ตอนที่ 10 ฤทธิ์เดช ผีเนื้อทอง
กลางเรือนไม้หลังใหญ่ คนร้อนใจมีเรื่องอยากมาขอให้หมอเสน่ห์ช่วยนั้นมากขึ้นทุกวัน บางคนนั้นถึงขนาดล่องเรือมาไกลข้ามวันข้ามคืน ด้วยเพราะได้ยินกิตติศัพท์อาคมกล้าและเรื่องราวอิทธิปาฏิหาริย์ของวิญญาณผีเนื้อทอง แต่ก็มิใช่เพียงคนที่มานั้นจะเป็นพวกใจซื่อ เจตนาบริสุทธิ์เท่านั้นดอก เพราะบางพวกบางคนก็มาเพื่อประลองวิชาอาคมถมไป
“หากมึงมาเพื่อจะลองวิชากับกู มึงกลับไปเสียเถิดอย่าเสียเวลาเลย” หมอคุ้มพูดโพล่งขึ้นมาท่ามกลางชาวบ้านนับสิบคนที่ได้แต่นั่งมองหน้ากันตาปริบๆ เพราะไม่รู้ว่าหมอเสน่ห์นั้นเจรจากับผู้ใด
“กูได้ยินมาหนาหูนักว่าหมอคุ้มมีวิชาดี อีกทั้งยังมี...ผีเนื้อทอง” หมอผีสายอาคมเล่นของดำยืนอยู่กลางเรือน หากแต่ไม่มีผู้ใดมองเห็นเพราะเป็นการถอดกายใช้กระแสจิตคุยกัน
“กูมีผีเนื้อทองแล้วอย่างไร เนื้อทองนั้นมันเป็นลูกของกู ทั้งยามเป็น ยามตาย ต่อให้มันเป็นอสุรกายผีตายโหง อย่างไรเสียมันก็เป็นสายเลือดกู”
“แฮ่” เสียงคำรามต่ำของวิญญาณเฮี้ยนสั่นขวัญทุกคนบนเรือนจนหน้าซีด หน้าเจื่อนไปตามๆกัน
“นั่นหรือ...ผีเนื้อทอง”
อาจารย์เวทย์เครายาวแหงนคอมองเลยขึ้นไปบนหิ้งไม้สูงเกือบติดหลังคา อสุรกายหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวนั่งยองจ้องมองลงมาไม่มีทีท่าหวาดกลัว เกรงบารมีหมอผีไร้นาม ข้างหมอผีผู้มาเยือนถึงเรือนนั้นติดฝ่าตีนเห็นมีร่างดำนั่งยองโยกตัวโงนเงนอยู่ไปมา พริบตาเดียวเงาดำขยายยืดตัวสูง เปลี่ยนสภาพกลายร่างเป็นอสุรกายผีตัวใหญ่ แยกเขี้ยวทำท่าขู่ข่มขวัญผีเจ้าเรือนที่นั่งจ้องมองมันตาแป๋วจากหิ้งสูง
“ฮึ มึงคิดว่าโหงพราย วิญญาณโจรจัญไร จะต่อกรกับเนื้อทองลูกกูได้กระนั้นหรือ” หมอคุ้มหัวเราะหึ หึ อยู่ในลำคอ
“มาลองวัดอาคมกันดูปะไร”
ตึง ตึง เสียงเหมือนมีใครถอนเอาต้นตาลใหญ่มาฟาดหลังคาเรือนอยู่ตึงๆ ชาวบ้านที่มานั่งรอกระถดตัวคลานถอยไปนั่งกอดกันอยู่ติดฝาเรือนด้านหนึ่ง ไอ้ครั้นนั่งอยู่ด้านข้างคอยชำเลืองตามองอาจารย์และสังเกตท่าที ถึงมันจะเรียนวิชาจากหมอคุ้มมามากอยู่ แต่มันยังไม่เก่งขนาดมีฌานรู้หูทิพย์ ตาทิพย์ นอกจากการมองเห็นผีเท่านั้น
บนหลังคาเรือน วิญญาณสองดวงยืนประจันหน้ากันตั้งท่าพร้อมต่อสู้ ศัตรูข้ามถิ่นกระโจนเข้าใส่หวังสำแดงเดชเวทมนตร์ หากแต่วิญญาณน้อยขยายร่างกางกรงเล็บคว้าคอโหงพราย ผีเลี้ยงหมอไสยเวทย์แล้วจับฉีกกระชากแยกร่าง แยกหัวของมันออกจากกัน ประหนึ่งวิญญาณผีร้ายตนนั้นเป็นเพียงหุ่นปั้น หุ่นฟาง บอบบางไร้เวทมนตร์คุ้มกัน
วี๊ดดด ตึง ครึ่มมมม เรือนไม้สั่นไหวคล้ายมาคนโยกเสาเรือน ชาวบ้านตวัดผ้าขึ้นมาคลุมโปงมุดหัวเข้าไปสุมนั่งสั่นกอดกันไม่แยกหญิง ไม่แยกชายเพราะความกลัว
แกรก แกรก แกรก
“มึง...เนื้อทอง” หมอเวทย์ไร้ชื่อชี้นิ้ว มองขึ้นไปบนหิ้งไม้ เห็นอสุรกายเนื้อทองนั่งหักกระดูกผีที่ตนเลี้ยงไว้ไม่ต่างจากหักฟืนก่อไฟ
“แฮ่” ยิ้มสยองแสยะเหยียดจากริมฝีปากแดง พร้อมโยนเศษกระดูกผีตายโหงลงไปกลางเรือนคืนให้เจ้าของวิชา
“เนื้อทอง กูไม่ปล่อยมึงไปแน่” หมอไสยเวทย์หลับตา ทำท่าพนมมือขึ้นมากลางอก เหมือนกำลังจะอ้าปากท่องบ่นมนต์คาถา
ฟึ่บ วิญญาณร้ายหายตัววับลงมายืนประจันหน้าอยู่ต่อหน้าหมอผีต่างเมือง ดวงตาก่ำแดงถลนเลื่อนเข้าไปใกล้ ไอเย็นจากผีร้ายทำให้หมอผีตบะอ่อนคิดจะถอนจิตคืนร่างเดิม
ฉึก กรงเล็บแข็งยื่นยาวกะซวกทะลวงล้วงหาย จมเข้าไปในส่วนท้องของหมอผี ก่อนจะบดขยี้เครื่องในกระเพาะไส้ จนแหลกเหลว ดวงตาสีขาวขุ่นว่างเปล่าเอียงคอมองชายแก่ตรงหน้า เหมือนยามมองนก มองกาเท่านั้น เนื้อทองอสุรกายน้อยหันไปสบตากับหมอเสน่ห์ผู้เป็นพ่อพร้อมกับยิ้มแยกเขี้ยวอย่างร่าเริง ราวกับจะอวดให้พ่อเห็นว่าตนสามารถปกป้องตนเองและคนบนเรือนได้
“เก่งมาก เนื้อทองลูกพ่อ”
“แฮ่” เมื่อได้รับคำชมผีน้อยแสยะยิ้มยิงเขี้ยวน่าเกลียด จากนั้นใช้มืออีกข้างแหวกอกซ้ำขยำบีบเครื่องในภายในจนไม่เหลือชิ้นดี
อีกด้านของร่างหยาบหมอผีทะนงว่าตนเก่งนั่งกระอักเลือดออกมาจากทั้งปาก ทั้งจมูกล้มหงายนอนตายอยู่คาเรือน ชาวบ้านชาวเรือนทั้งใกล้ไกลแว่วยินเสียงหวีดหวิวกรีดร้องลอยมากับสายลม ต่างรู้ดีว่านั่นคือเสียงร้องของผีเนื้อทองจากเรือนหมอคุ้มไม่ผิดตัวแน่
“วันนี้วันพระ พ่อจะให้เอ็งไปเที่ยวเล่นได้หนึ่งวัน” หมอคุ้มวางมือลูบลงบนหัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนอนเอนกายหนุนหัวอยู่บนตักของตน
“ขอบคุณจ้ะพ่อ” ดวงตากลมโตใสซื่อดั่งลูกกวางน้อยเงยหน้าขึ้นมาช้อนมองผู้เป็นพ่อ จากนั้นวิญญาณน่าเอ็นดูหายวับไปจากสายตา
“จะไม่เป็นไรแน่หรือพ่อครู” ไอ้ครั้นคลานขยับเข้ามาพร้อมยกน้ำร้อน น้ำชามาให้อาจารย์
“แม้นเมื่อยามเนื้อทองมันคืนร่างเดิม ถึงกายละเอียดของมันนี้จะไม่มีอิทธิฤทธิ์แก่กล้าดังร่างอสุรกายของมัน แต่ด้วยกำลังบุญ กำลังบารมีที่มันทำ มันสร้างของมันมา ก็เพียงพอให้มันเอาตัวรอดได้ อีกอย่างด้ายแดงที่ข้าผูกไว้จะปกป้องมันเอง”
“พ่อครู แล้วไอ้พวกที่ฆ่าเนื้อทอง พ่อครูตามรอยมันไม่พบเลยหรือ นี่ผ่านมาหลายปีแล้ว”
“ข้าเจอเพียงรอยอาคมของมันติดอยู่บนดวงวิญญาณของเนื้อทอง แต่บางเบาจนตามหาตัวคนใช้ไม่ได้ ดูทีไอ้คนที่ลงมือมันคงเก่งกาจมิใช่น้อย ไม่เช่นนั้นมีหรือคนแก่อาคมเหยียบเข้ามาในเขตนี้แล้วข้าจะไม่รู้”
“ข้าเคยถามเนื้อทองว่าเห็นหน้ามันหรือไม่ น่าแปลกเหลือเกินที่เนื้อทองกลับจำพวกมันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย”
“มันคงรู้ว่ากูจะต้องเรียกวิญญาณเนื้อทองกลับคืนมาแน่ มันจึงใช้มนต์บดรูป บังกาย ดับหู ปิดตาเนื้อทองไว้ ทำให้จดจำใบหน้าและวาระสุดท้ายของตัวเองไม่ได้” ดวงตาแข็งเหลียวมองไปยังตะปูสะกดวิญญาณซึ่งได้มาจากศพลูกชาย หมอคุ้มเก็บเอาไว้เพื่อใช้เป็นเบาะแสทางไสยเวทย์สืบหาตัวคนร้าย
“เฮ้อ.... แล้วอย่างนี้ เราจะตามพวกมันเจอได้อย่างไร” ไอ้ครั้นชักขาขึ้นมานั่งชันเข่า วางคางเกยลงไปมองไปยังเสาเรือนไม้อันเคยมีร่างเนื้อทองผู้อาภัพคอยนั่งแลบลิ้นปลิ้นตาหยอกเล่นกับมันมาตั้งแต่เล็ก
ภุมมเทวาตัวน้อยในร่างงาม วิ่งกระโดดดีใจไปตามที่ต่างๆ อย่างที่ใจปรารถนา ด้วยกำลังบุญที่ได้สั่งสมมาจากการใส่บาตร ถือศีล ทุกวันพระ ทำให้อสุรกายน้อยได้รับอิสระ พ้นจากสภาพอันน่าสังเวชชั่วคราวในช่วงคืนวันพระ มิจำเป็นต้องตกอยู่ใต้อาณัติของศาสตร์มืด มนต์ดำต่ำช้า
“เนื้อทอง”
“หือ” ร่างงามของภุมมเทวาตัวน้อยหันไปตามเสียงเรียกอันเคยคุ้น
“ใช่เนื้อทองจริงๆ ใช่หรือไม่” เด็กวัดหน้าซื่อยืนยิ้มด้วยความดีใจ เมื่อได้เห็นคนที่ตนเฝ้าระลึกหา
“พี่รุ่ง” เด็กน้อยกระโดดไปข้างหน้าส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม
ศาลาริมน้ำข้างวัดเคยเป็นที่ซึ่งเนื้อทองแอบเอาขนมมาฝากเด็กวัดน่าสงสารคนนี้อยู่เสมอ บัดนี้แม้เป็นการพบเจอกันในอัตภาพใหม่แต่รอยยิ้มสดใสของเนื้อทองยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เว้นเสียแต่รูปกายนั้นมิใช่เนื้อทองผู้พิกลพิการแขนขาหักงอเดินตัวเอียงขาเป๋หลังงุ้มอย่างเดิมแล้ว
“เนื้อทองของพี่ ได้เห็นทองสุขสบายอย่างนี้พี่ดีใจเหลือเกิน” ดวงตาชื่นชมมองสำรวจไปทั่วร่างอันงดงาม
“ขอบคุณพี่รุ่งมากนะ ทองได้รับบุญที่พี่อุทิศให้ทองทุกวันเลย ดูสิทองมีกำไลใส่แล้ว” เด็กน้อยยื่นแขนออกไปอวดกำไลแขนแสนสวยอันได้มาจากการได้รับบุญหนุนให้ นอกจากสภาพร่างกายที่ละเอียดสวยงามมากกว่าเดิม เสื้อผ้าอาภรณ์ต่างล้วนเนื้อละเอียดประณีตขึ้นตามกำลังบุญที่เพิ่มพูน
“อย่างนั้นหรือ ดีเหลือเกิน”
“แต่ทองไม่มีขนมมาฝากพี่รุ่งเลย น่าเสียดายจัง...ขนมหวาน ของเซ่นผี พี่รุ่งก็กินไม่ได้เสียด้วย”
“เจ้าไม่ต้องเอาอะไรมาฝากพี่หรอก ทองให้พี่มามากแล้ว ตอนนี้สิ่งที่พี่อยากได้จากทอง มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น”
“อะไรหรือ พี่รุ่งอยากได้อะไรลองบอกทองมาสิ ถ้าหากทองช่วยได้ทองจะหามาให้พี่”
“พี่อยากให้ทองเป็นอิสระเสียที พี่ไม่อยากให้ทองต้องถูกจองจำอย่างนี้ต่อไป” สายตามองต่ำไปยังข้อเท้าบาง ร่างขาวสว่างมีแสงสีนวลตัดกับด้ายแดงซึ่งมัดพันข้อเท้าไว้
“แต่ทองอยากอยู่กับพ่อ”
“ทอง...เนื้อทองของพี่ พี่รู้ว่าทองรักพ่อมาก แต่การทำอย่างนี้ มันจะเป็นเวรเป็นกรรมติดตัวทองไปเรื่อยๆ เชื่อพี่เถอะนะ พี่รัก...พี่หวังดีกับทองนะ” มือหยาบประคองกายละเอียดนั้นขยับเข้ามาหา ลูบฝ่ามือลงบนแก้มสีขาวนวลอย่างเอ็นดู
“พี่ไม่อยากเห็นทองต้องเจ็บปวด ไม่อยากเห็นทองกลับไปอยู่ในร่างพิกลพิการน่าเกลียด มีแต่คนชังนั้นแล้ว”
“พี่รุ่งรู้หรือ พี่รุ่งเห็นร่างแท้ของเนื้อทองหรือ” ภุมมเทวาน้อยเอียงคอหันไปถาม เพราะที่ผ่านมาตนรู้เพียงว่าพ่อใช้คาถาพรางตาครอบร่างให้ และจะไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นร่างแท้อันแฝงไว้ เว้นเสียจากคนคนนั้นจะเป็นผู้คงวิชาอาคมระดับเดียวกับพ่อ หรือมีหูทิพย์ ตาทิพย์เท่านั้น
“พี่...ไม่เห็นหรอก พี่ก็มาเห็นพร้อมพวกชาวบ้าน วันที่.....วันที่อุ้มทองขึ้นกองฟอนนั่นแหละ ครั้งนั้นยังประหลาดใจกันเหลือเกิน ไม่มีคนเชื่อและไม่มั่นใจว่าใช่เนื้อทองของพี่หรือเปล่า จนหลวงตามายืนยันว่าเป็นร่างของเนื้อทองแน่ๆ” ดวงตาเศร้าหลุบต่ำจากนั้นยกมือขึ้นมาลูบหัววิญญาณน้อยผู้น่าสงสาร
“อ๋อ อย่างนั้นหรือ จริงสิ...พี่รุ่งเจอพี่พรเทพบ้างหรือเปล่า ทองตามหาพี่พรเทพมานานมากแล้ว หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอเลย”
“พรเทพหรือ...มันตามพ่อแม่กลับเรือนไป ตั้งแต่งานบุญกฐินปีนั้น แล้วพี่ก็ไม่ได้เจอพรเทพอีกเลย”
“แล้วพี่พรเทพ ไม่กลับมาที่วัดบ้างหรือ”
“ไม่ได้กลับมาเลย มันคงไม่กลับมาหรอก ชีวิตลูกท่านขุนสุขสบายออกปานนั้น จะมาทนลำบากเป็นเด็กวัดต่อทำไม”
“แต่ทองคิดถึงพี่พรเทพ จะไปหาหรือก็ไม่ได้...” นิ้วเล็กเอื้อมลงไปสะกิดด้ายแดงตรงข้อเท้า
“ทองจะคิดถึงมันทำไม ทองไม่โกรธมันหรือ”
“ทำไมทองต้องโกรธพี่เทพเล่า”
“ก็...เพราะมันไปคร่าทองออกมาจากเรือนมิใช่หรือ ทองถึงต้องมาตายอย่างนั้น”
“วันนั้นทองออกมากับพี่พรเทพหรือ?” หน้าซื่อเอียงข้างอย่างสงสัย
“...!...!....!....”
*** เอาล่ะสิ เอาล่ะสิ มันชักจะมีอะไรแปลกๆ อีกแล้วหนา....ตอนนี้ผู้ต้องสงสัยเยอะเต็มไปหมด แยกไม่ออกแล้ว ใครหวังดี #ใครฆ่าเนื้อทอง
ตอนที่ 45 มีความสุขด้วยกันนะ (จบ)“พี่คณิณ ไม่กลับบ้านหรือครับ” เนื้อทองนั่งเอียงคอมองพรเทพพร้อมตั้งคำถามมาจากบนเตียง เมื่อพรเทพวางสายจากพี่รหัสเรียบร้อยแล้ว“เห็นบอกว่าจะนอนค้างกับดอกเตอร์กานต์น่ะ”“พี่คณิณบอกว่าดอกเตอร์กานต์ทำของใส่ ทำให้พี่คณิณคิดถึงดอกเตอร์ไม่หยุดเลย”“คณิณบอกทองอย่างนั้นหรือ” พรเทพขยับลงมานั่งลงลนเตียงนอนของนักศึกษาที่เขาไปขออนุญาตคุณปู่คุณย่าให้เข้ามาพักอยู่ที่บ้านของเขาแทนการออกไปเช่าหอพักข้างนอก“ครับ พี่คณิณบอกว่าคิดถึงดอกเตอร์กานต์มาก คิดถึงจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ก็เลยต้องไปหาดอกเตอร์กานต์จะให้ดอกเตอร์กานต์ถอนคุณไสยให้”“อย่างนั้นหรือ” พรเทพพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แล้วหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มซึ่งมีนักศึกษาปีหนึ่งหน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดู นั่งแก้มชมพูมองเขาตาแป๋ว“คณิณเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ”“พี่เทพหมายความว่า...พี่คณิณกับดอกเตอร์กานต์”“ดอกเตอร์กานต์น่ะ แต่ไหนแต่ไรมาเป็นคนค่อน
ตอนที่ 44 โดนของตั้งแต่กลับมากรุงเทพ คณิณรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป สิ่งแรกเลยที่ขวางหู ขวางตาทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเขาสูงขึ้นและกระบอกตาร้อนผ่าวๆ นั่นคือพี่ชายกับน้องรหัสที่ขยันเติมความหวานใส่กันจนเขาแทบไม่อยากอยู่ใกล้ ตั้งแต่เด็กจนโตแม้คณิณจะรู้ว่าพี่ชายนั้นเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและเอาใจใส่คนรอบข้างอยู่เสมอก็จริง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นพวกคลั่งรักเด็กขนาดนี้เพราะเพียงเขาหันหลังให้เผลอหน่อยเป็นไม่ได้สองคนนี้แอบเอาแก้มมาชนกัน ป้อนขนม ป้อนน้ำให้ จนคณิณต้องทำใจยอมรับให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิต ส่วนสิ่งที่สองที่คณิณรู้สึกร้อนรุ่มกลุ้มใจจนทำให้ตัวเองไม่มีความสุขคือตัวเขาเองที่รู้สึกจิตใจมันไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่“พี่คณิณเป็นอะไร” เนื้อทองซึ่งนั่งมองไอ้อาการกระสับกระส่ายกับถอนหายใจทิ้งดังเฮือกๆ ของพี่รหัส ทุกสองสามนาทีคณิณจะถอนหายใจทิ้งแรงๆ ออกมาครั้งหนึ่งแล้วก็นั่งไม่ติดเก้าอี้ อาการหลุกหลิกๆ ดูร้อนรนจนผิดปกติ“ไม่รู้สิ พี่ว่า...พี่โดนของ”“หือ พี่คณิณโดนของอีกแล้วหรือ ไปกินอะไรของใคร
ตอนที่ 43 นอนด้วยกัน“ดื้อแบบนี้...แสดงว่าของยังออกไม่หมด” ดอกเตอร์หนุ่มซึ่งนอนคร่อมอยู่ด้านบนอมยิ้มพูด พรางใช้ข้อนิ้วเกลี่ยลงมาบนแก้มขาวของน้องชายเพื่อน“ฮะ อะไรนะครับ” คณิณเอียงแก้มขยับห่างออกมาแต่ฝ่ามืออีกข้างของดอกเตอร์กานต์กางกั้นพร้อมทั้งดันคร่อมข้อศอกล็อกต้นคอนั้นให้นอนอยู่นิ่งๆ“เดี๋ยวพี่เอาของออกให้”สัมผัสนุ่มหยุ่นๆ กดประทับลงมาบนกลีบปาก เรี่ยวแรงแขนขาของคนหนุ่มเหมือนจะถูกดอกเตอร์ผู้เป็นเพื่อนของพี่ชายสูบหายออกไปจากตัว คณิณนอนนิ่งไม่กล้าขยับเพราะยังสับสนอยู่ว่าไอ้ที่แขนขากำลังสั่นเกร็งอยู่นี่ มันเกิดจากฤทธิ์ยาที่หมอให้มา หรือว่าเกิดจาก “ของ” ที่ดอกเตอร์กานต์บอกว่ายังไม่หมด“คุณ...” คำถามและประโยคต่างๆ ที่เรียบเรียงอยู่ในหัว หลุดออกมาจากปากได้เพียงคำเรียกขานสั้นๆ เพราะนอกเหนือจากนั้นมันถูกดูดกลืนหายไปจากคนที่โตกว่า“นอนนิ่งๆ นะครับ” เสียงกระซิบเบาๆ เล่นทำเอาคณิณไม่กล้าขยับ“นี่..”“อย่าดื้อสิ”&ldq
ตอนที่ 42 เพื่อนพี่ชาย“เนื้อทอง” พรเทพคลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจเมื่อเห็นคนที่ตนนั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงนานถึงสามวันสามคืนฟื้นขึ้นมาได้ ด้านหลังเยื้องห่างออกไปคือคุณปู่คุณย่า หลวงตาแก่น พร้อมด้วยพราหมณ์ชุดขาวซึ่งเนื้อทองเจอในภาพฝัน“พี่เทพ หลวงตา...นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ”“พี่กับหลวงตากลับมาจากบิณฑบาต พี่ยอดวิ่งมาบอกว่า ทองกับคณิณหายไปในป่าช้า ทั้งพระ ทั้งเณร ชาวบ้านช่วยกันออกตามหาทั้งวันทั้งคืนก็ไม่เจอ โชคดีได้พราหมณ์บุญเมตตา ท่านแวะมาเยี่ยม มาหาหลวงตาพอดี เลยบอกให้คนช่วยกันขุดศพในป่าช้าขึ้นมา ถึงเจอเนื้อทองกับคณิณถูกฝังรวมอยู่กับศพพวกนั้นด้วย” พรเทพเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง"ทองกับพี่คณิณ ถูกฝังอยู่ในหลุมศพอย่างนั้นหรือครับ"“หมดเคราะห์แล้วนะเนื้อทอง ต่อแต่นี้ไปไม่มีใครมาทำร้าย ทำลายเจ้าได้อีกแล้ว” พราหมณ์เฒ่าผมขาวสะอาดสะอ้านยิ้มน้อยๆ พยักหน้าให้ เนื้อทองมองไปยังย่ามขาวแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตาพราหมณ์ท่านนั้นแล้วก้มลงกราบท่านอยู่บนเตียงผู้ป่วยอีกครั้ง"พราหมณ์บุญ นา
ตอนที่ 41 อโหสิกรรม"แม่ช่วยด้วย" เสียงของไอ้รุ่งร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าเวทนา ดวงตาเหลือกเหล่มองหาแม่ผู้เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของมัน"ปล่อยลูกกู...ปล่อยลูกกู""มึงสองแม่ลูก สมควรตายแล้ว" ไอ้ทองเลาะมีดปลายแหลมกรีดลึกลงไปท่ามกลางความมืดดำของความทรงจำอันย้อนลึกถอยหลังไปไกลหลายชาติ หลายภพ เสียงร่ำไห้จากดวงใจของคนที่ได้ชื่อว่าแม่ แม้ลูกของตัวจะชั่วช้าสามานย์สักเพียงใด แต่อย่างไรเสียนั่นก็ถือว่าเป็นเลือดจากอก ตาประสานตาสองมือแม่ลูกที่พยายามไขว่คว้าเข้าหากัน ก่อนที่ชะตาชีวิตของไอ้รุ่งนั้นจะขาดสะบั้นดับหายไปก่อนที่มันจะได้สัมผัสความรัก ความห่วงใยจากแม่เป็นครั้งสุดท้าย หยดน้ำตาแห่งความขลาดกลัวรั่วไหลออกมาเป็นสายเลือดครืด แผ่นหนังเนื้อมนุษย์ลงอักขระสักยันต์เมตตามหามงคลทั่วทุกรูขุมขนถูกไอ้ทองถลกลอกออกมาอย่างง่ายดายถือชูขึ้นมา นังบัวล้มตัวลงไปนอนเกลือกกลิ้งดิ้นพล่านๆ เรียกหาลูกชายของมัน พร้อมทั้งตีอกชกหัวตัวเอง กรีดร้องราวกับคนบ้า สองมือคว้ามีด คว้าดาบพยายามเข่นฆ่าคร่าเอาชีวิตคนที่ฆ่าลูกชายมัน หากแต่มันไม่อาจทำได้อย่างใจเ
ตอนที่ 40 ศิษย์ทรยศ“พ่อครูจะให้ข้ากับแม่ ช่วยขโมยตำรานะเนื้อทอง จากพ่อครูทองกระนั้นหรือ” ไอ้รุ่งนั่งอยู่ต่อหน้าหมอขาม บนพานมีเบี้ยถุงใหญ่วางไว้ล่อตา สองแม่ลูกผู้ละโมบโลภในเงินทองมองตากันไปมา“ข้าไม่ได้ต้องการคัมภีร์ของไอ้ทองดอก ข้าก็แค่อยากรู้ว่ามันร่ายมนตร์ใดใส่มึง”"ร่ายมนตร์ใส่ข้า...พ่อครูหมายความว่าอย่างไร""ฮึ มึงดูเอาเถิด ว่าไอ้ทอง...มันลวงมึงว่าอย่างไร"หมอขาม เป่าคาถาถอนมนต์ครอบร่างของไอ้รุ่งออก ทำให้นังบัวและไอ้รุ่งซึ่งหลงลำพองใจคิดว่าร่างกายของมันกลับมาเป็นปกติได้รู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วมันยังคงอยู่ในร่างเดิมคือไอ้รุ่งผู้พิกลพิการ หน้าตาอัปลักษณ์ ผิวกายดำคล้ำหยาบกร้านน่ารังเกียจ นังบัวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ยกตีนขึ้นมากระทืบกระดานไม้อยู่โครมๆ ไอ้รุ่งนั่นทุบกำปั้นตบฝ่ามือแป ลงไปบนหัวเข่าหงิกงอ ออกปากด่าทอสาปแช่งคนที่มันก้มกราบเรียกหาว่าเป็นพ่อครูอยู่นานปี ดวงตาถลนปูดโปนเนื่องจากโกรธแค้นเคืองให้พ่อครูทอง และรังเกียจในความอัปลักษณ์ซึ่งฉายส่องมาให้มันเห็นผ่านกระจกเงา“ไอ้ทอง