LOGIN“ท่านเจ้าเมืองอย่าเอาแตงกวาข้า ” “ใครบอกข้าจะเอาแตงกวาเจ้า ข้าต่างหากที่จะมอบแตงกวาของข้าให้แก่เจ้า” บทนำ ลี่หยางที่เจ็บจากความรักที่ถูกหักหลังถูกรถขนปลาชนระหว่างที่รู้ความจริงว่าความรักที่เขามอบให้แฟนหนุ่มคือการหลอกใช้เท่านั้น เขาคิดว่าตัวเองจะตายเพราะถูกชนเข้าอย่างจังแถมยังตกลงสู่ท้องทะเลกว้าง แต่ใครจะไปคิดว่าเขากลับได้ทะลุมิติย้อนเวลากลับไปในยุคโบราณ แถมเขายังมีแม่ที่ต้องเลี้ยงดูฐานะครอบครัวยากจนและท่านแม่ยังไปติดหนี้ท่านใต้เท้าอีกด้วยซ้ำ เมื่อเขาทะลุมิติมาเขาจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในโลกนี้เอง เขาจึงคิดหาทางจะหาเงินไปใช้หนี้แต่ทว่าในบ้านของเขามีเพียงเมล็ดแตงกวาที่เหลืออยู่ ดังนั้นเขาจึงลงมือปลูกแตงกว่าเพื่อขายหาเงินใช้หนี้แต่ระหว่างที่แตงกำลังโตเขากลับถูกใต้เท้ากลั่นแกล้งสารพัด ราวกับสวรรค์เมตตาหรือว่าซ้ำเติมเมื่อท่านเจ้าเมืองที่ย้ายมาใหม่กลับถูกตาต้องใจเขาจนได้ จึงได้จ่ายหนี้ให้ทั้งหมดเพื่อให้เขามาอยู่ข้างกายตนในทุกค่ำคืน ชีวิตใหม่ของลี่หยางจะเป็นอย่างไรติดตามต่อกันได้นะคะ นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้อ้างอิงตามประวัติศาสตร์ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น หากขาดตกบกพร่องหรือติดขัดตรงไหนต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
View MoreTalia’s POV
For three years of marriage, I have been hiding the truth from my alpha husband—I am the daughter of the Alpha King, rather than the omega he knows me to be.
The drums thundered through the clearing as torches lit the night sky. I stood at the center of it all, cloaked in silver and pride, watching the gates with a heart full of hope.
Jason was finally home after a brutal war. As Luna, I’d spent days making sure every detail was perfect tonight, from the linens to the floral centerpieces. I even assisted the omegas with the cooking just to make sure everything was just right.
A month ago, the almighty Alpha King sent Jason to eliminate the rogue wolves at the border of our pack grounds.
Some people might think it’s a bad thing, but I know what it really was. It was good, my dad is slowly coming to accept him. He is giving him more responsibilities to see if he can handle the truth that he married his daughter.
The pride I feel for Jason is indescribable. Finally, everything is falling into place and my dad will recognize that there is no better mate for me than him.
I waited patiently, smiling as I imagined the surprise on his face when I finally had the opportunity to confess everything to him.
“The Shadowclaw Pack welcomes home its future heir!” Jason’s voice rang out, commanding.
The cheers rose instantly. I blinked, confused, until I saw her.
Viki Mayers.
Clinging to his arm like she’d always belonged there. Her dress hugged a gently swollen belly, and Jason’s hand… settled there, proudly.
“This is Viki, our top warrior’s daughter,” he said, turning to face me. “And she’s carrying my pup.”
Gasps rippled. My vision blurred.
My mate. My Alpha. The man I had waited for… had returned to me with another woman carrying his pup.
And Jason didn’t even have the decency to tell me beforehand. Instead, he humiliated me at the celebration I had organized for him.
It felt like my heart was tearing in two. Every inhale was a struggle to maintain my composure. I could hear every whisper that slithered through the crowd:
"Luna Talia never conceived in three years..."
"Viki should have been Luna in the first place..."
“Luna Talia should step down now…”
Jason’s gaze swept over the room and he held no regret. He looked at me with cool indifference, as if I should’ve expected him to make a laughingstock of me.
"To a prosperous future for Shadowclaw!" Jason raised his goblet.
Everyone raised their wine glasses, cheering and clapping. The pack’s elders smiled and nodded, satisfied with the young Alpha’s accomplishments.
And I wanted to scream.
I slipped away during the congratulations and returned to our chamber. No one came looking for me. No one cared.
I allowed myself to fall apart without prying eyes there to mock me.
My heartbreak soon became rage. I was not going to stand for this. Jason would answer for what he had done.
When Jason finally returned to our chamber, I was already there, waiting.
“You shouldn’t have left. You should be happy for me,” Jason said.
“Happy about you betraying me and having a bastard?” I scoffed.
“Enough of the tantrum. I just made it home and I would like a nice evening with my mate,” Jason sighed.
“So, now you see me as your mate,” I laughed bitterly. "How could you do this to me?”
"You’re being unreasonable," he growled.
"Unreasonable?" My voice rose. "You humiliated me in front of the entire pack, and you expect me to just accept it?”
Jason removed his armor, piece by piece, not even bothering to look at me. "It’s done. She’s pregnant. The pack has an heir. You need to accept this.”
“How do you expect me to accept this?” I took a step forward, snarling. “You caused me pain for AN ENTIRE MONTH because you were betraying the mate bond by sleeping with that slut!”
“I advised the pack doctor to give you pain killers. I will make sure he is punished for not properly taking care of you while I was away,” Jason said nonchalantly.
I balked at his audacity. “And that is supposed to make it right?” I demanded.
"You’ve been Luna for three years and haven’t given me an heir," he said simply, as if that justified everything. "Did you expect me to wait forever?”
“I expected you to treat me as your Luna. I expected you to discuss with me if you wanted a breeder, not…”
“Do you even hear yourself, Talia? Did you forget who you are?” Jason snarled, interrupting me.
“I am your Luna,” I responded, not backing down.
“And a Luna provides heirs, and you can’t even do that. If you can’t provide me with an heir, you’re a Luna in name only. I need more than a worthless barren omega cosplaying as a Luna!”
“How dare you speak to me like that!”
Jason’s expression was unreadable. It was as if I was looking at a stranger. His voice was firm and cold as he said, “You have two options. You can leave, lose your status as Luna, and go back to being an omega. Or you can stay and support.”
บทที่ 30 ฮูหยินของท่านเจ้าเมืองรุ่งเช้าวันต่อมา เจียวซิ่งรู้ว่าเรือนของจิ้นหยางถูกวางเพลิงจนไม่เหลือแม้กระทั่งเสาเรือนรีบเดินทางมาที่เรือนของท่านเจ้าเมืองเพื่อกับจิ้นหยาง และเมื่อจิ้นหยางได้ยินรีบไปดูเรือนด้วยความเสียใจ เรือนทั้งหลังมีเพียงขี้เถ้าเท่านั้นและเขาเองก็รู้ดีว่าต้องเป็นฝีมือของใต้เท้ามู่จึงรีบเดินทางไปหาใต้เท้ามู่ที่เรือนเรื่องในครั้งนี้เขาจะไม่น้อยอยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป แม้ตายก็ไม่กลัวแต่ทว่าเมื่อมาที่เรือนของใต้เท้ามู่กลับไม่อยู่และรู้มาว่าท่านเจ้าเมืองได้จัดการจับกุมใต้เท้ามู่ไปยังวังหลวงเพื่อรับโทษ จิ้นหยางครุ่นคิดก็นึกออกว่าที่เขาไม่ให้ตนเองไปหาเมื่อคืนนี้เพราะต้องออกมาจัดการใต้เท้ามู่ทำให้จิ้นหยางทราบซึ้งน้ำใจของเขายิ่งนัก กลับเรือนท่านเจ้าเมืองเพื่อรอเขากลับจากวังหลวง ยิ่งเขาทำดีด้วยเท่าไหร่หัวใจของจิ้นหยางยิ่งเจ็บปวดที่ต้องคอยอาศัยท่านเจ้าเมืองอยู่เรื่อย แม้จะไม่มีเรือนให้อยู่แต่ว่าวันนี้เขาจะใช้หนี้ท่านเจ้าเมืองและพาท่านแม่ออกไปอยู่ที่อื่น หากอยู่ที่นี่ต่อมีแต่หัวใจของจิ้นหยางที่ต้องเจ็บปวดเพียงผู้เดียว เรื่องของท่านใต้เท้ามู่ถูกฝ่าบาทตัดสินความผิดให้ค
บทที่ 29 จัดการใต้เท้ามู่ ฝั่งด้านบ่าวรับใช้ของใต้เท้ามู่ที่เตรียมการเดินทางมายังเรือนของจิ้นหยางเพื่อมาทำลายแปลงผักพร้อมเผาเรือนตามคำสั่งของใต้เท้ามู่เมื่อเห็นว่าดวงตะวันตกดินถึงเวลาที่พวกเขาต้องลงมือจัดการจึงพากันเดินทางมาจัดการตามคำสั่งทันที แต่ทว่าเมื่อมาถึงกลับพบว่าแตงกวาของจิ้นหยางถูกเก็บเกี่ยวไปหมดแล้วมีเพียงเรือนที่เงียบสนิท“ทำไมเรือนถึงได้ไร้แสงไฟอย่างนี้นะ ! ” ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งได้เอ่ยขึ้น อีกคนจึงแย้งขึ้นมา“ในเรือนมีเพียงหญิงชรากับบุตรชายไม่ใช่หรือ ? คงเป็นเพราะเก็บแตงเหน็ดเหนื่อยพากันพักผ่อนเร็วล่ะมั่ง รีบจัดการตามคำสั่งของท่านใต้เท้าเถิดจะได้รีบกลับกันหากผู้อื่นมาเห็นเขาจะเป็นเรื่องใหญ่”“นี่เจ้าจะกลัวอันใด ! ในหมู่บ้านนี้ไม่มีผู้ใดไม่เกรงกลัวใต้เท้ามู่หรอกและไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายอำนาจของท่านหรอกนะ เช่นนั้นเจ้านำไฟนี่ไปโยนใส่หลังคาเรือนสิจะได้รีบกลับ” ชายคนเดิมเอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมยื่นโคมไฟให้แก่เขาเพื่อโยนใส่หลังคาที่ทำด้วยฟางเท่านั้น หากโดนไฟเพียงเล็กน้อยก็ลุกไหม้ทันที“ก็ได้จะได้รีบกลับไปพัก” ชายอีกคนคว้าจับโคมไฟโยนใส่กระท่อมของจิ้นหยางเปลวไฟลุกขึ้นโหมกระหน่ำภายในพริบ
บทที่ 28 ข้ารักบุตรชายของท่าน ฝั่งด้านใต้เท้ามู่เมื่อกลับถึงเรือนเขาร้อนใจโมโหโกรธเกรี้ยวที่ถูกท่านเจ้าเมืองชี้ดาบมาหาตนเช่นนี้อีกทั้งยังช่วยเหลือจิ้นหยางที่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น เขาเสียทั้งเงินทั้งผลประโยชน์ใต้เท้ามู่ไม่อาจจะอยู่นิ่งอีกต่อไป จึงสั่งการให้คนของตนไปจัดการกับเรือนของจิ้นหยางและหาทางกำจัดเจ้าเมืองหลี่ว์ไม่ให้อยู่ที่นี่ได้"เป็นเพียงท่านเจ้าเมืองคิดว่าข้าจะเกรงกลัวหรือไง ไม่ว่ากี่คนต่อกี่คนข้าก็ไม่กลัวและข้าจะทำให้ได้รู้ว่าเข้ามายุ่งกับข้าจะเจอดีอย่างไรน่าเจ็บใจนักที่ข้าไม่ได้แตงกวาของเจ้าจิ้นหยาง ในเมื่อข้าไม่ได้ผู้อื่นจะต้องไม่ได้เช่นกัน ผู้ใดอยู่ข้างนอกเข้ามาหาข้าเดี๋ยวนี้"“ขอรับท่านใต้เท้ามีเรื่องอะไรหรือขอรับ”“ข้ามีเรื่องให้เจ้าไปทำเมื่อท้องฟ้าไร้แสงดวงอาทิตย์เมื่อไหร่พาบ่าวรับใช้ไปจัดการแปลงผักของจิ้นหยางให้เสียหายให้หมดและจัดการเผาไฟในเรือนของจิ้นหยางด้วย ข้าเคยเตือนแล้วว่าอย่าได้แข็งข้อกับข้า เมื่อไม่เกรงกลัวจะต้องเจอบทลงโทษเช่นนี้ ”“ได้ขอรับแต่ว่าในเรือนมีหญิงชราอยู่ด้วย จะไม่เป็นอะไรหรือขอรับ ”“ก็ดีนะสิ ! ให้พวกนั้นตายให้หมดล้วนเป็นเรื่องที่ดีต่อข
บทที่ 27 มาช่วยไว้ทันเสียงของอวิ้นหลี่ว์ดังกึกก้องควบม้ามาด้วยความรวดเร็วดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองจิ้นหยางด้วยความเป็นห่วงก่อนจะหันมามองใต้เท้ามู่ด้วยสายตาเกรี้ยวกราด กระโดดลงจากม้าชักดาบชี้ไปยังหน้าของใต้เท้ามู่อย่างไม่เกรงกลัว โดยมีหลวนเหยาตามมาคอยอารักขาอีกคน เมื่อจิ้นหยางเห็นท่านเจ้าเมืองหลี่ว์ความหวาดกลัวภายในใจหายไปทันที“อะไรกัน ! ท่านเจ้าเมืองท่านกล้าหันปลายดาบมาทางข้าอย่างนั้นหรือ ? ข้าเพียงแค่สั่งสอนชาวบ้านที่โกงคนอื่นเท่านั้นเอง” ใต้เท้ามู่ใบหน้าถอดสีแต่ก็ไม่ได้มีท่าทางหวาดกลัวอะไรเลยแม้แต่น้อยแถมยังเอ่ยถามอวิ้นหลี่ว์อย่างไม่ร้อนตัวอีกด้วยซ้ำ“ไม่จริง! ข้าไม่เคยไปโกงอะไรท่านสักอย่าง มีแต่ท่านที่โกงชาวบ้าน ขู่เข็นทำร้ายร่างกาย” จิ้นหยางผลักร่างของบ่าวรับใช้ให้ออกห่างตนเพราะยามนี้มีทั้งอวิ้นหลี่ว์ที่คอยปกป้องยังมีหลวนเหยาอีกคน"ใต้เท้าสิ่งที่ท่านทำอยู่มิใช่สั่งสอนแล้วกระมั่ง เพราะเมื่อครู่ข้าได้ยินคำพูดของท่านทั้งหมดแล้ว " อวิ้นหลี่ว์เอ่ยน้ำเสียงทุ่มต่ำต่อว่าใต้เท้ามู่"ท่านเจ้าเมืองหลี่ว์ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับท่านสักนิด อย่าได้มาใส่ใจเลยขอรับกลับไปใช้ชีวิตเป็นท่านเจ้าเม
บทที่ 19 ห้ามรู้สึกแสงอรุณรุ่งส่องสว่างเข้ามาในห้องสองร่างกายบึกบึนนอนโอบกอดกันอยู่บนเตียงด้วยความเหน็ดเหนื่อยจิ้นหยางได้ยินเสียงเจี้ยวจ้าวของสาวใช้เขาสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมองเห็นท่านเจ้าเมืองที่นอนกอดตนอยู่ในอ้อมแขนกวาดสายตาจ้องมองคนตรงหน้าอย่างตั้งใจไม่ว่าจะเป็นคิ้วที่คมเข้มดวงตาที่เหมาะเจาะเข้า
บทที่ 7 มาบำเรอข้า“ท่านเจ้าเมืองข้าขออภัยด้วยเพราะข้าซุ่มซ่ามเอง ไม่ทันระวังทำให้หล่นลงมาในอ่างกับท่าน” น้ำเสียงสั่นระรัวรีบเอ่ยบอกพลางยันกายลุกขึ้นแต่ทว่ากลับถูกอวิ้นหลี่ว์ใช้มือจับปลายคางมนให้เงยหน้าขึ้นเพื่อมองให้ชัดเจน ดวงตาของจิ้นหยางช่างดึงดูดเขาเหลือเกิน ริมฝีปากเผยอราวกับยั่วยวนอวิ้นหลี่ว
บทที่ 6 ถูกใจบ่าวใช้หน้าหวาน อวิ้นหลี่ว์ เจ้าเมืองที่ย้ายมาหมู่บ้านแห่งนี้เพราะเขาเบื่อหน่ายเมืองหลวงที่วุ่นวายและบ่าวมากมายรวมถึงเหล่าใต้เท้าที่มักประจบสอพอจึงขอออกมาเป็นเจ้าเมืองที่ชนบทมาอยู่ในที่เงียบสงบ แม้จะทำใจเรื่องงานเลี้ยงฉลองที่น่าเบื่อแต่อย่างไรก็มีเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น เขาจึงนั่งร่ว
บทที่ 5 ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ทั้งสองพากันเดินเข้ามาในตลาดช่างคึกคักตื่นตาตื่นใจของจิ้นหยางเหลือเกิน การที่เขาทะลุมิติมายังที่แห่งนี้ไม่ได้มีเรื่องร้ายอะไรนอกจากความยากจน ที่นี่ทั้งบรรยากาศสิ่งแวดล้อมแตกต่างจากที่เขาอยู่ยิ่งนัก แม้จะลำบากอยู่บ้างแต่เขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว“พี่จิ้นหยางรีบเดินต