ตอนที่ 3 เสน่ห์เนื้อทอง
กลางเรือนหมอเสน่ห์มีหญิงร่างท้วมคนหนึ่ง นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทางหมอบกราบ ใบหน้าหมองก้มต่ำลงไปจนเกือบติดพื้นกระดานเรือน เนื้อทองขยับคลานมานั่งอยู่เยื้องไปทางเสาเรือนกลางบ้านเอียงข้างพิงไหล่ข้างหนึ่งพักไว้
“มึงมีเรื่องเดือดร้อนอะไรก็ว่ามา” เสียงห้วนเอ่ยถามทั้งที่นัยน์ตายังปิดสนิท
“ข้าอยากทำเสน่ห์เรียกผัวคืน”
“เฮอะ รอบนี้เห็นจะไม่ง่ายอย่างครั้งก่อน เรือนนั้นมันไม่ยอมง่ายๆ” ตาแข็งเหลือกลืมขึ้นมาก่อนจะยิ้มเยาะเหี้ยมเกรียม
“ช่วยข้าทีเถิดพ่อหมอ ข้ายอมแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง หากแต่ข้าเสียผัวไปไม่ได้จริงๆ”
“มึงยอมแลกแน่หรือ...” ร่างหนายื่นล้ำค้ำศอกลงบนหัวเข่า ดวงตาเป็นประกายฉายแววเหี้ยมขึ้นมาในบัดดล
“แน่จ้ะ ขอแค่ให้มันกลับมา ต่อให้ข้าต้องแลกด้วยชีวิตข้าก็ยอม” พานขันธ์บูชาครูถูกชูขึ้นเหนือหัว
“ฮึ ฮึ ฮึ ได้อย่างนั้นก็ดี” มือหยาบใหญ่ยื่นออกไปรับพานขันธ์ ปากคล้ำขมุบขมิบท่องบ่นมนต์ดำงึมงำพึมพำก่อนจะเป่าลมเย็นพ่นผ่านกระหม่อมหนา พานขันธ์บูชาครูถูกส่งยื่นให้ลูกชายซึ่งคลานขยับมารับไว้ พ่อหมอชำนาญงานเสน่ห์หยิบของสิ่งหนึ่งมาจากหิ้งบูชา ลักษณะคล้ายกระดูกไก่แห้งๆ สองท่อนมัดติดกันไว้ด้วยด้ายสายสิญจน์สีแดง
“เนื้อทอง” หมอเสน่ห์ขานชื่อลูกชายเพียงเบาๆ
เด็กน้อยรู้หน้าที่คลานเข่าขยับยกขันทองเหลืองใบหนึ่งมาตั้งวางลงตรงเบื้องหน้า กิ่งว่านหลงนาง ขนาดเท่านิ้วก้อยถูกน้ำมาเคียนจุดไฟจนเกิดกลายเป็นควันคลุ้ง คาถาภาษาเขมรพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากหนารัวเร็วจนฟังไม่ได้ศัพท์ ท่องสลับออกมา มือหยาบจับกระดูกผีตายโหงวนรอบว่านโบราณปากพร่ำบริกรรมคาถาภาษาไสยเวทย์ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นส่งให้คนที่อยากได้
ตึก ตึก ข้อศอกแข็งทรุดปักลงไปบนพื้นเรือนไหล่ลู่กดต่ำเกือบเป็นนอนราบ ร่างท้วมสั่นกราวเหงื่อกาฬแตกพลั่กด้วยความกลัว สำนึกรู้ถึงสิ่งลี้ลับอันมองไม่เห็นกำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง เนื้อทองน้องน้อยเหลือบสายตาจ้องมองบ่าสองข้างของหญิงผัวทิ้ง เห็นอสุรกายร่างผอมหัวโตนั่งยองอยู่บนไหล่ลิ้นยาวแลบเลียออกมาปัดป่านปาดไปตามหน้าตาเนื้อตัวน่าเกลียดน่ากลัวน่าชัง ก่อนจะก้มต่ำหลบสายตาวิญญาณร้าย
“มึงเอานี่ไป ก่อนขึ้นเรือนให้มึงเตรียมเครื่องเซ่นใส่กระทงวางไว้ตรงหัวกระไดอย่าได้ขาด ของนี่ไว้ใต้แท่นที่นั่ง ที่นอนของมัน ใต้หมอน ใต้ฟูกได้ทั้งนั้น ไม่พ้นสามวันมันจะกลับมา”
บนเรือนไม้ด้านหลังเป็นลานกว้างยื่นออกไปตีผนังกั้นสูงสร้างขึ้นมาเพื่อใช้หลบหลีกสายตาของผู้คน เสาไม้มงคลสี่อย่างปักโยงด้วยด้ายสายสิญจน์รอบทิศ เทียนไขแท่งใหญ่สีแดงจุดสว่างเต็มกลางชานเรือน ตรงกลางนั้นมีตุ่มน้ำขนาดใหญ่ด้านในเป็นน้ำมนต์อันได้มาจากน้ำฝน น้ำฟ้า อันไม่ตกต้องผ่านชายคาเรือนเพื่อความสะอาดบริสุทธิ์ ล้นปริ่มเต็มขอบโอ่งถูกโรยโปรยไว้ด้วยดอกไม้ของหอมนานาชนิด ร่างเปลือยของหนุ่มน้อยเนื้อทองขาวสว่างแข่งกับแสงจันทร์ กำลังนั่งหลับตาพนมมือท่องบ่นบริกรรมคาถาที่พ่อสอนให้ ในทุกคืนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวงนี่คือพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้เป็นพ่อจะปิดประตูเรือนเพื่อทำพิธีชุบตัวให้กับเนื้อทองผู้เป็นบุตรชายติดต่อกันเช่นนี้มาครบเจ็ดปีไม่มีขาดแม้แต่คืนเพ็ญเดียว
“มนต์มหาเสน่ห์หมื่นเล่ม พันคาถา ข้าจะเสกมนต์ขลัง ฝังมันลงไปในกระดูก เนื้อหนัง แลเลือดเนื้อของเอ็ง...เนื้อทอง หากผู้ใดได้ครอบครองจะบังเกิดมหาโชค มหาลาภ ทำกิจการงานสิ่งใดสำเร็จลุล่วงได้ง่ายดั่งลัดนิ้วมือ ฝ่าตีนเหยียบไปที่ไหน ก้าวขาเข้าไปที่ใดจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ใครได้เอ็งไปครองจะเปรียบดั่งมีแก้วจักรพรรดิในกำมือ”
ปึก ปึก ปึก เข็มสักยันต์ลงอาคมทิ่มทะลุแผ่นหลังขาวเกิดเป็นอักขระขอมโบราณสว่างโร่แดงขึ้นมาบนเนื้อหนัง ตั้งแต่ปลายนิ้วเรียวงามไม่เว้นที่ว่างแม้บนผิวหน้าหนังหัว จวบเมื่อเสียงไก่ขันในวันรุ่งและเทียนทุกเล่มมอดดับสนิท หมอคุ้มขยับเดินมาหยุดยืนมองร่างของเนื้อทองผู้เป็นบุตรชายด้วยความภูมิใจ
“เสน่ห์เนื้อทอง ทั่วทั้งแผ่นดินนี้ มีแต่เอ็งผู้เดียวเท่านั้นลูกพ่อ” นิ้วหัวแม่มือกดลงไปตรงกลางหน้าผากแคบ ปากพร่ำท่องคาถาใช้มนต์ดำครอบร่างในการพรางตา เพื่อบดบังร่างงามของบุตรชายให้รอดพ้นจากสายตาผู้คนที่อาจคิดร้าย หมายทำเรื่องระยำอัปรีย์ หรืออาจล่อหลอกลวงใจให้เด็กหนุ่มอ่อนวัยไร้เดียงสาหลงคารมคมคำหวานได้โดยง่าย
หนุ่มน้อยร่างงุ้มน่าเกลียดน่าชังนั่งพับเพียบอยู่บนเสื่อเก่า ขยับขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถเป็นคุกเข่าก่อนจะยกมือแบขึ้นมาพนมจรดหน้าผากโปน ภิกษุชราผ่อนฝีเท้าเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเด็กน้อยตาเหล่ ร่างพิการประคองถาดและขันข้าวตักใส่ลงไปในบาตรเหล็ก
“อายุ วัณโณ สุขัง พลัง” คำให้พรเป็นภาษาบาลีกล่าวแต่เพียงสั้น ปากแหว่งยิ้มอวดฟันห่างอย่างแสนซื่อ
“เด็กวัดใหม่หรือหลวงตา เนื้อทองไม่เคยเห็นหน้า” ตาโปนพินิจมองเด็กวัดใหม่ อายุอาจจะไล่เลี่ยกันห่างมากห่างน้อยคงไม่พ้นสามปี
“อืม ชื่อรุ่ง” หลวงตาพยักหน้ารับ
รุ่ง เด็กหนุ่มรุ่นกระทงใบหน้าขรึม เจ้าของดวงตาเศร้าก้มลงมองดูเด็กน้อยหน้าตาประหลาดด้วยความเวทนาสงสาร ขยับยิ้มมุมปากกับพยักหน้าให้น้อยๆ แทนคำทักทาย
“พี่รุ่งหรือ เนื้อทองมีขนม พี่รุ่งเอาไปกินสิ” หนุ่มน้อยร่างไม่สมประกอบขยับกายอย่างยากลำบาก คลานไปหยิบตะกร้าก่อนจะส่งขนมห่อใบตองใส่มือให้
“ขอบใจนะ” แววตาอ่อนโยนมองร่างงุ้มค่อยๆ ขยับยันกายลุกขึ้นแล้วเดินโขยกขาเป๋เอวคดกลับขึ้นไปบนกระไดเรือน สูงขึ้นไปนั้นร่างใหญ่ใบหน้าดุยืนถมึงทึงถลึงตาลงมาเหมือนไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก
“เรือนหมอคุ้ม เรือนหมอทำเสน่ห์คุณไสย เอ็งอยู่ให้ห่างไว้เป็นดี” หลวงตาชรามองผ่านขึ้นไปสบตากับหมอเสน่ห์จากนั้นจึงก้าวเท้าเดินต่อไป
คืนข้างแรมไร้ซึ่งแสงจันทร์ เสียงจอบเสียมสับขุดลงไปในหลุมดินฝังผี ลึกลงไปมากกว่าศอก ห่อไม้ไผ่ผืนใหญ่พันร่างไร้ลมหายใจของหญิงสาวนางหนึ่ง กลิ่นเน่าตีคลุ้งฟุ้งลอยขึ้นมาจากหลุมดินย่นจมูกของทั้งลูกศิษย์ ลูกชายก่อนจะพากันยกมือขึ้นมาอุดจมูกแน่น รอบด้านทั้งสี่ทิศมีเสาหลักปักอาณาเขตผูกโยงด้ายสายสิญจน์ลงอาคมป้องกันวิญญาณอื่นมาก่อกวนขณะทำพิธีสำคัญ
“เอามันขึ้นมา” เสียงเข้มออกคำสั่ง
“ทำไมมันไม่ขึ้นวะ ฤทธิ์เยอะเหลือเกินนะมึง” ไอ้ครั้นศิษย์เอกออกปากบ่นเมื่อพยายามดันร่างหนักขึ้นมา แต่กลับพบว่าร่างผีหนักราวกับแท่งหิน
“ฮึ มึงจะลองดีกับกูรึ อีผัน” ฝ่ามือหยาบตบฉาดลงบนหัวเข่า ตามมาด้วยบทสวดท่องคาถาปราบพยศผี รอบด้านได้ยินเหมือนเสียงฝีเท้าคนนับร้อยเดินย่ำใบไม้ขยับมาใกล้ดับแซกๆ
“มึงจะขึ้นมาดีๆ หรือต้องให้กูลากวิญญาณมึงขึ้นมา” หมอเสน่ห์มือฉมังตวาดดังเสียงดุ
“ฮืออออออ” เสียงครางชวนขนหัวลุกดังขึ้นมาจากหลุมดิน
“ไอ้ครั้นลากมันขึ้นมา”
“ขอ..ขอรับ”
ศพอืดตัวบวมหน้าเขียวถูกลากให้ลุกขึ้นมานั่งด้วยความยากลำบากเพราะเส้นเอ็นมันยืดยึดเหนี่ยวจนแขนขาหลังไหล่เหยียดตึง ไอ้ครั้นศิษย์เอกหยิบเอาเสาไม้มาตอกลงไปในหลุมดิน แล้วพิงศพผีมัดยึดเอาไว้เพื่อกันไม่ให้ล้ม เนื้อทองสะบัดผ้าขาวผืนเท่าอาสนะรองนั่งของพ่อลงไปบนพื้น ก่อนจะหยิบล้วงเครื่องพิธีออกมาวางเรียงให้อย่างรู้หน้าที่ หมอเสน่ห์ขัดสมาธิเปิดปากท่องบ่นมนต์คาถา
เปลือกตาเขียวเหลือกลืมเบิกโพลงขึ้นทันที เมื่อเทียนชัยถูกจุดรนลงไปใต้คางอูม ใบหน้าถมึงทึงศพผีตายโหงจ้องนิ่งเหมือนไม่เต็มใจให้สิ่งอันมีค่านี้แก่หมอเสน่ห์ หยดน้ำมันสีเหลืองกลั่นออกมาทีละน้อยย้อยตกลงไปในขวดแก้วใบเล็ก เมื่อเต็มแล้วหมอคุณไสยจึงนำผ้ายันต์ลงอาคมมาห่อไว้ทบหนึ่งแล้วมัดไว้ด้วยด้ายสายสิญจน์เพื่อสะกดวิญญาณ เนื้อทองล้วงเอาหม้อดินเผาขนาดเล็กออกมาจากย่าม ซึ่งสะพายติดข้างตัวมาส่งให้พ่อเพื่อใช้เก็บรักษาไม่ให้ขวดน้ำมันพราย น้ำมันผีของดีหายากตกหล่นหรือหกแตก ปากหม้อมีผ้ายันต์แดงปิดทับแน่นหนา ก่อนจะลงคาถาสะกดไว้อีกรอบเพื่อความปลอดภัย มีดหมอลงอาคมเล่มใหญ่ถูกชักออกมาจากปลอก ก่อนจะปักเข้าไปตรงกลางอกของศพผีตายโหง น้ำเลือดน้ำหนองพุ่งกระฉูดออกมาส่งกลิ่นเหม็นเหมือนมีหมาเน่ามาวางเรียงกันตรงหน้าสักสิบตัว
ครึก ครึก กึก มีดคมเลาะกระดูกแล้วดึงรูดออกมาอย่างเชี่ยวชาญ ลมผ่านพัดตึง ตึง แข่งกับเสียงหมาหอนดังขึ้นเรื่อยๆ ตามขั้นตอนพิธีกรรมอันขรึมขลัง เสร็จจากการเลาะกระดูกผี หมุดเหล็กคล้ายตะปูยาวตอกปักลงไปกลางกระหม่อมซ้ำๆ เพื่อเจาะกะโหลกแกะเอากระดูกส่วนสำคัญออกมาได้สำเร็จในที่สุด จากนั้นทั้งเสียงหมาหอน เสียงลมฟ้า ลมฝนก็ค่อยๆ จางจนหายไป
“เอาละ เสร็จแล้ว”
ศพผีอันไร้อิทธิฤทธิ์ถูกไอ้ครั้นถีบกลับลงไปนอนในหลุมตามเดิม จากนั้นมันโยนเสื่อลงไปคลุมหน้าให้พอกันอุจาด แล้วใช้ตีนกลบหลุมก่อนจะเหยียบให้ราบเรียบตามเดิม เนื้อทองเพียงเหลียวหลังกลับไปมองหลุมฝังศพของอีผัน แม่ค้าขายปลาในตลาดที่บังเอิญถูกควายมาขวิดตายเมื่อสองวันก่อน ชะตามันคงไม่อาภัพเช่นนี้ถ้าผัวมันไม่มาร้องร่ำคร่ำครวญว่าอีผันเพิ่งจะตั้งท้องลูกได้ไม่นาน ความจึงวิ่งมาเข้าหูพ่อ นานทีจึงจะมีศพผีตายทั้งกลมอย่างนี้มาฝังในป่าช้ามีหรือหมอเสน่ห์อย่างนายคุ้มจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ
“พ่อ” เนื้อทองกระโดดเข้าไปเดินชิดติดหลังผู้เป็นพ่อ เมื่อรู้สึกเหมือนมีใครบางคนเดินตามฉับๆ มาด้านหลัง
“ฮึ เอ็งมากับพ่อ เอ็งจะกลัวอะไร”
“กลัววววว...” สายตาหลุบมองต่ำจับไปยังย่ามสีดำของพ่อซึ่งเดินนำอยู่ข้างหน้า มือสั่นกำย่ามตัวเองเอาไว้แน่น หูสองข้างแว่วเสียงครวญครางของวิญญาณผีดังมาจากทั่วทุกสารทิศ เงาดำสูงบ้าง ต่ำบ้าง วูบไหวเดินไปเดินมา อีกทั้งแลบลิ้นปลิ้นตาแหวกอกควักพุงล้อหลอกเต็มสองข้างทาง
"พวกมันก็ทำได้เท่านั้นแหละ ไม่ต้องไปกลัวมัน" เสียงคนเป็นพ่อพูดขึ้นเหมือนเห็นเป็นเรื่องปกติ
"พ่อหมอก็พูดได้สิ พ่อหมออาคมแก่แล้วนี่"
"มึงก็รีบเรียนจากกูให้ดีสิวะ จะได้เลิกปอดแหกสักที แล้วกลับเรือนไปอย่าลืมตั้งเครื่องเซ่นเลี้ยงผีอย่าให้ขาด ไม่อย่างนั้นกูจะฟาดกบาลมึง แล้วเอาเลือดหัวมึงมาเซ่นผี"
“วันนี้วันพระ พ่อให้เอ็งไปเที่ยวเล่นได้หนึ่งวัน” คำอนุญาตนั้นทำให้ลูกชายยิ้มออกมาได้ เนื่องจากทุกวันพระหมอคุ้มจะเข้าฌานนั่งสมาธิถืออุโบสถศีลหนึ่งวันเพื่ออุทิศส่วนบุญที่ได้นั้นส่งคืนให้วิญญาณผีทั้งหลายที่ตนสะกดเอามารับใช้ในเรือนและงานทำเสน่ห์ ในวันพระจึงไม่มีการรับขันธ์ บูชาครูหรือทำเสน่ห์ เสกคาถาใดๆ ทั้งสิ้น
“ขอบคุณจ้ะพ่อ”
“เดี๋ยว...เนื้อทอง เอ็งจำคำที่พ่อสอนให้ดี อย่ารับของจากมือใคร อย่ากินของที่คนอื่นหยิบยื่นให้เป็นเด็ดขาด เข้าใจมั้ย”
“จ้ะ”
ตอนที่ 45 มีความสุขด้วยกันนะ (จบ)“พี่คณิณ ไม่กลับบ้านหรือครับ” เนื้อทองนั่งเอียงคอมองพรเทพพร้อมตั้งคำถามมาจากบนเตียง เมื่อพรเทพวางสายจากพี่รหัสเรียบร้อยแล้ว“เห็นบอกว่าจะนอนค้างกับดอกเตอร์กานต์น่ะ”“พี่คณิณบอกว่าดอกเตอร์กานต์ทำของใส่ ทำให้พี่คณิณคิดถึงดอกเตอร์ไม่หยุดเลย”“คณิณบอกทองอย่างนั้นหรือ” พรเทพขยับลงมานั่งลงลนเตียงนอนของนักศึกษาที่เขาไปขออนุญาตคุณปู่คุณย่าให้เข้ามาพักอยู่ที่บ้านของเขาแทนการออกไปเช่าหอพักข้างนอก“ครับ พี่คณิณบอกว่าคิดถึงดอกเตอร์กานต์มาก คิดถึงจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ก็เลยต้องไปหาดอกเตอร์กานต์จะให้ดอกเตอร์กานต์ถอนคุณไสยให้”“อย่างนั้นหรือ” พรเทพพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แล้วหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มซึ่งมีนักศึกษาปีหนึ่งหน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดู นั่งแก้มชมพูมองเขาตาแป๋ว“คณิณเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ”“พี่เทพหมายความว่า...พี่คณิณกับดอกเตอร์กานต์”“ดอกเตอร์กานต์น่ะ แต่ไหนแต่ไรมาเป็นคนค่อน
ตอนที่ 44 โดนของตั้งแต่กลับมากรุงเทพ คณิณรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป สิ่งแรกเลยที่ขวางหู ขวางตาทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเขาสูงขึ้นและกระบอกตาร้อนผ่าวๆ นั่นคือพี่ชายกับน้องรหัสที่ขยันเติมความหวานใส่กันจนเขาแทบไม่อยากอยู่ใกล้ ตั้งแต่เด็กจนโตแม้คณิณจะรู้ว่าพี่ชายนั้นเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและเอาใจใส่คนรอบข้างอยู่เสมอก็จริง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นพวกคลั่งรักเด็กขนาดนี้เพราะเพียงเขาหันหลังให้เผลอหน่อยเป็นไม่ได้สองคนนี้แอบเอาแก้มมาชนกัน ป้อนขนม ป้อนน้ำให้ จนคณิณต้องทำใจยอมรับให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิต ส่วนสิ่งที่สองที่คณิณรู้สึกร้อนรุ่มกลุ้มใจจนทำให้ตัวเองไม่มีความสุขคือตัวเขาเองที่รู้สึกจิตใจมันไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่“พี่คณิณเป็นอะไร” เนื้อทองซึ่งนั่งมองไอ้อาการกระสับกระส่ายกับถอนหายใจทิ้งดังเฮือกๆ ของพี่รหัส ทุกสองสามนาทีคณิณจะถอนหายใจทิ้งแรงๆ ออกมาครั้งหนึ่งแล้วก็นั่งไม่ติดเก้าอี้ อาการหลุกหลิกๆ ดูร้อนรนจนผิดปกติ“ไม่รู้สิ พี่ว่า...พี่โดนของ”“หือ พี่คณิณโดนของอีกแล้วหรือ ไปกินอะไรของใคร
ตอนที่ 43 นอนด้วยกัน“ดื้อแบบนี้...แสดงว่าของยังออกไม่หมด” ดอกเตอร์หนุ่มซึ่งนอนคร่อมอยู่ด้านบนอมยิ้มพูด พรางใช้ข้อนิ้วเกลี่ยลงมาบนแก้มขาวของน้องชายเพื่อน“ฮะ อะไรนะครับ” คณิณเอียงแก้มขยับห่างออกมาแต่ฝ่ามืออีกข้างของดอกเตอร์กานต์กางกั้นพร้อมทั้งดันคร่อมข้อศอกล็อกต้นคอนั้นให้นอนอยู่นิ่งๆ“เดี๋ยวพี่เอาของออกให้”สัมผัสนุ่มหยุ่นๆ กดประทับลงมาบนกลีบปาก เรี่ยวแรงแขนขาของคนหนุ่มเหมือนจะถูกดอกเตอร์ผู้เป็นเพื่อนของพี่ชายสูบหายออกไปจากตัว คณิณนอนนิ่งไม่กล้าขยับเพราะยังสับสนอยู่ว่าไอ้ที่แขนขากำลังสั่นเกร็งอยู่นี่ มันเกิดจากฤทธิ์ยาที่หมอให้มา หรือว่าเกิดจาก “ของ” ที่ดอกเตอร์กานต์บอกว่ายังไม่หมด“คุณ...” คำถามและประโยคต่างๆ ที่เรียบเรียงอยู่ในหัว หลุดออกมาจากปากได้เพียงคำเรียกขานสั้นๆ เพราะนอกเหนือจากนั้นมันถูกดูดกลืนหายไปจากคนที่โตกว่า“นอนนิ่งๆ นะครับ” เสียงกระซิบเบาๆ เล่นทำเอาคณิณไม่กล้าขยับ“นี่..”“อย่าดื้อสิ”&ldq
ตอนที่ 42 เพื่อนพี่ชาย“เนื้อทอง” พรเทพคลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจเมื่อเห็นคนที่ตนนั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงนานถึงสามวันสามคืนฟื้นขึ้นมาได้ ด้านหลังเยื้องห่างออกไปคือคุณปู่คุณย่า หลวงตาแก่น พร้อมด้วยพราหมณ์ชุดขาวซึ่งเนื้อทองเจอในภาพฝัน“พี่เทพ หลวงตา...นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ”“พี่กับหลวงตากลับมาจากบิณฑบาต พี่ยอดวิ่งมาบอกว่า ทองกับคณิณหายไปในป่าช้า ทั้งพระ ทั้งเณร ชาวบ้านช่วยกันออกตามหาทั้งวันทั้งคืนก็ไม่เจอ โชคดีได้พราหมณ์บุญเมตตา ท่านแวะมาเยี่ยม มาหาหลวงตาพอดี เลยบอกให้คนช่วยกันขุดศพในป่าช้าขึ้นมา ถึงเจอเนื้อทองกับคณิณถูกฝังรวมอยู่กับศพพวกนั้นด้วย” พรเทพเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง"ทองกับพี่คณิณ ถูกฝังอยู่ในหลุมศพอย่างนั้นหรือครับ"“หมดเคราะห์แล้วนะเนื้อทอง ต่อแต่นี้ไปไม่มีใครมาทำร้าย ทำลายเจ้าได้อีกแล้ว” พราหมณ์เฒ่าผมขาวสะอาดสะอ้านยิ้มน้อยๆ พยักหน้าให้ เนื้อทองมองไปยังย่ามขาวแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตาพราหมณ์ท่านนั้นแล้วก้มลงกราบท่านอยู่บนเตียงผู้ป่วยอีกครั้ง"พราหมณ์บุญ นา
ตอนที่ 41 อโหสิกรรม"แม่ช่วยด้วย" เสียงของไอ้รุ่งร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าเวทนา ดวงตาเหลือกเหล่มองหาแม่ผู้เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของมัน"ปล่อยลูกกู...ปล่อยลูกกู""มึงสองแม่ลูก สมควรตายแล้ว" ไอ้ทองเลาะมีดปลายแหลมกรีดลึกลงไปท่ามกลางความมืดดำของความทรงจำอันย้อนลึกถอยหลังไปไกลหลายชาติ หลายภพ เสียงร่ำไห้จากดวงใจของคนที่ได้ชื่อว่าแม่ แม้ลูกของตัวจะชั่วช้าสามานย์สักเพียงใด แต่อย่างไรเสียนั่นก็ถือว่าเป็นเลือดจากอก ตาประสานตาสองมือแม่ลูกที่พยายามไขว่คว้าเข้าหากัน ก่อนที่ชะตาชีวิตของไอ้รุ่งนั้นจะขาดสะบั้นดับหายไปก่อนที่มันจะได้สัมผัสความรัก ความห่วงใยจากแม่เป็นครั้งสุดท้าย หยดน้ำตาแห่งความขลาดกลัวรั่วไหลออกมาเป็นสายเลือดครืด แผ่นหนังเนื้อมนุษย์ลงอักขระสักยันต์เมตตามหามงคลทั่วทุกรูขุมขนถูกไอ้ทองถลกลอกออกมาอย่างง่ายดายถือชูขึ้นมา นังบัวล้มตัวลงไปนอนเกลือกกลิ้งดิ้นพล่านๆ เรียกหาลูกชายของมัน พร้อมทั้งตีอกชกหัวตัวเอง กรีดร้องราวกับคนบ้า สองมือคว้ามีด คว้าดาบพยายามเข่นฆ่าคร่าเอาชีวิตคนที่ฆ่าลูกชายมัน หากแต่มันไม่อาจทำได้อย่างใจเ
ตอนที่ 40 ศิษย์ทรยศ“พ่อครูจะให้ข้ากับแม่ ช่วยขโมยตำรานะเนื้อทอง จากพ่อครูทองกระนั้นหรือ” ไอ้รุ่งนั่งอยู่ต่อหน้าหมอขาม บนพานมีเบี้ยถุงใหญ่วางไว้ล่อตา สองแม่ลูกผู้ละโมบโลภในเงินทองมองตากันไปมา“ข้าไม่ได้ต้องการคัมภีร์ของไอ้ทองดอก ข้าก็แค่อยากรู้ว่ามันร่ายมนตร์ใดใส่มึง”"ร่ายมนตร์ใส่ข้า...พ่อครูหมายความว่าอย่างไร""ฮึ มึงดูเอาเถิด ว่าไอ้ทอง...มันลวงมึงว่าอย่างไร"หมอขาม เป่าคาถาถอนมนต์ครอบร่างของไอ้รุ่งออก ทำให้นังบัวและไอ้รุ่งซึ่งหลงลำพองใจคิดว่าร่างกายของมันกลับมาเป็นปกติได้รู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วมันยังคงอยู่ในร่างเดิมคือไอ้รุ่งผู้พิกลพิการ หน้าตาอัปลักษณ์ ผิวกายดำคล้ำหยาบกร้านน่ารังเกียจ นังบัวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ยกตีนขึ้นมากระทืบกระดานไม้อยู่โครมๆ ไอ้รุ่งนั่นทุบกำปั้นตบฝ่ามือแป ลงไปบนหัวเข่าหงิกงอ ออกปากด่าทอสาปแช่งคนที่มันก้มกราบเรียกหาว่าเป็นพ่อครูอยู่นานปี ดวงตาถลนปูดโปนเนื่องจากโกรธแค้นเคืองให้พ่อครูทอง และรังเกียจในความอัปลักษณ์ซึ่งฉายส่องมาให้มันเห็นผ่านกระจกเงา“ไอ้ทอง