LOGINเพราะน้องสาวหนีวิวาห์ องุ่น จึงต้องเป็น เจ้าสาวจำยอม ชดใช้หนี้ให้มหาเศรษฐีใจร้าย ฟาเบียน คืนนั้นเขา ลงทัณฑ์ เธออย่างป่าเถื่อน หารู้ไม่ความผิดพลาดครั้งเดียวได้สร้าง สายใยมีชีวิต ที่ผูกมัดเขากับเธอไว้
View Moreเสียงประกาศต้อนรับผู้โดยสารแผ่วเบา สวนทางกับความวุ่นวายของสนามบินในเมืองร้อน แต่ทันทีที่ประตูผู้โดยสารขาเข้าเลื่อนเปิด จุดรวมสายตาทั้งหมดก็ถูกตรึงไว้ที่ร่างเดียว
ฟาเบียน แบร์นาร์ด ก้าวออกมา กลิ่นอายของอำนาจและความเย็นชาแผ่กระจายจนบดบังความวุ่นวายรอบข้าง มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของฝรั่งเศสมาพร้อมกับเรือนร่างสูงสง่าราวกับนักกีฬาที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดสูทราคาแพง และใบหน้าที่หล่อเหลาราวรูปสลักซึ่งเรียบเฉยจนน่าหวั่นเกรง
อองรี เลขาส่วนตัว และบอดี้การ์ดอีกสองคน เว้นระยะห่างตามหลังอย่างรู้หน้าที่ สาวน้อยสาวใหญ่ที่รายล้อมต่างลอบกลืนน้ำลายและกรีดร้องในใจ แต่ดวงตาสีเทาอ่อนคู่นั้นไม่แม้แต่จะชายตามองใคร เขาก้าวเท้ายาวๆ ผ่านทุกสิ่งไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดรออยู่
ทันทีที่ประตูรถปิดลง โลกภายนอกก็ถูกตัดขาด
"ท่านประธานครับ คุณเอ็นโซ่โทรเข้า" อองรี ยื่นโทรศัพท์ให้เจ้านายที่นั่งเบาะหลัง
"ว่าไง เอ็นโซ่" ฟาเบียนรับสาย เสียงทุ้มต่ำยังคงเรียบสนิท
"ฟาเบียน!!! ถึงแล้วเหรอเพื่อนยาก! ออกมาฉลองกันหน่อย!" ปลายสายตะโกนแข่งกับเสียงเพลงอึกทึก
"ฉันเหนื่อย ไม่อยากไป"
"โถ่เอ๊ย! งั้น... ให้ฉันส่ง'ของขวัญ'ไปปลอบใจที่ห้องดีไหม" เอ็นโซ่ถามอย่างรู้กัน ช่างภาพอย่างเขามีสายนางแบบที่ "รับงานพิเศษ" พวกนี้ในสังกัดเพียบ
"ก็ดี... ว่าแต่เรื่องที่ฝากไว้ล่ะ" ฟาเบียนเข้าเรื่องสำคัญ
"อ้อ! เรื่องหา 'เมีย' ให้แกน่ะเหรอ ไม่ต้องห่วง ฉันได้คนแล้ว สวยเด็ดสะระตี่ เดี๋ยวพาไปดูตัว"
"ขอบใจ แค่นี้ก่อน"
เขากดวางสายโดยไม่รอคำลา นัยน์ตาดุคมเหม่อมองแสงไฟยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครที่วิ่งผ่านกระจกรถ การมาเยือนไทยครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องธุรกิจ แต่ยังมี "ภารกิจส่วนตัว" ที่สำคัญกว่ารอให้เขาจัดการ
ฟาเบียนเดินทางมาถึงเพนท์เฮ้าส์สุดหรูย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ที่เขาซื้อทิ้งไว้ ร่างสูงทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน ปีละครั้ง เขาจะมาตรวจงานที่สาขาประเทศไทยด้วยตัวเอง และใช้เวลาที่นี่ราวหนึ่งอาทิตย์
บริษัท BTI (Bernard Transport International) กำลังขยายฐานลูกค้ามายังเอเชีย และประเทศไทยคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญ การประชุมผู้ถือหุ้นในอีกไม่กี่วันนี้จึงสำคัญมาก พลาดไม่ได้เด็ดขาด
ในสมองของเขามีแต่เรื่องงาน แต่บิดาก็ยังพยายามยัดเยียดเรื่องไร้สาระอย่างการแต่งงานมาให้ ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมยกหุ้นส่วนที่เหลืออีก 50% ให้ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้มหาเศรษฐีอย่างเขาต้องดั้นด้นมา "หาเมีย" ถึงที่นี่
ความจริงแล้วเขาเกลียดการผูกมัด ผู้เป็นมารดาได้สร้างบาดแผลลึกไว้ให้ครอบครัว เธอหนีไปแต่งงานใหม่กับผู้ชายที่มั่งคั่งกว่า ทิ้งให้พ่อของเขาจมอยู่กับความทุกข์จนกลายเป็นคนพิการ... ผู้หญิงพวกนั้นเห็นแก่เงิน เขาเกลียดพวกเธอที่สุด
ติ๊งต่อง...
เสียงกริ่งหน้าประตูห้องดังขึ้น ดึงฟาเบียนออกจากห้วงความคิดอันขมขื่น เขาลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย
หน้าห้องปรากฏร่างของสาวสวยในชุดเดรสรัดรูปสีแดงเพลิงที่แทบจะปิดอะไรไม่มิด เธอกำลังยืนส่งยิ้มยั่วยวนมาให้
ฟาเบียนยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจใน "บริการ" ที่เอ็นโซ่ส่งมาให้ ไม่จำเป็นต้องมีคำทักทาย ร่างสูงคว้าหมับที่ต้นแขนของเธอก่อนจะกระตุกร่างนั้นเข้ามาในห้องและปิดประตู
เขาไม่อารัมภบท บทสนทนาคือสิ่งฟุ่มเฟือย ฟาเบียนบดขยี้ริมฝีปากของเธอด้วยจูบที่เรียกร้องและเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนกวาดต้อนอย่างผู้คุมเกม ก่อนจะช้อนร่างเพรียวบางนั้นขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว หญิงสาวหัวเราะคิกคักและโอบรอบคอเขาไว้แน่น
ร่างบางถูกโยนลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์อย่างไม่ปรานีปราศรัย เสื้อผ้าราคาแพงถูกกระชากออกอย่างรวดเร็ว ฟาเบียนทาบทับร่างกำยำลงไป ควบคุมทุกอย่างไว้ใต้อาณัติ
บทรักอันเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นทันที มันคือการปลดปล่อยความตึงเครียด ไม่ใช่ความพิศวาส หญิงสาวพยายามปรนเปรอเขาอย่างเต็มที่ เธอบิดเร้าและส่งเสียงครางหวานไม่ขาดปาก ทว่าดวงตาสีเทาอ่อนที่จ้องมองเธอนั้นกลับยังคงเย็นชาและว่างเปล่า
เขาเป็นผู้คุมจังหวะเกมทั้งหมด มันรวดเร็ว รุนแรง และดุดันตามสไตล์ของเขา จนกระทั่งถึงจุดสูงสุด ร่างสูงก็ผละออกจากเธอทันทีราวกับเพิ่งเสร็จสิ้นธุรกรรมทางกาย
"คุณออกไปได้แล้ว ผมอยากพักผ่อน"
คำพูดเย็นชาไร้เยื่อใยดังขึ้น ทำให้มือของหญิงสาวที่กำลังลูบไล้กล้ามหน้าท้องแกร่งของเขาหยุดชะงัก เธอหน้าเสียไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นไม่พอใจ หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียง สวมใส่เสื้อผ้าอย่างกระฟัดกระเฟียด แววตาขุ่นเคืองชำเลืองมองชายหนุ่มที่ดูไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป
หลังจากประตูห้องปิดลง ฟาเบียนก็หยิบบุหรี่ที่โต๊ะหัวเตียงขึ้นมาจุดสูบ อัดควันเข้าปอดเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ขุ่นมัว พลางครุ่นคิดถึงคำพูดของบิดา
"ถ้าแกยังไม่ยอมแต่งงาน ไอ้หุ้น 50% ที่ฉันถืออยู่ใน BTI ฉันจะยกให้การกุศลให้หมด!"
เสียงนั้นยังดังก้องในหู ทำไมพ่อต้องบีบบังคับให้เขาทำเรื่องน่าสมเพชแบบนี้ด้วย! ผู้หญิงมากมายที่พยายามเข้ามาในชีวิตเขา แต่สิ่งที่พวกเธอต้องการ มันไม่ใช่ความรัก มันคือ "เงิน" ต่างหาก!
ช่วงบ่ายคล้อย ฟาเบียนเดินทางมาถึงโรงแรมหรูในเครือแบร์นาร์ดตามนัดหมาย สถานที่นัดพบ "ดูตัวเจ้าสาว" ครั้งนี้ คือหนึ่งในธุรกิจของตระกูลที่น้องชายคนเล็กของเขาเป็นผู้บริหาร
ผู้จัดการทั่วไปรีบปรี่ออกมาต้อนรับด้วยความนอบน้อม ฟาเบียนเพียงพยักหน้ารับ พลางใช้สายตาคมกริบกวาดมองความเรียบร้อยของโถงต้อนรับอย่างรวดเร็ว เขาไม่ลืมคำขอร้องของน้องชายที่ฝากให้ช่วยตรวจตราดูความเรียบร้อย ธุรกิจครอบครัวอย่างไรก็ต้องช่วยกัน
หลังจากการเดินสำรวจสั้นๆ ที่ไร้ที่ติ ฟาเบียนก็เลือกนั่งในมุมที่เงียบที่สุดของร้านกาแฟในโรงแรม เขากางเอกสารธุรกิจออกมาอ่านระหว่างรอ ไม่ยอมเสียเวลาให้เปล่าประโยชน์
"ทางนี้ฟาเบียน!"
เสียงที่ไม่รู้จักกาลเทศะของเอ็นโซ่ดังขึ้น ฟาเบียนเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร นัยน์ตาสีเทาอ่อนหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินหญิงสาวที่เดินตามเพื่อนสนิทของเขามา
เธอดูสวยจัด รูปร่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าและท่าทางสง่างามพอที่จะยืนเคียงข้างเขาในฐานะ "ภรรยา" ได้อย่างไม่น่าอาย... เขาพึงพอใจ
แต่แล้วสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่การแต่งกาย ชุดเดรสสั้นกุดสีฉูดฉาดที่รัดเน้นสัดส่วนจนแทบหายใจไม่ออก แถมยังแหวกอกลึกจนเกินงาม มันคือการแต่งกายที่ "จงใจ" โชว์เนื้อหนังมากเกินไป
และเมื่อเธอกวาดสายตามาสบกับเขา "แตงโม" ก็ส่งรอยยิ้มที่ฝึกมาอย่างดีให้ มันคือรอยยิ้มยั่วยวนที่ประกาศเจตนารมย์ชัดเจน
ฟาเบียนเหยียดยิ้มเย็นชา เขารู้ทันทีว่าหล่อนต้องการอะไร... เงิน
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เขาไม่มีเวลามามัวเลือกมากแล้ว อาทิตย์หน้าเขาต้องบินกลับฝรั่งเศส และต้องลากผู้หญิงสักคนไปยืนยันคำโกหกที่เขาบอกบิดาไว้
ความจริง การหาผู้หญิงมาเล่นละครแต่งงานด้วยในฝรั่งเศสไม่ใช่เรื่องยาก แต่บิดาของเขามีหูตาเป็นสับปะรด หากความแตกขึ้นมามีแต่จะยุ่งยาก และที่สำคัญที่สุด... ผู้หญิงยุโรปที่ฉลาดเท่าทันกัน ไม่มีทางยอมเซ็น "สัญญาจ้างงาน" ที่ทนายของเขาร่างขึ้นมาอย่างแน่นอน
ฝ่ายแตงโมเองก็กำลังลอบสำรวจว่าที่ "สามี" ในอนาคต ผู้ชายตรงหน้านิ่งขรึมและเย็นชาจนน่าหวั่นเกรง แต่พระเจ้า! เขาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร ยิ่งไปกว่านั้น เงินในกระเป๋าของเขาก็หนาจนชาตินี้เธอก็ใช้ไม่หมด
นัยน์ตาคู่สวยเหลือบมองเขาเป็นพักๆ พลางส่งยิ้มที่คิดว่าหวานที่สุดไปให้ ถ้าเธอสามารถทำให้ฟาเบียน แบร์นาร์ด ตกหลุมรักได้ ชาตินี้เธอก็จะสบายไปทั้งชาติ ไม่ต้องมาทนลำบากปากกัดตีนถีบเหมือนที่พี่สาวของเธอกำลังเป็นอยู่
แตงโมรู้ดีว่าอาชีพนางแบบของเธอไม่มั่นคง มันคืออาชีพที่ขายความสดใหม่ เมื่ออายุมากขึ้น ความสวยร่วงโรย ก็ไม่มีใครจ้าง เพราะฉะนั้น ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง เธอต้องใช้สิ่งที่พระเจ้าให้มาเพื่อ "ลงทุน" จับผู้ชายรวยๆ สักคนให้ได้ แล้วเธอจะสบายไปตลอดชีวิต
ดังนั้น ตอนที่เอ็นโซ่เพื่อนช่างภาพคนสนิท เสนองานชิ้นนี้ให้ งานที่อาจเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เธอจึงรีบตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล
“ถูกใจไหมเพื่อน” เอ็นโซ่โน้มตัวมากระซิบถามฟาเบียนเป็นภาษาฝรั่งเศส
ฟาเบียนพยักหน้าช้าๆ สายตาคมยังคงจับจ้องอยู่ที่หญิงสาว “ภายนอกใช้ได้” เขายอมรับว่าความสวยของเธอผ่านเกณฑ์และถูกใจเขามาก แต่เรื่องนิสัย... นั่นเป็นอีกเรื่องที่ต้องประเมินกันต่อไป
“เยี่ยม!” เอ็นโซ่ยิ้มกว้าง “ถ้าอย่างนั้นฉันไม่กวนพวกคุณแล้ว ขอตัวก่อนนะ”
เขาบอกลาอย่างรู้งาน รู้ดีว่าหน้าที่ "พ่อสื่อ" ของเขาในวันนี้จบลงแล้ว ปล่อยให้ทั้งสองเริ่ม "เจรจาธุรกิจ" กันเอง
ตอนจบ“ไม่จริง! แกโกหก!”ใบหน้าสวยส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง เธอไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน“มันเป็นความจริง!” ลิต้ายืนยันเสียงสั่นและแล้ว... ลิต้าก็ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดที่เธอเก็บงำไว้ในอกมาทั้งชีวิตให้ "ลูกสาว" ฟัง...ตั้งแต่เรื่องที่เธอถูกพ่อของคาร่าขืนใจจนกระทั่งตั้งท้อง...และวินาทีที่เธอถูกพรากลูกออกไปจากอก เพียงเพราะ คุณผู้หญิง ของบ้านไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ที่ครอบครัวต้องแตกแยก มันไม่ใช่เพราะเธอ แต่เป็นเพราะความเจ้าชู้ไม่เลือกหน้าของพ่อของคาร่าต่างหาก ที่ทำให้ คุณผู้หญิง รับความจริงไม่ได้“ฉันไม่เชื่อ... ฉันไม่เชื่อ!!! ฮือๆ”คาร่ากรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ ความจริงที่โหดร้ายนี้มันทลายโลกทั้งใบของเธอลงเธอลุกขึ้น... แล้วรีบวิ่งเตลิดหนีออกจากคฤหาสน์ที่ว่างเปล่านั้นไป... เธอไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้วหลังจากคาร่าหนีหายออกจากคฤหาสน์ไป ลิต้าก็หมดหนทางที่จะตามหาเธอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด... อาการป่วยด้วยโรคมะเร็งในมดลูกที่เธอซ่อนไว้ก็กำเริบขึ้นในเวลาเดียวกันเมื่อสิ้นหนทาง ลิต้าจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ หน้าด้าน ที่สุด คือการบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากตระกูลแบร์นาร์ดฟาเบียนและอ
ตอนที่ 38บทเรียนราคาแพงของคาร่าได้เริ่มต้นขึ้นแล้วต่อให้เธอจ้างทนายที่เก่งกาจมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถหักล้างหลักฐานที่มัดตัวเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา จนไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไปการคดโกงที่สะสมมาตลอดหลายปี ส่งผลให้เธอต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับรัฐบาลเป็นเงินจำนวนมหาศาล...มหาศาล... จนบริษัทเสื้อผ้าชื่อดังของประเทศ ต้องเข้าสู่วิกฤต "ล้มละลาย"การต่อสู้ที่ยืดเยื้อในชั้นศาลตลอดหลายสัปดาห์ กลายเป็นจุดจบอันน่าเศร้า จนทำให้เธอรู้สึกคลุ้มคลั่ง... แทบจะเป็นบ้า“ฉันจะฆ่าแก... นังองุ่น!!!”สุดท้ายแล้ว... คาร่าก็ยังไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่า ทั้งหมดนี้คือความผิดของตัวเธอเองณ ร้านจัดดอกไม้ชื่อดังในปารีสหลังจากเรื่องราวพายุร้ายทุกอย่างจบลง องุ่นก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เธอกลับมาเรียนจัดดอกไม้กับอลิซอีกครั้ง“วันนี้คุณฟาเบียนมารับกลับบ้านเหมือนเดิมใช่ไหมจ๊ะ” อลิซเอ่ยแซวตอนนี้สาวๆ ทั้งปารีสต่าพากันอิจฉาองุ่นกันยกใหญ่ ที่เธอได้หัวใจหนุ่มฮอตอย่างฟาเบียนไปครอบครองแต่เพียงผู้เดียว“ค่ะ” องุ่นยิ้มเขินเล็กน้อยหลังจากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ฟาเบียนก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวเหมือนแต่ก่อน ถ้าเขาไม
ตอนที่ 37ภายในภัตตาคารหรู... สองหุ้นส่วนทางธุรกิจกำลังนั่งดื่มไวน์ฉลองกันอย่างสบายใจคาร่าส่งยิ้มหวานให้กับอองเดร หุ้นส่วนคนสำคัญที่ช่วยทำให้ธุรกิจของเธอมีกำไรมหาศาล และช่วยให้แผนของเธอสำเร็จ“แผนของคุณที่แกล้งประกาศถอนตัวจากการเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ BTI นี่มันสุดยอดจริงๆ” อองเดรหัวเราะอย่างชอบใจ“มันเล่นเอาหลานชายตัวดีของผมกระเด็นตกจากตำแหน่ง แถมผมยังได้หน้า ในฐานะคนที่ 'ช่วย' เจรจาให้คุณยังยอมเป็นลูกค้าของบริษัทเราต่อไป”“ยังไงผลประโยชน์ก็ต้องมาก่อนอยู่แล้วนี่คะ” คาร่ายกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เธอแอบทำธุรกิจลับๆ กับอองเดรมาหลายปี และมันก็เกี่ยวข้องกับการหลบเลี่ยงภาษีมูลค่ามหาศาลต่อปี“ผมหวังว่าเราจะเป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกันอย่างนี้ ไปเรื่อยๆ” อองเดรยกแก้วขึ้นชนกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม“แน่นอนค่ะ” คาร่ายิ้มรับเพราะการได้เห็นฟาเบียนตกต่ำ... มันคือการแก้แค้นที่หอมหวานที่สุดของเธอคลิปฉาวล่าสุดถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของประชาชนทั่วไปเพียงแค่ข้ามคืน เมื่อลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า คาร่าก็พบว่าตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด“กรี๊ด!!!!!!
ตอนที่ 36ภายในห้องนอนกว้าง องุ่นนั่งมองตัวเองที่หน้ากระจก ริมฝีปากบางพยายามฝืนยิ้มให้กับเงาสะท้อนที่ดูอิดโรยพอแล้ว...วันนี้เธอต้องเป็นคนใหม่ เธอจะไม่จมอยู่กับความเศร้าและทำให้ทุกคนต้องมาเป็นห่วงเธออีกต่อไปร่างบางสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเดินไปอุ้มโฟวิลลูกชายตัวน้อย แล้วก้าวลงมาจากบันไดชั้นสอง มุ่งหน้าไปยังโต๊ะอาหารเช้า เมื่อเธอเผชิญหน้ากับสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่นั่งรออยู่ องุ่นก็ฉีกยิ้มกว้าง... ราวกับว่าเธอไม่มีความทุกข์ใดๆ หลงเหลืออยู่“กู๊ดมอนิ่งค่ะทุกคน” น้ำเสียงของเธอพยายามสดใสที่สุดทุกคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารต่างชะงักไปเล็กน้อย พวกเขาปรับสภาพอารมณ์ตามเธอแทบไม่ทันแต่ในวินาทีต่อมา ทุกคนก็พร้อมใจกันส่งยิ้มที่อบอุ่นที่สุดกลับมาให้เธอรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นของ "ครอบครัว" มันทรงพลังเหลือเกิน องุ่นอดที่จะน้ำตาซึมออกมาไม่ได้หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันทีเซดริกและลูกชายทั้งสามคนย้ายมานั่งคุยกันอยู่ในห้องทำงานด้วยใบหน้าเคร่งเครียดลูเซียงไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาโชว์คลิปวิดีโอที่เขาได้รับมาให้ทุกคนดู มันคือวีดีโอที่ใครบางคนแอบถ่ายเอาไว้ บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนั้นไว้ได้อ