INICIAR SESIÓN“ใช่ค่ะ”
ธรณ์ขยับตัวนั่งใหม่ รอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะเล่า
ไอลดาจับก้านแก้วค็อกเทลหมุนไปมา ก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด วางลงแล้วถึงเล่า “ก่อนที่เราจะคบกัน ด้าเคยถามพรรณด้วยนะคะว่าพี่ธรณ์เป็นยังไงบ้าง แล้วพี่ธรณ์รู้ไหมว่าพรรณน่ะวิจารณ์พี่ธรณ์ซะเละ บอกว่าพี่ธรณ์ไม่ใช่ผู้ชายที่ด้าหรือใครควรจะฝากชีวิตไว้ด้วยเลย”
จากที่ฟังด้วยรอยยิ้มอยู่เมื่อครู่ ใบหน้าหล่อเหลา แววตาแบบคนอารมณ์ดีก็ค่อย ๆ เย็นชาลง เรื่องนี้เขาพอรู้อยู่บ้าง ว่ามีคนพูดถึงเขาลับหลังเช่นไร แต่นาทีนี้บอกได้เลย ว่าใครพูดถึงเขาแบบไหนก็ไม่เจ็บใจเท่ากับที่เพื่อนของไอลดาพูดถึงแน่นอน
พรรณวษามีแววตาเรียบนิ่งที่มองสบด้วยคราใด ก็จะให้ความรู้สึกไม่สบอารมณ์ในครานั้น ไม่รู้สิ ธรณ์ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่ทำตัวเย็นชาได้ขนาดนี้มาก่อนละมั้ง
แล้วเสียงของไอลดาก็ดึงให้ธรณ์กลับลงมาที่บทสนทนากลางโต๊ะอีกครั้ง “แต่ด้าก็ไม่ได้ฟังที่พรรณบอกหรอกค่ะ ไม่อย่างนั้นด้าจะตัดสินใจคบกับพี่ธรณ์หรือคะ”
“อย่าบอกนะว่าเขายุให้เราเลิกกับพี่ แล้วไปเลือกพี่เอสน่ะ”
ไอลดายิ้มเลยคราวนี้ ถามปนขำเล็กน้อย ที่ไม่ใช่เพราะตลก แต่เพราะดื่มจนเริ่มครองตัวเองไม่ได้แล้วมากกว่า “พี่ธรณ์รู้ได้ยังไงคะ”
นี่เขาเดาเล่น ๆ นะ เรื่องจริงหรอกหรือ
เท่านั้นเอง ความรู้สึกเฉย ๆ ที่มีให้หญิงสาวหน้านิ่งอย่างพรรณวษาก็แปรปรวนเป็นดำดิ่งลงเหวในทันที กลายเป็นโมโหขึ้นในที่สุด
แม้เรื่องราวจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ถ้าได้พูดถึงทีไร ธรณ์ก็มักมีอาการหัวร้อนแบบนี้ทุกครั้งไป
ไอลดาที่คุยสนุกติดลม ไม่ทันสังเกตอาการของอดีตคนรัก หญิงสาวเล่าอย่างสนุกปากไปเรื่อย ๆ ว่า “พอพรรณรู้ว่าพี่เอสตามจีบด้าอีกคนเท่านั้นแหละค่ะ โอ้โห แทบจะปูพรมให้พี่เอสเข้าหาด้าเลย”
เล่ามาถึงตรงนี้แล้ว ไอลดาก็เงียบเสียงไป หญิงสาวเมินหน้าออกไปยังทิศทางอื่นเพื่อปาดน้ำตาออก พูดไปแล้วก็อดนึกถึงคืนวันเก่า ๆ เหล่านั้นไม่ได้ หัสดินทร์ทำราวกับเธอเป็นเจ้าหญิง เขาพะนอเอาใจ ตามไปรับไปส่งเธอทุกที่ที่ต้องการ มีโอกาสสำหรับมื้ออาหารหวาน ๆ อยู่เสมอ และภาพลักษณ์ของเขาในตอนนั้นก็ดีกว่าผู้ชายคนไหน ๆ หัสดินทร์ดูดี เขามาจากตระกูลผู้ดีที่อบอุ่น เอาใจใส่ มีการศึกษา เวลายืนเคียงข้างเขามันทำให้ใครต่อใครมองมาด้วยแววอิจฉาตาร้อนผ่าว ๆ อยากยืนอยู่ในตำแหน่งนั้นแทนที่เธอ แต่มาวันนี้ ไม่มีสิ่งที่ว่านั้นอีกแล้ว
บางคนอาจยังมองอย่างอิจฉาเธออยู่ แต่ไอลดาจำต้องกล้ำกลืนฝืนทน เก็บความชอกช้ำใจเอาไว้ให้มิดชิด แต่แล้วก็รู้ว่าทนเก็บมันต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว ต้องระบายออกให้คนที่ไว้ใจที่สุดได้รับฟังเรื่องราวพวกนั้นบ้าง
หัสดินทร์เจ้าชู้ เขาแทบจะนอนกับผู้หญิงทุกคนรอบตัวเขา เธอเพิ่งมารู้แน่ชัดก็เมื่อสองปีที่แล้วนี่เอง แค่นี้เธอก็ช้ำใจมากพอแล้ว นี่ยังไม่รวมความต้องการทางเพศของเขาที่ออกจะล้น ๆ นั่นอีก
ธรณ์ไม่ทันได้สนใจว่าอดีตคนรักอยู่ในโหมดทุกข์โศก เพราะกำลังหัวร้อนอยู่กับคนที่แสดงตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขามาเสมอ พยายามควบคุมอารมณ์ หันมาที่ไอลดาอีกที เห็นนั่งก้มหน้าร้องไห้ไปแล้ว
เลยขยับมานั่งใกล้ ๆ ใกล้กว่าเดิม ถามด้วยน้ำเสียงอาทร
“ด้าครับ เป็นอะไรไปครับคนดี”
ไอลดาร้องไห้โฮหนักขึ้น มีคนหันมามองที่เธอกันบ้างแล้ว เป็นจังหวะเดียวกับที่พรรณวษาเดินกลับมา พอเห็นว่าเพื่อนก้มหน้าซบฝ่ามือ ร้องไห้อยู่ ก็ค่อยลากเก้าอี้มานั่งใกล้ ๆ ยกมือลูบไหล่เพื่อน ถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
“ด้า... เป็นอะไร”
ไอลดาลดอาการร้องไห้โฮลงมาแล้ว เหลือเพียงสะอื้นเบา ๆ เท่านั้น พรรณวษาจึงเลือกถามด้วยน้ำเสียงกดดันเล็กน้อย ตามองเลยไปทางคนที่นั่งนิ่งอยู่
“คงไม่มีใครพูดอะไรให้ด้าต้องรู้สึกผิดหรอกใช่ไหม”
เสียงถามราวกับกล่าวหากัน ทำเอาธรณ์ชะงักเล็กน้อย เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงกดดันกลับบ้าง
“หมายถึงอะไร อย่าเที่ยวกล่าวหาใครลอย ๆ แบบนี้สิคุณ”
“ก็อย่างเช่น” พรรณวษายื่นมือหยิบทิชชูบนโต๊ะส่งให้ไอลดา ก่อนจะหันไปสบตากับธรณ์ “ด้าทิ้งพี่ทำไม หรือไม่ก็ นึกถึงความรักสี่ปีของเราบ้างหรือเปล่าด้า อะไรแบบนั้น”
ธรณ์บิดมุมปากลง มองสบตากับคนที่ถามนิ่งเป็นนาน เขาไม่ได้สะเทือนใจเลยสักนิดกับสิ่งที่ผู้หญิงตรงหน้าเอ่ยออกมา ประโยคพวกนั้นเขาเคยใช้ถามไอลดาจริงตอนที่เธอทิ้งเขาไปใหม่ ๆ แล้วเลือกจะย้อนถามเธอคืนด้วยแววตาท้าทายกลับ
“แล้วถ้าใช่ คุณมีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ”
ถ้าเขาคิดว่าเธอจะเงียบ ไม่กล้าต่อกรด้วย ธรณ์คิดผิดมหันต์
“ถ้าคุณเป็นสุภาพบุรุษมากพอ คุณจะไม่รื้อฟื้นเรื่องเก่าขึ้นมาพูดอีกยังไงล่ะ แต่เท่าที่มอง ไม่น่าจะใช่สุภาพบุรุษขนาดนั้น”
ทั้งคู่มองจ้องกันอยู่เกือบนาที โดยไม่มีใครยอมละสายตาไปก่อน แล้วถึงได้ยุติสงครามเย็นลง เมื่อพนักงานเข้ามาเมียง ๆ มอง ๆ รอส่งเครื่องดื่มแก้วใหม่ให้ไอลดา ธรณ์ยกมือบอกว่าพอก่อน
พรรณวษาจึงขยับมาคว้าตัวเพื่อนไปซบไหล่ตนเอง ไอลดาไม่ยอมกินอะไรเลย ออกจากระเบียงห้องมาได้ก็ตามธรณ์มาที่นี่ทันที นั่งลงแล้วก็เห็นว่าเอาแต่นั่งละเลียดเครื่องดื่ม คงมีมึนมีเมากันบ้างละ นึกไม่พอใจธรณ์ที่เอาแต่มอมเหล้าไอลดา ลดเสียงลง ถามแผ่วเบา “กินอะไรหน่อยนะด้า จะได้กลับห้องไปนอนพัก”
“ยัง ยังไม่กิน ยังไม่กลับ อุตส่าห์ได้เจอพี่ธรณ์ทั้งที จะรีบนอนไปไหนกันพรรณนี่”
ธรณ์มองสองสาวตรงหน้า พร้อมเอ่ยเสียงขรึมขึ้น
“กลับห้องดีกว่า เดี๋ยวพี่สั่งอาหารให้”
แล้วเรียกพนักงานมารับออเดอร์ของไอลดา เขาเลือกเป็นต้มยำรสไม่จัดมากให้ไอลดา กินแล้วจะได้ตาสว่างขึ้นหน่อย แล้วถึงได้ยินไอลดาถามเสียงอ้อแอ้ออกมาว่า
“พี่ธรณ์กลับวันไหนหรือคะ”
“ยังไม่แน่เลย อยากกลับพร้อมพี่หรือ”
“พรุ่งนี้เราไปดำน้ำกันดีไหมคะ”
ธรณ์มองตอบสายตาหวานปนซึ้งของไอลดาแล้วก็ยิ้ม ยอมตามใจ “สำหรับด้า อะไรก็ได้ทั้งนั้นครับ”
“ดีค่ะ ด้าอยากไปตั้งนานแล้ว” ไอลดาบอกจบก็นิ่งไป ยกมือปัดไปมาวุ่นวายตรงหน้าตัวเอง ว่าขึ้นอย่างเพิ่งนึกอะไรได้ “ว้า ไปไม่ได้แล้วค่ะ”
ธรณ์มองด้วยสายตาเอ็นดู ถามยิ้ม ๆ “ทำไมครับ”
“ก็พรรณน่ะสิคะ กลัวน้ำ กลัวทะเล กลัวการหายใจไม่ออก กลัวที่แคบ กลัวการมองไม่เห็นพื้น กลัวทุกอย่างเลย”
คิดอยู่ในใจว่าไม่น่าเชื่อ เขานึกว่าคนอย่างพรรณวษาจะไม่กลัวอะไรเลยบนโลกนี้แล้วเสียอีก แล้วเอ่ยยิ้ม ๆ อย่างเดิม ว่าออกไป
“อย่างนั้นสิเราถึงต้องไป”
ไอลดานั่งมองธรณ์คอแทบพับ แล้วก็หน้าเศร้าลงอีกครั้ง เสียงสั่นอย่างคนกำลังจะร้องไห้
“พี่ธรณ์ ด้าเสียใจนะคะกับเรื่องของเรา”
ธรณ์เองก็มองตอบไอลดาด้วยสายตาเศร้าใจไม่ต่างกัน
“ไม่โกรธด้าแล้วใช่ไหมคะ”
พรรณวษามองถ่านไฟสองก้อนที่ทำท่าจะประทุคุความร้อนขึ้นอีกครั้ง ค่อยยื่นมือออกไปขวางหน้าเอาไว้ ด้วยการสะกิดไอลดาให้รู้ว่ายังมีเธออยู่ตรงนี้อีกคน
“กลับเถอะด้า ไปล้างหน้าล้างตาหน่อย สร่างแล้วจะมาดื่มต่อ ก็มา”
ไอลดายิ้มเจ้าเล่ห์ ชี้นิ้วใส่เธอ รู้ว่าตัวเองกำลังถูกหลอกล่อให้กลับห้อง เพราะถ้าได้ล้างหน้าล้างตาแล้ว ไอลดาไม่มีทางออกไปไหนอีก เธอจะไม่ก้าวขาผ่านประตูทั้งที่ใบหน้ายังโล้นสด ไร้เครื่องสำอางเป็นแน่ อีกทั้งตอนนี้เธอก็เมามาก อย่างน้อย ๆ มือก็ไม่นิ่งพอจะกรีดอายไลเนอร์ได้ละ
“ยังไม่อยากกลับเลยค่ะคุณแม่ หนูกำลังสนุกอยู่เลย”
ได้ยินแบบนั้น พรรณวษายกมือขึ้นทำท่าจะตีไปพร้อมด้วย
“ให้พรรณเป็นแม่ใช่ไหม จะได้ตี”
ตั้งแต่แต่งงานกันจนวันนี้ พรรณวษายังไม่วี่แววจะมีลูกให้เขาได้ชื่นชมเลย ธรณ์พยายามจะไม่เร่ง แต่ก็อดคาดหวังอยู่ในใจลึก ๆ ไม่ได้ พรรณวษาไม่ได้คุมกำเนิด ร่างกายตรวจเช็กดูแล้ว แพทย์บอกว่าแข็งแรงดีทั้งสองคน แต่หากยังไม่ถึงเวลาลูกก็ยังไม่มาก็เท่านั้น เรื่องนี้ทั้งเธอและเขาคอยปลอบใจกันมาตลอด “ไม่รีบครับ จะรีบไปทำไมล่ะเนอะ” บอกแล้วก็เหมือนกับจะปลอบใจตัวเอง ยี่สิบสองเดือนแล้วที่เขากับพรรณวษาแต่งงาน ใช้ชีวิตด้วยกันมา ขยันทุกวัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ติดลูกสักที ย่อตัวลงไปลูบเจ้าเหมียวตัวหนึ่งที่เข้ามาคลอเคลียขาแบบอ้อน ๆ “เลี้ยงสาว ๆ พวกนี้แทนก็ดีเหมือนกัน” “คุณอยากมีลูกมากขนาดนั้นเลยหรือคะ” “อยากสิ อยากมาก ๆ เลยล่ะ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ แล้วถ้ามีลูก ผมก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้ลูก ๆ ของผม” ธรณ์ยอมรับตามตรง “แต่ถ้ายังไม่มา หรือคุณยังไม่พร้อม ผมก็ยอมรับได้ทั้งนั้น” ยิ้มบาง ๆ เดินไปหยิบแท่งตรวจครรภ์ที่แสดงผลเรียบร้อยส่งให้เขา ธรณ์รับมาดูอย่างงง ๆ ในทีแรก พอรู้แล้วว่าเป็นผลตรวจครรภ์ ก็โห่ร้
เธอร้องอย่างตกใจ ตาปิดลง ใบหน้าแดงจัด ขนกายลุกชันไปทั้งร่าง สะโพกบิดส่ายไปมากับสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิตของหญิงสาว และเพราะมัวแต่ปิดการรับรู้อยู่นั่นเอง จึงไม่ทันเห็นว่าธรณ์ผละออกจากเธอแล้ว เขาถอดเสื้อของเขาออกบ้าง ตามด้วยกางเกงอย่างไม่รีบร้อนเท่ากับตอนถอดชุดของเธอ “เรามีเวลาอีกทั้งคืน แล้วก็อีกหลายวันเลยทูนหัว” เขาบอกเสียงพร่า ก่อนจะตามลงมาจูบที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง พรรณวษาถึงได้ลิ้มรสชาติของตัวเองผ่านลิ้นร้อนของเขา ตอนนั้นเองที่ท่อนกายแข็งขึงเบียดบดอยู่กับหน้าท้องของเธอธรณ์ใช้ขาของเขาดันขาของเธอให้แยกออกช้า ๆ พร้อมกับแตะต้องเนื้อส่วนที่บอบบางที่สุดตรงแกนกายด้วยท่อนเนื้อแข็งและร้อนของเขา มือที่ร้อนพอ ๆ กับส่วนนั้น โลมลูบปลุกเร้าไปกับทุกจุด ผ่านจุดไหนก็ปลุกสัมผัสให้เสียดซ่านตรงจุดนั้น รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมออกมาทีละนิดจนต้องเปล่งเสียงร้องเรียกเขา “ธรณ์คะ” เธอมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนไม่รู้ตัว ธรณ์ไม่ตอบรับด้วยเสียง เขาก้มลงจูบปากเธอพร้อมกับสอดท่อ
ตอบสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขว่า “ค่ะ” “ผมถามได้ไหม” พยักหน้าให้เขาว่ามา “ทำไมคุณถึง…” ธรณ์พูดมาถึงตอนนี้ก็อึกอักหน่อยหนึ่ง “...ยอมใจอ่อนตอบตกลงแต่งงานกับผมแล้วล่ะ” “ก็คุณเล่นพาฉันไปงานถี่ จนอยากแต่งเลยน่ะสิคะ” “เอาดี ๆ น่า” ธรณ์เร่งเร้า ไม่อยากเชื่อว่านั่นจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงของเธอ “นี่ไงคะ” ชูให้เขาดูของชำร่วยในมือ ‘เวลามีแต่จะสั้นลงทุกวัน’ ‘เรามีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร’ “แล้วก็นี่ค่ะ ‘อยากทำอะไรก็ให้ทำ ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะมาไม่ถึง’ ” “เลยรีบแต่งงานกับผมน่ะหรือ” “ฉันอยากใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าที่สุดกับคนที่ฉันรักต่างหากล่ะคะ” บอกเขาออกไปแล้วก็เงียบไป ธรณ์เป่าลมออกจากปาก ถามเสียงลอย ๆ“นี่เรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย” “ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณกำลังฝันอยู่ต่างหาก” ธรณ์ไม่ยอมถูกอำคนเดียวแน่ “ฝันใช่ไหม อย่างนั้นผมจะได้ทำแบบนี้” แล้วรวบมือเธอไว้ ยื่นหน้าเข้ามา จะปล้นจูบเธอให้ไ
“ไม่เชื่อ” พยักหน้าด้วยความอายว่าใช่ เขาคือจูบแรกของเธอ เลยได้ยินเสียงธรณ์ร้องเยสดังลั่นห้อง หมั่นไส้เลยไล่เขาโดยไม่มองหน้า “กลับห้องได้แล้วค่ะ” “อะไรล่ะ ไล่ผมทำไม” “อยู่แล้วชอบทำแบบนี้ ไม่ให้อยู่” “ผมแค่สอนคุณจูบนิดเดียวเอง ไม่ทำอะไรมากกว่านี้หรอก สัญญาเลย” เลยหน้าตูมไม่พูดอะไรอีก ธรณ์เลยลุกขึ้นยืนยอมแต่โดยดี “โอเคครับ กลับก็ได้” ที่ยอมออกมา เพราะธรณ์เองก็แทบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเช่นกัน ถ้ายังไปวนไปเวียนอยู่ใกล้พรรณวษาแบบนี้ต่อ อาจมือไม้ไว แล้วก็อาจทำมากกว่านี้ก็ได้ ออกจากห้องพักของพรรณวษา ธรณ์ลงไปยังลานจอด พารถขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เป็นจุดนัดพบของพี่ ๆ และน้องชายร่วมสายเลือด ลงรถได้เดินหน้าตึงไปนั่งทอดอารมณ์คนเดียวข้างสระว่ายน้ำในรั้วบ้าน เสียงพี่ชายคนโตถามแหวกเสียงเพลงมาที่เขา “กลับมาเมื่อไร” “สองวันแล้วครับ” “ยังคบกันอยู่อีกหรือวะ” “ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ” “ก
“พี่ธรณ์รอจนเหี่ยวแน่งานนี้”ธรณ์มองแล้วนึกเคือง แต่ไม่ได้พูดอะไร หัสดินทร์ยกมือขอตัวรับสาย ทั้งสามคนเลยหันมาคุยกันต่อ โดยไอลดาเป็นคนเปิดเรื่องขึ้นว่า “ดีแล้วพรรณ แต่งไปก็จะเป็นแบบด้า อยู่แบบนี้ดีแล้ว” “อย่ายุแยงเพื่อนแบบนั้นสิ คู่แต่งงานเขาจะเป็นเหมือนเรากันหมดเลยหรือไง เดี๋ยวเขาก็กลัว ยืดเวลาออกไปอีก พี่จะทำยังไงล่ะ” “พี่ธรณ์ไม่เก่งเองนี่นา ช่วยไม่ได้” “เราเก่งตายละ ยัยคนท้อง” “ว่าด้าหรือ นี่แน่ะ ๆ” ไอลดาหยิบทิชชูตีแขนธรณ์ ธรณ์ทำเป็นร้องโวยวาย ชี้มือไปอีกทาง บอก “นู่น ๆ สามีแวะคุยกับสาวอีกแล้ว” ไอลดาหันไปมองทันที แล้วค่อยกลับมาคุยด้วย ตอนที่เธอเอ่ยถาม “ปกติดีใช่ไหม ด้ากับคุณเอสน่ะ” “อือ ก็ดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง” ไอลดาเงียบไปเดี๋ยวเดียวก็พเยิดหน้าไปทางหัสดินทร์ บอกอย่างฉุน ๆ “นั่นน่ะ เพื่อนในกลุ่มฮี แล้วก็เป็นเพื่อนนอนฮีด้วย” พรรณวษามองตามก็ได้แค่ถอนใจ “แต่ทำไงได้ล่ะ ด้ารักเขานี่ หลัง ๆ เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไร่แล้ว บอกให้เขาไปปรามนังพวกนั้นว่าห้ามมากวนประ
“คบยังไม่ถึงปีเลยก็จะแต่งกันแล้วหรือวะ” ธรณ์ถามเสียงดัง พรรณวษาช้อนตาขึ้นมองเขา เห็นธรณ์ทำทีเป็นยุ่งกับงานเอกสารตรงหน้าเขา ก็ค่อยลดสายตาลงที่งานตรงหน้าอย่างเดิม “ไม่ไปได้ไง เพื่อนรักกูแต่งงานทั้งที กระชั้นไปนะ กูเตรียมตัวไม่ทัน ได้ ไว้เจอกัน” เขาวางสายแล้วก็ทำเงียบ ไม่คุยอะไรกับเธอ ตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ธรณ์ก็ยังไม่คุยอะไรกับเธอเลย ที่แท้เพราะรอจังหวะอยู่นั่นเอง พอมีเหตุให้ชวนคุย ธรณ์ก็ค่อยเอ่ยว่า “อาทิตย์หน้านี้ผมจะเข้ากรุงเทพฯ” ขีดสัญลักษณ์บนกระดาษแล้วค่อยพยักหน้าตอบรับเขา “ค่ะ” ค่อยก้มหน้าทำงานต่อ “ไปด้วยกันไหมครับ” “ไปทำไมคะ” “ก็...” คนชวนทำอึกอัก ก่อนจะนึกเหตุผลได้ว่า “ก็ไปดูแบบผ้าม่านกันไง เห็นคุณบ่นว่าอยากเปลี่ยนใหม่ไม่ใช่หรือ” “คุณให้ร้านมาดูแล้วนี่คะ” “ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ คนอื่นเขาพาแฟนไปกันทั้งนั้นเลย” “เพื่อนคุณ แก๊งไฮโซนั่นน่ะหรือ” “ใช่ที่ไหน เพื่อนผมก็คนธรรมดาทั้งนั้น มีหมดแหละ ท







