยู่ด้านบนเพื่อส่งสัญญาณให้เขาลงมา ก่อนที่เธอจะหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่มองมาอย่างสนอกสนใจ

“เธอสวยกว่าพี่เยอะเลย” เด็กชายข้างกายเนบอาพูดขึ้นเบา ๆ

“ชู่ว เงียบน่า ดูก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเธอไม่ใช่ชนชั้นแรงงานอย่างเรา อย่าได้วิจารณ์ส่งเดช” เนบอาตำหนิก่อนจะดึงตัวน้องชายมาซ่อนด้านหลัง

แม้ว่าความสามารถในการปีนเขาของเนเฟอร์จะดูน่าแปลกสำหรับพวกเขาเหล่านี้ แต่ด้วยผิวขาวผุดผาดไร้ตำหนิ เส้นผมยาวสลวยที่ถูกรวบไว้ด้านหลังบ่งบอกว่าเธอได้รับการดูแลจากครอบครัวเป็นอย่างดี

ส่วนภาพลักษณ์ขาวเผือดของอาการคนเป็นโรคผิวเผือกของเนเฟอร์ พวกเขาไม่ได้สนใจกันขนาดนั้น ด้วยเมืองอียิปต์ในยุคสมัยนี้รวมตัวกันด้วยประชากรที่มีชาติพันธุ์ค่อนข้างหลากหลาย ลักษณะอาการแบบนี้พบเจอได้น้อยแต่ใช่ว่าจะไม่มีคนรู้จักเลย อีกทั้งนี่เป็นโรคที่ชนชั้นล่างที่ต้องไปใช้แรงงานตากแดดไม่มีแม้แต่โอกาสรอดชีวิตจนโต จึงสรุปได้ความว่าคนที่พวกเขาช่วยลงมาไม่ใช่ชนชั้นล่างแบบเดียวกันกับตนเอง

“ท่านหญิงมาจากที่ไหนเหรอ” มาอัตออกตัวเอ่ยถามก่อน

แน่นอนว่าเนเฟอร์ฟังไม่เข้าใจ หลังจากนั้นจึงเกิดมหกรรมชี้ไม้ชี้มือไปเรื่อย สุดท้ายจบลงที่นั่งยองวาดรูปลงบนผืนทรายเพื่อพูดคุยกันแทน

ตามความเข้าใจของมาอัต สตรีตรงหน้านั้นพัดหลงกับครอบครัว เธอมาที่นี่ด้วยพาหนะสี่ล้อหน้าตาประหลาด และตอนนี้ต้องการขอร่วมเดินทางเข้าเมืองไปด้วยกัน ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหา ติดอยู่อย่างเดียวคือพื้นที่อามาร์นาที่พวกเขาต้องเดินทางไปแทบไม่มีเมืองใหญ่ตั้งอยู่เลย พื้นที่ส่วนใหญ่ล้วนว่างเปล่า จะมีก็เพียงแค่กลุ่มคนเลี้ยงสัตว์เล็กน้อยเท่านั้น

แต่ยังไงมาอัตก็ยินดีพาเธอไปด้วย ระยะทางจากหุบผาตรงนี้ไปจนถึงอามาร์นาต้องเดินไกลอีกแค่ครึ่งรอบเช้าของดวงอาทิตย์เท่านั้น

เมื่ออูราลงมาถึงด้านล่างมาอัตก็พาทุกคนเดินไปหาที่พัก ตอนนี้ดวงอาทิตย์แทบจะอยู่กลางศีรษะ พวกเขาไม่สามารถเดินผ่านทะเลทรายในเวลานี้ได้อีก

เนเฟอร์รู้วิธีเข้าหาคน เธอยิ้มแย้มเสมอทั้งยังแบ่งปันบิสกิตแท่งสองห่อให้พวกเด็ก ๆ

สังคมที่อยู่กันเป็นกลุ่มเรียบง่ายแบบนี้ค่อนข้างกลมเกลียว ดูได้จากที่พวกเขานำขนมไปแจกจ่ายกันคนละนิดคนละหน่อย พวกเขาดูมีความสุขเมื่อรับรู้ถึงรสหวานของอาหาร ก่อนจะพากันมาห้อมล้อมเนเฟอร์และพูดด้วยอยู่เนือง ๆ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจก็ตาม

“ออกเดินทางกันเถอะ” ทันทีที่มาอัตพูดขึ้นทุกคนก็เก็บของแล้วลุกขึ้นยืน ไม่มีใครรีรอและทำตามอย่างเคร่งครัดทันที

ผู้นำทางด้านหน้าคือมาอัตและชายวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นผู้รู้ทาง ตรงกลางเป็นสตรีและเด็ก ตามมาด้วยคนชรา และปิดท้ายด้วยเหล่าชายหนุ่มแข็งแรง

ในกลุ่มนี้มีคนชราเพียงแค่สองคน หนึ่งหญิง หนึ่งชาย พวกเขาอายุราวหกสิบปีแต่กลับยังคึกคักแข็งแรงอยู่ ทั้งยังดูเป็นที่เคารพเพราะมีหลายคนชวนพวกเขาพูดคุยเป็นระยะ

หญิงชราเดินเข้ามาชวนเนเฟอร์คุยด้วยท่าทางนอบน้อมพร้อมชี้ชวนให้ดูรอบข้าง เธอทำได้เพียงตอบรับน้ำใจด้วยการหันมองและพยักหน้า ถึงแม้ในใจจะไม่เห็นว่ามีอะไรน่าสนใจนอกจากเนินทรายและพื้นที่รกร้างก็ตาม

จะว่าไปแล้วพอเดินมาได้สักพักเธอก็สังเกตเห็นว่าพวกเขาไม่ได้เดินไปตามถนนปกติ ทางเดินเต็มไปด้วยทะเลทรายในตอนแรกเริ่มกลายเป็นผืนดินแต่กลับไม่มีถนนหนทางสำเร็จรูปให้เห็น

ตลอดทางเนเฟอร์ดูสัญญาณในโทรศัพท์อยู่ตลอด แบตเตอรี่ตอนนี้ลดเหลือเพียงสามสิบเปอร์เซ็นต์

หญิงสาวโดยรอบที่อยู่ใกล้กับเนเฟอร์ค่อนข้างสนใจในสิ่งที่เธอทำ เมื่อเห็นอุปกรณ์หน้าตาประหลาดก็เกิดความสงสัยแต่ไม่ได้ซักถาม อย่างน้อยพวกเขาก็มีความกริ่งเกรงในศักดิ์ฐานะเรื่องชนชั้น พวกเขายังเข้าใจว่าเนเฟอร์มาจากชนชั้นที่สูงกว่าอยู่ดี ดูได้จากการเดินทางครั้งนี้ ไม่มีใครที่มาเดินตีเสมอด้านข้างของเธอนอกจากหญิงชราคนเดียว

มาอัตหันมามองผู้มาใหม่เป็นพัก ๆ เขาเกรงว่าอีกฝ่ายจะเดินทางในระยะไกลเช่นนี้ไม่ไหว แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิด อีกฝ่ายดูไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไร ทั้งยังพยายามเรียนรู้ภาษากับหญิงชราซึ่งเป็นหมอประจำหมู่บ้าน

เดินทางเกือบสี่ชั่วโมงเนเฟอร์เริ่มเห็นต้นปาล์มจากที่ไกล ๆ แล้ว เธอรู้สึกได้ว่าฝีเท้าของผู้คนรอบกายเริ่มเร่งเร็วขึ้น

รอบ ๆ เริ่มมีบ้านที่ก่อจากดินเหนียวให้เห็นประปราย ดินที่ก่อยังเป็นสีคล้ำเหมือนเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ บ้านส่วนใหญ่อยู่รวมกันเหมือนชุมชนขนาดเล็กแยกกันเป็นเอกเทศ

มาอัตหันซ้ายมองขวาหาพื้นที่จับจองก่อนจะเจอกับกลุ่มต้นปาล์มที่อยู่ไม่ไกลก็รีบสั่งให้ทุกคนเร่งเดินตาม

สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือวางของรวมกันเอาไว้ ฝ่ายชายหนุ่มรีบนำตะกร้าหรืออะไรก็ตามที่พอจะหาได้และแข็งแรงทนทานมาถือแล้วรีบเดินไปอีกทางหนึ่ง ทางฝั่งนั้นเนเฟอร์มองเห็นผืนน้ำขนาดใหญ่พร้อมกับต้นปาปิรุสแน่นขนัดซึ่งเป็นพืชประจำถิ่น

“นั่นแม่น้ำไนล์เหรอ ทำไมกว้างแบบนี้ล่ะ” เนเฟอร์พึมพำ

เนเฟอร์ค่อนข้างสับสนไม่น้อยกับภาพที่เห็น ปกติต้นลำน้ำไนล์ถูกเขื่อนอัสวานขวางทางน้ำเอาไว้ ปริมาณน้ำจึงคงที่และกลายเป็นแม่น้ำสายที่ไม่ใหญ่โตนัก แต่ที่เธอเห็นตอนนี้ลำน้ำกลับกว้างขวางจนแทบจะกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ อีกทั้งความอุดมสมบูรณ์โดยรอบค่อนข้างมากกว่าปกติอีกด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 20 เจตจำนงแห่งสุริยะ

    หากเป็นนักบวชสูงสุดของเทพองค์อื่นมีหรือที่วิเซียร์จะสามารถเรียกให้เข้าพบได้เช่นนี้ แต่ทุกคนในที่นี้ย่อมรู้ถึงความคิดของนายเหนือหัวที่ต้องการลดบทบาทของบักบวชลง ดังนั้นศักดิ์ฐานะของตัวแทนเทพจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเมรีเรไม่ยี่หระต่อเรื่องทำนองนี้เท่าไหร่ ด้วยการเป็นนักบวชของเทพชั้นรองมาก่อน อำนาจแต่เดิมน้อยเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ตอนนี้จึงเรียกว่าถูกยกสูงขึ้นอย่างแท้จริง แม้อำนาจจะน้อยกว่าวิเซียร์ แต่ก็สูงกว่าผู้อื่นอยู่ดีเคหสถานของผู้ดูแลบ้านเมืองที่เป็นรองแค่องค์ฟาโรห์อยู่ห่างจากกำแพงราชวังไม่ไกล แต่จุดที่เมรีเรต้องไปพบกลับอยู่ภายในกำแพงของวังใหม่ เนื่องจากข้างในมีที่พักชั่วคราวสำหรับผู้มีตำแหน่งสูงเพื่อสะดวกในการทำงานภายในราชวังของอียิปต์ เสียงของการสกัดหินแว่วมาตามสายลมเมื่อเมรีเรก้าวผ่านธรณีประตูเข้าสู่ห้องโถงรับรองชั่วคราวอันเป็นที่พำนักของวิเซียร์อัย ที่นี่ตกแต่งเรียบง่ายทว่าซ่อนความเคร่งขรึมจริงจังไว้ภายใต้การจัดวางเครื่องเรือนที่เป็นระเบียบทุกตารางนิ้วภายในห้องมีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้สำหรับชนชั้นสูงตั้งอยู่ ไม้ซีดาร์สีน้ำตาลแดงถูกขัดเงาวาววับที่ราคาสูงพอ ๆ กับรายได้ชาวบ้านครอบครัวห

  • ณ ห้วงไอยคุปต์    บทที่ 19 วิหารหลวง

    ขนมปังของเนเฟอร์ย่อมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แค่บอกเล่าปากต่อปากว่ามีขนมปังไร้กรวดขายก็มีคนนำสิ่งของมาแลกไม่ขาดเรื่องเครื่องบดแป้งย่อมปิดเอาไว้ไม่มิด คนในกลุ่มถึงกับสร้างบ้านหลังเล็กเอาไว้เก็บเจ้าสิ่งนี้แล้วเปลี่ยนเวรกันเฝ้าเพราะกลัวว่ามันจะถูกขโมย แม้ว่ายุคนี้จะไม่ค่อยมีการขโมยของกันสักเท่าไหร่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าของสำคัญเช่นนี้จะไม่หายไปนานวันเข้าข่าวคราวย่อมไปถึงหูของช่างหินที่จัดทำมันขึ้นมา ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ ย่อมเป็นคำที่ผิดยุคไปเสียหน่อย พวกเขาล้วนไม่มีแนวคิดเช่นนี้ ช่างหินจึงได้จัดทำมันขึ้นอีกครั้งเพื่อขายให้คนชนชั้นสูงที่มีกำลังทรัพย์เนเฟอร์คาดเดาได้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น แต่เธอไม่คิดขัดขวาง อีกทั้งขณะว่าจ้างยังไม่คิดปิดบังรายละเอียดการจัดสร้างของมัน เพราะเธอรู้ว่ามนุษย์นั้นมีความโลภ เธอไม่อยากเป็นเป้าเพียงลำพัง การกระจายตัวของสิ่งของชนิดนี้จึงจำเป็นอีกทั้งเป้าหมายของเธอคือชนชั้นล่างไปถึงชนชั้นกลางที่ต้องการอาหารดี ๆ พวกเขาไม่มีทรัพย์สินพอจะซื้อเคร

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 18 หอมหวาน

    ครั้งนี้สิ่งที่เนเฟอร์ต้องการทำไม่ใช่แค่ขนมปังแต่เป็นเค้กไข่ด้วยขั้นตอนที่จะทำให้เค้กนุ่มฟูจำต้องตีไข่ให้ขึ้นฟอง อากาศที่เข้าไปภายในทำให้เนื้อสัมผัสที่จะทำออกมานุ่มนวลมากขึ้นเนเฟอร์สอนเนบอาตีไข่ ไปกำกับการคั้นน้ำอินทผลัมกับยายไทเย ทั้งยังหันไปช่วยร่อนแป้งกับอูราเป็นพัก ๆ ส่วนผู้เฒ่าโฮเรมหลานสาวเรียกกลับบ้านไปแล้วเมื่อได้แป้งมาครึ่งหนึ่งที่ต้องการเนเฟอร์จึงค่อย ๆ ผสมน้ำอินทผลัมพร้อมกับนมก่อนจะนวดไปมา เมื่อแป้งเหนียวได้ที่ก็ใส่หัวเชื้อแล้วพักเอาไว้ให้มันหมักตัวเอง ซึ่งใช้เวลาเซ็ตตัวประมาณครึ่งวัน แป้งในส่วนที่เตรียมนี้จะใช้ทำขนมปังหวานรสอินทผลัมแป้งอีกครึ่งถังเนเฟอร์ย่อมต้องนำมาทำในสิ่งที่อยากกินมานาน นั่นคือเค้กไข่คนยุคนี้ไม่รู้จักเค้ก หญิงสาวจึงเรียกมันง่าย ๆ ว่าขนมปังนุ่มให้คนอื่นเข้าใจถึงมันได้ง่ายขึ้น การเตรียมของสิ่งนี้ต่างจากขนมปังปกติในยุคอยู่นิดหน่อยเนเฟอร์เติมน้ำผึ้ง เนย และนมลงไปในไข่ที่ตีจนขึ้นฟูก่อนจะค่อย ๆ เทแป้งลงไปแล้วคนเบา ๆ ไปมา เมื่

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 17 เครื่องบด

    "ไหน ใครต้องการให้ข้าช่วย” เสียงผู้เฒ่าลอยมาก่อนตัว ทั้งยังดูทรงพลังแข็งแรงดีแม้จะอายุอานามปาเข้าไปหกสิบกว่าปีแล้วเนเฟอร์เชิญเขาเข้ามาในร่ม ที่ตรงนี้เป็นเพิงขนาดเล็กข้างตัวบ้านที่ยายไทเยมักจะมานั่งตรวจคนป่วย“ข้าต้องการด้ามจับไม้เอาไว้สอดในร่องหินตรงนี้ค่ะ” เนเฟอร์ชี้ชวนให้อีกฝ่ายดู “ท่านพอจะทำได้ไหม แล้วใช้เวลานานไหมคะ” เธอถามต่อในคราที่เธอให้ช่างหินทำสิ่งนี้ไม่ได้ทำด้ามจับเป็นหินไปเลย เพราะจำเป็นต้องให้ด้ามที่ยื่นออกมามีความยาวประมาณหนึ่ง ซึ่งหินมีความเปราะเกินไป มันแตกหักเสียหายได้ง่าย เธอจึงสั่งทำให้มันเป็นร่องเพื่อสอดไม้เข้าไปแทนผู้เฒ่าโฮเรมก้มลงจ้องแท่นหินตรงหน้าเกือบชิดก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างมั่นใจ “ฮึ เรื่องง่าย ๆ” เขาหันไปทางอูราแล้วสั่งการทันที “เจ้าหนุ่ม ไปเลือกไม้ข้างบ้านข้ามาสักสองสามท่อน เอามีดที่อยู่ใกล้ ๆ กันมาด้วย” พูดจบก็ไม่สนใจชายหนุ่มที่วิ่งหน้าตั้งออกไปแล้วหันมาพินิจร่องของแท่นหินต่อช่วงที่ยัง

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 16 เทพนำทาง

    “ท่านหญิงต้องการสักเท่าไหร่ขอรับ” ผู้ขายยังคงถามไถ่เมื่อเห็นสีหน้าของผู้ซื้อไม่ได้เปลี่ยนแปลงเมื่อได้ยินราคาเนเฟอร์ย่อมไม่เปลี่ยนสีหน้าให้โดนดูถูก ส่วนในใจกำลังคิดทบทวนว่าสิ่งนี้คุ้มค่าที่จะซื้อหาหรือไม่โดยทั่วไปแล้วอียิปต์มีสิ่งแทนน้ำตาลอีกอย่างหนึ่งคือผลไม้ ผลไม้ที่หวานที่สุดคือผลอินทผลัม รองลงมาคือมะเดื่อและพวกผลไม้อบแห้งผลอินทผลัมมีอยู่บ้างในบ้านของเนเฟอร์ ราคาของมันครึ่งกระสอบแค่ครึ่งเดเบน ถูกกว่าน้ำผึ้งไม่รู้กี่เท่า แต่ผลชนิดนี้กลับมีกลิ่นเฉพาะตัวชัดเจนจนสามารถกลบกลิ่นอื่นในอาหาร เธอต้องการกินขนมปังรสหวานกลิ่นหอมของแป้ง ไม่ใช่กลิ่นหอมของอินทผลัมเนเฟอร์ตัดใจซื้อน้ำผึ้งหนึ่งเหยือกเท่านั้น สิ่งนี้ย่อมเก็บไว้กินเองกับยายไทเย ส่วนขนมปังชิ้นอื่นคงต้องใช้ผลอินทผลัมแล้ว จะอย่างไรชาวอียิปต์โบราณคงไม่เคยกินสิ่งที่เรียกว่า ‘เค้ก’ แบบนี้มาก่อน กลิ่นและรสชาติคงพอรับได้อยู่บ้าง“ไปเก็บเงินที่บ้านได้ไหมเจ้าคะ ข้าไม่ได้นำสิ่งแลกเปลี่ยนมาด้วย” เนเฟอร์พูดกับพ่อ

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 15 วิเซียร์ล่าง

    “ย้ายไปไกลเชียว” สตรีวัยกลางคนพึมพำก่อนที่พวกเขาจะได้คุยกันต่อก็เห็นตัวเมืองที่อยู่ไกลออกไปลิบ ๆ มาอัตจึงเรียกทุกคนที่กระจายตัวอยู่ให้ขยับเข้ามารวมกลุ่ม“จำไว้ว่าพูดให้น้อย จะซื้อขายต้องนัดหมายให้ชัดเจน ครั้งหน้าจะได้ขนสินค้ามาพร้อมกันทีเดียว” มาอัตหันมาบอกทุกคน“ช่วงนี้พวกเราขอยืมเกวียนที่หมู่บ้านข้าง ๆ บ่อยมาก พวกเขาเหมือนจะไม่พอใจแล้วนะเจ้าคะ เมื่อไหร่หมู่บ้านเราจะกลับมามีเกวียนของตัวเองเสียที” สตรีนางหนึ่งพูดขึ้นมา“เดี๋ยวข้าจะหามาไว้ให้” มาอัตตอบรับความจริงในหมู่บ้านเดิมมีเกวียนอยู่เล่มหนึ่ง แต่การย้ายเมืองต้องเดินทางมาทางเรือ เขาจึงจำเป็นต้องขายเกวียนทิ้งไปก่อนการเดินทาง อีกทั้งพวกเขาเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่กี่หลังคาเรือนที่รวมตัวกันขึ้นมาจากช่างก่อสร้าง รายได้พวกเขามีเพียงเอมเมอร์หนึ่งกระสอบต่อวันซึ่งแบกกลับไหว พวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เกวียนบ่อยนัก มาอัตจึงไม่ได้รีบจัดหามาไว้ให้แต่ตอนนี้แต่ละบ้านมีธัญพืชกองสุม

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 3 หลงทาง 1/2

    นั่งรถยนต์มาสี่ชั่วโมงกว่าจะถึงที่เมืองเทล เอล-อามาร์นา ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งเดิมของมหานครโบราณ แต่ที่แห่งนี้ถูกทำลายเหลือเพียงแค่เสาหลักเขตเมืองผุพังทั้งสิบหกแห่งให้ได้ชื่นชมเท่านั้น หลังจากนั้นพวกเขาเดินทางต่อจากที่นั่นไปอีกหกกิโลเมตรเพื่อไปยังสุสานหลวงที่หุบเขารอยัลวาดิที่นี่เป็นสุสานที่สร้างขึ้น

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 2 แดนอียิปต์ 2/2

    เมื่อเดินมาถึงประตูวิหารเหล่าทหารเบื้องนอกก็ก้มตัวต่ำ นายทหารยศสูงเชิดอกมองตรงไปที่บนบ่าของเจ้าชีวิต ไม่มีใครกล้าสบตากับสมมติเทพในร่างมนุษย์ แม้แต่คนสนิทที่รออยู่ข้างกายก็ไม่อาจกระทำเช่นนั้น“อัย” องค์ฟาโรห์ส่งเสียงเรียกคนสนิท สองขายังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ที่ด้านหลังติดตามมาด้วยทหารหลายสิบนา

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 2 แดนอียิปต์ 1/2

    ร่างสูงสง่ากำยำแหงนมองสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ที่สาดรัศมีเป็นรูปพระกรของเทพอาเทน สิ่งนี้ถูกสลักลงบนผนังของวิหารในเขตเมืองคาร์นักซึ่งเป็นวิหารแห่งใหม่ ความโอ่โถงของวิหารไม่ได้ใหญ่โตเท่ากับวิหารแห่งอามุนที่อยู่ไม่ไกล แต่ที่แห่งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมากอยู่ดี จะอย่างไรเทพอาเทนก็เป็นเทพที่องค์ฟาโรห์สักก

  • ณ ห้วงไอยคุปต์   บทที่ 1 เสียงเพรียก 2/2

    ปัจจุบันเมื่อเติบโตร่างกายทนแสงแดดได้มากขึ้น แต่จะอย่างไรก็ไม่สามารถยืนให้ดวงตะวันแผดเผาได้เป็นเวลานานอยู่ดี“เนฟหนอเนฟ อยู่ดีไม่ว่าดีก็เก็บเอาใครไม่รู้มาฝันทุกคืน เธอต้องการอะไรเนี่ย” เนเฟอร์จ้องมองเงาร่างในกระจกเขม็งการสื่อสารกับตนเองช่วยทำให้เข้าใจจิตใจของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ทั้งยังช่วยแยกแยะ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status