Masuk“อำเราทำไมก็ไม่รู้เนอะ”
ไอลดาบ่น เมื่อรู้ความจริงจากปากธรณ์ในที่สุดว่ารีสอร์ตแห่งนี้คือกิจการที่เขาเพิ่งควักเงินซื้อเมื่อไม่นานนี้เอง
ที่นี่เกือบร้างมาแล้ว เพราะไม่มีคนเข้าพักเลยหลายเดือน ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงการบริหารจัดการไม่เป็นระบบ สถานที่เก่าไม่ปรับปรุง ไม่ดึงดูดคนเข้าพักมากพอ พนักงานที่มีให้บริการก็เท่าที่เห็น ไม่ถึงสิบคนเลยด้วยซ้ำ
“ด้าไม่ได้ถามพี่สักคำเลยนี่ครับ ว่าที่นี่น่ะของพี่ธรณ์หรือเปล่า” ธรณ์หยอกล้อหญิงสาวที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยของความรู้สึกดี ๆ อยู่ในหัวใจด้วยรอยยิ้ม
ไอลดามองค้อนกลับ กระนั้นก็ยังพูดอย่างอารมณ์ดีว่า
“ไม่ถามก็เพราะไม่รู้นี่คะ พี่ธรณ์ก็ใจดำ ไม่บอกด้าบ้างเลย”
พรรณวษาที่นั่งร่วมโต๊ะเงียบ ๆ เลยพลอยรู้เรื่องไปด้วยว่าสองคนสนทนาเรื่องอะไรบ้าง พอจับใจความได้ว่ารีสอร์ตนี้เป็นของธรณ์ เขารวบรวมเงินที่อ้างว่าไม่ค่อยจะมีซื้อกิจการนี้เมื่อไม่นานเพื่อช่วยเหลือเพื่อนของเขา
“ขนาดไม่มีเงินนะเนี่ย ซื้อไปกี่สิบกี่ร้อยล้านคะเนี่ย บอกด้าได้ไหม”
ธรณ์ทำทีเป็นเมินไปมองทางแขกที่โบกมือทักทายเขา ซ่อนประกายตาจัดจ้าเอาไว้ เลี่ยงตอบเรื่องราคาที่เขาซื้อมา “งบดุลเขาไม่ดีมาสองสามปีแล้ว เลยขายถูกหน่อย”
ไอลดายิ้ม เอื้อมมือหยิบแก้วขึ้นดื่ม พร้อมคิดอะไรในหัวไปพลาง หากธรณ์พูดจาลักษณะนี้เมื่อสี่ปีก่อน เธออาจเชื่อว่าเขาไม่มีเงินจริง ๆ แต่ตอนนี้ไอลดาไม่นึกเชื่อเขาเลยสักนิด ก็ข่าวที่ว่าเขาได้ผลตอบแทนจากสกุลเงินดิจิทัลมาเฉียด ๆ สิบหลักนั้น ลือกันจนมาถึงหูเธอด้วยน่ะสิ ทีแรกที่ได้ยินไอลดาไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไรนัก แต่คนที่นำเรื่องนี้มาคุยให้ฟังคือหัสดินทร์ สามีของเธอเอง เขาเอาเรื่องนี้มาคุยกับเธอตั้งแต่ข่าวเพิ่งหลุดออกมาใหม่ ๆ ก่อนทิ้งท้ายด้วยการเหน็บเธออีกว่า อยากกลับไปหาธรณ์ไหม นั่นเองที่ทำให้ไอลดาเริ่มมีปัญหากับหัสดินทร์ เธอไม่พอใจที่เขาดูถูกเธอเช่นนั้น และจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ลามไปยังเรื่องอื่นด้วย ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันแย่ลงทุกที
เมื่อก่อนไอลดารู้ว่าธรณ์ไม่มีสินทรัพย์ที่เป็นที่ดินหรือกิจการในรูปแบบที่คอยทำเงินให้ แบบที่คนในครอบครัวของเขามี แล้วก็จะถูกพี่ ๆ ของเขาเอามาพูดเย้าตลอดว่าเขาจน แต่แล้วเขาจนจริงหรือ บ้านนี้ตระกูลนี้น่ะหรือจะปล่อยให้ตัวเองจน
“อัศวหาญญ์วรกุลคนไหนกันคะไม่มีเงิน พี่ธรณ์ก็ขี้โม้ไปเรื่อย”
ธรณ์ไม่ได้ตอบอะไร พอดีที่คนของเขาเข้ามาคุยอะไรด้วย จึงหันมาบอกกับพวกเธอว่าขอตัวสักครู่ แล้วลุกออกไปทำธุระของเขา
รอจนอดีตคนรักหายออกไปจากบริเวณนั้นแล้ว พรรณวษาจึงว่าขึ้นด้วยระดับเสียงที่ตั้งใจให้ได้ยินแค่สองคน
“ไม่แปลกหรอกถ้าที่นี่จะขาดทุนยับ”
ไอลดาถามอย่างไม่สนใจจะฟังเท่าไรนัก ยกแก้วเครื่องดื่ม ดื่มอย่างเพลิน ๆ “ทำไมหรือ”
“ห้องพักที่นี่พังมาก ต้องปรับปรุงอีกเยอะเลย แต่เขาก็ยังไม่เห็นทำอะไร พนักงานยังไม่ต้องจ้างมาเยอะหรอก เพราะแขกเข้าพักก็ไม่ได้มากมายเท่าไร แต่แค่ให้เป็นระบบหน่อยก็ดี เชื่อพรรณไหมว่าเขาต้องซื้อมาแพงกว่าราคาประเมิน”
ไอลดามองตามไปรอบ ๆ ถามกลับอย่างคล้อยตาม
“พรรณว่าอย่างนั้นหรือ ด้าไม่ค่อยรู้หรอก ก็คงงั้นแหละมั้ง”
พรรณวษาเลือกจะพยักหน้าตอบแทนคำพูด แล้วยื่นมือรับเครื่องดื่มในแก้วลงวางให้ไอลดา ไม่นานธรณ์กลับมานั่งร่วมโต๊ะด้วยอย่างเดิม ท่าทางเขาเงียบกว่าตอนลุกไปเสียอีก พอดีที่นักดนตรีนักร้องบรรเลงเพลงทำนองคุ้นหูขึ้นมา ไอลดาก็ยิ้มกว้างแล้วหันไปคุยกับเขา
“เพลงเพราะจังเลยนะคะพี่ธรณ์ นึกถึงตอนนั้นเลย ที่พี่ธรณ์พาไปดินเนอร์ฉลองวันเกิดด้า”
ธรณ์หันมาส่งยิ้มให้ เขาเองก็กำลังนึกถึงอยู่พอดี เขาพบไอลดาครั้งแรกก็ชอบ ถูกใจ อยากได้มาครอบครอง แล้วถึงได้เดินหน้าจีบจนสำเร็จ เขาหลงใหลในความสดใสของไอลดา ชอบที่เธอพูดจาเปิดเผย ยิ้มแย้ม ช่างออดอ้อน ก่อนที่สายตาจะเลยไปทางด้านข้างของไอลดา พอเห็นว่าอีกฝ่ายมองเขาอยู่ก็เลิกคิ้วให้เธอน้อย ๆ คิดอย่างออกขวางนิด ๆ ว่า
คนอะไรไม่ช่างพูดช่างจา แววตาก็เรียบเฉยเย็นชาแฝงไปด้วยความระแวดระวัง ไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ แบบนี้เองถึงยังโสด ใครจะอยากเข้าใกล้คนแบบนี้กัน
พรรณวษาละสายตาจากเขามาก่อน เมื่อมีสายเรียกเข้าอีกครั้ง แล้วหันไปคุยกับไอลดา
“เพื่อนที่ทำงานโทร.มาน่ะ”
“จ้า แฟนก็บอกมาเถอะ” ไอลดาแซวยิ้ม ๆ ธรณ์ไม่ได้สนใจฟังอะไร เขามองบรรยากาศรอบ ๆ รีสอร์ตของตัวเอง คล้ายกับอยากสำรวจดูว่าแขกต่างชาติพอใจกับโชว์มากน้อยแค่ไหน
คล้อยหลังพรรณวษาแล้ว ไอลดายกแก้มดื่มอีกครั้ง ค่อยหันมายิ้มหวานกับธรณ์ แล้วชวนกันคุยถึงคนที่เพิ่งเดินออกไปรับสายยังหาดทรายตรงหน้า
“เห็นเงียบ ๆ แบบนี้เถอะค่ะ ร้ายจะตาย”
ธรณ์ยกขวดเบียร์ขึ้นจิบ มองอดีตคนรักที่เอ่ยถึงเพื่อนตัวเอง แล้วก็นิ่งไป เพราะคิดเรื่องอื่นอยู่ ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากคุยเรื่องของพรรณวษาเท่าไรนัก กระนั้นแล้วก็ยังอุตส่าห์ออกปากถามไปอย่างต้องการต่อบทสนทนามากกว่าจะอยากรับรู้ถึงความร้ายกาจที่ไอลดากล่าวถึง “ร้ายยังไงหรือ”
“ตอนที่พี่ธรณ์เล่าเรื่องซื้อที่นี่ให้ฟัง พรรณแอบบ่นน่ะสิคะว่าที่นี่ขายแพงกว่าราคาประเมินแน่ ๆ แล้วก็ควรปรับปรุงระบบใหม่อย่างด่วนเลย”
ธรณ์หูผึ่ง พยักหน้าเบา ๆ นึกแปลกใจว่าพรรณวษารู้เรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกัน เขาเองก็กำลังคิดเช่นนี้อยู่ แล้วเลยเงียบไม่พูดว่าอะไรต่อจากนั้น ไม่ถามต่อว่าร้ายที่ว่านั้น มีอะไรอีก
“พี่ธรณ์ยังจำได้ไหมล่ะคะว่าด้ากับพรรณสนิทกันขนาดไหน มีเรื่องอะไรด้าก็จะบอกพรรณทุกเรื่องเลย”
ธรณ์เลิกคิ้วถามขัดยิ้ม ๆ รู้สึกว่าอารมณ์ของเขาจะผ่อนคลายลงบ้างแล้วจากเมื่อครู่ “รวมถึงเรื่องพี่ด้วยหรือเปล่า”
“ใช่ค่ะ”
ธรณ์ขยับตัวนั่งใหม่ รอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะเล่า
ตั้งแต่แต่งงานกันจนวันนี้ พรรณวษายังไม่วี่แววจะมีลูกให้เขาได้ชื่นชมเลย ธรณ์พยายามจะไม่เร่ง แต่ก็อดคาดหวังอยู่ในใจลึก ๆ ไม่ได้ พรรณวษาไม่ได้คุมกำเนิด ร่างกายตรวจเช็กดูแล้ว แพทย์บอกว่าแข็งแรงดีทั้งสองคน แต่หากยังไม่ถึงเวลาลูกก็ยังไม่มาก็เท่านั้น เรื่องนี้ทั้งเธอและเขาคอยปลอบใจกันมาตลอด “ไม่รีบครับ จะรีบไปทำไมล่ะเนอะ” บอกแล้วก็เหมือนกับจะปลอบใจตัวเอง ยี่สิบสองเดือนแล้วที่เขากับพรรณวษาแต่งงาน ใช้ชีวิตด้วยกันมา ขยันทุกวัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ติดลูกสักที ย่อตัวลงไปลูบเจ้าเหมียวตัวหนึ่งที่เข้ามาคลอเคลียขาแบบอ้อน ๆ “เลี้ยงสาว ๆ พวกนี้แทนก็ดีเหมือนกัน” “คุณอยากมีลูกมากขนาดนั้นเลยหรือคะ” “อยากสิ อยากมาก ๆ เลยล่ะ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ แล้วถ้ามีลูก ผมก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้ลูก ๆ ของผม” ธรณ์ยอมรับตามตรง “แต่ถ้ายังไม่มา หรือคุณยังไม่พร้อม ผมก็ยอมรับได้ทั้งนั้น” ยิ้มบาง ๆ เดินไปหยิบแท่งตรวจครรภ์ที่แสดงผลเรียบร้อยส่งให้เขา ธรณ์รับมาดูอย่างงง ๆ ในทีแรก พอรู้แล้วว่าเป็นผลตรวจครรภ์ ก็โห่ร้
เธอร้องอย่างตกใจ ตาปิดลง ใบหน้าแดงจัด ขนกายลุกชันไปทั้งร่าง สะโพกบิดส่ายไปมากับสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิตของหญิงสาว และเพราะมัวแต่ปิดการรับรู้อยู่นั่นเอง จึงไม่ทันเห็นว่าธรณ์ผละออกจากเธอแล้ว เขาถอดเสื้อของเขาออกบ้าง ตามด้วยกางเกงอย่างไม่รีบร้อนเท่ากับตอนถอดชุดของเธอ “เรามีเวลาอีกทั้งคืน แล้วก็อีกหลายวันเลยทูนหัว” เขาบอกเสียงพร่า ก่อนจะตามลงมาจูบที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง พรรณวษาถึงได้ลิ้มรสชาติของตัวเองผ่านลิ้นร้อนของเขา ตอนนั้นเองที่ท่อนกายแข็งขึงเบียดบดอยู่กับหน้าท้องของเธอธรณ์ใช้ขาของเขาดันขาของเธอให้แยกออกช้า ๆ พร้อมกับแตะต้องเนื้อส่วนที่บอบบางที่สุดตรงแกนกายด้วยท่อนเนื้อแข็งและร้อนของเขา มือที่ร้อนพอ ๆ กับส่วนนั้น โลมลูบปลุกเร้าไปกับทุกจุด ผ่านจุดไหนก็ปลุกสัมผัสให้เสียดซ่านตรงจุดนั้น รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมออกมาทีละนิดจนต้องเปล่งเสียงร้องเรียกเขา “ธรณ์คะ” เธอมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนไม่รู้ตัว ธรณ์ไม่ตอบรับด้วยเสียง เขาก้มลงจูบปากเธอพร้อมกับสอดท่อ
ตอบสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขว่า “ค่ะ” “ผมถามได้ไหม” พยักหน้าให้เขาว่ามา “ทำไมคุณถึง…” ธรณ์พูดมาถึงตอนนี้ก็อึกอักหน่อยหนึ่ง “...ยอมใจอ่อนตอบตกลงแต่งงานกับผมแล้วล่ะ” “ก็คุณเล่นพาฉันไปงานถี่ จนอยากแต่งเลยน่ะสิคะ” “เอาดี ๆ น่า” ธรณ์เร่งเร้า ไม่อยากเชื่อว่านั่นจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงของเธอ “นี่ไงคะ” ชูให้เขาดูของชำร่วยในมือ ‘เวลามีแต่จะสั้นลงทุกวัน’ ‘เรามีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร’ “แล้วก็นี่ค่ะ ‘อยากทำอะไรก็ให้ทำ ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะมาไม่ถึง’ ” “เลยรีบแต่งงานกับผมน่ะหรือ” “ฉันอยากใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าที่สุดกับคนที่ฉันรักต่างหากล่ะคะ” บอกเขาออกไปแล้วก็เงียบไป ธรณ์เป่าลมออกจากปาก ถามเสียงลอย ๆ“นี่เรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย” “ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณกำลังฝันอยู่ต่างหาก” ธรณ์ไม่ยอมถูกอำคนเดียวแน่ “ฝันใช่ไหม อย่างนั้นผมจะได้ทำแบบนี้” แล้วรวบมือเธอไว้ ยื่นหน้าเข้ามา จะปล้นจูบเธอให้ไ
“ไม่เชื่อ” พยักหน้าด้วยความอายว่าใช่ เขาคือจูบแรกของเธอ เลยได้ยินเสียงธรณ์ร้องเยสดังลั่นห้อง หมั่นไส้เลยไล่เขาโดยไม่มองหน้า “กลับห้องได้แล้วค่ะ” “อะไรล่ะ ไล่ผมทำไม” “อยู่แล้วชอบทำแบบนี้ ไม่ให้อยู่” “ผมแค่สอนคุณจูบนิดเดียวเอง ไม่ทำอะไรมากกว่านี้หรอก สัญญาเลย” เลยหน้าตูมไม่พูดอะไรอีก ธรณ์เลยลุกขึ้นยืนยอมแต่โดยดี “โอเคครับ กลับก็ได้” ที่ยอมออกมา เพราะธรณ์เองก็แทบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเช่นกัน ถ้ายังไปวนไปเวียนอยู่ใกล้พรรณวษาแบบนี้ต่อ อาจมือไม้ไว แล้วก็อาจทำมากกว่านี้ก็ได้ ออกจากห้องพักของพรรณวษา ธรณ์ลงไปยังลานจอด พารถขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เป็นจุดนัดพบของพี่ ๆ และน้องชายร่วมสายเลือด ลงรถได้เดินหน้าตึงไปนั่งทอดอารมณ์คนเดียวข้างสระว่ายน้ำในรั้วบ้าน เสียงพี่ชายคนโตถามแหวกเสียงเพลงมาที่เขา “กลับมาเมื่อไร” “สองวันแล้วครับ” “ยังคบกันอยู่อีกหรือวะ” “ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ” “ก
“พี่ธรณ์รอจนเหี่ยวแน่งานนี้”ธรณ์มองแล้วนึกเคือง แต่ไม่ได้พูดอะไร หัสดินทร์ยกมือขอตัวรับสาย ทั้งสามคนเลยหันมาคุยกันต่อ โดยไอลดาเป็นคนเปิดเรื่องขึ้นว่า “ดีแล้วพรรณ แต่งไปก็จะเป็นแบบด้า อยู่แบบนี้ดีแล้ว” “อย่ายุแยงเพื่อนแบบนั้นสิ คู่แต่งงานเขาจะเป็นเหมือนเรากันหมดเลยหรือไง เดี๋ยวเขาก็กลัว ยืดเวลาออกไปอีก พี่จะทำยังไงล่ะ” “พี่ธรณ์ไม่เก่งเองนี่นา ช่วยไม่ได้” “เราเก่งตายละ ยัยคนท้อง” “ว่าด้าหรือ นี่แน่ะ ๆ” ไอลดาหยิบทิชชูตีแขนธรณ์ ธรณ์ทำเป็นร้องโวยวาย ชี้มือไปอีกทาง บอก “นู่น ๆ สามีแวะคุยกับสาวอีกแล้ว” ไอลดาหันไปมองทันที แล้วค่อยกลับมาคุยด้วย ตอนที่เธอเอ่ยถาม “ปกติดีใช่ไหม ด้ากับคุณเอสน่ะ” “อือ ก็ดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง” ไอลดาเงียบไปเดี๋ยวเดียวก็พเยิดหน้าไปทางหัสดินทร์ บอกอย่างฉุน ๆ “นั่นน่ะ เพื่อนในกลุ่มฮี แล้วก็เป็นเพื่อนนอนฮีด้วย” พรรณวษามองตามก็ได้แค่ถอนใจ “แต่ทำไงได้ล่ะ ด้ารักเขานี่ หลัง ๆ เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไร่แล้ว บอกให้เขาไปปรามนังพวกนั้นว่าห้ามมากวนประ
“คบยังไม่ถึงปีเลยก็จะแต่งกันแล้วหรือวะ” ธรณ์ถามเสียงดัง พรรณวษาช้อนตาขึ้นมองเขา เห็นธรณ์ทำทีเป็นยุ่งกับงานเอกสารตรงหน้าเขา ก็ค่อยลดสายตาลงที่งานตรงหน้าอย่างเดิม “ไม่ไปได้ไง เพื่อนรักกูแต่งงานทั้งที กระชั้นไปนะ กูเตรียมตัวไม่ทัน ได้ ไว้เจอกัน” เขาวางสายแล้วก็ทำเงียบ ไม่คุยอะไรกับเธอ ตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ธรณ์ก็ยังไม่คุยอะไรกับเธอเลย ที่แท้เพราะรอจังหวะอยู่นั่นเอง พอมีเหตุให้ชวนคุย ธรณ์ก็ค่อยเอ่ยว่า “อาทิตย์หน้านี้ผมจะเข้ากรุงเทพฯ” ขีดสัญลักษณ์บนกระดาษแล้วค่อยพยักหน้าตอบรับเขา “ค่ะ” ค่อยก้มหน้าทำงานต่อ “ไปด้วยกันไหมครับ” “ไปทำไมคะ” “ก็...” คนชวนทำอึกอัก ก่อนจะนึกเหตุผลได้ว่า “ก็ไปดูแบบผ้าม่านกันไง เห็นคุณบ่นว่าอยากเปลี่ยนใหม่ไม่ใช่หรือ” “คุณให้ร้านมาดูแล้วนี่คะ” “ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ คนอื่นเขาพาแฟนไปกันทั้งนั้นเลย” “เพื่อนคุณ แก๊งไฮโซนั่นน่ะหรือ” “ใช่ที่ไหน เพื่อนผมก็คนธรรมดาทั้งนั้น มีหมดแหละ ท