LOGIN“อ๋อ คือบ้านนี้น่ะเป็นเรือนหอรอรักของพรรณกับแฟนเขาค่ะ”
ธรณ์ฟังแล้วก็ให้รู้สึกแปลก ๆ บอกตัวเองให้เลิกสนใจบ้านหลังเล็ก รวมถึงเจ้าของบ้านไปเสีย “พรรณกับแฟนคบกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยแล้วค่ะ ทางนั้นเป็นรุ่นพี่คนละคณะ จบไปแล้วแต่ดันมาปิ๊งพรรณ แล้วรู้ไหมคะว่าใกล้จะถึงวันแต่งอยู่แล้วเชียว แฟนพรรณดันไปทำผู้หญิงคนอื่นท้อง จากนั้นก็เลย...” ไอลดาละไว้ พร้อมด้วยแววตาเสียใจแทนเพื่อน เพราะตนเองชะตากรรมก็ไม่ได้ต่างจากพรรณวษาในตอนนั้นเท่าไรนัก
“แล้วเก็บบ้านนี้ไว้ทำไม เอาไว้ระลึกถึงไอ้นั่นหรือ” ธรณ์ถามเสียงแข็งออกไปไม่ทันรู้ตัว ไอลดาถือผลไม้ค้างไว้ในมือ จ้องตาธรณ์เขม็ง ก่อนจะถามปนขำกลับไป
“แล้วพี่ธรณ์ไปโกรธใครมาคะเนี่ย”
“เปล่า” บอกปัด ทำทีลุกไปหยิบผลไม้มากินอีกชิ้น
“จะไม่เก็บได้ยังไงล่ะคะ ก็บ้านหลังนี้น่ะ เงินของพรรณคนเดียวที่ซื้อมา ทั้งเงินวางดาวน์ เงินผ่อน ตกแต่งภายใน จัดสวนรอบบ้านนี่ก็เงินของพรรณทั้งนั้น”
ธรณ์ฟังจบ ส่ายหน้าให้อย่างเดียว ไม่ออกความเห็นใด ๆ อีก ทำตัวเป็นคนเคร่งระเบียบ กฎเกณฑ์ ไม่เหมาะสม ไม่ควรอย่างนั้นอย่างนี้ ที่แท้ก็ช้ำรักมาก่อน คิดอย่างหมิ่น ๆ เลยเลิกสนใจบ้านและเจ้าของบ้านหลังนี้ไปโดยปริยาย ถามเรื่องของไอลดาบ้าง เมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนมีสีหน้าสบายใจขึ้นบ้างแล้ว
“แล้วนี่ไม่กลับบ้านกลับช่องหรือไงเราน่ะ”
“ยังค่ะ”
ไอลดาตอบสั้น ๆ แค่นั้นแล้วเลิกคุยเรื่องของตัวเอง ชวนคุยเรื่องอื่นต่อหลังจากนั้น ธรณ์เงียบไปครู่แล้วเอ่ยขึ้นอย่างนึกอะไรได้
“พี่ว่า เราอยู่กันสองคนแบบนี้ใครมองคงไม่ดี”
“ใครจะมองล่ะคะ ในบ้านไม่มีใครสักคน ข้างนอกก็ไม่มีใครสนใจเราอยู่แล้ว”
“เพื่อนเราจะเลิกงานกี่โมง เดี๋ยวพี่มาใหม่ตอนมีคนอื่นอยู่ด้วยดีกว่า จะได้ไม่มีคนเอาไปพูดให้ด้าเสียหายได้”
ไอลดาเงียบไปแล้วตัดสินโป้ปดธรณ์
“อยู่เป็นเพื่อนด้าก่อนเถอะนะคะ เมื่อตอนพรรณออกไปทำงาน ด้าเห็นมีคนมายืนเกาะประตูมองอยู่ตั้งนาน แถวนี้ทำงานออฟฟิศกันหมดหรือไงไม่รู้ ปิดบ้านเงียบเชียบเลย ไม่มีใครให้ร้องขอความช่วยเหลือเลยสักหลัง เกิดมันมาอีกแล้วปีนเข้ามา ด้าจะทำยังไงเนี่ย”
“แล้วทำไมไม่บอกพี่ตั้งแต่แรก” ธรณ์ล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาไถจอ เสียงเครียดไม่น้อย “เดี๋ยวพี่โทร.บอกพี่ที่ดูแลเขตนี้ก่อน”
ธรณ์มีคอนเน็กชันค่อนข้างเยอะ ตำรวจ ทหาร นักการเมือง พ่อค้า เจ้าของธุรกิจเขารู้จักไปหมด แล้วก็พึ่งพาขอความช่วยเหลือกันได้อีกด้วย ไอลดายิ้มบาง ๆ บอกเสียงอ่อนเสียงหวานว่า
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่พี่ธรณ์อยู่เป็นเพื่อนด้าก็พอแล้ว”
ธรณ์มองอดีตคนรักแล้วยอมอยู่เป็นเพื่อนในที่สุด ก่อนจะชวนกันทำอะไรกินกันในบ้านหลังเล็กของพรรณวษาในเวลาต่อมา
อาการเมาบกยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง แม้ขณะนั่งนิ่ง ๆ อยู่นี้ ก็คล้ายกับว่ารอบตัวยังโคลงเคลงเล็กน้อยราวกับนั่งอยู่บนเรือ แล้ววันทำงานวันแรกของพรรณวษาก็เริ่มต้นได้ไม่ค่อยดีนัก
นอกจากจะตื่นช้ากว่าทุกวันจนทำให้ออกจากบ้านสายแล้ว เธอไปถึงป้ายรถประจำทาง ยังคลาดกับรถที่ขึ้นตรงเวลาทุกวันเสียอีก เมื่อขึ้นไม่ทัน เลยต้องยืนรออีกเป็นนาน อีกทั้งเป็นเช้าทำงานวันแรก คนเลยแน่นขนัดไปทั้งคันรถ ถึงที่ทำงานก็พบว่าตัวเองสายอย่างที่ไม่เคยเลยสักครั้ง ตั้งแต่เริ่มทำงานมา
“ทุกคนจ๊ะ”
เอื้อมพรเรียก เดินเข้ามายืนตำแหน่งเดิมที่ใช้ป่าวประกาศข่าวสาร ยิ้มเก๋ส่งให้น้อง ๆ ที่นั่งทำงานกันอยู่ ด้านหลังของเอื้อมพรมีหญิงสาวหน้าสวยเฉี่ยว แววตามั่นใจ ติดหยิ่งอยู่ไม่น้อย คนมากวัยกว่าจับแขนอีกฝ่ายไว้ แล้วดึงเบา ๆ ให้มายืนที่ด้านหน้า พร้อมแนะนำกับทุกคนในนั้น
“พี่พาสมาชิกใหม่มาแนะนำให้รู้จัก น้องเพิ่งจบ ที่ไหนนะคะหนู” เอื้อมพรขยับหน้าลงถามหญิงสาวข้างตัว น้ำเสียงเอาใจอยู่หลายส่วน เจ้าตัวเอ่ยชื่อสถาบันการศึกษาจากต่างประเทศด้วยสำเนียงไม่ผิดจากเจ้าของภาษาเลยสักนิด
พนักงานชายตะโกนขึ้นว่ายินดีต้อนรับครับ จนเอื้อมพรต้องโบกมือว่าให้เงียบก่อน ค่อยแนะนำต่อจากนั้น
“น้องชื่อเชอรีน และน้องจะมาทำงานกับเราตั้งแต่วันนี้ ที่สำคัญกว่านั้น น้องเชอรีนจะมาแทนตำแหน่งของคุณไก่จ้ะ”
เท่านั้นเอง ทั้งห้องก็เงียบงันไปหมด รวมถึงพรรณวษาด้วย อาการเมาบกของเธอแทนที่ด้วยอาการหูอื้อ ตาลายชั่วขณะ พอตั้งสติได้ เธอก็ก้มหน้าลงทำงานต่อ คนอื่นในห้องทำงานล้วนมองมาที่เธอด้วยสายตาเห็นใจเกือบทั้งห้อง รวมถึงไก่ หัวหน้าเก่าของเธอด้วย
“พรรณจ๊ะ เดี๋ยวเราพาน้องเชอรีนไปแนะนำกับทางแผนกอื่นทีนะ”
พรรณวษายิ้มรับ วางมือจากงานแล้วลุกขึ้นแนะนำตัวเองกับหัวหน้าคนใหม่ ก่อนพาอีกฝ่ายไปแนะนำกับทางแผนกอื่น คล้อยหลังเธอ คนในห้องก็เริ่มจับกลุ่มพูดคุยกัน
“น่าให้พี่ไก่พาไปนะคะ ทำไมต้องเป็นพี่พรรณด้วยก็ไม่รู้”
ไก่ถอนหายใจ ไม่อยากออกความเห็น
“สงสารพี่พรรณอะ”
คนอื่น ๆ พยักหน้าตามอย่างเห็นพ้องด้วย
พรรณวษาไม่เคยรู้สึกอยากกลับบ้านมากขนาดนี้มาก่อน ถึงเวลาเลิกงานเธออยู่ช่วยดูเอกสารคงค้างต่ออีกเกือบชั่วโมง ส่วนหัวหน้าคนใหม่เห็นคว้ากระเป๋าออกไปก่อนเวลาเลิกงานเสียอีก จนไก่ต้องออกปากไล่ให้เธอกลับบ้าน เดี๋ยวงานที่เหลือตนจะจัดแจงเองไม่ต้องห่วง พรรณวษาถึงได้เดินเอื่อย ๆ ลงจากอาคารสำนักงาน รอรถกลับบ้านไม่นาน เดินเข้าซอยหมู่บ้านด้วยความคิดวุ่นวายเต็มหัวไปหมด ผสมปนเปไปกับความผิดหวังในตำแหน่งหน้าที่การงาน จนไม่ได้สนใจว่าใครอยู่ในบ้านของเธอบ้าง
ไอลดาขยับลุกจากที่นอนเมื่อเห็นเจ้าของบ้านเปิดประตูเข้ามา แม้จะเพิ่งงัวเงียตื่น ก็รู้ได้ในทันทีว่าเพื่อนรักอารมณ์ไม่ดีเท่าไรนัก
“เป็นอะไรน่ะพรรณ ซึมกลับมาเลย”
พรรณวษาเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบน้ำที่แช่ไว้ออกมารินดื่ม บอกสั้น ๆ แค่ว่า “เซ็ง”
“เรื่องงานหรือ”
“อือ”
รับคำแล้วก็อยากพูด อยากระบายออกไปให้ใครสักคนฟัง เพราะเธอกับไอลดาก็มักจะผลัดกันเล่าเรื่องราวของตนเองให้กันฟังอยู่ออกบ่อยไป สุดท้ายก็เปิดปากเล่า ตบท้ายด้วยการบ่นถึงตำแหน่งงานที่ถูกคว้าเอาไปต่อหน้าต่อตา ผิดหวังอย่างบอกไม่ถูกไปเลย
ไอลดานิ่งฟังอย่างตั้งใจ แล้วก็ว่าขึ้นอย่างเข้าข้างเพื่อน
“ไม่แฟร์เลยนี่แบบนี้ เด็กเส้นหรือเปล่าพรรณ”
พรรณวษาส่ายหน้าเบา ๆ อย่างเนือย ๆ บ่นปิดท้ายอย่างคนพอจะทำใจได้แล้ว “ช่างเถอะ ถือเสียว่าไม่ใช่ของเราก็แล้วกัน”
แล้วนึกได้ว่าป่านนี้แล้ว ไอลดาจะทำอะไรกินหรือยัง ก็ต้องสะดุ้งเบา ๆ เมื่อเห็นเงาคนแวบผ่านทางด้านหลัง แล้วถึงได้เห็นว่าเป็นอดีตคนรักของไอลดานั่นเองที่โผล่ออกมาจากในห้องครัวเล็ก ๆ ของเธอ
ไอลดามองเพื่อนแล้วยิ้มประจบส่งให้ รู้ว่าพรรณวษาไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่มย่ามในบ้านของตัวเอง ยกเว้นแต่เพื่อนสนิทอย่างเธอเท่านั้น ก็รีบพูดยกความดีความชอบให้ธรณ์ไปว่า
“ด้ามึนหัวอีกแล้วพรรณ นี่ดีนะที่พี่ธรณ์แวะเอารถมาให้ เลยนั่งอยู่เป็นเพื่อนด้าด้วย” แล้วถามไปทางธรณ์ “ไหนคะเมนูสุดแซ่บของพี่ธรณ์”
พรรณวษาถามเสียงเรียบก็จริง แต่แววตาไม่พอใจเท่าไรนัก
“มาตั้งแต่ตอนพรรณออกไปทำงานนู่นน่ะหรือ”
“ไม่” ไอลดาปดอย่างคนชำนาญการ “เพิ่งมาถึงก่อนหน้าพรรณจะกลับนี่เอง” รู้ว่าเพื่อนต้องบ่นแน่ หากรู้ว่าธรณ์ขลุกอยู่ด้วยกันกับตนทั้งวัน แล้วก็ไม่เกินกว่าที่คาด เพราะพรรณวษาถือมากเรื่องแบบนี้
ธรณ์ผู้ไม่สนสี่หรือแปดวางจานในมือลง เอ่ยชวนสาว ๆ
ตั้งแต่แต่งงานกันจนวันนี้ พรรณวษายังไม่วี่แววจะมีลูกให้เขาได้ชื่นชมเลย ธรณ์พยายามจะไม่เร่ง แต่ก็อดคาดหวังอยู่ในใจลึก ๆ ไม่ได้ พรรณวษาไม่ได้คุมกำเนิด ร่างกายตรวจเช็กดูแล้ว แพทย์บอกว่าแข็งแรงดีทั้งสองคน แต่หากยังไม่ถึงเวลาลูกก็ยังไม่มาก็เท่านั้น เรื่องนี้ทั้งเธอและเขาคอยปลอบใจกันมาตลอด “ไม่รีบครับ จะรีบไปทำไมล่ะเนอะ” บอกแล้วก็เหมือนกับจะปลอบใจตัวเอง ยี่สิบสองเดือนแล้วที่เขากับพรรณวษาแต่งงาน ใช้ชีวิตด้วยกันมา ขยันทุกวัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ติดลูกสักที ย่อตัวลงไปลูบเจ้าเหมียวตัวหนึ่งที่เข้ามาคลอเคลียขาแบบอ้อน ๆ “เลี้ยงสาว ๆ พวกนี้แทนก็ดีเหมือนกัน” “คุณอยากมีลูกมากขนาดนั้นเลยหรือคะ” “อยากสิ อยากมาก ๆ เลยล่ะ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ แล้วถ้ามีลูก ผมก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้ลูก ๆ ของผม” ธรณ์ยอมรับตามตรง “แต่ถ้ายังไม่มา หรือคุณยังไม่พร้อม ผมก็ยอมรับได้ทั้งนั้น” ยิ้มบาง ๆ เดินไปหยิบแท่งตรวจครรภ์ที่แสดงผลเรียบร้อยส่งให้เขา ธรณ์รับมาดูอย่างงง ๆ ในทีแรก พอรู้แล้วว่าเป็นผลตรวจครรภ์ ก็โห่ร้
เธอร้องอย่างตกใจ ตาปิดลง ใบหน้าแดงจัด ขนกายลุกชันไปทั้งร่าง สะโพกบิดส่ายไปมากับสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิตของหญิงสาว และเพราะมัวแต่ปิดการรับรู้อยู่นั่นเอง จึงไม่ทันเห็นว่าธรณ์ผละออกจากเธอแล้ว เขาถอดเสื้อของเขาออกบ้าง ตามด้วยกางเกงอย่างไม่รีบร้อนเท่ากับตอนถอดชุดของเธอ “เรามีเวลาอีกทั้งคืน แล้วก็อีกหลายวันเลยทูนหัว” เขาบอกเสียงพร่า ก่อนจะตามลงมาจูบที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง พรรณวษาถึงได้ลิ้มรสชาติของตัวเองผ่านลิ้นร้อนของเขา ตอนนั้นเองที่ท่อนกายแข็งขึงเบียดบดอยู่กับหน้าท้องของเธอธรณ์ใช้ขาของเขาดันขาของเธอให้แยกออกช้า ๆ พร้อมกับแตะต้องเนื้อส่วนที่บอบบางที่สุดตรงแกนกายด้วยท่อนเนื้อแข็งและร้อนของเขา มือที่ร้อนพอ ๆ กับส่วนนั้น โลมลูบปลุกเร้าไปกับทุกจุด ผ่านจุดไหนก็ปลุกสัมผัสให้เสียดซ่านตรงจุดนั้น รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมออกมาทีละนิดจนต้องเปล่งเสียงร้องเรียกเขา “ธรณ์คะ” เธอมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนไม่รู้ตัว ธรณ์ไม่ตอบรับด้วยเสียง เขาก้มลงจูบปากเธอพร้อมกับสอดท่อ
ตอบสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขว่า “ค่ะ” “ผมถามได้ไหม” พยักหน้าให้เขาว่ามา “ทำไมคุณถึง…” ธรณ์พูดมาถึงตอนนี้ก็อึกอักหน่อยหนึ่ง “...ยอมใจอ่อนตอบตกลงแต่งงานกับผมแล้วล่ะ” “ก็คุณเล่นพาฉันไปงานถี่ จนอยากแต่งเลยน่ะสิคะ” “เอาดี ๆ น่า” ธรณ์เร่งเร้า ไม่อยากเชื่อว่านั่นจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงของเธอ “นี่ไงคะ” ชูให้เขาดูของชำร่วยในมือ ‘เวลามีแต่จะสั้นลงทุกวัน’ ‘เรามีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร’ “แล้วก็นี่ค่ะ ‘อยากทำอะไรก็ให้ทำ ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะมาไม่ถึง’ ” “เลยรีบแต่งงานกับผมน่ะหรือ” “ฉันอยากใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าที่สุดกับคนที่ฉันรักต่างหากล่ะคะ” บอกเขาออกไปแล้วก็เงียบไป ธรณ์เป่าลมออกจากปาก ถามเสียงลอย ๆ“นี่เรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย” “ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณกำลังฝันอยู่ต่างหาก” ธรณ์ไม่ยอมถูกอำคนเดียวแน่ “ฝันใช่ไหม อย่างนั้นผมจะได้ทำแบบนี้” แล้วรวบมือเธอไว้ ยื่นหน้าเข้ามา จะปล้นจูบเธอให้ไ
“ไม่เชื่อ” พยักหน้าด้วยความอายว่าใช่ เขาคือจูบแรกของเธอ เลยได้ยินเสียงธรณ์ร้องเยสดังลั่นห้อง หมั่นไส้เลยไล่เขาโดยไม่มองหน้า “กลับห้องได้แล้วค่ะ” “อะไรล่ะ ไล่ผมทำไม” “อยู่แล้วชอบทำแบบนี้ ไม่ให้อยู่” “ผมแค่สอนคุณจูบนิดเดียวเอง ไม่ทำอะไรมากกว่านี้หรอก สัญญาเลย” เลยหน้าตูมไม่พูดอะไรอีก ธรณ์เลยลุกขึ้นยืนยอมแต่โดยดี “โอเคครับ กลับก็ได้” ที่ยอมออกมา เพราะธรณ์เองก็แทบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเช่นกัน ถ้ายังไปวนไปเวียนอยู่ใกล้พรรณวษาแบบนี้ต่อ อาจมือไม้ไว แล้วก็อาจทำมากกว่านี้ก็ได้ ออกจากห้องพักของพรรณวษา ธรณ์ลงไปยังลานจอด พารถขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เป็นจุดนัดพบของพี่ ๆ และน้องชายร่วมสายเลือด ลงรถได้เดินหน้าตึงไปนั่งทอดอารมณ์คนเดียวข้างสระว่ายน้ำในรั้วบ้าน เสียงพี่ชายคนโตถามแหวกเสียงเพลงมาที่เขา “กลับมาเมื่อไร” “สองวันแล้วครับ” “ยังคบกันอยู่อีกหรือวะ” “ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ” “ก
“พี่ธรณ์รอจนเหี่ยวแน่งานนี้”ธรณ์มองแล้วนึกเคือง แต่ไม่ได้พูดอะไร หัสดินทร์ยกมือขอตัวรับสาย ทั้งสามคนเลยหันมาคุยกันต่อ โดยไอลดาเป็นคนเปิดเรื่องขึ้นว่า “ดีแล้วพรรณ แต่งไปก็จะเป็นแบบด้า อยู่แบบนี้ดีแล้ว” “อย่ายุแยงเพื่อนแบบนั้นสิ คู่แต่งงานเขาจะเป็นเหมือนเรากันหมดเลยหรือไง เดี๋ยวเขาก็กลัว ยืดเวลาออกไปอีก พี่จะทำยังไงล่ะ” “พี่ธรณ์ไม่เก่งเองนี่นา ช่วยไม่ได้” “เราเก่งตายละ ยัยคนท้อง” “ว่าด้าหรือ นี่แน่ะ ๆ” ไอลดาหยิบทิชชูตีแขนธรณ์ ธรณ์ทำเป็นร้องโวยวาย ชี้มือไปอีกทาง บอก “นู่น ๆ สามีแวะคุยกับสาวอีกแล้ว” ไอลดาหันไปมองทันที แล้วค่อยกลับมาคุยด้วย ตอนที่เธอเอ่ยถาม “ปกติดีใช่ไหม ด้ากับคุณเอสน่ะ” “อือ ก็ดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง” ไอลดาเงียบไปเดี๋ยวเดียวก็พเยิดหน้าไปทางหัสดินทร์ บอกอย่างฉุน ๆ “นั่นน่ะ เพื่อนในกลุ่มฮี แล้วก็เป็นเพื่อนนอนฮีด้วย” พรรณวษามองตามก็ได้แค่ถอนใจ “แต่ทำไงได้ล่ะ ด้ารักเขานี่ หลัง ๆ เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไร่แล้ว บอกให้เขาไปปรามนังพวกนั้นว่าห้ามมากวนประ
“คบยังไม่ถึงปีเลยก็จะแต่งกันแล้วหรือวะ” ธรณ์ถามเสียงดัง พรรณวษาช้อนตาขึ้นมองเขา เห็นธรณ์ทำทีเป็นยุ่งกับงานเอกสารตรงหน้าเขา ก็ค่อยลดสายตาลงที่งานตรงหน้าอย่างเดิม “ไม่ไปได้ไง เพื่อนรักกูแต่งงานทั้งที กระชั้นไปนะ กูเตรียมตัวไม่ทัน ได้ ไว้เจอกัน” เขาวางสายแล้วก็ทำเงียบ ไม่คุยอะไรกับเธอ ตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ธรณ์ก็ยังไม่คุยอะไรกับเธอเลย ที่แท้เพราะรอจังหวะอยู่นั่นเอง พอมีเหตุให้ชวนคุย ธรณ์ก็ค่อยเอ่ยว่า “อาทิตย์หน้านี้ผมจะเข้ากรุงเทพฯ” ขีดสัญลักษณ์บนกระดาษแล้วค่อยพยักหน้าตอบรับเขา “ค่ะ” ค่อยก้มหน้าทำงานต่อ “ไปด้วยกันไหมครับ” “ไปทำไมคะ” “ก็...” คนชวนทำอึกอัก ก่อนจะนึกเหตุผลได้ว่า “ก็ไปดูแบบผ้าม่านกันไง เห็นคุณบ่นว่าอยากเปลี่ยนใหม่ไม่ใช่หรือ” “คุณให้ร้านมาดูแล้วนี่คะ” “ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ คนอื่นเขาพาแฟนไปกันทั้งนั้นเลย” “เพื่อนคุณ แก๊งไฮโซนั่นน่ะหรือ” “ใช่ที่ไหน เพื่อนผมก็คนธรรมดาทั้งนั้น มีหมดแหละ ท







