Masukเป็นเจ้าหนี้เงินกู้อยู่ดีๆ ทำไมกลายเป็นจำเลยซะงั้น!? แล้วอย่างนี้เธอต้องทำยังไง!!!
Lihat lebih banyak“ห่ะ!!!” เสียงของรินทร์และลัลน์ดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจขีดสุด ทั้งสองคนอ้าปากค้างแทบจะทันที ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก “นะ...นี่แกร้อนเงินถึงขนาดต้องไปทำกิจการดำมืดเชียวหรือยัยหนูนา แค่เงินที่แกได้จากดอกแสนแพงนั่น ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้ง” รินทร์อุทานเสียงสูง ไม่อาจปกปิดความตกใจได้ “ฉันเปล่านะ!” เสียงหวีดแหลมของหนูนาดังขึ้นจนแทบสะเทือนไปทั้งสายวิดีโอคอล เธอเผลอขึ้นเสียงด้วยความอัดอั้นและหวาดกลัว คิณณ์ที่นั่งฟังเงียบ ๆ ขมวดคิ้วมุ่น ขณะที่รินทร์รีบเม้มปากแน่นเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองอาจจะพูดแรงเกินไป ความเงียบอึดอัดปกคลุมไปทั่วบทสนทนา ลัลน์มองเพื่อนที่อยู่ในภาวะตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วตัดสินใจรับหน้าที่คลี่คลายสถานการณ์อึมครึมเช่นนี้ “หนูนาใจเย็นก่อนนะ ค่อย ๆ ตั้งสติก่อน ค่อย ๆ เล่ามาว่าเรื่องมันเป็นยังไง” เธอเอ่ยขึ้นเสียงนุ่ม พยายามไม่ให้อารมณ์ของเพื่อนพุ่งสูงขึ้นไปกว่าเดิม “ฮึก ฮืออ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมโดนคดีฟอกเงินได้ ฉันแค่ปล่อยเงินกู้เองนะนอกเหนือจากนั้นฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายเลย” หนูนาสูดหายใจเฮือกใหญ่ พยายามกดความหวาดกลัวในใจลง ก่อนจ
‘หมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ ๑ คดีระหว่าง พ.ต.ต. ภีมพัฒน์ จรัญศิริ ผู้กล่าวหา กับ นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่า “คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ฉะนั้นให้นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ไป ณ ที่ห้องพนักงานสอบสวน พบ พ.ต.ต.ทศพล ทรัพย์เจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ในวันที่ ๓๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา’ “นี่มันอะไรกัน...” หนูนาพึมพำอย่างงุนงง เมื่อได้รับซองเอกสารจากไปรษณีย์ เปิดออกดูแล้วดวงตากลมโตพลันเบิกกว้าง เมื่อพบว่าเป็นหมายเรียกข้อหาคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ว่ายังนะคิดดอกเบี้ยเกินกฎหมาย? เธออ่านซ้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเธอนั้นอ่านผิดหรือไม่ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ใครกันที่ไปแจ้งความเธอ? ไม่แน่จริงสินะ ถึงได้เล่นลอบกัดกันแบบนี้ หญิงสาวกำซองเอกสารในมือแน่น กวาดสายตาหาชื่อคนแจ้งความ แต่กลับเจอเพียงชื่อของพนักงานสอบสวนเท่านั้น เชื่อเขาเลย! หญิงสาวได้เพียงแต่สบถอยู่ในใจ หมดกันอนาคตที่จะสอบอัยการ นี่สินะคนเราไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา "แล้วนี่มันอะไรอีกล่ะ?" หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน แล้วต้องขมวดคิ้วมุ่น “หมา
ภายในห้องรับรองสีขาวกว้างขวาง ตกแต่งอย่างเรียบหรู แสงไฟสีอุ่นช่วยขับเน้นบรรยากาศให้อบอุ่น หญิงสาววัยแรกแย้มสองคนนั่งพับเพียบอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยของเล่นสีสันสดใสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเรียวสวย ร่างเล็กบอบบางถูกขับเน้นด้วยเสื้อปาดไหล่สีขาวประดับโบใหญ่พาดแขนขวา ตัดกับกระโปรงสีชมพูอ่อนที่พลิ้วไหวไปตามจังหวะขยับตัวขัดกับบุคลิกสวยแซ่บอย่างที่ควรจะเป็น ผิวเนียนละเอียดสีน้ำผึ้งสะท้อนแสงไฟแวววาวบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี “เล่นอันนี้ไหมคะ กดแบบนี้ไงคะ” เสียงหวานปนแก่นแก้วแม้จะอายุย่าง 25 ปียังคงไว้ซึ่งความแสบสันเช่นเดิม แต่เมื่อยามคุยกับหลานรักทั้งสองกลับเสียงหวานหยดย้อย พร้อมกับที่เจ้าตัวจับมือน้อย ๆ ของแฝดชายหญิงให้กดลงบนของเล่นชิ้นหนึ่ง ทันทีที่ปุ่มถูกกด เสียงใสของเปียโนก็ดังขึ้นพร้อมไฟกะพริบระยิบระยับ "ว้าววว" เด็กหญิงตัวน้อยตาเป็นประกาย น้ำเสียงใสกังวานเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น ขณะที่เด็กชายหัวเราะคิกคักชอบใจ แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น นิ้วป้อม ๆ ของทั้งสองกลับยื้อแย่งแป้นเปียโนกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ใบหน้าสวยคมกลับเหลอหลากะพริบตาปริบ ๆ มองเหตุการณ





