LOGINศศิไม่กล้ามองใคร ได้แต่ยกมือไหว้ขอบคุณคนที่ช่วยตนเองอีกครั้งแล้วเดินก้มหน้าก้มตาเอาใบงานไปยื่นให้คนขับรถตู้ จากนั้นจึงไปยืนข้างๆ ปภาภรที่มีสีหน้าตกใจอย่างปิดไม่มิด เพื่อนสาวรีบโอบเอวเธอเป็นการปลอบใจเงียบๆ ขณะที่แขกทยอยกันขึ้นรถ ส่วนเพชรยืนมองห่างออกไปพร้อมกับเพื่อนคนหนึ่งของเขา หญิงสาวพยายามมองต่ำเข้าไว้ ทว่าอยู่ๆ ก็ต้องเงยหน้าขึ้นเมื่อเท้าของใครคนหนึ่งมาหยุดอยู่ในระดับสายตา
“ผมอยากรู้ว่าคุณเลิกงานกี่โมง”
หนุ่มญี่ปุ่นนั่นเอง เขาส่งยิ้มอ่อนๆ มาให้
การถามอย่างตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อมของอีกฝ่ายทำให้ศศิจนใจ ในเมื่อเขาเป็นแขกเธอก็ไม่อาจบอกปัดได้ และยังรู้ว่าหลายคนกำลังมองมาหญิงสาวยิ่งไม่สบายใจ
“บ่ายสองค่ะ”
“โอเค ผมจะจำไว้ หวังว่าสักวันคุณจะให้เกียรติไปเที่ยวกับพวกเราบ้าง”
“จะโอ้เอ้อีกนานไหมไคจิ”
น้ำเสียงเข้มของคนเป็นเจ้านายดังมาอีกครั้งทำให้ศศิกับปภาภรถึงกับตัวแข็ง
ไคจิหัวเราะหึๆ ไม่หันไปมองเพชร แต่กลับโน้มตัวลงมาใกล้พนักงานต้อนรับสาวมากขึ้น
“จริงๆ ผมอยากให้คุณไปกับผมคนเดียว”
แขกหนุ่มขยิบตาให้เมื่อเธอมองหน้าเขาอย่างคาดไม่ถึง ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันทันที แต่ผู้ชายตรงหน้าไม่อยู่แล้ว เขาเดินล้วงกระเป๋ายิ้มระรื่นไปขึ้นรถ ขณะที่ศศิไม่ได้มองตาม เธอยืนนิ่งกำมือแน่นมองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว
‘หรือว่าเขาก็รู้จักเธอเหมือนกับคนอื่นๆ’
รถตู้เคลื่อนออกไปแล้ว เพชรเองก็เดินไปยังรถของตัวเองพร้อม
ทักษ์ดนัยทันทีเช่นกัน ไม่อยากแสดงออกให้ใครรู้ว่าเขาอยากรู้ว่าไคจิคุยอะไรกับศศิ ขณะที่ในใจนึกเคืองสาวสวยขึ้นมา เธอไม่ได้เป็นปัญหาที่ทำให้เขาต้องคอยจับตามองจารุพงษ์เอาไว้อย่างเดียวเสียแล้ว
ทุกอย่างเงียบสนิท ทุกคนไปหมดแล้วปภาภรจึงเอ่ยขึ้นเบาๆ
“เพื่อนคุณเพชรเขาน่ารักดีเนอะ พูดไม่ค่อยชัด แต่ก็ดูจริงใจดีนะ ไม่คิดว่าเราเป็นแค่พนักงานธรรมดา สนใจก็จีบเลย”
ศศิไม่ได้สนใจในสิ่งที่เพื่อนพูด เธอหันหลังเดินกลับเข้าไปยังเคาน์เตอร์ต้อนรับ ขณะที่อีกฝ่ายรีบตามมาด้วยความแปลกใจ
“ทำไมทำหน้าบึ้งแบบนี้ล่ะ เป็นแป้งหน่อยไม่ได้ มีหนุ่มหล่อมาขายขนมจีบซึ่งๆ หน้าทั้งที่เป็นพนักงานต้อนรับแบบนี้ปลื้มตายเลย แต่ว่ามาทำต่อหน้าคุณเพชรมันก็เกินไปหน่อย ศศิเองก็ยังไม่ผ่านงานเลย...”
“พอเถอะแป้ง คนพวกนั้นเขาไม่จริงใจกับเราหรอก เขาก็แค่เห็นเราเป็นของเล่น”
หญิงสาวเสียงเข้มแทบจะตวาดใส่เพื่อน ทำเอาปภาภรถึงกับงงในท่าทางของเธอ
“ศศิคิดมากเกินไปแล้ว เขาอาจจะจริงใจก็ได้”
“มันเป็นไปไม่ได้หรอก”
ศศิตัดบทอย่างเด็ดขาดทั้งน้ำเสียงและท่าทาง อีกฝ่ายได้แต่
ส่ายหน้าแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาอีก
ศศิเอาเอกสารทั้งหมดของวันนี้ไปเก็บตามที่อรอุมาสั่ง ปภาภรจะช่วยแต่เธอบอกว่าไม่เป็นไร เพราะถ้าหัวหน้ารู้ว่ามีคนช่วยก็คงไม่พอใจอีก เพื่อนเธอจึงบอกว่าจะไปรอที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องเก็บเอกสารด้านหลังของออฟฟิศต้อนรับร่างระหงก็ถอนหายใจ เธอไม่ได้ปิดประตูเพราะหอบกระดาษมากองโตทำให้เปิดปิดยาก หญิงสาววางเอกสารก่อนจะหาแฟ้มงานของแต่ละส่วนเพื่อเก็บเอกสารซึ่งมีทั้งหมดห้าแฟ้มใหญ่ๆ
ศศิค่อยๆ แยกจัดเรียงเพื่อจะได้ไม่สลับกัน ขณะเดียวกันก็ถอนหายใจไปด้วย เธอกำลังกลุ้มใจเรื่องเพื่อนๆ ของเพชรที่ต่างก็รู้จักเธอ ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะไม่มาวุ่นวายกับเธอมากจนทำให้ต้องเสียงาน การที่ได้รู้ว่าพี่นิดหน่อยยังอยากได้ตัวเธออยู่ทำให้ศศิต้องการอยู่ที่นี่ไปอีกนานๆ
หญิงสาวรู้ว่าพี่นิดหน่อยคงโดนกดดันจากผู้ใหญ่ที่ตนเองติดต่อเอาไว้ แต่สิ่งที่อีกฝ่ายทำมันก็เหมือนการค้ามนุษย์ในความคิดของเธอ ทำได้เพียงแค่ขอให้พี่นิดหน่อยสำนึกได้และเลือกทางเดินใหม่
“อ้าว...คุณศศิ ทำอะไรอยู่ล่ะครับ”
เสียงของใครคนหนึ่งดังผ่านประตูที่แง้มเอาไว้ หยุดทุกความคิดของหญิงสาวลง เธอหันไปแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างสูงของจารุพงษ์ก้าวเข้ามาในห้อง ศศิรีบยกมือไหว้อีกฝ่าย
“ทำไมอยู่ที่นี่คนเดียว คุณเลิกงานแล้วนี่”
เขาถามกลับอย่างสนใจ แววตาอ่อนเชื่อม
“เอาเอกสารมาเก็บน่ะค่ะ”
หญิงสาวรีบตอบแล้วหันไปหยิบแฟ้มกองสูงซึ่งตนเองวางไว้บนโต๊ะใกล้ๆ เพื่อเอาไปเรียงในจุดที่ถูกต้อง ตั้งใจจัดการงานของตัวเองให้เสร็จเร็วๆ จะได้รีบออกไปจากห้องนี้ การมาของจารุพงษ์ทำให้เธอรู้สึกอัดอึดแถมยังดูไม่เหมาะสมอีกด้วย ที่สำคัญศศิกังวลกับสายตาของเขาเวลามองเธอ
ตู้เอกสารที่ต้องเก็บแฟ้มอยู่ค่อนข้างสูง ในนี้มีบันไดเล็กๆ สามขั้นไว้ใช้ต่อขึ้นไปจึงไม่ยากเย็นนัก ศศิมุ่งมั่นเพื่อให้งานของตนเสร็จจึงไม่ทันสังเกตว่าร่างสูงของจารุพงษ์ขยับเข้ามาใกล้ ในจังหวะที่เธอเอี้ยวตัวจะหยิบแฟ้มที่เหลือสุดท้ายบนโต๊ะ มือหนาที่วางทาบมือซึ่งหยิบแฟ้มของเธอก็ทำเอา
หญิงสาวสะดุ้ง ร่างอรชรที่กำลังบิดตัวเอียงวูบเพราะน้ำหนักตัวถูกทิ้งไปยังเท้าเพียงข้างเดียวทำให้บันไดเล็กเอียง
“อุ๊ย!”
ศศิพยายามทรงตัวเอาไว้ไม่ให้ล้มแต่ก็พลัดตกมาหนึ่งขั้นเข่ากระแทกส่วนบนสุดของบันได ดีที่บันไดไม่ถึงกับล้ม
“โอ๊ย!”
=====
ร่างสูงใหญ่ขยับเปลี่ยนเป็นนอนหงายแล้วดึงเธอเข้าไปกอดแทน“มันจำเป็นน่ะครับ จริงๆ รสสุคนธ์เป็นคนทำ ส่วนผมก็ดูอีกที ผ่านหูผ่านตากันสองคนดีกว่าปล่อยให้เขาปวดหัวอยู่คนเดียว เขาเป็นผู้จัดการไร่แต่ต้องมาทำหน้าที่เลขาแล้วก็ดูบัญชีให้ผมด้วย”พราวขมวดคิ้วมุ่น หญิงสาวขยับหน้าขึ้นมาวางคางบนแผงอกอีกฝ่ายแล้วถาม“ทำไมไม่หาเลขาหรือบัญชีล่ะ”ปนทจ้องตาคู่สวยนิ่งพร้อมกับตอบ“เลขาคนเก่าคือแม่น้องมิ้ม พอเขาไปแล้วผมอยากให้น้องสาวกลับมาทำ แต่ศศิก็เลือกไปทำงานที่เกาะแทน ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะหาใหม่ดีไหม”หญิงสาวถึงกับอึ้งไปเมื่ออีกฝ่ายบอกมาแบบนั้น“เขาใช้ยากับผมแล้วท้อง ผมรับผิดชอบเพราะเด็กยังไงก็เป็นลูกผม แต่ไม่ได้รักแล้วก็ไม่ได้ยุ่งกับเขา สุดท้ายเขาก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ แล้วไปอยู่กับคนใหม่ของเขา”ท่าทางที่ดูสนใจของพราวทำให้ปนทเล่าต่อ เพราะคิดว่าให้เธอฟังจากเขาเองดีกว่าปากอิ่มเผยอขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ที่เขาบอกเธอว่า ‘ไม่ใช่ความรัก’ เพราะถูกมอมยานี่เอง“เขาไม่ได้รักคุณกับลูกเลยเหรอ ทำไมถึงจากไปง่ายจัง อย่างน้อยก็ต้องคิดถึงน้องมิ้มบ้าง”ชายหนุ่มยักไหล่ แล้วตอบแบบไม่ใส่ใจมาก“เขาก็พูดว่ารักผมต่างๆ นานา รู้ว่าผมจ
คุณสุพรรณีเป็นแม่งานจัดการเรื่องระหว่างเพชรกับศศิ นับตั้งแต่บอกกับสองหนุ่มสาวว่าควรจะทำทุกอย่างให้เป็นทางการได้แล้ว และยังบอกกับพ่อแม่ของเพชรเองด้วยว่าชายหนุ่มมีคนรักที่คบหากันแล้ว ซึ่งท่านก็ดูแล้วเห็นว่าเหมาะสมดี อยากให้จัดการสู่ขอกันเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อคุณพจน์สอบถามกับลูกชายก็ได้รู้ว่าหญิงสาวคือศศิ น้องสาวของปนทท่านก็แปลกใจ แล้วบอกให้เขาพาหญิงสาวมาพบที่กรุงเทพฯ จะได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง นั่นทำให้ชายหนุ่มพาทั้งคุณสุพรรณีและศศิเดินทางมาพร้อมกัน แล้วก็ทำให้เพชรกับศศิได้รู้เรื่องของปนทกับพราวด้วยเช่นกันและแล้วก็มีงานหมั้นภายในเล็กๆ และแพลนการแต่งงานในปีหน้า โดยงานจัดที่ไร่ภูวดล พชรและนลินก็กลับมาร่วมงานด้วยเพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียนพอดี พิธีค่อนข้างเรียบง่ายเพราะเป็นคนกันเอง และป้าบัวเป็นผู้ใหญ่ของศศิโดยมีปนทนั่งข้างๆหลังจากสวมแหวนแล้วศศิก้มลงกราบเพชรพอดวงหน้าสวยเงยขึ้นมาชายหนุ่มก็เห็นน้ำเอ่อคลอในตาคู่สวย เขากุมมือบางด้วยมือทั้งสองข้าง ยิ้มให้พร้อมสายตารักใคร่ระหว่างถ่ายรูปเพชรโอบเอวบางลูบปลอบเบาๆ ตลอดเวลาทว่าก็ไม่ได้ทำอะไรที่ชวนให้ประเจิดประเจ้อจนเกินงามพราวเปลี่ยนมานั่งข้างปนทมี
“มาเริ่มจูบกันก่อนก็แล้วกัน”เมื่อใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้นลินก็กลืนน้ำลาย กลั้นหายใจรอคอยอีกฝ่าย กระทั่งพชรแนบปากจนสนิทกับปากตนเอง ประจุไฟฟ้าช็อตปราดไปทั่วร่างเล็กในทันที ตาที่โตอยู่แล้วค่อยๆ ขยายเพิ่มขึ้นตามการขยับราวปีกผีเสื้อของริมฝีปากอุ่น ใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกนอกอก สมองเบลอไปแล้วเรียบร้อยจากสัมผัสที่ไม่เคยรู้จักพชรผละออกมามองหญิงสาว เห็นว่าเธอมองเขาแต่ก็ตาลอยราวกับไม่ได้มองทำให้เขาอดแซวไม่ได้“อย่าเพิ่งหัวใจวายไปก่อนล่ะ นี่แค่บทเริ่มต้น”นลินกะพริบตาเพราะเสียงทุ้มกระซิบใกล้ๆ แล้วชายหนุ่มก็กลับมาหาปากจิ้มลิ้มสีหวานอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวลดสายตาลงมองตามก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้ใจจดจ่ออยู่กับปากอุ่นชายหนุ่มเม้มกลีบปากเล็กให้อีกฝ่ายเผยอขึ้นก่อนจะส่งปลายลิ้นทักทาย ได้ยินเสียงเบาอึกอักจากคนตัวเล็กทว่ามือของเขาเคลื่อนไปล็อกท้ายทอยอีกฝ่ายเอาไว้ ต้องการให้แหงนเงยรับจูบจากเขาอย่างเต็มที่ ร่างบางเริ่มอ่อนระทวยทำให้พชรโอบอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เพื่อให้อิงแอบตนมากขึ้นลิ้นอุ่นลูบโลมเคล้าคลอกับลิ้นของเธอเนิ่นนานจนนลินตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ ได้แต่ยอมให้ชายหนุ่มหยอกล้อคลอเคลียอยู่อย่างนั้นลมหา
หนึ่งปีต่อมาพชรและนลินต่างก็ยุ่งกับการเรียนของตัวเอง ชายหนุ่มเรียนปริญญาโทด้านวิศกรรมและเริ่มฝึกงาน การเรียนจะมีงานให้เข้ากลุ่มทำโปรเจกต์โดยตลอดทว่าการสอบไม่ค่อยยากนักสำหรับพชร แต่พอฝึกงานเขาก็แทบจะไม่ได้เจอนลินเลย ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็เรียกได้ว่าแทบไม่คืบหน้าอะไร นลินยอมให้พชรกอดเพียงเท่านั้นซึ่งก็แทบนับครั้งได้คนสองคนที่กอดกันหน้าอพาร์ตเมนต์ก่อนฝ่ายหญิงจะขึ้นแท็กซี่ไปทำให้คนตัวเล็กชะงักกึก ใบหน้าร้อนวูบทว่าตัวเย็นวาบ เสียงของเนตรกมลเพื่อนสนิทที่มักจะคุยกันทุกเรื่องรวมถึงพชรแล่นเข้ามาในหัว‘ผู้ชายก็แบบนี้แหละ เล่นตัวมากๆ ระวังเถอะเขาจะเบื่อแล้วไปหาคนอื่น’นลินบ่นเรื่องพชรชอบมายุ่มย่ามใกล้ๆ รบกวนสมาธิให้อีกฝ่ายฟัง‘แกยังไม่เคยจูบอีกเหรอไอ้ลิน ไม่น่าเชื่อว่านายพีคจะปล่อยแกลอยนวลมานานขนาดนี้’เนตรกมลบ่นเธอในวันหนึ่งที่ทั้งสองคนคุยกัน ปกติจะคุยกันเรื่องเรียนจบแล้วก็จะตามด้วยพชร เพราะเพื่อนสาวมักจะอยากรู้และถามความเป็นไประหว่างทั้งคู่‘แกควรหาทางมัดใจเขาให้อยู่หมัด ดีกว่าทำตัวจืดชืดอย่างทุกวันนี้’นลินคิดถึงสิ่งที่เพื่อนพูดกระทั่งมาถึงห้อง ตอนนี้เธอเคืองที่พชรพาผู้หญิงคนอื่นมา
“อย่าบอกนะว่า...”ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธอถี่ๆ พร้อมกับยิ้มมุมปาก ทว่าหญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้ไง”“ก็เราเคยบอกแล้วไงว่าเธอเซ็กซี่”“แค่เนี้ยอ่ะนะ”พชรยิ้มขำคนที่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์“ก็ไม่ใช่อย่างเดียวหรอก หลายๆ อย่างที่รวมกันเป็นเธอ”“เลี่ยนอ่ะ”นลินทำหน้าตาขนลุกขนพอง จนชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจกับท่าทางไม่อินของอีกฝ่าย“นี่ไม่คิดจะเขินหรือดีใจอะไรเลยหรือไง”“ฉันไม่ได้สนใจนายแบบนั้นสักหน่อย ทำไมต้องดีใจ”คนได้ยินถึงกับเหวอไปกับคำตอบหน้าตาเฉยของหญิงสาว แถมเธอยังสั่งตามมาอีก“ปล่อยมือฉันได้แล้ว”“นลิน...เรา...”“ฉันต้องเรียน ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้หรอก”เธอไม่ได้หลบตาเขาตอนพูด มันเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจังจนคนเห็นเองก็อดชื่นชมไม่ได้“เราจะไม่ทำให้เธอมีปัญหาเรื่องเรียนเด็ดขาด สัญญาเลย”พชรคิดว่าการมีแฟนระหว่างเรียนไม่ได้มีผลกระทบอะไร เขาคบผู้หญิงด้วยเรียนด้วยตั้งแต่มัธยมและไม่เคยมีปัญหาเรื่องเกรด ถึงจะไม่เข้าใจนลินแต่เขาก็ให้เกียรติในความตั้งใจของเธอ“งั้นปล่อยฉันก่อนสิ แล้วก็ถอยออกไปด้วย”หญิงสาวต่อรอง แต่พชรก็ต่อรองกลับ“ได้ แต่เธอห้ามลุกหนีเด็ดขา
การเล่นเกมกลายเป็นกิจกรรมประจำค่ำวันศุกร์ของพชรกับนลินไปแล้ว เพราะชายหนุ่มมักจะขอร้องให้หญิงสาวเล่นกับเขาด้วยมุกต่างๆ นานาและลงเอยที่นลินก็ยอมเล่นด้วย ซึ่งบางครั้งเธอก็สามารถชนะชายหนุ่มได้โดยที่เขาไม่ได้อ่อนข้อให้อย่างเช่นครั้งนี้“เย้! ชนะแล้ว!”คนตัวเล็กชูมือชูไม้ดีใจขณะที่ชายหนุ่มถอนหายใจเซ็ง“เล่นอีกเกม”เขาบอกแต่หญิงส่ายหน้า“ไม่ วันนี้จบแค่ตรงนี้ ฉันชนะย่ะ”นลินยื่นหน้ามาพูดใกล้เขาอย่างเยาะเย้ยแล้วสะบัดหน้าใส่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านเขาไปด้วยท่าทางเชิดหน้าสบายอกสบายใจ โดยไม่รู้ว่าตาคู่คมวาววับนึกอยากคว้าคนตัวเล็กมากอดแล้วจูบปากช่างเยาะนั่นเสียให้เข็ดมันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาพักหนึ่งแล้วสำหรับพชร แต่เขาพยายามไม่แสดงออกให้หญิงสาวรู้ตัว เขาเริ่มสนใจในตัวนลินจนแอบมองบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำอาหาร ทำงานบ้าน ทานข้าว เล่นเกม อ่านหนังสือ เมื่ออีกฝ่ายมาอยู่ในระยะสายตาเขาก็มักจะลอบมองเสมอดวงหน้าเล็กสวยใสไร้สิวฝ้า ปากนิด จมูกหน่อย ดูไม่ได้คมคายเหมือนพี่ชายกับพี่สาวของเธอ ทว่าก็สวยน่ารักน่ามองในแบบของตัวเอง ยิ่งเวลาที่มุ่งมั่นทำอะไรสักอย่าง คิ้วเรียวก็จะขมวดมุ่น ปากยื่นหน่อยๆ อย่างจดจ่อ







