เข้าสู่ระบบ“อืม ฉันจะส่งสปีดโบ๊ทไปรับพวกนายก็แล้วกัน”
เพชรบอกด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ ขณะนั่งไขว่ห้างคุยโทรศัพท์อยู่ที่โซฟาในห้องทำงานตัวเอง
‘อ้อ อีกอย่าง ฉันมีเซอร์ไพรส์นายด้วย’
เพื่อนสนิทบอกด้วยน้ำเสียงรื่นเริงมาตามสาย
“เซอร์ไพรส์? อะไร?”
‘บอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิเพื่อน’
คิ้วเข้มขยับเข้าหากันเล็กน้อย ขณะส่ายหน้าหน่ายใจนิดๆ หากก็ไม่ใส่ใจอะไร
“เอาเถอะ หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องที่พวกนายสนุก แต่ทำให้ฉันเครียดก็แล้วกัน เพราะแค่งานฉันก็ไม่มีเวลาไปจัดการปัญหาอื่นแล้ว”
เพชรอดบ่นไม่ได้ เพราะบรรดาเพื่อนๆ ของเขาแห่กันมาเที่ยวพร้อมกับดูงานก่อสร้างรีสอร์ตกึ่งเลาจน์ที่เริ่มงานไปแล้วส่วนหนึ่ง
ชายหนุ่มวางสายหลังนัดแนะวันเวลาเรียบร้อย ก่อนจะเดินไปกดสายภายในที่โต๊ะโทรออกไปบอกกับนภาเอาไว้ ทั้งเรื่องสปีดโบ๊ทและบ้านพักที่คุณพรรณีเตรียมไว้สำหรับญาติหรือเพื่อนสนิทมาพักแบบครอบครัว
บ่ายสองครึ่งแล้ว เอกสารเซ็นเรียบร้อยเพชรจึงหยิบโทรศัพท์กับกุญแจรถแล้วก้าวออกจากห้อง
“เอกสารผมจัดการเรียบร้อยแล้วนะครับ เดี๋ยวจะไปที่ไซต์ก่อสร้างแล้วก็พรุ่งนี้ด้วย มีเรื่องด่วนอะไรก็โทรบอกได้เลย ผมจะเข้ามา”
ชายหนุ่มหยุดบอกเลขาคู่ใจของผู้เป็นป้า เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้จัดการแยกแฟ้มงานส่งต่อ
ร่างสูงใหญ่เดินออกมาด้านนอกเพื่อจะไปยังลานจอดรถ แล้วก็เห็นว่ารถของจารุพงษ์เพิ่งจะขับผ่านไป เขามองตามโดยไม่คิดอะไรนักเพราะ
อีกฝ่ายก็มักออกไปที่อื่นเวลางานอยู่แล้ว แต่คนที่เห็นนั่งด้านหน้าคู่ไปกับ
จารุพงษ์ทำเอาเพชรคิ้วกระตุก
‘เร็วขนาดนี้เลยเหรอ’
ชายหนุ่มคิดในใจอย่างไม่พอใจ หากเป็นแบบนี้เขาคงต้องจับตาดูผู้หญิงคนนั้นเอาไว้เสียแล้ว
รถคันโตออกจากไซต์ก่อสร้างมุ่งตรงสู่ถนนรอบเกาะ สามารถมองวิวชายหาดทอดยาวลงสู่ทะเลในช่วงน้ำกำลังลงเป็นเวลาสนุกสำหรับเด็กๆ ในการจับปูลม แต่ก็มีนักท่องเที่ยวอยู่บ้างประปรายเช่นกัน ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้าข้างทางดับเครื่องแล้วลงมายืนพิงประตูรถมองเพราะนานทีจะได้เห็นบรรยากาศแบบนี้
ลมทะเลพัดแรงแต่กลับรับรู้ถึงความสดชื่นมากกว่าจะรำคาญ เสื้อสูทไม่ได้ติดกระดุมถูกแรงลมตีจนชายสะบัด ชายหนุ่มจึงถอดโยนกลับเข้าไปในรถ ถลกแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก ปลดกระดุมที่คอ ขณะมองไปเห็นร่างระหงของคนที่เขาพยายามจับตาดูในระยะสองอาทิตย์ที่ผ่านมา
ใบหน้าสวยยิ้มแย้ม ผมสั้นสะบัดพลิ้วไหวตามแรงลม เสื้อยืดตัวโคร่งถูกลมพัดเหวี่ยงสะบัดไปมา แต่ที่สะดุดตาเขามากที่สุดกลับเป็นขาขาวสวยได้รูปกลมกลึงที่เผยให้เห็นจากกางเกงขาสั้นพอๆ กับตัวเสื้อ ตาคมดุเหลือบมองโดยรอบอัตโนมัติอย่างไม่รู้ตัว ร่างอรชรอยู่กับเด็กสองสามคนที่เขาจำได้ว่าเป็นลูกของพนักงานในรีสอร์ต และกำลังมีผู้ชายสองคนมุ่งหน้าไปหาพวกเขา ขายาวจึงขยับก้าวไปตรงนั้นเช่นกัน
“จะว่าไปแล้วพี่สาวหน้าคุ้นจัง เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าเนี่ย”
เพชรเข้ามาทันได้ยินหนึ่งในสองหนุ่มที่เพิ่งมารวมกลุ่มพูดด้วยท่าทางกระตือรือร้น ดูเหมือนเด็กๆ จะรู้จักชายหนุ่มสองคนเป็นอย่างดี
“พี่หน้าโหลล่ะมั้ง”
ใบหน้าสวยดูจะเปลี่ยนไปชั่วแวบ แต่สองหนุ่มยังไม่พูดอะไรต่อเด็กคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน
“ไปๆ ไปเล่นน้ำกัน”
“ไม่อยากจับปูแล้วเหรอ”
ชายคนเดิมถามกับเด็กแล้วเหล่ตาสบกับเพื่อนของตนตาวิบวับ
“แค่สอนพี่คนสวยจับ ไม่ได้อยากจับ อยากเล่นน้ำ”
เพื่อนอีกสองคนของเด็กชายพยักหน้าเสริมทัพ
“คุณเพชร”
ศศิเหลือบมองไปด้านหลังสองหนุ่มชาวบ้าน เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของคนหนึ่งเดินเข้ามา
คนทั้งหมดหันมามองเขาแล้วก็เงียบอึ้งไป แน่นอนว่าทุกคนรู้ว่าเขาเป็นหลานเจ้าของเกาะแต่ไม่เคยเจอแบบมายืนใกล้ๆ ตัวเป็นๆ แบบนี้
คนถูกเอ่ยชื่อเริ่มนึกหาประโยคเพื่ออธิบายในใจแม้ใบหน้าจะดูสงบนิ่งก็ตาม
“ไง เล่นกันต่อเถอะ ผมแค่เห็นบรรยากาศดี ไม่ได้เดินริมหาดตอนน้ำลงมานานแล้ว เลยมาเดินเล่น”
ถึงเขาจะพยายามพูดให้ดูผ่อนคลาย ทว่าแต่ละคนก็ยังไม่มีใครขยับ
“แล้วนี่กำลังจับปูลมกันใช่ไหม ได้เยอะหรือเปล่า”
ชายหนุ่มถามโดยไม่เจาะจง เด็กที่ดูพูดเก่งที่สุดในกลุ่มรีบตอบทันที
“ไม่เยอะครับ มัวแต่สอนพี่สาวหารูปูอยู่ พี่สาวยังจับไม่ได้เลยสักตัว”
“ลูกศิษย์คนนี้ไม่เก่งสินะ”
เพชรพูดพร้อมกับเหลือบตาไปทางลูกศิษย์สาวของเด็กๆ เล่นเอาคนถูกถามถึงขมวดคิ้วทันที แต่เด็กๆ ต่างพากันหัวเราะครื้นเครง ทว่าชายสองคนชักเริ่มมองหน้ากันแบบหวั่นๆ
“จริงๆ เด็กๆ จะชวนศศิมาเล่นน้ำน่ะค่ะ มาอยู่ทะเลตั้งหลายวันแล้วยังไม่เคยลงเล่นน้ำเลย แต่เห็นปูลมน้องๆ ก็เลยสอนจับปูก่อน”
แม้ความจริงเธอจะไม่ค่อยกล้าพูดและสบตาอีกฝ่ายนัก เพราะเขาคือเจ้านายใหญ่ ทว่าในบรรดาทุกคนที่นี่ถ้าเธอไม่พูด ก็คงไม่มีใครกล้าพูดกับชายหนุ่ม อีกอย่างเธอยังอยากขอบคุณเขาเรื่องคืนนั้นอย่างจริงจังสักครั้ง การได้พูดคุยกันนอกเวลางานแบบนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี
ส่วนปภาภรศศิก็ชวนมาด้วย แต่เพื่อนร่วมงานเป็นวันของผู้หญิงพอดีจึงปฏิเสธ
“อืม งั้นเรามาแข่งกันจับปูไหม”
เพชรเอ่ยขึ้น แต่ละคนในนั้นต่างก็มองหน้าเขาอย่างคาดไม่ถึง
=====
ร่างสูงใหญ่ขยับเปลี่ยนเป็นนอนหงายแล้วดึงเธอเข้าไปกอดแทน“มันจำเป็นน่ะครับ จริงๆ รสสุคนธ์เป็นคนทำ ส่วนผมก็ดูอีกที ผ่านหูผ่านตากันสองคนดีกว่าปล่อยให้เขาปวดหัวอยู่คนเดียว เขาเป็นผู้จัดการไร่แต่ต้องมาทำหน้าที่เลขาแล้วก็ดูบัญชีให้ผมด้วย”พราวขมวดคิ้วมุ่น หญิงสาวขยับหน้าขึ้นมาวางคางบนแผงอกอีกฝ่ายแล้วถาม“ทำไมไม่หาเลขาหรือบัญชีล่ะ”ปนทจ้องตาคู่สวยนิ่งพร้อมกับตอบ“เลขาคนเก่าคือแม่น้องมิ้ม พอเขาไปแล้วผมอยากให้น้องสาวกลับมาทำ แต่ศศิก็เลือกไปทำงานที่เกาะแทน ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะหาใหม่ดีไหม”หญิงสาวถึงกับอึ้งไปเมื่ออีกฝ่ายบอกมาแบบนั้น“เขาใช้ยากับผมแล้วท้อง ผมรับผิดชอบเพราะเด็กยังไงก็เป็นลูกผม แต่ไม่ได้รักแล้วก็ไม่ได้ยุ่งกับเขา สุดท้ายเขาก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ แล้วไปอยู่กับคนใหม่ของเขา”ท่าทางที่ดูสนใจของพราวทำให้ปนทเล่าต่อ เพราะคิดว่าให้เธอฟังจากเขาเองดีกว่าปากอิ่มเผยอขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ที่เขาบอกเธอว่า ‘ไม่ใช่ความรัก’ เพราะถูกมอมยานี่เอง“เขาไม่ได้รักคุณกับลูกเลยเหรอ ทำไมถึงจากไปง่ายจัง อย่างน้อยก็ต้องคิดถึงน้องมิ้มบ้าง”ชายหนุ่มยักไหล่ แล้วตอบแบบไม่ใส่ใจมาก“เขาก็พูดว่ารักผมต่างๆ นานา รู้ว่าผมจ
คุณสุพรรณีเป็นแม่งานจัดการเรื่องระหว่างเพชรกับศศิ นับตั้งแต่บอกกับสองหนุ่มสาวว่าควรจะทำทุกอย่างให้เป็นทางการได้แล้ว และยังบอกกับพ่อแม่ของเพชรเองด้วยว่าชายหนุ่มมีคนรักที่คบหากันแล้ว ซึ่งท่านก็ดูแล้วเห็นว่าเหมาะสมดี อยากให้จัดการสู่ขอกันเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อคุณพจน์สอบถามกับลูกชายก็ได้รู้ว่าหญิงสาวคือศศิ น้องสาวของปนทท่านก็แปลกใจ แล้วบอกให้เขาพาหญิงสาวมาพบที่กรุงเทพฯ จะได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง นั่นทำให้ชายหนุ่มพาทั้งคุณสุพรรณีและศศิเดินทางมาพร้อมกัน แล้วก็ทำให้เพชรกับศศิได้รู้เรื่องของปนทกับพราวด้วยเช่นกันและแล้วก็มีงานหมั้นภายในเล็กๆ และแพลนการแต่งงานในปีหน้า โดยงานจัดที่ไร่ภูวดล พชรและนลินก็กลับมาร่วมงานด้วยเพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียนพอดี พิธีค่อนข้างเรียบง่ายเพราะเป็นคนกันเอง และป้าบัวเป็นผู้ใหญ่ของศศิโดยมีปนทนั่งข้างๆหลังจากสวมแหวนแล้วศศิก้มลงกราบเพชรพอดวงหน้าสวยเงยขึ้นมาชายหนุ่มก็เห็นน้ำเอ่อคลอในตาคู่สวย เขากุมมือบางด้วยมือทั้งสองข้าง ยิ้มให้พร้อมสายตารักใคร่ระหว่างถ่ายรูปเพชรโอบเอวบางลูบปลอบเบาๆ ตลอดเวลาทว่าก็ไม่ได้ทำอะไรที่ชวนให้ประเจิดประเจ้อจนเกินงามพราวเปลี่ยนมานั่งข้างปนทมี
“มาเริ่มจูบกันก่อนก็แล้วกัน”เมื่อใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้นลินก็กลืนน้ำลาย กลั้นหายใจรอคอยอีกฝ่าย กระทั่งพชรแนบปากจนสนิทกับปากตนเอง ประจุไฟฟ้าช็อตปราดไปทั่วร่างเล็กในทันที ตาที่โตอยู่แล้วค่อยๆ ขยายเพิ่มขึ้นตามการขยับราวปีกผีเสื้อของริมฝีปากอุ่น ใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกนอกอก สมองเบลอไปแล้วเรียบร้อยจากสัมผัสที่ไม่เคยรู้จักพชรผละออกมามองหญิงสาว เห็นว่าเธอมองเขาแต่ก็ตาลอยราวกับไม่ได้มองทำให้เขาอดแซวไม่ได้“อย่าเพิ่งหัวใจวายไปก่อนล่ะ นี่แค่บทเริ่มต้น”นลินกะพริบตาเพราะเสียงทุ้มกระซิบใกล้ๆ แล้วชายหนุ่มก็กลับมาหาปากจิ้มลิ้มสีหวานอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวลดสายตาลงมองตามก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้ใจจดจ่ออยู่กับปากอุ่นชายหนุ่มเม้มกลีบปากเล็กให้อีกฝ่ายเผยอขึ้นก่อนจะส่งปลายลิ้นทักทาย ได้ยินเสียงเบาอึกอักจากคนตัวเล็กทว่ามือของเขาเคลื่อนไปล็อกท้ายทอยอีกฝ่ายเอาไว้ ต้องการให้แหงนเงยรับจูบจากเขาอย่างเต็มที่ ร่างบางเริ่มอ่อนระทวยทำให้พชรโอบอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เพื่อให้อิงแอบตนมากขึ้นลิ้นอุ่นลูบโลมเคล้าคลอกับลิ้นของเธอเนิ่นนานจนนลินตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ ได้แต่ยอมให้ชายหนุ่มหยอกล้อคลอเคลียอยู่อย่างนั้นลมหา
หนึ่งปีต่อมาพชรและนลินต่างก็ยุ่งกับการเรียนของตัวเอง ชายหนุ่มเรียนปริญญาโทด้านวิศกรรมและเริ่มฝึกงาน การเรียนจะมีงานให้เข้ากลุ่มทำโปรเจกต์โดยตลอดทว่าการสอบไม่ค่อยยากนักสำหรับพชร แต่พอฝึกงานเขาก็แทบจะไม่ได้เจอนลินเลย ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็เรียกได้ว่าแทบไม่คืบหน้าอะไร นลินยอมให้พชรกอดเพียงเท่านั้นซึ่งก็แทบนับครั้งได้คนสองคนที่กอดกันหน้าอพาร์ตเมนต์ก่อนฝ่ายหญิงจะขึ้นแท็กซี่ไปทำให้คนตัวเล็กชะงักกึก ใบหน้าร้อนวูบทว่าตัวเย็นวาบ เสียงของเนตรกมลเพื่อนสนิทที่มักจะคุยกันทุกเรื่องรวมถึงพชรแล่นเข้ามาในหัว‘ผู้ชายก็แบบนี้แหละ เล่นตัวมากๆ ระวังเถอะเขาจะเบื่อแล้วไปหาคนอื่น’นลินบ่นเรื่องพชรชอบมายุ่มย่ามใกล้ๆ รบกวนสมาธิให้อีกฝ่ายฟัง‘แกยังไม่เคยจูบอีกเหรอไอ้ลิน ไม่น่าเชื่อว่านายพีคจะปล่อยแกลอยนวลมานานขนาดนี้’เนตรกมลบ่นเธอในวันหนึ่งที่ทั้งสองคนคุยกัน ปกติจะคุยกันเรื่องเรียนจบแล้วก็จะตามด้วยพชร เพราะเพื่อนสาวมักจะอยากรู้และถามความเป็นไประหว่างทั้งคู่‘แกควรหาทางมัดใจเขาให้อยู่หมัด ดีกว่าทำตัวจืดชืดอย่างทุกวันนี้’นลินคิดถึงสิ่งที่เพื่อนพูดกระทั่งมาถึงห้อง ตอนนี้เธอเคืองที่พชรพาผู้หญิงคนอื่นมา
“อย่าบอกนะว่า...”ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธอถี่ๆ พร้อมกับยิ้มมุมปาก ทว่าหญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้ไง”“ก็เราเคยบอกแล้วไงว่าเธอเซ็กซี่”“แค่เนี้ยอ่ะนะ”พชรยิ้มขำคนที่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์“ก็ไม่ใช่อย่างเดียวหรอก หลายๆ อย่างที่รวมกันเป็นเธอ”“เลี่ยนอ่ะ”นลินทำหน้าตาขนลุกขนพอง จนชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจกับท่าทางไม่อินของอีกฝ่าย“นี่ไม่คิดจะเขินหรือดีใจอะไรเลยหรือไง”“ฉันไม่ได้สนใจนายแบบนั้นสักหน่อย ทำไมต้องดีใจ”คนได้ยินถึงกับเหวอไปกับคำตอบหน้าตาเฉยของหญิงสาว แถมเธอยังสั่งตามมาอีก“ปล่อยมือฉันได้แล้ว”“นลิน...เรา...”“ฉันต้องเรียน ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้หรอก”เธอไม่ได้หลบตาเขาตอนพูด มันเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจังจนคนเห็นเองก็อดชื่นชมไม่ได้“เราจะไม่ทำให้เธอมีปัญหาเรื่องเรียนเด็ดขาด สัญญาเลย”พชรคิดว่าการมีแฟนระหว่างเรียนไม่ได้มีผลกระทบอะไร เขาคบผู้หญิงด้วยเรียนด้วยตั้งแต่มัธยมและไม่เคยมีปัญหาเรื่องเกรด ถึงจะไม่เข้าใจนลินแต่เขาก็ให้เกียรติในความตั้งใจของเธอ“งั้นปล่อยฉันก่อนสิ แล้วก็ถอยออกไปด้วย”หญิงสาวต่อรอง แต่พชรก็ต่อรองกลับ“ได้ แต่เธอห้ามลุกหนีเด็ดขา
การเล่นเกมกลายเป็นกิจกรรมประจำค่ำวันศุกร์ของพชรกับนลินไปแล้ว เพราะชายหนุ่มมักจะขอร้องให้หญิงสาวเล่นกับเขาด้วยมุกต่างๆ นานาและลงเอยที่นลินก็ยอมเล่นด้วย ซึ่งบางครั้งเธอก็สามารถชนะชายหนุ่มได้โดยที่เขาไม่ได้อ่อนข้อให้อย่างเช่นครั้งนี้“เย้! ชนะแล้ว!”คนตัวเล็กชูมือชูไม้ดีใจขณะที่ชายหนุ่มถอนหายใจเซ็ง“เล่นอีกเกม”เขาบอกแต่หญิงส่ายหน้า“ไม่ วันนี้จบแค่ตรงนี้ ฉันชนะย่ะ”นลินยื่นหน้ามาพูดใกล้เขาอย่างเยาะเย้ยแล้วสะบัดหน้าใส่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านเขาไปด้วยท่าทางเชิดหน้าสบายอกสบายใจ โดยไม่รู้ว่าตาคู่คมวาววับนึกอยากคว้าคนตัวเล็กมากอดแล้วจูบปากช่างเยาะนั่นเสียให้เข็ดมันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาพักหนึ่งแล้วสำหรับพชร แต่เขาพยายามไม่แสดงออกให้หญิงสาวรู้ตัว เขาเริ่มสนใจในตัวนลินจนแอบมองบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำอาหาร ทำงานบ้าน ทานข้าว เล่นเกม อ่านหนังสือ เมื่ออีกฝ่ายมาอยู่ในระยะสายตาเขาก็มักจะลอบมองเสมอดวงหน้าเล็กสวยใสไร้สิวฝ้า ปากนิด จมูกหน่อย ดูไม่ได้คมคายเหมือนพี่ชายกับพี่สาวของเธอ ทว่าก็สวยน่ารักน่ามองในแบบของตัวเอง ยิ่งเวลาที่มุ่งมั่นทำอะไรสักอย่าง คิ้วเรียวก็จะขมวดมุ่น ปากยื่นหน่อยๆ อย่างจดจ่อ







