FAZER LOGIN
พรรณวษากดอ่านข้อความที่มีการแจ้งเตือนเข้ามา ก่อนตอบกลับไปสั้น ๆ แล้วคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างเดิม เมื่อผู้จัดการแผนกเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟในมือ
หญิงสาววัยเฉียดห้าสิบเจ้าของชื่อเอื้อมพรหยิบช้อนกาแฟออกมาเคาะแก้วในมือเสียงดังติดกันสี่ห้าครั้งเห็นจะได้ พร้อมแจ้งให้พนักงานสิบกว่าชีวิตได้รับรู้ข่าวสารที่ตนเองกำลังจะนำมาบอกกล่าว
“เอเวอรี่บาดี้จ๋า ฟังพี่หน่อยลูก”
“อะไรหรือคะพี่เอื้อม”
“พี่มีเรื่องแจ้งให้ทราบสองเรื่องนะคะ คือทางผู้ใหญ่จะปรับผังผู้บริหารกับหัวหน้าฝ่ายนิดหน่อย แล้วก็..." เอื้อมพรหันไปสบตากับไก่ ก่อนเอ่ย "หัวหน้าฝ่ายการเงินกำลังจะทิ้งพวกเราไปด้วยน่ะจ้ะ เรื่องนี้รู้กันหรือยัง”
ทันทีที่ได้ฟังข่าว บางคนร้องขึ้นอย่างแปลกใจ บางคนหันไปซุบซิบคุยกัน มีเพียงพรรณวษาที่ยังนั่งนิ่ง ๆ ตามองปฏิทินบนหน้าจอตรงหน้า หูฟังต่อว่าอีกฝ่ายจะพูดเรื่องอะไรเพิ่มเติมหรือไม่
“ใช่จ้ะ หัวหน้าพวกเราน่ะเขายื่นใบลาออกแล้ว บอกน้อง ๆ หน่อยไก่ จะไปไหน ไปทำอะไร” ท้ายประโยคเอื้อมพรหันไปคุยกับไก่ หัวหน้าแผนกการเงินที่ยื่นใบลาออกไว้แล้ว
ไก่ หัวหน้าแผนกลุกขึ้นยืนช้า ๆ ยิ้มหวาน บอกอย่างอาย ๆ ว่า “พี่จะแต่งงานแล้วนะหนู ๆ จ๋า แล้วแฟนพี่เขาก็อยากให้ลาออกไปนั่งเป็นเถ้าแก่เนี้ยน่ะจ้ะ”
ได้ยินเหตุผลที่หัวหน้างานยื่นใบลาออก เด็กรุ่นน้องก็วี้ดว้าย เป่าปากแซวไก่กันยกใหญ่ บางคนแซวว่ามีน้องหรือเปล่าเนี่ย คงมีเพียงพรรณวษาที่ยิ้มบาง ๆ อย่างดีใจด้วยเท่านั้น ที่ไม่ได้พูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว กระนั้นก็อดดีใจด้วยไม่ได้ ที่หัวหน้าของเธอได้หลุดจากสถานะโสดเสียที แถมยังได้ออกไปทำงานที่เป็นธุรกิจของครอบครัวอีก น่าดีใจด้วยจริง ๆ
“ใช่ซี้ ไก่เขามีทางไปเขาก็ไปสิ ใครจะมัวมานั่งทำงานดักดานอยู่แต่ในนี้ ใช่ไหมพรรณ” เอื้อมพรถามทางคนที่นั่งเงียบอยู่คนเดียวในห้องทำงานห้องใหญ่ห้องนั้น พรรณวษายิ้มตอบ กระนั้นเธอก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว
ได้ยินก็แต่คนอื่น ๆ ตะโกนข้ามโต๊ะมาแซวเธอ
“แบบนี้พี่พรรณก็ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแทนพี่ไก่แล้วน่ะสิคะ”
พรรณวษายิ้มกว้างขึ้นอีกนิด ใช่ ในหัวของเธอกำลังคิดเรื่องนั้นอยู่เช่นกัน
“ใช่ไหมคะพี่ไก่ ก่อนจะเป็นหัวหน้า พี่ไก่ก็นั่งรองมาก่อน อย่างนี้ตำแหน่งหัวหน้าแผนก พี่พรรณก็นอนรอเลยสิคะ ยินดีล่วงหน้านะคะพี่พรรณ”
พรรณวษายิ้มรับแบบเดิม ไม่ได้เอื้อนเอ่ยว่าอะไรออกไป ออกตัวแรงมากไม่ได้หรอกเรื่องแบบนี้ แต่ก็อดหวังไม่ได้อีกเช่นกันกับตำแหน่งในหน้าที่การงาน
ที่นี่หากหัวหน้าแผนกหมดวาระลง มักไม่ค่อยรับคนใหม่เข้ามาแทนที่ แต่จะให้คนเก่าขึ้นตำแหน่งต่อเลย
ตอนพรรณวษาเข้ามาทำงานที่นี่ใหม่ ๆ แผนกการเงินมีพนักงานแค่สี่คนเท่านั้น ตอนนั้นไก่เป็นรองหัวหน้าแผนก ไม่นานจากนั้น หัวหน้าคนเก่าหมดวาระลง ไก่ก็ได้ขึ้นแทนทันที ส่วนเธอทำงานเป็นพนักงานอยู่สามปี ก็ขึ้นมาแทนที่พี่คนที่ทำหน้าที่รองหัวหน้าจากไก่ต่อเช่นกัน
เหตุการณ์ลักษณะนี้วนเวียนไปมาอยู่เสมอ เธอที่ครองเก้าอี้รองหัวหน้ามาสามปีหลังจากนั้นแล้ว ก็พบว่าตัวเองทำงานได้ในระดับดีถึงดีมากคนหนึ่ง ทำงานหลายอย่างแทนไก่มาตลอด มีประชุมหลายต่อหลายครั้งที่เธอเข้าแทนไก่ จนผู้ใหญ่ออกปากชมว่ามีแววจะได้นั่งเก้าอี้หัวหน้าแทนไก่ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด
“เพราะฉะนั้นเย็นนี้ก่อนจะได้ลายาว ๆ ห้าวัน พี่ขอบังคับให้ทุกคนไปกินอะไรด้วยกันที่ร้านป้าหนุ่นก่อน เพื่อเป็นการเลี้ยงอำลาให้ไก่ ห้ามมีข้ออ้าง ห้ามใครรีบกลับ ห้ามใครแฟนป่วยลูกป่วยเด็ดขาด เข้าใจไหม”
“ค่ะ / ครับ” เสียงตอบรับดังเซ็งแซ่
เอื้อมพรบอกจบหันมายิ้มให้เธอ กำชับอีกครั้งว่า
“เราก็ด้วยนะพรรณ”
ตอบรับสั้น ๆ แค่ว่า “ค่ะพี่เอื้อม”
คล้อยหลังผู้จัดการแล้ว พรรณวษาค่อยเดินไปยังโต๊ะของน้องที่สั่งงานไว้ตั้งแต่วันก่อน ไปถึง เห็นเจ้าตัวเอาแต่กดตอบแชตในโทรศัพท์อยู่นั่นแหละ จึงกระแอม ก่อนเรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงกดต่ำเล็กน้อย
“น้องแซนคะ”
หญิงสาวเจ้าของชื่อ คว่ำโทรศัพท์ลงที่หน้าตัก ดันตัวเข้ากับโต๊ะ เพื่อบดบังสายตาของเธอไว้ ตอบรับเสียงใส “คะพี่พรรณ”
“เอกสารที่พี่ให้ไว้เมื่อวันก่อน จนเช้านี้แล้วพี่ยังไม่เห็นที่โต๊ะเลยนะ”
“อุ๊ย อยู่นี่ค่ะพี่พรรณ” แซน น้องพนักงานคนมาใหม่ในแผนกรื้อแฟ้มตรงหน้าวุ่นวาย แล้วเงยหน้ายิ้มแหย ๆ ให้เธอ “ใกล้เสร็จแล้วละค่ะพี่พรรณ ไม่เกินเที่ยงพรุ่งนี้ เสร็จแน่นอน ยังไงแล้วแซนจะรีบส่งให้ที่โต๊ะนะคะ”
พรรณวษาไม่ยิ้มตอบ แล้วมองด้วยสีหน้าจริงจังก่อนว่า
“ครั้งหน้าพี่ของานตรงเวลาด้วยนะคะ”
“ค่ะ ๆ” แซนรับคำหน้าเสียเล็กน้อย คล้อยหลังพรรณวษาแล้ว แซนหันไปหาเพื่อนรุ่นพี่ร่วมแผนกที่นั่งติดกันทางด้านหลัง มุ่ยหน้าให้ทางนั้น บ่นไปหยิบแฟ้มมาเปิดออก ทำงานไปพลาง
“เพราะพี่คนเดียวเลย ชอบชวนแซนคุย ชวนให้เลือกซื้อของในแอปอยู่เรื่อย”
“น้องแซนขี้เกียจก็อย่ามาโบ้ยพี่สิคะ ตัวเองนั่นแหละที่เอาแต่แชตทั้งวัน โดนทวงงานงี้มาโทษพี่เลยนะ”
แซนอดมุ่ยหน้าอีกไม่ได้ แล้วเหลือบตามองไปทางพรรณวษา ลดเสียงเบาลงอีกนิด บ่นตามหลังไปว่า
“พี่พรรณดุจังเลยนะคะ”
“ปกติไม่ดุนะ แต่ถ้าเจอน้องทำงานไม่เอาไหนก็จะเจอโหมดนี้แหละค่ะ”
คนที่ถูกน้อง ๆ กล่าวถึงเดินกลับที่โต๊ะของตัวเอง แล้วก็มองกองงานอีกเป็นตั้ง ต้องทำให้เสร็จก่อนเย็นนี้ มีหลายชิ้นที่ต้องทำแทนน้อง ๆ เธอก็ยังทำให้ แต่ไม่ใช่คนช่างพูด ช่างทวงผลงานต่อหน้าใครเท่านั้นเอง หวังว่าอานิสงส์ที่เธอตั้งใจทำงานแบบถวายหัวให้ที่นี่ตั้งแต่เรียนจบจะทำให้เธอได้ไต่ขึ้นตำแหน่งสูงกว่านี้บ้างเถอะ เพราะหากดูตามความสามารถ หน้าที่ความรับผิดชอบ อายุงานและจังหวะเวลาแล้ว ก็อดคิดอย่างมีความหวังไม่ได้ ว่าเธอจะได้เป็นหัวหน้าแผนกต่อจากไก่ที่กำลังจะลาออกไปในเร็ววันนี้
“หนูพรรณ” เสียงพี่ไก่เรียกที่มุมอับมุมหนึ่งในชั้นที่ทำงาน “งานที่พี่ส่งให้คราวก่อน”
“พรรณกำลังจะออกมาถามพี่ไก่อยู่พอดีเลยค่ะ”
“พี่จะส่งต่อให้หนูทำหมดเลยนะ พี่ไม่รับทำแล้วละ”
พี่ไก่ หัวหน้างานของเธอกำลังพูดถึงงานบัญชีที่เธอและไก่รับทำด้วยกันมาตลอด ได้ยินว่าที่นี่กำลังจะออกกฎ ห้ามไม่ให้พนักงานรับทำงานนอก
“ถ้าผู้ใหญ่ออกระเบียบใหม่อย่างที่ลือเอาไว้จริง หนูก็ระวังหน่อยนะ ถ้าเลือกได้ พี่ว่าหนูลองเลือกดูว่าจะออกไปทำฟรีแลนซ์อย่างเดียวไหม ไม่ก็งดงานพวกนั้น แล้วทำแต่งานหลักของที่นี่”
“พรรณคงไม่ทิ้งงานที่นี่ไปหรอกค่ะ”
แม้เงินที่เธอได้จากงานฟรีแลนซ์จะมากกว่างานประจำก็ตามที กระนั้นก็ไม่ได้มั่นคงไปกว่ากัน
ไก่อ้าปากจะพูดอะไรอีก แต่พอดีมีพนักงานเดินผ่านมาเสียก่อน จึงต้องแยกย้ายกันไปทำงานต่อจากนั้น
ร้านอาหารของป้าหนุ่นไม่ใช่ร้านใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตบ้านของแกเอง ที่มีพื้นที่ค่อนข้างเยอะที่กันไว้เป็นสวนผักและสวนผลไม้ บริเวณร้านสร้างเป็นอาคารสองชั้นรองรับลูกค้า รอบบ้านเป็นต้นไม้ใหญ่จำพวกก้ามปู หางนกยูง พะยอม ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ขนาดเล็กอีกหลากสายพันธุ์ ให้ความร่มรื่น สบายตาอยู่ไม่น้อย
ธรณ์เดินตามช่างเทคนิคของรีสอร์ตเข้าไปดูรายการซ่อมด้านในด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ไม่น้อย รายการซ่อมของที่นี่เยอะมากจริง ๆ และหากเป็นเวลางานหรืออยู่กับบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว ธรณ์จะมีสีหน้าจริงจังแบบนี้เสมอยิ่งเมื่อช่างที่มีเพียงคนเดียวในรีสอร์ตแจ้งรายการซ่อมให้ดูยาวเป็นหางว่าว ก็ยิ่งเครียดหนัก ดูท่าคงต้องลงทุนอีกมากกับรีสอร์ตแห่งนี้จนออกจากห้องช่างมาได้ ถึงแว่วเสียงเรียกชื่อของเขาเอง ดังแหวกอากาศเข้ามากระทบหู เสียงนั้นทำเอาธรณ์ชะงักงันไปเป็นครู่ ก่อนจะหันกลับไปมองยังต้นตอของเสียงช้า ๆ เกือบครึ่งนาที ถึงได้ผุดรอยยิ้มให้อีกฝ่าย “โลกกลมจังเลยนะคะพี่ธรณ์” ไอลดาทักเสียงสดใส เมื่อพบอดีตคนรักในที่ที่คาดไม่ถึงเช่นนี้ ธรณ์ยิ้มสุภาพ มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่แฝงแววคิดถึงอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่เลิกกันไป เขาทำตัวเหมือนไอ้งั่ง ตามง้อเธอ ตามไปเฝ้าเธออยู่เป็นปี ๆ ยอมทิ้งศักดิ์ศรี ยอมลดอีโก้ที่เคยมีลง ขอเพียงให้ได้เธอกลับคืนมา ขนาดวันที่เธอแต่งงาน เขาก็ยังบากหน้าไปร่วมงานด้วยเลย และเมื่อเห็นว่าเธอยิ้มอย่างมีความสุขข้างผู้ชายที่เธอเลือกแล้ว ธรณ์ก็ทำได้เพียงแค่ถอย
“ทำไมพรรณรู้” “ได้ยินน้องที่ทำงานคุยกัน” “อยากร้องไห้นะพรรณ แต่ด้าร้องไม่ออก” ไอลดานั่งเอนหลังพิงพนักอย่างคนหมดแรง เอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย“มีเหล้าแรง ๆ ไหมพรรณ เบียร์ก็ได้”พรรณวษาลุกไปเปิดตู้เย็นที่มีทุกอย่างแช่อยู่ในนั้น รวมถึงเครื่องดื่มมึนเมาที่มีแช่ไว้ด้วย นานครั้งที่นึกเบื่อก็จะหยิบมาดื่มสักที ส่งให้ไอลดาคนมาเยือนรับมา แล้วก็ดื่มพรวดทีเดียวครึ่งขวด นิ่งไปเป็นนาที แล้วถึงได้พูดระบายความอึดอัดไม่สบายใจออกมาเสียยาวเหยียด “พรรณรู้ไหมว่าคุณเอสเขานอนกับเลขาของเขาที่ชื่อนังณีอะไรนั่น ยัง พรรณอย่าเพิ่งพูด อย่าเพิ่งเข้าข้างเขา”ไอลดายกนิ้วชี้ขึ้นมานิ้วเดียว ส่งสัญญาณให้เธอหยุดก่อน เพราะอารมณ์ของตัวเองกำลังขึ้น “ก่อนหน้านั้น เขาก็นอนกับคนอื่น ๆ มาแล้ว รู้ได้ยังไงใช่ไหม ด้าจ้างนักสืบไง แล้วแม่พวกนั้นก็พร้อมจะแสดงตัวอยู่ตลอด เวลาเจอหน้าด้า ว่าได้งาบคุณเอสแล้ว มีนังคนหนึ่ง ลับหลังคุณเอส มันบอกให้ด้าไปตรวจเลือดด้วยนะ เกลียด! ด้าเกลียด แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดีอะพรรณ ด้าคิดไม่ออก”พรรณวษาถอนหายใจเบา ๆ นึกห่วงเพื่อนขึ้นกว่าเมื่อแรกที่เห็นรถของเพื่อนจอดที่หน้าบ้านเส
ร้านอาหารของป้าหนุ่นไม่ใช่ร้านใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตบ้านของแกเอง ที่มีพื้นที่ค่อนข้างเยอะที่กันไว้เป็นสวนผักและสวนผลไม้ บริเวณร้านสร้างเป็นอาคารสองชั้นรองรับลูกค้า รอบบ้านเป็นต้นไม้ใหญ่จำพวกก้ามปู หางนกยูง พะยอม ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ขนาดเล็กอีกหลากสายพันธุ์ ให้ความร่มรื่น สบายตาอยู่ไม่น้อยที่นี่ไม่ไกลจากออฟฟิศเท่าไรนัก พรรณวษานั่งรถมาพร้อมเอื้อมพร ส่วนคนอื่น ๆ มีรถเป็นของตัวเอง ไม่ก็เกาะติดกันมาเป็นกลุ่มก้อน เสียงคุยจอแจครึกครื้นทีเดียว ภายในร้านมีโต๊ะของพวกเธอเป็นกลุ่มใหญ่สุด เจ้าของร้านคือป้าหนุ่นเอง สนิทสนมกับกลุ่มของพวกเธอไม่น้อย ท่านเห็นว่ายกกลุ่มกันมา จึงแยกที่นั่งให้ตรงมุมสวน บรรยากาศตรงนั้นดีทีเดียว ค่อนข้างส่วนตัว มีโทรทัศน์ให้รับชมรายการหรือละครตามแต่จะเลือกดู ที่สำคัญไม่รบกวนแขกโต๊ะอื่นอีกด้วยสั่งอาหารกันไปแล้ว สาวรุ่นน้องสามสี่คนข้าง ๆ พรรณวษาตามองข่าวในโทรทัศน์อยู่ครู่หนึ่ง ก็ก้มหน้าลงคุยกันด้วยเสียงที่ไม่เบาเท่าไรนัก“ดูข่าวนี้แล้วฉันกลัวเลยอะ ลุงข้างบ้านก็เคยถูกหลอกแบบนี้เหมือนกัน”“หลอกยังไงหรือ แล้วทำไมถึงได้ยอมขนเงินไปให้เขาแบบนั้นอะ ฉันไม่เข้าใจ”“เท่าที่ฟังมานะ เห็นว
พรรณวษากดอ่านข้อความที่มีการแจ้งเตือนเข้ามา ก่อนตอบกลับไปสั้น ๆ แล้วคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างเดิม เมื่อผู้จัดการแผนกเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟในมือ หญิงสาววัยเฉียดห้าสิบเจ้าของชื่อเอื้อมพรหยิบช้อนกาแฟออกมาเคาะแก้วในมือเสียงดังติดกันสี่ห้าครั้งเห็นจะได้ พร้อมแจ้งให้พนักงานสิบกว่าชีวิตได้รับรู้ข่าวสารที่ตนเองกำลังจะนำมาบอกกล่าว“เอเวอรี่บาดี้จ๋า ฟังพี่หน่อยลูก” “อะไรหรือคะพี่เอื้อม” “พี่มีเรื่องแจ้งให้ทราบสองเรื่องนะคะ คือทางผู้ใหญ่จะปรับผังผู้บริหารกับหัวหน้าฝ่ายนิดหน่อย แล้วก็..." เอื้อมพรหันไปสบตากับไก่ ก่อนเอ่ย "หัวหน้าฝ่ายการเงินกำลังจะทิ้งพวกเราไปด้วยน่ะจ้ะ เรื่องนี้รู้กันหรือยัง” ทันทีที่ได้ฟังข่าว บางคนร้องขึ้นอย่างแปลกใจ บางคนหันไปซุบซิบคุยกัน มีเพียงพรรณวษาที่ยังนั่งนิ่ง ๆ ตามองปฏิทินบนหน้าจอตรงหน้า หูฟังต่อว่าอีกฝ่ายจะพูดเรื่องอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ “ใช่จ้ะ หัวหน้าพวกเราน่ะเขายื่นใบลาออกแล้ว บอกน้อง ๆ หน่อยไก่ จะไปไหน ไปทำอะไร” ท้ายประโยคเอื้อมพรหันไปคุยกับไก่ หัวหน้าแผนกการเงินที่ยื่นใบลาออกไว้แล้ว ไก่ หัวหน้าแผนกลุกขึ







