تسجيل الدخول"อย่าลืมกินยา เพราะฉันยังไม่พร้อมที่จะมีลูกกับใคร โดยเฉพาะกับคู่หมั้นที่ฉันไม่ได้เลือกอย่างเธอ"
عرض المزيدแนะนำตัวละคร
พายุ อายุ27ปี สูง 188 เซนติเมตร ทายาทเจ้าของธุรกิจโรงแรมชื่อดังที่มีอยู่หลายสาขาในประเทศและต่างประเทศ น้ำตาล อายุ20ปี สูง 159 เซนติเมตร ตัวอย่าง "พ่อเธอได้บอกหรือเปล่าว่ายังไม่ได้คืนเงินหมั้นให้พ่อฉัน" "บอกแล้วค่ะ" "แล้วเมื่อไหร่จะคืน" "น้ำตาลขอผ่อนเป็นรายเดือนได้ไหมคะ" "แต่ฉันไม่รับเป็นเงินผ่อน ฉันจะเอาครบทีเดียวสิบล้านบาท" "เงินตั้งสิบล้านบาท น้ำตาลไม่รู้จะไปหามาจากที่ไหนค่ะ" "ถ้าเธอไม่มีปัญญาหาเงินสิบล้านมาคืนให้ฉัน งั้นก็มาเป็นคู่นอนของฉันหนึ่งปี แล้วหนี้สิบล้านที่พ่อเธอค้างพ่อฉัน ฉันจะไม่เอาคืน" "..." "แค่นอนกับฉันหนึ่งปีเพื่อปลดหนี้ให้พ่อของเธอมันไม่ได้ยากเลยนะ ไหนๆเธอก็เคยเสียตัวให้ฉันมาแล้วครั้งนึง" "น้ำตาลขอยุติการเป็นคู่นอน..." "ถ้าไม่อยากเป็นคู่นอนของฉัน งั้นเธอก็เอาเงินมาคืนให้ฉันสิบล้าน แล้วทีนี้เธอจะไปไหนก็ไป" "..." #ไม่มีนอกกายนอกใจ . . . . . . . . บ้านขุนพล "แม่ได้ฤกษ์หมั้นมาแล้วนะลูก อีกสามเดือนลูกจะต้องหมั้นกับคุณพายุ" ผู้เป็นแม่เอ่ยบอกกับลูกสาวของตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆ "เอ่อ...คือว่า..." ลูกแพร์พูดออกมาด้วยท่าทีลำบากใจ เนื่องจากเธอเคยรับปากพ่อกับแม่ว่าจะหมั้นกับพายุ ซึ่งการหมั้นนี้ก็เพื่อธุรกิจและความเหมาะสมของฐานะทั้งสองครอบครัว แต่ตอนนี้ที่เธอไม่อยากหมั้นเพราะเธอมีแฟนแล้วน่ะสิ เขาชื่อติณห์ เธอเพิ่งได้รู้จักกับติณห์เมื่อห้าเดือนก่อน "อย่าบอกนะว่าลูกจะปฏิเสธไม่หมั้นกับคุณพายุน่ะ ทางฝั่งโน้นเขาเตรียมพร้อมไว้หมดแล้วนะลูก" "คือ...หนูมีแฟนแล้วค่ะแม่" "ฮะ!" "ฮะ!" ขุนพลกับกิรณาอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจเมื่อได้ยินที่คนเป็นลูกบอกออกมา "หนูกับติณห์รู้จักกันเมื่อห้าเดือนก่อนค่ะ แล้วเราก็ตกลงเป็นแฟนกันแล้วเมื่อสามเดือนก่อนค่ะ" "โธ่...ลูกเอ๊ย" กิรณาเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าหนักใจ ก่อนที่ลูกแพร์จะคิดอะไรออกจึงเอ่ยออกไป "เอาอย่างนี้ไหมคะพ่อ แม่" "..." "..." ขุนพลกับกิรณานิ่งแล้วหันขวับมาทางลูกแพร์ทันที เพราะอยากรู้ว่าเธอจะพูดอะไร "ให้น้ำตาลไปหมั้นกับคุณพายุแทนหนูสิ เพราะถึงยังไงน้ำตาลก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกของพ่อกับแม่เหมือนกัน" น้ำตาลที่ลูกแพร์เอ่ยขึ้นมานั้นเธอเป็นลูกบุญธรรมของขุนพลกับกิรณา ย้อนไปเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน กิรณาที่นั่งรถจะไปทำธุระก็ได้เจอกับอุบัติเหตุรถชนกัน กิรณาบอกคนขับรถให้จอดดูจึงได้เห็นว่ารถกระบะชนท้ายกับรถพ่วงสิบแปดล้อ ในรถกระบะมีผู้ชายเป็นคนขับ มีผู้หญิงนั่งข้าง และมีเด็กหญิงอายุประมาณสามขวบนั่งแคปหลังซึ่งคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ สองผัวเมียตายหมด ส่วนลูกสาววัยสามขวบรอดปาฏิหารย์ กิรณาเห็นหน่วยกู้ภัยอุ้มเด็กหญิงหน้าตาน่ารักที่กำลังร้องไห้เสียงดังลั่นออกมาจากรถเพราะความตกใจ เมื่อเห็นอย่างนั้นนางจึงลงไปดู กิรณารู้สึกสงสารและเวทนาเด็กหญิงมากที่พ่อแม่ตายหมด หลังจากเหตุการณ์วันนั้นได้ผ่านไป กิรณาที่รู้ว่าเด็กหญิงไม่มีใครรับเลี้ยง ดังนั้นนางจึงขอรับมาเลี้ยงเอง 'หนูชื่ออะไรจ้ะ' 'หนูชื่อน้ำตาลค่ะ' เสียงเล็กของน้ำตาลบอกกับกิรณาด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่สดใสเลย 'พ่อกับแม่หนูไปอยู่บนสวรรค์แล้ว งั้นหนูก็ไปอยู่กับป้านะน้ำตาล' 'ค่ะ' "หรือว่าเราจะทำตามที่ลูกแพร์บอกคะคุณ" กิรณาหันถามยังคนเป็นสามีที่กำลังมีสีหน้าครุ่นคิดและชั่งใจอยู่ ก่อนขุนพลจะเอ่ยกับคนเป็นภรรยาออกไป "ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้เราไปบ้านคุณอดิศรกัน เพื่อจะบอกว่าขอเปลี่ยนตัวจากลูกแพร์มาเป็นน้ำตาลแทน" "ตกลงค่ะ" บ้านอดิศร ตอนเย็น "ที่ผมมาวันนี้ก็เพราะมีเรื่องสำคัญจะมาบอกคุณครับ" ขุนพลที่นั่งอยู่บนโซฟาหรูซึ่งกิรณานั่งอยู่ข้างๆเอ่ยบอกกับอดิศรอย่างร้อนใจ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา "เรื่องอะไรเหรอคุณขุนพล" อดิศรเอ่ยถามออกไป ในขณะที่จิราพรคนเป็นภรรยานั่งอยู่ด้านข้างของตัวเองก็รอฟังอย่างตั้งใจ "คืออย่างนี้ครับ..." จากนั้น ขุนพลก็เล่าเรื่องของลูกแพร์ให้อดิศรและจิราพรฟัง และขอเปลี่ยนตัวจากลูกแพร์มาเป็นน้ำตาลแทน "จะลูกสาวคนพี่หรือคนน้องผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ" อดิศรเมื่อได้ฟังเรื่องราวที่ขุนพลเล่าจบจึงเอ่ยออกไปอย่างไม่ได้อะไร ก่อนขุนพลจะเอ่ยออกไป "น้ำตาลเป็นลูกบุญธรรมของผม คุณอดิศรรับได้ใช่ไหมครับ" ว่าแล้ว อดิศรก็เอ่ยออกไป "ถึงพวกคุณจะไม่ใช่พ่อแม่แท้ๆของเขา แต่เขาก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกสาวของคุณคนนึงเหมือนกัน" "ผมต้องขอขอบคุณคุณอดิศรมากนะครับที่ไม่โกรธผม" ขุนพลเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าสบายใจเมื่อได้ยินอดิศรพูดแบบนั้น "จะให้ผมโกรธคุณได้ยังไงล่ะครับ เพราะคุณกับผมจะต้องร่วมทำธุรกิจกันอีกนาน ถ้าเราโกรธกัน ธุรกิจก็จะไม่ก้าวหน้าน่ะสิ" ก่อนที่ขุนพลจะรับคำแล้วเอ่ยออกไป "ครับ ถ้าอย่างนั้นผมกับภรรยาต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ" "ตามสบายครับ" ว่าแล้ว ขุนพลกับกิรณาก็พากันออกไปขึ้นรถหรู ก่อนที่คนขับรถจะขับออกไปจากหน้าบ้านหลังใหญ่ของอดิศร ด้านพายุ เมื่อตอนเย็นพ่อโทรมาบอกว่าอีกสามเดือนจะต้องหมั้นกับลูกสาวของขุนพล แต่ไม่ใช่ลูกแพร์ ทว่าเปลี่ยนมาเป็นน้ำตาลลูกสาวบุญธรรมของขุนพล เมื่อรู้อย่างนั้นพายุก็ไม่ได้อะไร จะหมั้นกับคนพี่หรือคนน้องเขาก็ต้องหมั้นอยู่ดี เพราะมันคือการหมั้นเพื่อธุรกิจและความเหมาะสมกันทางฐานะ ไม่ได้เกี่ยวกับความรัก ซึ่งพ่อของเขากับขุนพลได้คุยเรื่องหมั้นหมายไว้เมื่อสองปีก่อน ครอบครัวของเขากับทางฝั่งโน้นค่อนข้างสนิทกัน ที่สำคัญมีฐานะเท่าเทียมกัน ดังนั้นสองครอบครัวจึงอยากเกี่ยวดองกันก็เลยอยากให้เขากับลูกสาวของขุนพลหมั้นกันเอาไว้ก่อน พายุไม่ได้อยากหมั้นเพราะเขามีแฟนอยู่แล้ว ถึงเขาจะปฏิเสธว่าจะไม่หมั้น แต่พ่อคงไม่ยอมอยู่แล้ว เนื่องจากชีวิตของเขาถูกกำหนดกฎเกณฑ์จากคนเป็นพ่อมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ดังนั้นไม่ว่าเขาจะอ้างกับพ่อยังไง พ่อก็ต้องให้เขาหมั้นอยู่ดี ฉะนั้นเขาจึงไม่บอกพ่อกับแม่ว่าเขามีแฟนแล้ว เพราะเขาคิดว่าถึงจะบอกไปก็ไม่มีประโยชน์ หนึ่งปีก่อน เมื่อหนึ่งปีก่อนพายุไปดูธุรกิจโรงแรมที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีหลายสาขาอยู่ที่นั่น มีอยู่วันหนึ่งเขาเดินออกมาหน้าโรงแรมจะขึ้นรถไปสนามบินเพื่อกลับเมืองไทยก็บังเอิญเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งลงจากรถหน้าโรงแรมพอดี เขารู้สึกชอบเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เพราะเธอสวยดูมีออร่ามาก สวยอย่างกับดารา วันนั้นแทนที่เขาจะไปสนามบิน แต่เขากลับเข้าไปในโรงแรมของตัวเองอีกครั้ง เนื่องจากเขาอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร พายุให้พนักงานหน้าฟร้อนเช็คดูว่าเธอเป็นใครและชื่ออะไร จึงได้รู้ว่าเธอชื่อแอลลี่เป็นคนไทยและเป็นดาราดาวรุ่งที่ดังอยู่ตอนนี้ เมื่อได้รู้ประวัติของเธอคร่าวๆแล้ว จากนั้นเขาจึงให้เลขาติดต่อเธอมาทานข้าวกับเขาในภัตตาคาร การที่เขาชวนเธอมาทานข้าวมันก็เสี่ยงอยู่เหมือนกัน เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าเธอจะมาหรือเปล่า เนื่องจากว่าเธอเป็นดารา แต่สุดท้ายแอลลี่ก็มาหาที่ภัตตาคารตามคำเชิญของเขา เขาชวนแอลลี่คุยนั่นคุยนี่ไปเรื่อยๆ กระทั่งเขาชวนเธอมาถ่ายแบบเป็นพรีเซนเตอร์ให้โรงแรมของเขาทุกสาขา ทั้งในไทยและในสิงคโปร์ เขาจ้างให้เธอเป็นพรีเซนเตอร์ในจำนวนเงินหลายสิบล้านบาท และแอลลี่ก็ตอบตกลง หลังจากนั้นมาเขากับแอลลี่ก็ติดต่อกันเรื่อยมา จนกระทั่งสองเดือนต่อมาทั้งสองก็ได้เป็นแฟนกัน แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน เนื่องจากแอลลี่บอกว่ายังไม่อยากเปิดเผยให้ใครรู้ เพราะเดี๋ยวกระแสจะตกถ้าแฟนคลับรู้ว่าเธอมีแฟนแล้ว ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง วันนี้เขาโทรนัดแอลลี่ให้มาทานข้าวด้วยกันตามประสาคนที่เป็นแฟนกัน ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่เขากับแอลลี่เป็นแฟนกัน "อีกสามเดือนพี่ก็จะหมั้นแล้วนะแอลลี่" เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันบอกกับร่างบางของแฟนสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างของตัวเอง "ที่พี่นัดแอลลี่มากินข้าววันนี้ก็เพราะจะมาบอกเรื่องนี้ใช่ไหมคะ" เธอพูดออกไปด้วยสีหน้าเง้างอน ก่อนหน้านี้เขาเคยบอกแล้วว่าจะต้องหมั้นกับผู้หญิงที่พ่อเลือกให้ ซึ่งเขาไม่สามารถขัดพ่อของเขาได้ "ใช่ "พี่จะเลิกกับแอลลี่เหรอคะ" "พี่บอกว่าจะหมั้น แต่พี่ยังไม่ได้บอกว่าจะเลิกกับแอลลี่นะ" "แล้วถ้าต่อไปพ่อกับแม่พี่ให้พี่แต่งงานกับคู่หมั้นล่ะ แล้วพี่จะทำยังไง" "พ่อกับแม่พี่คงไม่รีบให้มีงานแต่งในเร็วๆนี้หรอก เพราะฉะนั้นเราก็ยังจะคบกันแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ โอเคไหม" เรียวปากหนาเอ่ยพร้อมระบายยิ้มอ่อนๆ "โอเคค่ะ" เธอรับคำพร้อมคลี่ยิ้มสดใส "งั้นก็กินข้าวต่อเถอะ" พูดจบ ทั้งสองก็รับประทานอาหารกันจนเสร็จ จากนั้นพายุจึงไปส่งแอลลี่ที่คอนโดของเธอ และเขาก็นอนกับแอลลี่ที่นั่นตามประสาคนที่เป็นแฟนกันและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาหลายเดือนแล้วบ้านอดิศร วันต่อมาเมื่อทั้งสี่คนรับประทานอาหารกันเสร็จแล้วก็พากันมานั่งที่ห้องรับแขก จิราพรที่นั่งข้างคนเป็นสามีเอ่ยถามยังว่าที่ลูกสะใภ้ซึ่งนั่งอยู่ข้างลูกชายของตัวเองด้วยรอยยิ้มใจดี"ตอนนี้ท้องสี่เดือนแล้วใช่ไหมจ้ะหนูน้ำตาล" "ใช่ค่ะคุณป้า" เธอตอบออกไปด้วยรอยยิ้มสดใส"รู้หรือยังว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย""ยังไม่รู้ค่ะ หมอบอกว่าอัลตร้าซาวด์ดูเพศรอบหน้าค่ะ""อ๋อจ้ะ" สิ้นเสียงของจิราพร อดิศรที่ยังรู้สึกผิดต่อคนเป็นลูกอยู่ก็เอ่ยกับน้ำตาลด้วยแววตารู้สึกผิดกับสิ่งที่เขาเคยทำด้วยความเอาแต่ความพอใจของตัวเอง โดยไม่แคร์ความรู้สึกของใคร"ลุงต้องขอโทษหนูน้ำตาลด้วยนะที่ตอนนั้นลุง..."อดิศรจะพูดว่าขอโทษที่ไปหาเธอที่คอนโดตอนนั้นแล้วบอกให้เธอเลิกกับพายุแต่น้ำตาลก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อนเพราะอยากให้พ่อของเขารู้สึกสบายใจ"ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง คุณลุงไม่ได้ผิดอะไร และน้ำตาลก็เข้าใจคุณลุงดีค่ะ" เธอพูดออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แววตาจริงใจ ไม่ได้อะไรกับเรื่องที่ท่านบอกให้เธอเลิกกับเขาเมื่อได้ยินน้ำตาลพูดออกมาแบบนั้น อดิศรก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาพร้อมกับระบายยิ้มด้วยความสบายใจจากนั้นทั้งสี่คนก็ชวนคุยกัน กระทั่งสองชั่วโมง
น้ำตาลที่อยู่ในชุดเดรสสีสวยแต่ไม่เข้ารูปออกจากห้องมาจึงเห็นว่าคนตัวสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาสวมใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวพับแขนถึงศอก นุ่งกางเกงสแล็คสีเข้ม เซ็ทผมเข้าทรงเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก น้ำตาลที่เห็นอย่างนั้นจึงเอ่ยถามออกไป"คุณจะออกไปไหนเหรอคะ" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเป็นครั้งแรก หลังจากสองเดือนมาแล้วที่เธอพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างห้วนกับเขา"พี่อยากไปเจอพ่อกับแม่ของเธอด้วยน่ะ" เมื่อกี้เขาได้ยินคนตัวเล็กคุยโทรศัพท์กับแม่ของเธอว่าจะออกไปทานข้าวกัน เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งรอ"งั้นก็ไปกันเถอะค่ะ""ตอนนี้พ่อกับแม่เธออยู่ที่ไหน""อยู่ที่โรงแรมค่ะ""งั้นเธอก็โทรไปบอกนะว่าเดี๋ยวเราจะไปรับที่นั่น""ได้ค่ะ" ว่าแล้ว น้ำตาลก็โทรหาคนเป็นแม่ทันทีตู๊ด'ว่าไงลูก''แม่รออยู่ที่โรงแรมนะคะ เดี๋ยวน้ำตาลจะไปรับค่ะ''ได้ลูก' จากนั้นการสนทนาของสองแม่ลูกก็จบลง ก่อนที่ทั้งสองจะพากันไปขึ้นรถที่จอดอยู่ข้างล่างภัตตาคารในโรงแรมของพายุเมื่อพายุ น้ำตาล ขุนพล กิรณา ลูกแพร์และติณห์นั่งกันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นไม่ถึงสิบนาทีอาหารที่เขาได้โทรมาสั่งไว้ล่วงหน้าก็ถูกนำมาเสิร์ฟจนครบทุกอย่าง"เชิ
วันต่อมาน้ำตาลที่อยู่ในชุดทำงานเปิดประตูออกมาจากห้องนอนก็เห็นคนตัวสูงกำลังทำอาหารอยู่ในครัว เธอเดินไปหยิบรองเท้าคัทชูที่อยู่ในตู้ พายุที่หันมาเห็นพอดีจึงออกจากครัวมาหาเธอพร้อมกับเอ่ยออกไป"ก่อนไปทำงานกินข้าวก่อนสิ""น้ำตาลยังไม่หิว ค่อยไปกินที่ทำงานดีกว่า""งั้นเธอรอพี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง" ว่าแล้ว หญิงสาวก็พยักหน้าแล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟา ก่อนที่พายุจะเข้าไปอาบน้ำใส่เสื้อผ้า จากนั้นทั้งสองจึงพากันลงไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าคอนโด"เมื่อคืนไหนบอกว่ารถเสียไง" เมื่อเดินมาถึงรถของพายุ น้ำตาลจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าบึ้ง พายุสีหน้าเจื่อนลงเมื่อถูกจับได้ว่าตัวเองโกหก ก่อนจะพูดออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ"พี่อยากนอนกับเธอ พี่ก็เลยต้องโกหกว่ารถเสียน่ะ" พูดจบ พายุก็จูงมือคนตัวเล็กแล้วพาไปขึ้นรถ เมื่อปิดประตูให้เธอเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงเดินมาขึ้นรถและขับออกไปจากคอนโดตอนเย็นพายุที่มารอรับน้ำตาลกลับคอนโดเมื่อเห็นร่างบางของน้ำตาลเดินออกจากออฟฟิศมากับเพื่อนร่วมงานจึงก้าวเข้าไปหาเธอทันที แขนหนาเลื่อนไปจับยังมือเรียวของน้ำตาล ก่อนที่น้ำตาลจะหันบอกกับโบว์ที่เดินมาด้วยกัน"ฉันไปแล้วนะโบว์" "แฟนน้ำตา
เมื่อน้ำตาลอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องจึงเห็นว่าคนตัวสูงจัดเตรียมอาหารใส่จานวางไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว พายุที่หันมาเห็นคนตัวเล็กออกมาจากห้องจึงเอ่ยเรียกเธอออกไป"มากินข้าวสิ"หญิงสาวเดินมาที่โต๊ะอาหารแล้วทำท่าจะถอดแหวนออก พายุที่เห็นจึงรีบเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือของเธอไว้"อย่าถอดเลยนะ ใส่ไว้อย่างนั้นแหละ เธอดูสิ แหวนที่เธอเคยสวมให้พี่ในวันหมั้น พี่ไม่เคยถอดมันออกเลยนะ" เขายื่นมือข้างซ้ายให้เธอดูแหวนหมั้นที่เขายังสวมอยู่ ตั้งแต่วันหมั้นจนถึงตอนนี้เขาก็ไม่เคยถอดออกเลยน้ำตาลมองแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของเขาที่เขายังสวมไว้ตลอด เธอเคยอยากถามว่าทำไมถึงไม่ถอดแหวนทั้งที่เธอกับเขาไม่ได้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว"ใส่ไว้นะ อย่าถอดออก พี่อยากหมั้นเมียเอาไว้ก่อนน่ะ พอแต่งงานพี่จะให้เธอถอดวงนี้ออก และพี่จะสวมแหวนแต่งงานเข้าไปแทน" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยพร้อมคลี่ยิ้มอ่อนโยน"คุณไปแต่งงานกับผู้หญิงที่เหมาะสมกับคุณเถอะ""พี่จะไม่ไปแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น พี่จะแต่งงานกับผู้หญิงที่พี่รักเท่านั้น..." เขาจ้องหน้าเธอด้วยแววตามุ่งมั่น แล้วเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ก่อนจะเอ่ยต่อ"และผู้หญิงคนที่พี่






المراجعات