ตอนที่ 5 คำพ่อ
บริเวณริมรั้วไม้อันเป็นขอบอาณาเขตเรือนหมอเสน่ห์ เช้านี้ไร้เงาคนที่บอกว่าจะทำขนมมาใส่บาตร ดวงตาฉงนของเด็กวัดหนุ่มรุ่นกระทงเงยมองเลยขึ้นไปบนชานเรือนอันเงียบสงัดแต่ไม่เห็นเงาผู้ใด ก่อนหลวงตาจะพาเดินพ้นโค้ง ใบหน้าคมยังเหลียวกลับไปมองหน้าต่างบนเรือนไม้ยกใต้ถุนสูงเห็นมันปิดสนิทเงียบเชียบ
“ไอ้ทอง พ่อมึงบอกให้ไปเตรียมโอ่งน้ำมนต์” ไอ้ครั้นเปิดประตูเข้ามายืนถอนหายใจมองร่างงองุ้มนั่งกอดเข่าซุกอยู่ตรงมุมห้อง
“อือ” มือบางถอดสลักกลอนหน้าต่างแล้วผลักมันให้เปิดกว้างรับแสงจันทร์ในคืนเพ็ญ ใบหน้าเศร้าแหงนมองข้ามยอดไม้นั้นไปเห็นพระจันทร์ดวงใหญ่ลอยเด่นอยู่เพียงเดียวดาย มือนุ่มลูบไล้หลังมือ ข้อแขน ไปจนถึงเนื้อตัวซึ่งเต็มไปด้วยรอยแส้จากนั้นหันหลังกลับเดินลับไปเตรียมสิ่งที่พ่อบอก
ไอ้ครั้นขยับก้าวถอยหลังแล้วเดินออกมายืนพะว้าพะวังอยู่ชานเรือนด้านหน้า มันอยู่รับใช้ช่วยงานหมอคุ้มมานานหลายปี ได้มีโอกาสเรียนวิชา คุณไสยหลายคาถา ถึงจะยังไม่เก่งกล้าเท่าอาจารย์ แต่มันก็พอรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างเกี่ยวกับเนื้อทองผิดปกติไม่เหมือนคนทั่วไป ติดแค่มันไม่รู้ว่าไอ้ความรู้สึกแปลกๆ ที่มันรู้สึกนั้นเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่
เนื้อทองจัดการผลัดผ้าแล้วเดินไปยังด้านหลังเรือน เพื่อชำระล้างคราบเหงื่อฟอกตัวถูไคล จนมั่นใจว่าร่างกายนี้สะอาดหมดจด จากนั้นหนุ่มน้อยเปลี่ยนผลัดเป็นนุ่งขาว ห่มขาว เดินหายเข้าไปยังประตูไม้ ซึ่งกั้นไว้สำหรับทำพิธี ชุบตัวลงนะเนื้อทอง
“เจ็ดปี เจ็ดเดือน เจ็ดวัน นะเนื้อทอง นี้จะฝังลงไปในเลือดเนื้อและวิญญาณของเอ็ง”
เทียนชัยสีแดงนับร้อยเล่ม ปักอยู่ทั่วทุกมุมเรือนเสียงท่องบ่นบริกรรมคาถาดังลอดมาจากบานประตูทึบ ไอ้ครั้นวางหูแนบสนิทติดไปกับประตู คิ้วหนากระตุกเข้าหากันเหมือนพยายามเงี่ยหูฟังให้ถนัดว่าคาถาที่หลุดลอยดังมาเป็นคาถาบทใดแน่ ใต้ถุนเรือนไม้ยกสูงมีร่องกระดานอันไม่สนิทดวงตาคู่หนึ่งส่องมองไปยังร่างขาวผุดผ่องในโอ่งน้ำมนต์ ซึ่งกำลังนั่งหลับตาพนมมืออยู่อย่างตั้งใจ เบื้องหน้าไซร้ พานบายศรีตั้งมั่นพร้อมพานขันธ์เครื่องบูชา อีกทั้งตั่งวางขันน้ำมนต์แช่ว่านมหาเสน่ห์เก้าอย่างเตรียมพร้อมทุกขั้นพิธี
เมื่อเดือนเต็มลอยเด่นพาดตกทาบเงามากลางหน้าผาก หมอเสน่ห์อาคมแกร่งใช้นิ้วหัวแม่มือแตะแผ่นทองจากผอบทองเหลืองขึ้นมาทาบลงบนหน้าผากเล็กของลูกชาย จากนั้นท่องบ่นมนต์ขลังก่อนจะเป่าคาถาทับลงไป แผ่นทองคำเปลวสุกสว่างหายวับไปกับตา หมอคุ้มทำซ้ำๆ อยู่อย่างนี้ โดยขยับย้ายตำแหน่งในการแปะแผ่นทอง จนครบทั้งเก้าตำแหน่งมหามงคล อักขระสีทองเรืองรองส่องสว่างทะลุเนื้อ ทะลุหนัง เคลือบร่างงามให้ผ่องผาดแข่งกับแสงจันทร์ในคืนเพ็ญวันพระใหญ่
เมื่อแว่วเสียงไก่ขันรับอรุณแรกของวันใหม่ ดวงตาสดใสเปิดขึ้นพร้อมกับร่างบางขยับยืนลุกขึ้นจากโอ่งน้ำมนต์ หยิบผ้าใหม่เคียนเอวพันกาย ก้มลงหมอบกราบเบื้องหน้าหมอเสน่ห์ผู้เป็นพ่อ มือต่อยกพานบายศรีเปิดออกก่อนจะกราบลงบนจรดหน้าผากติดหลังเท้า
“พ่อ”
“เนื้อทอง เอ็งจำคำพ่อนะ ถึงพ่อจะดุด่า เฆี่ยนตีเอ็งอย่างไร แต่เชื่อเถิดว่า ไม่มีใครรักและหวังดีต่อเอ็งเท่าพ่อคนนี้อีกแล้ว”
“เนื้อทอง”
“พี่พรเทพ” แววตาหม่นสดใสขึ้นในทันใดเมื่อเหลียวหน้าไปเห็นชายที่ตนรักมายืนเกาะรั้วบ้าน ส่งยิ้มมาให้หลังจากถูกพ่อลงโทษขังให้อยู่แต่บนเรือนนานถึงกึ่งเดือนไม่มีโอกาสได้พบหน้ากัน
“พี่พรเทพมาทำไมหรือ” เด็กหนุ่มเหลียวหันหลังกลับไปทางเรือนตัว หวาดกลัวระแวงพ่อจะเดินออกมาเห็น
“พี่ก็มาหาทองไง ทองเป็นอะไร เจ็บไข้ไม่สบายหรือเปล่า พี่ไม่เห็นทองทำบุญที่วัดเลย”
“เอ่อ ทองไม่ได้เป็นอะไร แต่พ่อไม่ให้ทองออกไปข้างนอก”
“พ่อทองนี่ก็แปลก ทำไมต้องดุขนาดนี้ด้วย”
“ถึงพ่อจะดุ แต่ทองก็รักพ่อนะ”
“ช่างเถิด จริงสิวันพระใหญ่ที่จะถึง ที่วัดมีงานบุญกฐินนะทอง งานบุญใหญ่ปีหนึ่งมีแค่หนเดียว หนึ่งวัดจัดได้คราวเดียวเท่านั้น ทองอย่าลืมล่ะ”
“จ้ะ รอให้พอใจดีอีกหน่อย ทองจะไปขออนุญาตพ่ออีกที”
“จริงสิทอง วันนี้พี่มีขนมมาฝากทองด้วยนะ” มือหนาเลื่อนลงไปดึงห่อผ้าสะอาดออกมาจากชายพก เปิดออกด้านในเป็นขนมเสน่ห์จันทร์ลูกบิดเบี้ยวแตกหักอยู่ภายในห่อผ้า
“ขนมหรือ”
“เอ่อ พี่แย่งมาได้เท่านี้ ที่เหลือคนอื่นเอาไปกินเสียหมดแล้ว” เด็กวัดรูปงามยิ้มออกมาก่อนจะยื่นขนมมงคลอันมีความหมายให้เด็กน้อยตรงหน้า
"แต่ถ้าทองกิน พ่อจะโกรธ"
“อ้าปากเร็ว”
“พี่เทพ...”
คำสอน คำห้ามของพ่อดังก้องอยู่เต็มสองหู แต่เสียงกระซิบจากห้วงแห่งความรู้สึกในส่วนลึกว่าใจรัก มันดังสะท้อนสลับอยู่เต็มหัวใจไม่แพ้กัน เนื้อทองทำได้แค่ยืนมองขนมสีทองสดใสทั้งน้ำตา แต่ไม่กล้าอ้าปากรับสิ่งที่เด็กวัดใจดีหยิบยื่นให้
“ทำไมหรือ ทองรังเกียจขนมก้นบาตรของพี่หรือ”
“เปล่าจ้ะ ทองไม่ได้รังเกียจ แต่ว่าพ่อ...”
เปรี๊ยะ! แส้หางกระเบนสะบัดลงบนน่องเรียว เสียงเนื้อบางแตกสนั่นลั่นดังเปี๊ยะเต็มสองหู ร่างคดทรุดลงไปขดตัว งอแขน งอขา หลบอาญาจากแส้อาคมของคนเป็นพ่อ
“พ่อหมอทำอะไร หยุดนะ อย่าตีทอง” ร่างสูงพุ่งเข้าไปใช้ร่างกายแทนเกราะกำบังหันหลังให้แส้เส้นใหญ่ ท่อนแขนท่อนขาโอบรัดร่างเล็กพิกลพิการนั้นไว้เต็มอ้อมแขน
“มึงปล่อยลูกกูเดี๋ยวนี้” หางกระเบนคมฟาดลงไปซ้ำๆ เมื่อเห็นไอ้หนุ่มนั้นกอดรัดร่างลูกชายไว้แนบแน่น
“ไม่ปล่อย ถ้าจะตีก็ตีข้า แต่ห้ามตีเนื้อทองเด็ดขาด”
“มึงคิดจะลองดีกับกูรึ”
“พ่อ อย่าตีพี่เทพ พ่อ...ขอโทษ ทองไม่กินแล้ว พ่ออย่าตีนะ” แขนสั้นกระดูกคดยื่นออกมาพยายามจับแส้นั้นไว้เพราะรู้ดีว่ากำลังมือของคนเป็นพ่อนั้นมากนัก หากปล่อยให้ฟาดลงมาหนักมือเช่นนี้มีแต่คนรักจะเจ็บตัวจนถึงตาย
“มึงขึ้นเรือนไปเดี๋ยวนี้เนื้อทอง”
“ขึ้นแล้ว ขึ้นแล้ว พ่ออย่าตีพี่พรเทพ” มือน้อยๆ ยึดแส้คมกำเอาไว้แน่น น้ำตาหยดโตร่วงเผาะไหลลงมาอาบแก้ม เหลียวมองร่องรอยบาดแผลจากการถูกเฆี่ยนบนร่างกายชายที่ตนรัก แล้วรู้สึกปวดร้าวเจ็บราวกับโดนเฆี่ยนเสียเอง
“พ่ออย่าตีพี่เทพนะ”
“ทองปล่อยเร็ว พี่ไม่เป็นอะไร” มือนุ่มพยายามแกะนิ้วหยาบจากการยึดกำหางกระเบนคม เลือดข้นฉาบอาบไหลจนเต็มฝ่ามือ
“พ่อ...”
“ขึ้นเรือน ไปสิ!” หมอคุ้มดึงแส้กลับ พร้อมกับกระชากคอไอ้หนุ่มเด็กวัดที่นั่งกอดรัดร่างลูกชายลากออกมาโยนห่างไปทางลานดิน ก่อนจะหันมาชี้นิ้วร้องสั่งให้เนื้อทองกลับขึ้นเรือน
“ขึ้นเรือนไปเถิดทอง ไม่ต้องห่วงพี่”
เด็กน้อยละล้าละลัง มองใบหน้าบึ้งตึงของพ่อสลับกับหน้าซีดของคนรัก จากนั้นขยับลุกขึ้นเดินกลับขึ้นไปบนเรือนนั่งยองร้องไห้แอบมองชายหนุ่มผ่านรอยแยกของฝาเรือน เพราะอยากดูให้แน่ใจว่าพ่อจะไม่ลงโทษเฆี่ยนตีพรเทพอีก
“เมื่อไหร่มึงจะจำหือ ไอ้ทอง ว่าห้ามรับของจากคนอื่น กูเห็นมึงโดนพ่อตีตั้งกี่ครั้งแล้ว ไม่เข็ด ไม่หลาบ ไม่จำสักที”
“พี่พรเทพเขาหวังดีแค่เอาขนมมาให้” เสียงซื่อตอบกลับไปในทันที
“มึงเห็นเขาใจดี มึงก็ตีความว่าเขาเป็นคนดีหรือ ระวังเถอะมึง วันไหนเจอเขาเอายาสั่งเล่นของใส่มาให้ กูจะไม่ช่วยพ่อหมอแก้ของให้มึงดอกนะ” ไอ้ครั้นเบะปากยืนกอดอกมองหลังงุ้มเสื้อสีหม่นมีรอยเลือดซึมออกมาเป็นริ้วยาว
“พี่เทพไม่ทำอย่างนั้นหรอก”
“เฮอะ มึงมันรั้นนัก หนนี้กูไม่ต้มประคบให้มึงหรอกนะ กูจะปล่อยให้มึงนอนร้องไห้ครางหงิงๆ อยู่อย่างนั้นแหละ” ไอ้ครั้นสะบัดตีนเตะตูดเล็กอย่างหัวเสียแล้วเดินทิ้งไป
“มึงมาทำไม” เสียงเข้มสะบัดห้วนตามองลงไปยังร่องรอยเส้นแส้ซึ่งมีเลือดไหลซิบซึมออกมาจากแขนขาของเด็กวัดสกุลสูง
“ข้ามาหาเนื้อทอง มาด้วยเจตนาดีไม่เคยคิดร้าย”
“ไม่ต้องมาหามัน ถ้ามึงเจตนาดีจริง อย่าเจอกับลูกกูอีก” ใบหน้าถมึงทึงสะบัดทำท่าจะเดินกลับขึ้นเรือน หากแต่มีมือหนึ่งคว้าดึงข้อเท้าไว้
“พ่อหมอ ข้าไม่เคยมีจิตคิดอกุศลกับเนื้อทองแม้แต่น้อย ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ คือความรัก ความเอ็นดูจากใจแท้ๆ ไม่มีสิ่งใดเคลือบแคลงแอบแฝงเลย”
“ถ้ามึงหวังดีกับเนื้อทองมันจริงๆ ก็อย่ามาเจอมันอีก”
“ทำไม...”
“เพราะมึง...จะเอาความฉิบหายมาให้ลูกกู”
เมื่อเห็นพ่อเดินกลับขึ้นเรือน เนื้อทองคลานไปหมอบรออยู่ตรงกลางชานบ้าน หลังมือยกขึ้นมาปาดน้ำตาทิ้งเพราะคิดว่าพ่อคงตามขึ้นมาตีซ้ำเหมือนอย่างเคย หากแต่หนนี้หมอคุ้มเพียงยืนเฉย แล้วเดินเลยไปนั่งลงบนอาสน์ฌานของตน เนื้อทองหันไปมองสบตากับไอ้ครั้นศิษย์เอกแล้วคลานเข้าไปนั่งพับเพียบอยู่เบื้องหน้า
“เนื้อทองถ้าเอ็งยังเห็นพ่อ เป็นพ่อของเอ็งอยู่ อย่าได้ไปคบหากับไอ้หนุ่มนั่น”
“ทำไมล่ะพ่อ พี่พรเทพเป็นคนไม่ดีหรือ”
“ต่อให้มันเป็นคนดี พ่อก็จะไม่ให้มันเข้าใกล้เอ็ง”
บนฟูกนอนเด็กหนุ่มวัยสิบห้านั่งอยู่หน้ากระจก มองเงาสะท้อนใบหน้าอันงดงามของตนเอง นิ้วเรียวไล้สัมผัสไปตามเนื้อตัวอันมีร่องรอยการลงอาญาความผิดจากผู้เป็นพ่อ จากนั้นโอบกอดท่อนแขนเรียบเรียวงามดุจงาช้าง ระลึกถึงอ้อมกอดของชายหนุ่มซึ่งพุ่งเข้ามาปกป้องตนไว้เมื่อช่วงเย็น
“ถ้าพี่เห็นตัวจริงร่างแท้ของเนื้อทองอย่างนี้ พี่จะยังใจดีกับเนื้อทองเหมือนอย่างเดิมหรือไม่หนอ” เสียงหวานรำพันถามเงาตัวเองในกระจก
“มีอะไร” แม้ดวงตายังปิดสนิทแต่หมอคุ้มก็รู้ด้วยฌานหูทิพย์ ตาทิพย์ว่าคนที่กำลังคลานเข้ามาหาเบื้องหน้านั้นคือใคร
“พ่อ ทองอยากไปทำบุญกฐิน ทองขอไปได้มั้ย” เปลือกตาคล้ำเปิดออกช้าๆ มองต่ำไปเบื้องหน้าเห็นลูกชายในร่างแท้ ใบหน้างดงามสะอาดหมดจด กิริยาอาการแช่มช้อยอ่อนหวานชวนมอง ซ้ำยังมีจิตใจใสซื่อดั่งทารก ลูกตาดำกลมโตรับกับขนตางอนช้อนมองเว้าวอนน่าสงสาร
“เอาไว้ถ้าเอ็งทำตัวดี ถึงวันบุญแล้วค่อยมาคุยกัน ไปนอนได้แล้ว”
“จ้ะ”
ลูกชายถอยหลังคลานต่ำ เดินกลับหายเข้าไปในห้องอย่างว่าง่าย คนเป็นพ่อเอื้อมหยิบแผ่นกระดานชนวนเก่า ด้านบนมีร่องรอยขีดเขียนอักษรโบราณเป็นฤกษ์ยามตกฟากเวลาเกิดดับของบุตรชายเพียงคนเดียว ก่อนจะถอนหายใจยาว มองผ่านไปยังประตูห้องนอนลูกชายแล้วทิ้งน้ำตาไหลลงมาหยดหนึ่ง
“เนื้อทองลูกพ่อ”
*** โอ๊ยยยย ลูกทอง แม่หายใจไม่สะดวกเลยลูก นอกจากหาตัว #ใครฆ่าเนื้อทอง ตอนนี้ใครคือพระเอกกกกกกกก. ... ฉับฉนไปหมดแล้ว
ตอนที่ 45 มีความสุขด้วยกันนะ (จบ)“พี่คณิณ ไม่กลับบ้านหรือครับ” เนื้อทองนั่งเอียงคอมองพรเทพพร้อมตั้งคำถามมาจากบนเตียง เมื่อพรเทพวางสายจากพี่รหัสเรียบร้อยแล้ว“เห็นบอกว่าจะนอนค้างกับดอกเตอร์กานต์น่ะ”“พี่คณิณบอกว่าดอกเตอร์กานต์ทำของใส่ ทำให้พี่คณิณคิดถึงดอกเตอร์ไม่หยุดเลย”“คณิณบอกทองอย่างนั้นหรือ” พรเทพขยับลงมานั่งลงลนเตียงนอนของนักศึกษาที่เขาไปขออนุญาตคุณปู่คุณย่าให้เข้ามาพักอยู่ที่บ้านของเขาแทนการออกไปเช่าหอพักข้างนอก“ครับ พี่คณิณบอกว่าคิดถึงดอกเตอร์กานต์มาก คิดถึงจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ก็เลยต้องไปหาดอกเตอร์กานต์จะให้ดอกเตอร์กานต์ถอนคุณไสยให้”“อย่างนั้นหรือ” พรเทพพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แล้วหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มซึ่งมีนักศึกษาปีหนึ่งหน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดู นั่งแก้มชมพูมองเขาตาแป๋ว“คณิณเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ”“พี่เทพหมายความว่า...พี่คณิณกับดอกเตอร์กานต์”“ดอกเตอร์กานต์น่ะ แต่ไหนแต่ไรมาเป็นคนค่อน
ตอนที่ 44 โดนของตั้งแต่กลับมากรุงเทพ คณิณรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป สิ่งแรกเลยที่ขวางหู ขวางตาทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเขาสูงขึ้นและกระบอกตาร้อนผ่าวๆ นั่นคือพี่ชายกับน้องรหัสที่ขยันเติมความหวานใส่กันจนเขาแทบไม่อยากอยู่ใกล้ ตั้งแต่เด็กจนโตแม้คณิณจะรู้ว่าพี่ชายนั้นเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและเอาใจใส่คนรอบข้างอยู่เสมอก็จริง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นพวกคลั่งรักเด็กขนาดนี้เพราะเพียงเขาหันหลังให้เผลอหน่อยเป็นไม่ได้สองคนนี้แอบเอาแก้มมาชนกัน ป้อนขนม ป้อนน้ำให้ จนคณิณต้องทำใจยอมรับให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิต ส่วนสิ่งที่สองที่คณิณรู้สึกร้อนรุ่มกลุ้มใจจนทำให้ตัวเองไม่มีความสุขคือตัวเขาเองที่รู้สึกจิตใจมันไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่“พี่คณิณเป็นอะไร” เนื้อทองซึ่งนั่งมองไอ้อาการกระสับกระส่ายกับถอนหายใจทิ้งดังเฮือกๆ ของพี่รหัส ทุกสองสามนาทีคณิณจะถอนหายใจทิ้งแรงๆ ออกมาครั้งหนึ่งแล้วก็นั่งไม่ติดเก้าอี้ อาการหลุกหลิกๆ ดูร้อนรนจนผิดปกติ“ไม่รู้สิ พี่ว่า...พี่โดนของ”“หือ พี่คณิณโดนของอีกแล้วหรือ ไปกินอะไรของใคร
ตอนที่ 43 นอนด้วยกัน“ดื้อแบบนี้...แสดงว่าของยังออกไม่หมด” ดอกเตอร์หนุ่มซึ่งนอนคร่อมอยู่ด้านบนอมยิ้มพูด พรางใช้ข้อนิ้วเกลี่ยลงมาบนแก้มขาวของน้องชายเพื่อน“ฮะ อะไรนะครับ” คณิณเอียงแก้มขยับห่างออกมาแต่ฝ่ามืออีกข้างของดอกเตอร์กานต์กางกั้นพร้อมทั้งดันคร่อมข้อศอกล็อกต้นคอนั้นให้นอนอยู่นิ่งๆ“เดี๋ยวพี่เอาของออกให้”สัมผัสนุ่มหยุ่นๆ กดประทับลงมาบนกลีบปาก เรี่ยวแรงแขนขาของคนหนุ่มเหมือนจะถูกดอกเตอร์ผู้เป็นเพื่อนของพี่ชายสูบหายออกไปจากตัว คณิณนอนนิ่งไม่กล้าขยับเพราะยังสับสนอยู่ว่าไอ้ที่แขนขากำลังสั่นเกร็งอยู่นี่ มันเกิดจากฤทธิ์ยาที่หมอให้มา หรือว่าเกิดจาก “ของ” ที่ดอกเตอร์กานต์บอกว่ายังไม่หมด“คุณ...” คำถามและประโยคต่างๆ ที่เรียบเรียงอยู่ในหัว หลุดออกมาจากปากได้เพียงคำเรียกขานสั้นๆ เพราะนอกเหนือจากนั้นมันถูกดูดกลืนหายไปจากคนที่โตกว่า“นอนนิ่งๆ นะครับ” เสียงกระซิบเบาๆ เล่นทำเอาคณิณไม่กล้าขยับ“นี่..”“อย่าดื้อสิ”&ldq
ตอนที่ 42 เพื่อนพี่ชาย“เนื้อทอง” พรเทพคลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจเมื่อเห็นคนที่ตนนั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงนานถึงสามวันสามคืนฟื้นขึ้นมาได้ ด้านหลังเยื้องห่างออกไปคือคุณปู่คุณย่า หลวงตาแก่น พร้อมด้วยพราหมณ์ชุดขาวซึ่งเนื้อทองเจอในภาพฝัน“พี่เทพ หลวงตา...นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ”“พี่กับหลวงตากลับมาจากบิณฑบาต พี่ยอดวิ่งมาบอกว่า ทองกับคณิณหายไปในป่าช้า ทั้งพระ ทั้งเณร ชาวบ้านช่วยกันออกตามหาทั้งวันทั้งคืนก็ไม่เจอ โชคดีได้พราหมณ์บุญเมตตา ท่านแวะมาเยี่ยม มาหาหลวงตาพอดี เลยบอกให้คนช่วยกันขุดศพในป่าช้าขึ้นมา ถึงเจอเนื้อทองกับคณิณถูกฝังรวมอยู่กับศพพวกนั้นด้วย” พรเทพเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง"ทองกับพี่คณิณ ถูกฝังอยู่ในหลุมศพอย่างนั้นหรือครับ"“หมดเคราะห์แล้วนะเนื้อทอง ต่อแต่นี้ไปไม่มีใครมาทำร้าย ทำลายเจ้าได้อีกแล้ว” พราหมณ์เฒ่าผมขาวสะอาดสะอ้านยิ้มน้อยๆ พยักหน้าให้ เนื้อทองมองไปยังย่ามขาวแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตาพราหมณ์ท่านนั้นแล้วก้มลงกราบท่านอยู่บนเตียงผู้ป่วยอีกครั้ง"พราหมณ์บุญ นา
ตอนที่ 41 อโหสิกรรม"แม่ช่วยด้วย" เสียงของไอ้รุ่งร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าเวทนา ดวงตาเหลือกเหล่มองหาแม่ผู้เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของมัน"ปล่อยลูกกู...ปล่อยลูกกู""มึงสองแม่ลูก สมควรตายแล้ว" ไอ้ทองเลาะมีดปลายแหลมกรีดลึกลงไปท่ามกลางความมืดดำของความทรงจำอันย้อนลึกถอยหลังไปไกลหลายชาติ หลายภพ เสียงร่ำไห้จากดวงใจของคนที่ได้ชื่อว่าแม่ แม้ลูกของตัวจะชั่วช้าสามานย์สักเพียงใด แต่อย่างไรเสียนั่นก็ถือว่าเป็นเลือดจากอก ตาประสานตาสองมือแม่ลูกที่พยายามไขว่คว้าเข้าหากัน ก่อนที่ชะตาชีวิตของไอ้รุ่งนั้นจะขาดสะบั้นดับหายไปก่อนที่มันจะได้สัมผัสความรัก ความห่วงใยจากแม่เป็นครั้งสุดท้าย หยดน้ำตาแห่งความขลาดกลัวรั่วไหลออกมาเป็นสายเลือดครืด แผ่นหนังเนื้อมนุษย์ลงอักขระสักยันต์เมตตามหามงคลทั่วทุกรูขุมขนถูกไอ้ทองถลกลอกออกมาอย่างง่ายดายถือชูขึ้นมา นังบัวล้มตัวลงไปนอนเกลือกกลิ้งดิ้นพล่านๆ เรียกหาลูกชายของมัน พร้อมทั้งตีอกชกหัวตัวเอง กรีดร้องราวกับคนบ้า สองมือคว้ามีด คว้าดาบพยายามเข่นฆ่าคร่าเอาชีวิตคนที่ฆ่าลูกชายมัน หากแต่มันไม่อาจทำได้อย่างใจเ
ตอนที่ 40 ศิษย์ทรยศ“พ่อครูจะให้ข้ากับแม่ ช่วยขโมยตำรานะเนื้อทอง จากพ่อครูทองกระนั้นหรือ” ไอ้รุ่งนั่งอยู่ต่อหน้าหมอขาม บนพานมีเบี้ยถุงใหญ่วางไว้ล่อตา สองแม่ลูกผู้ละโมบโลภในเงินทองมองตากันไปมา“ข้าไม่ได้ต้องการคัมภีร์ของไอ้ทองดอก ข้าก็แค่อยากรู้ว่ามันร่ายมนตร์ใดใส่มึง”"ร่ายมนตร์ใส่ข้า...พ่อครูหมายความว่าอย่างไร""ฮึ มึงดูเอาเถิด ว่าไอ้ทอง...มันลวงมึงว่าอย่างไร"หมอขาม เป่าคาถาถอนมนต์ครอบร่างของไอ้รุ่งออก ทำให้นังบัวและไอ้รุ่งซึ่งหลงลำพองใจคิดว่าร่างกายของมันกลับมาเป็นปกติได้รู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วมันยังคงอยู่ในร่างเดิมคือไอ้รุ่งผู้พิกลพิการ หน้าตาอัปลักษณ์ ผิวกายดำคล้ำหยาบกร้านน่ารังเกียจ นังบัวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ยกตีนขึ้นมากระทืบกระดานไม้อยู่โครมๆ ไอ้รุ่งนั่นทุบกำปั้นตบฝ่ามือแป ลงไปบนหัวเข่าหงิกงอ ออกปากด่าทอสาปแช่งคนที่มันก้มกราบเรียกหาว่าเป็นพ่อครูอยู่นานปี ดวงตาถลนปูดโปนเนื่องจากโกรธแค้นเคืองให้พ่อครูทอง และรังเกียจในความอัปลักษณ์ซึ่งฉายส่องมาให้มันเห็นผ่านกระจกเงา“ไอ้ทอง