ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา

ชะตาชีวิตพลิกผันทะลุมิติมาปลูกแตงกวา

last updateDernière mise à jour : 2025-01-21
Par:  วริษาEn cours
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
30Chapitres
2.7KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

“ท่านเจ้าเมืองอย่าเอาแตงกวาข้า ” “ใครบอกข้าจะเอาแตงกวาเจ้า ข้าต่างหากที่จะมอบแตงกวาของข้าให้แก่เจ้า” บทนำ ลี่หยางที่เจ็บจากความรักที่ถูกหักหลังถูกรถขนปลาชนระหว่างที่รู้ความจริงว่าความรักที่เขามอบให้แฟนหนุ่มคือการหลอกใช้เท่านั้น เขาคิดว่าตัวเองจะตายเพราะถูกชนเข้าอย่างจังแถมยังตกลงสู่ท้องทะเลกว้าง แต่ใครจะไปคิดว่าเขากลับได้ทะลุมิติย้อนเวลากลับไปในยุคโบราณ แถมเขายังมีแม่ที่ต้องเลี้ยงดูฐานะครอบครัวยากจนและท่านแม่ยังไปติดหนี้ท่านใต้เท้าอีกด้วยซ้ำ เมื่อเขาทะลุมิติมาเขาจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในโลกนี้เอง เขาจึงคิดหาทางจะหาเงินไปใช้หนี้แต่ทว่าในบ้านของเขามีเพียงเมล็ดแตงกวาที่เหลืออยู่ ดังนั้นเขาจึงลงมือปลูกแตงกว่าเพื่อขายหาเงินใช้หนี้แต่ระหว่างที่แตงกำลังโตเขากลับถูกใต้เท้ากลั่นแกล้งสารพัด ราวกับสวรรค์เมตตาหรือว่าซ้ำเติมเมื่อท่านเจ้าเมืองที่ย้ายมาใหม่กลับถูกตาต้องใจเขาจนได้ จึงได้จ่ายหนี้ให้ทั้งหมดเพื่อให้เขามาอยู่ข้างกายตนในทุกค่ำคืน ชีวิตใหม่ของลี่หยางจะเป็นอย่างไรติดตามต่อกันได้นะคะ นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้อ้างอิงตามประวัติศาสตร์ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น หากขาดตกบกพร่องหรือติดขัดตรงไหนต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 ถูกหักหลัง

บทที่ 1 ถูกหักหลัง

        เมืองหลวงที่กว้างใหญ่ผู้คนกำลังเดินอย่างเร่งรีบเพื่อไปทำงานไม่ต่างอะไรกับ ลี่หยางชายหนุ่มที่กำลังเดินไปด้านหน้าขะมักเขม้น เขาทำงานทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นงานประจำหรือแม้กระทั่งงานพิเศษเพื่อหาเงินมาให้มาก ๆ ลี่หยางไม่เคยมีครอบครัว เขาเกิดมาเป็นเด็กกำพร้าและเติบโตมาจากสถานที่รับเลี้ยงเด็ก แต่เมื่อมีแฟนเขาจึงรักและเถิดทูลเขามากที่สุด และการทำงานในครั้งนี้เขาตั้งทำงานสารพัดอย่างเพราะครอบครัวของคนรักนั้นเกิดป่วยขึ้นมา เฉินจิ่นหรือแฟนของลี่หยางจึงนำเรื่องที่บ้านมาปรึกษาเพราะไม่รู้ว่าจะหาค่ารักษามาจากไหน ลี่หยางสงสารแฟนสุดหัวใจ เขาจึงได้มอบเงินเก็บให้กับเฉินจิ่น แต่ก็คงไม่พอสำหรับการรักษา ลี่หยางจึงให้คำสัญญาว่าเขาจะหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัวของเฉินจิ่นจนกว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาล

เฉินจิ่นโอบกอดและขอบคุณที่ลี่หยางไม่รังเกียจที่ต้องมาช่วยเหลือเขาแถมยังต้องหาเงินค่ารักษาช่วยเขาอีกด้วย

"เหม่อลอยเชียวนะ รู้มั้ยว่าน้ำเต็มกะละมั่งแล้ว" หัวหน้าของลี่หยางได้สะกิดบอก 

"ขอโทษด้วยครับ ผมจะตั้งใจทำงานให้มากกว่านี้ "ลี่หยางรีบก้มลงขอโทษ เขาทันทีที่ไม่ได้ตั้งใจทำงาน 

"ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนายสักหน่อย ว่าแต่ช่วงนี้นายพักผ่อนน้อยหรือยังไง? เหมือนจะง่วงตลอดเวลา" เจ้านายถามเขาด้วยคความเป็นห่วง 

"พอดีช่วงนี้ผมทำงานหลายที่เพราะต้องหาเงินไปรักษาแม่ของเฉินจิ่น เลยไม่ค่อยได้พักผ่อนนะครับ" เจ้านายเดินเข้ามาตบบ่าและเดินออกไป

"อย่าดูแลเอาใจใส่คนอื่น จนลืมที่จะดูแลตัวเองด้วยล่ะ เงินจะหาเมื่อไหร่ย่อมได้แต่ว่าร่างกายของนายหากเจ็บป่วยขึ้นมาจะมีใครมาดูแล "

"ก็เฉินจิ่นไงครับเขารักผมจะตาย " ลี่หยางยิ้มกริ่มตอบออกมาอย่างมั่นใจ

“ขอให้เขารักนายจริงอย่างที่นายพูดแล้วกัน ตั้งใจทำงานให้เสร็จเถอะนายจะได้ไปทำที่อื่นต่อ” เจ้านายพูดจบก็เดินออกไป เขามาทำงานที่ร้านกาแฟโชคดีที่มีเจ้านายใจดี ทำให้ลี่หยางไม่ค่อยกดดันสักเท่าไหร่ เขาตั้งใจทำงานเสิร์ฟของที่ลูกค้าสั่ง และก็ช่วยเก็บกวาดร้านเมื่อตอนลูกค้าไม่มี ร้านที่เขาทำจะปิดลงตอนบ่าย ทำให้ลี่หยางมีเวลาไปทำงานอีกที่ เป็นร้านอาหารยามค่ำคืนเป็นร้านเหล้า ในตอนแรกที่ลี่หยางไปสมัครเจ้าของอยากให้ลี่หยางไปทำหน้าที่ต้อนรับและเอ็นเตอร์เทนแต่ลี่หยางไม่ชอบงานเช่นนั้นเหมือนไม่ให้เกียรติแฟนตัวเองที่จะให้ผู้อื่นมาแตะต้องร่างกาย ลี่หยางจึงขอทำให้หน้าที่พนักงานเสิร์ฟและคอยเก็บกวาดร้านก็เพียงพอแล้ว แม้เจ้านายจะเสียดายหน้าตาของลี่หยางอย่างไรเขาก็ไม่ยอมทำ 

“ผมกลับก่อนนะครับ ” ลี่หยางเก็บของเสร็จเรียบร้อยก็ร่ำลาเพื่อกลับบ้านพักผ่อน เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลานี่ก็เลยเวลามามากแต่ทำไมเฉินจิ่นยังไม่มารับ ลี่หยางล้วงเอามือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายก็พบกับข้อความของเฉินจิ่นที่ส่งมาบอกว่าวันนี้เขามารับไม่ได้ ลี่หยางถอนหายใจและเดินไปที่ป้ายรถเมย์เพื่อเดินทางพาร่างกายที่เหนื่อยล้ากลับไปที่ห้องนอน ช่วงแรก ๆ เฉินจิ่นจะคอยมารับตลอดแต่ช่วงหลังมานี้เขามักจะไม่ค่อยว่างและบอกว่าตนเองนั้นกำลังดูแลคุณแม่อยู่ แม้ลี่หยางจะเข้าใจแต่เขาเองก็อยากพบหน้าของเฉินจิ่นบ้างเท่านั้นเอง

เมื่อกลับมาถึงห้องลี่หยางก็เดินไปที่เตียงนอนและหลับไปอย่างหมดแรง

ตริ่งๆ ๆ””” เสียงนาฬิกาในเวลาเดิม ๆ ก็ได้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลี่หยางใช้มือคว้าไปปิดนาฬิกาที่ดังอยู่บนหัวเตียงและลุกขึ้นมาปิดตัวก่อนจะเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำไปทำงานเช่นเคย

ติ่ง! เสียงข้อความดังขึ้นในตอนที่ลี่หยางอยู่ในห้องน้ำ เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จแล้วก็ได้เดินออกมาสวมเสื้อผ้าและหยิบมือถือมาดูว่าเฉินจิ่นติดต่อมาบ้างหรือเปล่า ? นี่ก็หลายวันแล้วที่ไม่ได้พบหน้า ตั้งแต่วันที่เงินเดือนของลี่หยางออกเขาก็ได้ขอไปดูแลแม่ แต่แล้วกลับไม่พบข้อความของเฉินจิ่นเลย มีเพียงข้อความของที่ร้านส่งเข้ามาลี่หยางเปิดอ่านก็พบว่าวันนี้ร้านปิดเพราะคุณแม่ของเจ้าของร้านได้ล้มหัวฟาดพื้นต้องกลับไปหาแม่ที่นอกเมือง ลี่หยางอ่านจบก็ได้ยิ้มออกมาทันที เช่นนั้นก็เท่ากับว่าวันนี้เขาได้พักผ่อนหนึ่งวัน แต่ลี่หยางกลับเดินไปหยิบกระเป๋าสะพานและมือถือไปด้านนอกพร้อมเสื้อคุมกันแดด แม้เขาไม่รู้จักกับครอบครัวของเฉินจิ่นเท่าไหร่แต่ก็เคยส่งของกินของใช้ไปให้บ่อย ๆ จึงมีที่อยู่ของเขา ลี่หยางตั้งใจว่าวันนี้จะไปเยี่ยมคุณแม่ที่ป่วยและซื้อของไปฝาก

       ลี่หยางไปที่ตลาดและซื้อของพร้อมเดินไปรอรถที่ป้ายรถเมย์เพื่อเดินทางเขามองดูของที่ซื้อไปฝากก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ วันนี้เขาจะได้พบกับเฉินจิ่นคนรักที่เขาคิดถึงมากที่สุดในตอนนี้ 

ในที่สุดรถก็ได้มาจอดที่หน้าบ้านของเฉินจิ่นเขาลงรถมาก็ได้เดินไปหน้าบ้านเลขที่ที่จดมา ก็ได้พบเลขที่ตนเคยส่งของมาให้บ่อย ๆ

“มาถึงแล้วสินะ นายจะดีใจแค่ไหนนะที่เห็นฉันมาเยี่ยมถึงที่บ้านอย่างนี้ โอ๊ยตื่นเต้นชะมัดอยากเห็นสีหน้าตอนที่เขาเห็นฉันชะมัดคงจะตกใจน่าดู ” ลี่หยางพูดออกมาพร้อมกดกริ่งที่หน้าบ้าน ไม่นานนักก็มีคนออกมาเปิดประตูให้ลี่หยาง 

“ไม่ทราบว่ามาหาใครคะ ”หญิงสาวใบหน้าสะสวยเปิดประตูออกมาและมองดูลี่หยางตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะยิ้มหวานให้เขาเพื่อเป็นการต้อนรับ

“เอ่อ... ไม่ทราบว่าที่นี่บ้านของเฉินจิ่นมั้ยครับ? ” เมื่อเธอได้ยินชื่อของเฉินจิ่นก็รีบชวนเขาเข้าบ้านทันที

“ก็คิดว่าใครที่ไหนที่แท้ก็คงเป็นเพื่อนของเฉินจิ่นใช่มั้ยคะ เข้ามาด้านในก่อนเถอะค่ะ แล้วนี่เอาอะไรมามากมายขนาดนี้คะ” เธอผายมือให้ลี่หยางเข้ามาลี่หยางเองก็ต้องแปลกใจที่เธอถาม และเขาเองก็สงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครเพราะเฉินจิ่นเคยบอกว่าเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียว

ลี่หยางกำลังจะบอกว่าที่เขานำมานั้นเป็นของฝากแต่ก็ไม่ทันได้พูดเฉินจิ่นก็เดินออกมาพร้อมอุ้มเด็กเล็กอยู่ในอ้อมกอด

“ที่รักใครมาหรือทำไมถึงออกมานานขนาดนี้” เฉินจิ่นที่เดินเข้ามาหาผู้หญิงคนนั้นพร้อมโอบกอดเธอ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ลี่หยางที่เดินตามมาก็ได้เห็นเข้าเต็ม ๆ ทั้งสองตา สิ่งที่เกิดอยู่ต่อหน้ามันเกิดความคาดหมาย ใจของลี่หยางเริ่มสั่นไหวและร้อนรุ่ม 

“มีคนมาหาคุณนะค่ะน่าจะเป็นเพื่อนคุณ ใจดีมากเลยซื้อของมาฝากตั้งมากมาย เจ้าหนูมาหาแม่ม่ะให้คุณพ่อได้ไปต้อนรับเพื่อน” ผู้หญิงคนนั้นก็ยื่นมืออุ้มเอาเด็กเล็กที่อยู่ในแขนของเฉินจิ่นมากอดและพาเดินเข้าไปที่ห้อง ส่วนเฉินจิ่นเมื่อรู้ว่ามีคนมาหาเขาก็ได้หันหน้ามาดูก็ต้องสะดุ้งตกใจและใบหน้าก็เริ่มซีดขาว จากต่างลี่หยางที่ตอนนี้รอบดวงตากำลังเอ่อแดงและพยายามกลั่นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา นี่ผ่านมาเขาโกหกมาตลอด ความรักตลอดห้าปีที่ผ่านมาคือสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงลี่หยางทั้งสิ้น ลี่หยางเจ็บปวดหัวใจของตนเองอย่างมากมายแต่ก็ต้องกลั่นน้ำตาซ้อนความเจ็บปวดไว้และยื่นของที่เขาซื้อมาฝากด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ฉันซื้อของมาฝากแม่ของนาย ท่านเป็นอย่างไรบ้างหายดีแล้วหรือ” ลี่หยางพยายามพูดออกมาอย่างเป็นปกติแม้ว่าน้ำเสียงตอนนี้กำลังสั่นเครือ

เฉินจิ่นรีบรับของและวางลงพร้อมเดินเข้ามาใกล้ลี่หยาง

“นี่ลี่หยางฟังฉันก่อนนะ เรื่องนี้ฉันอธิบายได้” เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ลี่หยางมากขึ้น แต่ลี่หยางก็พยายามถอยหลังหนี

“อย่า...เข้ามาใกล้ฉันเดี๋ยวเมียของนายจะเห็นเอาได้ ”

“นี่ฉันบอกแล้วไงว่าฉันอธิบายได้ ฟังฉันก่อนนะ” เฉินจิ่นจับแขนของลี่หยางให้ไปพูดกับตนที่ด้านนอก เขตหมู่บ้านที่เฉินจิ่นอยู่นั้นติดกับทะเลทำให้มีลมแรงโบกสะบัดเขาได้พาลี่หยางมาคุยกันที่ถนนริมทะเล เมื่อมาถึงลี่หยางไม่อาจอั้นความรู้สึกไว้อีกต่อไป 

“ปล่อย!! ฉันบอกให้ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ นี่มันเรื่องอะไรแล้วแม่นายที่ป่วยอยู่ตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วผู้หญิงกับเด็กนั่นอีกหากวันนี้ฉันไม่มาเยี่ยมนายที่บ้านก็คงไม่รู้ว่าที่ผ่านมาฉันโง่ขนาดไหนที่ให้นายหลอกอย่างกับคนโง่ ” ลี่หยางระเบิดอารมณ์ของตัวเองออกมาพร้อมน้ำตาที่กำลังรินไหล 

“ไม่นะ! ฉันไม่เคยหลอกลวงนายเลย ความรู้สึกที่ฉันมีให้นายนั่นคือของจริง แต่ว่าผู้หญิงคนนั้นมันคือความจำเป็นที่ฉันต้องทำเช่นนั้น”

“ความจำเป็นอะไร? หากนายไม่รักเธอก็คงไม่มีเด็กคนนั้นมาเกิดหรอกนะ นายกลับไปเถอะไปอยู่กับครอบครัวของนาย ตอนนี้ฉันไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ฉันเหนื่อย” น้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจากตาของลี่หยางอย่างมากมาย

“ฟังฉันก่อนนะ แม่ของฉันไม่สบายจริง ๆ และท่านอยากอุ้มหลาน ฉันต้องทำ...”

“หยุดอย่ามาอ้างเลย ถ้านายรักฉันจริงจะไม่มีทางหักหลังฉันแบบนี้ เอามือสกปรกของนายออกมาจากมือฉันเดี๋ยวนี้ ” ลี่หยางไม่อาจทนฟังคำโกหกที่ออกมาจากปากของเฉินจิ่นได้อีกต่อไปเขาสะบัดมือของเฉินจิ่นออกและวิ่งหนีเขาไปแต่ในเวลาเดียวกันรถบรรทุกสัตว์ทะเลเพื่อไปส่งตามที่ต่าง ๆ ก็ได้ขับออกมาด้วยความเร็วทำให้เขาไม่สามารถเบรกทำชนเข้ากับร่างของลี่หยางอย่างแรงก่อนที่จะกระเด็นลงไปในทะเล เสียงดังกึกก้องไม่ว่าจะเป็นเสียงเบรกของล้อรถหรือเสียงที่ตะโกนออกมาของเฉินจิ่นที่ดังอยู่ในหูของลี่หยางที่กำลังร่องลอยไปที่ทะเลความเจ็บปวดที่จิตใจนั้นมากกว่าแรงที่รถชนเขาหลายร้อยเท่า ร่างของลี่หยางกำลังจมลงอย่างช้า ๆ ตอนนี้เขาไม่รับรู้อะไรนอกจากความหนาวเหน็บในร่างกายลี่หยางเริ่มทรมานเพราะน้ำกำลังไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายเขาหลับตาลงอย่างช้า ๆ และปล่อยให้ตนเองจมลงไปที่ใต้ท้องทะเล และภาวนาในจิตใจ หากได้เกิดมาอีกครั้งเขาจะไม่ขอรักใครอีกเลยและไม่ขอพบเจอกับเฉินจิ่นอีก

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
30
บทที่ 1 ถูกหักหลัง
บทที่ 1 ถูกหักหลัง เมืองหลวงที่กว้างใหญ่ผู้คนกำลังเดินอย่างเร่งรีบเพื่อไปทำงานไม่ต่างอะไรกับ ลี่หยางชายหนุ่มที่กำลังเดินไปด้านหน้าขะมักเขม้น เขาทำงานทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นงานประจำหรือแม้กระทั่งงานพิเศษเพื่อหาเงินมาให้มาก ๆ ลี่หยางไม่เคยมีครอบครัว เขาเกิดมาเป็นเด็กกำพร้าและเติบโตมาจากสถานที่รับเลี้ยงเด็ก แต่เมื่อมีแฟนเขาจึงรักและเถิดทูลเขามากที่สุด และการทำงานในครั้งนี้เขาตั้งทำงานสารพัดอย่างเพราะครอบครัวของคนรักนั้นเกิดป่วยขึ้นมา เฉินจิ่นหรือแฟนของลี่หยางจึงนำเรื่องที่บ้านมาปรึกษาเพราะไม่รู้ว่าจะหาค่ารักษามาจากไหน ลี่หยางสงสารแฟนสุดหัวใจ เขาจึงได้มอบเงินเก็บให้กับเฉินจิ่น แต่ก็คงไม่พอสำหรับการรักษา ลี่หยางจึงให้คำสัญญาว่าเขาจะหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัวของเฉินจิ่นจนกว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลเฉินจิ่นโอบกอดและขอบคุณที่ลี่หยางไม่รังเกียจที่ต้องมาช่วยเหลือเขาแถมยังต้องหาเงินค่ารักษาช่วยเขาอีกด้วย"เหม่อลอยเชียวนะ รู้มั้ยว่าน้ำเต็มกะละมั่งแล้ว" หัวหน้าของลี่หยางได้สะกิดบอก "ขอโทษด้วยครับ ผมจะตั้งใจทำงานให้มากกว่านี้ "ลี่หยางรีบก้มลงขอโทษ เขาทันทีที่ไม่ได้ตั้งใจทำงาน "ฉันยังไม่ได้ว่าอะ
Read More
บทที่ 2 หมู่บ้านจั๋วมู่หลาง
บทที่ 2 หมู่บ้านจั๋วมู่หลาง“ท่านป้าเมื่อไหร่ท่านพี่จิ้นหยางจะฟื้นเสียที นี่ก็หลายชั่วยามแล้วหรือว่าท่านพี่จะจากข้าไปแล้ว” เสียงเจี้ยวจ้าวของใครกันนะมารบกวนฉันแบบนี้รู้มั้ยว่าเวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของฉันโอ๊ยอยากจะบ้าตาย ลี่หยางบ่นพึ่มพำก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างล้า ๆ“โอ๊ะ! ท่านป้าท่านพี่ฟื้นแล้ว ท่านพี่ท่านฟื้นแล้วท่านรู้มั้ยว่าข้าตกใจแค่ไหนที่คิดว่าท่านพี่จะจากไปตอนอายุเพียงเท่านี้ จากนี้ไปท่านพี่ห้ามไปที่แม่น้ำเพียงผู้เดียวอีกนะ” เด็กหนุ่มก้มลงมากอดร่างของลี่หยางทำให้เขาตกใจเพราะไม่เคยพบเจอกับเด็กนี่ัสักครั้งแต่เขาก็ต้องแปลกใจมากกว่าเดิมที่เห็นสภาพบ้านที่เก่าทรุดโทรมทำด้วยไม้คล้ายกระท่อม และเสื้อผ้าที่สวมใส่และต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อเห็นผู้หญิงแก่คนหนึ่งเดินมาหาเขาด้วยรอยยิ้มพร้อมโอบกอด“จิ้นหยางของข้า โล่งอกไปทีสวรรค์เมตตาเจ้ายิ่งนัก” เธอเข้ามาสวมกอดลี่หยางอีกคนทำให้เขาเริ่มหายใจไม่ออกและตะโกนออกมา“โอ๊ย! ปล่อยฉันนะ ” ทั้งสองผละออกห่างจากร่างกายของลี่หยางและจ้องมองเขาอย่างแปลกใจ“เอ๊ะ! เจ้าเป็นอะไรหรือว่าไม่สบายตรงไหนข้าจะไปตามท่านหมอประจำหมู่บ้านมาตรวจเจ้าอีกที นี่เจียวซิ่งเจ้าอยู่นี่
Read More
บทที่ 3 ทำไมต้องกลัว
บทที่ 3 ทำไมต้องกลัวระหว่างทางจิ้นหยางก็ได้ถามเจียวซิ่งเกี่ยวกับใต้เท้ามู่ว่าเหตุใดต้องเกรงกลัวด้วย เจียวซิ่งก็ได้เล่าให้ฟังว่าท่านป้านั้นได้ไปหยิบยืมเมล็ดพันธุ์ข้าวมาปลูกแต่ทว่าไม่มีความรู้แล้วแห้งแล้ง ทำให้ไม่มีผลผลิตและไม่มีข้าวไปคืนท่านใต้เท้าทำให้เขาคิดเป็นจำนวนพร้อมดอกเบี้ยที่มากมายมหาศาล ใต้เท้าเป็นคนมักโลภหากผู้ใดได้ดีก็มักจะกลั่นแกล้ง แต่หากว่าผู้ใดแบ่งผลผลิตให้ก็จะปล่อยผ่าน เป็นอยู่อย่างนี้มาเนิ่นนานทำให้ใต้เท้าผู้นี้ร่ำรวยขึ้นทุกวัน เมื่อจิ้นหยางได้ฟังก็กำหมัดแน่นเช่นนี้ก็ไม่ต่างจากรีดเลือดกับปู“เหอะ เป็นคนเห็นแก่ตัวแก่ได้จริง ๆ ตอนนี้ดูท่าฝนจะตกแล้ว ฉันจะต้องทำทุกอย่างเพื่อหาทางใช้หนี้ใต้เท้ามู่ผู้นี้ให้ได้ ชีวิตของฉันต่อจากนี้จะได้สุขสบาย” จิ้นหยางครุ่นคิดในใจพลางเดินตามหลังเจียวซิ่งไปในป่า ไม่นานนักก็ถึงป่า ไม้แห้งน้อยใหญ่เต็มไปหมดเจียวซิ่งวางผ้ามัดฟืนเอาไว้ที่พื้นก่อนจะเดินเก็บมาใส่ผ้าให้ได้มากที่สุด จิ้นหยางเห็นดังนั้นจึงรีบทำตามเจียวซิ่งโดยไม่รอช้า ในที่สุดทั้งสองก็พากันเดินกลับเรือนครั้นใกล้จะถึงกระท่อมของจิ้นหยางเม็ดฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างโหมกระหน่ำ เจียวซิ่งหั
Read More
 บทที่ 4 ลงมือปลูกผัก
บทที่ 4 ลงมือปลูกผักเสียงนกขับขานร้องส่งกันไปมา แสงสว่างจากดวงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในกระท่อมแยงตาผู้ที่นอนลับสนิทให้รู้สึกตัว จิ้นหยางลืมตาขึ้นกวาดสายตามองต้องสะดุ้งตกใจอีกครั้งก่อนจะนึกออกได้ว่าตัวเองทะลุมิติมาจากที่อื่น"เฮ้อ! คิดว่าฝันไปเสียอีก คงเป็นฟ้าลิขิตสินะ " จิ้นหยางเอ่ยพลางยันกายลุกขึ้น มองเห็นสตรีที่นอนอยู่บนเตียงยังไม่ตื่นจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นไม่ให้เกิดเสียงดังก่อนเข้าไปที่ครัว เพื่อทำอาหารเช้าเมื่อเข้ามาในครัวยามนี้มีเพียงมันเทศเท่านั้นที่เหลืออยู่ นี่คงเป็นอาหารสุดท้ายแล้วสินะ"คงไม่มีทางเลือกแล้วต้องทำอันนี้กินสินะ ว่าแล้วเชียวทำไมเจียวซิ่งถึงได้ไม่อยากกินข้าวเย็นด้วย " จิ้นหยางเอ่ยพึมพัมก่อนจะจัดการนำมันไปเผาเพื่อกินประทังชีวิตเมื่อจัดการมันเสร็จจิ้นหยางได้ออกไปสำรวจบริเวณรอบ ๆ กระท่อม บรรยากาศกำลังเย็นสบายหลังจากที่ฝนตกไปทั้งคืนเช้านี้จึงมีหมอกควันลอยบนท้องฟ้า"พี่จิ้นหยางข้ามาแล้วขอรับ " พลันเสียงของเจียวซิ่งดังขึ้น จิ้นหยางหันขวับไปมองทันที"เจ้าเด็กคนนี้คงจะติดจิ้นหยางนี่มากสินะ ทั้ง ๆ ที่เช้าขนาดนี้ยังเร่งรีบมาที่นี่ แต่ก็ดีเหมือนกันฉันเองจะได้ไม่เหงา " จิ้นหยางพูด
Read More
บทที่ 5 ท่านเจ้าเมืองคนใหม่
บทที่ 5 ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ทั้งสองพากันเดินเข้ามาในตลาดช่างคึกคักตื่นตาตื่นใจของจิ้นหยางเหลือเกิน การที่เขาทะลุมิติมายังที่แห่งนี้ไม่ได้มีเรื่องร้ายอะไรนอกจากความยากจน ที่นี่ทั้งบรรยากาศสิ่งแวดล้อมแตกต่างจากที่เขาอยู่ยิ่งนัก แม้จะลำบากอยู่บ้างแต่เขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว“พี่จิ้นหยางรีบเดินตามข้ามาขอรับ เดินไปอีกไม่ไกลเท่าไหร่จะเจอเรือนของท่านเจ้าเมืองแล้วขอรับเห็นด้านหน้านั้นหรือไม่? ผู้คนจอแจเต็มหน้าเรือนสงสัยจะมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ ข้าได้ยินมาว่าท่านเจ้าเมืองที่ย้ายมาใหม่มีใบหน้าที่หล่อเหลาข้าชักอยากจะเห็นแล้วสิว่าจะหล่อเท่าข้ามั้ย” จิ้นหยางมองใบหน้าของเจียวซิ่งก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขบขันในความมั่นอกมั่นใจของเขาเหลือเกิน“พี่จิ้นหยางหัวเราะข้าอย่างนั้นหรือ? ท่านไม่รู้สินะว่าข้านะมีใบหน้าหล่อเหลาที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว หากข้าเติบโตอีกสักหน่อยคงจะมีสตรีมากมายเข้าหาจนน่ารำคาญแน่นอน”“ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเจ้าเลยนะ ไหนล่ะทางที่เจ้าจะพาหาเข้าไปหาอาหาร เท่าที่ข้าดูผู้ที่เข้าไปต้องมีเทียบเชิญมิใช่หรือ” สองเท้าก้าวมาถึงหน้าเรือนเห็นคนที่เข้าไปต้องยื่นเทียบเชิญให้แก่บ่าวรับใช้ที่
Read More
บทที่ 6 ถูกใจบ่าวใช้หน้าหวาน 
บทที่ 6 ถูกใจบ่าวใช้หน้าหวาน อวิ้นหลี่ว์ เจ้าเมืองที่ย้ายมาหมู่บ้านแห่งนี้เพราะเขาเบื่อหน่ายเมืองหลวงที่วุ่นวายและบ่าวมากมายรวมถึงเหล่าใต้เท้าที่มักประจบสอพอจึงขอออกมาเป็นเจ้าเมืองที่ชนบทมาอยู่ในที่เงียบสงบ แม้จะทำใจเรื่องงานเลี้ยงฉลองที่น่าเบื่อแต่อย่างไรก็มีเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น เขาจึงนั่งร่วมฉลองอยู่กับเหล่าใต้เท้าที่อยู่ในหมู่บ้านนี้รวมถึงเรือนของคนมีฐานะที่เข้ามาแสดงความยินดี ความเบื่อหน่ายที่พบเจออยู่บ่อย ๆ จนเคยชินจู่ ๆ สายตาพลันมองไปเห็นบุรุษใบหน้าหวานแต่งกายเหมือนเป็นบ่าวในเรือนนี้ช่างสะดุดตามากกว่าทุกคนที่เขาเคยพบเจอมา ดวงตากรีดยาวเศร้าหมองแต่ช่างดึงดูดเขายิ่งนัก การแสดงที่อยู่ตรงหน้ายังไม่น่ามองเท่าบ่าวรับใช้ผู้นั้นแม้แต่น้อย ยิ่งยามที่มือเรียวยาวหยิบจับอาหารเข้าปากริมฝีปากอ้ารับอาหารเข้าไปเคี้ยวกินยิ่งทำให้เขาสั่นไหว อยากจะครอบครองร่างกายของบ่าวผู้นี้เหลือเกิน คิดไม่ผิดเลยที่ครั้งนี้เขาย้ายมาอยู่ที่แห่งนี้ ราวกับพบเจอทับทิมแสนงาม ครั้นสายตาของเขาหันไปทางอื่นชั่วครู่หันกลับมาไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของบ่าวผู้นั้น อวิ้นหลี่ว์รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ร่ำลาทุกคนให้ทุกคนดื่มด่ำ
Read More
บทที่ 7 มาบำเรอข้า
บทที่ 7 มาบำเรอข้า“ท่านเจ้าเมืองข้าขออภัยด้วยเพราะข้าซุ่มซ่ามเอง ไม่ทันระวังทำให้หล่นลงมาในอ่างกับท่าน” น้ำเสียงสั่นระรัวรีบเอ่ยบอกพลางยันกายลุกขึ้นแต่ทว่ากลับถูกอวิ้นหลี่ว์ใช้มือจับปลายคางมนให้เงยหน้าขึ้นเพื่อมองให้ชัดเจน ดวงตาของจิ้นหยางช่างดึงดูดเขาเหลือเกิน ริมฝีปากเผยอราวกับยั่วยวนอวิ้นหลี่ว์ให้ลิ้มลอง ร่างกายของเขาอวิ้นหลี่ว์เลือดลมกระฉูดทั่วร่างหากปล่อยบ่าวผู้นี้ออกไปจากอ่างน้ำวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่ ๆ“ข้ายังไม่ได้ว่าอันใดเจ้าสักนิดอีกอย่างมิใช่เจ้าซุ่มซ่ามแต่เป็นข้าต่างหากที่ทำให้เจ้าลงมาแช่น้ำกับข้าเช่นนี้เจ้าชื่ออันใดหรือ”“เอ่อ...ข้าน้อยมีนามว่าจิ้นหยางขอรับ” เพราะน้ำเสียงที่นุ่มนวลอ่อนหวานกำลังเอ่ยถามทำให้จิ้นหยางไม่ทันได้คิดจึงเอ่ยบอกชื่อตนเองออกไป“ชื่อไพเราะเสียจริง ต่อจากนี้เรียกข้าว่าท่านเจ้าเมืองหลี่ว์ ไหนลองเรียกสิ”“ท่านเจ้าเมืองหลี่ว์” น้ำเสียงสั่นกระเส่าเรียกดวงตาหลุบลงด้วยความเขินอายเมื่อถูกเขาจับปลายคางให้เงยมอง จิ้นหยางใจสั่นไหวเมื่อถูกเขาสัมผัสอย่างอ่อนโยน ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกของจิ้นหยางเจ้าเมืองหลี่ว์มิอาจจะอดกลั่นที่จะครอบครองร่างกายที่อยู่เบื่องหน้
Read More
บทที่ 8 กลืนกินกันและกัน
บทที่ 8 กลืนกินกันและกันอวิ้นหลี่ว์ปล่อยมือออกจากแท่งร้อนของจิ้นหยางเงยหน้าขึ้นยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจที่เห็นจิ้นหยางเหนื่อยหอบอยู่ตรงหน้า แต่เขาไม่ให้จิ้นหยางได้พัก จับแขนของจิ้นหยางให้หันมาหาตน“ในเมื่อข้าทำเจ้าเสร็จแล้วถึงตาข้าจะมีความสุขบ้างแล้ว ดูสิมังกรของข้าตั้งผงาดรอเจ้าปรนนิบัติอยู่” จิ้นหยางหมั่นไส้คนตรงหน้าเหลือเกินทำไมเขาถึงได้เอ่ยมาอย่างไม่อายอย่างนี้ จิ้นหยางจ้องมองแท่งร้อนของท่านเจ้าเมืองก่อนจะใช้มือทั้งสองสาวขึ้นลงสายตาจ้องมองใบหน้าของเขา หากเขาตั้งใจทำให้เสร็จคงจะหนีออกไปได้ รีบมาทำให้จบเสียทีไม่เช่นนั้นท่านแม่จะเป็นห่วงเมื่อคิดได้เช่นนั้นจิ้นหยางก้มลงครอบปากสวมแท่งเนื้อลำยาวจนคนถูกกระทำหน้าบิดเบี้ยวแสดงความเสียวซ่านเมื่อปลายลิ้นของจิ้นหยางกวาดตวัดดูดแรง มือขวาของอวิ้นหลี่ว์จับขอบอ่างเพื่อยับยั้งความเสียว อีกข้างยื่นมาจับหัวของจิ้นหยางเอาไว้จิ้นหยางรูดขึ้นรูดลง ใช้ปลายลิ้นตวัดปลายหัวกลมมนก่อนจะก้มดูดเม้นด้วยความแรงมากกว่าเดิม จนอวิ้นหลี่ว์ครวญครางออกมา“ซี้ด ... อ๊าาาลึก ลึกกว่านี้อีกนิด เจ้าใช้ลิ้นได้เก่งเหลือเกินดูดรัดจนข้าปวดไปหมด” เสียงครางกระเส่าของอวิ้นหลี่ว์ทำ
Read More
บทที่ 9 ตามจับหนู
บทที่ 9 ตามจับหนูฝั่งด้านจิ้นหยางเช้าวันนี้เขาตื่นสายกว่าทุกวันเพราะร่างกายที่ผ่านศึกมาถึงสองคราทำให้รู้สึกเจ็บไม่น้อยและเหน็ดเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก แต่แล้วเสียงของเจียวซิ่งได้ดังขึ้นปลุกเขาที่อยู่บนเตียงด้วยความเป็นห่วง“พี่จิ้นหยาง ท่านกลับออกมาได้อย่างไรขอรับถูกจับได้หรือไม่? ข้าเป็นห่วงท่านแทบแย่ เฮ้อ! ข้าคิดว่าท่านต้องถูกทำโทษจึงรีบมาหาท่านแต่เช้าเมื่อเห็นท่านนอนอยู่เช่นนี้ข้าเองก็เบาใจ” จิ้นหยางสะลึมสะลือตื่นขึ้นด้วยน้ำเสียงเจี๊ยวจ้าวของเจียวซิ่ง“นี่เจ้า ...อยากให้ท่านแม่รู้หรือไงว่าไปที่ใดมาถึงได้แหกปากเสียงดังแต่เช้าตรู่เช่นนี้”“ท่านป้าไม่อยู่ในเรือนเสียหน่อยขอรับ อีกอย่างท่านป้าไม่ระแคะระคายที่ท่านกลับมาทีหลังข้าด้วยซ้ำ ท่านรีบบอกข้ามาว่าท่านออกมาจากเรือนท่านเจ้าเมืองได้อย่างไร เขาเรียกท่านไปทำไมกัน” ใบหน้าของเจียวซิ่งคิ้วขมวดเข้าหากันเพ่งมองมายังใบหน้าของจิ้นหยางด้วยความอยากรู้อยากเห็น จิ้นหยางไม่อยากให้เจียวซิ่งรู้ว่าเมื่อคืนนี้เขาพบเจออะไรมาเลยต้องโกหกออกไป เขาลุกขึ้นใช้มือดันหัวของเจียวซิ่งออกห่างก่อนจะต่อว่าเขา“เพราะเจ้าที่ทำให้ข้าลำบาก ต่อจากนี้ข้าจะไม่เชื่อใจเจ้าไปไ
Read More
บทที่ 10 ท่านใต้มู่หน้าเหี้ยมใจโหด
บทที่ 10 ท่านใต้มู่หน้าเหี้ยมใจโหดตะวันเริ่มบ่ายคล้อยจิ้นหยางกับเจียวซิ่งกลับมาจากตัดไม้ไผ่เพื่อนำมาทำเป็นหลักให้แตงกวาเกี่ยวพันขึ้นยามใหญ่เมื่อมาถึงเรือน หน้าเรือนมีต้นไม้ใหญ่พร้อมกับแคร่ไม้ไผ่หนึ่งตัวไว้เป็นที่พักพิงยามร้อน ๆ ทั้งสองจึงพากันมานอนเอนหลังพักผ่อน“ท่านจะรีบไปตัดมาไผ่มาทำไมหรือขอรับ ผักของท่านยังไม่ขึ้นเลยนะขอรับ เราจะไม่เหนื่อยเปล่าหรือ? ”“ข้ามั่นใจอย่างไรแตงกวาของข้าต้องขึ้น เจ้าอย่ามาพูดให้ข้าละเหี่ยใจเช่นนี้สิ”“จริงสิ! พี่จิ้นหยางตอนที่ท่านขัดหลังให้ท่านเจ้าเมืองท่านคงเห็นเรือนร่างเขาหมดทุกจุดแล้วใช่หรือไม่? เช่นนั้นท่านจงตอบข้ามาว่าข้ากับท่านเจ้าเมืองผู้ใดหล่อเหลากว่ากันขอรับ” เมื่อถูกถามใบหน้าของจิ้นหยางแดงระเรื่อครั้นนึกภาพของท่านเจ้าเมืองที่เขาสัมผัสมาแทบทั้งคืน จนต้องลุกขึ้นจากแคร่เดินหนีเจียวซิ่งเพราะกลัวว่าเขาจะเห็นสีหน้าของตนยามนี้“ไม่รู้ ...ไม่มีผู้ใดหล่อเหลาสักคนไปหาท่านแม่ดีกว่าเย็นนี้มีอะไรกินนะ!”“เดี๋ยวสิท่านพี่มาตอบข้าก่อน ว่าผู้ใดหล่อเหลากว่ากัน” เจียวซิ่งลุกขึ้นเดินตามหลังของจิ้นหยางแต่ทว่าเมื่อมาถึงหน้าเรือนกลับเห็นว่ายามนี้มีเกี้ยวมาหยุดเทียบท
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status