ปู้ยี่ปู้ยำ เกิดใหม่ทั้งทีดันมีหนุ่มหล่อให้เลือกถึง7คน

ปู้ยี่ปู้ยำ เกิดใหม่ทั้งทีดันมีหนุ่มหล่อให้เลือกถึง7คน

last update최신 업데이트 : 2025-05-01
언어: Thai
goodnovel16goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
64챕터
2.1K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

ย้อนเวลาไปสมัยต้าชิง แต่ไม่ใช่ปู้ปู้จิงซินไม่มีหม่าเอ่อไทลั่วซี มีเพียงหมาน้อยเก๊ามู่เฉินที่จะมาสร้างความวุ่นวายพร้อมกับองค์ชายที่งอกมาอีกหนึ่งองค์

더 보기

1화

เกิดใหม่

The air in the Parisian haute couture salon smelled like money and fear.

I’d waited six months for my wedding dress. Now, it was draped over the shoulders of Sofia Ross—the trending influencer, and my mafia fiancé Vincent Cassio’s god-sister.

The salon manager was sweating bullets, his eyes darting between me and the man lounging on the velvet sofa.

Vincent Cassio stood up. He adjusted a fold of the diamond-encrusted train on Sofia with a casual flick of his wrist. “Her premiere next week needs a statement piece. She’s borrowing it. Pick something off the rack and stop making a scene.” His tone was flat, final.

Under the crystal chandeliers, Sofia admired herself in the full-length mirror, a triumphant smile on her lips.

I looked at my reflection in the same mirror, wearing jeans and a soaked trench coat. I looked like a lost tourist. Suddenly, the entire past year of planning felt like a sick joke.

I didn’t yell. I just felt cold. Numb.

I slipped the five-carat engagement ring off my finger. It hit the glass coffee table with a sharp, final click.

“You’re right, Vincent. I don’t need this wedding dress. This wedding… I don’t need it either.”

...

Silence.

The kind of silence that happens right before a gunshot.

Vincent’s hand, still on Sofia’s dress, went very still.

He turned slowly. The lenses of his designer glasses hid nothing of the icy contempt in his eyes.

“Elara. What did you just say?”

His voice was low, a controlled threat.

My stomach churned.

“I said the wedding is off.”

Sofia let out a girlish giggle. She swished the train—my train—and floated over to me.

“Oh, Elara, don’t be such a bore.” She blinked up at me. “Vince is just helping my career. This dress will get so much more attention on the red carpet than at some boring church.”

She leaned closer, her perfume cloying. “You’re usually so understanding. Why be difficult now?”

“Take it off.” My voice cut through her simpering.

Sofia scurried behind Vincent, her lower lip trembling. “Vince, she’s scaring me.”

Vincent shoved her behind him and closed the distance between us in two strides. He loomed over me.

“Enough, Elara.” Irritation etched his perfect features. “Sofia has been the center of the red carpet since she was a child. She brings in millions for our family. The resources go where the money is. That’s how we build our future.”

He looked me up and down, his gaze dismissive. “What do you, a woman who doesn’t even work, need a three-hundred-thousand-dollar dress for anyway? Who are you trying to impress?”

Each word was a little knife. Five years. Five years of playing the supportive, quiet partner, and this was my value.

I clenched my fists, my short nails biting into my palms.

“That dress was custom-made for me. For our wedding. You didn’t ask. You just took.”

Vincent snorted. He leaned in, his expensive cologne suffocating.

“Ask you?” he whispered, the words meant only for me. “I paid for it. I pay for everything. The clothes on your back, the roof over your head. Everything you are, you owe to me.”

He jabbed a finger into my shoulder. Hard.

“Show some gratitude, Elara. My patience isn’t infinite.”

I stared at this arrogant stranger. He genuinely saw no wrong. I was property. Chattel.

I was done talking.

I turned and walked toward the ornate double doors.

“Stop!”

His hand clamped around my wrist like a vise. Pain shot up my arm.

“Let go, Vincent!”

He yanked me back, his grip tightening. He bent his head, his lips brushing my ear.

“Don’t test me,” he hissed. “Go pick a dress from the rack. The wedding is next Saturday. Be a good girl, and after Sofia’s premiere, I’ll charter an island for a proper ceremony.”

He paused, his breath hot against my skin. “But if you walk out that door now…”

He let the threat hang, his eyes dark. “I’ll make sure you can’t buy a paper gown in this city. You’ll have nothing.”

I met his gaze, the pain in my wrist fueling a cold fire in my gut.

“You disgust me.”

I wrenched my arm free. Angry red marks circled my wrist.

I didn’t look back. I pushed through the salon doors into the chilly Paris evening.

Behind me, I heard the distinct thunk of an electronic deadbolt engaging.

And Vincent’s cold, confident laugh.
펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
64 챕터
เกิดใหม่
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว คริสผู้ซึ่งไม่เคยมองโลกในแง่ดีใบหน้าเรียบเฉยถึงกระนั้นก็ยังดูดีเพราะเป็นคนผิวขาวใบหน้าหล่อเหลาจมูกโด่งเป็นสันดวงตาดำขลับขนตางอนยาวเป็นลูกครึ่งไทยจีนมีแม่เป็นคนจีน คิ้วดกดำขมวดเข้าหากันมองไปยังแพใหญ่ที่เพื่อนของเขากำลังดื่มกิน เร่งเครื่องสปีดโบ๊ทให้กระแทกไปบนพื้นน้ำ“คริส! มึงไม่ใส่ซูชีพวะ”คริสไม่มีทางจะได้ยินเพราะเสียงที่ดังกระหึ่ม สปีดโบ๊ทหักเลี้ยวออกห่างจากฝั่งไปไกลขึ้นจนแทบมองไม่เห็นแพ คริสเริ่งความเร็วราวกับโกรธใครมาน้ำที่กระเซ็นใส่ใบหน้าให้ความรู้สึกสดชื่น ภูเขาสูงข้างหน้ามองดูราวกับภาพฝันใต้พื้นน้ำข้างหน้าที่สปีดโบ๊ทกำลังจะแล่นผ่าน มีตอไม้มหึมาจมอยู่ใต้น้ำทำความเสียหายให้เสื้อหรือสปีดโบ๊ทที่วิ่งผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน ปกติถ้าไม่ใช่หน้าฝนจะมองเห็นตอได้ชัดเจน แต่อนิจจาตอนนี้เป็นหน้าฝนทำให้สปีดโบ๊ทของคริสพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง ความตกใจมือของคริสแทนที่จะผ่อนคันเร่งแต่กลับบิดคันเร่งจนสปีดโบ๊ทเหินขึ้นไปด้านบนพลิกตกลงมากระแทกที่ศีรษะของคริสจนรู้สึกเจ็บปวดอย่างแรง เลือดสีแดงเจือจางด้วยสายน้ำที่โอบรอบร่างหมดสติ จมดิ่งลงไปใต้ท้องน้ำ.“เฮือก!”“พี่สี่! เจ้าหมาน้
더 보기
เลือก
อันนี้มันปู้ปู้จิงซินชัดๆ ด้วยสมองอันชาญฉลาดของคริสหรือเก๊ามู่เฉินทำให้วิเคราะห์เรื่องนี้ได้ไม่ยาก“จะยากอะไรส่งคนผู้นี้ไปทรมานให้คายความจริงออกมา”องค์ชายเก้าอ้ายซิ่นเจี๋ยหลัวอิ๋นถังท่าทีเย่อหยิ่งแม้จะมีใบหน้าหล่อเหลาแต่สายตาไม่เป็นมิตร“น้องเก้า ทำอย่างนั้นก็เท่ากับไร้ความยุติธรรม เสด็จพ่อทรงสั่งสอนให้เราทั้งหมดยึดมั่นคุณธรรม คนไม่ผิดจะลงทัณฑ์ง่ายดายได้อย่างไร” อิ๋นสือปรามเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง“องค์ชายแปดมาเพื่อการนี้ ตั้งใจปกป้องเขา พูดให้พี่สี่ดูแย่ว่าพี่สี่ไร้คุณธรรมเพื่อปกป้องคนของท่าน” อิ๋นเสียงยิ้มเหยียด“น้องสิบสาม เจ้าประเมินพี่แปดต่ำไป ข้าไม่ได้มีเจตนากล่าวร้ายพี่สี่”“ข้าไม่รู้จักใครทั้งนั้น ก็แค่คนเลี้ยงม้า” เก๊ามู่เฉินแก้สถานการณ์โดยเร็ว หากปล่อยไว้ต้องมีการประลองกระบี่กันแน่“เลี้ยงม้า?” คนทั้งหมดอุทานออกมาพร้อมกัน“เลี้ยงม้าอยู่ในน้ำอะเหรอ” อิ๋นถีแหนบ“ท่านไม่รู้จักม้าน้ำหรอ” เก๊ามู่เฉินถามกลับทันควันคนทั้งหมดส่ายหน้าถอนหายใจ“ข้าเห็นเจ้าลับๆ ล่อๆ ก่อนที่ข้าจะซัดฝ่ามือเข้าใส่จนตกลงไปในน้ำดีนะที่องค์ชายสามช่วยเจ้าไว้ไม่อย่างนั้นข้าจะปล่อยให้เจ้าจมน้ำตาย เจ้าผ่
더 보기
องค์ชายผู้ถูกลืม
ในห้องมีกองตำราหนังสือวางกระจัดกระจายตามชั้นหนังสือและพื้น หากจะเดินจำต้องใช้เท้าเขี่ยแหวกทางหากไม่อยากเหยียบตำราบนพื้นที่ล้วนแต่เป็นตำราสำคัญ โต๊ะในสุดกลางห้องที่แดดส่องถึงอ่อนๆ แต่กระนั้นก็ยังมีฝุ่นเกาะเกรอะกรังเจ้าของห้องนั่งเขียนตำราอย่างขะมักเขม้นไม่สนใจผู้ที่ก้าวเข้ามาแม้แต่น้อยอ้ายซิ่นเจี๋ยหลัวอิ๋นจื่อองค์ชายสามผู้รูปงาม ริมฝีปากสีแดงระเรื่อผิวขาวจนเกือบซีดทว่าผมเผ้ารุงรังเพียงแค่มัดรวบไว้ลวกๆ อย่างเร่งรีบแขนเสื้อและมือมีรอยเลอะหมึกสีดำเป็นแถบ เสื้อผ้าหน้าผมถูกละเลยไม่เรียบร้อยหรูหราประณีตเหมือนองค์ชายทั่วไป“ข้าไม่แปลกใจเลยหากจะมีใครสักคนหายไปในห้องพี่สาม”อิ๋นถีใช้เท้าเขี่ยตำราบนพื้นพลางมองสำรวจ ไม่บ่อยนักจะมีธุระให้มาเจอพี่สาม อิ๋นจื่อเงยหน้าขึ้นมาหันซ้ายหันขวาก่อนจะกล่าวอย่างสับสน“ใคร มีใครหายไปในห้องข้า”“พี่สามน้องสิบสี่แค่เปรียบเปรย ทำไมท่านปล่อยให้ห้องรกแบบนี้” อิ๋นเสียงตอบยิ้มๆ“ข้าแค่เอาตำราทุกเล่มที่จำเป็นต้องใช้เข้ามาในห้อง นั่นเจ้าสิบสี่เจ้าเอาเท้าเขี่ยตำราเชียวหรือ”อิ๋นจื่อลุกขึ้นและหยิบตำราที่พื้นขึ้นมาวางกองบนโต๊ะหนังสือตัวเอง เมื่อเงยหน้าก็สังเกตเห็นเก๊ามู่เ
더 보기
ไมโครเวฟ
“ขอบคุณองค์ชายสาม”ดูจากท่าทีและคำเรียกแล้วอิ๋นเจิ้งและองค์ชายสามคงไม่สนิทกันถึงขั้นไม่ลงรอยแต่จะด่วนสรุปยังเร็วไป เขาต้องตอบตามความจริงละทิ้งอคติ“เจ้าเข้าไปที่จวนพี่สี่ทำไม เข้าไปได้ยังไง”“ข้าไม่รู้ ข้าจำไม่ได้”“เจ้ามีญาติพี่น้องหรือไม่”“ข้าไม่มี” อิ๋นจื่อขมวดคิ้วด้วยเป็นคนที่ชอบคิดวิเคราะห์“งั้นก็อยู่ที่นี้ช่วยงานข้าสักพักคงไม่เป็นปัญหา อยู่จนกว่าน้องสี่จะหายสงสัย”อิ๋นจื่อหันไปเก็บตำราต่อเหมือนหมดคำถามแค่นี้จริงๆ เก๊ามู่เฉินรีบลุกขึ้นตั้งใจจะช่วยแต่กลับถูกอีกฝ่ายห้ามทันทีอย่างแตกตื่น“นั่งก่อนเถอะ นั่งก่อนเถอะ เจ้าบาดเจ็บไว้หายดีจริงๆ แล้วข้าจะใช้งานเจ้าเอง”“ไม่เป็นไรๆ งานง่ายๆ แค่นี้ข้าทำได้”“งั้นก็ตามใจ”เก๊ามู่เฉินเดินไปเก็บตำราและเศษกระดาษที่ทั้งขยำและฉีกโยนไปทั่วห้อง โห้ อย่างเยอะเลย แอบดูนิดหน่อยคงไม่เป็นไรในเมื่อก็จะทิ้งอยู่แล้วเห็นๆ เมื่อแกะกระดาษออกดูก็พบตัวหนังสือเต็มหน้ากระดาษ บางแผ่นมีภาพวาดและบางแผ่นมีสูตรที่เขาเห็นแล้วเวียนหัวกระทันหันแต่ก็แปลกใจจนอดไม่อยู่“เห้ย องค์ชายสาม!”“หืม? เจ้าตกใจอะไร” อิ๋นจื่อหันมองอย่างงุนงงและเห็นเก๊ามู่เฉินอ่านกระดาษที่ยับยู่ยี่ข
더 보기
มิตรภาพ
“มันเขียนว่าอะไร” อิ๋นจื่ออดจะยื่นหน้ามาดูไม่ได้เก๊ามู่เฉินพับกระดาษเก็บอย่างเรียบร้อย อย่างน้อยนี่ก็คือของทางประวัติศาสตร์ที่เป็นลายมือองค์ชายเก้าในอดีตเขียนขึ้นเอง แต่ของชิ้นนี้เกรงว่าเมื่อว่างเขาจะต้องเอาไปเผาพร้อมพริกเกลืออย่างแน่นอน!“เจ้าอย่าคิดมากเลย เขาก็เป็นเช่นนั้นแต่ข้าขอเตือนเจ้า อยู่ให้ห่างเถอะ”“ข้าคงไม่ได้วุ่นวายอะไรพวกท่านหรอก…ข้าคงอยู่เป็นตัวประกอบนั้นแหละ” เพราะในประวัติศาสตร์ไม่มีชื่อเขานี่ ถูกไหมฮ่าฮ่าฮ่า“เช่นนั้นก็ดี เจ้าเก้าดีร้ายไม่อาจคาดเดาอีกทั้งยังเป็นอีกคนที่ข้าดูไม่ออกพอเช่นเดียวกับเจ้าสี่และเจ้าแปด”เป็นเช่นนั้นจริงๆ เก๊ามู่เฉินเริ่มชินกับการช่วยอิ๋นจื่อหยิบจับหาหนังสือตำราตอนนี้ ผ่านไปเพียงแค่สามวันเขาก็ทำงานคล่องขึ้นเยอะมาก อาจเพราะเขาเก็บตำราตามหมวดหมู่แล้ว เลยหยิบจับง่ายขึ้นกว่าก่อนหน้านี้แต่สงบสุขไม่ทันไรเสียงเจื้อยแจ้วของอิ๋นเอ๋อก็ดังขึ้นก่อนที่ตัวเจ้าของเสียงอันร่าเริงจะปรากฏพร้อมอิ๋นถี“เก๊ามู่เฉินนนนน มาาาเล่นนนกานนน”เก๊ามู่เฉินกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย อิ๋นเอ๋อแวะมาหาเขาทุกวันและเอาแต่ชวนคุยจนอิ๋นจื่อบางครั้งยังต้องถึงขั้นนวดขมับ คำที่ว่าไม่สร้า
더 보기
กระจ่าง
อิ๋นถีที่ดื่มไปมากแล้วกำลังมองเก๊ามู่เฉินที่ยามนี้ไม่สนใจจะดื่มจะกินต่อแล้ว ทำเพียงวุ่นวายกับกระดาษกับที่อิ๋นถังให้มา อิ๋นถีเท้าคางบนโต๊ะมองเก๊ามู่เฉินที่มือตวัดพู่กันไปมาปากพึมพำ“เจ้าทำอะไร”“เรียบร้อย เอคือหนึ่งจุดหกสามศูนย์สามและบีคือหนึ่งจุดแปดสี่สามหนึ่ง”เก๊ามู่เฉินลุกขึ้นชูกระดาษสองใบโห่ร้องด้วยความดีใจจนองค์ชายทั้งสามสะดุ้งโหยง อิ๋นถังทำสุรากระฉอกโดนมือก็ขมวดคิ้วหันมาตำหนิเขา“เป็นบ้าอะไรอีก”“มีเรื่องน่าสนใจหรือเก๊ามู่เฉิน” อิ๋นเอ๋อรีบเข้ามาดูเสียงอ้อแอ้ไม่บอกก็รู้ว่าเมามาย“ดูนี่ ดูไว้ ของขวัญขอบคุณสำหรับองค์ชายสามจากเจ้าคนเลี้ยงม้าผู้แสนกตัญญู” กล่าวชื่นชมตัวเองหน้าด้านๆอิ๋นถีที่มองอยู่ตลอดก็หัวเราะเบาๆ“เจ้านี่จะว่าไปก็มีอารมณ์ขันใครกันจะยอมรับน้ำใจจากคนเลี้ยงม้าแล้วถือว่าเป็นบุญคุณ”“หา ข้ารื้อฟื้นแทบตายกว่าจะไขคำตอบได้” ลำพังองค์ชายสามผู้นั้นที่ไม่รู้ว่าใช้เวลากี่เดือนกี่วันจึงเห็นกระดาษถูกทิ้งบนพื้นห้องเกลื่อนกลาด“อืมมมเห็นจะจริง จะเอาไปให้พี่สามเลยหรือไม่”“ไม่ ข้าต้องถามเขาสักนิด ว่ามันสำคัญหรือไม่”“ข้าเคยได้ยินว่าเสด็จพ่อมอบหมายบางอย่างให้พี่สามไขความกระจ่างแต่
더 보기
กระจ่าง2
“เจ้าสิบสี่ พี่สี่ทำอะไรเปิดเผยจริงใจไม่เหมือนพี่แปดที่ปิดบังซ่อนเร้นภายนอกโปรยคำหวานแต่ข้างในยากหยั่งถึง”“ข้ายอมให้เขาโปรยคำหวานดีกว่าต้องมาทนดูสีหน้าบึ้งตึงของพี่สี่”“นี่ไง! สำเร็จแล้วววว เก๊ามู่เฉินเจ้าใช่ไหม เจ้าทำเป็นเจ้าใช่ไหม” มีบางคนที่อยู่เหนือความขัดแย้งอิ๋นจื่อตะโกนเสียงดังอย่างดีใจกอดกระดาษแผ่นนั้นไว้แน่นคล้ายกลัวกระดาษจะหายไป อิ๋นจื่อวิ่งออกไปอย่างรวจเร็วกระโดดคว้าตัวเก๊ามู่เฉินที่นอนนิ่งกำลังจะหลับใหลมากอดไว้แน่นอย่างดีใจก่อนจะผละออกและเขย่าให้เก๊ามู่เฉินตื่นเต็มตา อิ๋นเจิ้งและอิ๋นเสียงที่ตามมามองอย่างงุ่นงงมีเพียงอิ๋นถีที่ยิ้มกว้างเหมือนภูมิใจ“อะไร อะไร องค์ชายสาม ท่านใจเย็นๆ” เก๊ามู่เฉินสะลึมสะลือ“เจ้าใช่ไหม เจ้าทำใช่ไหม กระดาษพวกนี้ข้าเห็นเจ้าเอาวางไว้”“ท่านอ่านแล้วหรือ”“ใช่ ไป ไปกับข้าเดี๋ยวนี้เลย”“เดี๋ยวๆ ไปไหนองค์ชายสาม ข้าจะนอนข้าเวียนหัว”อิ๋นจื่อกำรอบข้อมือเก๊ามู่เฉินแน่นพยายามจะดึงเขาให้ลุกขึ้นจากที่นอน อิ๋นเจิ้งกระแอมเสียงดังทีหนึ่งก่อนจะเลิกคิ้วและถามอย่างใจเย็น“นี่มันเรื่องอะไรกันองค์ชายสาม ข้าไม่เข้าใจ”อิ๋นจื่อไม่ได้สนใจเสียงอย่างอื่นแต่โวยวายเ
더 보기
ไทม์แมชชีน
เก๊ามู่เฉินยิ้ม วิธีนี้แพร่หลายเป็นบทเรียนสำหรับลูกหลานโดยมีคนที่คอยสร้างสูตรให้เป็นหนังสือเรียน“มอบทองสามหีบเงินห้าหีบ และแต่งตั้งให้เก๊ามู่เฉินรั้งตำแหน่ง ซงมิงต้าจื่อ (ผู้ฉลาดรอบรู้ที่อยู่กับองค์ชายสาม) ”“ขอบพระทัยฝ่าบาท”เก๊ามู่เฉินหุบยิ้มไม่ได้ รวยแล้วโว้ยยย แบบนี้ให้หนีไปใช้ชีวิตข้างนอกได้ด้วยตัวคนเดีวยแบบหรูๆ เริ่ดๆ ไม่ต้องทนรับความตึงขององค์ชายสี่และไม่ต้องยุ่งกับเรื่องแย่งชิงที่จะมาถึงระหว่างทางเดินกลับเก๊ามู่เฉินหันหน้าหันหลังเป็นห่วงหีบทองและหีบเงินในมือขันที ทั้งๆ ที่พวกเขาคงไม่มีโอกาสยักยอกไปไหนได้เพราะว่าเดินตามหลังเขาและองค์ชายสามมาขนาดนั้น“ไหนๆ เจ้าก็ได้รางวัลตั้งขนาดนี้ ช่วงนี้อยากไปเที่ยวเล่นพักผ่อนที่ไหนก็ไปเถอะ”“องค์ชายสาม ข้าย้ายออกเลยได้หรือไม่”“ย้ายออก? ..เจ้ามีตำแหน่งที่เสด็จพ่อแต่งตั้งให้แล้ว เจ้าคิดจะไปไหน”อิ๋นจื่อถามพลางหันไปชี้นิ้วสั่งให้ขันทีนำหีบทองและหีบเงินไปเก็บในห้องของเก๊ามู่เฉิน เก๊ามู่เฉินยืนอ้าปากตาค้าง“ข้าไปไม่ได้หรือ เดี๋ยวสิๆ ทำไม”“ตำแหน่งของเจ้าชื่อก็บอกแล้วว่าต้องอยู่ข้างๆ ข้าช่วยงานข้า และเจ้าก็ยังไม่หลุดจากข้อสงสัยของน้องสี่”“งั้น
더 보기
ไทม์แมชชีน
“ไหนๆ ดูหน่อย”เก๊ามู่เฉินใช้ฝ่ามือลูบไปตามแผ่นไม้ก่อนจะร้องตกใจและพลิกมือขึ้นดูเห้ยมีระบบป้องกันตัวเองด้วย แม่งมีเสี้ยนบาดมือ อันนี้ดีๆเก๊ามู่เฉินลองสำรวจอย่างระวังและพยายามไม่จับต้องมั่ว ถ้าพังขึ้นมานี่งานหยาบเลย หรือซวยสุดๆ คือถูกส่งไปยุคอุ๋งก้า ถ้าเป็นแบบนั้นท่าจะบ้าแล้วแต่สำรวจจนแน่ใจกลับไม่พบว่ามีอะไรที่ดูจะเหมือนไทม์แมชชีนสักอย่างไม้สี่แผ่นนี้ก็แค่ไม้จริงๆ ที่น่าตกใจก็มีแค่ที่มันตีเส้นตารางไว้ละเอียดมากๆ พร้อมตัวเลขอารบิกแค่นั้นเอง ไม่มีตรงไหนที่ดูเหมือนเป็นกลไกที่เป็นไทม์แมชชีนพาข้ามเวลาสักนิด!“เก๊ามู่เฉิน?” เสียงหนึ่งทำเอาความคิดสะดุดลงและตกใจ“เฮ้ย!”อิ๋นจื่อโพล่ขึ้นที่ประตูและเอ่ยทักจนเก๊ามู่เฉินสะดุ้งตกใจแทบกระโดดหนี“ท่านอย่ามาแบบไม่ให้สุ่มไม่ให้เสียงแบบนี้สิ ข้าหัวใจจะวายตาย”“อย่าจับต้องของในห้องมั่วซั่วแบบนั้นหากมีอะไรพังขึ้นมาข้าจะลำบาก”อิ๋นจื่อเดินเข้ามาพยายามดันเก๊ามู่เฉินออกไปจากห้องและปิดประตูตามหลัง แม้จะไม่ดูร้อนรนหรือมีพิรุธแต่ท่าทีผลักไสแบบนี้ก็น่าสงสัย“องค์ชายสามท่านรู้จักไทม์แมชชีนไหม”“หือ? อะไร”“แล้วแผ่นไม้สี่แผ่นนั้นเล่า ไม่ใช่ของท่านหรือ”“ของข้า
더 보기
องค์ชายสี่
“เก๊ามู่เฉิน”“เอ้า น้องสิบสี่เจ้ามาไวจัง พี่แปดบอกเจ้ารึยัง”“บอกข้าหมดแล้ว ดูท่าเขาจะทำความดีความชอบใหญ่จริงๆ ข้ารู้ตั้งแต่เห็นเขาพยายามในวันนั้นแล้ว” อิ๋นถียิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ข้าไม่คาดคิดมาก่อนเลย แค่เห็นเขาจัดเรียงตำราให้ข้าอย่างเป็นระเบียบและพยายามแยกประเภท ข้าก็คิดว่าเขาอาจเป็นคนที่เจ้าระเบียบและพอมีความรู้นิดหน่อยเท่านั้น”“แล้วเขาไปไหนเล่า ไม่ได้อยู่ช่วยงานพี่สามที่นี่หรือ ทำไมปล่อยข้ารอ”อิ๋นถีขมวดคิ้วมองไปรอบห้องและชะโงกดูข้างนอก อิ๋นจื่อถูกถามแบบนั้นก็ได้แค่เงียบและถอนหายใจเสียงดัง ทำเป็นไม่ได้ยินคำถามไม่ตอบอะไรเพียงกลับมาก้มหน้าเขียนหนังสือต่อ“เขาตื่นสายหรือพี่สาม”“ข้าพูดตามตรงเพราะเจ้าถามแล้วกัน เขา…ไม่อยากไป”“เดี๋ยว ทำไมเพราะข้าหรอ ไหนพี่แปดบอกเขาถึงขั้นโวยวายพี่สาม”“ข้าไม่รู้ เมื่อวานเขาออกปากเองว่าอยากหนีแต่พอข้าบอกให้ไปทำงาน เจอเขาอีกทีเขาก็ยืนยันจะอยู่และไม่อยากทำให้น้องสี่สงสัยมากกว่าเดิม ข้าสงสัยว่านั้นคืออุบายใหม่ของเขา เจ้าไปกับเขาก็ดูแลดีๆ อย่าให้หนีจะดีที่สุด ข้าไม่อยากมีปัญหากับเจ้าสี่ที่เย็นชาคนนั้น” อิ๋นจื่อถอนหายใจยาวอิ๋นถีพยักหน้ารับเบาๆ ตอนแรกเขาต
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status