ตอนที่ 4 วันพระ
เนื้อทองหนุ่มน้อยผู้อาภัพเพราะถูกผู้เป็นพ่อครอบอาคมบดบังร่างงามเอาไว้ เดินเลาะไปตามชายทุ่ง ชื่นชมกับสิ่งสวยงามตามวัยอันสดใส เท้าเล็กเดินลัดเรื่อยไปและไม่ลืมที่จะหลบเลี่ยงการพบปะพูดคุยกับผู้อื่น หนึ่งในเหตุผลนั้นเพราะเนื้อทองไม่อยากให้ใครพูดจาถากถางว่ารูปชั่วอัปลักษณ์
“เจ้าตัวน้อยขึ้นมาทำอะไรบนนี้ เดี๋ยวก็โดนคนอื่นเหยียบตายเสียก่อนหรอก” อุ้งมือเล็กช้อนลงไปในแอ่งน้ำขังบนคันนา ปลาตัวเล็กว่ายวนไปวนมาหาทางออกไม่ได้ ถูกอุ้มยกขึ้นมาไว้ในอุ้งมือก่อนจะนำไปปล่อยลงในนาข้าวใกล้ๆ กัน
“อย่าหนีขึ้นมาซนบนนี้อีกนะ”
“ใครซนหรือเนื้อทอง” พรเทพเดินมาเห็นเด็กน้อยนั่งยองพูดกับลูกครอกแล้วอดเอ็นดูไม่ได้
“พี่พรเทพ ลูกปลาน่ะ ไม่รู้มันขึ้นมายังไง ทองกลัวมันโดนเขาเหยียบตาย” เนื้อทองขยับลุกขึ้นยืนยื่นนิ้วชี้กลับลงไปในนาข้าว
“วันนี้วันพระนี่นะ ช่วยชีวิตสัตว์ ถือเป็นการให้ทานอย่างหนึ่ง ใจดีเหลือเกินนะเนื้อทอง” ฝ่ามือหยาบวางลูบบนเรือนผมเส้นกระด้างสากมือ
“เนื้อทองใจดีหรือ”
“ใจดีสิ เนื้อทองเจ้าเด็กดี คนดีของพี่” แก้มปุปะฉีกยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายเมื่อได้รับคำชม
“พ้นเพลแล้วหรือ พี่พรเทพมิต้องไปอ่านเขียนกับหลวงตาหรือวันนี้”
“วันนี้ไม่ต้อง เนื้อทองเล่าจะไปไหน”
“ทองไม่ได้จะไปไหน วันนี้วันพระพ่อให้ออกมาเที่ยวเล่นได้ ทองแค่ออกมาเดินเล่นเรื่อยเปื่อยเฉยๆ เบื่อ อยู่แต่ในบ้านไม่มีเพื่อนเล่น” เด็กน้อยก้มหน้าหลบสายตาคนอายุมากกว่าไม่อยากขยับหนี เพราะรู้สึกยินดีกับท่าทีลูบหัวอย่างอ่อนโยนนั้น ตั้งแต่จำความได้เนื้อทองเจ้าน้องน้อยผู้ไร้แม่ ขาดความเอ็นดูจากพ่อไม่เคยได้รับไม่เคยสัมผัสรับรู้ถึงความอ่อนโยนจากผู้ใดเลย นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมองข้ามรูปร่างอันไม่งามเห็นเนื้อแท้ของจิตใจตน
“ถ้าอย่างนั้น ไปเดินตลาดกับพี่ดีหรือเปล่า”
“ไปตลาดหรือ” หน้าอัปลักษณ์ช้อนสายตาขึ้นไปมองคนที่ตนแอบชื่นชอบชื่นชมมานาน ไม่คาดฝันว่าพรเทพจะเอ่ยปากชวน
“ใช่ เนื้อทองไปกับพี่สิ”
“จ้ะ” ยิ้มสดใสคลี่ออกมาจากริมฝีปากหนาแหว่งโหว่น่าเกลียดอวดฟันเหลืองซี่ห่าง
เท้าแปกระโดดเดินตามหลังร่างสูงนั้นไปอย่างอารมณ์ดี บางครั้งบางทีเด็กหนุ่มวัยสิบแปดจึงหันมายิ้มให้กับความน่ารักสดใสของเด็กชายวัยอ่อนกว่า เจ้าของรูปร่างไม่งดงามแต่จิตใจอ่อนละมุน เสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีของเด็กน้อยทำให้พรเทพยิ้มกว้าง
“เนื้อทอง...” พรเทพหันมาเห็นว่าคนหลังงุ้มนั้นหายไปไม่ได้เดินตามมา เมื่อชะเง้อคอมองหาเห็นว่าบุตรชายหมอเสน่ห์กำลังยืนทำท่าลังเลมองเครื่องเงินอย่างอาวรณ์
“กำไลเงิน ทองชอบหรือ” น้ำเสียงละมุนเอ่ยถามทันที
“อือ มันสวยดี”
“ชอบอันไหน เนื้อทองเลือกดูสิ พี่จะซื้อให้”
“พี่พรเทพจะซื้อให้เนื้อทองหรือ”
“ใช่ อันนี้ดีหรือเปล่า สวยเหมาะกับทองของพี่” มือหนาหยิบกำไลเงินลายดอกพิกุลขึ้นมายื่นไปต่อหน้าบุตรชายหมอเสน่ห์
“แต่ทองรับไว้ไม่ได้หรอก พ่อบอกไม่ให้รับของคนอื่น” ดวงตาเศร้ามองกำไลนั้นอย่างเสียดาย หาใช่เพราะเนื้อทองยากจนไร้เบี้ย ไร้อัฐจะซื้อหา แต่เพราะเสียดายที่ไม่อาจสวมใส่กำไลจากชายที่ตนพะวงรักได้ เรื่องข้อห้าม ข้อปฏิบัติในเรือนหมอผี หาใช่ว่าเนื้อทองจะไม่รู้ แม้เห็นอยู่เต็มตาว่ากำไลนี้ ซื้อหามามิได้ผ่านการปลุกเสกลงอาคมมนต์ขลัง แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาดุของพ่อก็ตามมาหลอกหลอนจนไม่กล้ารับไว้
“อย่างนั้นก็อย่าให้พ่อรู้สิ”
“ไม่เอาหรอก พ่อรู้ เดี๋ยวพ่อตี” ดวงหน้าเศร้าก้มต่ำก่อนจะสะบัดตัวเดินหนีออกมาให้ห่างร้านขายกำไลเงิน เพราะกลัวใจตัวเองจะโอนอ่อนผ่อนรับของจากคนที่ตัวเองแอบรัก
“ถ้าอย่างนั้น กำไลดอกไม้นี่รับได้หรือไม่ พี่ให้เจ้านะเนื้อทอง”
"สวยจัง"
"กำไลเงิน เจ้ามิอาจรับไว้ เช่นนั้นกำไลดอกหญ้านี่เจ้าคงไม่ปฏิเสธพี่หรอกนะ"
ดอกหญ้าจากริมทางถูกเด็ดขึ้นมาพันสลับเป็นวงใหญ่พอให้ข้อมือปูนกระดูกงอคล้องใส่ต่างกำไลเงิน ดวงตาเหล่เหลือบมองลงไปตรงข้อมือเล็กแล้วยิ้มอย่างตื้นตัน มืออีกข้างประคองกำไลดอกหญ้านั้นขึ้นมาทาบวางไว้กลางอก
“เนื้อทอง” เสียงทุ้มร้องเรียกก่อนที่นิ้วจะยื่นไปสะกิดไหล่เล็ก
“หือ”
“อ้าปากสิ” ใบหน้าหล่อคมคายส่งยิ้มหวานละมุน พร้อมทั้งยกขนมชิ้นเล็กยื่นมาให้
“แต่...”
“เจ้ามิต้องรับขนมจากมือพี่ก็ได้ อ้าปากสิ เดี๋ยวพี่ป้อนเจ้าเอง”
"พี่...." หยดน้ำตาใสดั่งน้ำค้างแก้ว รินออกมาจากดวงตาเหลืองเหล่น่าเกลียด ปากแหว่งเหยียดยิ้มน่าชังก่อนจะเม้มปากเข้าหากันแน่น ช่างใจในอาญาความผิด หากพ่อรู้เข้าเนื้อหนังบนร่างกายนี้คงเต็มไปด้วยรอยหวาย รอยแส้ แต่ชายตรงหน้าหรือนั้นคือคนที่ตนรักนักหนา ความอบอุ่นอ่อนโยนเช่นนี้สิบห้าปีผ่านมา เนื้อทองเพิ่งเคยได้รับมันเป็นครั้งแรกเท่านั้น
“พี่ได้ขนมมาชิ้นหนึ่ง เห็นเด็กวัดคนอื่นบอกว่ามันอร่อย พี่เลยเอามาให้เจ้า”
“ให้ทองหรือ....” เด็กน้อยสะอื้นสะอึกตื้นตันใจ ดวงตาแสนซื่อมองขนมในมือนั้นราวกับมันคืออัญมณีมีค่า
“ใช่ พี่ตั้งใจเอามาให้ทอง อ้าปากเร็ว”
ขนมทองเอกชิ้นน้อยถูกป้อนใส่เข้าไปในปากเล็ก ฟันห่างขยับเคี้ยวขนมหวานรสชาติหอมอร่อยกลืนล่วงผ่านเข้าไปในลำคอทั้งน้ำตา ชายหนุ่มเบื้องหน้าวางมือลูบผมปลอบประโลมเด็กน้อยผู้กลัวในความผิด
“อร่อยมั้ย”
“อือ”
“เอาไว้พี่มีของอร่อยๆ พี่จะเอามาฝากทองอีกนะ”
“อือ” ความตื้นตันบีบคั้นเค้นหัวใจจนมิอาจเอ่ยคำใดออกมาได้
“ไม่เอา ไม่ต้องร้องไห้นะ เนื้อทองของพี่” ท่อนแขนใหญ่โอบเอาเด็กน้อยผู้น่าสงสารเข้าไปสวมกอดพร้อมทั้งพูดปลอบโยนด้วยถ้อยคำหวานหูนุ่มนวล
“พรเทพ หลวงตาให้มาตามกลับวัด” รุ่งเด็กวัดหน้าใหม่เดินออกมาจากหลังพุ่มไม้ใหญ่สีหน้าตึงเหมือนไม่พอใจ
“อย่างนั้นหรือ” คนทั้งสองผละถอยห่างออกจากกัน
“อือ รีบไปประเดี๋ยวจะโดนเอ็ดเอา”
“พี่เทพรีบไปหาหลวงตาเถิด ทองจะกลับบ้านแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นเดินกลับบ้านดีๆ นะทอง”
“เดี๋ยวข้าไปส่งทองให้ เอ็งรีบกลับไปสิ” รุ่งหันหน้าไปมองเด็กวัดฐานะลูกท่านขุนก่อนจะหันมามองหน้าลูกหมอเสน่ห์
“ถ้าอย่างนั้น ข้าฝากให้เอ็งช่วยไปส่งเนื้อทองที่เรือนด้วย”
“ทองกลับเองก็ได้ พี่รุ่งไม่ต้องไปส่งทองหรอก” เด็กน้อยมองสลับไปมาระหว่างเด็กหนุ่มโตกว่าสองคน
“มันใกล้ค่ำแล้ว ให้รุ่งไปส่งเถิดทอง หน้าน้ำงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ตะขาบ แมงป่องหนีน้ำมีมากนักมันอันตรายพี่เป็นห่วง” ประโยคสั้นอันเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยทำให้หัวใจอันแห้งแล้งเหี่ยวเฉาของเด็กน้อยผู้อาภัพกลับชุ่มเย็น แม้เท้าแปเดินปัดโขยกเป๋ไปเบื้องหน้าหากทว่าใบหน้ายังคอยเหลียวหันหลังกลับไปมองเจ้าของกำไลดอกไม้จนกระทั่งร่างสูงใหญ่นั้นลับไปจากสายตา
“ทองชอบดอกไม้มากหรือ” เสียงพร่าเอ่ยถามขณะเดินนำไปบนคันดินแฉะ
“ชอบ ทุกวันทองต้องไปเตรียมดอกไม้ ของหอมทำพานขันธ์ให้พ่อ ก็เลยชอบ ทำไมหรือ”
“เปล่า พี่ถามไปอย่างนั้น”
“แล้วพี่รุ่งชอบอะไร ชอบกินขนมมั้ย”
“ขนมตาลที่ทองทำนะหรือ”
“อือ”
“อร่อยดี พี่กินแล้ว” ใบหน้าคมก้มมองต่ำมายังคนตัวเตี้ยที่เดินโยกไหล่ยักขึ้นยักลงเพราะขาพิการกับหลังงุ้มคดงอ
“อร่อยหรือ อย่างนั้นเดี๋ยวทองทำให้กินอีกนะ” เจ้าของขนมตาลยิ้มด้วยความปีติใจเมื่อได้ยินคนชมว่าฝีมือทำขนมของตนนั้นอร่อย
“ลำบากเปล่าๆ ไม่เป็นไรหรอก พี่รอกินข้าว ขนมจากก้นบาตรหลวงตาก็พอ”
“ไม่ลำบากสักนิด ทองต้องทำมาใส่บาตรทุกวันอยู่แล้ว เอาไว้วันพรุ่งนี้ทองจะทำเผื่อพี่รุ่งนะ”
“ขอบใจนะเนื้อทอง” มืออุ่นลูบลงบนกะโหลกโปนปุปะพร้อมยิ้มอบอุ่น เท้าสองคู่หยุดลงบนทางสองแพร่งก่อนถึงแยกต้นประดู่คู่ หลังคาเรือนหมอคุ้มห่างไปพอให้มองเห็น เนื้อทองจึงหันมากล่าวลาคนที่อาสาเดินมาส่ง
“ถึงเรือนแล้ว พี่รุ่งกลับเถิด”
“ถึงที่ไหนกัน เรือนทองอยู่โน่น”
“พี่รุ่ง ส่งทองตรงนี่แหละ เดี๋ยวพ่อเห็น ทองกลัวโดนพ่อตี” เล็บแข็งจิกลงบนปลายนิ้วตัวเองก่อนจะหันไปมองหลังคาเรือนอย่างหวาดระแวง
“ถ้าอย่างนั้น พี่ส่งตรงนี้ก็ได้ พี่ไม่อยากให้ทองของพี่ถูกตี พี่กลับก่อนนะ” แผ่นหลังกว้างเดินห่างหายไปบนถนนคด
เนื้อทองถอดกำไลดอกหญ้าออกมาจากข้อแขนแล้วเก็บซ่อนมันไว้ในชายพกโจงกระเบนเพราะกลัวถูกพ่อเอาไปเผาไฟทิ้ง เด็กน้อยกลัวความผิดยืนเกาะหัวกระไดเรือนอยู่นานจนแน่ใจว่าพ่อยังไม่ออกจากฌานกรรมฐานจึงแอบย่องขึ้นเรือน
“เนื้อทอง!” แส้หางกระเบนสะบัดใส่น่องเล็กจนเลือดซิบ แขนเรียวถูกกระชากเหวี่ยงร่างบอบบางของหนุ่มน้อยวัยสิบห้าปี ล้มลงไปนอนหมอบคว่ำหน้าพนมมือไหว้กราบอยู่ติดหลังตีนผู้เป็นพ่อ
“กลัวแล้ว พ่ออย่าตีทอง ทองเจ็บ” มือน้อยๆ เหนี่ยวข้อเท้าของคนเป็นพ่อร้องไห้โฮอย่างน่าสงสาร
“มึงกลัวกูแน่หรือ ถ้ามึงกลัวแล้วทำไมมึงยังกล้าขัดคำสั่งกู”
“ทองไม่ได้ทำอะไรเลย”
“มึงยังกล้าโกหกกูอีกหรือ” แส้ยาวขนาดสองวาสะบัดฟาดซ้ำลงไปบนแผ่นหลังบอบบาง
“พ่อ ทองกลัวแล้ว”
“หยิบมันออกมา ใครเอาอะไรให้มึง เอาออกมา”
“ไม่เอา พ่อ...พี่เขาให้ทอง” มือเล็กกอดรัดผ้าคาดเอวเอาไว้แน่น หวงแหนกำไลน้อยไร้ราคา แต่มันมีค่าต่อหัวใจดวงเล็ก
“มึงจะตายก็เพราะไอ้พวกผู้ชายหลอกลวง มึงจำคำกูไว้เนื้อทอง เอามันออกมา” มือหยาบกระชากดึงชายผ้านุ่งหลุดลุ่ยแย่งเอากำไลดอกหญ้าสีขาวออกไปโยนใส่กองไฟต่อหน้าต่อตาลูกชาย
“กูเคยบอกมึงกี่ครั้ง อย่ารับของจากคนอื่น”
“พ่อ ทองเจ็บ กลัวแล้วทองกลัวแล้ว” เสียงร้องไห้สลับกับเสียงแส้หวดขวับๆ ลงบนหลังอย่างไม่ยั้งมือ สามสี่ครั้งเสียงร้องไห้นั้นจึงเงียบไปเพราะคนที่ถูกลงทัณฑ์สลบหมดสติไปกลางเรือน
“ไอ้ครั้น มึงลากมันไปขังไว้ในห้อง ถ้ากูไม่อนุญาตห้ามมันลงจากเรือนเด็ดขาด”
ตอนที่ 45 มีความสุขด้วยกันนะ (จบ)“พี่คณิณ ไม่กลับบ้านหรือครับ” เนื้อทองนั่งเอียงคอมองพรเทพพร้อมตั้งคำถามมาจากบนเตียง เมื่อพรเทพวางสายจากพี่รหัสเรียบร้อยแล้ว“เห็นบอกว่าจะนอนค้างกับดอกเตอร์กานต์น่ะ”“พี่คณิณบอกว่าดอกเตอร์กานต์ทำของใส่ ทำให้พี่คณิณคิดถึงดอกเตอร์ไม่หยุดเลย”“คณิณบอกทองอย่างนั้นหรือ” พรเทพขยับลงมานั่งลงลนเตียงนอนของนักศึกษาที่เขาไปขออนุญาตคุณปู่คุณย่าให้เข้ามาพักอยู่ที่บ้านของเขาแทนการออกไปเช่าหอพักข้างนอก“ครับ พี่คณิณบอกว่าคิดถึงดอกเตอร์กานต์มาก คิดถึงจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ก็เลยต้องไปหาดอกเตอร์กานต์จะให้ดอกเตอร์กานต์ถอนคุณไสยให้”“อย่างนั้นหรือ” พรเทพพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แล้วหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มซึ่งมีนักศึกษาปีหนึ่งหน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดู นั่งแก้มชมพูมองเขาตาแป๋ว“คณิณเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ”“พี่เทพหมายความว่า...พี่คณิณกับดอกเตอร์กานต์”“ดอกเตอร์กานต์น่ะ แต่ไหนแต่ไรมาเป็นคนค่อน
ตอนที่ 44 โดนของตั้งแต่กลับมากรุงเทพ คณิณรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป สิ่งแรกเลยที่ขวางหู ขวางตาทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเขาสูงขึ้นและกระบอกตาร้อนผ่าวๆ นั่นคือพี่ชายกับน้องรหัสที่ขยันเติมความหวานใส่กันจนเขาแทบไม่อยากอยู่ใกล้ ตั้งแต่เด็กจนโตแม้คณิณจะรู้ว่าพี่ชายนั้นเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและเอาใจใส่คนรอบข้างอยู่เสมอก็จริง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นพวกคลั่งรักเด็กขนาดนี้เพราะเพียงเขาหันหลังให้เผลอหน่อยเป็นไม่ได้สองคนนี้แอบเอาแก้มมาชนกัน ป้อนขนม ป้อนน้ำให้ จนคณิณต้องทำใจยอมรับให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิต ส่วนสิ่งที่สองที่คณิณรู้สึกร้อนรุ่มกลุ้มใจจนทำให้ตัวเองไม่มีความสุขคือตัวเขาเองที่รู้สึกจิตใจมันไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่“พี่คณิณเป็นอะไร” เนื้อทองซึ่งนั่งมองไอ้อาการกระสับกระส่ายกับถอนหายใจทิ้งดังเฮือกๆ ของพี่รหัส ทุกสองสามนาทีคณิณจะถอนหายใจทิ้งแรงๆ ออกมาครั้งหนึ่งแล้วก็นั่งไม่ติดเก้าอี้ อาการหลุกหลิกๆ ดูร้อนรนจนผิดปกติ“ไม่รู้สิ พี่ว่า...พี่โดนของ”“หือ พี่คณิณโดนของอีกแล้วหรือ ไปกินอะไรของใคร
ตอนที่ 43 นอนด้วยกัน“ดื้อแบบนี้...แสดงว่าของยังออกไม่หมด” ดอกเตอร์หนุ่มซึ่งนอนคร่อมอยู่ด้านบนอมยิ้มพูด พรางใช้ข้อนิ้วเกลี่ยลงมาบนแก้มขาวของน้องชายเพื่อน“ฮะ อะไรนะครับ” คณิณเอียงแก้มขยับห่างออกมาแต่ฝ่ามืออีกข้างของดอกเตอร์กานต์กางกั้นพร้อมทั้งดันคร่อมข้อศอกล็อกต้นคอนั้นให้นอนอยู่นิ่งๆ“เดี๋ยวพี่เอาของออกให้”สัมผัสนุ่มหยุ่นๆ กดประทับลงมาบนกลีบปาก เรี่ยวแรงแขนขาของคนหนุ่มเหมือนจะถูกดอกเตอร์ผู้เป็นเพื่อนของพี่ชายสูบหายออกไปจากตัว คณิณนอนนิ่งไม่กล้าขยับเพราะยังสับสนอยู่ว่าไอ้ที่แขนขากำลังสั่นเกร็งอยู่นี่ มันเกิดจากฤทธิ์ยาที่หมอให้มา หรือว่าเกิดจาก “ของ” ที่ดอกเตอร์กานต์บอกว่ายังไม่หมด“คุณ...” คำถามและประโยคต่างๆ ที่เรียบเรียงอยู่ในหัว หลุดออกมาจากปากได้เพียงคำเรียกขานสั้นๆ เพราะนอกเหนือจากนั้นมันถูกดูดกลืนหายไปจากคนที่โตกว่า“นอนนิ่งๆ นะครับ” เสียงกระซิบเบาๆ เล่นทำเอาคณิณไม่กล้าขยับ“นี่..”“อย่าดื้อสิ”&ldq
ตอนที่ 42 เพื่อนพี่ชาย“เนื้อทอง” พรเทพคลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจเมื่อเห็นคนที่ตนนั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงนานถึงสามวันสามคืนฟื้นขึ้นมาได้ ด้านหลังเยื้องห่างออกไปคือคุณปู่คุณย่า หลวงตาแก่น พร้อมด้วยพราหมณ์ชุดขาวซึ่งเนื้อทองเจอในภาพฝัน“พี่เทพ หลวงตา...นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ”“พี่กับหลวงตากลับมาจากบิณฑบาต พี่ยอดวิ่งมาบอกว่า ทองกับคณิณหายไปในป่าช้า ทั้งพระ ทั้งเณร ชาวบ้านช่วยกันออกตามหาทั้งวันทั้งคืนก็ไม่เจอ โชคดีได้พราหมณ์บุญเมตตา ท่านแวะมาเยี่ยม มาหาหลวงตาพอดี เลยบอกให้คนช่วยกันขุดศพในป่าช้าขึ้นมา ถึงเจอเนื้อทองกับคณิณถูกฝังรวมอยู่กับศพพวกนั้นด้วย” พรเทพเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง"ทองกับพี่คณิณ ถูกฝังอยู่ในหลุมศพอย่างนั้นหรือครับ"“หมดเคราะห์แล้วนะเนื้อทอง ต่อแต่นี้ไปไม่มีใครมาทำร้าย ทำลายเจ้าได้อีกแล้ว” พราหมณ์เฒ่าผมขาวสะอาดสะอ้านยิ้มน้อยๆ พยักหน้าให้ เนื้อทองมองไปยังย่ามขาวแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตาพราหมณ์ท่านนั้นแล้วก้มลงกราบท่านอยู่บนเตียงผู้ป่วยอีกครั้ง"พราหมณ์บุญ นา
ตอนที่ 41 อโหสิกรรม"แม่ช่วยด้วย" เสียงของไอ้รุ่งร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าเวทนา ดวงตาเหลือกเหล่มองหาแม่ผู้เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของมัน"ปล่อยลูกกู...ปล่อยลูกกู""มึงสองแม่ลูก สมควรตายแล้ว" ไอ้ทองเลาะมีดปลายแหลมกรีดลึกลงไปท่ามกลางความมืดดำของความทรงจำอันย้อนลึกถอยหลังไปไกลหลายชาติ หลายภพ เสียงร่ำไห้จากดวงใจของคนที่ได้ชื่อว่าแม่ แม้ลูกของตัวจะชั่วช้าสามานย์สักเพียงใด แต่อย่างไรเสียนั่นก็ถือว่าเป็นเลือดจากอก ตาประสานตาสองมือแม่ลูกที่พยายามไขว่คว้าเข้าหากัน ก่อนที่ชะตาชีวิตของไอ้รุ่งนั้นจะขาดสะบั้นดับหายไปก่อนที่มันจะได้สัมผัสความรัก ความห่วงใยจากแม่เป็นครั้งสุดท้าย หยดน้ำตาแห่งความขลาดกลัวรั่วไหลออกมาเป็นสายเลือดครืด แผ่นหนังเนื้อมนุษย์ลงอักขระสักยันต์เมตตามหามงคลทั่วทุกรูขุมขนถูกไอ้ทองถลกลอกออกมาอย่างง่ายดายถือชูขึ้นมา นังบัวล้มตัวลงไปนอนเกลือกกลิ้งดิ้นพล่านๆ เรียกหาลูกชายของมัน พร้อมทั้งตีอกชกหัวตัวเอง กรีดร้องราวกับคนบ้า สองมือคว้ามีด คว้าดาบพยายามเข่นฆ่าคร่าเอาชีวิตคนที่ฆ่าลูกชายมัน หากแต่มันไม่อาจทำได้อย่างใจเ
ตอนที่ 40 ศิษย์ทรยศ“พ่อครูจะให้ข้ากับแม่ ช่วยขโมยตำรานะเนื้อทอง จากพ่อครูทองกระนั้นหรือ” ไอ้รุ่งนั่งอยู่ต่อหน้าหมอขาม บนพานมีเบี้ยถุงใหญ่วางไว้ล่อตา สองแม่ลูกผู้ละโมบโลภในเงินทองมองตากันไปมา“ข้าไม่ได้ต้องการคัมภีร์ของไอ้ทองดอก ข้าก็แค่อยากรู้ว่ามันร่ายมนตร์ใดใส่มึง”"ร่ายมนตร์ใส่ข้า...พ่อครูหมายความว่าอย่างไร""ฮึ มึงดูเอาเถิด ว่าไอ้ทอง...มันลวงมึงว่าอย่างไร"หมอขาม เป่าคาถาถอนมนต์ครอบร่างของไอ้รุ่งออก ทำให้นังบัวและไอ้รุ่งซึ่งหลงลำพองใจคิดว่าร่างกายของมันกลับมาเป็นปกติได้รู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วมันยังคงอยู่ในร่างเดิมคือไอ้รุ่งผู้พิกลพิการ หน้าตาอัปลักษณ์ ผิวกายดำคล้ำหยาบกร้านน่ารังเกียจ นังบัวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ยกตีนขึ้นมากระทืบกระดานไม้อยู่โครมๆ ไอ้รุ่งนั่นทุบกำปั้นตบฝ่ามือแป ลงไปบนหัวเข่าหงิกงอ ออกปากด่าทอสาปแช่งคนที่มันก้มกราบเรียกหาว่าเป็นพ่อครูอยู่นานปี ดวงตาถลนปูดโปนเนื่องจากโกรธแค้นเคืองให้พ่อครูทอง และรังเกียจในความอัปลักษณ์ซึ่งฉายส่องมาให้มันเห็นผ่านกระจกเงา“ไอ้ทอง