เข้าสู่ระบบ“โอ๊ย!”
แฟ้มถูกปล่อยตกลงไปโดนเท้าของชายหนุ่ม อีกฝ่ายจึงร้องลั่น ส่วนหญิงสาวเองผลจากการฝืนตัวเองทำให้ข้อเท้ารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาหากก็คิดว่าคงไม่เจ็บมากนัก
“ขอโทษนะคะคุณจารุพงษ์ ศศิตกใจน่ะค่ะ”
เธอรีบยกมือไหว้ขอโทษซึ่งชายหนุ่มก็หยิบแฟ้มแล้วเงยขึ้นมาส่งยิ้มที่ดูฝืดเฝื่อนให้ ทั้งยังยื่นแฟ้มมาให้เธออีกด้วย
“ไม่เป็นไร ผมทำให้คุณตกใจเองแหละ”
หญิงสาวรับแฟ้มฝืนตัวก้าวเอาขึ้นไปเก็บจนครบ ทว่าขณะก้าวขาข้างที่รู้สึกแปลบๆ วางลงบนพื้น เธอกลับสะดุ้งวาบขึ้นมาที่ข้อเท้าเนื่องจากวางลงไม่ได้สนิท
“เป็นอะไรครับ”
“เจ็บข้อเท้าแปลบๆ น่ะค่ะ”
“เหรอครับ”
จารุพงษ์มีสีหน้าตกใจรีบเข้ามาดูอาการเธอ แต่แล้วเขาก็อุทานขึ้นมาอีก
“เลือดนี่”
ศศิมองตามสายตาชายหนุ่มแล้วก็เห็นว่าบนผ้าถุงสีครีมของตนมีรอยสีแดงสดอยู่จริงๆ
“อย่าค่ะ”
เธอร้องห้ามแต่ไม่ทันแล้วเพราะมือหนาดึงผ้าถุงของเธอขึ้นสูงทันที
“คุณมีแผลด้วย”
“นิดหน่อยค่ะ ฉันไม่เจ็บเลย”
เธอไม่รู้จริงๆ แค่เจ็บจี๊ดแวบเดียวเท่านั้น
“ไม่ได้ นี่ขนาดเลือดออกเลยนะครับ ผมพาไปห้องพยาบาลดีกว่า”
“อย่าเลยค่ะ คุณจารุพงษ์!”
เสียงใสอุทานเพราะถึงเธอจะปฏิเสธเขาก็รวบร่างเธอขึ้นอุ้มพาออกจากห้องเก็บเอกสารมายังส่วนออฟฟิศ
“คุณจารุพงษ์ ให้ฉันนั่งที่นี่ก่อนเถอะค่ะ”
“ผมพาไปเลยก็ได้นะครับ”
“อย่าเลยค่ะ นะคะ ฉันขอร้อง เดี๋ยวฉันโทรให้แป้งมาพาไปเองค่ะ”
จารุพงษ์มองเห็นความลำบากใจบนสีหน้าของหญิงสาวชัดเจนจึงยอมปล่อยร่างนุ่มในอ้อมแขนลง ยอมรับว่าพอใจที่ได้ถูกเนื้อต้องตัวอีกฝ่าย กลิ่นสาวเนื้อหอมยังกรุ่นติดจมูก ขาขาวสวยยังติดตาอยู่เลย แต่มาคิดดูอีกทีเขาก็ไม่ควรทำอะไรที่ประเจิดประเจ้อเกินไป เพราะเรื่องต้องไปถึงคุณ
สุพรรณีแน่นอน และเขาก็อยากได้ความไว้ใจจากสาวสวยคนนี้เพราะฉะนั้นก็ควรจะยอมถอยก่อนในวันนี้
อดเปรี้ยวไว้กินหวานย่อมดีกว่า
“ครับ เอาแบบนั้นก็ได้ แต่ให้ผมไปส่งคุณศศินะครับ”
“เอ่อ...”
“ผมเข้าใจคุณนะครับ แต่ผมเป็นเจ้านาย ก็อยากดูแลลูกน้องเท่าที่จะทำได้”
บอกแล้วคนเป็นเจ้านายก็ยอมถอยออกไปนั่งห่างออกไปให้
หญิงสาวได้โทรหาเพื่อน
ศศิรู้ว่าคงปฏิเสธเขาไม่ได้เหมือนวันแรกที่มาทำงาน จารุพงษ์เห็นพวกเธอกำลังเดินไปด้วยกันเขาก็แวะถาม พอพี่แพรตอบไปว่าจะเลี้ยงต้อนรับเธอเขาก็เสนอตัว แน่นอนว่าลูกน้องแต่ละคนไม่มีใครกล้าปฏิเสธแล้วยังพยักพเยิดให้เธอไปนั่งด้านหน้ากับเขา เพราะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เจ้านายหนุ่ม
ไม่นานปภาภรก็รีบกลับมาพร้อมสีหน้าตกใจแล้วรีบพยุงร่างระหงเพื่อจะพาศศิไปห้องพยาบาล
“ผมเอารถไปรอตรงใกล้ๆ ห้องพยาบาลนะ”
จารุพงษ์ไม่ลืมที่จะย้ำอีกครั้ง
พอออกมาด้านหลังเคาน์เตอร์เพื่อนที่เข้ากะช่วงบ่ายก็รีบกระจายตัวหันไปทำนั่นนี่ราวกับกำลังยุ่ง เพียงเท่านี้ก็รู้ได้ทันทีว่าก่อนหน้านี้กำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่
ศศิรู้สึกเครียดขึ้นมา มิน่าตอนที่จารุพงษ์พาเธอออกมาจากห้องเก็บเอกสารถึงไม่มีใครในออฟฟิศเลย อรอุมาเองก็พักเบรกยังไม่กลับเข้ามา ทุกคนในกะบ่ายรู้ว่าจารุพงษ์เข้าไปในห้องที่มีเธออยู่คนเดียวเป็นนาน แล้วมันก็คงไม่จบอยู่แค่ที่นี่
“เอาไงดี”
ปภาภรกระซิบเบาๆ เพราะพอพยุงศศิออกมาจากห้องพยาบาลหลังทำแผลและได้รับยาทาข้อเท้ามาแล้วก็เห็นว่าจารุพงษ์มารออยู่ใกล้ๆ จริงๆ
“คงทำอะไรไม่ได้”
“เชิญเลยครับคุณศศิ”
จารุพงษ์เดินมาหาหน้าตายิ้มแย้ม
“กระเป๋ากับเสื้อผ้าของเราอยู่ที่ล็อกเกอร์น่ะค่ะ แป้งไปเอาให้ศศิแล้วกันนะ ศศิไปกับคุณจารุพงษ์ได้ไหม”
เมื่อเพื่อนพูดมาแบบนั้นศศิก็ส่งสายตาลอกแลกให้อีกฝ่ายทันทีว่าไม่เห็นด้วย
“คุณจารุพงษ์ไปแวะแถวๆ ห้องล็อกเกอร์สักครู่ได้ไหมคะ”
เธอเลือกหันไปถามชายหนุ่มแทน มันช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะถึงขนาดขับมารับแบบนี้แล้วอย่างไรเสียเจ้านายของเธอก็คงจะไปส่งให้ได้
“ไม่มีปัญหา”
เมื่อเขาตอบอย่างยินดีสองสาวก็จำต้องขึ้นรถ โดยปภาภรพาศศิขึ้นนั่งด้านหน้าคู่กับเจ้านายเพราะเธอไม่กล้า ศศิได้แต่อ่อนใจแต่เพื่อนยอมขึ้นมาด้วยก็ถือว่าดีที่สุดสำหรับเธอแล้ว
=====
ร่างสูงใหญ่ขยับเปลี่ยนเป็นนอนหงายแล้วดึงเธอเข้าไปกอดแทน“มันจำเป็นน่ะครับ จริงๆ รสสุคนธ์เป็นคนทำ ส่วนผมก็ดูอีกที ผ่านหูผ่านตากันสองคนดีกว่าปล่อยให้เขาปวดหัวอยู่คนเดียว เขาเป็นผู้จัดการไร่แต่ต้องมาทำหน้าที่เลขาแล้วก็ดูบัญชีให้ผมด้วย”พราวขมวดคิ้วมุ่น หญิงสาวขยับหน้าขึ้นมาวางคางบนแผงอกอีกฝ่ายแล้วถาม“ทำไมไม่หาเลขาหรือบัญชีล่ะ”ปนทจ้องตาคู่สวยนิ่งพร้อมกับตอบ“เลขาคนเก่าคือแม่น้องมิ้ม พอเขาไปแล้วผมอยากให้น้องสาวกลับมาทำ แต่ศศิก็เลือกไปทำงานที่เกาะแทน ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะหาใหม่ดีไหม”หญิงสาวถึงกับอึ้งไปเมื่ออีกฝ่ายบอกมาแบบนั้น“เขาใช้ยากับผมแล้วท้อง ผมรับผิดชอบเพราะเด็กยังไงก็เป็นลูกผม แต่ไม่ได้รักแล้วก็ไม่ได้ยุ่งกับเขา สุดท้ายเขาก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ แล้วไปอยู่กับคนใหม่ของเขา”ท่าทางที่ดูสนใจของพราวทำให้ปนทเล่าต่อ เพราะคิดว่าให้เธอฟังจากเขาเองดีกว่าปากอิ่มเผยอขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ที่เขาบอกเธอว่า ‘ไม่ใช่ความรัก’ เพราะถูกมอมยานี่เอง“เขาไม่ได้รักคุณกับลูกเลยเหรอ ทำไมถึงจากไปง่ายจัง อย่างน้อยก็ต้องคิดถึงน้องมิ้มบ้าง”ชายหนุ่มยักไหล่ แล้วตอบแบบไม่ใส่ใจมาก“เขาก็พูดว่ารักผมต่างๆ นานา รู้ว่าผมจ
คุณสุพรรณีเป็นแม่งานจัดการเรื่องระหว่างเพชรกับศศิ นับตั้งแต่บอกกับสองหนุ่มสาวว่าควรจะทำทุกอย่างให้เป็นทางการได้แล้ว และยังบอกกับพ่อแม่ของเพชรเองด้วยว่าชายหนุ่มมีคนรักที่คบหากันแล้ว ซึ่งท่านก็ดูแล้วเห็นว่าเหมาะสมดี อยากให้จัดการสู่ขอกันเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อคุณพจน์สอบถามกับลูกชายก็ได้รู้ว่าหญิงสาวคือศศิ น้องสาวของปนทท่านก็แปลกใจ แล้วบอกให้เขาพาหญิงสาวมาพบที่กรุงเทพฯ จะได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง นั่นทำให้ชายหนุ่มพาทั้งคุณสุพรรณีและศศิเดินทางมาพร้อมกัน แล้วก็ทำให้เพชรกับศศิได้รู้เรื่องของปนทกับพราวด้วยเช่นกันและแล้วก็มีงานหมั้นภายในเล็กๆ และแพลนการแต่งงานในปีหน้า โดยงานจัดที่ไร่ภูวดล พชรและนลินก็กลับมาร่วมงานด้วยเพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียนพอดี พิธีค่อนข้างเรียบง่ายเพราะเป็นคนกันเอง และป้าบัวเป็นผู้ใหญ่ของศศิโดยมีปนทนั่งข้างๆหลังจากสวมแหวนแล้วศศิก้มลงกราบเพชรพอดวงหน้าสวยเงยขึ้นมาชายหนุ่มก็เห็นน้ำเอ่อคลอในตาคู่สวย เขากุมมือบางด้วยมือทั้งสองข้าง ยิ้มให้พร้อมสายตารักใคร่ระหว่างถ่ายรูปเพชรโอบเอวบางลูบปลอบเบาๆ ตลอดเวลาทว่าก็ไม่ได้ทำอะไรที่ชวนให้ประเจิดประเจ้อจนเกินงามพราวเปลี่ยนมานั่งข้างปนทมี
“มาเริ่มจูบกันก่อนก็แล้วกัน”เมื่อใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้นลินก็กลืนน้ำลาย กลั้นหายใจรอคอยอีกฝ่าย กระทั่งพชรแนบปากจนสนิทกับปากตนเอง ประจุไฟฟ้าช็อตปราดไปทั่วร่างเล็กในทันที ตาที่โตอยู่แล้วค่อยๆ ขยายเพิ่มขึ้นตามการขยับราวปีกผีเสื้อของริมฝีปากอุ่น ใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกนอกอก สมองเบลอไปแล้วเรียบร้อยจากสัมผัสที่ไม่เคยรู้จักพชรผละออกมามองหญิงสาว เห็นว่าเธอมองเขาแต่ก็ตาลอยราวกับไม่ได้มองทำให้เขาอดแซวไม่ได้“อย่าเพิ่งหัวใจวายไปก่อนล่ะ นี่แค่บทเริ่มต้น”นลินกะพริบตาเพราะเสียงทุ้มกระซิบใกล้ๆ แล้วชายหนุ่มก็กลับมาหาปากจิ้มลิ้มสีหวานอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวลดสายตาลงมองตามก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้ใจจดจ่ออยู่กับปากอุ่นชายหนุ่มเม้มกลีบปากเล็กให้อีกฝ่ายเผยอขึ้นก่อนจะส่งปลายลิ้นทักทาย ได้ยินเสียงเบาอึกอักจากคนตัวเล็กทว่ามือของเขาเคลื่อนไปล็อกท้ายทอยอีกฝ่ายเอาไว้ ต้องการให้แหงนเงยรับจูบจากเขาอย่างเต็มที่ ร่างบางเริ่มอ่อนระทวยทำให้พชรโอบอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เพื่อให้อิงแอบตนมากขึ้นลิ้นอุ่นลูบโลมเคล้าคลอกับลิ้นของเธอเนิ่นนานจนนลินตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ ได้แต่ยอมให้ชายหนุ่มหยอกล้อคลอเคลียอยู่อย่างนั้นลมหา
หนึ่งปีต่อมาพชรและนลินต่างก็ยุ่งกับการเรียนของตัวเอง ชายหนุ่มเรียนปริญญาโทด้านวิศกรรมและเริ่มฝึกงาน การเรียนจะมีงานให้เข้ากลุ่มทำโปรเจกต์โดยตลอดทว่าการสอบไม่ค่อยยากนักสำหรับพชร แต่พอฝึกงานเขาก็แทบจะไม่ได้เจอนลินเลย ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็เรียกได้ว่าแทบไม่คืบหน้าอะไร นลินยอมให้พชรกอดเพียงเท่านั้นซึ่งก็แทบนับครั้งได้คนสองคนที่กอดกันหน้าอพาร์ตเมนต์ก่อนฝ่ายหญิงจะขึ้นแท็กซี่ไปทำให้คนตัวเล็กชะงักกึก ใบหน้าร้อนวูบทว่าตัวเย็นวาบ เสียงของเนตรกมลเพื่อนสนิทที่มักจะคุยกันทุกเรื่องรวมถึงพชรแล่นเข้ามาในหัว‘ผู้ชายก็แบบนี้แหละ เล่นตัวมากๆ ระวังเถอะเขาจะเบื่อแล้วไปหาคนอื่น’นลินบ่นเรื่องพชรชอบมายุ่มย่ามใกล้ๆ รบกวนสมาธิให้อีกฝ่ายฟัง‘แกยังไม่เคยจูบอีกเหรอไอ้ลิน ไม่น่าเชื่อว่านายพีคจะปล่อยแกลอยนวลมานานขนาดนี้’เนตรกมลบ่นเธอในวันหนึ่งที่ทั้งสองคนคุยกัน ปกติจะคุยกันเรื่องเรียนจบแล้วก็จะตามด้วยพชร เพราะเพื่อนสาวมักจะอยากรู้และถามความเป็นไประหว่างทั้งคู่‘แกควรหาทางมัดใจเขาให้อยู่หมัด ดีกว่าทำตัวจืดชืดอย่างทุกวันนี้’นลินคิดถึงสิ่งที่เพื่อนพูดกระทั่งมาถึงห้อง ตอนนี้เธอเคืองที่พชรพาผู้หญิงคนอื่นมา
“อย่าบอกนะว่า...”ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธอถี่ๆ พร้อมกับยิ้มมุมปาก ทว่าหญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้ไง”“ก็เราเคยบอกแล้วไงว่าเธอเซ็กซี่”“แค่เนี้ยอ่ะนะ”พชรยิ้มขำคนที่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์“ก็ไม่ใช่อย่างเดียวหรอก หลายๆ อย่างที่รวมกันเป็นเธอ”“เลี่ยนอ่ะ”นลินทำหน้าตาขนลุกขนพอง จนชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจกับท่าทางไม่อินของอีกฝ่าย“นี่ไม่คิดจะเขินหรือดีใจอะไรเลยหรือไง”“ฉันไม่ได้สนใจนายแบบนั้นสักหน่อย ทำไมต้องดีใจ”คนได้ยินถึงกับเหวอไปกับคำตอบหน้าตาเฉยของหญิงสาว แถมเธอยังสั่งตามมาอีก“ปล่อยมือฉันได้แล้ว”“นลิน...เรา...”“ฉันต้องเรียน ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้หรอก”เธอไม่ได้หลบตาเขาตอนพูด มันเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจังจนคนเห็นเองก็อดชื่นชมไม่ได้“เราจะไม่ทำให้เธอมีปัญหาเรื่องเรียนเด็ดขาด สัญญาเลย”พชรคิดว่าการมีแฟนระหว่างเรียนไม่ได้มีผลกระทบอะไร เขาคบผู้หญิงด้วยเรียนด้วยตั้งแต่มัธยมและไม่เคยมีปัญหาเรื่องเกรด ถึงจะไม่เข้าใจนลินแต่เขาก็ให้เกียรติในความตั้งใจของเธอ“งั้นปล่อยฉันก่อนสิ แล้วก็ถอยออกไปด้วย”หญิงสาวต่อรอง แต่พชรก็ต่อรองกลับ“ได้ แต่เธอห้ามลุกหนีเด็ดขา
การเล่นเกมกลายเป็นกิจกรรมประจำค่ำวันศุกร์ของพชรกับนลินไปแล้ว เพราะชายหนุ่มมักจะขอร้องให้หญิงสาวเล่นกับเขาด้วยมุกต่างๆ นานาและลงเอยที่นลินก็ยอมเล่นด้วย ซึ่งบางครั้งเธอก็สามารถชนะชายหนุ่มได้โดยที่เขาไม่ได้อ่อนข้อให้อย่างเช่นครั้งนี้“เย้! ชนะแล้ว!”คนตัวเล็กชูมือชูไม้ดีใจขณะที่ชายหนุ่มถอนหายใจเซ็ง“เล่นอีกเกม”เขาบอกแต่หญิงส่ายหน้า“ไม่ วันนี้จบแค่ตรงนี้ ฉันชนะย่ะ”นลินยื่นหน้ามาพูดใกล้เขาอย่างเยาะเย้ยแล้วสะบัดหน้าใส่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านเขาไปด้วยท่าทางเชิดหน้าสบายอกสบายใจ โดยไม่รู้ว่าตาคู่คมวาววับนึกอยากคว้าคนตัวเล็กมากอดแล้วจูบปากช่างเยาะนั่นเสียให้เข็ดมันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาพักหนึ่งแล้วสำหรับพชร แต่เขาพยายามไม่แสดงออกให้หญิงสาวรู้ตัว เขาเริ่มสนใจในตัวนลินจนแอบมองบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำอาหาร ทำงานบ้าน ทานข้าว เล่นเกม อ่านหนังสือ เมื่ออีกฝ่ายมาอยู่ในระยะสายตาเขาก็มักจะลอบมองเสมอดวงหน้าเล็กสวยใสไร้สิวฝ้า ปากนิด จมูกหน่อย ดูไม่ได้คมคายเหมือนพี่ชายกับพี่สาวของเธอ ทว่าก็สวยน่ารักน่ามองในแบบของตัวเอง ยิ่งเวลาที่มุ่งมั่นทำอะไรสักอย่าง คิ้วเรียวก็จะขมวดมุ่น ปากยื่นหน่อยๆ อย่างจดจ่อ







