เข้าสู่ระบบ'ฟองจันทร์'สาวบ้านนาที่ได้เข้ามาทำงานในกรุงเทพ ฯ ต้องมีเหตุให้ต้องกลับบ้านเกิด และเธอก็ได้ไปพบกับเขา 'เพชร' เจ้าของปั๊มน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ
ดูเพิ่มเติม"กลับมาอยู่กับแม่นะลูก" คำพูดนี้ยังก้องอยู่ในหัวของเธอ แม้ว่าเธอจะวางสายจากแม่นานแล้วก็ตาม
"เอาไงดีวะเนี่ย" เธอพึมพำกับตัวเอง เธอกำลังจะได้รับการโปรโมทเพื่อเลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนก็กำลังจะขึ้น สิ่งที่เธอฝันกำลังจะเป็นจริง เงินเดือนเหยียบแสนกระเป๋าแบรนด์เนม และการไปเที่ยวต่างประเทศ เพียงแค่รอสิ้นสุดไตรมาสนี้ สิ่งต่าง ๆ ที่เธอหวังและอดตาหลับขับตานอนเขียนโปรเจ็คมาเป็นแรมเดือน เสนอ และผ่านการพิจารณา ใช่แล้วเธอจะได้เลื่อนตำแหน่งและเงินเดือนก็จะเพิ่มขึ้น แต่...ทุกอย่างต้องหยุดชะงักลงเพราะ.. คำพูดประโยคนั้นของแม่ "กลับมาอยู่กับแม่นะลูก ถ้าไม่กลับมาแม่จะแต่งงานใหม่" อกอีแป้นจะแตก แม่นะแม่ พ่อก็เสียไปตั้งนานแล้วไม่เห็นวี่แววว่าจะมีแฟนใหม่เลย แต่พอลูกกำลังจะเจริญก้าวหน้า แม่ก็ดันจะมาเสียคนเอาตอนนี้ตอนที่อายุเยอะแล้ว อุตส่าห์ฝากฝังกับป้าข้างบ้านไว้อย่างดิบดี ไม่ได้เรื่องเลย เอายังไงดี คิดซิคิดซิ คาปูชิโน นอนหมุนตัวไปสามตลบบนที่นอนขนาดห้าฟุต "โอ๊ยหัวจะปวด" จะเลือกกตัญญูหรือกระเป๋าแบรนด์เนมดีหว่า แต่จะว่าไปแล้วเธอก็จากบ้านมาตั้งแต่อายุ 15 มาเป็นสาวโรงงาน ดิ้นรนเรียนต่อจนจบปริญญาตรี จนได้เลื่อนขั้นเป็นสาวออฟฟิศ นาน ๆ จะกลับบ้านที กลับไปทีไรแม่ก็แก่ลง แก่ลง จนเมื่อสองปีที่แล้วพ่อก็มาเสีย แม่ก็คงเหงา ด้วยไม่มีใครดูแล ถ้าแกอยากมีคนมาดูแลก็คงไม่ผิดอะไร แต่ว่าถ้าคนที่เข้ามาหาแม่เป็นคนไม่ดีล่ะ ไอ้เรื่องสมบัติอะไรน่ะเธอไม่ห่วงหรอก เพราะครอบครัวเธอไม่ได้มีสมบัติอะไรมากมายอยู่แล้ว แต่เธอห่วงแม่มากกว่า ไม่ค่อยได้อยู่กับท่านเลย บางทีก็ส่งเงินให้บ้าง บางเดือนก็ไม่ได้ส่ง แต่แม่ก็ไม่เคยเรียกร้อง ขอแค่ลูกเอาตัวรอดได้ก็พอ แต่ครั้งนี้ที่ท่านเรียกร้องก็คงจะสุด ๆ แล้วล่ะ "แม่จ๋าหนูขอเวลาคิดหน่อยนะ" พึมพำพร้อมทั้งเอามือก่ายหน้าผากไปด้วย และเธอก็ผล็อยหลับไปในท่านั้น แปดโมงเช้า ได้เวลาเข้างาน 'ฟองจันทร์' ก็ไปทำงานตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือเธอถอนหายใจเกือบทุก ๆ นาที จน 'เรลี่ 'เพื่อนชายหัวใจสาวที่แอบมองด้วยความเป็นห่วงปนรำคาญก็ทนไม่ไหว "อีฟอง" เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก ลองอีกรอบซิ "อีฟอง" เพิ่มเสียงไปอีกแปดหลอด ได้ผลฟองจันทร์หันขวับมาด้วยตาเหม่อลอยราวคนโดนของ "หล่อนเป็นอะไรของหล่อนยะ ขี้ไม่ออกหรือไง" ฟองจันทร์ค้อนปะหลับปะเหลือกก่อนจะขยับปากหาวและพูดออกมา "มีเรื่องไม่สบายใจน่ะ "เธอหาวอีกครั้ง "เป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ และฉันต้องเลือกระหว่างสิทธิ์และหน้าที่" "สิทธิ์และหน้าที่อะไรของแกไม่รู้เรื่องพูดมาให้หมดอย่ายึกยัก" "ก็สิทธิ์ของความเป็นมนุษย์และหน้าที่ของลูกน่ะสิ" "ยังไงวะแก" เรลี่เริ่มซีเรียสตามฟองจันทร์พร้อมทั้งขยับเข้ามาใกล้ ฟองจันทร์จึงเริ่มเล่าเรื่องราวให้เพื่อนชายหัวใจหญิงฟังอย่างละเอียด "ถ้าเป็นแก แกจะทำไงวะ" ฟองจันทร์ถามเพื่อนกลับบ้าง เรลี่ก็ได้แต่กุมขมับด้วยปวดหัวแทนเพื่อนเป็นอย่างมาก "มันก็พูดยากนะแก ชวนแม่มาอยู่ด้วยไม่ได้เหรอ" "ชั้นชวนแล้วแต่แม่ไม่มา" ฟองจันทร์ตอบพร้อมขยี้หัวตัวเองจนผมเผ้ายุ่งเหยิง "เฮ้อ! นั่นก็แม่ นี่ก็งาน และความฝันของช้านนน ... สวรรค์! " พูดจบฟองจันทร์ก็ซบหน้าร้องไห้ เรลี่ก็ได้แต่ปลอบใจ เพราะไม่รู้จะช่วยยังไงดี เช้าวันต่อมาฟองจันทร์ได้ไปยื่นใบลาออกกับฝ่ายบุคคล โดยมีกำหนดการลาออกสิ้นเดือนนี้ เพื่อที่ทางแผนกจะได้หาบุคลากรทัน "ฟอง แกคิดดีแล้วใช่ไหมวะที่ตัดสินใจแบบนี้" ฟองจันทร์พยักหน้าแบบขอไปทีพร้อมตอบเพื่อนไปว่า "ฉันตัดสินใจแบบนี้ดีแล้ว ได้กลับไปอยู่กับแม่ อีกอย่างอยู่ที่ใหนก็รวยได้ว่ะ ถ้าเรามีความสามารถอ่ะนะ" พูดจบก็ยิ้มขื่นขม พลางคิดในใจหมดกันชีวิตอันแสนสะดวกสบายของฉัน "แล้วแกจะไปทำงานอะไรวะ เงินเก็บก็มีไม่เท่าไหร่ไม่ใช่เหรอ " ฟองจันทร์ถลึงตาใส่เรลี่ "หล่อนรู้ได้ไงว่าฉันมีเงินเก็บไม่เท่าไหร่ ไปนั่งในกระเพาะอาหารฉันหรือไง" "ไม่ต้องไปนั่งในกระเพาะปัสสาวะของหล่อนหรอกจ้า เวลาหล่อนเมาน่ะ มีขี้ก็คายออกมาหมด" เรลี่สวนกลับทันควัน ฟองจันทร์ได้แต่คิดในใจ ไม่น่าชวนมันไปเล้ยเมื่อคืน งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เอาน่ากลับไปเริ่มต้นตั้งตัวใหม่ที่บ้านของเราก็คงไม่หนักหนาอะไร ได้ดูแลแม่ด้วย อีกอย่างเราก็ดิ้นรนมามากแล้วกลับไปใช้ชีวิตสโลไลฟ์ที่บ้านเราเองก็ดีเหมือนกัน ฟองจันทร์คิด และก็เก็บของใส่กล่องไปด้วย สมบัติเธอไม่มีอะไรมาก ส่วนมากจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และของใช้ส่วนตัวอีกนิดหน่อย ประมาณสามวันเธอก็แพ็คของลงกล่องเสร็จ และทำการว่าจ้างรถรับจ้างทั่วไป ขนของ ของเธอกลับไปที่บ้านต่างจังหวัด ฟองจันทร์เป็นคนจังหวัดอุดรธานี อำเภอหนองวัวซอ จากบ้านเข้ากรุงเทพ ฯ มาตั้งแต่จบ ม.สาม เพราะพ่อกับแม่ไม่มีเงินมากพอที่จะส่งเสียให้ได้เรียนต่อ แต่ด้วยความมุ่งมั่นเธอจึงเรียนต่อ กศน.จนจบ ม.6 และเรียนต่อมหาลัยเปิดจนจบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์ รวม ๆ แล้วเธอก็อยู่ที่กรุงเทพ ฯ เกือบ ๆ 15 ปีทีเดียว อายุก็จะสามสิบอยู่รอมร่อ แต่ฟองจันทร์เป็นคนตัวเล็ก และดูแลตัวเองดี เธอจึงดูเหมือนสาวอายุ 20 ต้น ๆ เท่านั้นเอง "วันนี้วันสุดท้ายแล้วที่ฉันจะทำงานที่นี่ เย็นนี้ไปฉลองกันไหม" เธอชวนเรลี่เพื่อนเพียงคนเดียวของเธอ "ไปสิ ฉันคงคิดถึงแกมาก คนใหม่มาไม่รู้จะเข้ากันได้ไหม" เรลี่พูดท่าทางกลุ้้มใจ "เข้ากันได้อยู่แล้วแหละ แกน่ะเฟรนลี่จะตาย" เมื่อเลิกงานแล้วสองสาวจึงไปต่อกันที่ร้านเหล้าเจ้าประจำ พรุ่งนี้เมขลาก็จะกลับบ้านต่างจังหวัดแล้ว เธอจึงดื่มอย่างเต็มที่ ลาทีชีวิตเมืองกรุงเมื่อใส่บาตรกันเสร็จแล้วฟองจันทร์ก็มาปลุกเรลี่ เพื่อเตรียมตัวเก็บข้าวของกลับกรุงเทพ ฯ เพราะเที่ยวบินของเรลี่ได้รอบเที่ยง กินข้าวกินปลาเสร็จแล้วเพชรก็ขับรถพาสองสาวไปที่สนามบิน "แล้วมาใหม่นะเร"ฟองจันทร์บอกเพื่อนที่เธอรักที่สุดเสียงสั่น"มาแน่นอน แต่คงเป็นตอนรับขวัญหลานโน่นแหละ ไปนะคุณเพชร ดูแลนังฟองดี ๆ ด้วย"ฝากฝังหรือสั่งเสียก็ไม่แน่ใจ"เท่าชีวิต"เพชรรับปากเรลี่เสียงหนักแน่น เรลี่จึงได้วางใจเดินเข้าเกตไป ฟองจันทร์ใช้สายตาส่งเพื่อนจนแผ่นหลังของเรลี่ลับสายตา เพชรโอบไหล่ฟองจันทร์พาเดินออกมาที่รถ"แวะใหนมั้ยเดี๋ยวพี่พาแวะ"ฟองจันทร์พยักหน้า ของที่ร้านขาดหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแก้วพลาสติก ถุงและหลอด เธอคิดระหว่างเดินจูงมือกันไปขึ้นรถ เมื่อเข้าไปในรถและขับออกมาจากสนามบินเพื่อแวะซื้อของที่แหล่งรวมสินค้าสำหรับอุปกรณ์การชงกาแฟ"พี่ไม่อยากให้ฟองขายกาแฟอีกเลย"แต่ก็ช่วยเธอถือของและเลือกของอย่างขันแข็ง"อ้าวทำไมล่ะคะ เป็นผู้หญิงต้องทำมาหากินสิ ถ้าเกิดถูกสามีทิ้งจะได้ไม่อดตาย"ฟองจันทร์ก็ตอบเขาไปตามความนึกคิดของตัวเอง"พี่ไม่มีวันทิ้งฟอง"บอกเธอเสียงดัง และยังพูดต่ออีก"แต่พี่เป็นห่วงถ้าเกิดว่า
หลังจากที่ฝนกับเรลี่ออกไปแล้วป้านงค์ก็มาเคาะประตูห้องลูกสาว ฟองจันทร์แง้มประตูออกมาคุยกับแม่"แม่ไปดูหมอลำก่อนนะ"บอกลูกสาวเสร็จก็สำรวจตรวจตราความเรียบร้อยของบ้านก่อนจะเดินไปชวนป้าข้างบ้านปั่นจักรยานไปดูหมอลำซิ่ง เพชรกับฟองจันทร์มองหน้ากันยิ้ม ๆ เพราะราวกับว่าทุกคนต่างอยากเปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้อยู่กันตามลำพัง"พี่เพชรหิวไหมคะ เดี๋ยวฟองทำอะไรให้กิน"เพราะตั้งแต่ตอนสู่ขวัญแล้วเธอสังเกตเห็นว่าเพชรไม่ได้ทานอะไรเลยนอกจากเบียร์สองสามแก้วที่เพื่อนของเขาเป็นคนยื่นให้ ส่วนฟองจันทร์นั้นฝนซื้อนมกับขนมมาให้ทำให้เธอได้พอมีอะไรรองท้องอยู่บ้าง"หิวนิดหน่อย แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ไม่ให้เราออกจากห้องไม่ใช่เหรอ จนกว่าจะเช้า""มันก็ต้องมีข้อยกเว้นบ้างแหละ ไม่งั้นเราจะกินข้าว กับเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอาบท่ายังไง"ฟองจันทร์พูดอย่างมีเหตุผลเพชรพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย"เอางี้พี่เพชรไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวฟองทำอะไรให้กิน"ทั้งสองยังอยู่ในชุดแต่งงานอยู่เลย เพชรคิดจะสวีทหวานแหววกับฟองจันทร์ก็ตั้งหลายที แต่เพราะพวกเพื่อน ๆ ตัวดีของเขานั่นแหละทั้งคอยเคาะประตูใหนจะเคาะหน้าต่างก่อกวนไม่ล้มเลิก เพิ่งจะเงียบเสียงลงเมื่อตอนช่วงบ
และแล้วก็ถึงวันแต่งงาน เรลี่ปลุกสาว ๆ ตั้งแต่ตีสามเพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งหน้าทำผม ส่วนในครัวก็กำลังวุ่นวาย เพราะบรรดาแม่ครัวต่างก็กำลังเตรียมกับข้าวกับปลาไว้ต้อนรับแขก เสียงสับหมูสับไก่ เสียงโขลกน้ำพริก ผสมปนเปกัน ป้านงค์ปลาบปลื้มใจมากที่มีคนมาช่วยงานเยอะขนาดนี้ งานทุกอย่างออกมาราบรื่นดีมาก เสร็จงานแล้วคงต้องตบรางวัลให้แม่ครัวอย่างงามทุกคนในหมู่บ้านต่างออนซอนป้านงค์และลูกสาวที่ได้ค่าดอง (สินสอด)แพง ก็มีแซว ๆ ขำ ๆ กันเล่น ๆ ว่าป้านงค์เลี้ยงลูกด้วยอะไรถึงได้ค่าดองแพงขนาดนี้ ส่วนป้านงค์ก็ได้แต่ยิ้มแฉ่ง"ฉันก็เลี้ยงด้วยข้าวนี่แหละ"ป้านงค์บอกอย่างภูมิใจ ไม่นานกับข้าวกับปลาก็แล้วเสร็จ เหล้ายาปลาปิ้งพร้อมสรรพ ป้านงค์ทุ่มงบไม่อั้นแขกเหรื่อทุกคนต้องอิ่มหนำสำราญ"ตาสีเอ๊ยวันนี้วันแต่งงานของลูกแล้วนะ แกต้องอวยพรและคอยคุ้มครองลูกของเราด้วย"ป้านงค์จุดธูปบอกกล่าวแก่สามีผู้ล่วงลับด้วยความปลาบปลื้มใจ "เพชรแต่งตัวเสร็จหรือยังลูก"ป้าอรเข้ามาตามลูกชายถึงในห้องนอนเพราะกลัวลูกชายจะลุกไม่ไหว เมื่อคืนเพชรดื่มหนักไปหน่อย เพราะเพื่อน ๆ ที่เรียนวิศวะรุ่นเดียวกับเขาต่างหอบลูกจูงเมียมาร่วมงานแต่งเขาทุกคน เ
พรุ่งนี้ก็จะถึงวันสู่ขวัญแต่งงานของฟองจันทร์กับเพชรแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมไว้แล้วเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน ห้องนอนของเธอถูกจัดใหม่ทั้งหมด เธอรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตในครั้งนี้ เพราะความจริงแล้วเธอกับเพชรไม่รู้จักกันแม้แต่น้อย จะใช้ชีวิตร่วมกันได้จริง ๆ หรือ แต่ฝนกับเรลี่ก็คอยให้กำลังใจ อย่าคิดอะไรมากมายทำตามเสียงของหัวใจก็พอแล้ว"คิดอะไรมากมายวะแก คุณเพชรรักแก แกรักคุณเพชรแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นยังมาไม่ถึง คิดไปก็ปวดหัว ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ตอนนี้คือ แกกับคุณเพชรได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้วก็ต้องดูแลกันให้ดีที่สุด น่าอิจฉาจะตาย เนอะฝน"เรลี่พูดเป็นข้อคิดและให้กำลังใจเพื่อน ฝนก็พยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงเห็นด้วย ฝนมานอนค้างที่บ้านของฟองจันทร์ตั้งแต่เมื่อคืน ขออนุญาติพ่อกับแม่เรียบร้อย เธอให้แม่กับน้องมาขายของให้จนกว่างานแต่งของฟองจันทร์จะเสร็จ แต่ถ้าวันนี้ที่นี่ไม่มีอะไรเธอก็อาจจะแวะเข้าไปดูที่ร้านสักแว้บนึง"พรุ่งนี้เราคงต้องตื่นแต่เช้ากันหน่อย เพราะต้องแต่งหน้าทำผมให้คนตั้งสามคน เจ้าสาวหนึ่ง เพื่อนเจ้าสาวสองคน"เรลี่พูดคุยถึงเรื่องการแต่งหน้าในวันพรุ่งนี้





