ログイン“คุณควรให้เกียรติผู้หญิงที่เคยเป็นอดีตคนรักของคุณบ้างนะ นึกถึงความเหมาะสม ความพอเหมาะพอควร คุณเข้าไปตามด้าถึงในห้องแบบนั้น ด้าจะเสียหายไหม เกิดสามีของด้ารู้ หรือใครรู้ คิดว่าเขาจะโลกสวย คิดในแง่ดีกันหมดทุกคนหรือเปล่า แล้วถ้าด้าเสียหายขึ้นมา คุณจะทำยังไง” พูดมาเสียยาว จู่ ๆ ก็เงียบไป ราวกับถูกชักปลั๊กออก ก่อนแค่นยิ้ม ตอกหน้าธรณ์ออกไปอีกประโยค “เพราะคิดน้อยแบบนี้เอง คุณถึงไม่คู่ควรกับใครเลยสักคน”
ธรณ์แค่นหัวเราะใส่เธอเช่นกัน แต่ไม่ใช่เพราะตลก ผู้หญิงคนนี้พูดออกมาทีหนึ่งก็ยาวเหยียด แถมยังใส่เขาเป็นชุดอีก พูดจาดูถูกคนเก่งไม่หยอกเลยนี่ สูงส่งมาจากไหนเชียว สบช่องบ้างเลยถามห้วนสั้น ไร้อารมณ์ขันกลับไปว่า “ไม่เหมาะกับใครสักคนแม้แต่กับคุณอย่างนั้นน่ะหรือ”
พรรณวษาเลือกจะไม่ตอบโต้ให้ยืดเยื้อ เดินเลี่ยงเขาเพื่อกลับห้อง ธรณ์มองตามหลังอย่างโมโหนิด ๆ
เปิดประตูห้องเข้ามาแล้ว ค่อยเห็นไอลดานั่งอยู่กลางเตียงนอนในห้องที่แสงค่อนข้างสลัว ท่าทางเหมือนเพิ่งตื่นนอนก่อนหน้าเธอจะเข้ามาไม่นานนี่เอง
“ไปไหนมา” เสียงถามงัวเงียดังมาจากคนที่ยังอยู่บนเตียงนอน พรรณวษาปิดประตูแล้วเดินไปดึงม่านออก บอกทั้งที่ยังทำตัวยุ่งวุ่นวายกับผ้าม่านอยู่
“ไปเดินเล่นข้างนอกมา”
ไอลดาปิดตาลงอีกครั้งแล้วบ่น “มึนหัวอะพรรณ”
“ต้องให้อุ้มไปอาบน้ำไหมล่ะ”
ได้ยินอีกฝ่ายทำเสียงงอแงอยู่ในลำคอ ก็ค่อยเดินไปนั่งข้าง ๆ บ่นต่อ “เมื่อคืนด้าดื่มจนเมาเละเลย คืนนี้ไม่เอาแบบนั้นแล้วนะ”
“ไม่เละหรอกน่า แค่พูดจาไม่รู้เรื่องแค่นั้นเอง” ไอลดาบอกขำ ๆ แบบรู้ตัวเองดี แล้วสะบัดผ้าห่มออก เดินงัวเงียเข้าห้องน้ำ ตะโกนถามออกมาจากด้านใน
“พี่ธรณ์ตื่นหรือยังก็ไม่รู้เนอะ”
ได้ยินชื่ออีกฝ่ายก็ให้อารมณ์เปลี่ยนในทันที เลือกจะเงียบ ไม่เอ่ยถึง เพราะฟังดูแล้วไม่ใช่ประโยคคำถามอะไรเลย ไม่นานไอลดาเดินออกมาแต่งตัวด้วยชุดใหม่ ค่อยตรงไปห้องอาหาร รับประทานอาหารเช้าด้วยกัน
หลังสั่งงานกับทางคนของตนเองเรียบร้อยแล้ว ธรณ์เดินไปที่ห้องของสองสาว พบแม่บ้านทำความสะอาดอยู่ด้านใน เดาว่าสองสาวคงไปหาอะไรกินกันแล้วป่านนี้ ค่อยเตร่ไปยังห้องอาหาร ยิ้มเมื่อเห็นไอลดานั่งละเลียดอาหารตรงหน้าอยู่กับเพื่อนตัวแสบของเธอ
“ตื่นแล้วหรือครับ เจ้าหญิงของพี่”
ธรณ์ทักยิ้ม ๆ ตามองอีกคนที่จัดการกับอาหารเช้าอย่างตั้งอกตั้งใจ เขาเห็นเธอตักต้มจืดกินด้วยท่วงท่าสบาย ๆ ไม่มีเคอะเขินเมื่อถูกเขามองจ้องอยู่ ส่วนไอลดาเห็นตรงหน้ามีอาหารที่ยังไม่แตะเลยวางตั้งอยู่เช่นกัน เจ้าตัวเอาแต่ละเลียดน้ำผลไม้เพียงเท่านั้น
แล้วเอ่ยชวนกับไอลดา “สรุปว่าเราไปดำน้ำไหม”
“ไปสิคะ” ไอลดาค่อยดูมีชีวิตชีวาขึ้น แล้วขยับตัวนั่งใหม่ด้วยท่วงท่ากระตือรือร้นในทันที
“กินข้าวแล้ว เราไปกันเลยนะ” ธรณ์ส่งสายตาว่าให้จัดการอาหารตรงหน้าของตัวเอง ไอลดาผลักออก เก็บอาการผะอืดผะอมเอาไว้ แล้วว่า “เช้า ๆ ยังไม่ค่อยหิวค่ะ ใครจะกินครบสามมื้อแบบพรรณได้เล่า”
พอพูดถึงเพื่อนขึ้นมา พลันนึกอะไรได้ ไอลดาจึงค่อยหันมาถาม “ไปด้วยกันไหมพรรณ”
พรรณวษาเคี้ยวอาหารในปากช้า ๆ ละสายตาจากชายหญิงสองคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเธอ เอี้ยวตัวรับผลไม้ที่พนักงานนำมาบริการให้ที่โต๊ะ ยังไม่ทันตอบอะไรออกไป ธรณ์ก็ว่าขัด พอรู้มาบ้างว่าเพื่อนของไอลดาไม่นิยมการนั่งเรือเร็ว
“ไปด้วยกันสิคุณ วันนี้คลื่นลมใช้ได้เลย นั่งเรือโต้คลื่น สนุกน้อยเสียที่ไหนกันละ ไม่ได้หานั่งง่าย ๆ เหมือนนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปทำงานนะเออ”
พรรณวษามองสบตาเขานิ่ง ธรณ์เคยรู้เรื่องเธอมาก่อนหรือเปล่า ว่าเคยลงดำน้ำกับครูสอนครั้งหนึ่ง แต่ก็เอาชนะความกลัวของตัวเองไม่ได้
“คลื่นสูงมากก็ไม่ไหวนะคะ พรรณไปด้วยไม่เมาแย่หรือเนี่ย”
ไอลดาบอกจบ มองสบตาอย่างห่วง ๆ
พอเห็นสายตาอดีตคนรักของเพื่อนสนิทมองมาอย่างท้าทาย พรรณวษารีบเก็บอาหารหวาดหวั่น บอกเสียงเอื่อยเฉื่อยโต้กลับไปว่า “ไหวสิ ไม่ไปด้วยเสียดายแย่เลย เรือนะด้าไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ จะได้หานั่งได้ง่าย ๆ แต่พรรณไม่ลงด้วยนะ อยากไปนั่งเรือเล่นเฉย ๆ”
ธรณ์ยิ้มเลยคราวนี้ เขาซ่อนสายตาจัดจ้าของตัวเองเอาไว้แทบไม่มิด รับมื้อเช้าพร้อมกับนั่งรับประทานไปด้วยกันจนเรียบร้อย ค่อยกลับห้องเพื่อเตรียมตัวสำหรับทริปดำน้ำในวันนี้
ถึงเวลานัดหมาย ทั้งหมดพากันลงเรือเร็ว ธรณ์ให้ลูกน้องของเขาขับพาไปส่ง ส่วนตัวเองนั่งคุยกับไอลดาที่ด้านหน้า โดยมีพรรณวษานั่งดมยาดมอยู่ตลอดตั้งแต่ออกเดินทาง พยายามทำตัวไม่ให้เป็นภาระของใคร แว่วเสียงไอลดาคุยแทรกเสียงเครื่องยนต์ของเรือเป็นระยะ
“พี่ธรณ์ว่าที่ไหนสวยสุดคะ”
ธรณ์เงียบไปอึดใจเดียว “พี่ชอบที่เกาะเต่า”
“ด้าชอบตอนที่เราไปตาชัยมากกว่าค่ะ” ไอลดายิ้ม ระลึกถึงความหลังครั้งที่ยังคบหาอยู่กับธรณ์ “ตอนนั้นที่เราเจอชาวออสซี่ขอแต่งงานกันตอนดำน้ำไง จำได้ไหมคะ”
“จำได้” ธรณ์ตอบรับด้วยรอยยิ้ม ตามองยังเบื้องหน้า เล่าต่อจากกันกับภาพเหตุการณ์ครั้งนั้น เพราะเขาเองก็รู้สึกประทับใจไม่น้อย “ก็เพราะคู่นั้นแหละ เลยทำให้พี่คิดได้ ว่าควรขอด้าแต่งงานในวันครบรอบของเรา”
พรรณวษาที่นั่งฟังอยู่ด้วยปรายตามองคนที่สาวความหลังออกมาทำคะแนน เลยได้เห็นว่าเพื่อนของตนเองเอื้อมมือไปบีบมือเขาเบา ๆ บอกเสียงอ่อย
“ด้าขอโทษค่ะ”
ธรณ์ยิ้ม บอกอย่างคนเข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดี “ขอโทษทำไม เรื่องแบบนี้มีคนผิดที่ไหนกัน แค่อีกคนยังรัก อีกคนหมดรักแล้ว ไม่มีคนผิดหรอกด้า”
ได้ยินแบบนั้น คนบอกเลิกรัก ตัดสัมพันธ์ไปก่อนก็เริ่มตาแดง ๆ เรียกธรณ์เสียงสั่น “พี่ธรณ์... ด้า ด้า”
“เรื่องมันผ่านมาขนาดนี้แล้ว...” ธรณ์พยายามบอกปัด ไม่ให้ไอลดาพูดถึงอีก รักของเขาที่มีต่อไอลดายังตราตรึงในใจของเขาอยู่ตลอด
“นั่นสิ เอามาพูดอีกทำไม”
เสียงนั้นไม่ได้ดังนัก แต่ธรณ์กับไอลดาก็ได้ยิน ทั้งสองหันไปมองทางเจ้าของประโยคเมื่อครู่แทบพร้อมกัน แล้วก็เป็นไอลดาที่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาก่อนเป็นคนแรก ค่อยหันไปตีแขนธรณ์เบา ๆ เอียงตัวกระซิบนินทาเพื่อนตนเองว่า
“นี่ไงคะที่ด้าบอก ว่าพรรณน่ะแสบ แล้วก็ร้ายกาจออกจะตายไป เดี๋ยวพี่ธรณ์คอยดูต่อเถอะ ว่าเพื่อนด้าน่ะยังร้ายได้มากกว่านี้อีก ไม่เชื่อก็คอยดูเถอะค่ะ”
ธรณ์ยังสัมผัสไม่ได้ถึงความร้ายที่ไอลดาว่า บังเกิดความอยากขึ้นในตอนนั้น อยากจะดูนัก ว่าพรรณวษาจะร้ายได้ขนาดไหน เห็นหน้านิ่ง ๆ เฉย ๆ มึน ๆ แบบนี้ เขายังนึกถึงความร้ายขั้นสุดไม่ออกเหมือนกัน
คนของธรณ์จอดเรือเมื่อถึงจุดลงดำน้ำ
“โชคดีอะ วันนี้น้ำใสมากเลยค่ะพี่ธรณ์”
ธรณ์ตอบรับสั้น ๆ ออกไป ทั้งสองคนจึงช่วยกันเตรียมอุปกรณ์สำหรับดำน้ำให้กันและกัน แต่พรรณวษาเริ่มแย่แล้ว เธอหน้าซีดลงทุกขณะ ไอลดาเห็นก็ทักอย่างไม่สบายใจ
“ไหวไหมพรรณ”
“อือ” ตอบสั้น ๆ จ่อยาดมที่รูจมูกไว้ตลอด จนเริ่มแสบผิวตรงขอบจมูกและเหนือริมฝีปาก สุดท้ายคนขับเรือก็เข้ามาบอกให้เธอมองไปไกล ๆ นู่นเลย อย่ามองคลื่นทะเล
พรรณวษาทำตามคำแนะนำทุกอย่าง จนสุดท้ายเธอก็อาเจียนออกมาจนได้ ไอลดาเข้ามาดูแล เรียกอย่างเป็นห่วง
“พรรณ ไหวแน่นะ”
โบกมือไล่เพื่อนว่าให้ไปดำน้ำเถอะ ปดว่าเธอยังไหวหากได้อาเจียนออกมาแล้ว นั่งมองทั้งสองคนที่พากันลงดำน้ำแล้ว ค่อยล้มตัวลงนอนตรงพื้นเรือตามคำบอกของลูกน้องธรณ์ ปิดตาลงนอนให้คลื่นโต้เรือ กระแทกเธอไปมาแบบนั้นเป็นนาน นานจนเลิกนับเวลารอ ตอนนี้ไม่อาเจียนแล้ว แต่เพลียมาก แล้วก็ลุ้นว่าเมื่อไรสองคนนั้นจะกลับขึ้นเรือเสียที
จนเห็นเงาคนยืนบังแสงแดดที่ส่องหน้าเธออยู่ ค่อยลืมตาขึ้นมอง
“ไหวไหมคุณ” เป็นธรณ์นั่นเอง
ตั้งแต่แต่งงานกันจนวันนี้ พรรณวษายังไม่วี่แววจะมีลูกให้เขาได้ชื่นชมเลย ธรณ์พยายามจะไม่เร่ง แต่ก็อดคาดหวังอยู่ในใจลึก ๆ ไม่ได้ พรรณวษาไม่ได้คุมกำเนิด ร่างกายตรวจเช็กดูแล้ว แพทย์บอกว่าแข็งแรงดีทั้งสองคน แต่หากยังไม่ถึงเวลาลูกก็ยังไม่มาก็เท่านั้น เรื่องนี้ทั้งเธอและเขาคอยปลอบใจกันมาตลอด “ไม่รีบครับ จะรีบไปทำไมล่ะเนอะ” บอกแล้วก็เหมือนกับจะปลอบใจตัวเอง ยี่สิบสองเดือนแล้วที่เขากับพรรณวษาแต่งงาน ใช้ชีวิตด้วยกันมา ขยันทุกวัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ติดลูกสักที ย่อตัวลงไปลูบเจ้าเหมียวตัวหนึ่งที่เข้ามาคลอเคลียขาแบบอ้อน ๆ “เลี้ยงสาว ๆ พวกนี้แทนก็ดีเหมือนกัน” “คุณอยากมีลูกมากขนาดนั้นเลยหรือคะ” “อยากสิ อยากมาก ๆ เลยล่ะ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ แล้วถ้ามีลูก ผมก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้ลูก ๆ ของผม” ธรณ์ยอมรับตามตรง “แต่ถ้ายังไม่มา หรือคุณยังไม่พร้อม ผมก็ยอมรับได้ทั้งนั้น” ยิ้มบาง ๆ เดินไปหยิบแท่งตรวจครรภ์ที่แสดงผลเรียบร้อยส่งให้เขา ธรณ์รับมาดูอย่างงง ๆ ในทีแรก พอรู้แล้วว่าเป็นผลตรวจครรภ์ ก็โห่ร้
เธอร้องอย่างตกใจ ตาปิดลง ใบหน้าแดงจัด ขนกายลุกชันไปทั้งร่าง สะโพกบิดส่ายไปมากับสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิตของหญิงสาว และเพราะมัวแต่ปิดการรับรู้อยู่นั่นเอง จึงไม่ทันเห็นว่าธรณ์ผละออกจากเธอแล้ว เขาถอดเสื้อของเขาออกบ้าง ตามด้วยกางเกงอย่างไม่รีบร้อนเท่ากับตอนถอดชุดของเธอ “เรามีเวลาอีกทั้งคืน แล้วก็อีกหลายวันเลยทูนหัว” เขาบอกเสียงพร่า ก่อนจะตามลงมาจูบที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง พรรณวษาถึงได้ลิ้มรสชาติของตัวเองผ่านลิ้นร้อนของเขา ตอนนั้นเองที่ท่อนกายแข็งขึงเบียดบดอยู่กับหน้าท้องของเธอธรณ์ใช้ขาของเขาดันขาของเธอให้แยกออกช้า ๆ พร้อมกับแตะต้องเนื้อส่วนที่บอบบางที่สุดตรงแกนกายด้วยท่อนเนื้อแข็งและร้อนของเขา มือที่ร้อนพอ ๆ กับส่วนนั้น โลมลูบปลุกเร้าไปกับทุกจุด ผ่านจุดไหนก็ปลุกสัมผัสให้เสียดซ่านตรงจุดนั้น รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมออกมาทีละนิดจนต้องเปล่งเสียงร้องเรียกเขา “ธรณ์คะ” เธอมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนไม่รู้ตัว ธรณ์ไม่ตอบรับด้วยเสียง เขาก้มลงจูบปากเธอพร้อมกับสอดท่อ
ตอบสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขว่า “ค่ะ” “ผมถามได้ไหม” พยักหน้าให้เขาว่ามา “ทำไมคุณถึง…” ธรณ์พูดมาถึงตอนนี้ก็อึกอักหน่อยหนึ่ง “...ยอมใจอ่อนตอบตกลงแต่งงานกับผมแล้วล่ะ” “ก็คุณเล่นพาฉันไปงานถี่ จนอยากแต่งเลยน่ะสิคะ” “เอาดี ๆ น่า” ธรณ์เร่งเร้า ไม่อยากเชื่อว่านั่นจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงของเธอ “นี่ไงคะ” ชูให้เขาดูของชำร่วยในมือ ‘เวลามีแต่จะสั้นลงทุกวัน’ ‘เรามีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร’ “แล้วก็นี่ค่ะ ‘อยากทำอะไรก็ให้ทำ ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะมาไม่ถึง’ ” “เลยรีบแต่งงานกับผมน่ะหรือ” “ฉันอยากใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าที่สุดกับคนที่ฉันรักต่างหากล่ะคะ” บอกเขาออกไปแล้วก็เงียบไป ธรณ์เป่าลมออกจากปาก ถามเสียงลอย ๆ“นี่เรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย” “ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณกำลังฝันอยู่ต่างหาก” ธรณ์ไม่ยอมถูกอำคนเดียวแน่ “ฝันใช่ไหม อย่างนั้นผมจะได้ทำแบบนี้” แล้วรวบมือเธอไว้ ยื่นหน้าเข้ามา จะปล้นจูบเธอให้ไ
“ไม่เชื่อ” พยักหน้าด้วยความอายว่าใช่ เขาคือจูบแรกของเธอ เลยได้ยินเสียงธรณ์ร้องเยสดังลั่นห้อง หมั่นไส้เลยไล่เขาโดยไม่มองหน้า “กลับห้องได้แล้วค่ะ” “อะไรล่ะ ไล่ผมทำไม” “อยู่แล้วชอบทำแบบนี้ ไม่ให้อยู่” “ผมแค่สอนคุณจูบนิดเดียวเอง ไม่ทำอะไรมากกว่านี้หรอก สัญญาเลย” เลยหน้าตูมไม่พูดอะไรอีก ธรณ์เลยลุกขึ้นยืนยอมแต่โดยดี “โอเคครับ กลับก็ได้” ที่ยอมออกมา เพราะธรณ์เองก็แทบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเช่นกัน ถ้ายังไปวนไปเวียนอยู่ใกล้พรรณวษาแบบนี้ต่อ อาจมือไม้ไว แล้วก็อาจทำมากกว่านี้ก็ได้ ออกจากห้องพักของพรรณวษา ธรณ์ลงไปยังลานจอด พารถขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เป็นจุดนัดพบของพี่ ๆ และน้องชายร่วมสายเลือด ลงรถได้เดินหน้าตึงไปนั่งทอดอารมณ์คนเดียวข้างสระว่ายน้ำในรั้วบ้าน เสียงพี่ชายคนโตถามแหวกเสียงเพลงมาที่เขา “กลับมาเมื่อไร” “สองวันแล้วครับ” “ยังคบกันอยู่อีกหรือวะ” “ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ” “ก
“พี่ธรณ์รอจนเหี่ยวแน่งานนี้”ธรณ์มองแล้วนึกเคือง แต่ไม่ได้พูดอะไร หัสดินทร์ยกมือขอตัวรับสาย ทั้งสามคนเลยหันมาคุยกันต่อ โดยไอลดาเป็นคนเปิดเรื่องขึ้นว่า “ดีแล้วพรรณ แต่งไปก็จะเป็นแบบด้า อยู่แบบนี้ดีแล้ว” “อย่ายุแยงเพื่อนแบบนั้นสิ คู่แต่งงานเขาจะเป็นเหมือนเรากันหมดเลยหรือไง เดี๋ยวเขาก็กลัว ยืดเวลาออกไปอีก พี่จะทำยังไงล่ะ” “พี่ธรณ์ไม่เก่งเองนี่นา ช่วยไม่ได้” “เราเก่งตายละ ยัยคนท้อง” “ว่าด้าหรือ นี่แน่ะ ๆ” ไอลดาหยิบทิชชูตีแขนธรณ์ ธรณ์ทำเป็นร้องโวยวาย ชี้มือไปอีกทาง บอก “นู่น ๆ สามีแวะคุยกับสาวอีกแล้ว” ไอลดาหันไปมองทันที แล้วค่อยกลับมาคุยด้วย ตอนที่เธอเอ่ยถาม “ปกติดีใช่ไหม ด้ากับคุณเอสน่ะ” “อือ ก็ดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง” ไอลดาเงียบไปเดี๋ยวเดียวก็พเยิดหน้าไปทางหัสดินทร์ บอกอย่างฉุน ๆ “นั่นน่ะ เพื่อนในกลุ่มฮี แล้วก็เป็นเพื่อนนอนฮีด้วย” พรรณวษามองตามก็ได้แค่ถอนใจ “แต่ทำไงได้ล่ะ ด้ารักเขานี่ หลัง ๆ เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไร่แล้ว บอกให้เขาไปปรามนังพวกนั้นว่าห้ามมากวนประ
“คบยังไม่ถึงปีเลยก็จะแต่งกันแล้วหรือวะ” ธรณ์ถามเสียงดัง พรรณวษาช้อนตาขึ้นมองเขา เห็นธรณ์ทำทีเป็นยุ่งกับงานเอกสารตรงหน้าเขา ก็ค่อยลดสายตาลงที่งานตรงหน้าอย่างเดิม “ไม่ไปได้ไง เพื่อนรักกูแต่งงานทั้งที กระชั้นไปนะ กูเตรียมตัวไม่ทัน ได้ ไว้เจอกัน” เขาวางสายแล้วก็ทำเงียบ ไม่คุยอะไรกับเธอ ตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ธรณ์ก็ยังไม่คุยอะไรกับเธอเลย ที่แท้เพราะรอจังหวะอยู่นั่นเอง พอมีเหตุให้ชวนคุย ธรณ์ก็ค่อยเอ่ยว่า “อาทิตย์หน้านี้ผมจะเข้ากรุงเทพฯ” ขีดสัญลักษณ์บนกระดาษแล้วค่อยพยักหน้าตอบรับเขา “ค่ะ” ค่อยก้มหน้าทำงานต่อ “ไปด้วยกันไหมครับ” “ไปทำไมคะ” “ก็...” คนชวนทำอึกอัก ก่อนจะนึกเหตุผลได้ว่า “ก็ไปดูแบบผ้าม่านกันไง เห็นคุณบ่นว่าอยากเปลี่ยนใหม่ไม่ใช่หรือ” “คุณให้ร้านมาดูแล้วนี่คะ” “ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ คนอื่นเขาพาแฟนไปกันทั้งนั้นเลย” “เพื่อนคุณ แก๊งไฮโซนั่นน่ะหรือ” “ใช่ที่ไหน เพื่อนผมก็คนธรรมดาทั้งนั้น มีหมดแหละ ท







