LOGIN“แหม...รู้ๆ กันอยู่ คุณเวย์น่ะปลื้มพี่ไหมจะตาย สองคนนั้นเขาก็สนิทกันมานานแล้วด้วย บางคนก็ว่าคุณเวย์แอบชอบพี่ไหม แต่พี่ไหมไม่เล่นด้วย ให้ได้แค่ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง”
กฤติกาครุ่นคิด “เขาคงรักผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ”
“ไม่รู้สิ แต่ว่า...พอมีอะไรดีๆ เขาก็เรียกหาแต่พี่ไหมนั่นแหละ บทไหนเด่นๆ ดีๆ พี่ไหมนี่ได้เล่นก่อนดาราคนอื่น ที่อายุอานามเท่ากันเลย”
“งั้นเหรอ อย่างนี้เองสินะ สามีที่กำลังจะตายเลยไม่อยู่ในสายตา ลูกสาวกำพร้าอย่างหนูก็ด้วย”
“โธ่...ไม่เอาไม่พูดอย่างนี้นะ เรื่องของผู้ใหญ่อย่าไปคิดเองเออเอง รออีกหน่อยเถอะนะ สักวันเจ๊เชื่อว่าพี่ไหมจะเล่าทุกอย่างให้หนูกุ๊กฟังเอง”
“ไม่อยากรู้แล้วเจ๊ ต่างคนต่างอยู่เถอะ” แม้ปากบอกอย่างนั้นแต่เสื้อตัวใหญ่ที่คลุมไหล่อยู่กลับสะกิดหัวใจเหลือเกิน ผู้ชายคนนั้นปากร้ายก็จริง แต่ทำไมวันนี้ถึงได้ดูอ่อนโยนนักก็ไม่รู้ หรือว่าปากร้ายๆ นั่นเป็นเพียงเปลือกนอก แท้จริงหัวใจเขาหล่อเหลาไม่แพ้ใบหน้า หล่อเหลาจนแม้แต่ไหมขวัญที่อายุมากกว่าเขาเป็นสิบปี ยังไม่ยอมปล่อยเขาไป ยังคบเขาไว้ในฐานะรุ่นน้องที่สนิท รุ่นน้องที่ทำให้นักข่าวได้หยิบเอาเรื่องราวไปเขียนข่าวซุบซิบไม่เว้นวัน
ไหมขวัญกลับมาที่บ้านหลังงามของตัวเอง หยดน้ำตาห่างหายจากใบหน้าแต่ความหม่นหมองยังติดตามเหมือนเงา เวหาส่งรุ่นพี่คนดีที่ประตูบ้าน อีกฝ่ายปฏิเสธไม่ยอมให้เขาเข้าไป
“พี่เหนื่อยแล้ว เวย์กลับบ้านเถอะ”
“แต่ว่า...พี่ดูไม่ดีเลย”
“พี่ไม่เป็นไร” ตอบเขาแล้วฝืนยิ้มส่งให้ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยบางอย่าง “กุ๊กไม่มีญาติเลยเหรอ ตอนเผาจริงไม่มีใครอยู่ด้วยเลย”
“เหมือนจะไม่มี ผมไปงานสองสามวันแรก แทบไม่มีคนด้วยซ้ำ”
ใบหน้างดงามหมองลงอีกเท่าตัว
“บ้านพี่หลังใหญ่ขนาดนี้ พี่ไปรับกุ๊กมาอยู่ด้วยกันดีไหม”
“โธ่...พี่ไหมครับ เอาไว้ค่อยคิดเรื่องนี้เถอะ ลองพี่ไปพูดกับเธอตอนนี้สิ พี่โดนแหกอกแน่ๆ ให้เด็กนั่นอารมณ์เย็นลงก่อน แล้วค่อยไปคุยกับเธอเถอะนะครับ”
“แต่พี่...”
“พักผ่อนนะครับพี่ วันนี้พี่ถ่ายงานมาทั้งวันแล้วนะ”
ไหมขวัญครุ่นคิด มันคิดไม่ตก สับสนขึ้นมาดื้อๆ เธอคงต้องนอนคิดเรื่องนี้ไปอีกหลายคืนเลย
“งั้นเวย์ก็กลับเถอะ พี่ไปนอนสักนิดคงดีขึ้น”
“ครับ พี่ต้องพักผ่อนให้มากๆ จะได้ตื่นมาหน้าตาสดใสไงครับ” ว่าแล้วจับมือบางมากุมไว้ แต่ไหมขวัญปัดมือเขาออกอย่างสุภาพที่สุด
“รุ่มร่ามจริง โตเป็นหนุ่มแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ”
“โธ่พี่...ก็ผม...”
“ชู่ว์...กลับไปได้แล้ว” ไหมขวัญตัดบทด้วยไม่อยากฟังสิ่งที่เวหาจะเอ่ย เธอไม่อยากได้ยินคำว่ารักจากหนุ่มรุ่นน้อง เธอไม่อยากทำลายมิตรภาพอันดีที่จะยืนยาวกว่าสิ่งใดทั้งหมด เวหาเอง หากเขาเปิดใจสักนิด คงมีผู้หญิงดีๆ ดาหน้ามาให้เขาเลือกด้วยซ้ำ อย่ามาเอาอะไรกับผู้หญิงแก่ๆ อย่างเธอเลย ความสวยงามน่ะ เข้าคลินิกศัลยกรรมก็ทำได้แล้ว มันไม่จีรังหรอก ให้เขาได้เจอคนดีๆ ที่ไม่มีอดีตมืดมนอย่างเธอจะดีกว่า
เวหาทำหน้าม่อย มองมือตัวเองที่ถูกปัดออก “ใจร้าย...”
“อย่ามาทำเสียงอ้อนน่าขนลุก”
“ก็อยากอ้อนพี่นี่นา แต่พี่ใจแข็ง”
“พอละ ไม่พูดแบบนี้ พี่เหนื่อยจริงๆ แล้วนี่จะตรงกลับบ้านเลยใช่ไหม”
“ครับ ก็ไม่มีใครชวนกินมื้อเย็นนี่นา”
ไหมขวัญทำไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะคิดบางอย่างแล้วเอ่ยออกมา
“ถ้าไม่มีธุระอะไรที่ไหน ก็ช่วย...กลับไปที่วัดได้ไหมเวย์”
“โธ่...พี่ไหม!?”
แม้จะขุ่นเคืองที่รุ่นพี่คนงามอ้อนวอนให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ ทว่าสุดท้ายแล้ว เวหาก็ปรากฏตัวที่วัดจนได้ เหมือนว่างานกำลังจะเสร็จสิ้นอย่างจริงจัง กฤติกากับเจ๊หวีเดินลงมาจากศาลาในตอนที่ฟ้ามืดแล้ว มีแสงสว่างจากหลอดนีออนส่องสว่างทั่วบริเวณ สองสาวดูอิดโรยไม่น้อย และดูเหมือนว่าการมาของเขาจะทำให้ทั้งคู่ประหลาดใจ
“คุณเวย์?” เจ๊หวีทักก่อน
“ครับเจ๊”
“คุณมาทำไมอีก” กฤติกาถามไถ่บ้าง เธอจะหมดแรงอยู่รอมร่อ
“มีคนวานให้มาดูเธอน่ะ อยากรู้ไหมว่าใคร”
“ไม่” ตอบเขาทันควัน
เจ๊หวีมองนางร้ายคนดีแล้วส่ายหน้า
“จะกลับแล้วค่ะคุณเวย์ กลับไปพักเอาแรงก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” บอกเขาแล้วถอนหายใจแรงๆ ในที่สุดงานศพก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
“ก็ดีครับ แล้วนี่...จะกลับเลยใช่ไหม รถจอดอยู่ที่ไหนล่ะ ผมจะเดินไปส่ง” เอ่ยอย่างนั้นด้วยอยากเห็นกฤติกาถูกส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย เขาจะได้รายงานพี่ไหมได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
“ทางโน้นค่ะ รถเจ๊เอง เจ๊ว่าจะไปส่งหนูกุ๊กก่อน ไม่ให้หนูกุ๊กขับรถมาเพราะกลัวว่าจะวูบน่ะ เธอนอนน้อยมาหลายวันแล้วค่ะ”
“งั้นไม่ต้องไปส่งหรอก เจ๊กลับเลยก็ได้ พรุ่งนี้จะได้ไปกองแต่เช้า ผมจะไปส่งเธอเอง”
“คะ?” เจ๊หวีงุนงง กฤติกาก็เช่นกัน
“ตามนั้นแหละ บ้านเจ๊อยู่คนละทางกับบ้านเธอไม่ใช่เหรอ” ถามอย่างนั้นเพราะรู้จักบ้านของทั้งสองดี เขาทำงานกับเจ๊หวีมาหลายปี สนิทสนมกันพอสมควร ส่วนกฤติกา เหตุผลบางอย่างที่เกี่ยวกับพี่ไหม ทำให้เขารู้ว่าบ้านของหล่อนอยู่ไหน
เวหาจับเอาแขนของกฤติกา จูงหล่อนเดินไปอีกทางที่ตรงข้ามกับเจ๊หวี ทางที่รถของเขาจอดอยู่
“บางทีฉันก็ไม่เข้าใจ อะไรทำให้เธอพาชีวิตตัวเองมาผูกติดไว้กับฉัน”“คุณต้องการช่วยผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เหรอ ก็แค่นั้น อย่าไปคิดอย่างอื่น”“นั่นสินะ” เปรยออกมาแล้วปลดสายเบลท์ออก ความหนักอกหนักใจไม่ยอมหลบลี้ตีจากเลย มันยังปักหลักแน่นเหนียวในหัวใจเขานี่แหละ แล้วจู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แล่นปราดเข้ามาในหัว “หรือว่าเธอ...รักฉัน?”กฤติกากลั้นขำ “คุณจะบ้าเหรอ ตลก!”“แล้วเธอทำแบบนี้ทำไม”“ฉันเสียหายขนาดนั้นยังต้องถามหาเหตุผลอีกเหรอ เลิกเซ้าซี้ฉันทีเถอะ เอกสารก็เซ็นไปแล้ว ถ้าอยากหย่าก็ไปฟ้องเอาแล้วกัน แต่ว่า...ฉันเป็นดาราดัง ถ้าฟ้องหย่าขึ้นมาคงต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูหนักหน่อยละนะ” เธอทิ้งท้ายให้เขาได้คิด ก่อนจะปลดสายเบลท์ออกจากตัว “เข้าไปกันเถอะ จะได้เสร็จเรื่องเร็วๆ”เมื่อกฤติกาแนะ เวหาก็จำต้องก้าวลงจากรถ ความหนักใจตามติดเหมือนเงา ทว่าพอก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ของโรงพยาล BHH ความห่วงใยในตัวไหมขวัญก็แล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ เขาตรงไปยังห้องปลอดเชื้อที่ไหมขวัญแอดมิดอยู่ ทว่าไม่พบ เขาวิ่งกลับไปหาพยาบาลที่เคาน์เตอร์ สอบถามจนได้รู้ว่าไหมขวัญอยู่ที่ไหน หัวใจเขาหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้กฤติกามองคนที่เ
แสงสว่างที่แยงตาอยู่นี่คือแสงอะไร พอกะพริบตาถี่ๆ จึงได้รู้ว่ามันคือแสงตะวัน อะไรกัน นี่มันกี่โมงแล้วเวหาถามตัวเองแล้วแลหานาฬิกาสักเรือน มันแปะอยู่บนผนัง บอกเวลาว่าใกล้จะแปดโมงเต็มที พอกวาดตามองรอบห้องก็เห็นเจ้าของยืนอยู่ หล่อนอยู่ในชุดวอร์มสีดำที่ตีตราแบรนด์ต่างประเทศ แน่นอนว่าเสื้อและกางเกงนั้นปิดตั้งแต่ต้นคอยันข้อเท้า“อาบน้ำสิ นั่นเสื้อผ้าพ่อฉัน ส่วนชุดชั้นในฉันไปซื้อที่เซเว่นฯ เมื่อเช้า ใส่ไปก่อนแล้วกัน” กฤติกาเอ่ยบอก เวหามึนงง กฤติกาดูเป็นมิตรผิดปกติ แต่ว่า...อย่างนี้ก็ดีแล้ว ดีมากเลย“เธอตื่นนานแล้วเหรอ”หญิงสาวพยักหน้า เดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ดึงเอาหนังยางที่รัดผมออกแล้วหยิบหวีมาสางอีกรอบ เธอเพิ่งกลับมาจากร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ซื้ออาหารเช้าง่ายๆ แล้วก็กางเกงชั้นในให้เขา ถ้าไม่ไปซื้อเขาคงไม่มีใส่ อันที่จริง...การทำให้เหยื่อตายใจก็ต้องลงทุนลงแรงสักนิด“เรื่องเมื่อคืน...” เขาเปิดปากเอ่ย“ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันรู้ว่าคุณจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ” เธอโต้คืน มองหน้าเขาที่สะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ แผ่นอกขาวๆ ที่โผล่พ้นผ้านวมมา มีรอยเล็บของเธอลายพร้อยไม่แพ้รอยคิสมาร์กที่เขาทำกับเธอเลย“แล้ว.
[7]เมียไม่ได้เชิญครืดๆ ครืดๆ ครืดๆเสียงโทรศัพท์สั่นครืดๆ อยู่ไหนสักที่ กฤติกาฝืนกายลุกมาแลหา ไฟหัวเตียงที่ถูกปิดไว้ทำให้เธอมองไม่เห็นสิ่งใด ต้องหลับตาลงอีกครั้งแล้วค่อยลืมขึ้นมาใหม่ ให้ดวงตาชินกับความมืดมิด มีแสงสว่างเล็ดลอดมาจากจุดหนึ่งบนพื้นตรงหน้าเตียง เธอลุกไปดู ต้องเอามือกุมหน้าท้องเพราะเมื่อคืนนี้เวหากับเธอมีเซ็กซ์กันอย่างหนักหน่วง หนักแค่ไหนหรือ ก็แบบที่เขายังหลับไม่ตื่นแม้ว่าเสียงโทรศัพท์ดังลั่นนั่นแหละ “คุณบี?” เธอขานชื่อที่โชว์บนหน้าจอ นี่ไม่ใช่โทรศัพท์ของเธอ แต่เป็นของเขา และคุณบีที่ว่าก็คือผู้จัดการส่วนตัวของผู้หญิงคนนั้น เธอนิ่งคิดครู่หนึ่ง สมองกำลังวาดภาพร้ายๆ ในหัว “ไม่...ไม่มีอะไรละมั้ง” พูดกับตัวเองในตอนที่จ้องมือถือตาไม่กะพริบ ทำไมรู้สึกอย่างนี้ล่ะกฤติกา ใจมันวูบไหวแปลกๆ นี่เธอกลัวหรือ กลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะตายเนี่ยนะ ไม่มีทางหรอก ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่คนอื่น ทำไมต้องกลัวว่าหล่อนจะตายด้วย น่าโมโหชะมัดเธอหันมองคนบนเตียง เขายังไม่มีท่าทีว่าจะตื่น เธอถือโทรศัพท์เข้าไปในห้องน้ำ แล้วค่อยกดรับสาย‘คุณเวย์ นี่พี่เองนะคะ’กฤติกายังไม่เอ่ยสิ่งใด ด้วยมองตัวเองในกระจกแล้วนึก
“ยั่วยุบ้าอะไร ออกไปให้ห่างฉัน อย่ามาแตะ!”“จะแตะ จะจับ จะจูบ จะดูดให้ครางระงมเลย!”“ทุเรศ! เมื่อคืนยังไม่พอใจหรือไงฮะ!”“พอ! แต่จะเอาอีก ปากร้ายๆ ของเธอไม่ได้มีไว้ให้ผู้ชายเมตตานี่ มันคอยแต่หาเรื่องให้ตัวเองเดือดร้อน งั้นเธอก็รับกรรมไปก็แล้วกัน”“อย่านะ! ถ้าทำฉันอีกคุณเดือดร้อนแน่!”“งั้นมาลองดู ว่าใครจะเดือดร้อนมากกว่ากัน!”แควก!!เสียงชุดนอนของกฤติกาถูกฉีกเป็นทาง ชุดนอนผ้าลื่นถูกฉีกด้วยแรงอารมณ์ของเวหา ร้องขอก็แล้ว คุกเข่าก็แล้ว ทำไมต้องทำลายศักดิ์ศรีเขาด้วยการเหยียบย่ำ เขายอมทุกอย่างนั่นแหละ ขอเพียงแค่หล่อนยอมไปโรงพยาบาล แต่เห็นแล้วว่ากฤติกาดื้อดึงปานใด หล่อนล้อเล่นกับเขา กับผู้ชายที่มีพละกำลังมากกว่า และหล่อนสมควรได้รับบทลงโทษเสียบ้าง“กรี๊ด!! ไอ้คนเอว ไอ้บ้า ไอ้...อื้อ...”คำด่าไม่อาจหลุดออกจากริมฝีปากสวย เขาจูบเธอลงมาพร้อมกับดึงทึ้งเสื้อนอนของเธอทิ้ง กางเกงที่เขาสวมก็ยันออกทางปลายเท้า เขาทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่เรี่ยวแรงที่เธอมีก็ไม่อาจต่อกร เธอโทษเหล้าสามแก้วนั่นได้ไหม เพราะมันนั่นอย่างไร เธอถึงขัดขืนเขาได้ไม่เต็มที่ แต่ไม่หรอก เพราะร่างกายนี้ต่างหาก ร่างกายที่ไม่รักดี
คนถูกไล่ต้อนวิ่งห่างโต๊ะอาหาร เป้าหมายคือประตูห้องนอน แต่ช้าไปแล้ว เวหาคว้าเอวเธอไว้ได้หมับ!“กรี๊ด!! ปล่อยฉันนะ! ปล่อย! โอ๊ย!”คนสวยร้องลั่นเมื่อถูกลากไปตรึงไว้กับผนัง เวหาที่หน้าตาดุดันกักกันร่างเธอไว้ เธอไม่เคยรู้สึกตัวเล็กจ้อยเท่านี้มาก่อนเลย “ฉันจะลากเธอไปโรง’บาล ตับเธอจะใช้ได้หรือไม่ได้ ไปตรวจก่อนแล้วค่อยว่ากัน”“ฉันไม่ไป จะลักพาตัวเหรอ ฉันจะแจ้งตำรวจคอยดู!”“แจ้งเลย! ฉันไม่สน!” พูดจบก็ลากกฤติกาออกมาจากตรงนั้น เวหาพยายามคิดถึงแต่เรื่องไหมขวัญ พยายามไม่คิดถึงเนื้ออุ่นๆ ของกฤติกา กลิ่นของหล่อนกำลังรบกวนสติเขา ผิวเนื้อขาวๆ ก็ชวนให้เขาสัมผัสแตะต้อง เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย มันเกิดขึ้นเพราะเรื่องเมื่อคืนสินะ อาจเป็นเพราะหล่อนยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง เขาเป็นคนทำลายพรหมจรรย์อันหอมหวาน มันทำให้เขารู้สึกผิดจนร่างกายมีปฏิกิริยาบ้าๆ เหมือนว่าหล่อนคือสิ่งเร้าชั้นดีที่กำลังทำให้เลือดในกายเขาร้อนรุ่มขึ้นมา “อ๊าก!!!”เสียงร้องของเวหาดังลั่นบ้าน เมื่อจู่ๆ แขนที่ลากหล่อนก็ถูกกัดเต็มแรง ยัยบ้านี่กัดเขาอีกแล้ว!งั่ม!ยิ่งถูกว่ายิ่งแยกเขี้ยวใส่ จากกัดแค่ทีเดียวก็ขยับไปกัดอีกรอย เอาให้สาสมที่บังอ
“กุ๊ก...” เวหาไม่อยากเชื่อสิ่งที่หูได้ยิน กฤติกาคงไม่มีวันมอบอะไรให้ไหมขวัญแน่ๆ ตราบใดที่หัวใจของหล่อนยังมีความแค้นอยู่เต็มเปี่ยม เขาเข้าใจหล่อนแล้ว แต่จะให้ทำอย่างไร เขาเองก็เข้าใจพี่ไหมเช่นกัน การอยู่ตรงกลางระหว่างผู้หญิงสองคนนี่ลำบากใจสิ้นดี“ตอนดีๆ ไม่เคยเห็นหัวกัน พอตอนจะตายเร่มาหาคนโน้นคนนี้ ละอายใจบ้างไหม!”“ไม่! ฉันไม่ละอายเลยสักนิด ถ้าช่วยพี่ไหมได้ละก็ ต่อให้ต้องทำเรื่องที่น่าละอายมากกว่านี้ ฉันก็ทำได้ พี่ไหมกำลังจะตาย เธอเข้าใจไหมกุ๊ก”“เข้าใจ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน อยากช่วยผู้หญิงคนนั้นก็ไปหาหมอโน่น รวยไม่ใช่เหรอ แค่ตับชิ้นเล็กๆ ไปซื้อเอาสิ ไปซื้อเลย!”เวหาไม่รู้จะทำอย่างไรกับกฤติกาดี หล่อนพร้อมจะลุกเป็นไฟเสมอยามที่เขาเอ่ยเรื่องพี่ไหมขึ้นมาอารมณ์อันร้อนระอุพากฤติกาให้เดินไปที่ครัวเล็กๆ เธอเปิดหาวิสกี้ขวดเก่าเก็บของบิดา เปิดมันออกแล้วเทใส่แก้วก่อนจะสาดลงคอแรงๆกึก!แก้วหนาหนักที่ปกติใช้ชงกาแฟ บัดนี้วางอยู่บนโต๊ะ แน่นอนว่าก้นแก้วนั้นไม่มีวิสกี้เหลือสักหยด จะมีก็แต่กลิ่นเท่านั้นที่ยังลอยวนในอากาศ เธอเทวิสกี้อีกแก้ว สาดลงคอแรงๆ ด้วยอยากให้อารมณ์ร้อนๆ ทุเลาเบาบาง เธอจ้องหน้าเข







