LOGINเช้าวันนี้ศศิต้องมารายงานตัวกับฝ่ายบุคคลก่อน ขณะที่ปภาภรหรือแป้งรูมเมทของเธอก็เข้างานเช้าและแยกไปที่ฟรอนท์ก่อน จากนั้นฝ่ายบุคคลก็พาเธอมาส่งตัวที่แผนกซึ่งก็คือห้องของจารุพงษ์
จารุพงษ์กุลีกุจอเป็นคนพาเธอมายังออฟฟิศหน้าฟรอนท์ด้วยตัวเองแทนอารยา เพื่อแนะนำกับหัวหน้าแผนกสาวสวยเปรี้ยวชื่ออรอุมา จนศศิอดหวั่นใจกับสายตาขุ่นขวางชัดเจนของหัวหน้าโดยตรงไม่ได้ ดูก็รู้ว่าการที่
จารุพงษ์ทำเช่นนี้เหมือนให้ความสำคัญกับเธอมากเป็นพิเศษ ไม่เพียงแค่นั้น เขายังตามมาจนถึงหน้าฟรอนท์ในขณะหัวหน้าเดินนำเธอมาแจกแจงเรื่องการทำงานอีกด้วย
“งานในส่วนของเราไม่ใช่แค่ต้อนรับ แต่มีการจัดเตรียมเอกสารด้วย อรจะให้ปภาภรเป็นคนสอนงานเด็กใหม่ก็แล้วกันนะคะ”
หัวหน้าแผนกบอกกับพนักงานใหม่ ก่อนจะหันไปรายงานเจ้านาย ซึ่งจารุพงษ์ก็พยักหน้ารับรู้อย่างวางมาด
“อรคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรแล้วล่ะค่ะ ในเมื่อตอนนี้ก็รู้จักกันแล้ว ต่างคนต่างไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้วล่ะ แป้ง...ฝากด้วยนะ”
อรอุมาตัดบทหลังแนะนำเธอกับเพื่อนร่วมงาน ราวไม่อยากให้เสียเวลาพูดคุยมากความ
“อ้าว คุยกันเร็วจัง ผมนึกว่าจะพูดถึงขั้นตอนการทำงานคร่าวๆ ด้วยเสียอีก”
จารุพงษ์เอ่ยด้วยสีหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเสียดาย หากก็ไม่ลืมหันมามองศศิด้วยแววตาราวยิ้มได้
“ไม่จำเป็นค่ะ เพราะขั้นตอนทุกอย่างปภาภรจะเป็นคนบอกแล้วสอนไปด้วยเอง”
หัวหน้าแผนกเสียงห้วนขึ้น พลางเหลือบไปมองเจ้านายหนุ่มตาขุ่นชั่วแวบก่อนจะปรับให้เป็นปกติ แต่ยังแฝงความมึนตึงอยู่ในสีหน้า
จารุพงษ์ถอนหายใจอย่างขัดใจเล็กน้อยโดยไม่ให้เสียมาดผู้บริหารจนเกินไปนัก แต่พนักงานในสายงานของเขาต่างก็มองออกว่าชายหนุ่มให้ความสนใจพนักงานใหม่มากกว่าใครๆ
พนักงานทั้งหมดในกะเดียวกันมีสี่คนรวมศศิด้วย สลับกันยืนหน้า
ฟรอนท์สองคน อีกสองคนเตรียมเอกสารด้านใน ปภาภรประกบเธอเพื่อสอนงานไม่ห่าง ขั้นตอนการลงทะเบียนไม่ค่อยยุ่งยาก อีกอย่างที่นี่ไม่มีแขก
วอล์กอิน หากจะเข้าพักต้องจองก่อนเท่านั้น ฉะนั้นช่วงที่ยุ่งจริงๆ คือหลังจากเรือเทียบท่า หน้าที่หน้าฟรอนท์ส่วนใหญ่มักจะเป็นให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกให้แขกที่ต้องการออกไปข้างนอก หรือโทรเรียกรถรับจ้าง
ศศิเข้ากับปภาภรได้เป็นอย่างดีและต่างก็พูดคุยกันมาบ้างแล้วตั้งแต่เมื่อวาน แถมอีกฝ่ายยังอายุเท่ากับเธออีกด้วย งานถือว่าราบรื่นทั้งวัน
ร่างอรชรลากเท้าช้าๆ ตามปภาภรไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของพนักงานในเวลาเลิกกะแล้ว ซึ่งแต่ละคนจะมีล็อกเกอร์ของตัวเอง
คนเพิ่งเริ่มงานทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ยาวในห้องและถอดรองเท้าส้นสูงสองนิ้วทันทีอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์ เพราะปกติเธอก็ไม่เคยติดลุคนางงามหรือดาราที่ต้องเป๊ะตลอดเวลาอยู่แล้ว
“เมื่อยใช่ไหมล่ะ แรกๆ ก็อย่างนี้แหละ แต่เดี๋ยวก็ชิน ก่อนนอนก็แช่น้ำอุ่นสักหน่อยจะได้หลับสบาย”
ปภาภรพูดไปด้วยหันมายิ้มให้เพื่อนใหม่ไปด้วย มือก็ไม่หยุดเปลี่ยนเสื้อผ้า ในห้องนี้เป็นห้องของพนักงานหญิง หลายคนจึงชินชาไม่มีใครสนใจใคร ก่อนหน้านี้ศศิก็เคยเก้อๆ เขินๆ บ้าง ทว่าประสบการณ์ของการผ่านเวทีประกวดทำให้ปล่อยวางเปลี่ยนเสื้อผ้าได้อย่างไม่สนใจสายตาใคร ส่วน
ปภาภรก็มีเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นกระชับหุ่น
“ตอนแรกว่าจะพาไปเดินเล่นริมหาดย่อยหลังกินข้าวกัน แต่ศศิคงไม่ไหว เอาไว้วันหลังก็ได้ แต่วันนี้แป้งกับคนอื่นๆ จะพาไปร้านอร่อยเจ้าประจำ รับน้องใหม่”
“ไม่ต้องก็ได้จ้ะ”
ศศิโบกมือด้วยความเกรงใจ แต่อีกฝ่ายหันมาตบไหล่เบาๆ แล้วขยิบตาให้
“เอาน่า จริงๆ ก็ไปร้านนี้กันบ่อยจะตายไป โดยเฉพาะวันเงินเดือนออก เพราะเป็นร้านส้มตำที่แซบที่สุดบนเกาะนี้เลยล่ะ ใครไปก็ยกนิ้วให้ทุกคน”
“งั้นเหรอ แต่ว่าไม่ต้องเลี้ยงนะ กินข้าวด้วยกันจ่ายด้วยกันนี่แหละ”
“เฮ้อ...เอางั้นก็ได้ ป่ะ...แป้งเรียบร้อยแล้ว พี่แพรกับพี่นิ่มก็คงเสร็จแล้วล่ะ”
ปภาภรหมายถึงเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่เข้ากะเดียวกันแต่มี
ล็อกเกอร์อยู่แถวอื่น
คนเป็นน้องใหม่จึงพยักหน้าแล้วเก็บของตัวเองอย่างรวดเร็ว
=====
ร่างสูงใหญ่ขยับเปลี่ยนเป็นนอนหงายแล้วดึงเธอเข้าไปกอดแทน“มันจำเป็นน่ะครับ จริงๆ รสสุคนธ์เป็นคนทำ ส่วนผมก็ดูอีกที ผ่านหูผ่านตากันสองคนดีกว่าปล่อยให้เขาปวดหัวอยู่คนเดียว เขาเป็นผู้จัดการไร่แต่ต้องมาทำหน้าที่เลขาแล้วก็ดูบัญชีให้ผมด้วย”พราวขมวดคิ้วมุ่น หญิงสาวขยับหน้าขึ้นมาวางคางบนแผงอกอีกฝ่ายแล้วถาม“ทำไมไม่หาเลขาหรือบัญชีล่ะ”ปนทจ้องตาคู่สวยนิ่งพร้อมกับตอบ“เลขาคนเก่าคือแม่น้องมิ้ม พอเขาไปแล้วผมอยากให้น้องสาวกลับมาทำ แต่ศศิก็เลือกไปทำงานที่เกาะแทน ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะหาใหม่ดีไหม”หญิงสาวถึงกับอึ้งไปเมื่ออีกฝ่ายบอกมาแบบนั้น“เขาใช้ยากับผมแล้วท้อง ผมรับผิดชอบเพราะเด็กยังไงก็เป็นลูกผม แต่ไม่ได้รักแล้วก็ไม่ได้ยุ่งกับเขา สุดท้ายเขาก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ แล้วไปอยู่กับคนใหม่ของเขา”ท่าทางที่ดูสนใจของพราวทำให้ปนทเล่าต่อ เพราะคิดว่าให้เธอฟังจากเขาเองดีกว่าปากอิ่มเผยอขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ที่เขาบอกเธอว่า ‘ไม่ใช่ความรัก’ เพราะถูกมอมยานี่เอง“เขาไม่ได้รักคุณกับลูกเลยเหรอ ทำไมถึงจากไปง่ายจัง อย่างน้อยก็ต้องคิดถึงน้องมิ้มบ้าง”ชายหนุ่มยักไหล่ แล้วตอบแบบไม่ใส่ใจมาก“เขาก็พูดว่ารักผมต่างๆ นานา รู้ว่าผมจ
คุณสุพรรณีเป็นแม่งานจัดการเรื่องระหว่างเพชรกับศศิ นับตั้งแต่บอกกับสองหนุ่มสาวว่าควรจะทำทุกอย่างให้เป็นทางการได้แล้ว และยังบอกกับพ่อแม่ของเพชรเองด้วยว่าชายหนุ่มมีคนรักที่คบหากันแล้ว ซึ่งท่านก็ดูแล้วเห็นว่าเหมาะสมดี อยากให้จัดการสู่ขอกันเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อคุณพจน์สอบถามกับลูกชายก็ได้รู้ว่าหญิงสาวคือศศิ น้องสาวของปนทท่านก็แปลกใจ แล้วบอกให้เขาพาหญิงสาวมาพบที่กรุงเทพฯ จะได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง นั่นทำให้ชายหนุ่มพาทั้งคุณสุพรรณีและศศิเดินทางมาพร้อมกัน แล้วก็ทำให้เพชรกับศศิได้รู้เรื่องของปนทกับพราวด้วยเช่นกันและแล้วก็มีงานหมั้นภายในเล็กๆ และแพลนการแต่งงานในปีหน้า โดยงานจัดที่ไร่ภูวดล พชรและนลินก็กลับมาร่วมงานด้วยเพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียนพอดี พิธีค่อนข้างเรียบง่ายเพราะเป็นคนกันเอง และป้าบัวเป็นผู้ใหญ่ของศศิโดยมีปนทนั่งข้างๆหลังจากสวมแหวนแล้วศศิก้มลงกราบเพชรพอดวงหน้าสวยเงยขึ้นมาชายหนุ่มก็เห็นน้ำเอ่อคลอในตาคู่สวย เขากุมมือบางด้วยมือทั้งสองข้าง ยิ้มให้พร้อมสายตารักใคร่ระหว่างถ่ายรูปเพชรโอบเอวบางลูบปลอบเบาๆ ตลอดเวลาทว่าก็ไม่ได้ทำอะไรที่ชวนให้ประเจิดประเจ้อจนเกินงามพราวเปลี่ยนมานั่งข้างปนทมี
“มาเริ่มจูบกันก่อนก็แล้วกัน”เมื่อใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้นลินก็กลืนน้ำลาย กลั้นหายใจรอคอยอีกฝ่าย กระทั่งพชรแนบปากจนสนิทกับปากตนเอง ประจุไฟฟ้าช็อตปราดไปทั่วร่างเล็กในทันที ตาที่โตอยู่แล้วค่อยๆ ขยายเพิ่มขึ้นตามการขยับราวปีกผีเสื้อของริมฝีปากอุ่น ใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกนอกอก สมองเบลอไปแล้วเรียบร้อยจากสัมผัสที่ไม่เคยรู้จักพชรผละออกมามองหญิงสาว เห็นว่าเธอมองเขาแต่ก็ตาลอยราวกับไม่ได้มองทำให้เขาอดแซวไม่ได้“อย่าเพิ่งหัวใจวายไปก่อนล่ะ นี่แค่บทเริ่มต้น”นลินกะพริบตาเพราะเสียงทุ้มกระซิบใกล้ๆ แล้วชายหนุ่มก็กลับมาหาปากจิ้มลิ้มสีหวานอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวลดสายตาลงมองตามก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้ใจจดจ่ออยู่กับปากอุ่นชายหนุ่มเม้มกลีบปากเล็กให้อีกฝ่ายเผยอขึ้นก่อนจะส่งปลายลิ้นทักทาย ได้ยินเสียงเบาอึกอักจากคนตัวเล็กทว่ามือของเขาเคลื่อนไปล็อกท้ายทอยอีกฝ่ายเอาไว้ ต้องการให้แหงนเงยรับจูบจากเขาอย่างเต็มที่ ร่างบางเริ่มอ่อนระทวยทำให้พชรโอบอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เพื่อให้อิงแอบตนมากขึ้นลิ้นอุ่นลูบโลมเคล้าคลอกับลิ้นของเธอเนิ่นนานจนนลินตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ ได้แต่ยอมให้ชายหนุ่มหยอกล้อคลอเคลียอยู่อย่างนั้นลมหา
หนึ่งปีต่อมาพชรและนลินต่างก็ยุ่งกับการเรียนของตัวเอง ชายหนุ่มเรียนปริญญาโทด้านวิศกรรมและเริ่มฝึกงาน การเรียนจะมีงานให้เข้ากลุ่มทำโปรเจกต์โดยตลอดทว่าการสอบไม่ค่อยยากนักสำหรับพชร แต่พอฝึกงานเขาก็แทบจะไม่ได้เจอนลินเลย ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็เรียกได้ว่าแทบไม่คืบหน้าอะไร นลินยอมให้พชรกอดเพียงเท่านั้นซึ่งก็แทบนับครั้งได้คนสองคนที่กอดกันหน้าอพาร์ตเมนต์ก่อนฝ่ายหญิงจะขึ้นแท็กซี่ไปทำให้คนตัวเล็กชะงักกึก ใบหน้าร้อนวูบทว่าตัวเย็นวาบ เสียงของเนตรกมลเพื่อนสนิทที่มักจะคุยกันทุกเรื่องรวมถึงพชรแล่นเข้ามาในหัว‘ผู้ชายก็แบบนี้แหละ เล่นตัวมากๆ ระวังเถอะเขาจะเบื่อแล้วไปหาคนอื่น’นลินบ่นเรื่องพชรชอบมายุ่มย่ามใกล้ๆ รบกวนสมาธิให้อีกฝ่ายฟัง‘แกยังไม่เคยจูบอีกเหรอไอ้ลิน ไม่น่าเชื่อว่านายพีคจะปล่อยแกลอยนวลมานานขนาดนี้’เนตรกมลบ่นเธอในวันหนึ่งที่ทั้งสองคนคุยกัน ปกติจะคุยกันเรื่องเรียนจบแล้วก็จะตามด้วยพชร เพราะเพื่อนสาวมักจะอยากรู้และถามความเป็นไประหว่างทั้งคู่‘แกควรหาทางมัดใจเขาให้อยู่หมัด ดีกว่าทำตัวจืดชืดอย่างทุกวันนี้’นลินคิดถึงสิ่งที่เพื่อนพูดกระทั่งมาถึงห้อง ตอนนี้เธอเคืองที่พชรพาผู้หญิงคนอื่นมา
“อย่าบอกนะว่า...”ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธอถี่ๆ พร้อมกับยิ้มมุมปาก ทว่าหญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้ไง”“ก็เราเคยบอกแล้วไงว่าเธอเซ็กซี่”“แค่เนี้ยอ่ะนะ”พชรยิ้มขำคนที่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์“ก็ไม่ใช่อย่างเดียวหรอก หลายๆ อย่างที่รวมกันเป็นเธอ”“เลี่ยนอ่ะ”นลินทำหน้าตาขนลุกขนพอง จนชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจกับท่าทางไม่อินของอีกฝ่าย“นี่ไม่คิดจะเขินหรือดีใจอะไรเลยหรือไง”“ฉันไม่ได้สนใจนายแบบนั้นสักหน่อย ทำไมต้องดีใจ”คนได้ยินถึงกับเหวอไปกับคำตอบหน้าตาเฉยของหญิงสาว แถมเธอยังสั่งตามมาอีก“ปล่อยมือฉันได้แล้ว”“นลิน...เรา...”“ฉันต้องเรียน ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้หรอก”เธอไม่ได้หลบตาเขาตอนพูด มันเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจังจนคนเห็นเองก็อดชื่นชมไม่ได้“เราจะไม่ทำให้เธอมีปัญหาเรื่องเรียนเด็ดขาด สัญญาเลย”พชรคิดว่าการมีแฟนระหว่างเรียนไม่ได้มีผลกระทบอะไร เขาคบผู้หญิงด้วยเรียนด้วยตั้งแต่มัธยมและไม่เคยมีปัญหาเรื่องเกรด ถึงจะไม่เข้าใจนลินแต่เขาก็ให้เกียรติในความตั้งใจของเธอ“งั้นปล่อยฉันก่อนสิ แล้วก็ถอยออกไปด้วย”หญิงสาวต่อรอง แต่พชรก็ต่อรองกลับ“ได้ แต่เธอห้ามลุกหนีเด็ดขา
การเล่นเกมกลายเป็นกิจกรรมประจำค่ำวันศุกร์ของพชรกับนลินไปแล้ว เพราะชายหนุ่มมักจะขอร้องให้หญิงสาวเล่นกับเขาด้วยมุกต่างๆ นานาและลงเอยที่นลินก็ยอมเล่นด้วย ซึ่งบางครั้งเธอก็สามารถชนะชายหนุ่มได้โดยที่เขาไม่ได้อ่อนข้อให้อย่างเช่นครั้งนี้“เย้! ชนะแล้ว!”คนตัวเล็กชูมือชูไม้ดีใจขณะที่ชายหนุ่มถอนหายใจเซ็ง“เล่นอีกเกม”เขาบอกแต่หญิงส่ายหน้า“ไม่ วันนี้จบแค่ตรงนี้ ฉันชนะย่ะ”นลินยื่นหน้ามาพูดใกล้เขาอย่างเยาะเย้ยแล้วสะบัดหน้าใส่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านเขาไปด้วยท่าทางเชิดหน้าสบายอกสบายใจ โดยไม่รู้ว่าตาคู่คมวาววับนึกอยากคว้าคนตัวเล็กมากอดแล้วจูบปากช่างเยาะนั่นเสียให้เข็ดมันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาพักหนึ่งแล้วสำหรับพชร แต่เขาพยายามไม่แสดงออกให้หญิงสาวรู้ตัว เขาเริ่มสนใจในตัวนลินจนแอบมองบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำอาหาร ทำงานบ้าน ทานข้าว เล่นเกม อ่านหนังสือ เมื่ออีกฝ่ายมาอยู่ในระยะสายตาเขาก็มักจะลอบมองเสมอดวงหน้าเล็กสวยใสไร้สิวฝ้า ปากนิด จมูกหน่อย ดูไม่ได้คมคายเหมือนพี่ชายกับพี่สาวของเธอ ทว่าก็สวยน่ารักน่ามองในแบบของตัวเอง ยิ่งเวลาที่มุ่งมั่นทำอะไรสักอย่าง คิ้วเรียวก็จะขมวดมุ่น ปากยื่นหน่อยๆ อย่างจดจ่อ







