INICIAR SESIÓN"อย่าลืมกินยา เพราะฉันยังไม่พร้อมที่จะมีลูกกับใคร โดยเฉพาะกับคู่หมั้นที่ฉันไม่ได้เลือกอย่างเธอ"
Ver másแนะนำตัวละคร
พายุ อายุ27ปี สูง 188 เซนติเมตร ทายาทเจ้าของธุรกิจโรงแรมชื่อดังที่มีอยู่หลายสาขาในประเทศและต่างประเทศ น้ำตาล อายุ20ปี สูง 159 เซนติเมตร ตัวอย่าง "พ่อเธอได้บอกหรือเปล่าว่ายังไม่ได้คืนเงินหมั้นให้พ่อฉัน" "บอกแล้วค่ะ" "แล้วเมื่อไหร่จะคืน" "น้ำตาลขอผ่อนเป็นรายเดือนได้ไหมคะ" "แต่ฉันไม่รับเป็นเงินผ่อน ฉันจะเอาครบทีเดียวสิบล้านบาท" "เงินตั้งสิบล้านบาท น้ำตาลไม่รู้จะไปหามาจากที่ไหนค่ะ" "ถ้าเธอไม่มีปัญญาหาเงินสิบล้านมาคืนให้ฉัน งั้นก็มาเป็นคู่นอนของฉันหนึ่งปี แล้วหนี้สิบล้านที่พ่อเธอค้างพ่อฉัน ฉันจะไม่เอาคืน" "..." "แค่นอนกับฉันหนึ่งปีเพื่อปลดหนี้ให้พ่อของเธอมันไม่ได้ยากเลยนะ ไหนๆเธอก็เคยเสียตัวให้ฉันมาแล้วครั้งนึง" "น้ำตาลขอยุติการเป็นคู่นอน..." "ถ้าไม่อยากเป็นคู่นอนของฉัน งั้นเธอก็เอาเงินมาคืนให้ฉันสิบล้าน แล้วทีนี้เธอจะไปไหนก็ไป" "..." #ไม่มีนอกกายนอกใจ . . . . . . . . บ้านขุนพล "แม่ได้ฤกษ์หมั้นมาแล้วนะลูก อีกสามเดือนลูกจะต้องหมั้นกับคุณพายุ" ผู้เป็นแม่เอ่ยบอกกับลูกสาวของตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆ "เอ่อ...คือว่า..." ลูกแพร์พูดออกมาด้วยท่าทีลำบากใจ เนื่องจากเธอเคยรับปากพ่อกับแม่ว่าจะหมั้นกับพายุ ซึ่งการหมั้นนี้ก็เพื่อธุรกิจและความเหมาะสมของฐานะทั้งสองครอบครัว แต่ตอนนี้ที่เธอไม่อยากหมั้นเพราะเธอมีแฟนแล้วน่ะสิ เขาชื่อติณห์ เธอเพิ่งได้รู้จักกับติณห์เมื่อห้าเดือนก่อน "อย่าบอกนะว่าลูกจะปฏิเสธไม่หมั้นกับคุณพายุน่ะ ทางฝั่งโน้นเขาเตรียมพร้อมไว้หมดแล้วนะลูก" "คือ...หนูมีแฟนแล้วค่ะแม่" "ฮะ!" "ฮะ!" ขุนพลกับกิรณาอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจเมื่อได้ยินที่คนเป็นลูกบอกออกมา "หนูกับติณห์รู้จักกันเมื่อห้าเดือนก่อนค่ะ แล้วเราก็ตกลงเป็นแฟนกันแล้วเมื่อสามเดือนก่อนค่ะ" "โธ่...ลูกเอ๊ย" กิรณาเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าหนักใจ ก่อนที่ลูกแพร์จะคิดอะไรออกจึงเอ่ยออกไป "เอาอย่างนี้ไหมคะพ่อ แม่" "..." "..." ขุนพลกับกิรณานิ่งแล้วหันขวับมาทางลูกแพร์ทันที เพราะอยากรู้ว่าเธอจะพูดอะไร "ให้น้ำตาลไปหมั้นกับคุณพายุแทนหนูสิ เพราะถึงยังไงน้ำตาลก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกของพ่อกับแม่เหมือนกัน" น้ำตาลที่ลูกแพร์เอ่ยขึ้นมานั้นเธอเป็นลูกบุญธรรมของขุนพลกับกิรณา ย้อนไปเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน กิรณาที่นั่งรถจะไปทำธุระก็ได้เจอกับอุบัติเหตุรถชนกัน กิรณาบอกคนขับรถให้จอดดูจึงได้เห็นว่ารถกระบะชนท้ายกับรถพ่วงสิบแปดล้อ ในรถกระบะมีผู้ชายเป็นคนขับ มีผู้หญิงนั่งข้าง และมีเด็กหญิงอายุประมาณสามขวบนั่งแคปหลังซึ่งคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ สองผัวเมียตายหมด ส่วนลูกสาววัยสามขวบรอดปาฏิหารย์ กิรณาเห็นหน่วยกู้ภัยอุ้มเด็กหญิงหน้าตาน่ารักที่กำลังร้องไห้เสียงดังลั่นออกมาจากรถเพราะความตกใจ เมื่อเห็นอย่างนั้นนางจึงลงไปดู กิรณารู้สึกสงสารและเวทนาเด็กหญิงมากที่พ่อแม่ตายหมด หลังจากเหตุการณ์วันนั้นได้ผ่านไป กิรณาที่รู้ว่าเด็กหญิงไม่มีใครรับเลี้ยง ดังนั้นนางจึงขอรับมาเลี้ยงเอง 'หนูชื่ออะไรจ้ะ' 'หนูชื่อน้ำตาลค่ะ' เสียงเล็กของน้ำตาลบอกกับกิรณาด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่สดใสเลย 'พ่อกับแม่หนูไปอยู่บนสวรรค์แล้ว งั้นหนูก็ไปอยู่กับป้านะน้ำตาล' 'ค่ะ' "หรือว่าเราจะทำตามที่ลูกแพร์บอกคะคุณ" กิรณาหันถามยังคนเป็นสามีที่กำลังมีสีหน้าครุ่นคิดและชั่งใจอยู่ ก่อนขุนพลจะเอ่ยกับคนเป็นภรรยาออกไป "ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้เราไปบ้านคุณอดิศรกัน เพื่อจะบอกว่าขอเปลี่ยนตัวจากลูกแพร์มาเป็นน้ำตาลแทน" "ตกลงค่ะ" บ้านอดิศร ตอนเย็น "ที่ผมมาวันนี้ก็เพราะมีเรื่องสำคัญจะมาบอกคุณครับ" ขุนพลที่นั่งอยู่บนโซฟาหรูซึ่งกิรณานั่งอยู่ข้างๆเอ่ยบอกกับอดิศรอย่างร้อนใจ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา "เรื่องอะไรเหรอคุณขุนพล" อดิศรเอ่ยถามออกไป ในขณะที่จิราพรคนเป็นภรรยานั่งอยู่ด้านข้างของตัวเองก็รอฟังอย่างตั้งใจ "คืออย่างนี้ครับ..." จากนั้น ขุนพลก็เล่าเรื่องของลูกแพร์ให้อดิศรและจิราพรฟัง และขอเปลี่ยนตัวจากลูกแพร์มาเป็นน้ำตาลแทน "จะลูกสาวคนพี่หรือคนน้องผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ" อดิศรเมื่อได้ฟังเรื่องราวที่ขุนพลเล่าจบจึงเอ่ยออกไปอย่างไม่ได้อะไร ก่อนขุนพลจะเอ่ยออกไป "น้ำตาลเป็นลูกบุญธรรมของผม คุณอดิศรรับได้ใช่ไหมครับ" ว่าแล้ว อดิศรก็เอ่ยออกไป "ถึงพวกคุณจะไม่ใช่พ่อแม่แท้ๆของเขา แต่เขาก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกสาวของคุณคนนึงเหมือนกัน" "ผมต้องขอขอบคุณคุณอดิศรมากนะครับที่ไม่โกรธผม" ขุนพลเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าสบายใจเมื่อได้ยินอดิศรพูดแบบนั้น "จะให้ผมโกรธคุณได้ยังไงล่ะครับ เพราะคุณกับผมจะต้องร่วมทำธุรกิจกันอีกนาน ถ้าเราโกรธกัน ธุรกิจก็จะไม่ก้าวหน้าน่ะสิ" ก่อนที่ขุนพลจะรับคำแล้วเอ่ยออกไป "ครับ ถ้าอย่างนั้นผมกับภรรยาต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ" "ตามสบายครับ" ว่าแล้ว ขุนพลกับกิรณาก็พากันออกไปขึ้นรถหรู ก่อนที่คนขับรถจะขับออกไปจากหน้าบ้านหลังใหญ่ของอดิศร ด้านพายุ เมื่อตอนเย็นพ่อโทรมาบอกว่าอีกสามเดือนจะต้องหมั้นกับลูกสาวของขุนพล แต่ไม่ใช่ลูกแพร์ ทว่าเปลี่ยนมาเป็นน้ำตาลลูกสาวบุญธรรมของขุนพล เมื่อรู้อย่างนั้นพายุก็ไม่ได้อะไร จะหมั้นกับคนพี่หรือคนน้องเขาก็ต้องหมั้นอยู่ดี เพราะมันคือการหมั้นเพื่อธุรกิจและความเหมาะสมกันทางฐานะ ไม่ได้เกี่ยวกับความรัก ซึ่งพ่อของเขากับขุนพลได้คุยเรื่องหมั้นหมายไว้เมื่อสองปีก่อน ครอบครัวของเขากับทางฝั่งโน้นค่อนข้างสนิทกัน ที่สำคัญมีฐานะเท่าเทียมกัน ดังนั้นสองครอบครัวจึงอยากเกี่ยวดองกันก็เลยอยากให้เขากับลูกสาวของขุนพลหมั้นกันเอาไว้ก่อน พายุไม่ได้อยากหมั้นเพราะเขามีแฟนอยู่แล้ว ถึงเขาจะปฏิเสธว่าจะไม่หมั้น แต่พ่อคงไม่ยอมอยู่แล้ว เนื่องจากชีวิตของเขาถูกกำหนดกฎเกณฑ์จากคนเป็นพ่อมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ดังนั้นไม่ว่าเขาจะอ้างกับพ่อยังไง พ่อก็ต้องให้เขาหมั้นอยู่ดี ฉะนั้นเขาจึงไม่บอกพ่อกับแม่ว่าเขามีแฟนแล้ว เพราะเขาคิดว่าถึงจะบอกไปก็ไม่มีประโยชน์ หนึ่งปีก่อน เมื่อหนึ่งปีก่อนพายุไปดูธุรกิจโรงแรมที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีหลายสาขาอยู่ที่นั่น มีอยู่วันหนึ่งเขาเดินออกมาหน้าโรงแรมจะขึ้นรถไปสนามบินเพื่อกลับเมืองไทยก็บังเอิญเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งลงจากรถหน้าโรงแรมพอดี เขารู้สึกชอบเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เพราะเธอสวยดูมีออร่ามาก สวยอย่างกับดารา วันนั้นแทนที่เขาจะไปสนามบิน แต่เขากลับเข้าไปในโรงแรมของตัวเองอีกครั้ง เนื่องจากเขาอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร พายุให้พนักงานหน้าฟร้อนเช็คดูว่าเธอเป็นใครและชื่ออะไร จึงได้รู้ว่าเธอชื่อแอลลี่เป็นคนไทยและเป็นดาราดาวรุ่งที่ดังอยู่ตอนนี้ เมื่อได้รู้ประวัติของเธอคร่าวๆแล้ว จากนั้นเขาจึงให้เลขาติดต่อเธอมาทานข้าวกับเขาในภัตตาคาร การที่เขาชวนเธอมาทานข้าวมันก็เสี่ยงอยู่เหมือนกัน เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าเธอจะมาหรือเปล่า เนื่องจากว่าเธอเป็นดารา แต่สุดท้ายแอลลี่ก็มาหาที่ภัตตาคารตามคำเชิญของเขา เขาชวนแอลลี่คุยนั่นคุยนี่ไปเรื่อยๆ กระทั่งเขาชวนเธอมาถ่ายแบบเป็นพรีเซนเตอร์ให้โรงแรมของเขาทุกสาขา ทั้งในไทยและในสิงคโปร์ เขาจ้างให้เธอเป็นพรีเซนเตอร์ในจำนวนเงินหลายสิบล้านบาท และแอลลี่ก็ตอบตกลง หลังจากนั้นมาเขากับแอลลี่ก็ติดต่อกันเรื่อยมา จนกระทั่งสองเดือนต่อมาทั้งสองก็ได้เป็นแฟนกัน แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน เนื่องจากแอลลี่บอกว่ายังไม่อยากเปิดเผยให้ใครรู้ เพราะเดี๋ยวกระแสจะตกถ้าแฟนคลับรู้ว่าเธอมีแฟนแล้ว ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง วันนี้เขาโทรนัดแอลลี่ให้มาทานข้าวด้วยกันตามประสาคนที่เป็นแฟนกัน ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่เขากับแอลลี่เป็นแฟนกัน "อีกสามเดือนพี่ก็จะหมั้นแล้วนะแอลลี่" เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันบอกกับร่างบางของแฟนสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างของตัวเอง "ที่พี่นัดแอลลี่มากินข้าววันนี้ก็เพราะจะมาบอกเรื่องนี้ใช่ไหมคะ" เธอพูดออกไปด้วยสีหน้าเง้างอน ก่อนหน้านี้เขาเคยบอกแล้วว่าจะต้องหมั้นกับผู้หญิงที่พ่อเลือกให้ ซึ่งเขาไม่สามารถขัดพ่อของเขาได้ "ใช่ "พี่จะเลิกกับแอลลี่เหรอคะ" "พี่บอกว่าจะหมั้น แต่พี่ยังไม่ได้บอกว่าจะเลิกกับแอลลี่นะ" "แล้วถ้าต่อไปพ่อกับแม่พี่ให้พี่แต่งงานกับคู่หมั้นล่ะ แล้วพี่จะทำยังไง" "พ่อกับแม่พี่คงไม่รีบให้มีงานแต่งในเร็วๆนี้หรอก เพราะฉะนั้นเราก็ยังจะคบกันแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ โอเคไหม" เรียวปากหนาเอ่ยพร้อมระบายยิ้มอ่อนๆ "โอเคค่ะ" เธอรับคำพร้อมคลี่ยิ้มสดใส "งั้นก็กินข้าวต่อเถอะ" พูดจบ ทั้งสองก็รับประทานอาหารกันจนเสร็จ จากนั้นพายุจึงไปส่งแอลลี่ที่คอนโดของเธอ และเขาก็นอนกับแอลลี่ที่นั่นตามประสาคนที่เป็นแฟนกันและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาหลายเดือนแล้วร่างเล็กของน้ำตาลเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องพักของพายุ มือเรียวทำท่าจะยกขึ้นเคาะประตู แต่ประตูกลับถูกเปิดออกมาจากคนตัวสูง เมื่อเห็นอย่างนั้นมือเล็กจึงล้วงหยิบกล่องถุงยางอนามัยที่อยู่ในกระเป๋าสะพายออกมายื่นให้ร่างสูงที่ยืนจ้องหน้าเธอด้วยแววตานิ่ง"นี่ค่ะของที่คุณฝากซื้อ""..." พายุไม่ได้รับกล่องถุงยางที่อยู่ในมือเล็ก แต่กลับจดจ้องไปยังใบหน้าเรียวใสนิ่งอยู่อย่างนั้น"รับไปสิคะคุณพายุ" เจ้าของเรียวปากสวยจ้องหน้าบอกออกไป พายุปิดประตูห้อง มือแกร่งจับข้อมือเรียวแล้วผลักร่างของน้ำตาลไปยังห้องของเธอ ก่อนเรียวปากหนาจะขยับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"เปิดประตูสิ""คะ?" เธอแสดงสีหน้าออกมาด้วยความงุนงง"เปิดประตูห้องของเธอ" เรียวปากหยักได้รูปเอ่ยย้ำพลางนัยน์ตาคมจ้องมองไปยังใบหน้าเรียวสวยนิ่ง"อ เอ่อ" ตอนนี้เธอรู้สึกสับสนจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นท่าทีของเขา"รีบเปิดประตูสิ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ""อ๋อค่ะ" เมื่อได้ยินอย่างนั้น น้ำตาลก็สแกนคีย์การ์ดเข้าห้องไป พร้อมกับร่างสูงก้าวตามหลังเธอเข้ามาพายุเดินไปหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงแล้วจ้องมองมายังร่างเล็กที่ยืนอยู่ เธอยืนเก้กังทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องมาอยู่กั
ห้องพักของพายุกับแอลลี่"แอลลี่ขอไปอาบน้ำก่อนนะคะพี่พายุ พี่พายุจะเข้าไปอาบกับแอลลี่ด้วยไหมคะ" เธอเอ่ยออกมาด้วยสายตาเชื้อเชิญ"ไม่ล่ะ แอลลี่เข้าไปอาบเถอะ""เราไปทำกันในห้องน้ำดีไหมคะพี่พายุ""แอลลี่เข้าไปอาบน้ำก่อนดีกว่า แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาทำกันบนเตียงดีกว่านะ" เจ้าของใบหน้าหล่อเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ"โอเคค่ะ" ว่าจบ หญิงสาวก็เข้าห้องน้ำไป ก่อนที่พายุจะออกไปจากห้องแล้วเคาะประตูห้องฝั่งตรงข้ามก๊อก! ก๊อก!เมื่อเห็นว่าเธอไม่เปิดเขาจึงเคาะอีกสองครั้งก๊อก! ก๊อก! แต่เธอก็ยังไม่เปิด เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงโทรหาเธอทันทีตู๊ด'ค่ะคุณพายุ''เธออยู่ในห้องไหม''น้ำตาลอยู่ข้างนอกค่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่า''เธอ...อยู่กับใคร''น้ำตาลอยู่กับเฟิร์สค่ะ''งั้นฉันฝากเธอซื้อของหน่อยสิ' มุมปากหยักกระตุกขึ้นเล็กน้อย'คุณจะซื้ออะไรเหรอคะ''ถุงยางอนามัย' เรียวปากหนาเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม'...' น้ำตาลถึงกับนิ่งงันเมื่อรู้ว่าสิ่งที่เขาให้ซื้อนั้นตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยซื้อมาก่อน เธอเคยเห็นในร้านสะดวกซื้อที่วางขายอยู่หน้าเคาน์เตอร์หรือร้านต่างๆในห้างสรรพสินค้า แต่ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะต้องมาซื้อถุงยางอนาม
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา จ.xxx ในภาคเหนือโรงแรมห้าดาวเมื่อทั้งสามคนลงจากเครื่องบินก็พากันไปขึ้นรถเช่าที่พายุได้ติดต่อล่วงหน้าแล้วเมื่อหลายวันก่อน ตอนอยู่บนเครื่องบินพายุได้นั่งติดกับแอลลี่ ส่วนน้ำตาลนั่งแถวหลังของเขากับแฟนเมื่อทั้งสามมาถึงโรงแรม พายุก็ไปเอาคีย์การ์ดที่หน้าฟร้อนซึ่งมีสองใบ เขานอนห้องเดียวกับแอลลี่ ส่วนคู่หมั้นของเขาก็นอนอีกห้อง"นี่คีย์การ์ดห้องของเธอ" เสียงทุ้มบอกพร้อมกับยื่นคีย์การ์ดให้เธอ น้ำตาลรับคีย์การ์ดจากมือหนา ก่อนที่พายุกับแอลลี่จะเดินไปเข้าลิฟต์ โดยร่างเล็กของน้ำตาลเดินตามหลังคนทั้งสองไปพายุสแกนคีย์การ์ดเข้าห้องของตัวเองแล้วเดินเข้าไปพร้อมกับแฟนสาว ก่อนที่น้ำตาลจะสแกนคีย์การ์ดห้องที่อยู่ตรงข้ามเข้าไปข้างในตอนเย็นน้ำตาลที่รู้สึกหิวออกจากห้องมาเพื่อจะลงข้างล่างไปหาอะไรกินก็เห็นคนตัวสูงกับแฟนสาวออกจากห้องมาเหมือนกัน พายุกับแอลลี่พากันเดินออกไปจากตรงนั้น ก่อนที่น้ำตาลจะก้าวตามหลังคนทั้งสองไป แต่จู่ๆห้องพักห้องหนึ่งก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับร่างสูงคุ้นเคยของใครคนหนึ่ง เมื่อชายหนุ่มหันหน้ามา น้ำตาลจึงได้เห็นว่าร่างสูงที่เธอคิดว่าคุ้นๆนั้นคือเพื่อนที่เคยเรียนสาขาเดียว
บริษัทเมื่อทั้งสองขึ้นมายังชั้นของผู้บริหารที่อยู่ชั้นบนสุด เจ้าของใบหน้าหล่อเหลามีเสน่ห์ของรองประธานบริษัทก็หันบอกกับร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างตัวเองด้วยสีหน้านิ่ง"นี่คือโต๊ะทำงานของเธอ""ค่ะ" เธอรับคำด้วยท่าทีนอบน้อม"เดี๋ยวเอากาแฟเข้าไปให้ฉันด้วย""ได้ค่ะ" ว่าแล้ว ร่างแกร่งของพายุก็เปิดประตูเข้าห้องทำงานไป น้ำตาลวางกระเป๋าสะพายไว้บนโต๊ะ จากนั้นจึงไปทำกาแฟ เสร็จแล้วจึงพาเข้าไปให้ชายหนุ่มที่อยู่ในห้องทำงาน"กาแฟค่ะ" น้ำตาลวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานหรูพร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ร่างสูงที่นั่งดูเอกสารอยู่ก็ไม่ได้ใส่ใจเสียงใสที่เอ่ยบอก ก่อนที่ร่างเล็กจะออกจากห้องทำงานของเขาไปหนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่พายุกับน้ำตาลอาศัยอยู่ด้วยกัน และเป็นเวลาสามอาทิตย์แล้วที่น้ำตาลทำงานเป็นเลขาของเขา พายุจะพูดกับน้ำตาลเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆที่นอกเหนือจากงานก็ไม่มีอะไรที่จะต้องคุยกันคอนโดแอลลี่ 21.50 น.หลังจากที่ทั้งสองทำกิจกรรมบนเตียงเสร็จไปหนึ่งรอบ พายุก็ดึงถุงยางอนามัยออกจากแก่นกายหนาแล้วโยนทิ้งในถังขยะที่อยู่ไม่ไกล ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวนอนลงข้างแอลลี่ซึ่งนอนเปลือ