เข้าสู่ระบบ“พวกเราอยากได้รถสักคันพาไปเพิร์ลสวีตไดว์ฟวิ่ง”
ศศิก้าวออกมาพร้อมกับคำพูดนั้น หญิงสาวไม่ได้สังเกตหรือใส่ใจสิ่งใดมาก เพียงแต่ขยับเข้าไปช่วยเพื่อนเช็กรถตู้รับจ้างของทางรีสอร์ตที่เตรียมไว้ว่ามีว่างหรือไม่ เมื่อเห็นว่ายังว่างอยู่ก็บอกปภาภร อีกฝ่ายจัดการโทรต่อสายไปยังผู้ดูแล โดยเธอช่วยกรอกข้อมูลใบงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นไปสอบถามข้อมูล
“ต้องการให้รถรอรับกลับหรือเปล่าคะ”
หลังจากสบตากันจึงรู้ว่าอีกฝ่ายมองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยสีหน้าอึ้งๆ แววตาบอกชัดว่าจำเธอได้ ศศิพยายามตีหน้าเฉย ขณะเดียวกันก็เห็นกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังเขาหันมาจ้องเธอตามๆ กัน
“คุณ...”
“ศศิค่ะ”
“ครับ เอ่อ...ไม่คิดว่าจะมาเจอคุณที่นี่”
พิษณุนึกหาคำพูด เพราะเขาเห็นตั้งแต่เธอออกมาจากห้องด้านในแล้วแต่หญิงสาวไม่ได้มองมาทางพวกเขา ตอนแรกคิดว่าตัวเองมองผิดเสียอีก แต่พอจ้องดีๆ แล้วถึงรู้ว่าใช่คนที่เขาคิดไว้จริงๆ
“ค่ะ ยินดีที่ได้พบค่ะ”
การเป็นพนักงานมาหนึ่งเดือนทำให้เธอรู้ว่า ผู้เป็นแขกถูกเสมอและพนักงานไม่มีสิทธิ์ตีหน้าบึ้งหรือพูดจาห้วน หรือปฏิเสธ เธอจึงตอบรับด้วยใบหน้าเจือยิ้มอ่อนๆ ทั้งที่รู้สึกเหนื่อยใจจะแย่ ผู้ชายคนนี้มองเธอตาวาว เพื่อนคนไทยของเขาอีกคนที่กำลังก้าวมาใกล้หน้าเคาน์เตอร์ก็เหมือนกัน
“ทำไมไอ้เพชรไม่เห็นพูดถึง เมื่อวานก็ไม่เห็น”
ชายหนุ่มที่ยืนคุยกับเธอพูดขึ้น
ศศิจำได้ว่าเขาไม่ได้เช็กอินในช่วงกะของเธอเหมือนกัน พวกเขาคงมาถึงที่นี่หลังจากเธอเลิกงานแล้ว เพราะอาทิตย์นี้เธอกับปภาภรสลับมาอยู่กะเช้า
“มันอาจจะจำไม่ได้ หรือไม่เคยเจอมั้ง เป็นถึงท่านรองจะมารู้จักพนักงานต้อนรับได้ไง”
ผู้ชายหน้าตาออกไปทางขาวตี๋ที่เพิ่งเข้ามาพูดพร้อมกอดคอเพื่อน ขณะสายตามองเธอด้วยความสนใจ เขายิ้มกว้างให้เธอ ก่อนจะยื่นมือมาพร้อมพูด
“ผมวิศาลครับ แล้วนี่ก็พิษณุ”
เขาแนะนำตัวเองและเพื่อนที่คุยกับเธอคนแรก
“สวัสดีค่ะ”
เธอยกมือไหว้ทั้งสองคนโดยไม่เสียเวลาคิด อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับพนักงานต้อนรับควรทำ
พิษณุมองเพื่อนแล้วยิ้มขำ ขณะที่คนที่ยื่นมือมาเก้อเกาหัวตัวเองแล้วยักไหล่
“เพื่อนผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนะครับ แค่...เอ่อ...จะบอกยังไงดี เอาเป็นว่าพวกเรารู้จักคุณ ก็เลยแนะนำตัวเองน่ะครับ”
ชายหนุ่มพูดให้ดูดีเข้าไว้ แม้ว่าพวกเขาจะรู้จักเธอในมุมมองไม่ค่อยดีนัก ทั้งยังพูดถึงหญิงสาวค่อนข้างหยาบโลนแต่ใครจะบอกตรงๆ กันล่ะ
“เพชรมาแล้ว”
เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองปรากฏกายสาวญี่ปุ่นคนเดียวในกลุ่มก็พูดขึ้นแล้ววิ่งไปเกาะแขนเขา แม้เพชรจะใส่กางเกงขายาวสีขาว เสื้อพื้นสีฟ้าอ่อนไม่ติดกระดุม โดยข้างในมีเสื้อยืดสีขาวซ้อนอยู่ดูสบายๆ แต่กลับดูเด่นสง่าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แม้จะมีอีกหนึ่งหนุ่มที่ดูดีไม่แพ้กันเดินมาพร้อมกับเขาก็ตาม
ร่างสูงใหญ่ตรงมาสมทบหน้าเคาน์เตอร์ทันที ทำให้คนทั้งกลุ่มขยับใกล้เข้ามาอีก
“จองรถหรือยัง”
เพชรถามกับพิษณุ
“เออ จองแล้ว”
อีกฝ่ายตอบห้วนๆ อดเคืองเพื่อนนิดๆ ไม่ได้ที่ไม่บอกว่าศศินางงามสาวสวยมาอยู่ที่นี่ เขาไม่คิดว่าเพชรจะไม่รู้หรอก ที่นี่ไม่ใหญ่ถึงขนาดที่คนเป็นเจ้านายจะไม่ทั่วถึง อย่างน้อยเดินผ่านหน้าเคาน์เตอร์ก็ต้องเห็น
ศศิกับปภาภรยกมือไหว้เพชร หญิงสาวพยายามไม่มองสบตากับเจ้านาย แถมรู้สึกขัดใจตัวเองที่อยากจะเหลือบมองสาวตัวเล็กที่เกาะแขนชายหนุ่มอยู่ให้ชัดๆ แต่รู้ว่าไม่เหมาะ
“เรียกรถแล้วใช่ไหม”
เมื่อคนเป็นเจ้านายถามเธอก็เงียบ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของปภาภรไปเพราะอีกฝ่ายเป็นคนโทรเรียกรถ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ อีกประมาณห้านาทีรถก็จะมาจอดรอด้านหน้าค่ะ”
“ขอบใจ”
เพชรเอ่ยสั้นๆ แล้วก็หันไปบอกเพื่อนๆ
“เดี๋ยวฉันกับทักษ์จะเข้าไปที่ไซต์งานกันก่อน เสร็จแล้วจะตามพวกนายไปอีกที”
“ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่าจะให้รถรอรับ หรือให้ไปรับหลังจากเสร็จธุระคะ ดิฉันต้องระบุเวลาน่ะค่ะ”
ศศิเอ่ยขึ้นมาเมื่อก้มลงมองหน้าจอแล้วเห็นว่าตนเองยังกรอกข้อมูลไม่ครบ เธอต้องจัดการก่อนที่รถตู้จะมาถึง แล้วก็ต้องปริ้นต์ออกไปส่งให้กับคนขับ ส่วนข้อมูลจะถูกบุ๊กลงไปเป็นหลักฐานการทำงาน
เสียงของเธอเรียกความสนใจจากเพื่อนของเพชรได้เป็นอย่างดี ทว่าเจ้านายหนุ่มเป็นคนตอบขึ้นมาก่อน
“ให้ไปรับตอนหกโมงเย็น แล้วถ้าเร็วกว่านั้นผมจะโทรบอกก่อน”
ดวงตาคู่คมของเพชรสบกับเธอตรงๆ เป็นครั้งแรก นับจากวันที่เขาไปส่งเธอที่หน้าบ้านพัก แววตาดำเข้มล้ำลึกที่เธอเดาไม่ออกทำให้ศศิใจเต้นแตกต่างจากผู้ชายคนอื่นทว่าก็รู้สึกหวาดหวั่นระคนกัน
“ค่ะ”
หญิงสาวสบดวงตาคมเพียงแวบเดียวแล้วรีบก้มลงพิมพ์ข้อมูลก่อนจะสั่งปริ้นต์ เป็นเวลาเดียวกับที่รถตู้มาจอดเทียบด้านหน้า ปภาภรเชิญและเดินนำทุกคนไปขึ้นรถ รวมทั้งเพชรกับทักษ์ดนัยด้วยเพราะเขาอยากให้เพื่อนๆ ขึ้นรถก่อนจึงค่อยไปยังรถของตน
วันนี้เพื่อนๆ เขาอยากไปดำน้ำ ตอนแรกเพชรจะไม่ไปด้วยแต่เพราะทักษ์ดนัยเองก็อยากไป ชายหนุ่มจึงตกลงพาตามไปทีหลัง เพราะสามารถให้เรือเร็วตามไปยังจุดดำน้ำอีกทีได้
ศศิรอเอกสารออกมา เมื่อได้แล้วก็รีบเอาออกไปเพื่อให้คนขับ แต่เพราะความใจร้อนเกินเหตุ ผ้าถุงแคบๆ ที่เป็นชุดฟอร์มต้อนรับทำให้ก้าวไม่ถนัดนัก เมื่อเร่งลงบันไดจึงเกิดพลาดจังหวะเหยียบหมิ่นเหม่ที่ขอบบันได ร่างระหงจึงถลาไปด้านหน้า
“อุ๊ย”
เสียงร้องเบาๆ ของเธอทำให้คนที่เดินอยู่หลังสุดหันกลับมาแล้วคว้าเอวบางเอาไว้ได้ก่อนเธอจะหน้าคะมำ อีกฝ่ายไม่ได้ยืนบนขั้นบันไดแล้วเขาจึงไม่เสียหลัก
“ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”
อีกฝ่ายถามขณะค่อยๆ ปล่อยตัวเธอ สีเสื้อทำให้ศศิรู้ว่าเขาคือหนุ่มญี่ปุ่นหนึ่งเดียวในกลุ่ม แต่สำเนียงภาษาไทยค่อนข้างชัดทำเอาเธอแปลกใจจนอดมองหน้าเขาไม่ได้ แต่ก็ไม่ลืมตอบ
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษนะคะ”
“ฉันเองก็ต้องขอโทษแทนคนของฉันด้วย ที่ซุ่มซ่ามไปหน่อย”
น้ำเสียงทรงพลังของเพชรดังต่อจากคำพูดของเธอ ศศิรู้สึกได้ถึงความเข้มที่ต่างจากระดับปกติจนต้องก้มหน้าอย่างกังวลใจ
=====
ร่างสูงใหญ่ขยับเปลี่ยนเป็นนอนหงายแล้วดึงเธอเข้าไปกอดแทน“มันจำเป็นน่ะครับ จริงๆ รสสุคนธ์เป็นคนทำ ส่วนผมก็ดูอีกที ผ่านหูผ่านตากันสองคนดีกว่าปล่อยให้เขาปวดหัวอยู่คนเดียว เขาเป็นผู้จัดการไร่แต่ต้องมาทำหน้าที่เลขาแล้วก็ดูบัญชีให้ผมด้วย”พราวขมวดคิ้วมุ่น หญิงสาวขยับหน้าขึ้นมาวางคางบนแผงอกอีกฝ่ายแล้วถาม“ทำไมไม่หาเลขาหรือบัญชีล่ะ”ปนทจ้องตาคู่สวยนิ่งพร้อมกับตอบ“เลขาคนเก่าคือแม่น้องมิ้ม พอเขาไปแล้วผมอยากให้น้องสาวกลับมาทำ แต่ศศิก็เลือกไปทำงานที่เกาะแทน ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะหาใหม่ดีไหม”หญิงสาวถึงกับอึ้งไปเมื่ออีกฝ่ายบอกมาแบบนั้น“เขาใช้ยากับผมแล้วท้อง ผมรับผิดชอบเพราะเด็กยังไงก็เป็นลูกผม แต่ไม่ได้รักแล้วก็ไม่ได้ยุ่งกับเขา สุดท้ายเขาก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ แล้วไปอยู่กับคนใหม่ของเขา”ท่าทางที่ดูสนใจของพราวทำให้ปนทเล่าต่อ เพราะคิดว่าให้เธอฟังจากเขาเองดีกว่าปากอิ่มเผยอขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ที่เขาบอกเธอว่า ‘ไม่ใช่ความรัก’ เพราะถูกมอมยานี่เอง“เขาไม่ได้รักคุณกับลูกเลยเหรอ ทำไมถึงจากไปง่ายจัง อย่างน้อยก็ต้องคิดถึงน้องมิ้มบ้าง”ชายหนุ่มยักไหล่ แล้วตอบแบบไม่ใส่ใจมาก“เขาก็พูดว่ารักผมต่างๆ นานา รู้ว่าผมจ
คุณสุพรรณีเป็นแม่งานจัดการเรื่องระหว่างเพชรกับศศิ นับตั้งแต่บอกกับสองหนุ่มสาวว่าควรจะทำทุกอย่างให้เป็นทางการได้แล้ว และยังบอกกับพ่อแม่ของเพชรเองด้วยว่าชายหนุ่มมีคนรักที่คบหากันแล้ว ซึ่งท่านก็ดูแล้วเห็นว่าเหมาะสมดี อยากให้จัดการสู่ขอกันเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อคุณพจน์สอบถามกับลูกชายก็ได้รู้ว่าหญิงสาวคือศศิ น้องสาวของปนทท่านก็แปลกใจ แล้วบอกให้เขาพาหญิงสาวมาพบที่กรุงเทพฯ จะได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง นั่นทำให้ชายหนุ่มพาทั้งคุณสุพรรณีและศศิเดินทางมาพร้อมกัน แล้วก็ทำให้เพชรกับศศิได้รู้เรื่องของปนทกับพราวด้วยเช่นกันและแล้วก็มีงานหมั้นภายในเล็กๆ และแพลนการแต่งงานในปีหน้า โดยงานจัดที่ไร่ภูวดล พชรและนลินก็กลับมาร่วมงานด้วยเพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียนพอดี พิธีค่อนข้างเรียบง่ายเพราะเป็นคนกันเอง และป้าบัวเป็นผู้ใหญ่ของศศิโดยมีปนทนั่งข้างๆหลังจากสวมแหวนแล้วศศิก้มลงกราบเพชรพอดวงหน้าสวยเงยขึ้นมาชายหนุ่มก็เห็นน้ำเอ่อคลอในตาคู่สวย เขากุมมือบางด้วยมือทั้งสองข้าง ยิ้มให้พร้อมสายตารักใคร่ระหว่างถ่ายรูปเพชรโอบเอวบางลูบปลอบเบาๆ ตลอดเวลาทว่าก็ไม่ได้ทำอะไรที่ชวนให้ประเจิดประเจ้อจนเกินงามพราวเปลี่ยนมานั่งข้างปนทมี
“มาเริ่มจูบกันก่อนก็แล้วกัน”เมื่อใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้นลินก็กลืนน้ำลาย กลั้นหายใจรอคอยอีกฝ่าย กระทั่งพชรแนบปากจนสนิทกับปากตนเอง ประจุไฟฟ้าช็อตปราดไปทั่วร่างเล็กในทันที ตาที่โตอยู่แล้วค่อยๆ ขยายเพิ่มขึ้นตามการขยับราวปีกผีเสื้อของริมฝีปากอุ่น ใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกนอกอก สมองเบลอไปแล้วเรียบร้อยจากสัมผัสที่ไม่เคยรู้จักพชรผละออกมามองหญิงสาว เห็นว่าเธอมองเขาแต่ก็ตาลอยราวกับไม่ได้มองทำให้เขาอดแซวไม่ได้“อย่าเพิ่งหัวใจวายไปก่อนล่ะ นี่แค่บทเริ่มต้น”นลินกะพริบตาเพราะเสียงทุ้มกระซิบใกล้ๆ แล้วชายหนุ่มก็กลับมาหาปากจิ้มลิ้มสีหวานอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวลดสายตาลงมองตามก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้ใจจดจ่ออยู่กับปากอุ่นชายหนุ่มเม้มกลีบปากเล็กให้อีกฝ่ายเผยอขึ้นก่อนจะส่งปลายลิ้นทักทาย ได้ยินเสียงเบาอึกอักจากคนตัวเล็กทว่ามือของเขาเคลื่อนไปล็อกท้ายทอยอีกฝ่ายเอาไว้ ต้องการให้แหงนเงยรับจูบจากเขาอย่างเต็มที่ ร่างบางเริ่มอ่อนระทวยทำให้พชรโอบอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เพื่อให้อิงแอบตนมากขึ้นลิ้นอุ่นลูบโลมเคล้าคลอกับลิ้นของเธอเนิ่นนานจนนลินตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ ได้แต่ยอมให้ชายหนุ่มหยอกล้อคลอเคลียอยู่อย่างนั้นลมหา
หนึ่งปีต่อมาพชรและนลินต่างก็ยุ่งกับการเรียนของตัวเอง ชายหนุ่มเรียนปริญญาโทด้านวิศกรรมและเริ่มฝึกงาน การเรียนจะมีงานให้เข้ากลุ่มทำโปรเจกต์โดยตลอดทว่าการสอบไม่ค่อยยากนักสำหรับพชร แต่พอฝึกงานเขาก็แทบจะไม่ได้เจอนลินเลย ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็เรียกได้ว่าแทบไม่คืบหน้าอะไร นลินยอมให้พชรกอดเพียงเท่านั้นซึ่งก็แทบนับครั้งได้คนสองคนที่กอดกันหน้าอพาร์ตเมนต์ก่อนฝ่ายหญิงจะขึ้นแท็กซี่ไปทำให้คนตัวเล็กชะงักกึก ใบหน้าร้อนวูบทว่าตัวเย็นวาบ เสียงของเนตรกมลเพื่อนสนิทที่มักจะคุยกันทุกเรื่องรวมถึงพชรแล่นเข้ามาในหัว‘ผู้ชายก็แบบนี้แหละ เล่นตัวมากๆ ระวังเถอะเขาจะเบื่อแล้วไปหาคนอื่น’นลินบ่นเรื่องพชรชอบมายุ่มย่ามใกล้ๆ รบกวนสมาธิให้อีกฝ่ายฟัง‘แกยังไม่เคยจูบอีกเหรอไอ้ลิน ไม่น่าเชื่อว่านายพีคจะปล่อยแกลอยนวลมานานขนาดนี้’เนตรกมลบ่นเธอในวันหนึ่งที่ทั้งสองคนคุยกัน ปกติจะคุยกันเรื่องเรียนจบแล้วก็จะตามด้วยพชร เพราะเพื่อนสาวมักจะอยากรู้และถามความเป็นไประหว่างทั้งคู่‘แกควรหาทางมัดใจเขาให้อยู่หมัด ดีกว่าทำตัวจืดชืดอย่างทุกวันนี้’นลินคิดถึงสิ่งที่เพื่อนพูดกระทั่งมาถึงห้อง ตอนนี้เธอเคืองที่พชรพาผู้หญิงคนอื่นมา
“อย่าบอกนะว่า...”ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธอถี่ๆ พร้อมกับยิ้มมุมปาก ทว่าหญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้ไง”“ก็เราเคยบอกแล้วไงว่าเธอเซ็กซี่”“แค่เนี้ยอ่ะนะ”พชรยิ้มขำคนที่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์“ก็ไม่ใช่อย่างเดียวหรอก หลายๆ อย่างที่รวมกันเป็นเธอ”“เลี่ยนอ่ะ”นลินทำหน้าตาขนลุกขนพอง จนชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจกับท่าทางไม่อินของอีกฝ่าย“นี่ไม่คิดจะเขินหรือดีใจอะไรเลยหรือไง”“ฉันไม่ได้สนใจนายแบบนั้นสักหน่อย ทำไมต้องดีใจ”คนได้ยินถึงกับเหวอไปกับคำตอบหน้าตาเฉยของหญิงสาว แถมเธอยังสั่งตามมาอีก“ปล่อยมือฉันได้แล้ว”“นลิน...เรา...”“ฉันต้องเรียน ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้หรอก”เธอไม่ได้หลบตาเขาตอนพูด มันเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจังจนคนเห็นเองก็อดชื่นชมไม่ได้“เราจะไม่ทำให้เธอมีปัญหาเรื่องเรียนเด็ดขาด สัญญาเลย”พชรคิดว่าการมีแฟนระหว่างเรียนไม่ได้มีผลกระทบอะไร เขาคบผู้หญิงด้วยเรียนด้วยตั้งแต่มัธยมและไม่เคยมีปัญหาเรื่องเกรด ถึงจะไม่เข้าใจนลินแต่เขาก็ให้เกียรติในความตั้งใจของเธอ“งั้นปล่อยฉันก่อนสิ แล้วก็ถอยออกไปด้วย”หญิงสาวต่อรอง แต่พชรก็ต่อรองกลับ“ได้ แต่เธอห้ามลุกหนีเด็ดขา
การเล่นเกมกลายเป็นกิจกรรมประจำค่ำวันศุกร์ของพชรกับนลินไปแล้ว เพราะชายหนุ่มมักจะขอร้องให้หญิงสาวเล่นกับเขาด้วยมุกต่างๆ นานาและลงเอยที่นลินก็ยอมเล่นด้วย ซึ่งบางครั้งเธอก็สามารถชนะชายหนุ่มได้โดยที่เขาไม่ได้อ่อนข้อให้อย่างเช่นครั้งนี้“เย้! ชนะแล้ว!”คนตัวเล็กชูมือชูไม้ดีใจขณะที่ชายหนุ่มถอนหายใจเซ็ง“เล่นอีกเกม”เขาบอกแต่หญิงส่ายหน้า“ไม่ วันนี้จบแค่ตรงนี้ ฉันชนะย่ะ”นลินยื่นหน้ามาพูดใกล้เขาอย่างเยาะเย้ยแล้วสะบัดหน้าใส่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านเขาไปด้วยท่าทางเชิดหน้าสบายอกสบายใจ โดยไม่รู้ว่าตาคู่คมวาววับนึกอยากคว้าคนตัวเล็กมากอดแล้วจูบปากช่างเยาะนั่นเสียให้เข็ดมันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาพักหนึ่งแล้วสำหรับพชร แต่เขาพยายามไม่แสดงออกให้หญิงสาวรู้ตัว เขาเริ่มสนใจในตัวนลินจนแอบมองบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำอาหาร ทำงานบ้าน ทานข้าว เล่นเกม อ่านหนังสือ เมื่ออีกฝ่ายมาอยู่ในระยะสายตาเขาก็มักจะลอบมองเสมอดวงหน้าเล็กสวยใสไร้สิวฝ้า ปากนิด จมูกหน่อย ดูไม่ได้คมคายเหมือนพี่ชายกับพี่สาวของเธอ ทว่าก็สวยน่ารักน่ามองในแบบของตัวเอง ยิ่งเวลาที่มุ่งมั่นทำอะไรสักอย่าง คิ้วเรียวก็จะขมวดมุ่น ปากยื่นหน่อยๆ อย่างจดจ่อ





![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

