LOGIN“ให้พรรณเป็นแม่ใช่ไหม จะได้ตี”
“ว้าย ๆ ไม่เอาค่ะ”
ไอลดาร้องเสียงดังอย่างคนคุมตัวเองไม่อยู่ จนธรณ์ต้องค้อมศีรษะขอโทษแขกโต๊ะอื่น ๆ แล้วตัดสินใจลุกขึ้น น้ำเสียงของเขาฟังคล้ายไม่พอใจ และวางอำนาจอยู่นิด ๆ จนพรรณวษาต้องเงยขึ้นไปมองเขา ก็พบว่าธรณ์มองเธออยู่เช่นกัน
“เดี๋ยวพี่พากลับห้องดีกว่าด้า”
เท่านั้นเองไอลดาก็ลุกพรวดขึ้นยืน แล้วเกาะแขนธรณ์ข้างหนึ่ง อีกมือก็คว้ามือเธอไว้แน่น ออกเดินเรียงหน้ากระดานกันไปสามคน ตรงไปยังทิศทางของห้องพักหน้าหาด
“พี่ธรณ์พักห้องไหนคะ”
“ข้าง ๆ เรานี่ไง”
“ดีจัง แบบนี้ด้าก็จะได้ไม่กลัว”
ธรณ์ยิ้มมุมปากนิดเดียว ก้มลงพูดกับไอลดาด้วยเสียงที่ไม่น่าเรียกว่ากระซิบได้เลย “มีเพื่อนเราทั้งคน ยังต้องกลัวอะไรอีก”
“พี่ธรณ์หมายถึงพรรณน่ากลัวที่สุดบนโลกใบนี้แล้วใช่ไหมคะ”
ธรณ์ไม่ตอบ เขามองเลยมาทางเธอ แต่พรรณวษาก็หาได้รู้สึกอะไรไม่ ดีสิที่คนมองว่าเธอน่ากลัว จะได้ไม่เข้ามาวอแววุ่นวายอะไรด้วย
จนถึงห้องพัก ไอลดายอมปล่อยมือจากธรณ์ เขาเดินออกไปสำรวจที่ระเบียงด้านนอกให้ เธอจึงพาไอลดานั่งลงที่เก้าอี้ พอหันหลังกลับมาก็เกือบชนเข้ากับธรณ์ที่เดินกลับเข้ามาตอนไหนก็ไม่รู้ ต่างคนเลยต่างขยับหลบกันให้วุ่นไปหมด
“พี่ธรณ์” ไอลดาเรียกเสียงอ้อแอ้อยู่บนเก้าอี้
“ครับ”
“ถ้ามีใครปีนเข้ามา พี่ธรณ์จะได้ยินเสียงด้าเรียกไหมคะ”
“ใครจะกล้าผ่านด่านเพื่อนเรา”
“พี่ธรณ์ไงล่ะคะ” ไอลดาว่ายิ้ม ๆ
พอดีที่พนักงานนำอาหารมาส่ง ธรณ์บอกให้วางที่โต๊ะในห้อง แล้วบอกลา ค่อยตรงไปยังห้องของเขาที่อยู่ติดกัน
ไอลดาถูกพาตัวเข้าไปอาบน้ำจนเรียบร้อย ก็ค่อยนั่งตักข้าวกิน จัดการได้ไม่กี่คำก็รวบช้อนวางลง เข้าห้องน้ำเอาอาหารออกจนหมด ล้างหน้า บ้วนปากแล้วปีนขึ้นเตียงทันที
“พรรณ”
ไอลดาเรียกเสียงเอื่อย คล้ายจะเข้าสู่ห้วงนิทราอยู่อีกไม่นานนี้แล้ว พรรณวษาที่เพิ่งอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จพอดี ขานรับว่า “หืม”
“ด้าแม่งโคตรโง่เลย ไม่น่าทิ้งพี่ธรณ์แล้วไปเลือกไอ้พี่เอสนั่น”
“ทำไมคิดแบบนั้น”
ไอลดาเงียบ ไม่ตอบว่าเพราะเหตุใด แล้วถามใหม่
“พรรณว่าพี่ธรณ์จะยังรอด้าอยู่ไหม”
พรรณวษากลับมาที่เตียงของตัวเอง ขึ้นไปนอนแล้วก็ตอบอย่างที่คิด “ไม่รู้สิ”
คนมีพันธะมุ่ยหน้าใส่เพื่อน ขยับหันหลังให้พรรณวษา ดึงผ้าห่มขึ้นคลุม บอกเสียงที่ฟังดูจริงจังอยู่ไม่น้อย “ถ้ารอ ด้าว่าด้าจะกลับไปหาพี่ธรณ์แหละ”
พรรณวษาได้แต่เงียบ แล้วขยับไปยังเตียงของตัวเอง ตามองเพื่อนที่คงหลับไปแล้วด้วยความรู้สึกห่วงใยอย่างสุดซึ้ง เธอเป็นเพื่อนก็จริง แต่ไม่มีทางห้ามเพื่อน หรือเอาตัวเข้าขวางจนลืมนึกถึงความพอเหมาะพอควร แต่ด้วยความหวังดีที่มีให้กัน ก็ยังอยากเตือนให้คิดและทำอะไรลงไปด้วยสติที่ครบถ้วนมากที่สุด ไอลดาต้องชั่งน้ำหนักถึงผลดีผลเสียในสิ่งที่จะทำลงไป ในเมื่อเลือกแต่งงานกับหัสดินทร์แล้ว ก็อยากให้นึกถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาหลังจากนั้นด้วย หากเกิดอะไรขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดเอาไว้ เจ้าตัวจะรับได้หรือ ยิ่งเป็นคนคิดอะไรไม่ค่อยกว้างไกลอยู่ด้วย พรรณวษาห่วงแต่เพียงเท่านี้ เท่านั้นเอง
อากาศริมทะเลช่วยให้ผ่อนคลายได้เสมอ แต่พรรณวษาไม่ค่อยได้ออกมาเที่ยวแบบนี้บ่อยนัก ปกติเธอทำงานหามรุ่งหามค่ำเกือบทุกวัน บางสัปดาห์ที่เป็นวันหยุดยังต้องเข้าไปตรวจดูเอกสารบางแฟ้มให้บริษัท ชีวิตของเธอนอกจากงานแล้วก็มีแต่งานกับงาน ไม่ค่อยนิยมออกไปสังสรรค์ที่ไหน เธอไม่ค่อยคบหาใคร ที่มีสนิทด้วยก็เพียงไอลดาเท่านั้น สองสาวคบกันมานาน ตั้งแต่สมัยเรียนประถมศึกษา รู้ใจกันหมดแทบทุกเรื่อง พอคิดว่าชีวิตของเธอมีใครบ้างนอกจากเพื่อน ก็อดนึกถึงญาติอีกคนขึ้นมาไม่ได้ สัปดาห์หน้า เธอต้องเอายาไปให้ท่านแล้วนี่นา ไม่รู้ว่ารอบนี้จะยอมมาพบแพทย์ตามนัดไหม
พลันสายตาสะดุดเข้ากับใครบางคนตรงหน้าหาด พยายามไม่มองที่เขา แต่เพราะเป็นสิ่งเดียวตรงจุดกึ่งกลางสายตาที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ จึงดึงความสนใจจากเธอไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
พรรณวษาเมินหน้าหนีตรงนั้น หันหลังกลับไปยังทางเดินที่ทอดยาวตรงสู่ห้องพัก ออกเดินได้พักเดียวก็แว่วเสียงเรียกจากทางด้านหลัง
“เดี๋ยวคุณ”
ไม่ได้หันกลับไปมองตามเสียงนั้น
คนที่เรียกไว้จึงเร่งฝีเท้าก้าวตามจนทัน มาหยุดยืนขวางหน้า พร้อมจ้องมองมาด้วยสายตาไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก พรรณวษาหยุดตามแทบไม่ทัน ทำเอาเสียหลักเล็กน้อยจนเกือบล้ม ธรณ์เลยคว้าแขนไว้ ดึงไม่ให้ลงไปกองที่พื้นเสียก่อน
พอรู้สึกได้ถึงมือของเขา ค่อยออกแรงดึงแขนของตัวเองออกทีเดียวก็หลุด
“แรงเยอะไม่ใช่เล่นนี่นา” ธรณ์เย้า ดวงตาของเขาเป็นประกายสนุกขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง พรรณวษาถอยหลังหนี ถามด้วยเสียงเรียบ ๆ ใจไม่อยากคุยกับธรณ์เท่าไรนัก
“มีอะไร”
ธรณ์เพิ่งสังเกตว่าดวงตาของพรรณวษาเป็นสีน้ำตาลอ่อนเหมือนกันกับเขา แล้วเอ่ยอะไรขึ้นมาสักอย่าง เพื่อที่เจ้าตัวจะได้ไม่รู้ว่าเขากำลังเพ่งความสนใจกับดวงตาของเธอ กระนั้นก็ไม่ยอมพูดธุระตัวเองเสียที ว่าเรียกไว้ทำไม
“ผมเรียกแล้วคุณทำเมินใส่ทำไม นึกว่าทำเป็นเล่นตัวให้ผู้ชายสนใจเสียอีก”
พรรณวษามองสำรวจเขาแล้วยิ้มแค่ปาก สวนกลับเบาด้วยใบหน้านิ่ง ๆ “ไม่น่าแปลกใจละ ว่าทำไมด้าถึงเลือกคุณเอสแทนที่จะเป็นคุณ”
น้ำเสียงราบเรียบนั้นทำอารมณ์ของธรณ์เหวี่ยงไปมาได้เป็นครั้งแรก มุมปากของเขาขยับโค้งขึ้นคล้ายยิ้ม แม้ในใจจะเดือดปุด ๆ ก็ตาม ถามแหย่
“พูดเยอะขึ้นแล้วนี่ นึกว่ามีโควตาในการคุย ว่าวันหนึ่งพูดได้ไม่เกินสิบคำ แล้วนี่ ด้าอยู่ที่ห้องหรือเปล่า”
พรรณวษาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของเขา เดินเลี่ยงเพื่อกลับเข้าห้องพัก ธรณ์ตามมาไม่ห่างนัก ว่าขึ้น
“ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ผมเข้าไปดูเองก็ได้”
เหมือนจะได้ผล พรรณวษาหยุดเดิน แล้วหันไปหาเขาทั้งตัว เตือนสติ พยายามไม่ก้าวก่ายให้มากจนเกินไป คนบางคน ถ้าไม่พูดเลยก็จะยิ่งทำ อย่างคนตรงหน้าเธอนี่อย่างไรเล่า
“คุณควรให้เกียรติผู้หญิงที่เคยเป็นอดีตคนรักของคุณบ้างนะ นึกถึงความเหมาะสม ความพอเหมาะพอควร คุณเข้าไปตามด้าถึงในห้องแบบนั้น ด้าจะเสียหายไหม เกิดสามีของด้า
ตั้งแต่แต่งงานกันจนวันนี้ พรรณวษายังไม่วี่แววจะมีลูกให้เขาได้ชื่นชมเลย ธรณ์พยายามจะไม่เร่ง แต่ก็อดคาดหวังอยู่ในใจลึก ๆ ไม่ได้ พรรณวษาไม่ได้คุมกำเนิด ร่างกายตรวจเช็กดูแล้ว แพทย์บอกว่าแข็งแรงดีทั้งสองคน แต่หากยังไม่ถึงเวลาลูกก็ยังไม่มาก็เท่านั้น เรื่องนี้ทั้งเธอและเขาคอยปลอบใจกันมาตลอด “ไม่รีบครับ จะรีบไปทำไมล่ะเนอะ” บอกแล้วก็เหมือนกับจะปลอบใจตัวเอง ยี่สิบสองเดือนแล้วที่เขากับพรรณวษาแต่งงาน ใช้ชีวิตด้วยกันมา ขยันทุกวัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ติดลูกสักที ย่อตัวลงไปลูบเจ้าเหมียวตัวหนึ่งที่เข้ามาคลอเคลียขาแบบอ้อน ๆ “เลี้ยงสาว ๆ พวกนี้แทนก็ดีเหมือนกัน” “คุณอยากมีลูกมากขนาดนั้นเลยหรือคะ” “อยากสิ อยากมาก ๆ เลยล่ะ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ แล้วถ้ามีลูก ผมก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้ลูก ๆ ของผม” ธรณ์ยอมรับตามตรง “แต่ถ้ายังไม่มา หรือคุณยังไม่พร้อม ผมก็ยอมรับได้ทั้งนั้น” ยิ้มบาง ๆ เดินไปหยิบแท่งตรวจครรภ์ที่แสดงผลเรียบร้อยส่งให้เขา ธรณ์รับมาดูอย่างงง ๆ ในทีแรก พอรู้แล้วว่าเป็นผลตรวจครรภ์ ก็โห่ร้
เธอร้องอย่างตกใจ ตาปิดลง ใบหน้าแดงจัด ขนกายลุกชันไปทั้งร่าง สะโพกบิดส่ายไปมากับสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิตของหญิงสาว และเพราะมัวแต่ปิดการรับรู้อยู่นั่นเอง จึงไม่ทันเห็นว่าธรณ์ผละออกจากเธอแล้ว เขาถอดเสื้อของเขาออกบ้าง ตามด้วยกางเกงอย่างไม่รีบร้อนเท่ากับตอนถอดชุดของเธอ “เรามีเวลาอีกทั้งคืน แล้วก็อีกหลายวันเลยทูนหัว” เขาบอกเสียงพร่า ก่อนจะตามลงมาจูบที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง พรรณวษาถึงได้ลิ้มรสชาติของตัวเองผ่านลิ้นร้อนของเขา ตอนนั้นเองที่ท่อนกายแข็งขึงเบียดบดอยู่กับหน้าท้องของเธอธรณ์ใช้ขาของเขาดันขาของเธอให้แยกออกช้า ๆ พร้อมกับแตะต้องเนื้อส่วนที่บอบบางที่สุดตรงแกนกายด้วยท่อนเนื้อแข็งและร้อนของเขา มือที่ร้อนพอ ๆ กับส่วนนั้น โลมลูบปลุกเร้าไปกับทุกจุด ผ่านจุดไหนก็ปลุกสัมผัสให้เสียดซ่านตรงจุดนั้น รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมออกมาทีละนิดจนต้องเปล่งเสียงร้องเรียกเขา “ธรณ์คะ” เธอมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนไม่รู้ตัว ธรณ์ไม่ตอบรับด้วยเสียง เขาก้มลงจูบปากเธอพร้อมกับสอดท่อ
ตอบสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขว่า “ค่ะ” “ผมถามได้ไหม” พยักหน้าให้เขาว่ามา “ทำไมคุณถึง…” ธรณ์พูดมาถึงตอนนี้ก็อึกอักหน่อยหนึ่ง “...ยอมใจอ่อนตอบตกลงแต่งงานกับผมแล้วล่ะ” “ก็คุณเล่นพาฉันไปงานถี่ จนอยากแต่งเลยน่ะสิคะ” “เอาดี ๆ น่า” ธรณ์เร่งเร้า ไม่อยากเชื่อว่านั่นจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงของเธอ “นี่ไงคะ” ชูให้เขาดูของชำร่วยในมือ ‘เวลามีแต่จะสั้นลงทุกวัน’ ‘เรามีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร’ “แล้วก็นี่ค่ะ ‘อยากทำอะไรก็ให้ทำ ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะมาไม่ถึง’ ” “เลยรีบแต่งงานกับผมน่ะหรือ” “ฉันอยากใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าที่สุดกับคนที่ฉันรักต่างหากล่ะคะ” บอกเขาออกไปแล้วก็เงียบไป ธรณ์เป่าลมออกจากปาก ถามเสียงลอย ๆ“นี่เรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย” “ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณกำลังฝันอยู่ต่างหาก” ธรณ์ไม่ยอมถูกอำคนเดียวแน่ “ฝันใช่ไหม อย่างนั้นผมจะได้ทำแบบนี้” แล้วรวบมือเธอไว้ ยื่นหน้าเข้ามา จะปล้นจูบเธอให้ไ
“ไม่เชื่อ” พยักหน้าด้วยความอายว่าใช่ เขาคือจูบแรกของเธอ เลยได้ยินเสียงธรณ์ร้องเยสดังลั่นห้อง หมั่นไส้เลยไล่เขาโดยไม่มองหน้า “กลับห้องได้แล้วค่ะ” “อะไรล่ะ ไล่ผมทำไม” “อยู่แล้วชอบทำแบบนี้ ไม่ให้อยู่” “ผมแค่สอนคุณจูบนิดเดียวเอง ไม่ทำอะไรมากกว่านี้หรอก สัญญาเลย” เลยหน้าตูมไม่พูดอะไรอีก ธรณ์เลยลุกขึ้นยืนยอมแต่โดยดี “โอเคครับ กลับก็ได้” ที่ยอมออกมา เพราะธรณ์เองก็แทบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเช่นกัน ถ้ายังไปวนไปเวียนอยู่ใกล้พรรณวษาแบบนี้ต่อ อาจมือไม้ไว แล้วก็อาจทำมากกว่านี้ก็ได้ ออกจากห้องพักของพรรณวษา ธรณ์ลงไปยังลานจอด พารถขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เป็นจุดนัดพบของพี่ ๆ และน้องชายร่วมสายเลือด ลงรถได้เดินหน้าตึงไปนั่งทอดอารมณ์คนเดียวข้างสระว่ายน้ำในรั้วบ้าน เสียงพี่ชายคนโตถามแหวกเสียงเพลงมาที่เขา “กลับมาเมื่อไร” “สองวันแล้วครับ” “ยังคบกันอยู่อีกหรือวะ” “ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ” “ก
“พี่ธรณ์รอจนเหี่ยวแน่งานนี้”ธรณ์มองแล้วนึกเคือง แต่ไม่ได้พูดอะไร หัสดินทร์ยกมือขอตัวรับสาย ทั้งสามคนเลยหันมาคุยกันต่อ โดยไอลดาเป็นคนเปิดเรื่องขึ้นว่า “ดีแล้วพรรณ แต่งไปก็จะเป็นแบบด้า อยู่แบบนี้ดีแล้ว” “อย่ายุแยงเพื่อนแบบนั้นสิ คู่แต่งงานเขาจะเป็นเหมือนเรากันหมดเลยหรือไง เดี๋ยวเขาก็กลัว ยืดเวลาออกไปอีก พี่จะทำยังไงล่ะ” “พี่ธรณ์ไม่เก่งเองนี่นา ช่วยไม่ได้” “เราเก่งตายละ ยัยคนท้อง” “ว่าด้าหรือ นี่แน่ะ ๆ” ไอลดาหยิบทิชชูตีแขนธรณ์ ธรณ์ทำเป็นร้องโวยวาย ชี้มือไปอีกทาง บอก “นู่น ๆ สามีแวะคุยกับสาวอีกแล้ว” ไอลดาหันไปมองทันที แล้วค่อยกลับมาคุยด้วย ตอนที่เธอเอ่ยถาม “ปกติดีใช่ไหม ด้ากับคุณเอสน่ะ” “อือ ก็ดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง” ไอลดาเงียบไปเดี๋ยวเดียวก็พเยิดหน้าไปทางหัสดินทร์ บอกอย่างฉุน ๆ “นั่นน่ะ เพื่อนในกลุ่มฮี แล้วก็เป็นเพื่อนนอนฮีด้วย” พรรณวษามองตามก็ได้แค่ถอนใจ “แต่ทำไงได้ล่ะ ด้ารักเขานี่ หลัง ๆ เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไร่แล้ว บอกให้เขาไปปรามนังพวกนั้นว่าห้ามมากวนประ
“คบยังไม่ถึงปีเลยก็จะแต่งกันแล้วหรือวะ” ธรณ์ถามเสียงดัง พรรณวษาช้อนตาขึ้นมองเขา เห็นธรณ์ทำทีเป็นยุ่งกับงานเอกสารตรงหน้าเขา ก็ค่อยลดสายตาลงที่งานตรงหน้าอย่างเดิม “ไม่ไปได้ไง เพื่อนรักกูแต่งงานทั้งที กระชั้นไปนะ กูเตรียมตัวไม่ทัน ได้ ไว้เจอกัน” เขาวางสายแล้วก็ทำเงียบ ไม่คุยอะไรกับเธอ ตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ธรณ์ก็ยังไม่คุยอะไรกับเธอเลย ที่แท้เพราะรอจังหวะอยู่นั่นเอง พอมีเหตุให้ชวนคุย ธรณ์ก็ค่อยเอ่ยว่า “อาทิตย์หน้านี้ผมจะเข้ากรุงเทพฯ” ขีดสัญลักษณ์บนกระดาษแล้วค่อยพยักหน้าตอบรับเขา “ค่ะ” ค่อยก้มหน้าทำงานต่อ “ไปด้วยกันไหมครับ” “ไปทำไมคะ” “ก็...” คนชวนทำอึกอัก ก่อนจะนึกเหตุผลได้ว่า “ก็ไปดูแบบผ้าม่านกันไง เห็นคุณบ่นว่าอยากเปลี่ยนใหม่ไม่ใช่หรือ” “คุณให้ร้านมาดูแล้วนี่คะ” “ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ คนอื่นเขาพาแฟนไปกันทั้งนั้นเลย” “เพื่อนคุณ แก๊งไฮโซนั่นน่ะหรือ” “ใช่ที่ไหน เพื่อนผมก็คนธรรมดาทั้งนั้น มีหมดแหละ ท







