Mag-log inธรณ์ไม่ลืมย้ำเพื่อน เวลาไปไหนธรณ์จะต้องหอบของไปฝากผู้ใหญ่เสมอ ทั้งรู้จักพูดรู้จักอ้อน จนแม่และป้าของแจ็คหลงธรณ์ เอ็นดูธรณ์กันแทบทั้งนั้น ชมไม่ขาดปากว่าอัธยาศัยดี มีน้ำใจ เข้ากับผู้ใหญ่เก่ง
“กูไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมแม่กูไม่รักกูเลย เพราะมึงแบบนี้ไงธรณ์ เออ ขอบใจมาก กลับห้องแล้วนะเว้ย”
แจ็คโบกมือลาทุกคน เดินไปหาแฟนสาวที่ยืนหน้ามุ่ยรออยู่ ธรณ์นึกได้ หันมาบอกกับไอลดาว่า “พี่บอกด้าหรือยัง ว่าพรุ่งนี้พี่ต้องกลับแล้ว”
“จริงหรือคะ งั้นด้ากลับด้วย”
พรรณวษาค่อยเหลือบตามองทางเพื่อน ทีเธอชวนกลับไม่กลับ ได้ยินทั้งสองคนนัดแนะเวลาเดินทางเรียบร้อย มื้อเย็นเลยนั่งกินอะไรกันตรงหน้าหาด ดื่มด่ำบรรยากาศเป็นวันสุดท้าย มองเก็บบรรยากาศไปเรื่อย ๆ ก่อนจะได้กลับสู่โลกของตัวเองในวันพรุ่งนี้
“ไหวไหมด้า แวะหาหมอหน่อยดีไหม”
ถามจบ มองหน้าไอลดาที่ซีดจนผิดตากว่าทุกวัน เจ้าตัวพิงศีรษะกับเบาะรถ ไม่พูดจาสนุกสนานแบบทุกครั้ง ก็ยิ่งเป็นห่วงไปกันใหญ่
“ด้าว่านะ ด้าต้องเมาบกเหมือนพรรณแน่ ๆ เลย แต่มันคงดีเลย์ไง เพิ่งมามีอาการ”
พรรณวษาเห็นพ้องด้วย ยอมรับว่าตัวเองก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไร “นี่พรรณก็ยังรู้สึกโคลง ๆ อยู่เหมือนกันนะ ถ้ารู้ว่าไปแล้วจะไม่สบายตัวแบบนี้ ไม่น่าไปเลย”
“ไม่ได้ดำน้ำนานแล้วนี่นา ตั้งสี่ปีแล้ว” ไอลดานึกถึงแล้วก็ให้โหยหาไม่หยุด สี่ปีที่เลิกราจากธรณ์ เธอไม่เคยได้ลงดำน้ำหรือทำกิจกรรมผาดโผนอีกเลย เพราะหัสดินทร์ไม่ใช่ผู้ชายแนวผจญภัยแบบธรณ์ เธอเคยชวนเขา ขานั้นก็ยอมไปแค่ช่วงแรก ๆ ที่ตกลงคบหากัน แต่พอหลังแต่งงาน หัสดินทร์ไม่ไปด้วยอีกเลย เขาอ้างเรื่องงานที่ตารางแน่นแทบตลอดเวลา
ยิ่งนึกถึงสามีก็ยิ่งผะอืดผะอม ร้องขอเพื่อน
“มีอะไรเปรี้ยว ๆ ไหมพรรณ ด้าอยากเอามาเคี้ยวหน่อย เผื่อจะดีขึ้น”
“เดี๋ยวนะ พรรณลงไปดูให้”
พรรณวษาลงจากรถอย่างยากลำบากอยู่บ้าง เพราะเป็นรถคันสูง ที่เธอไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไรนัก ปกตินั่งแต่รถสาธารณะเสียส่วนใหญ่ รถของไอลดาก็เป็นรถเก๋งแบบเล็ก ๆ ไม่สูงเท่านี้ เนื่องจากเช้านี้ไอลดาอาเจียนตลอด ทั้งยังบ่นเวียนศีรษะ หน้าซีดมากด้วย ธรณ์จึงให้ทุกคนย้ายไปขึ้นรถของเขา ส่วนรถของไอลดา ชายหนุ่มให้คนของเขาขับตามไปส่งให้ทีหลัง
ธรณ์ที่เสร็จจากงานด้านในแล้ว เตรียมเดินทาง สวนออกมาพอดี เห็นเธอปิดประตูรถ เดินไปอีกทางก็ร้องทัก
“ไปไหนน่ะคุณ”
หันไปหาเขา บอกเสียงเรียบ “อยากได้ผลไม้เปรี้ยว ๆ ไว้ติดรถหน่อยค่ะ”
“ขึ้นรถเถอะ เดินไปเดินมา เกิดเป็นลมหน้ามืด ไม่เรียกแอมบูแลนซ์ให้นะ เดี๋ยวทิ้งไว้นี่เลย”
พรรณวษากลอกตาอย่างเซ็ง ๆ นึกในใจว่ากลัวตายละ แล้วหันกลับไปที่รถ เธอไม่ได้กลัวคำขู่ของธรณ์สักนิด แต่เพราะอาการเมาบกยังไม่หายดีต่างหาก
นานราวห้านาทีได้ กว่าที่ธรณ์จะกลับมาพร้อมถุงหูหิ้วในมือ
“พี่ธรณ์ได้อะไรมาบ้างเนี่ย” ไอลดาร้องทักเสียงใส
“ในครัวมีเท่านี้เอง เอานี่คุณ เปรี้ยวพอไหม” ธรณ์ชูของในมือบอก แล้วส่งมาทางด้านหลังที่เธอนั่งอยู่ ไอลดายิ้มเผล่ ยื่นมือออกไปรับมาถือไว้เอง
“ด้าเองแหละค่ะที่อยากกิน ขอบคุณมากนะคะทุกคน”
เมื่อพร้อมแล้วจึงได้เดินทางกลับตอนเกือบจะเที่ยงวันอยู่รอมร่อ พารถลงเรือข้ามฟากได้ ขึ้นฝั่งแล้วก็ยิงยาว ไม่ได้จอดแวะรายทาง
ธรณ์ขับรถไป ตาเหลือบมองหญิงสาวอดีตคนรักที่เบาะด้านข้างไปพลางด้วยแววตาลึกซึ้ง พรรณวษาเห็นแล้วก็ได้แต่เมินหน้าหนี นึกเป็นกังวลแทน ขืนได้ใกล้ชิด ได้วนเวียนใกล้กันแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ก็รังแต่จะทำให้เรื่องวุ่นวายมากขึ้นไปอีก
ไอลดาทะเลาะกับสามี มีเรื่องไม่เข้าใจกันอยู่ แล้วธรณ์ก็ดันโผล่เข้ามาในช่วงจังหวะเวลานี้พอดี ได้แต่หวังว่าเพื่อนของเธอจะไม่ประสบปัญหาหนักหัวใจไปเสียก่อนนะ
เลื่อนสายตามองนอกรถ หยิบหูฟังยัดใส่หู ฟังเพลงเพลิน ๆ อยู่เป็นนาน มองไปด้านหน้าอีกครั้งเพราะรถชะลอความเร็วลง จอดรอสัญญาณไฟจราจรเบื้องหน้า
สารถีเข้าเกียร์แล้วเหลือบมองทางไอลดา เธอเลยมองตามบ้าง ถึงได้เห็นว่าเพื่อนหลับคอพับคออ่อนอยู่ที่เบาะตรงหน้านี่เอง พอหันไปมองที่ธรณ์ ก็เห็นเขามองเธอด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้อารมณ์ไม่ต่างกัน
พอดีกับที่ไฟจราจรเปลี่ยนสี ธรณ์จึงหันกลับไปขับรถ ไอลดาขยับตัวตื่น ค่อยได้ยินธรณ์ถาม เมื่อขับรถข้ามเขตเข้ามาในมหานครมาแล้ว
“ให้พี่ไปส่งใครที่ไหนบ้าง”
“ไปบ้านพรรณเลยค่ะ”
“บอกทางพี่แล้วกัน”
พรรณวษานั่งเงียบฟังสองคนทางหน้ารถคุยกันต่อจากนั้น ด้วยสารพัดเรื่องที่จะงัดออกมาคุยได้ กระทั่งหนทางกลับบ้านพักของเธอเอง ก็ปล่อยให้ไอลดาเป็นคนบอก
แม้การจราจรจะแน่นขนัด แต่ธรณ์ก็พารถแหวกออกตามช่องทางจนถึงหน้าบ้านของเธอช่วงพลบค่ำพอดี
อาการผะอืดผะอมที่รบกวนไอลดาตอนขามาหายไปแล้ว ไอลดาเอียงหน้า ปรึกษากับเจ้าของบ้าน
“ด้าชวนพี่ธรณ์เข้าไปดื่มน้ำข้างในได้ไหมพรรณ”
เธอใช่คนไร้มารยาท ใจจืดใจดำที่ไหนกัน จึงพยักหน้า แต่ไม่พูดอะไรกลับไป เมื่อไอลดาเอ่ยขอเธอก่อนเข้าบ้าน
“พรรณเขาเคร่งมารยาทน่ะค่ะ แล้วก็หวงบ้านหลังน้อยนี้มาก”
ธรณ์ไม่ได้พูดอะไร เขาทำแค่ช่วยขนของไปส่งในบ้าน แล้วขอตัวกลับทันที เพราะลูกน้องที่ให้ขับรถตามมาไปรอที่บ้านเขาแล้ว ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเอารถมาส่งให้ สองสาวนั่งรื้อข้าวของเสื้อผ้าออกมากองรอซัก หาอะไรกินจนอิ่มท้อง ค่อยแยกย้ายกันไปพักผ่อนในเวลาต่อมา
6
ธรณ์ขับรถไอลดามาส่งที่บ้านของพรรณวษาในตอนสาย โดยมีคนของเขาขับตามมาด้วย และตอนนี้ก็กลับไปก่อนแล้ว เพราะไม่รู้ว่านายจะอยู่ต่ออีกนานแค่ไหน ยืนกดออดเรียกไม่นาน ก็พบไอลดาอยู่ในชุดเสื้อกางเกงผ้ายืดสบาย ๆ ที่ไม่น่าจะใช่ของเจ้าหล่อนเอง ถามขณะที่หญิงสาวเลื่อนประตูรั้วเปิดรับเขา
“ทำไมอยู่บ้านคนเดียว”
“พรรณไปทำงานแล้วล่ะค่ะ”
ไอลดาคุยถึงเพื่อน ก่อนกล่าวชมลับหลังเจ้าของบ้าน “ขยันออกจะตาย หลังจากจบตรีแล้วก็ทำงานไปเรียนไป ต่อโทได้อีกตั้งสองใบเลยนะคะ”
ธรณ์พยักหน้าตามไปอย่างนั้นเอง ก็เห็นอยู่ว่าหน้าตาเหมือนพวกถนัดแต่เรื่องเรียน พอจะสนับสนุนคำพูดของไอลดาได้อยู่หรอก แล้วเลิกสนใจกับเรื่องของทางนั้น หันมากระเซ้าไอลดาเมื่อเห็นหญิงสาวนั่งแหมะจิ้มผลไม้หลากหลายในจานเข้าปากเคี้ยว ด้วยท่วงท่าที่ดูสบายใจขึ้น
“นี่ อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายสิ ไม่หยิบจับทำงานช่วยเจ้าของบ้านเขาเลยหรือ” ธรณ์ว่าแล้วก็มองเลยไปยังตะกร้าเสื้อผ้าที่วางทิ้งไว้ตรงมุมบ้าน
“ทำแล้วค่ะ แต่ไม่ถูกใจนาง พรรณน่ะจู้จี้แล้วก็เป็นคุณนายสะอาดออกจะตาย สั่งห้ามด้าแตะ ห้ามหยิบจับของทำความสะอาดเองด้วยนะคะ”
ไอลดาบ่นเพื่อนเสร็จ ลุกเอาผลไม้มาส่งให้ธรณ์ เขารับมากินแล้วก็ฟังเจ้าหล่อนคุยฟุ้งเรื่องของเพื่อนตัวเองต่อ “บ้านหลังนี้มีประวัติค่ะ” บอกจบ หันหลังกลับไปนั่งที่เดิม หยิบมะม่วงจ้วงลงไปในน้ำปลาหวาน ใส่ปากเคี้ยว ๆ แล้วก็เงียบ
ธรณ์เคี้ยวจนหมดก็มุ่นหน้าถาม เพราะรอฟังอยู่ “ยังไงต่อล่ะ”
“อะไรคะ”
“ประวัติที่เราว่าไง”
“อ๋อ คือบ้านนี้น่ะเป็นเรือนหอรอรักของพรรณกับแฟนเขาค่ะ”
ตั้งแต่แต่งงานกันจนวันนี้ พรรณวษายังไม่วี่แววจะมีลูกให้เขาได้ชื่นชมเลย ธรณ์พยายามจะไม่เร่ง แต่ก็อดคาดหวังอยู่ในใจลึก ๆ ไม่ได้ พรรณวษาไม่ได้คุมกำเนิด ร่างกายตรวจเช็กดูแล้ว แพทย์บอกว่าแข็งแรงดีทั้งสองคน แต่หากยังไม่ถึงเวลาลูกก็ยังไม่มาก็เท่านั้น เรื่องนี้ทั้งเธอและเขาคอยปลอบใจกันมาตลอด “ไม่รีบครับ จะรีบไปทำไมล่ะเนอะ” บอกแล้วก็เหมือนกับจะปลอบใจตัวเอง ยี่สิบสองเดือนแล้วที่เขากับพรรณวษาแต่งงาน ใช้ชีวิตด้วยกันมา ขยันทุกวัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ติดลูกสักที ย่อตัวลงไปลูบเจ้าเหมียวตัวหนึ่งที่เข้ามาคลอเคลียขาแบบอ้อน ๆ “เลี้ยงสาว ๆ พวกนี้แทนก็ดีเหมือนกัน” “คุณอยากมีลูกมากขนาดนั้นเลยหรือคะ” “อยากสิ อยากมาก ๆ เลยล่ะ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ แล้วถ้ามีลูก ผมก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้ลูก ๆ ของผม” ธรณ์ยอมรับตามตรง “แต่ถ้ายังไม่มา หรือคุณยังไม่พร้อม ผมก็ยอมรับได้ทั้งนั้น” ยิ้มบาง ๆ เดินไปหยิบแท่งตรวจครรภ์ที่แสดงผลเรียบร้อยส่งให้เขา ธรณ์รับมาดูอย่างงง ๆ ในทีแรก พอรู้แล้วว่าเป็นผลตรวจครรภ์ ก็โห่ร้
เธอร้องอย่างตกใจ ตาปิดลง ใบหน้าแดงจัด ขนกายลุกชันไปทั้งร่าง สะโพกบิดส่ายไปมากับสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิตของหญิงสาว และเพราะมัวแต่ปิดการรับรู้อยู่นั่นเอง จึงไม่ทันเห็นว่าธรณ์ผละออกจากเธอแล้ว เขาถอดเสื้อของเขาออกบ้าง ตามด้วยกางเกงอย่างไม่รีบร้อนเท่ากับตอนถอดชุดของเธอ “เรามีเวลาอีกทั้งคืน แล้วก็อีกหลายวันเลยทูนหัว” เขาบอกเสียงพร่า ก่อนจะตามลงมาจูบที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง พรรณวษาถึงได้ลิ้มรสชาติของตัวเองผ่านลิ้นร้อนของเขา ตอนนั้นเองที่ท่อนกายแข็งขึงเบียดบดอยู่กับหน้าท้องของเธอธรณ์ใช้ขาของเขาดันขาของเธอให้แยกออกช้า ๆ พร้อมกับแตะต้องเนื้อส่วนที่บอบบางที่สุดตรงแกนกายด้วยท่อนเนื้อแข็งและร้อนของเขา มือที่ร้อนพอ ๆ กับส่วนนั้น โลมลูบปลุกเร้าไปกับทุกจุด ผ่านจุดไหนก็ปลุกสัมผัสให้เสียดซ่านตรงจุดนั้น รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมออกมาทีละนิดจนต้องเปล่งเสียงร้องเรียกเขา “ธรณ์คะ” เธอมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนไม่รู้ตัว ธรณ์ไม่ตอบรับด้วยเสียง เขาก้มลงจูบปากเธอพร้อมกับสอดท่อ
ตอบสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขว่า “ค่ะ” “ผมถามได้ไหม” พยักหน้าให้เขาว่ามา “ทำไมคุณถึง…” ธรณ์พูดมาถึงตอนนี้ก็อึกอักหน่อยหนึ่ง “...ยอมใจอ่อนตอบตกลงแต่งงานกับผมแล้วล่ะ” “ก็คุณเล่นพาฉันไปงานถี่ จนอยากแต่งเลยน่ะสิคะ” “เอาดี ๆ น่า” ธรณ์เร่งเร้า ไม่อยากเชื่อว่านั่นจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงของเธอ “นี่ไงคะ” ชูให้เขาดูของชำร่วยในมือ ‘เวลามีแต่จะสั้นลงทุกวัน’ ‘เรามีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร’ “แล้วก็นี่ค่ะ ‘อยากทำอะไรก็ให้ทำ ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะมาไม่ถึง’ ” “เลยรีบแต่งงานกับผมน่ะหรือ” “ฉันอยากใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าที่สุดกับคนที่ฉันรักต่างหากล่ะคะ” บอกเขาออกไปแล้วก็เงียบไป ธรณ์เป่าลมออกจากปาก ถามเสียงลอย ๆ“นี่เรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย” “ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณกำลังฝันอยู่ต่างหาก” ธรณ์ไม่ยอมถูกอำคนเดียวแน่ “ฝันใช่ไหม อย่างนั้นผมจะได้ทำแบบนี้” แล้วรวบมือเธอไว้ ยื่นหน้าเข้ามา จะปล้นจูบเธอให้ไ
“ไม่เชื่อ” พยักหน้าด้วยความอายว่าใช่ เขาคือจูบแรกของเธอ เลยได้ยินเสียงธรณ์ร้องเยสดังลั่นห้อง หมั่นไส้เลยไล่เขาโดยไม่มองหน้า “กลับห้องได้แล้วค่ะ” “อะไรล่ะ ไล่ผมทำไม” “อยู่แล้วชอบทำแบบนี้ ไม่ให้อยู่” “ผมแค่สอนคุณจูบนิดเดียวเอง ไม่ทำอะไรมากกว่านี้หรอก สัญญาเลย” เลยหน้าตูมไม่พูดอะไรอีก ธรณ์เลยลุกขึ้นยืนยอมแต่โดยดี “โอเคครับ กลับก็ได้” ที่ยอมออกมา เพราะธรณ์เองก็แทบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเช่นกัน ถ้ายังไปวนไปเวียนอยู่ใกล้พรรณวษาแบบนี้ต่อ อาจมือไม้ไว แล้วก็อาจทำมากกว่านี้ก็ได้ ออกจากห้องพักของพรรณวษา ธรณ์ลงไปยังลานจอด พารถขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เป็นจุดนัดพบของพี่ ๆ และน้องชายร่วมสายเลือด ลงรถได้เดินหน้าตึงไปนั่งทอดอารมณ์คนเดียวข้างสระว่ายน้ำในรั้วบ้าน เสียงพี่ชายคนโตถามแหวกเสียงเพลงมาที่เขา “กลับมาเมื่อไร” “สองวันแล้วครับ” “ยังคบกันอยู่อีกหรือวะ” “ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ” “ก
“พี่ธรณ์รอจนเหี่ยวแน่งานนี้”ธรณ์มองแล้วนึกเคือง แต่ไม่ได้พูดอะไร หัสดินทร์ยกมือขอตัวรับสาย ทั้งสามคนเลยหันมาคุยกันต่อ โดยไอลดาเป็นคนเปิดเรื่องขึ้นว่า “ดีแล้วพรรณ แต่งไปก็จะเป็นแบบด้า อยู่แบบนี้ดีแล้ว” “อย่ายุแยงเพื่อนแบบนั้นสิ คู่แต่งงานเขาจะเป็นเหมือนเรากันหมดเลยหรือไง เดี๋ยวเขาก็กลัว ยืดเวลาออกไปอีก พี่จะทำยังไงล่ะ” “พี่ธรณ์ไม่เก่งเองนี่นา ช่วยไม่ได้” “เราเก่งตายละ ยัยคนท้อง” “ว่าด้าหรือ นี่แน่ะ ๆ” ไอลดาหยิบทิชชูตีแขนธรณ์ ธรณ์ทำเป็นร้องโวยวาย ชี้มือไปอีกทาง บอก “นู่น ๆ สามีแวะคุยกับสาวอีกแล้ว” ไอลดาหันไปมองทันที แล้วค่อยกลับมาคุยด้วย ตอนที่เธอเอ่ยถาม “ปกติดีใช่ไหม ด้ากับคุณเอสน่ะ” “อือ ก็ดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง” ไอลดาเงียบไปเดี๋ยวเดียวก็พเยิดหน้าไปทางหัสดินทร์ บอกอย่างฉุน ๆ “นั่นน่ะ เพื่อนในกลุ่มฮี แล้วก็เป็นเพื่อนนอนฮีด้วย” พรรณวษามองตามก็ได้แค่ถอนใจ “แต่ทำไงได้ล่ะ ด้ารักเขานี่ หลัง ๆ เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไร่แล้ว บอกให้เขาไปปรามนังพวกนั้นว่าห้ามมากวนประ
“คบยังไม่ถึงปีเลยก็จะแต่งกันแล้วหรือวะ” ธรณ์ถามเสียงดัง พรรณวษาช้อนตาขึ้นมองเขา เห็นธรณ์ทำทีเป็นยุ่งกับงานเอกสารตรงหน้าเขา ก็ค่อยลดสายตาลงที่งานตรงหน้าอย่างเดิม “ไม่ไปได้ไง เพื่อนรักกูแต่งงานทั้งที กระชั้นไปนะ กูเตรียมตัวไม่ทัน ได้ ไว้เจอกัน” เขาวางสายแล้วก็ทำเงียบ ไม่คุยอะไรกับเธอ ตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ธรณ์ก็ยังไม่คุยอะไรกับเธอเลย ที่แท้เพราะรอจังหวะอยู่นั่นเอง พอมีเหตุให้ชวนคุย ธรณ์ก็ค่อยเอ่ยว่า “อาทิตย์หน้านี้ผมจะเข้ากรุงเทพฯ” ขีดสัญลักษณ์บนกระดาษแล้วค่อยพยักหน้าตอบรับเขา “ค่ะ” ค่อยก้มหน้าทำงานต่อ “ไปด้วยกันไหมครับ” “ไปทำไมคะ” “ก็...” คนชวนทำอึกอัก ก่อนจะนึกเหตุผลได้ว่า “ก็ไปดูแบบผ้าม่านกันไง เห็นคุณบ่นว่าอยากเปลี่ยนใหม่ไม่ใช่หรือ” “คุณให้ร้านมาดูแล้วนี่คะ” “ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ คนอื่นเขาพาแฟนไปกันทั้งนั้นเลย” “เพื่อนคุณ แก๊งไฮโซนั่นน่ะหรือ” “ใช่ที่ไหน เพื่อนผมก็คนธรรมดาทั้งนั้น มีหมดแหละ ท







