Se connecter“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายนะ จะได้ไปถึงไหนต่อไหนกับคุณ ปล่อย!” หญิงสาวยกขาทั้งสองข้างขึ้นตั้งฉากเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายทำอะไรได้ถนัดนัก “ผมยื่นข้อเสนอให้แล้ว แต่คุณไม่สนองเองนี่ ผมก็ต้องใช้กำลังนะสิ” เขาพูดเหมือนคนเอาแต่ใจ “พรุ่งนี้ปฎิเสธเรื่องงานคุณแม่ และบอกท่านว่าเต็มใจเป็นเลขาผม ถ้ายังรั้นที่จะลาออกท่าเดียว คุณจาลึกชื่อผมเป็น ‘ผัว’ ของคุณได้เลย”
Voir plusณ ห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ต่างคาคั่งไปด้วยผู้คนที่หอบลูกจูงหลานมาเที่ยวพักผ่อนและจับจ่ายซื้อของกันอย่างถ้วนหน้า
ฐิตาภาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อาศัยช่วงวันหยุดมาเที่ยวพักผ่อนเหมือนคนอื่นๆ หากวันนี้เธอไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มีสองแสบอย่างเด็กชายผักบุ้งกับเด็กหญิงปุ้งกี๋ เด็กกำพร้าฝาแฝดชายหญิงวัยสามขวบที่เธอรับอุปการะมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ เพราะพ่อและแม่ของทั้งสองเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้าของซีอาร์กรุ๊ปที่เป็นข่าวดังครึกโครมตามหน้าสื่อต่างๆ เมื่อหลายเดือนก่อน
เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างสนุกสนาน ดังสอดประสานกับเสียงเครื่องเล่นในสวนสนุกของห้าง เด็กๆ หลายคนวิ่งจากเครื่องเล่นอันหนึ่งไปยังอีกอันหนึ่งด้วยรอยยิ้มสดใส ท่ามกลางบรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่มานั่งเฝ้าลูกๆ อยู่บริเวณโซนหน้าทางเข้า
“แม่ภาขา...”
เสียงเรียกเจื้อยแจ้วของปุ้งกี๋หรือจิรณา ดึงสายตากลมโตซึ่งกำลังไล่อ่านข้อความในโทรศัพท์ให้หันไปมองมือเล็กๆ ที่ยกโบกสะบัดในขณะเจ้าตัวนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกที่หมุนวนเป็นวงกลม
“แม่ภาครับ…”
เด็กชายผักบุ้งหรือภูมิ ก็ไม่น้อยหน้าน้องสาวฝาแฝด ขับรถบังคับคันใหญ่ วนไปตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด มืออีกข้างโบกทักทายแม่ภาคนสวยด้วยรอยยิ้มที่อวดฟันหลอสองซี่
ฐิตาภานั่งรอเด็กๆ อยู่นั้น มีคนกลุ่มใหญ่เดินขวักไขว่ไปมาตามจุดต่างๆ หนึ่งในนั้นคืออธิชาติหรือปราย บุตรชายเจ้าของห้างที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศร่วมอยู่ด้วย เรวัติผู้ทำหน้าที่ทั้งเลขาและดูแลผลประโยชน์ของครอบครัว อธิบายรายละเอียดให้ชายหนุ่มไปเรื่อยๆ อธิชาติกวาดสายตามองไปทั่วทั้งชั้น จนกระทั่งสะดุดเข้ากับร่างบอบบางของฐิตาภา หัวใจที่แข็งกระด้างกลับกระตุกวูบไหว หลังจากเห็นหญิงสาวที่ตนเองคะนึงหาตลอดสี่ปีที่ผ่านมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าแบบไม่คาดคิด
ร่างสูงใหญ่จึงรีบขยับเดินไปหาแต่ก็ต้องชะงักก้าวเมื่อเด็กน้อยชายหญิงกระโดดดึ๋งๆ เหมือนลูกลิงแสนซนเข้าไปกอดเอวคอดของเธอพร้อมกับร้องเรียกว่า…
“แม่ภาครับ/แม่ภาขา”
ได้ยินเพียงเท่านั้น อธิชาติก็รู้สึกเจ็บแปลบๆ ขึ้นมาทันที ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึงเครียด จนคนใกล้ชิดอย่างเรวัติขมวดคิ้วมุ่น
“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณปราย” เลขาส่วนตัวเอ่ยถามพลางมองสามแม่ลูกด้วยความสงสัยใคร่รู้
“ไม่มีอะไร อธิบายต่อเลยครับ” อธิชาติดึงตนเองกลับเข้ามาในงาน หากสายตากลับชำเลืองตามหลังฐิตาภาและเด็กน้อยฝาแฝดชายหญิงที่เดินจูงมือกันออกจากสวนสนุกแล้วไปต่อยังศูนย์อาหารซึ่งอยู่ใกล้ๆ
“จบจากที่นี่แล้ว เราจะไปคลังเก็บสินค้าที่อยู่ด้านหลังครับคุณปราย” เรวัติพูดถึงส่วนอื่นๆ ของห้างและบอกหมายกำหนดการ
ในขณะที่เจ้านายหนุ่มยังคงเพ่งมองไปยังศูนย์อาหาร เห็นฐิตาภากำลังเช็ดเศษอาหารที่เลอะอยู่บนปากของบุตรสาว รอยยิ้มหวานๆ ที่แต้มแต่งเต็มใบหน้าหมดจดของคนเป็นแม่ ทำให้อธิชาติยิ่งเจ็บจี๊ดในหัวใจมากขึ้นเป็นเท่าทวี นี่ล่ะนะผู้หญิง ห่างกันไม่ทันไรก็มีผัวเป็นตัวเป็นตนไปซะแล้ว
“คุณปรายจะทานของว่างก่อนไปคลังสินค้าไหมครับ ร้านขนมไทยด้านโน้นมีของว่างอร่อยๆ ผมจะพาไป” เรวัติคิดว่าเจ้านายหิวจึงชวนไปหาอะไรทานรองท้อง
“อย่าเพิ่งเลยครับ ทำงานเสร็จเราค่อยไปนั่งทานพร้อมกัน” ชายหนุ่มยิ้มให้ทีมงานทุกคน เรวัติจึงรีบโทร.ไปบอกพนักงานแผนกคลังสินค้ามารอต้อนรับเจ้านายใหม่ จากนั้นทั้งหมดก็พากันลงลิฟต์ไปที่คลังสินค้าขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ด้านหลังของห้าง
หลังจากรับโทรศัพท์ของเรวัติเสร็จ แผนกคลังสินค้าก็วุ่นวายจัดโน้นนี่นั่นให้เข้าที่ ศรีสมรหรือที่น้องๆ ในแผนกเรียกพี่ศรีคนสวยผู้ช่วยหัวหน้าคลังสินค้าถึงกับบ่นอุบ
“คุณเรวัตินะคุณเรวัติ ทำไมเพิ่งจะโทร.มาบอกก็ไม่รู้ หัวหน้าก็หยุดอีกต่างหาก งานนี้ต้องซวยแน่ๆ เลยยัยศรีเอ๊ย” ศรีสมรทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ประจวบเหมาะกับน้องๆ ในแผนกเดินผ่านมาพอดี หญิงสาวก็เลยถูกแซวเข้าให้
“พี่ศรีคนสวย อย่าเพิ่งร้องนะ รีบโทร.ไปบอกพี่ภาให้แกมาด่วนเลย เผื่อเจ้านายคนใหม่เขาอยากเห็นหน้าค่าตาทุกคนในแผนก”
“เออ...จริงด้วย วันนี้พี่ภาพาสองแสบมาเที่ยวที่ห้างนี่นา” ศรีสมรคิดตามแล้วยิ้มแป้นออกมาอย่างดีใจ “ขอบใจมากน้องรัก มีพี่ภาอยู่ค่อยอุ่นใจหน่อย” จากนั้นผู้ช่วยหัวหน้าคลังสินค้าก็รีบหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาโทร.หาหัวหน้าแผนกทันที ไม่นานนักเสียงหวานก็ตอบกลับมา
“จ้า...พี่ศรีคนสวย...” เสียงปลายสายกระเซ้าเย้าแหย่อย่างที่เคยทำเป็นประจำ
“ตอนนี้คนสวยกำลังจะแย่แล้วค่ะคุณภา” ศรีสมรทำเสียงเศร้า จนฐิตาภาต้องรีบถามกลับด้วยความอยากรู้ “เกิดอะไรขึ้นหรือคะพี่ศรี”
“คุณเรวัติน่ะสิคะ เพิ่งโทร.มาบอกว่าจะพาเจ้านายคนใหม่มาตรวจคลังสินค้า พี่ละกลั๊วกลัวว่าจะทำไม่ถูกใจเจ้านายคนใหม่ก็เลยรีบโทร.หาคุณภานี่ล่ะค่ะ เพราะพวกข้างบนคุยกันว่าเจ้านายใหม่โคตรโหดสุดๆ” ศรีสมรป้องปากกลัวคนอื่นจะได้ยินว่ากำลังนินทาเจ้านาย
“ภาอยู่ในห้างพอดี เดี๋ยวภาไปค่ะ ถ้าไม่ทันพี่ศรีรับหน้าไว้ก่อนนะคะ”
“ค่ะ...ค่ะ ขอบคุณคุณภามากนะคะ” ศรีสมรวางสายไม่ทันไร กลุ่มของอธิชาติก็เดินออกจากประตูลิฟต์ตรงมาที่แผนก ศรีสมรและพนักงานประจำอีกห้าคนรีบพากันไปยืนต้อนรับอย่างว่องไว
อธิชาติส่งยิ้มให้กับพนักงานทุกอย่างเป็นมิตร ความหล่อเหลาของเจ้านายคนใหม่ ทำเอาสาวๆ ในแผนกต่างพากันอ้าปากค้าง ดวงตาแทบถลนออกมาจากเบ้า โดยเฉพาะศรีสมรดูจะอาการหนักกว่าเพื่อน บิดตัวม้วนไปมาพลางส่งสายตาปริบๆ หวานเยิ้มให้เป็นระยะๆ
“เอา...เอา...แม่ศรีสมรคนสวย จะม้วนเป็นม้าน้ำอยู่แล้ว” เรวัติแซวอย่างคุ้นเคย ทำเอาสาวใหญ่วัยสี่สิบต้นๆ ขยับแว่นสายตาหนาเตอะพร้อมกับทำปากขมุบขมิบ “ทุกคนนี่คือคุณอธิชาติหรือคุณปราย เป็นเจ้านายคนใหม่ของพวกเรา คุณปรายจะเข้ามาบริหารซีอาร์กรุ๊ปตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” เรวัติแนะนำเจ้านายอย่างเป็นทางการ ศรีสมรจึงขยับมายืนด้านหน้าเพื่อแนะนำทีมงานของตนบ้าง
“สวัสดีค่ะท่าน ดิฉันศรีสมรเป็นผู้ช่วยหัวหน้าแผนกคลังสินค้าค่ะ แล้วนี่คือทีมงานของเรา เริ่มจากพิชัย สุมาลี ดวงใจ และกุสุมา ที่เหลือก็จะเป็นพนักงานประจำแผนกค่ะ” ศรีสมรพูดด้วยประกายตาระยิบระยับ
“สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมแค่แวะมาทักทายครับ แล้วหัวหน้าของพวกคุณไปไหน”
ศรีสมรอึกอักเหมือนคนติดอ่าง ทว่าในจังหวะนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออก ฐิตาภาก้าวออกมาพร้อมกับเด็กๆ
“อยู่โน้นค่ะ” คนที่กำลังอยู่ในสถานการณ์คับขันฉีกยิ้มกว้างๆ จนตาหยีอย่างใจชื้นและชี้นิ้วไปยังประตูทางเข้า อธิชาติมองตามแล้วก็ต้องตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าหัวหน้าแผนกคลังสินค้าของซีอาร์กรุ๊ปจะเป็น...!!??!
ฐิตาภาเดินจูงมือเด็กๆ เข้ามาในอาคารแล้วพาไปนั่งรอที่ห้องทำงาน ก่อนจะออกมารวมกลุ่มกับพนักงานในแผนก ความรีบเร่งทำให้หญิงสาวไม่ทันได้สังเกตจนกระทั่งมายืนอยู่ด้านหน้าทีมงานเจ้าของห้าง
“คุณ...”
ฐิตาภาทำเสียงขาดช่วงคล้ายถูกผีหลอก ขณะมองใบหน้าหล่อๆ และสบนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของอธิชาติ หัวใจดวงน้อยเวลานี้แทบหยุดเต้นฉับพลัน ทั้งสองจ้องมองกันนิ่งนานหลายวินาที จนได้ยินเสียงกระแอมไอของเรวัติดังขึ้น
“สวัสดีครับเจ้านาย คุณภา” เรวัติมองหน้าแดงๆ ของคนทั้งสอง “เอ่อ...คงตกลงกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”“เดี๋ยวนะคะคุณเรวัติ ไม่ทราบว่าตกลงเรื่องอะไรคะ?” หญิงสาวออกอาการงงๆ“อ้าว” เรวัติอุทานเบาๆ แล้วหันหน้าไปมองเจ้านายหนุ่ม แต่คนถูกมองไม่คิดจะอธิบายต่อเลยสักคำ “คืออย่างนี้นะคุณภา เดือนหน้าคุณปรียาจะย้ายไปทำงานในตำแหน่งใหม่ ทำให้ตำแหน่งเลขาหน้าห้องว่างลง...” เลขาวัยกลางคนหยุดอธิบายเมื่อเห็นฐิตาภาเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ“แต่เท่าที่ฟังมา มันไม่เกี่ยวกับฉันเลยนะคะ”“ครั้งนี้คงต้องเกี่ยวแล้วล่ะครับ เพราะท่านประธานอยากให้คุณภามารับตำแหน่งเลขาแทนคุณปรียา แล้วแต่งตั้งให้คุณศรีสมรเป็นหัวหน้าแผนกแทน”“อะไรนะคะ!!! จะให้ฉันเนี้ยนะมาทำงานเลขา ฉันจบบัญชีนะคะ ไม่ได้จบเลขา” หญิงสาวชี้นิ้วเข้าหาตัว แล้วหันขวับไปมองคนต้นเรื่องที่นั่งไขว่ห้างฟังอยู่อย่างสบายอารมณ์“แต่ปรียาจะเทรนงานให้จนกว่าคุณภาจะโอเคนะครับ”“ไม่ค่ะ ฉันไม่ตกลง และฝากบอกท่านประธานด้วยนะคะว่า ถ้าจะบีบฉันหรือแกล้งกันไม่ต้องคิดให้ปวดหัวหรอกค่ะ เพราะฉันขอลาออกตั้งแต่วันนี้” เสียงใสบอกอย่างเด็ดเดี่ยว พลางลุกพรวดขึ้น หมายจะเดินออกไปจากห้อง แต่จังหวะ
เช้าวันต่อมา...ฐิตาภามาถึงที่ทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ ทว่าวันนี้ดูแปลกกว่าทุกวันเพราะทุกคนในแผนกหน้าตาไม่สดชื่นหรือทักทายเธอเลย หญิงสาววางกระเป๋าสะพายและกล่องอาหารมื้อเช้าไว้บนโต๊ะ แล้วมองลูกน้องแต่ละคนที่เหมือนจะร้องไห้โดยเฉพาะศรีสมร“เอาละทุกคน หันมาทางนี้จ้ะ” ฐิตาภาตบมือสองสามครั้งเป็นเชิงเรียก ทุกคนจึงเดินเข้ามารายล้อมเธอ “มีใครพอจะบอกพี่ได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น”“ฮือ...ฮือ...” เจ้าแม่น้ำตาอย่างศรีสมรปล่อยโฮออกมาก่อนใครเพื่อนจนฐิตาภาตกใจ “เราไม่อยากให้คุณภาไปเลยค่ะ เราอยากให้คุณภาเป็นหัวหน้าเราต่อไป” ดราม่าเสร็จก็ปรี่เข้าไปกอดหัวหน้าสาว คนถูกกอดทำหน้างงๆ พร้อมกับจับบ่าอีกฝ่ายออกห่างเล็กน้อย“ไปไหน ภายังอยู่นี่ไงคะพี่ศรี”“ตะ...แต่...”ศรีสมรพูดไม่ทันจบประโยคก็ปล่อยโฮออกมาอีกรอบ สาวๆ ในแผนกอีกสองคนจึงร้องตาม ฐิตาภายิ่งงงหนักกว่าเดิม แต่ก่อนที่เธอจะได้ไถ่ถาม เครื่องติดต่อภายในก็ดังแทรกขึ้น“คุณภา คุณเรวัติเชิญที่ห้องทำงานท่านประธานค่ะ” เสียงหวานๆ ที่ดังมาตามสายนั้น ฐิตาภาจำได้ดีว่าเป็นเสียงปรียาเลขาหน้าห้องท่านประธาน เธอจึงรีบตอบกลับไป“ได้ค่ะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” หญิงสา
“เอ่อ...คุณภาครับ นี่คุณอธิชาติ เจ้านายคนใหม่ของพวกเราครับ” เลขาวัยกลางคนแนะนำ หญิงสาวพยายามตั้งสติแล้วพนมมือขึ้นไหว้อย่างเสี่ยงไม่ได้“สวัสดีค่ะ ดิฉันฐิตาภาเป็นหัวหน้าแผนกคลังสินค้าค่ะ”ท่าทีเย็นชาเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันของหญิงสาวทำเอาอธิชาติหน้าตึง ดวงตาคู่คมดั่งใบมีดจ้องเขม็งที่ใบหน้านวลเกลี้ยงแทบไม่กะพริบ ฐิตาภาเสมองไปทางอื่นทั้งๆ ที่หัวใจเต้นแรงระรัวด้วยความหวาดหวั่นพรั่นใจ“ที่นี่เรียบร้อยดีใช่ไหม” ริมฝีปากหยักลึกที่ครั้งหนึ่งเคยพรมจูบกลีบปากอันรั้นเผยอเมื่อสี่ปีก่อนขยับพูด“ค่ะ...” เธอตอบสั้นๆ ยิ่งทำให้อารมณ์ของอธิชาติเริ่มเดือดมากขึ้น“ถึงงานจะไม่มีปัญหา ผมก็ต้องการให้พนักงานทุกคนทำงานเต็มที่ ไม่ใช่เอาเวลางานไปเลี้ยงลูกหรือทำอย่างอื่น!” ประโยคต่อว่าตรงๆ ทำเอาทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน“ขอโทษนะคะท่านประธาน พนักงานที่คลังไม่เคยทำแบบนั้น ทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ และที่ดิฉันมาต้อนรับช้าไม่ใช่ว่าเอาเวลาไปเลี้ยงลูก แต่วันนี้เป็นวันพักร้อนของดิฉัน และคุณเรวัติก็เป็นคนเซ็นอนุญาตค่ะ พอดีฉันอยู่แถวนี้ก็เลยมาต้อนรับท่าน” ฐิตาภาตอบด้วยความรู้สึกไม่พอใจที่ได้ยินคำกระแนะกระ
ณ ห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทยช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ต่างคาคั่งไปด้วยผู้คนที่หอบลูกจูงหลานมาเที่ยวพักผ่อนและจับจ่ายซื้อของกันอย่างถ้วนหน้าฐิตาภาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อาศัยช่วงวันหยุดมาเที่ยวพักผ่อนเหมือนคนอื่นๆ หากวันนี้เธอไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มีสองแสบอย่างเด็กชายผักบุ้งกับเด็กหญิงปุ้งกี๋ เด็กกำพร้าฝาแฝดชายหญิงวัยสามขวบที่เธอรับอุปการะมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ เพราะพ่อและแม่ของทั้งสองเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้าของซีอาร์กรุ๊ปที่เป็นข่าวดังครึกโครมตามหน้าสื่อต่างๆ เมื่อหลายเดือนก่อนเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างสนุกสนาน ดังสอดประสานกับเสียงเครื่องเล่นในสวนสนุกของห้าง เด็กๆ หลายคนวิ่งจากเครื่องเล่นอันหนึ่งไปยังอีกอันหนึ่งด้วยรอยยิ้มสดใส ท่ามกลางบรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่มานั่งเฝ้าลูกๆ อยู่บริเวณโซนหน้าทางเข้า“แม่ภาขา...”เสียงเรียกเจื้อยแจ้วของปุ้งกี๋หรือจิรณา ดึงสายตากลมโตซึ่งกำลังไล่อ่านข้อความในโทรศัพท์ให้หันไปมองมือเล็กๆ ที่ยกโบกสะบัดในขณะเจ้าตัวนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกที่หมุนวนเป็นวงกลม“แม่ภาครับ…”เด็กชายผักบุ้งหรือภูมิ ก็ไม่น้อยหน้าน้องสาวฝ