LOGINเสือขาเหยื่อมาแล้ว ทำไมผมต้องมาติวเข้มให้ยัยเด็กนี่ก็ไม่รู้ แต่เอาเถอะ สงเคราะห็เด็กมันหน่อยก็แล้วกัน
View Moreสายตาของผมพร่าเบลอไปหมดจากการจ้องหน้าจอคอมฯ
มาทั้งคืน 'สิงหราช' หรือ 'เสือ' คือชื่อของผม หนุ่มเนิร์ดวัย 26 ที่ชีวิตวนเวียนอยู่กับการปั่นงานภาพวาดประกอบนิยายส่งสำนักพิมพ์และนักเขียนนิยาย ผมเป็นคนรักสันโดษ ชอบความเงียบ และที่สำคัญ... ผมชอบอยู่ในโลกจินตนาการที่มีแต่สาวสวยในลายเส้นฝีมือของตัวเองมือข้างซ้ายของผมสาวลำเอ็นไปด้วย ในขณที่มือข้างขวาก็จับปากกาตวัดลายเส้นให้ภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดนเฉพาะจุดเร้นลับนั้นที่มันดูสมจริง จนคนวาดเกิดอารมณ์หลายต่อหลายครั้ง
“อ่าส์..อึก...” เสียงผมครางแผ่วอื้ออึงในลำคอ จนสุดท้ายน้ำข้นเหนียวที่ผมกักเก็บมาทั้งเดือนถูกปลดปล่อยออกมาในที่สุด
ใช่ครับทั้งเดือน ที่ผมไม่ออกไปไหน ไม่ได้ไปพบปะสาวเพื่อปลดปล่อย ด้วยเพราะว่างานใกล้ถึงกำหนดที่ต้องส่งลูกค้าแล้ว
แต่โลกความจริงของผมกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อแม่ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ก่อนไปตลาด
"เสือ วันนี้หนูพิมพ์ลูกสาวน้าพรจะย้ายมาอยู่นะ น้องมาสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดูแลน้องด้วยล่ะ อย่าให้เสียชื่อพี่ชายคุณนายอรล่ะ"
ผมได้แต่พยักหน้าส่งๆ ใจไม่คิดอะไร จนกระทั่งเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นในตอนสายของอีกวัน
ร่างสูงที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิวขาวจัดอย่างคนเหนือ ไม่ใส่ท่อนบน ในขณะที่ท่อนล่างมีเพียงกางเกงบอลตัวเดียวทั่นั้น ลุกเดินออกไปเปิดประตูบ้าน และภาพที่เห็นตรงหน้าทำแก้วกาแฟในมือเขาแทบร่วง 'พิมพ์พธู' หรือ 'พิมพ์' เด็กสาวที่ผมจำได้ว่าเคยเห็นตอนประถมว่าเป็นเด็กกะโปโล น้ำตา ขี้มูก เปรอะเปื้อนเต็มไปหมด แต่มา ตอนนี้เปลี่ยนไปจนผมแทบจำไม่ได้ เธอตัวเล็กนิดเดียว ผิวขาวจัดตัดกับผมสีดำสนิท แต่ที่มันกระแทกตาจนผมต้องลอบกลืนน้ำลายคือรูปร่างของเธอที่มันดูน่าเอาเป็นที่สุด
ภายใต้เสื้อยืดคอกลมธรรมดาๆ มันปิดบังความอวบอัดของหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่เกินตัวไม่มิด ไหนจะกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เผยให้เห็นเรียวขาสวยและสะโพกผายที่ดู'แน่นไปเสียทุกส่วน
"สวัสดีค่ะพี่เสือ ไม่เจอกันนาน หล่อขึ้นเยอะเลยนะ"
เสียงหวานใสมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ตาหยี พิมพ์เดินผ่านผมเข้าบ้านไป กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกลิ่นกายสาวทำเอาสัญชาตญาณดิบในตัวผมตื่นตัว
"อือ... ห้องอยู่ข้างๆ ห้องพี่นะ มีอะไรก็เรียก" ผมตอบเสียงเรียบ พยายามรักษามาดพี่ชายสุดเนิร์ดไว้ ทั้งที่ในใจเริ่มจินตนาการถึงร่างเล็กๆ นั่นกำลังอยู่ภายใต้ร่างของผมเสียแล้ว
...
ตกดึกคืนนั้น ขณะที่ผมกำลังปั่นงานส่งลูกค้า จู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงบางอย่าง เสียงครางเบาๆ ดังลอดมาจากกำแพงห้องข้างๆ มันเป็นเสียงอื้ออึงเหมือนคนกำลังตกอยู่ในภวังค์ความฝัน หรือไม่ก็... กำลังทำอะไรบางอย่างที่ผมไม่กล้าคิด
“อ๊ะ....อือออ พี่เสือ เบาหน่อยค่ะ”
ยัยเด็กบ้านั่น กำลังช่วยตัวเองอยู่แน่ๆ และแถมยังจินตนาการครางเรียกชื่อผมอีกด้วย
สิงหาราชโยนปากกาลงบนโต๊ะ เลือดในกายมันสูบฉีดจนลำทางใหญ่ยาวที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงเริ่มขยายตัว เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ หลับตาฟังเสียงนั้นแล้วเริ่มจินตนาการถึงพิมพ์พธู... น้องสาวเลี้ยงคนนี้ดูเด็ด กว่านางเอกในนิยายที่ผมวาดเสียอีก
"พิมพ์นะพิมพ์... มาสอบหรือมาอ่อยพี่กันแน่"
ร่างสูงจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่บัดนี้ฉ่ำวาวด้วยแรงอารมณ์ เขาสะบัดมือออกเพียงนิดก่อนจะรวบเอวบางของเด็กแสบดึงเข้าหาตัวจนร่างกายทุกส่วนบดเบียดกันไร้ช่องว่าง “พี่เสือ... ใจร้อนจังเลยนะคะ” พิมพ์กระซิบชิดริมฝีปากหนา มือซนของเธอลูบไล้ไปตามแผงอกกว้างที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี “ใครกันแน่ที่เริ่มก่อน?” สิงหราชเค้นเสียงต่ำ เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบ แต่กลิ่นกายสาวและสัมผัสจากทรวงอกนุ่มหยุ่นที่เบียดเสียดกับหน้าอกเขามันทำให้สติเขากระเจิดกระเจิง จนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาอุ้มร่างเล็กขึ้นวางบนโต๊ะทำงานพร้อมกับอุกวาดปกรณ์วาดรูปราคาแพงออกไปอย่างไม่ใยดี พิมพ์พธูหัวเราะคิกคักในลำคอพลางอ้าขาออกกว้างเพื่อให้เขาแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลาง แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบผิวขาวเนียนของเธอจนดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่มีชีวิต “ไหนบอกจะให้พิมพ์ยืมปลั๊กพ่วงไงคะ? หรือจะให้พิมพ์พ่วงอย่างอื่นแทน” เธอโน้มตัวลงมางับติ่งหูของเขาเบาๆ ก่อนจะลากลิ้นผ่านรอยนูนของเส้นเลือดที่ลำคอ สิงหราชครางฮึ่มในลำคอ มือหนาเลื่อนขึ้นไปบีบเฟ้นสะโพกมนอย่างหนักมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ในเมื่ออยากระบายสี... พี่ก็จะลงสีให้ทั่วทุกซอกทุกมุมเลย!” สิงหราชคำรามก่อนจะโถมกายขยับขับกดตัวตนเข้าสู่ความคับแน่นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จนสุดทางรัก พิมพ์พธูอ้าปากค้างพลางแอ่นอกรับความกระสันที่ถาโถมเข้าใส่ไม่ยั้ง เสียงโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีสั่นสะเทือนกึกก้องไปตามจังหวะการโถมกายของสิงหราช แรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงนั้น ทำให้ร่างเล็กของพิมพ์พธูสั่นคลอนไปทั้งตัว มือหนาของเสือร้ายขยุ้มสะโพกมนไว้แน่นจนเกิดรอยนิ้วมือแดงจางๆ บนผิวขาวจัด เขาจงใจถอนตัวตนออกจนเกือบสุดก่อนจะ กระแทกกลับเข้าไปจนมิดลำเอ็นร้อนผ่าว ย้ำลงบนจุดกระสันภายในซ้ำๆ จนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเฉอะแฉะน่าอาย "อื้อออ... พี่เสือ... แรงไปแล้ว... พิมพ์จะ... อ๊ะ! อ๊า!" เสียงหวานครางระงมไม่เป็นภาษา พิมพ์พธูแอ่นอกรับความกระสันขีดสุด ขาเรียวสวยเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น พยายามบดเบียดร่างกายเข้าหาความอุ่นร้อนที่เติมเต็มเธอจนจุกเสียด ทว่ายิ่งเธอรัดรึงเขามากเท่าไหร่ สิงหราชก็ยิ่งทวีความป่าเถื่อนมากขึ้นเท่านั้น "ตอดรัดแน่นขนาดนี้... อยากให้พี่ปล่อยข้างในใช่ไหมพิมพ์?" สิง
หลังผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ทำให้ผนังห้องดูบางลงถนัดตา สิงหราชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นปนร้อนรุ่ม พิมพ์พธูยังคงนอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอด ใบหน้าใสซื่อในยามหลับใหลทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบไล้เส้นผมดำขลับของเธอเบาๆ ใครจะคิดว่ายัยเด็กตัวเล็กขี้มูกโป่งในวันนั้น จะกลายเป็นสาวสะพรั่งที่เร่าร้อนและยั่วยวนได้ถึงเพียงนี้ หลังมื้อเช้าจบลง พิมพ์ก็เดินตามเขาต้อยๆ เข้ามาในห้องทำงานอีกครั้ง “พี่เสือคะ วันนี้ไม่ทำงานเหรอ?” เธอถามพลางทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่เคยเป็น 'เวทีรัก' เมื่อคืนนี้ “ทำสิ แต่วันนี้พี่อยากเปลี่ยนจากนางแบบในจินตนาการ มาเป็นนางแบบที่มีชีวิตจริงๆ บ้าง” สิงหราชตอบพลางหันจอคอมพิวเตอร์ไปทางเธอ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้าคมคาย “นางแบบมีชีวิต? ใครคะ?” พิมพ์แกล้งทำหน้างง “ก็เธอไง พิมพ์พธู” เขาชี้ปากกาเลเซอร์ไปที่เธอ พิมพ์ตาโตก่อนจะหัวเราะคิกคัก “ว้าย! พี่เสือลามก! จะให้พิมพ์เป็นแบบชุดไหนคะ? ชุดนักศึกษาหรือชุดไหนดีคะ?” “ไม่จำเป็น พี่อยากวาดภาพความงามที่บริสุทธิ์แบบที่เห็นตอนเธอนอนเปลือยเปล่าในอ้อมกอดพี่มากกว่า”
เช้าวันจันทร์บรรยากาศในบ้านดูวุ่นวายกว่าปกติ แม่ของผมกำลังจัดกระเป๋าใบใหญ่ พลางกำชับสั่งเสียเรื่องงานบ้านงานเรือนราวกับจะไปเป็นปี ทั้งที่จริงแกแค่จะไปทัวร์ทำบุญเก้าวัดกับกลุ่มเพื่อนสนิทที่ต่างจังหวัดเพียงหนึ่งสัปดาห์ “เสือ แม่ฝากดูแลน้องด้วยนะ กับข้าวในตู้เย็นมีเยอะแยะ อย่าพาน้องอดล่ะ” แม่หันมาสำทับผมที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวด้วยสายตาจิกกัดแกมหยอก “ครับแม่ ผมโตแล้วนะ ไม่ปล่อยให้แขกอดตายหรอก” ผมตอบเสียงเรียบ พยายามรักษามาดนิ่งขรึม ทั้งที่ในใจเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อหันไปสบตากับพิมพ์ที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างแม่ “พิมพ์ไม่อดหรอกค่ะแม่ พี่เสือดูท่าทางจะดูแลพิมพ์ดีจะตายไป” คำพูดกำกวมของยัยเด็กแสบทำเอาผมสะอึก พิมพ์ส่งสายตาใสซื่อให้แม่ แต่พอแม่หันไปปิดกระเป๋า เธอกลับส่งสายตาเย้ายวนมาทางผมพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากเบาๆ มันเป็นท่าทางที่ดูไร้เดียงสาแต่โหยหาอยู่ในที ทันทีที่รถตู้ของกลุ่มแม่เคลื่อนพ้นรั้วบ้านไป ความเงียบก็นเข้าปกคลุม... แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่ผมไม่อยากนึกถึงสักเท่าไหร่ ร่