LOGINวิธีการเข้าหาผู้อื่นเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเป็นมิตร และทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงเจตนาที่ดี ทั้งยังต้องมีความมั่นใจในการแสดงออกประมาณหนึ่ง
เนเฟอร์พยายามโบกไม้โบกมือ มุมปากยังแต้มรอยยิ้มตลอดเวลา ด้วยหวังว่าคนกลุ่มนี้จะเข้ามาสอบถามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือความเคารพอย่างสูงที่เห็นแล้วต้องตาโตแล้วนิ่งค้างในท่าทางโบกมือแบบนั้นไปชั่วครู่
ผู้คนเบื้องล่างห้าสิบกว่าคนต่างหมอบกราบ ลำตัวโค้งลงหน้าผากแนบพื้น ทั้งยังพึมพำคำกล่าวเป็นจังหวะคล้ายบทสวด
ในมุมมองของผู้อพยพเบื้องล่าง สิ่งที่พวกเขาเห็นคือสตรีงดงาม ใบหน้าดูนุ่มนวลอ่อนโยนต่างจากโครงหน้าที่ค่อนข้างคมชัดของผู้คนในสังคม ลักษณะภายนอกอื่น ๆ ก็ต่างจากคนทั่วไป อีกทั้งดวงอาทิตย์ที่อยู่เบื้องหลังศีรษะของเธอพอดี ราวกับเทพีฮาธอร์ผู้สวมมงกุฎแห่งดวงอาทิตย์ตามความเชื่อโบราณ
เนเฟอร์ไม่ได้ตกใจนานนัก เธอคาดเดาจากชุดที่พวกเขาสวมใส่ แล้วคิดว่าพวกเขาอาจเป็นชนพื้นเมืองหรือชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอย่างโดดเดี่ยว คนเหล่านี้มักมีความเชื่อเป็นของตนเอง และอาจกำลังเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง
“พวกคุณทำอะไรกันคะ พอจะช่วยฉันลงไปจากที่นี่ได้หรือเปล่า” เนเฟอร์พยายามพูดเป็นภาษาอังกฤษในการสื่อสารที่เป็นสากลที่สุด แต่การตอบรับไม่ได้ดีอย่างที่คิด
ผู้คนเบื้องล่างยังคงก้มต่ำอยู่แบบนั้น ยิ่งเมื่อได้ยินภาษาที่ไม่เข้าใจยิ่งหมอบกราบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง พฤติกรรมคล้ายกับรอรับการสั่งสอนจากบุคคลผู้มีอำนาจเหนือกว่า
เนเฟอร์เข้าใจพฤติกรรมของผู้คนในลักษณะนี้อยู่บ้าง จึงได้ตัดสินใจเงียบเสียงลงและให้พวกเขาทำความเข้าใจด้วยตนเองว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นผิดพลาด
หุบเขาหินแห่งนี้เหลือไว้เพียงความเงียบ เสียงเดียวที่มีคือเสียงสายลมพัดผ่านร่องหินเบา ๆ
ผ่านไปหลายนาทีก่อนที่ผู้ที่เหมือนจะเป็นผู้นำกลุ่มผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรง เขาเป็นชายวัยฉกรรจ์ที่มีร่างกายสูงใหญ่แข็งแรง กล้ามเนื้อหนาแน่นบนช่วงบ่าทำให้รู้ว่าเขาเป็นผู้ใช้แรงงานในการทำงานหนักคนหนึ่ง
อีกฝ่ายแอบเหลือบมองมาที่เนเฟอร์ เมื่อเห็นสตรีผมขาวส่งยิ้มมาให้เขาก็หลบสายตา ก่อนจะเหลือบมองมาอีกครั้งอย่างช้า ๆ เมื่อคิดดูแล้วรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เทพีผู้สูงส่งอย่างที่พวกเขาเข้าใจจึงได้มองกลับตรง ๆ เป็นครั้งแรก
เนเฟอร์ขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถ พลางก้มหน้าลงไปหาพวกเขามากขึ้นจากเหนือเนินเขาหินขนาดย่อมด้านบน ดวงอาทิตย์ที่แผ่รัศมีอยู่ด้านหลังจึงเยื้องออกไปด้านข้าง ไม่ได้ซ้อนทับกับเงาร่างของเธออีก
ชายหัวหน้ากลุ่มที่เห็นว่าเข้าใจผิดจึงพรูลมหายใจออกมา ก่อนจะหันไปพูดกับผู้คนรอบตัว
ผู้คนเริ่มกลับมามีสติกันอีกครั้งพลางสังเกตหญิงสาวที่อยู่บนเนินหิน ดูเหมือนไม่มีใครโทษเธอที่ทำให้เข้าใจผิด จะอย่างไรวิถีชีวิตของพวกเขาผูกพันกับทวยเทพเป็นอย่างมาก บางครั้งนอกจากความเคารพแล้วยังมีความเกรงกลัวอยู่หลายส่วน แต่เมื่อเห็นว่าบุคคลตรงหน้าเป็นมนุษย์เหมือนกันจึงไม่ได้มีท่าทางแปลก ๆ ให้เห็นอีก ทั้งยังรู้สึกโล่งใจเสียด้วยซ้ำ
สำหรับพวกเขาเหล่านี้ ทวยเทพมิใช่แค่สิ่งที่น่าเคารพยกย่องเพียงเท่านั้น ยังเป็นสิ่งที่น่าหวั่นเกรงจากก้นบึ้งของหัวใจ
คนด้านล่างตะโกนขึ้นมาหลายเสียง สำเนียงคล้ายจะต่างกันอยู่บ้าง เนเฟอร์แน่ใจว่าพวกเขาพยายามสื่อสารในภาษาของตนเองในหลาย ๆ รูปแบบเพื่อสื่อสารกับเธอ นั่นทำให้เธอยิ้มกว้างมากขึ้น
เมื่อมีความพยายามในการจะสื่อสารกลับมา นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายมีความปรารถนาดีและพยายามสอบถามถึงเหตุการณ์เพื่อช่วยเหลือ
ในเมื่อยังไงก็พูดคุยกันไม่เข้าใจอยู่ดี ภาษาเดียวที่บอกความหมายได้ก็คือภาษากาย เนเฟอร์จึงชี้นิ้วมาที่ตนเองและชี้ลงไปเบื้องล่าง พยายามบอกว่าเธอต้องการลงไป
ก่อนหน้านี้ในการขึ้นเนินหินหน้าสุสานหลวงของเธอ มีบันไดถูกสร้างขึ้นเพื่อความสะดวกในการขึ้นลง แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับสู่ครรลองแห่งธรรมชาติไปหมดแล้ว
ตอนนี้ตรงหน้ามีแค่เนินหินขรุขระทั้งยังสูงชันจนแทบจะตั้งฉากกับพื้น แม้แต่คนที่ปีนภูเขาจำลองเป็นงานอดิเรกอย่างเธอยังต้องคิดหนักเมื่อไม่มีอุปกรณ์ช่วยเพื่อที่จะปีนลงไป
ผู้คนด้านล่างเริ่มปรึกษากันแล้ว ทั้งยังชี้ไม้ชี้มือขึ้นมา
ส่วนเนเฟอร์ทำได้แค่รอพวกเขาจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้เท่านั้น
หากเป็นนักบวชสูงสุดของเทพองค์อื่นมีหรือที่วิเซียร์จะสามารถเรียกให้เข้าพบได้เช่นนี้ แต่ทุกคนในที่นี้ย่อมรู้ถึงความคิดของนายเหนือหัวที่ต้องการลดบทบาทของบักบวชลง ดังนั้นศักดิ์ฐานะของตัวแทนเทพจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเมรีเรไม่ยี่หระต่อเรื่องทำนองนี้เท่าไหร่ ด้วยการเป็นนักบวชของเทพชั้นรองมาก่อน อำนาจแต่เดิมน้อยเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ตอนนี้จึงเรียกว่าถูกยกสูงขึ้นอย่างแท้จริง แม้อำนาจจะน้อยกว่าวิเซียร์ แต่ก็สูงกว่าผู้อื่นอยู่ดีเคหสถานของผู้ดูแลบ้านเมืองที่เป็นรองแค่องค์ฟาโรห์อยู่ห่างจากกำแพงราชวังไม่ไกล แต่จุดที่เมรีเรต้องไปพบกลับอยู่ภายในกำแพงของวังใหม่ เนื่องจากข้างในมีที่พักชั่วคราวสำหรับผู้มีตำแหน่งสูงเพื่อสะดวกในการทำงานภายในราชวังของอียิปต์ เสียงของการสกัดหินแว่วมาตามสายลมเมื่อเมรีเรก้าวผ่านธรณีประตูเข้าสู่ห้องโถงรับรองชั่วคราวอันเป็นที่พำนักของวิเซียร์อัย ที่นี่ตกแต่งเรียบง่ายทว่าซ่อนความเคร่งขรึมจริงจังไว้ภายใต้การจัดวางเครื่องเรือนที่เป็นระเบียบทุกตารางนิ้วภายในห้องมีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้สำหรับชนชั้นสูงตั้งอยู่ ไม้ซีดาร์สีน้ำตาลแดงถูกขัดเงาวาววับที่ราคาสูงพอ ๆ กับรายได้ชาวบ้านครอบครัวห
ขนมปังของเนเฟอร์ย่อมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แค่บอกเล่าปากต่อปากว่ามีขนมปังไร้กรวดขายก็มีคนนำสิ่งของมาแลกไม่ขาดเรื่องเครื่องบดแป้งย่อมปิดเอาไว้ไม่มิด คนในกลุ่มถึงกับสร้างบ้านหลังเล็กเอาไว้เก็บเจ้าสิ่งนี้แล้วเปลี่ยนเวรกันเฝ้าเพราะกลัวว่ามันจะถูกขโมย แม้ว่ายุคนี้จะไม่ค่อยมีการขโมยของกันสักเท่าไหร่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าของสำคัญเช่นนี้จะไม่หายไปนานวันเข้าข่าวคราวย่อมไปถึงหูของช่างหินที่จัดทำมันขึ้นมา ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ ย่อมเป็นคำที่ผิดยุคไปเสียหน่อย พวกเขาล้วนไม่มีแนวคิดเช่นนี้ ช่างหินจึงได้จัดทำมันขึ้นอีกครั้งเพื่อขายให้คนชนชั้นสูงที่มีกำลังทรัพย์เนเฟอร์คาดเดาได้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น แต่เธอไม่คิดขัดขวาง อีกทั้งขณะว่าจ้างยังไม่คิดปิดบังรายละเอียดการจัดสร้างของมัน เพราะเธอรู้ว่ามนุษย์นั้นมีความโลภ เธอไม่อยากเป็นเป้าเพียงลำพัง การกระจายตัวของสิ่งของชนิดนี้จึงจำเป็นอีกทั้งเป้าหมายของเธอคือชนชั้นล่างไปถึงชนชั้นกลางที่ต้องการอาหารดี ๆ พวกเขาไม่มีทรัพย์สินพอจะซื้อเคร
ครั้งนี้สิ่งที่เนเฟอร์ต้องการทำไม่ใช่แค่ขนมปังแต่เป็นเค้กไข่ด้วยขั้นตอนที่จะทำให้เค้กนุ่มฟูจำต้องตีไข่ให้ขึ้นฟอง อากาศที่เข้าไปภายในทำให้เนื้อสัมผัสที่จะทำออกมานุ่มนวลมากขึ้นเนเฟอร์สอนเนบอาตีไข่ ไปกำกับการคั้นน้ำอินทผลัมกับยายไทเย ทั้งยังหันไปช่วยร่อนแป้งกับอูราเป็นพัก ๆ ส่วนผู้เฒ่าโฮเรมหลานสาวเรียกกลับบ้านไปแล้วเมื่อได้แป้งมาครึ่งหนึ่งที่ต้องการเนเฟอร์จึงค่อย ๆ ผสมน้ำอินทผลัมพร้อมกับนมก่อนจะนวดไปมา เมื่อแป้งเหนียวได้ที่ก็ใส่หัวเชื้อแล้วพักเอาไว้ให้มันหมักตัวเอง ซึ่งใช้เวลาเซ็ตตัวประมาณครึ่งวัน แป้งในส่วนที่เตรียมนี้จะใช้ทำขนมปังหวานรสอินทผลัมแป้งอีกครึ่งถังเนเฟอร์ย่อมต้องนำมาทำในสิ่งที่อยากกินมานาน นั่นคือเค้กไข่คนยุคนี้ไม่รู้จักเค้ก หญิงสาวจึงเรียกมันง่าย ๆ ว่าขนมปังนุ่มให้คนอื่นเข้าใจถึงมันได้ง่ายขึ้น การเตรียมของสิ่งนี้ต่างจากขนมปังปกติในยุคอยู่นิดหน่อยเนเฟอร์เติมน้ำผึ้ง เนย และนมลงไปในไข่ที่ตีจนขึ้นฟูก่อนจะค่อย ๆ เทแป้งลงไปแล้วคนเบา ๆ ไปมา เมื่
"ไหน ใครต้องการให้ข้าช่วย” เสียงผู้เฒ่าลอยมาก่อนตัว ทั้งยังดูทรงพลังแข็งแรงดีแม้จะอายุอานามปาเข้าไปหกสิบกว่าปีแล้วเนเฟอร์เชิญเขาเข้ามาในร่ม ที่ตรงนี้เป็นเพิงขนาดเล็กข้างตัวบ้านที่ยายไทเยมักจะมานั่งตรวจคนป่วย“ข้าต้องการด้ามจับไม้เอาไว้สอดในร่องหินตรงนี้ค่ะ” เนเฟอร์ชี้ชวนให้อีกฝ่ายดู “ท่านพอจะทำได้ไหม แล้วใช้เวลานานไหมคะ” เธอถามต่อในคราที่เธอให้ช่างหินทำสิ่งนี้ไม่ได้ทำด้ามจับเป็นหินไปเลย เพราะจำเป็นต้องให้ด้ามที่ยื่นออกมามีความยาวประมาณหนึ่ง ซึ่งหินมีความเปราะเกินไป มันแตกหักเสียหายได้ง่าย เธอจึงสั่งทำให้มันเป็นร่องเพื่อสอดไม้เข้าไปแทนผู้เฒ่าโฮเรมก้มลงจ้องแท่นหินตรงหน้าเกือบชิดก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างมั่นใจ “ฮึ เรื่องง่าย ๆ” เขาหันไปทางอูราแล้วสั่งการทันที “เจ้าหนุ่ม ไปเลือกไม้ข้างบ้านข้ามาสักสองสามท่อน เอามีดที่อยู่ใกล้ ๆ กันมาด้วย” พูดจบก็ไม่สนใจชายหนุ่มที่วิ่งหน้าตั้งออกไปแล้วหันมาพินิจร่องของแท่นหินต่อช่วงที่ยัง
“ท่านหญิงต้องการสักเท่าไหร่ขอรับ” ผู้ขายยังคงถามไถ่เมื่อเห็นสีหน้าของผู้ซื้อไม่ได้เปลี่ยนแปลงเมื่อได้ยินราคาเนเฟอร์ย่อมไม่เปลี่ยนสีหน้าให้โดนดูถูก ส่วนในใจกำลังคิดทบทวนว่าสิ่งนี้คุ้มค่าที่จะซื้อหาหรือไม่โดยทั่วไปแล้วอียิปต์มีสิ่งแทนน้ำตาลอีกอย่างหนึ่งคือผลไม้ ผลไม้ที่หวานที่สุดคือผลอินทผลัม รองลงมาคือมะเดื่อและพวกผลไม้อบแห้งผลอินทผลัมมีอยู่บ้างในบ้านของเนเฟอร์ ราคาของมันครึ่งกระสอบแค่ครึ่งเดเบน ถูกกว่าน้ำผึ้งไม่รู้กี่เท่า แต่ผลชนิดนี้กลับมีกลิ่นเฉพาะตัวชัดเจนจนสามารถกลบกลิ่นอื่นในอาหาร เธอต้องการกินขนมปังรสหวานกลิ่นหอมของแป้ง ไม่ใช่กลิ่นหอมของอินทผลัมเนเฟอร์ตัดใจซื้อน้ำผึ้งหนึ่งเหยือกเท่านั้น สิ่งนี้ย่อมเก็บไว้กินเองกับยายไทเย ส่วนขนมปังชิ้นอื่นคงต้องใช้ผลอินทผลัมแล้ว จะอย่างไรชาวอียิปต์โบราณคงไม่เคยกินสิ่งที่เรียกว่า ‘เค้ก’ แบบนี้มาก่อน กลิ่นและรสชาติคงพอรับได้อยู่บ้าง“ไปเก็บเงินที่บ้านได้ไหมเจ้าคะ ข้าไม่ได้นำสิ่งแลกเปลี่ยนมาด้วย” เนเฟอร์พูดกับพ่อ
“ย้ายไปไกลเชียว” สตรีวัยกลางคนพึมพำก่อนที่พวกเขาจะได้คุยกันต่อก็เห็นตัวเมืองที่อยู่ไกลออกไปลิบ ๆ มาอัตจึงเรียกทุกคนที่กระจายตัวอยู่ให้ขยับเข้ามารวมกลุ่ม“จำไว้ว่าพูดให้น้อย จะซื้อขายต้องนัดหมายให้ชัดเจน ครั้งหน้าจะได้ขนสินค้ามาพร้อมกันทีเดียว” มาอัตหันมาบอกทุกคน“ช่วงนี้พวกเราขอยืมเกวียนที่หมู่บ้านข้าง ๆ บ่อยมาก พวกเขาเหมือนจะไม่พอใจแล้วนะเจ้าคะ เมื่อไหร่หมู่บ้านเราจะกลับมามีเกวียนของตัวเองเสียที” สตรีนางหนึ่งพูดขึ้นมา“เดี๋ยวข้าจะหามาไว้ให้” มาอัตตอบรับความจริงในหมู่บ้านเดิมมีเกวียนอยู่เล่มหนึ่ง แต่การย้ายเมืองต้องเดินทางมาทางเรือ เขาจึงจำเป็นต้องขายเกวียนทิ้งไปก่อนการเดินทาง อีกทั้งพวกเขาเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่กี่หลังคาเรือนที่รวมตัวกันขึ้นมาจากช่างก่อสร้าง รายได้พวกเขามีเพียงเอมเมอร์หนึ่งกระสอบต่อวันซึ่งแบกกลับไหว พวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เกวียนบ่อยนัก มาอัตจึงไม่ได้รีบจัดหามาไว้ให้แต่ตอนนี้แต่ละบ้านมีธัญพืชกองสุม
ช่วงนั้นเหล่าหญิงสาวกำลังเตรียมอาหาร ขนมปังแห้งและเนื้อปลาตากแห้งดูเหมือนจะเป็นอาหารหลัก จะอย่างไรพวกเขาเดินทางมาไกล อาหารที่มีจึงเป็นอาหารที่เก็บได้นานทั้งสิ้นเนเฟอร์ใช้ช่วงเวลานั้นเรียกหญิงชราเอาไว้ เธอยื่นสร้อยคอที่ถือไว้ให้แล้วชี้ไปที่อาหาร“ไทเย นั่น แลก
เมื่อเท้าแตะพื้นเนอเฟอร์ก็พรูลมหายใจออกมา การลงจากความสูงสามชั้นด้วยเชือกเส้นเดียวทั้งยังไม่มีเซฟตี้เป็นอะไรที่อันตรายพอดู หลังจากนั้นเธอก็แหงนมองไปยังอูราที่อยู่ด้านบนเพื่อส่งสัญญาณให้เขาลงมา ก่อนที่เธอจะหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่มองมาอย่างสนอกสนใจ“เธอสวยกว่าพี่เยอะเลย&rdq
“มาอัต พ่อจะช่วยเธอเหรอ” สตรีร่างเล็กผิวคล้ำสอบถามขึ้นมา“อืม ผู้หญิงคนเดียวอยู่ในที่แบบนี้ ถ้ารอดคืนนี้ไปได้คืนต่อไปก็คงไม่รอดอยู่ดี” มาอัต ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มตอบกลับ“แต่ดูเหมือนเธอจะเป็นคนต่างอาณาจักร” เธอแย้งมาอัตส่
“พ่อ แม่ คุณไกด์ มีใครอยู่ไหมคะ” เนเฟอร์ส่งเสียงเรียกออกไปอีกครั้ง แต่สิ่งที่เธอได้ยินกลับมามีเพียงเสียงสะท้อนของตนเองเธอไม่ได้เดินลึกเข้าไปเพื่อตามหาคน เธอเลือกที่จะเดินกลับไปในทิศทางที่จำได้ว่าเป็นทางออกก่อนมาเที่ยวเธอกับครอบครัวได้นัดหมายกันล่วงหน้าในเรื่องนี้แล้ว ว่าหากเกิดเหตุผิดพลาดอะไรก็ตา







