Masukแต่ถ้าเขาหมดความอดทนนั้นหมายถึงเขาจะกลายเป็นชู้ของผู้ชายคนอื่น เขาเชื่อว่าบุษบาเองไม่ขัดข้อง จากประสบการณ์ท่าทีของบุษบาเองก็ต้องการเขาไม่น้อย
ยามอยู่ใกล้กันบุษบามักหายใจติดขัด มือสั่นเล็กน้อย ใบหน้าชื้นเหงื่อ และบางครั้งยังเผลอมองเขาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ว่าเขานั้นเฝ้าสังเกตเห็นมาตลอด
ปึก!
มือแกร่งกระแทกหน้าจอแล็ปท็อปในมือลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในห้อง
“ไม่ต้องทำความสะอาดแล้ว ไปห้องพยาบาล มาอีกทีช่วงเที่ยง”
บุษบาเงยหน้าขึ้นจากเตียงนอน มือยังถือผ้าห่มผืนใหญ่หนาหนัก คิ้วเรียวคันศรขมวดแปลกใจ
“แต่ใกล้เสร็จแล้วนะคะ”
“ฉันสั่งก็ทำตาม จะต้องเรื่องมากทำไม ไป!!”
มิคาอิลเสียงดังขึ้นจนบุษบาทิ้งผ้าห่มในมือลงทันที เดินออกจากห้องนอน
“เดี๋ยว”
เขาคว้าต้นแขนเธอไว้ขณะที่ร่างระหงกำลังเดินผ่านออกจากประตูห้อง
“ปกติกินข้าวเช้าตอนไหน”
บุษบาเม้มปากนิ่งสะบัดแขนออกจากเกาะกุมแต่ไม่สำเร็จ
“ฉันถาม!!”
เขาดึงกระชากไว้จนร่างเล็กกว่าปลิวกระแทกตัว เธอแหงนหน้าสู้ตา
“คุณไม่สิทธิ์เรื่องนี้ค่ะมิคาอิล ไม่ว่าฉันจะกินข้าว อาบน้ำ หรือไปไหนมาไหน ทั้งหมดเป็นเรื่องส่วนตัว”
ดวงตาเหยี่ยวสีน้ำตาลเข้มหรี่ลง เธอมองเห็นเปลวเพลิงข้างในจนต้องขยับเท้าถอยหลัง
“โอ๊ย!”
มือสีเข้มกำต้นแขนแน่นกว่าเดิมดึงลากจนเธอต้องยอมผ่อนแรงตามด้วยความเจ็บ
“มันไม่แน่หรอกแพรี่ อีกหน่อยอาจจะมีสิทธิ์ก็ได้ใครจะรู้”
“สิทธิ์เป็นของสามีฉัน ไม่ใช่คุณ โอ๊ย! เจ็บ ปล่อยนะ”
“อย่าพูดถึงเขา!!”
เสียงตะคอกดังก้องจนแซคต้องเปิดประตูเข้ามาจากด้านนอก เห็นบอสใหญ่มิคาอิลสะบัดมือบุษบาทิ้งเดินกลับไปยังห้องทำงาน
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าแพรี่”
“ไม่มีอะไรค่ะแซค มิคาอิลให้ฉันไปฉีดยาที่ห้องพยาบาล ขอตัวก่อนนะคะ”
เท้าเล็กซอยถี่ออกจากห้องโดยเร็ว ใจเต้นโครมครามหวาดกลัว เมื่อครู่มิคาอิลใบหน้าคล้ำด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาคมหรี่ลงบรรจุความกราดเกรี้ยวจนเห็นได้ชัด เขาจะรู้ไหมว่าทำให้เธอกลัวมากขนาดไหน
มือเล็กกำคอเสื้อไว้แน่นกลัวจนลืมหายใจ แต่เมื่อเดินไปได้สักระยะจนพ้นโถงทางเดินยาวจึงค่อยผ่อนลมหายใจ คลายมือทิ้งข้างลำตัว
ตอนแรกเธอตั้งใจว่าต้องบอกความจริงกับเขาเสียที เขาจะได้เลิกแก้แค้นโดยการให้เธอไปรับใช้ แต่ดูจากท่าทีเมื่อครู่ การมีสามีกลายเป็นเกราะป้องกันอย่างดี ฉะนั้นเธอจะเก็บความลับนี้ไว้กับตัวก่อนเพื่อความปลอดภัย
‘จะจุดเทียนเปลวทองทั้งสองข้าง เป็นอย่างดวงฤทัยของข้า
ข้างนี้นั้นเทียนพี่ยา ข้างนั้นจรกาวงศ์ไกล
แม้นว่าจะได้ภิรมย์รัก สานสมัครสมสมรพิสมัย
ได้ครอบครองเคียงคู่ด้วยผู้ใด ตราบชีพิตักษัยวายปราณ
ขอเทียนข้างนั้นจงเรืองรุ่ง โรจน์จรุงแจ่มจิตพิษฐาน
เปลวเพลิงอีกข้างจงร้างลาญ อันธการดับสูญสิ้นไปเอย’[1]
“เลน่า”
เสียงชายหนุ่มสำเนียงอเมริกันเอ่ยดังขึ้นในยามดึกของคืนวันสุดท้ายที่บุษบามาช่วยงานทำขนมหวานไทยที่แผนกเบเกอรี่
“คริส!”
ร่างระหงหยุดเดินเหลียวกลับไปมองด้านหลัง เห็นคริสโตเฟอร์เดินออกมาจากซอกมุมโถงไม่ไกลจากแผนกเบเกอรี่
เธอยกข้อมือดูเวลา ตอนนี้เวลาเกือบห้าทุ่มซึ่งถือว่าค่อนข้างดึก พนักงานส่วนใหญ่เลิกงานกันหมดแล้ว
“เพิ่งเลิกงานเหรอเลน่า”
ร่างสูงอย่างคนอเมริกันเดินใกล้เข้ามาสีหน้าคล้ายมีความลับบางอย่างน่าขนลุก เธอขยับเท้าถอยหลังไปอีกสองก้าว
“ใช่ กำลังกลับห้อง ต้นรักโทรมาตามแล้ว”
บุษบารีบอ้างเพื่อนร่วมห้องทันทีเพื่อให้ชายตรงหน้าเข้าใจว่าต้นรักเพิ่งโทรศัพท์มาหา และถ้าเธอหายไปต้นรักจะเป็นคนแรกที่เอะใจ
“อืม เดี๋ยวเดินไปส่งนะ”
“ไม่เป็นไร ฉันเดินกลับเองได้”
คริสโตเฟอร์ขยับเข้าใกล้อีกก้าวเอื้อมมือออกมา บุษบาผงะออกแต่ไม่ทัน เขาดึงบางอย่างออกมาจากศีรษะ
“มีอะไรติดผมอยู่น่ะ”
เธอพยายามหักห้ามตัวเองไม่ให้วิ่งหนี มองเศษขนมหวานบนนิ้วของชายตรงหน้าระแวดระวัง
“ขอบใจนะ ฉันไปก่อนนะ”
“เดี๋ยวสิ”
แขนใหญ่ยาวยกขึ้นขวางเธอไว้กับผนัง
“เมื่อไรเราจะได้ไปออกเดทกันอีก หลังจากงานแสดงดนตรีเราก็แทบไม่ได้เจอกันเลยนะ”
“ฉันไม่ค่อยว่าง ตั้งแต่ย้ายแผนกบอสใหญ่ก็เรียกงานจนดึก”
“แล้ววันหยุด?”
“ไม่มีวันหยุด”
“อะไรนะ เจ้าหมอนั่นไม่ให้วันหยุดเลน่าเลย!!”
น้ำเสียงกราดเกรี้ยวผิดไปจากยามปกติทำให้ร่างระหงสะดุ้งโหยง ก่อนหน้านี้น้ำเสียงตอนพูดถึงบอสใหญ่แม้เจือปนความอิจฉาริษยาแต่ยังมีความกลัวเกรง แต่เมื่อครู่คล้ายคริสโตเฟอร์กำลังโกรธแค้นอะไรบางอย่าง
บุษบากวาดตามองทั่วโถงทางเดินพยายามมองหาคนช่วย แต่ไม่มี จึงหาทางเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้เขาคลายอารมณ์
“เออ คริส แล้วเวนดี้ล่ะ”
“เวนดี้? แม่นั่นเกี่ยวอะไรกับเรา”
“ก็เวนดี้เป็นแฟนคริส”
“ฮึ อย่างแม่นั่นอ้าขาให้ทุกคนนั่นแหล่ะ”
“แต่เวนดี้ชอบคริส”
“เลน่าอย่าได้ใส่ใจเวนดี้เลย คริสไม่ได้ชอบเวนดี้ เลน่าก็รู้ว่าคริสชอบเลน่า คิดยังไงกับเลน่า”
เสียงอ้อนวอนปนเล้าโลมกระเส่าของคริสโตเฟอร์ฟังน่าสะอิดสะเอียน บุษบาคลื่นไส้ทั้งขยะแขยงทั้งหวาดกลัว กระเถิบตัวไปตามผนังช้า ๆ ไม่ให้เขาสังเกตเห็น แต่เขายังจับสังเกตได้ขยับมือจับต้นแขนเธอไว้แน่นบีบแรง
“แพรี่!! ทำไมยังไม่กลับอีก”
เสียงหญิงวัยกลางคนดังขึ้น มือใหญ่ของคริสโตเฟอร์คลายออกเหลียวมองเห็นมาร์ทาเดินมาตามโถง เขายืดกายถอยออกห่างส่งยิ้มออกไป
“ผมกับเลน่ากำลังจะออกไปแล้วครับ”
ดวงตาของหญิงแก่กว่ามากจ้องมองลักษณธท่าทีของบุษบา
“เป็นอะไรไหมแพรี่”
“ค่ะ ไม่เป็นอะไร ขอกลับด้วยนะคะ”
บุษบารีบเคลื่อนกายออกห่างจากชายร่างสูงใหญ่ตรงไปหามาร์ทาทันที ยกมือขึ้นจับเสื้อมาร์ทาไว้แน่นจนหัวหน้าแผนกเบเกอรี่ต้องก้มลงมองมือเล็กอย่างแปลกใจก่อนจะเหลียวกลับไปมองคริสโตเฟอร์ที่ยังส่งยิ้มมาให้
“ถ้าเลน่ามีคนกลับเป็นเพื่อนแล้ว ผมคงต้องขอตัวก่อน”
ร่างสูงใหญ่ในชุดกางเกงผ้าสีดำเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำ เครื่องแบบพนักงานในเรือแผนกพนักงานบริการส่วนร้านอาหารหลัก เดินจากไปท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อย บุษบาถอนลมหายใจโอ่งอกเงยหน้ามองมาร์ทา
[1] บุษาเสี่ยงเทียน อิเหนา
เสียงเปิดประตูกระทันหันทำให้สองหนุ่มสาวที่นั่งกอดกันมองไปทางประตูเป็นตาเดียว ร่างสาวสวยสูงโปร่งในชุดทันสมัยกระโปรงสั้นรองเท้าส้นสูงราคาแพง เดินอาด ๆ เข้ามาในห้อง กวาดตามองโดยรอบจนเห็นคนทั้งคู่“มิคาอิล!! คุณไล่ฉันกลับ”ผู้หญิงคนนั้นเปิดฉากส่งเสียงหวานแหลมสูงใส่ทันทีเมื่อมองเห็นถนัดตา บุษบาผละตัวออกยืดแผ่นหลังตรงสังเกตได้ว่ามิคาอิลเองก็ยืดตัวตรงเช่นกันนางแบบสาวผมดำสนิทเช่นเดียวกับเธอเดินส่ายสะโพกน้อย ๆ มาทางโซฟามองเหยียดหญิงสาวที่นั่งตักมิคาอิล สวมชุดหลวมโพรกคล้ายคนท้องใบหน้าซีดเซียว“เดี๋ยวนี้คุณเลือกผู้หญิงแบบนี้เหรอคะมิคาอิล”“โรซี่!!”“ทำไมคะ ถึงฉันเป็นนางแบบ แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรี จู่ ๆ คุณเรียกตัวฉันมา ฉันก็ทิ้งงานบินมาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนคุณ แล้วพอคุณมีคนใหม่ คุณก็เฉดหัวฉันกลับ ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอคะ”ดวงหน้าหวานซึ้งเอี้ยวกลับไปมองคนร่างโตที่นั่งขยุกขยิกไม่อยู่สุขอย่างผิดสังเกต ก่อนที่คำพูดของผู้หญิงคนนั้นจะซึมซาบเข้าไปสู่สมองแล้วประมวลผลจนเข้าใจ“มิคาอิล คุณมีคนใหม่แล้ว?”เสียงหวานนุ่มของคนบนตักทำให้มิคาอิลหน้าเปลี่ยนส
แซคสะดุ้งตกใจทันทีเมื่อเห็นเจ้านายประคองหญิงสาวที่หายไปหน้านานหลายเดือน สีหน้าของทั้งคู่ตึงเครียด ทั้งหน้าหวานซึ้งยังเปื้อนคราบน้ำตาเป็นทาง“บอส”บอดี้การ์ดทักด้วยเสียงเข้มก้มมองเธอแปลกประหลาดใจก่อนจะถอยห่างจากประตูเพื่อให้คนทั้งสองเข้าไป“บอสครับ แล้ว แล้ว”“ให้เธอกลับไปสะ”“ครับ บอส”บุษบามองตามแซคคิ้วขมวดสงสัย ห้องพักเดิมเหมือนเดิมอย่างที่เธอจำได้ เพียงแค่กลิ่นซิการ์อบอวลมากกว่าเดิมจนเธอกระแอมไอออกมา“กลิ่นซิการ์”แว่วเสียงสบถจากคนร่างสูงก่อนจะเห็นเขาเดินไปเปิดหน้าต่างออกหมดทุกบานรวมไปถึงประตูออกระเบียง“นั่งสิแพรี่ หวังว่าคุณจะชื่อแพรี่นะ”บุษบาหน้าม้านเฝือดเผือดสีลงทันตา แต่เธอไม่อาจว่าเขาได้ในเมื่อมันคือเรื่องจริง“ค่ะ ฉันชื่อแพร หรือ แพรี่ ชื่อจริงบุษบา”“บุษบา?”“เป็นชื่อนางในวรรณคดีค่ะ”มิคาอิลเดินเข้าห้องครัวรินน้ำเปล่าก่อนจะเปิดตู้เย็นซึ่งพบเพียงความว่างเปล่า ก็แน่ล่ะหลายเดือนที่ผ่านมาเขาแทบไม่ค่อยกินอะไรนอกจากเหล้า ชายร่างสูงถอนหายใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา“แ
ภาพในความทรงจำหลั่งไหลดั่งสายน้ำกระแทกเข้าใส่เธอจนตั้งตัวไม่ติดถอยหลังแต่มือของอัคคีช่วยรั้งไว้ดวงตาเข้มข้นล้ำลึกของมิคาอิลมองกลับมา ตวัดตาลงมองหน้าท้องที่ยังแบนราบ เธอมองเห็นความเจ็บปวดรวดร้าวในแววตาก่อนที่เขาจะสะบัดกลับไปก้าวเท้าออกจากลานเมอร์ไลออน“บอส!!”เสียงอุณากรรณตะโกนลั่นพร้อมกับวิ่งแทรกคนไปตามชายร่างสูงใหญ่ไปยืนขวางตรงหน้า ใช้มือกางกั้นไว้ไม่ให้เขาหนีไป บุษบารีบเดินตามไปทันที“บอสจะยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”มิคาอิลก้มลงมองหญิงสาวร่างระหงอีกคนผมสีดำยาวสยายดัดลอนเล็กน้อย ดวงตากลมโตดั่งกวาง ริมฝีปากกระจับ พ่วงแก้มสีชมพูระเรื่อด้วยเครื่องสำอาง แต่งตัวแบรนด์เนมหรูหราราคาแพง นัยน์ตาเหยี่ยวเบิกกว้าง“เลน่า!!”“ใช่บอส นี่เลน่า ส่วนคนโน้น”มือเล็กจับต้นแขนบอสใหญ่ให้หันไปทางบุษบาที่เดินเข้ามาใกล้ก่อนที่ร่างในชุดคลุมท้องจะหยุดลงทิ้งห่างพอสมควร“คนนั้น แพรี่ พี่สาวของเลน่าเอง”มือแกร่งสั่นเทาเมื่อยกขึ้นลูบหน้าเปิดตาขึ้นมองอีกครั้งสลับกันไปมา“พวกคุณเป็นแฝด”“ใช่บอส ฉันเป็นน้องสาว ส่วนแพรี่เกิดก่อนเป็นพี
ชายร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งมองท้องทะเลยามเย็น เรือสำราญเดินสมุทรขนาดใหญ่เฮฟเว่นครูซกำลังเดินทางใกล้ถึงสิงคโปร์อีกครั้ง“มิคาอิลคะ”เสียงหวานนุ่มดังขึ้นด้านหลัง เขาหันกลับไปมองนางแบบสาวซึ่งเขาเรียกตัวมา เธอเคยทำให้เขาใจเต้นแรงด้วยท่วงท่าการเดิน ผมดำยาวปล่อยสยายราวกับแพรไหมแพรี่ในช่วงเวลาหลายเดือนนับจากหญิงสาวคนนั้นจากไปเขาเปลี่ยนคู่ควงใหม่ราวกับเปลี่ยนถุงเท้า แต่มันไม่มีคู่ไหนที่ใช่เลยสำหรับเขา“คุณไม่ต้องรอผมก็ได้ ออกไปทานก่อนได้เลย”“ค่ะ”เขาผ่านพ้นวันนรกแตกมาแล้ว เจ็ดวันเสมือนเขาไปเยือนเทพเฮดิส ร้อนดั่งไฟเผา ทุรนทุรายจนไม่อาจทนลืมตาได้ต้องใช้แอลกอฮอล์กำจัดภาพเหล่านั้นออกไปจากใจให้หมด จนทุกวันนี้เขาเองยังไม่แน่ใจว่าเขาได้ขจัดหมดไปหรือยังแอ๊ด!เสียงเปิดประตูทำให้เขาหันไปมองอีกครั้งก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้เล็กตรงระเบียงห้องด้านนอก ยกเท้าพาดโต๊ะหยิบซิการ์ขึ้นจุดรอมารดาบังเกิดเกล้าเดินออกมาเทศนาอีกครั้งในรอบสามสิบห้าปี ซึ่งดูราวกับว่าเธอกลายเป็นมารดาอย่างแท้จริงเสียทีหลังจากทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เขามาตลอดตั้ง
“ลูกลองขึ้นไปพูดกับแพรให้ไปหาหมอ และถ้าแพรท้องจริง ๆ แม่กับพ่อก็ไม่ว่า ดีสะอีกจะมีเด็ก ๆ วิ่งเล่นในบ้าน”อุณากรรณพยักหน้ารับสะท้อนในใจ รีบเดินขึ้นบ้านไปหาพี่สาวฝาแฝดก๊อก ก๊อก “แพร”บุษบาพลิกตัวกลับมาเมื่อได้ยินเสียงน้องสาวฝาแฝดเอ่ยเรียก ค่อยพยุงร่างขึ้นนั่งหลังจากเอนหลังนอนกลางวัน“พลอย”“เป็นไงบ้าง”อุณากรรณนั่งลงขอบเตียงขยับตัวไปใกล้ จับมือแพรขึ้นมากุมไว้แน่น พี่สาวฝาแฝดของเธอดูซูบผอมลงไปมาก ทั้ง ๆ ที่กลับมาจากเดินทางได้สองเดือนแล้ว แต่ท่าทียังไม่ดีขึ้น“แพรสบายดี”“แม่บอกว่าแพรไม่สบาย”“ก็แค่คลื่นไส้ อาจจะอาหารเป็นพิษ”“แล้วไปหาหมอหรือยัง”“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวก็หาย ช่วงนี้เป็นทุกเช้าเลย ไม่รู้เป็นอะไร สงสัยแพรเปลี่ยนที่บ่อยมั้ง”อุณากรรณนิ่งงันก้มหน้าลงมองหน้าท้องของพี่สาวยังแบนราบก่อนจะมองหน้าหวานซึ้งที่เหมือนเธอ“แพร ประจำเดือนมาหรือยัง”เสียงคำถามจากน้องสาวฝาแฝดทำให้บุษบาแหงนหน้าขึ้นทันที ดวงตากลมโตหวานซึ้งจ้องเข้าไปในดวงตาเดียวกันกับเธอ แต่อุณากรรณเจิดจ้าเปล่งประ
ร่างระหงบอบบางดูซูบซีดลงอีกทั้ง ๆ ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน ป้าเมย์ยืนมองหลานสาวจากในครัวขณะที่บุษบาเผลอนั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่างใบหน้าป้าเมย์เครียดกังวลเรื่องหลานสาวแต่จนปัญญาจะช่วยเหลือ เรื่องของหัวใจมีทางเดียวที่จะรักษาได้คือ เวลา“แพร”บุษบาผินหน้ากลับมาตามเสียงเรียก ดูเหมือนนัยน์กลมหวานซึ้งจะรื้นชื้นด้วยน้ำตาจนป้าเมย์ถอนหายใจ“ทานผลไม้หน่อยนะลูก”“ขอบคุณค่ะ”“แล้วนี่จะกลับบ้านเมื่อไร”“คงต้องกลับเลยค่ะ แพรถือวีซ่าทำงานบนเรือ ถ้าขืนอยู่ต่อจะมีปัญหา”“แล้วบอกที่บ้านหรือยัง”“ยังเลยค่ะ”ป้าเมย์วางจานผลไม้ลงบนโต๊ะเล็กก่อนจะนั่งลงข้างหลานสาว“แล้วพลอยว่ายังไงบ้าง”“แพรยังไม่ได้คุยกับพลอยเลยค่ะ”“แพร”“คะ”“อย่าหาว่าป้ายุ่งเรื่องส่วนตัวเลยนะ แพรมีปัญหากับมิคาอิลใช่ไหมลูก”บุษบาเบือนหน้าหนีดวงตาค้นหาของป้าเมย์ แสร้งจิ้มผลไม้เข้าปากค่อยเคี้ยวเชื่องช้า“ค่ะ”“เรื่องอะไร บอกป้าได้ไหม”“เขากำลังจะแต่งงานค่ะ”“คุณพระช่วย!”







