LOGINChapter 2
“ค่ะ” ชบาแก้วพยักหน้าเดินตามต้นกล้า เขาเป็นลูกชายของคุณเอก ลูกน้องของคุณฉลาม ต้นกล้ามีหน้าที่ขับรถให้กับคุณ ๆ ในบ้าน “วันนี้มีกุ้งอบวุ้นเส้นที่ชบาชอบเยอะเลย” “อืม ใช่ค่ะ น่ากินมาก” ชบาแก้วว่าแล้วนั่งลงเก้าอี้ สายตาของเธอยังคงหันไปมองที่ประตู ราวกับรอคอยให้พันแสงออกมา ที่จริง เธอก็รอเขาจริง ๆ นั่นแหละ ชบาแก้วดีใจ ชบาแก้วมีความสุขมาก ที่เขากลับมา ไม่ได้แสดงท่าทางรังเกียจหรือดูแคลนเธอเลย เขาน่ารัก ดึงแก้มเธอ เหมือนตอนเด็ก ๆ พอโตขึ้นเขาก็ยังทำเหมือนเดิม “วันนี้มีของฝากมาฝากทุกคนเลย” พันแสงเดินออกมาจากบ้านพร้อมกับคุณอลิซ ลุงเอกยกกล่องมาวางไว้บนโต๊ะ ทุกคนที่เห็นล้วนแต่ตื่นเต้น ส่งเสียงร้องอย่างดีใจ “อะไรเหรอคะคุณพัน” ดวงดาราเอ่ยถาม “ถ้าอยากรู้ก็เข้าแถวสิ” “ได้ค่ะ” ดวงดารารีบเข้าแถวคนแรกเลย ชบาแก้วมองเพื่อนแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ “เราไปต่อแถวกันเถอะชบา” “ค่ะ” ชบาแก้วยิ้มให้ต้นกล้า เดินไปเข้าแถว “นี่ของดารา” พันแสงหยิบของฝากที่พันแสงมอบให้ทุกคนก็คือต่างหู “คุณพันคะ มันสวยจังเลย”เธอพูดอย่างดีใจ “มันเหมาะกับเธอนะ” “ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณพัน รู้ใจดาราที่สุดเลย” ดวงดาราพยักหน้าแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะ สายตาที่ดวงดารามองชบาแก้ว เธอกลับรู้สึกแปลก ๆ รู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในแววตาคู่สวยของเพื่อนนั้น ทุกคนได้รับของฝากกันเรื่อย ๆ บางคนก็ได้รองเท้า บางคนก็ได้แว่นตา บางคนก็ได้เสื้อผ้า จนกระทั่งมาถึงชบาแก้ว “นี่ของชบา” เขายื่นกล่องบางอย่างให้ชบาแก้ว “ขอบคุณค่ะพี่พัน” ชบาแก้วรับกล่องมาถือเอาไว้ รอยยิ้มระบายเต็มดวงหน้า “แกะดูสิ” “ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าแกะกล่องของขวัญที่พันมอบให้อย่างตื่นเต้น หัวใจของชบาแก้วเต้นถี่รัว มองกล่องสลับกับใบหน้าคมคายของคนให้ พอแกะไปถึงด้านในชบาแก้วต้องเงยหน้ามองหน้าพันอีกครั้ง “พะ…พี่พัน” “มันเหมาะกับเธอนะชบา” เขายิ้มให้ รอยยิ้มทำให้ใจของหญิงสาวสั่นระริก “แต่มันแพงมากเลยนะคะ” “กำไลทอง เหมาะกับเธอมาก ที่จริงอยากจะให้อย่างอื่น แต่กลัวเธอไม่ชอบ” “ชอบหมดค่ะ แต่กำไลอันนี้มันแพงเกินไป” ชบาแก้วท้วง เพราะสิ่งที่เขาให้มา มันแพงมากจริง ๆ “ชบาได้กำไลเหรอ?” ดวงดารารีบตรงเข้ามาหาชบาแก้วกับพันแสง พลางชะโงกดูกำไลข้อมือในกล่องของชบาแก้ว “ทำไมชบาถึงได้ของดีกว่าทุกคนล่ะคะ?” “มันก็ดีหมดนั่นแหละดารา” คุณอลิซพูดขึ้น “ในเมื่อหลานชายของฉันตั้งใจเอามาฝากเธอ เธอก็ควรจะดีใจนะ อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับของคนอื่นเลย” “ค่ะ ดวงดาราพยักหน้า ใบหน้าของเธอบูดบึ้งเดินไปนั่งกระแทกก้นลงเก้าอี้อย่างไม่พอใจ “นี่ของนาย ต้นกล้า” พี่พันแสงยื่นกล่องบางอย่างให้ พอพี่ต้นกล้าเปิดดูก็ต้องกระโดดโล้ดเต้นอย่างดีใจ พี่ต้นกล้าได้โทรศัพท์ยี่ห้อผลไม้แหว่งรุ่นใหม่ล่าสุด “ขอบคุณครับ คุณพันใจดีที่สุดเลย” “มอบของฝากให้ทุกคนเรียบร้อยแล้ว ย่าว่าไปนั่งทานอาหารกับทุกคนดีกว่า เดี๋ยวพี่ ๆ ก็มากันแล้ว” “ครับคุณย่า” ชายหนุ่มพยักหน้า เดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ ชบาแก้ว ถัดไปอีกหน่อยเป็นเก้าอี้คุณย่าของเขา ส่วนพ่อกับแม่นั่งอยู่กับปู่ที่โต๊ะถัดไป “วันนี้มีแต่ของชอบหลานทั้งนั้นเลยนะ” “ครับ มีแต่ของชอบทั้งนั้นเลย” พันแสงยิ้มให้ย่าแล้วตักกุ้งอบวุ้นเส้นใส่จานให้ “คุณย่าทานสิครับ” “หลานก็ทานเถอะ ไม่ต้องมาห่วงคนแก่หรอก” คนเป็นย่าส่งยิ้มให้หลานชายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปสนใจเด็กสาวที่นั่งอยู่เก้าอี้ข้าง ๆ “หนูชบาแก้วก็ทานอาหารให้อร่อยนะ” “ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าแล้วยิ้มให้ ก่อนจะหันไปสนใจอาหาร “อุ๊ยตาย พี่ตะวัน น้องโง่ของเรามาบ้าน” จันทร์ฉายเอ่ยขึ้น “นั่นสิ ลมบ้าหมูหอบกลับมาบ้านสักที” ตะวันหัวเราะเบา ๆ “ไอ้พี่บ้า! โคตรคิดถึงเลย” พันแสงเข้ากอดพี่ชายพี่สาว “กอดแน่นเกินไปแล้ว ฉันอึดอัด” จันทร์ฉายดันน้องชายออก “ก็มันคิดถึงนี่ มา ๆ มากินอาหารกัน” “ไม่กินยะ ฉันอยากดื่มมากกว่า” “งั้นไปดื่มกัน ไปโต๊ะโน้นกันดีกว่า” “อืม” ตะวันจันทร์ฉายเดินตรงไปที่โต๊ะมุมสุด โดยมีพันแสงเดินตาม งานเลี้ยงผ่านไปเรื่อย ๆ ชบาแก้วแอบชำเลืองมองพันแสงอยู่บ่อยครั้ง เธอมีความสุขที่ได้แอบมอง แม้จะแอบมองไกล ๆ ก็ตาม “อยากไปดื่มกับเขาไหม?” อลิซเอ่ยถาม “ไม่ค่ะคุณอลิซ ชบาดื่มไม่เป็น” “อืม งั้นปล่อยพวกเขาดื่มกันไปเถอะ เราทานอาหารกันดีกว่า” “ค่ะ” “ชบาชอบกุ้งอบวุ้นเส้น กับผัดไก่มะม่วงหิมพานต์ เดี๋ยวฉันตักให้” “ไม่ต้องหรอกค่ะคุณอลิซ เดี๋ยวชบาตักเอง” “เอาน่า ฉันอยากตักให้ เธอดูแลฉันมาตั้งแต่เธอเล็ก ๆ จนกระทั่งเธอโตเป็นสาว ให้ฉันได้ดูแลเธอ ตอบแทนที่เธอเคยดูแลฉันเถอะนะ” อลิซว่าแล้วตักกุ้งอบวุ้นเส้นใส่จานให้หญิงสาว จากนั้นก็ตักกุ้งตัวใหญ่ใส่จานให้ “ขอบคุณค่ะคุณอลิซ” ชบาแก้วยกมือไหว้ขอบคุณอย่างนอบน้อม อลิซมองก็ยิ่งเอ็นดู นางคิดไม่ผิดจริงๆที่รับเลี้ยงลูกของแม่นมหลานชายเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับเป็นบุตรบุญธรรม แต่นางก็ดูแลส่งเสีย ให้เล่าเรียนที่ดี ๆ ที่จริงนางก็ไม่ได้ให้ชบาแก้วมาเป็นคนใช้ แต่เด็กสาวต้องการทำงานตอบแทน นางเองก็ไม่ได้ให้ทำงานให้ฟรี ๆ นางมีเงินเดือนให้ ให้ที่อยู่ที่กิน มีความหวังดีอยากเห็คนดี ๆ ได้ดีและมีความสุข “อร่อยไหม?” “ที่สุดเลยค่ะ” เด็กสาวยิ้ม อลิซมองหน้าเธอก็ยิ้มอย่างเอ็นดู มือเรียวเล็กกำแน่น ใบหน้าบูดบึ้ง ดวงดารามองอลิซที่กำลังตักอาหารใส่จานให้ชบาแก้ว ท่าทางแววตาคุณอลิซที่เอ็นดูชบาแก้ว เธอก็เคยได้รับ แต่มันก็ไม่มากเท่าชบาแก้ว *********** ผ่านไปอีกหลายวัน “คุณย่าให้คนไปเรียกผมมา มีอะไรหรือเปล่าครับ?” พันแสงเอ่ยถามแล้วหย่อนก้นลงเก้าอี้ตรงข้ามคุณย่าของเขา “ย่าจะให้พันหมั้นกับหนูชบาแก้ว หลานจะว่ายังไง?” พันแสงเม้มปากทันที มันหมดยุคคชุมถุงชนกันแล้ว ย่าของเขายังจะทำอีก “ผมไม่ได้ชอบชบาแก้วนะครับคุณย่า ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว” “คนที่หลานชอบเป็นลูกเต้าเหล่าใครล่ะ” “เธอชื่อทับทิม ผมเองก็ยังไม่รู้เลยครับว่าเธอลูกใคร ผมเจอเธอที่ต่างประเทศ เราเรียนที่เดียวกัน” “อ๋อ แต่ย่าก็อยากให้หลานหมั้นกับหนูชบาแก้วอยู่ดี เธออาจจะมีฐานะไม่เท่าเทียมเรา แต่หนูชบาแก้วเป็นเด็กดีนะพันแสง ย่าอยากให้มีคนดี ๆ คอยดูแลหลาน” “คุณย่าครับ” พันแสงโอดครวญ “ย่าขอนะพันแสง ย่าอยากเห็นหลานมีความสุข” “ผมไม่มีความสุขหรอกครับ ถ้าผมไม่ได้หมั้นกับคนที่ผมรัก” “แล้วทับทิมล่ะ รักหลานไหม?” “ก็…” ชายหนุ่มอึกอัก “ก็อะไร?” “เธอยังไม่รู้ครับ” “งั้นไปเคลียร์กับผู้หญิงของหลานให้เรียบร้อย แต่ย่ายังยืนยันคำเดิม ย่าอยากเห็นหลานมีความสุขกับผู้หญิงดี ๆ ถ้าผู้หญิงของหลานดี ย่าก็ไม่ติดขัดอะไรนะ แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ดี ย่าก็ยังยืนยันคำเดิมว่า หลานต้องหมั้นกับหนูชบาแก้ว” “ผม…” พันแสงกำมือแน่น เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมย่าของเขาถึงทำแบบนี้ จะให้เขาไปพูดความในใจกับทับทิมเลย เขาก็กลัวเสียเพื่อน ถ้าเกิดเธอไม่มีใจไม่มีความรู้สึกดี ๆ ให้เขา แล้วปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนก็ต้องจบลง เขาไม่อยากเสี่ยงเลย “ย่าจะพักผ่อนแล้ว หลานลงไปข้างล่างเถอะ” “ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างจำใจ พร้อมกับเดินไปที่ประตู เขาเปิดประตูก็เจอดวงดารายืนอยู่ มือของเธอถือแก้วน้ำผลไม้ เขาไม่พูดอะไรแต่เลือกที่จะเดินแทรกออกไปอย่างหงุดหงิด พันแสงเดินไปได้ไม่ไกล ดวงดารารีบเอาน้ำส้มเข้าไปให้อลิซ พอเสร็จเรียบร้อยก็รีบวิ่งตามชายหนุ่ม “คุณพันคะ!” “มีอะไร?” เขาหน้าบึ้งมองคนที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบมา “ที่คุณอลิซอยากให้คุณพันหมั้นกับชบาแก้ว คงเพราะชบาแก้วไปพูดออเซาะ” “อะไรนะ?” ชายหนุ่มเสียงเข้ม เขาไม่คิดว่าชบาแก้วจะเป็นแบบนั้น “ดาราเคยเห็นค่ะ ชบาแก้วชอบไปพูดออดอ้อนคุณอลิซ อยากเป็นเมียคุณพันจนตัวสั่น” “แค่่นี้ใช่ไหม ที่อยากจะพูด” ชายหนุ่มเสียงห้วนแล้วก้าวเท้ายาว ๆ ไปด้านหลังตึกใหญ่ ดวงดารายิ้มร้าย เธอหมั่นไส้ชบาแก้วมานานแล้ว แสร้งทำตัวน่ารัก อ่อนหวานอ่อนโยน ทุกคนก็ให้ความสำคัญ มีแต่คนโง่ ๆ เท่านั้นแหละที่เชื่อ หึ เธอเบื่อจะเห็นอะไรแบบนั้นแล้ว เมื่อก่อนสนิทด้วยก็จริง ตอนนี้ขี้เกียจจะปั้นหน้าดีด้วยแล้ว^^^^^^^^^
ขอดำเนินเรื่องเร็ว ๆ นะคะ เรื่องนี้ไม่ยาวมากค่ะ อลิซนางมีเหตุผลที่นางรักชบาแก้วอยู่นะคะ ขอเปลี่ยนชื่อพี่สาวพระเอกด้วยนะคะ จากพันดาวเป็นจันทร์ฉาย ไรท์จำผิดค่ะ ขออภัยด้วยนะคะ32“เข้าบ้านกันดีกว่าค่ะพี่พันแสง ชบามีเรื่องจะพูดด้วยเหมือนกัน” ชบาแก้วดึงแขนพันแสงให้เดินตามจนกระทั่งไปถึงกลางบ้าน บ้านที่เคยผุพังตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว“ชอบไหมชบา?” บิดาของเธอเอ่ยถาม ชบาแก้วยิ้มมองไปรอบ ๆ บ้านถูกรีโนเวทเอาไว้อย่างสวยงาม ข้าง ๆ ที่เคยเป็นป่ากระถิน ก็ถูกตัดออกแล้วเทปูนปูกระเบื้อง ติดไฟส่องสว่างไปทั่วบริเวณ มันต่างจากเดิมราวฟ้ากับเหว ไม่ต้องกลัวว่าบ้านจะพังลงมาทับ ตอนหลับก็ไม่ต้องเป็นกังวล”“ชอบค่ะ บ้านสวยมากเลยค่ะ”“บ้านหลังนี้สวยได้ เพราะเงินคุณพันแสงด้วยส่วนหนึ่ง คราวก่อนลูกมาอยู่ บ้านผุพัง ไหนจะมีคนมาแอบมองอีก เขาก็เลยให้เงินพ่อมาทำ ส่วนพ่อทำรั้วทำหลังบ้านให้”“แอบเอาเงินให้พ่อตอนไหน ทำไมชบาไม่รู้เลย”“ก็ตอนพ่อชบาเอาต้นไม้ไปลงให้ พี่ไปพูดคุยด้วยก็เลยได้รู้ว่าพ่อชบาจะไปรับเหมาแถวบ้าน บ้านยังไม่ดีเลยจะไปซ่อมแซมให้ชบา พี่ก็เลยให้เงินท่านไปทำ แต่…” พันแสงยิ้มก่อนจะทำหน้าตกใจ “ชะ ชบากลัดเข็มกลัด มะ…หมายความว่ายังไง?”“ก็หมายความว่า ลูกของเรายังอยู่ไงคะ?” ชบาแก้วฉีกยิ้ม “ชบาก็เพิ่งรู้เหมือนกัน คุณอลิซเพิ่งส่งข้อความมาบอก” ชบาแล้วรีบเปิดโทรศัพท์ให้พันแสงดู“โอ๊ยคุณย่า พ
31ชบาแก้วนั่งรถมาเรื่อย ๆ แวะดูนั่นดูนี่ บิดาของเธอจอดรถพาซื้อของอยู่หลายครั้ง ซื้อทุเรียนอยู่หลายหน เธออยากกินพ่อก็หามาให้กิน “อร่อยไหมลูก?”“ก็น่าจะอร่อย แต่ชบากินอะไรไม่ค่อยลงค่ะ”“อย่าคิดมากเลย เดี๋ยวทุกอย่างก็คลี่คลายไปในทางที่ดี คิดมากไปก็มีผลต่อสุขภาพนะ ปล่อยปลงบ้างก็ดี”“ชบาจะพยายามนะคะ”“แล้วหนูตั้งชื่อยัยอาจหนูไว้หรือยัง?”“ชื่อยัยหนูอะไรกันคะ พ่อก็รู้ว่าชบาแท้งลูก” ชบาแก้วเสียงเครือ“พ่อไม่รู้นะ ไม่มีใครบอกพ่อว่าหนูแท้ง คุณ ๆ บอกพ่อว่าหนูตกบันไดไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตอนที่หนูหลับพ่อก็เห็นหมอมาตรวจท้องหนูอยู่นะ”“อะ…อะไรกันคะ?” ชบาแก้วทำหน้าตกใจ มือเล็กประสานกันที่หน้าท้อง จริงสินะ บางครั้งหล่อนก็รู้สึกว่าลูกยังอยู่ แต่ก็คิดว่าตัวเองคิดไปเอง ท้องสี่เดือนท้องแรกลูกดิ้นจะไม่ค่อยรู้สึก หรือหล่อนจะยังไม่แท้งเพราะความเสียใจหล่อนจึงละเลยไม่ได้สนใจร่างกาย คิดว่าตัวเองสูญเสีย ร้องไห้ฟูมฟายอยู่หลายวันติ๊ง! ข้อความโทรศัพท์ของเธอดัง ชบาแก้วหยิบโทรศัพท์ของเธอมากดดู ก็เห็นข้อความที่อลิซส่งมา ท่านพิมพ์มาบอกกับเธอว่า ตอนหมอบอกว่าเธอแท้งลูกหมอบอกผิดเพราะคนไข้มารักษาตัวพร้อมกับเธอสองค
30“ไม่ไปไม่ได้เหรอชบา?” ชบาแก้วหันไปมองเจ้าของเสียง พันแสงเดินตรงมาหาเธอแล้วคว้าข้อมือเดินตรงไปที่ข้างบ้าน“พี่พันแสง”“ไม่ไปไม่ได้เหรอชบา?” พันแสงเอ่ยถามอีกครั้ง แววตาของเขาเจือปนไปด้วยความเศร้า การสูญเสียลูกมันต่างกรีดลึกลงในหัวใจของทั้งสอง เขาเสียใจ ชบาแก้วเองก็เสียใจ ที่ไม่สามารถดูแลลูกจนคลอดออกมาลืมตาดูโลกได้“ชบาอยากกลับค่ะ” เธอยิ้มเศร้า แต่น้ำตาเอ่อคลอเต็มสองตา “ชบาทำใจมองตรงบันไดไม่ได้ ชบา ฮึก ชบาอยากกลับไปอยู่บ้าน”“ชบาไปอยู่คอนโดพี่ก็ได้ ชบาอยู่ต่อได้ไหม ไม่กลับบ้านได้ไหม?” พันแสงกุมมือเธอเอาไว้ เขาอยากจะรั้งเธอเอาไว้ ไม่อยากให้เธอออกไปจากชีวิตเขา “ตอนนี้เราไม่มีพันธะต่อกันแล้วค่ะพี่พันแสง ลูกเราไม่อยู่แล้ว เราต่างมีชีวิตของตัวเอง พี่เองก็ควรใช้ชีวิตของตัวเอง” ชบาแก้วเสียงสั่น พยายามข่มน้ำเสียงให้นิ่ง ตอนนี้ไม่มีพันธะต่อกันแล้ว ไม่มีลูกถ่วงกันเอาไว้แล้ว เขาก็ควรได้เดินหน้าต่อใช้ชีวิตของตัวเอง “ชีวิตพี่อยากมีชบานะ”“เราไม่ได้รักกันค่ะพี่พันแสง พี่ต้องเดินต่อไป ชบาก็จะเดินหน้าต่อไปเหมือนกัน” ชบาแก้วใช้มือปาดน้ำตา ยิ้มเจื่อน ๆ เธอรักเขามาก รักมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่พันแสงไม่ได
29“พันแสง” พิมพ์รดาวิ่งเข้าไปหาลูกชายที่กำลังนั่งกุมขมับของตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม“ครับ” เมื่อลูกชายเงยหน้าขึ้นมอง ก็ทำให้ได้เห็นว่าเขากำลังตาแดงเหมือนกำลังจะร้องไห้“ไม่เป็นไรนะพันแสง ชบากับลูกต้องปลอดภัย” คนเป็นย่านั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ แล้วจับมือหลานชายมาบีบเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ“ผมกลัว ผมกลัวชบากับลูกจะ…” ชายหนุ่มเสียงเครือ คนเป็นย่าก็เลยรั้งมากอด “ถ้าผมลงมาพร้อมเธอคงไม่เกิดเรื่อง ผมผิดเองครับคุณย่า ผมผิดเอง”“ไม่เป็นไรนะหลาน ชบากับลูกต้องปลอดภัย” อลิซปลอบใจหลานชาย นางเองก็ไม่ได้เข้มแข็งอะไรเลย นางกลัวชบากับลูกเป็นอะไรไป ใจแสนเจ็บแค้นเหลือเกิน ที่ดวงดาราทำแบบนี้“ผมกลัวครับย่า ผมกลัว”“อย่าเพิ่งกังวลไปเลยนะหลานชาย” โนอาห์ว่าแล้วตบบ่าหลานชายเบา ๆ พิมพ์รดาได้แต่มองลูกชายอย่างสงสารพันแสงยังมือขึ้นลูบหน้า ต่อให้มีคำปลอบโยนมากมาย ก็ไม่สามารถเบาบางความเจ็บความทุกข์ระทมในหัวใจของเขาได้ ผ่านไปหลายชั่วโมงประตูบานหนาก็ถูกเปิดออก พันแสงลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปหาหมอ“ชบาเป็นยังไงบ้างครับ?”“คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ” คำพูดของหมอเรียกรอยยิ้มของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี เขาดีใจโล่งอก เหมือนยกภูเขาออกจาก
28“ยะ…อย่านะ” ชบาแก้วหน้าซีดเผือดดึงเสื้อดวงดาราเอาไว้แน่น เธอกลัวตกลงไป ตอนนี้ไม่ใช่ห่วงตัวเอง แต่เธอเป็นห่วงลูกในท้อง“แกกำลังกลัวอยู่ใช่ไหม?” ดวงดาราแค่นหัวเราะอย่างสะใจ หล่อนหาจังหวะทำเรื่องนี้มาตลอดหลายวัน แต่ไม่มีโอกาสได้ทำเลย วันนี้แหละหล่อนจะปาดเลือดแค้น ทำให้ชบาแก้วต้องกระอักเลือด เจ็บปวดให้กับความสูญเสีย “ฉันชอบจังเวลาที่ได้เห็นแกทำหน้ากลัวแบบนี้”“อย่านะดารา อย่าทำอะไรชบากับลูกเลยนะ อย่าทำเลยนะ”“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม? ว่าต่อให้เธออยากแย่ง ฉันก็จะไม่มีทางยอม ฉันไม่มีทางยอมให้เธอมาแย่งเขาไปจากฉัน ฉันไม่มีวันยอมให้แกเอาเขาไป”“ชบาไม่ได้ต้องการแย่งพี่พันแสงเลยนะ”“แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธเขาเลย แกอยากเป็นเมียเขาจนตัวซีดตัวสั่นมาตลอด”“ไม่ใช่แบบนั้นเลยดารา”“ทำไมจะไม่ใช่” ดวงดารากำผมชบาแก้วจนหน้าหงาย “แกคิดว่าฉันโง่นักเหรอนังชบา แกคิดว่าฉันไม่รู้ทันคนอย่างเธอเหรอ?”“ดารา ชบาเจ็บนะ ปล่อยชบาเถอะ” ชบาแก้วเบ้หน้า เมื่อถุกกำผมแรง ๆ จะต่อสู้ก็กลัวตกลงไป ได้แต่หาหนทางถ่วงเวลาเอาไว้ เผื่อพันแสงออกมาเจอเธอกับดวงดาราตอนนี้“เจ็บตายไปเลยนังร่าน ฉันเกลียดที่แกทำหน้าตาใสซื่อ เกลียดที่แกทำท่าทางอ่อน
27ชบาแก้วทำตามความต้องการของคุณอลิซ ท่านคงอยากให้หล่อนมาอยู่บนตึกใหญ่ จะได้มีพันแสงดูแล แม้จะไม่ได้อยากมาอยู่ หล่อนก็ปฏิเสธไม่ได้มันเป็นความหวังดี เธอจะได้อยู่ใกล้ ๆ สายตา พันแสงจะได้ดูแลเธอกับลูกได้ ชบาแก้วยอมทำตาม เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ท่านพูดเต็มไปด้วยความหวังดี“อ้าวดารามาพอดีเลย ไปช่วยขนของชบาแก้วมาที่ตึกใหญ่ด้วยนะคะ” “ทำไมต้องขนขึ้นมาคะ?”“ก็ชบาแก้วท้องลูกหลานชายฉัน ชบาแก้วเป็นเมียเป็นแม่ของลูกหลานชายฉัน ก็ต้องมาอยู่ตึกใหญ่สิ”“แต่ดาราก็เป็นเมียคุณพันแสงเหมือนกัน” คำพูดของดวงดาราทำเอาชบาแก้วหัวใจเต้นถี่รัว เธอเคยเห็นพันแสงกับดวงดาราบนเตียงมาแล้ว สิ่งที่เธอเห็นกับสิ่งที่พันแสงบอกมันย้อนแย้งกัน เธอไม่กล้าเชื่อเขาเลยว่าสิ่งที่พูดเป็นความจริง เมื่อเธอเห็นกับตาว่าดวงดารากับพ่อของลูกนอนอยู่ด้วยกัน“ธ…เธอว่ายังไงนะ?”“ดารากับคุณพันแสงเคยนอนด้วยกัน ดาราก็เป็นเมียเหมือนกัน ทำไมดาราถึงไม่ได้มาอยู่บนตึกใหญ่?”“จริงเหรอพันแสง หลานเคยทำแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?”“จริงสิคะ ชบาแก้วเองก็เคยเห็นดารากับคุณพันนอนด้วยกัน”“จริงเหรอชบาแก้ว น้องชายฉันทำแบบนั้นจริงๆ เหรอ?” ตะวันถามเสียงเข้ม “ค่ะ” หญิงสาวพย







