LOGIN“ไปเดินเล่นก่อนดีกว่าค่ะพี่ธรณ์ ใช่ไหมล่ะ”
ไอลดายิ้มจนตาแทบปิด ดีใจเมื่อธรณ์เดาความคิดของเธอถูกราวกับเข้ามานั่งอยู่ในหัวของเธอ
“พี่ธรณ์รู้คำตอบของด้าทุกทีเลย” ไอลดายิ้มหวานตอบเขาไป แล้วหันมาทางเพื่อนที่ลืมไปเสียสนิทว่ามาด้วยกัน “ไปไหมพรรณ”
พรรณวษามองชายหญิงทั้งสองคนอึดใจแล้วค่อยแนะว่า “พักก่อนไม่ดีหรือด้า ขับรถมาทั้งวัน หน้าดูซีด ๆ แล้วนั่น มื้อเย็นจะกินอะไร หาอะไรกินก่อนดีไหม”
“ด้ามากับแม่หรือครับ” ธรณ์ถามไปทางไอลดายิ้ม ๆ ก่อนเลยสายตามามองสบกับเธอ พรรณวษามองตอบแบบที่ไม่ยิ้ม ให้รู้ว่าเธอไม่ตลกด้วยเลย
“พี่ธรณ์” ไอลดาเรียกธรณ์เสียงกลั้วหัวเราะ อดขำมุกเขาไม่ได้ แล้วค่อยยกมือขึ้นประคองแก้มตัวเอง ถามธรณ์ด้วยน้ำเสียงติดจะอ้อนอยู่ไม่น้อย
“หน้าซีดมากไหมคะพี่ธรณ์”
“ไม่นะ ด้าก็ยังดู...” ธรณ์มองเพ่งใบหน้าหญิงสาวที่ครองหัวใจของเขามาตลอดหลายปี บอกเสียงละมุนกลับไป “สวย น่ารัก สดใสเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน”
ไอลดายิ้มหวานกว่าเดิมเสียอีก แล้วพากันยืนมองตากันอยู่อย่างนั้นเป็นนานสองนานโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คนเดียว เหมือนกับว่าทั้งโลกตอนนี้มีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น
พรรณวษาเลื่อนมือขึ้นตบยุงตรงต้นแขนหน้านิ่ง ยืนมองชายหญิงเบื้องหน้าที่คงหลงลืมไปว่า มีเธออยู่ตรงนี้ด้วยอีกหนึ่งคน อ้อ พนักงานขนกระเป๋าอีกคนที่ด้านหลัง
พลันบังเกิดความรู้สึกขัดใจ ไม่ชอบแววตาอดีตคนรักไอลดาเลยสักนิด ธรณ์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างของเขาสูงใหญ่ ผิวขาวแลดูสะอาดตา มีเสน่ห์กับเพศตรงข้ามไม่น้อย เขามักเป็นคนยิ้มง่าย ยิ้มแบบคนสุภาพ แต่พรรณวษามองว่าเขาซ่อนเร้นความคิดและอารมณ์บางอย่างเอาไว้ได้ค่อนข้างเก่ง และมีวิธีจัดการกับคนและควบคุมได้ตามที่เขาอยากให้เป็นไปอย่างง่ายดาย
ท่วงท่า การพูดจาของเขาอาจเหมือนคนผูกมิตรด้วยง่าย ๆ แต่นั่นไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอ พรรณวษาเป็นหนึ่งคนที่ธรณ์ไม่เคยทำตัวสนิทสนมผูกมิตรด้วย แต่จะเป็นเพราะเหตุผลกลใดก็ตามแต่ พรรณวษาไม่ได้สนใจในส่วนนั้น เพราะเธอเองก็ไม่เคยคิดอยากผูกมิตรกับชายคนนี้เท่าไรนัก
เรื่องราวเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ตอนที่ธรณ์เริ่มรู้จักกับไอลดาใหม่ ๆ ก่อนจะเดินหน้าจีบไอลดาแบบเต็มตัว ด้วยความหวังดี เธอออกปากเตือนเพื่อนว่าให้ดูดี ๆ ก่อนตกลงคบหาใคร และเท่าที่เธอรู้มาในตอนนั้น แม้ธรณ์จะเป็นคนมีฐานะ แต่เขาไม่ได้ทำงานเป็นหลักแหล่ง ไม่มีบริษัทเป็นของตัวเอง มีแค่ชื่อเป็นหนึ่งในทีมกรรมการบริหารกับธุรกิจครอบครัว ที่ไม่เคยลงไปบริหารด้วยตัวเองเลยสักครั้ง อีกทั้งยังมีข่าวลือหนาหูเรื่องผู้หญิงที่เขาคบหาหลายคน พรรณวษาเตือนเท่าที่รู้ข่าวมา เขาคงรู้เรื่องภายหลังกระมังว่าเธอเตือนไอลดาไปแบบนั้น
จากที่ไม่สนิทกันอยู่แล้ว เขาไม่พูดอะไรกับเธออีกเลย และพรรณวษาไม่ใช่คนต้องมาคอยนั่งแคร์ใคร โดยเฉพาะคนที่ไม่ใช่คนข้างกายของเธอ เธอไม่นึกสนอยู่แล้ว
เธอกับธรณ์ไม่เคยมีปากเสียงกัน มีเพียงความเงียบและสายตาที่ใช้มองกันเท่านั้น ที่บ่งบอกความไม่เป็นมิตร
พอเห็นว่าไอลดาคบหาธรณ์ พรรณวษาเลือกจะเคารพการตัดสินใจของเพื่อน ไม่ได้พูดยุแยงใส่ไฟให้มีปัญหากัน จนมารู้ว่าเพื่อนไปกันไม่รอดแล้วกับธรณ์ ก็ให้นึกโล่งใจไม่น้อยในตอนนั้น
หยุดความคิดถึงในอดีตครั้งเก่า ลงความเห็นว่าเข้าห้องพักก่อนดีกว่า เพราะบรรยากาศรอบ ๆ มืดแบบนี้ เดินเลียบหาดคงได้ยินเพียงเสียงและสัมผัสบางเบาจากลมทะเลเท่านั้น ไม่เห็นอะไรมากไปกว่าความมืดที่โรยตัวปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณเท่าไรหรอก
ธรณ์เดินตามไปที่ห้องพักด้วย เข้าห้องได้ก็เห็นเขาเดินตามไอลดาไปยังระเบียงด้านหน้าของห้องพัก พรรณวษามองตามทั้งสองคนไปแล้วให้นึกหวั่นใจในความใกล้ชิดของทั้งคู่ กำลังจะตามออกไปด้วย ก็พอดีมีสายเรียกเข้าเสียก่อน เธอหยิบมันขึ้นมาดู แล้วถึงได้ถอนลมหายใจออกมาเบา ๆ เลี่ยงไปกดรับสายที่ด้านนอก
“พรรณหรือ” ปลายสายทักทายเธอด้วยเสียงขรึม ๆ
“ค่ะคุณเอส”
“ด้าอยู่กับพรรณหรือเปล่า”
พรรณวษาได้ยินแล้วก็คิดตามอย่างไม่สบายใจ นี่ผ่านไปเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว หัสดินทร์เพิ่งโทร.หาเธอเพื่อถามหาไอลดา
แล้วค่อยตอบรับปลายสายไป “อยู่ค่ะ”
“พี่ฝากพรรณทีนะ ด้าเขางอนที่ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยมีเวลาให้เขาน่ะ นี่พี่ก็เครียดเรื่องงานจะตายอยู่แล้ว”
“ได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง”
“แล้วนี่อยู่ที่ไหนกันหรือ”
“ออกมาเที่ยวทะเลใกล้ ๆ นี่เองค่ะ” พรรณวษาสงวนรายละเอียดเอาไว้หน่อยหนึ่ง เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูไม่ค่อยใส่ใจเพื่อนของเธอเท่าที่ควรนัก
“โอเคครับ อย่างนั้นพี่ไม่กวนแล้วนะ ยังไงพี่ฝากพรรณดูด้าให้พี่ด้วย ขอบคุณมากนะพรรณ”
พรรณวษาลดโทรศัพท์ในมือลง ผลักประตูเข้าห้องได้ มองผ่านกระจกออกไปยังระเบียงห้องพัก ที่เห็นได้จากตรงนี้ว่าเพื่อนของเธอกำลังพูดคุยยิ้มหัวอยู่กับอดีตคนรักด้วยใบหน้าที่ดูสดชื่นมากขึ้น
ธรณ์หันมามองตอบเธอจากระยะไกล ๆ ด้วยแววตาที่เห็นแล้วยิ่งไม่สบายใจหนักขึ้นไปอีก ก่อนที่เขาจะเลิกสนใจเธอแล้วก้มลงไปคุยอะไรกับไอลดา อย่างที่ดูใกล้ชิดมากจนเกินไป พรรณวษาจึงตัดสินใจเดินไปสมทบกับพวกเขาด้วย
หัสดินทร์วางสายลงด้วยสายตาครุ่นคิด
“เจอไหมคะ ภรรยาคนสวยของบอสน่ะ”
“เขาไปเที่ยวกับเพื่อน”
หัสดินทร์ตอบเสียงเนือย ๆ เลขาสาวสวยมองแล้วก็ให้หมั่นไส้ไม่น้อย เจ้าหล่อนรู้ดีทีเดียวว่าผู้ชายคนนี้เกรงใจภรรยามากขนาดไหน ยิ่งเกรงนี่แหละ ยิ่งท้าทาย ยิ่งทำให้หล่อนอยากได้หัสดินทร์มากยิ่งขึ้นเท่านั้น การได้แอบลักกินขโมยกินแบบนี้มันสนุกน้อยเสียที่ไหนกัน
แล้วขยับตัวลงไปนั่งเบียดกันกับเขา มือยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อของหัสดินทร์อย่างเชื่องช้ายั่วยวน “เธอต้องรู้ระแคะระคายเรื่องของเราแน่ ๆ เลย บอสว่าไหมคะ”
“คุณจงใจให้เธอรู้เรื่องระหว่างเราน่ะสิ”
“ใส่ความณีเรื่อยเลย แบบนี้ต้องลงโทษบอสแล้วนะคะ”
สาวงามนามกัลยาณีทาบเรือนร่างลงบนชายหนุ่มผู้เป็นนาย เธอป้อนเขา ปรนเปรอจนเขาแทบสำลักในอารมณ์ปรารถนาทุกครั้ง แม้จะพิสดาร ดิบเถื่อนไปบ้าง แต่หากมัดใจเขาได้ กัลยาณีก็ไม่เห็นว่าจะเสียหายตรงไหนเลยนี่
“อำเราทำไมก็ไม่รู้เนอะ"
ตั้งแต่แต่งงานกันจนวันนี้ พรรณวษายังไม่วี่แววจะมีลูกให้เขาได้ชื่นชมเลย ธรณ์พยายามจะไม่เร่ง แต่ก็อดคาดหวังอยู่ในใจลึก ๆ ไม่ได้ พรรณวษาไม่ได้คุมกำเนิด ร่างกายตรวจเช็กดูแล้ว แพทย์บอกว่าแข็งแรงดีทั้งสองคน แต่หากยังไม่ถึงเวลาลูกก็ยังไม่มาก็เท่านั้น เรื่องนี้ทั้งเธอและเขาคอยปลอบใจกันมาตลอด “ไม่รีบครับ จะรีบไปทำไมล่ะเนอะ” บอกแล้วก็เหมือนกับจะปลอบใจตัวเอง ยี่สิบสองเดือนแล้วที่เขากับพรรณวษาแต่งงาน ใช้ชีวิตด้วยกันมา ขยันทุกวัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ติดลูกสักที ย่อตัวลงไปลูบเจ้าเหมียวตัวหนึ่งที่เข้ามาคลอเคลียขาแบบอ้อน ๆ “เลี้ยงสาว ๆ พวกนี้แทนก็ดีเหมือนกัน” “คุณอยากมีลูกมากขนาดนั้นเลยหรือคะ” “อยากสิ อยากมาก ๆ เลยล่ะ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ แล้วถ้ามีลูก ผมก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้ลูก ๆ ของผม” ธรณ์ยอมรับตามตรง “แต่ถ้ายังไม่มา หรือคุณยังไม่พร้อม ผมก็ยอมรับได้ทั้งนั้น” ยิ้มบาง ๆ เดินไปหยิบแท่งตรวจครรภ์ที่แสดงผลเรียบร้อยส่งให้เขา ธรณ์รับมาดูอย่างงง ๆ ในทีแรก พอรู้แล้วว่าเป็นผลตรวจครรภ์ ก็โห่ร้
เธอร้องอย่างตกใจ ตาปิดลง ใบหน้าแดงจัด ขนกายลุกชันไปทั้งร่าง สะโพกบิดส่ายไปมากับสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิตของหญิงสาว และเพราะมัวแต่ปิดการรับรู้อยู่นั่นเอง จึงไม่ทันเห็นว่าธรณ์ผละออกจากเธอแล้ว เขาถอดเสื้อของเขาออกบ้าง ตามด้วยกางเกงอย่างไม่รีบร้อนเท่ากับตอนถอดชุดของเธอ “เรามีเวลาอีกทั้งคืน แล้วก็อีกหลายวันเลยทูนหัว” เขาบอกเสียงพร่า ก่อนจะตามลงมาจูบที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง พรรณวษาถึงได้ลิ้มรสชาติของตัวเองผ่านลิ้นร้อนของเขา ตอนนั้นเองที่ท่อนกายแข็งขึงเบียดบดอยู่กับหน้าท้องของเธอธรณ์ใช้ขาของเขาดันขาของเธอให้แยกออกช้า ๆ พร้อมกับแตะต้องเนื้อส่วนที่บอบบางที่สุดตรงแกนกายด้วยท่อนเนื้อแข็งและร้อนของเขา มือที่ร้อนพอ ๆ กับส่วนนั้น โลมลูบปลุกเร้าไปกับทุกจุด ผ่านจุดไหนก็ปลุกสัมผัสให้เสียดซ่านตรงจุดนั้น รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมออกมาทีละนิดจนต้องเปล่งเสียงร้องเรียกเขา “ธรณ์คะ” เธอมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนไม่รู้ตัว ธรณ์ไม่ตอบรับด้วยเสียง เขาก้มลงจูบปากเธอพร้อมกับสอดท่อ
ตอบสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขว่า “ค่ะ” “ผมถามได้ไหม” พยักหน้าให้เขาว่ามา “ทำไมคุณถึง…” ธรณ์พูดมาถึงตอนนี้ก็อึกอักหน่อยหนึ่ง “...ยอมใจอ่อนตอบตกลงแต่งงานกับผมแล้วล่ะ” “ก็คุณเล่นพาฉันไปงานถี่ จนอยากแต่งเลยน่ะสิคะ” “เอาดี ๆ น่า” ธรณ์เร่งเร้า ไม่อยากเชื่อว่านั่นจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงของเธอ “นี่ไงคะ” ชูให้เขาดูของชำร่วยในมือ ‘เวลามีแต่จะสั้นลงทุกวัน’ ‘เรามีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร’ “แล้วก็นี่ค่ะ ‘อยากทำอะไรก็ให้ทำ ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะมาไม่ถึง’ ” “เลยรีบแต่งงานกับผมน่ะหรือ” “ฉันอยากใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าที่สุดกับคนที่ฉันรักต่างหากล่ะคะ” บอกเขาออกไปแล้วก็เงียบไป ธรณ์เป่าลมออกจากปาก ถามเสียงลอย ๆ“นี่เรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย” “ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณกำลังฝันอยู่ต่างหาก” ธรณ์ไม่ยอมถูกอำคนเดียวแน่ “ฝันใช่ไหม อย่างนั้นผมจะได้ทำแบบนี้” แล้วรวบมือเธอไว้ ยื่นหน้าเข้ามา จะปล้นจูบเธอให้ไ
“ไม่เชื่อ” พยักหน้าด้วยความอายว่าใช่ เขาคือจูบแรกของเธอ เลยได้ยินเสียงธรณ์ร้องเยสดังลั่นห้อง หมั่นไส้เลยไล่เขาโดยไม่มองหน้า “กลับห้องได้แล้วค่ะ” “อะไรล่ะ ไล่ผมทำไม” “อยู่แล้วชอบทำแบบนี้ ไม่ให้อยู่” “ผมแค่สอนคุณจูบนิดเดียวเอง ไม่ทำอะไรมากกว่านี้หรอก สัญญาเลย” เลยหน้าตูมไม่พูดอะไรอีก ธรณ์เลยลุกขึ้นยืนยอมแต่โดยดี “โอเคครับ กลับก็ได้” ที่ยอมออกมา เพราะธรณ์เองก็แทบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเช่นกัน ถ้ายังไปวนไปเวียนอยู่ใกล้พรรณวษาแบบนี้ต่อ อาจมือไม้ไว แล้วก็อาจทำมากกว่านี้ก็ได้ ออกจากห้องพักของพรรณวษา ธรณ์ลงไปยังลานจอด พารถขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เป็นจุดนัดพบของพี่ ๆ และน้องชายร่วมสายเลือด ลงรถได้เดินหน้าตึงไปนั่งทอดอารมณ์คนเดียวข้างสระว่ายน้ำในรั้วบ้าน เสียงพี่ชายคนโตถามแหวกเสียงเพลงมาที่เขา “กลับมาเมื่อไร” “สองวันแล้วครับ” “ยังคบกันอยู่อีกหรือวะ” “ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ” “ก
“พี่ธรณ์รอจนเหี่ยวแน่งานนี้”ธรณ์มองแล้วนึกเคือง แต่ไม่ได้พูดอะไร หัสดินทร์ยกมือขอตัวรับสาย ทั้งสามคนเลยหันมาคุยกันต่อ โดยไอลดาเป็นคนเปิดเรื่องขึ้นว่า “ดีแล้วพรรณ แต่งไปก็จะเป็นแบบด้า อยู่แบบนี้ดีแล้ว” “อย่ายุแยงเพื่อนแบบนั้นสิ คู่แต่งงานเขาจะเป็นเหมือนเรากันหมดเลยหรือไง เดี๋ยวเขาก็กลัว ยืดเวลาออกไปอีก พี่จะทำยังไงล่ะ” “พี่ธรณ์ไม่เก่งเองนี่นา ช่วยไม่ได้” “เราเก่งตายละ ยัยคนท้อง” “ว่าด้าหรือ นี่แน่ะ ๆ” ไอลดาหยิบทิชชูตีแขนธรณ์ ธรณ์ทำเป็นร้องโวยวาย ชี้มือไปอีกทาง บอก “นู่น ๆ สามีแวะคุยกับสาวอีกแล้ว” ไอลดาหันไปมองทันที แล้วค่อยกลับมาคุยด้วย ตอนที่เธอเอ่ยถาม “ปกติดีใช่ไหม ด้ากับคุณเอสน่ะ” “อือ ก็ดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง” ไอลดาเงียบไปเดี๋ยวเดียวก็พเยิดหน้าไปทางหัสดินทร์ บอกอย่างฉุน ๆ “นั่นน่ะ เพื่อนในกลุ่มฮี แล้วก็เป็นเพื่อนนอนฮีด้วย” พรรณวษามองตามก็ได้แค่ถอนใจ “แต่ทำไงได้ล่ะ ด้ารักเขานี่ หลัง ๆ เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไร่แล้ว บอกให้เขาไปปรามนังพวกนั้นว่าห้ามมากวนประ
“คบยังไม่ถึงปีเลยก็จะแต่งกันแล้วหรือวะ” ธรณ์ถามเสียงดัง พรรณวษาช้อนตาขึ้นมองเขา เห็นธรณ์ทำทีเป็นยุ่งกับงานเอกสารตรงหน้าเขา ก็ค่อยลดสายตาลงที่งานตรงหน้าอย่างเดิม “ไม่ไปได้ไง เพื่อนรักกูแต่งงานทั้งที กระชั้นไปนะ กูเตรียมตัวไม่ทัน ได้ ไว้เจอกัน” เขาวางสายแล้วก็ทำเงียบ ไม่คุยอะไรกับเธอ ตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ธรณ์ก็ยังไม่คุยอะไรกับเธอเลย ที่แท้เพราะรอจังหวะอยู่นั่นเอง พอมีเหตุให้ชวนคุย ธรณ์ก็ค่อยเอ่ยว่า “อาทิตย์หน้านี้ผมจะเข้ากรุงเทพฯ” ขีดสัญลักษณ์บนกระดาษแล้วค่อยพยักหน้าตอบรับเขา “ค่ะ” ค่อยก้มหน้าทำงานต่อ “ไปด้วยกันไหมครับ” “ไปทำไมคะ” “ก็...” คนชวนทำอึกอัก ก่อนจะนึกเหตุผลได้ว่า “ก็ไปดูแบบผ้าม่านกันไง เห็นคุณบ่นว่าอยากเปลี่ยนใหม่ไม่ใช่หรือ” “คุณให้ร้านมาดูแล้วนี่คะ” “ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ คนอื่นเขาพาแฟนไปกันทั้งนั้นเลย” “เพื่อนคุณ แก๊งไฮโซนั่นน่ะหรือ” “ใช่ที่ไหน เพื่อนผมก็คนธรรมดาทั้งนั้น มีหมดแหละ ท







