Masuk“อะไรของคุณกัน” กฤติกาถามเสียงแผ่ว
“แค่อยากเห็นเธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องกลัวฉันด้วย เธอไม่ใช่แบบที่ฉันชอบหรอก”
งั้นเหรอ? กฤติกาอยากถามออกไป แต่เธอเหนื่อยเกินกว่าจะทำอย่างนั้น และพอขึ้นมาบนรถได้ โดนแอร์เย็นๆ เข้าไปก็ทำให้เธอต้องปิดเปลือกตาลงเสีย ในขณะที่เขาขับรถออกไปช้าๆ
เวหาเผลอยิ้มที่มุมปาก แม่ตัวร้ายนิ่งเงียบไปแล้ว เวลาหลับนี่เหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสา ก็น่าเอ็นดูดีเหมือนกัน
“อา...ไม่ๆๆ ฉันคงหิวข้าวจนเบลอถึงได้มองว่ายัยเด็กนรกนี่น่าเอ็นดู” เอ่ยกับตัวเองแล้วส่ายหัวรัวๆ มือข้างหนึ่งเลื่อนมาที่ตักสาวเจ้า เสื้อที่เขาถอดให้หล่อนวางอยู่บนตัก เขาสลัดเสื้อขึ้นคลุมร่างให้หล่อนด้วยมือเพียงข้างเดียว ก็ว่าจะไม่สนละนะ แต่ความเป็นสภาพบุรุษมันค้ำคอ
“กุ๊ก...กุ๊ก ถึงบ้านแล้ว”
เสียงทุ้มของเวหาปลุกกฤติกาให้ตื่นจากนิทรา เธอหลับสนิทตลอดเวลาที่อยู่บนรถ อาจเป็นเพราะแอร์เย็นๆ หรืออาจเป็นเพราะความรู้สึกนี้ ความรู้สึกปลอดภัยยามอยู่ใกล้เขา ผู้ชาย...ที่กลิ่นคล้ายบิดาของเธอ
“บ้านมืดเชียว ไม่มีใครอยู่เหรอ” ถามหล่อนตอนมองเข้าไปข้างในแล้วเห็นว่ามืดสนิท ไม่ได้เปิดไฟสักดวง
“ไม่มี...อยู่คนเดียว” ตอบเขาแล้วหอบเอาเสื้อตัวใหญ่ คงเพราะเสื้อตัวนี้ละมั้งที่ทำให้เธอหลับสบาย
“เอ้า? แล้ว...คนใช้ล่ะ”
“ไม่ได้จ้าง”
“จริงเหรอ? เธอก็น่าจะรวยนะ ทำไมไม่จ้างไว้สักคนล่ะ”
กฤติกายักไหล่ “เบื่อพวกคนใช้ที่ชอบเอาเจ้านายไปนินทา อีกอย่างอยู่กันแค่คนสองคนจะจ้างคนใช้ทำไม เปลืองตังค์” บอกเขาแล้วก้าวลงจากรถ ต้องมุ่นคิ้วแรงๆ เพราะจู่ๆ ท้องไส้ก็ปวดแปลบ เธอกินข้าวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กันนะ
“ไหวหรือเปล่า”
“ไหว...ขอบคุณที่มาส่ง”
หนุ่มสาวสบตากันเป็นระยะเวลาสั้นๆ ไฟส่องถนนส่องตรงมาทางนี้พอทำให้เห็นหน้ากันและกัน เวหาลงจากรถแล้วก้าวมาหากฤติกาบ้าง หล่อนถือรีโมตเล็กๆ ไว้ในมือ
“มาเถอะ ฉันจะไปส่งที่ประตูข้างใน” เขาไม่รอให้กฤติกายอมรับหรือปฏิเสธ ฉวยเอากระเป๋าหล่อนมาถือไว้แล้วดึงเจ้าของให้เดินตาม
หญิงสาวนึกเคืองท่าทีเขานัก ทำไมชอบบังคับกันจริง เธอไม่ใช่เด็กที่เขาจะจับจะจูงได้ตามอำเภอใจนะ
ปิ๊บ! ปิ๊บ!
เธอกดรีโมตปลดล็อกประตูรั้ว มันเปิดอ้าในทันใด พวกเธอเดินไปไม่เท่าไหร่ก็ถึงประตูเข้าบ้าน
“กุญแจอยู่ไหน” ถามหล่อนแล้วล้วงมือลงในกระเป๋า
กฤติกาตาเบิกโต “อย่าล้วงนะ! เอากระเป๋าคืนมาเดี๋ยวนี้เลย!”
ไม่ทันแล้ว ในมือของเวหาไม่ใช่ล้วงได้กุญแจบ้าน แต่เป็นอะไรสักอย่างที่นุ่มๆ แบนๆ บรรจุในซองพลาสติกขนาดเล็กราวครึ่งฝ่ามือ
“ตาลุงบ้านี่!” สบถแล้วดึงผ้าอนามัยชิ้นนั้นเข้าใส่ไว้ในกระเป๋าเช่นเดิม คนยิ่งเพลียๆ ยังมาทำให้อายอีก
ชายหนุ่มยิ้มขัน เขาไม่ได้ตั้งใจนะ ที่แท้ที่ดูเพลียๆ นี่ส่วนหนึ่งเพราะเป็นโรคผู้หญิงหรอกหรือ
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษที เอากุญแจมาสิ ฉันจะไขให้”
“ไม่ต้อง คุณกลับไปได้แล้ว กลับไปรายงานคนของคุณโน่น” ไล่เขาแล้วล้วงเอากุญแจบ้านมาถือไว้
เขายักไหล่ แย่งเอากุญแจจากมือหล่อน จัดการเปิดประตูแล้วโผล่เข้าไปข้างใน ไม่ถึงนาทีดี ไฟบางส่วนที่หน้าบ้านและภายในก็สว่างวาบขึ้น เขากวาดตามองไปรอบๆ ที่นี่เป็นทาวน์เฮาส์สามชั้นที่กะทัดรัดพอสมควร เขาว่ามันเล็กไปสำหรับนางร้ายชื่อดังอย่างกฤติกา
“พี่ไหมห่วงเธอนะ”
“แล้วแต่ ฉันไม่สนหรอก”
“เธอน่าจะอ่อนลงให้พี่เขาบ้าง อย่างน้อยนั่นก็แม่ของเธอ”
“ถ้าจะมาพูดแทนผู้หญิงคนนั้นก็กลับไปเลย เขาไม่ใช่แม่ฉัน ฉันไม่มีแม่!”
ประกาศดังๆ แล้วต้องเอามือค้ำขอบประตูไว้ จู่ๆ ก็เกิดหน้ามืดตาลาย กระเพาะของเธอกำลังเรียกร้องให้เอาอะไรใส่ลงไปให้มันย่อยบ้าง
เวหายื่นมือไปจับไหล่สาวเจ้า หล่อนไหวแน่หรือ
“ไปโรง’ บาลดีไหม เธอดูเพลียๆ นะ”
“ไม่...กลับไปเลยไป กลับไปสิ!” สะบัดไหล่ออกจากมือหนา ทั้งที่รู้ว่าเขาห่วงใย เขาก็แค่ห่วงตามหน้าที่ ตามที่ผู้หญิงคนนั้นสั่งมา น่าโมโห!
“โอเคๆ กลับก็ได้ อะไรกัน คนมาส่งแท้ๆ” บ่นพึมพำกับตัวเองแต่เจ้าบ้านกลับได้ยิน
“ก็บอกดีๆ ไม่ไปนี่ กลัวผู้หญิงคนนั้นจะว่าหรือไง”
“แน่นอน!”
“ไม่ค้างที่นี่ซะเลยล่ะ จะได้รู้ว่าฉันหลับสบายไหม!” ประชดเขาแล้วปิดประตูลงเสีย เขายังยืนอยู่ข้างนอก ไม่รู้ว่าห่วงใยหรือสงสารกันแน่ แต่คงเป็นอย่างหลังนั่นแหละ เธอเดินเข้าไปช้าๆ ถอดรองเท้าแล้วกวาดตามองไปรอบๆ แอบมองข้างหลังแต่ไม่ได้ยินเสียงรถแล่นออกไป เขาคงรออยู่สินะ คงกลัวว่าเธอจะเป็นลมเป็นแล้งเข้า กลัวว่าพี่ไหมของเขาจะไม่สบายใจถ้ารู้เรื่องละมั้ง
“อะไรๆ ก็พี่ไหม รักกันมากจริงนะ” ประชดคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้วเหวี่ยงกระเป๋าลงโซฟาแรงๆ ก่อนจะขยับมาที่บาร์เล็กๆ ที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของบ้าน มีเหยือกน้ำตั้งวางอยู่ มีน้ำอยู่ในนั้นเพียงครึ่งค่อน
- ooooooo - หลังมื้อค่ำครอบครัววัฒนนท์นั่งล้อมวงอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ปู่รงค์ดูข่าวช่วงสองทุ่ม ตังเมทำการบ้านในขณะที่สองแฝดเป็นตัวป่วน แต่พี่ชายยังยิ้มแป้น รักน้องห่วงน้อง ไม่ตีไม่ว่า น้องทำอะไรก็ดีไปหมด ก็คนไม่เคยมีน้องนี่นา“พี่ตาง หนูฟ้าช่วยพี่ตางเขียนกอไก่นะคะ”“โอ...อย่าๆ ไม่เอา นี่การบ้านพี่”“ก็หนูฟ้าอยากเขียน”“ของตัวเองล่ะ”“ปายแย่ง” ว่าแล้วชี้ให้ดูสมุดวาดเขียนที่ตอนนี้มีแต่สีน้ำเงินเข้มข้นระบายอยู่บนนั้น“โอ้...ปลายไม่เอา เอาสมุดตัวเองมาวาด ไม่แย่งของฟ้าสิ”“ป่าวแย่งฟ้า..ฟ้าให้”หนูฟ้าส่ายหน้ารัวๆ พี่ตังเลยต้องฉีกกระดาษสมุดให้หนูฟ้าแล้วจับสองแฝดนั่งดีๆ โดยที่ตัวเองนั่งคั่นกลาง ปลายยังแอบเอื้อมมือมาดึงกระดาษของฟ้ายิกๆ“อย่าแกล้งกันนะ ใครแกล้งไม่ซื้อขนมให้กินด้วย”เด็กน้อยทั้งสองรีบหันมานั่งดีๆ และสนใจแต่เฉพาะกระดาษที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเท่านั้นเวหามองลูกๆ หลานๆ แล้วยิ้มชื่นใจ ในขณะที่กฤติกาเอาแต่ทำเสียงฮึดฮัดขัดใจอยู่ข้างๆ เขาแอบวาดแขนไปข้างหลังหล่อน ใช้มือร้อนๆ แอบลูบไล้สีข้างอวบๆ ของภรรยา “พี่เวย์....เอามือออกไป กุ๊กยุ่งอยู่” เธอกระซิบ มือทั้งสองยังอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์“อะไ
เสียงตังเมเรียกน้องอยู่หน้าประตู ลูกบอลลูกใหม่ช่างเข้ากันเหลือเกินกับสนามหญ้าเขียวๆ เธอมองออกไปตรงนั้น มองนิ่งนาน แลเห็นพ่อสามีกำลังเอามือไขว้หลัง เดินไปเดินมาบนหญ้านุ่มๆ ที่สนาม ท่านยังคงเฝ้ามองหลานๆ ไม่ห่างสายตา...ดีจัง ครอบครัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับพ่อเหมือนที่เคยเป็นแล้วนะ วันนี้เธอมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้วจริงๆ “พ่อ...หนูรักพ่อนะคะ ไม่ว่าเรื่องอะไร หนูไม่เคยโกรธพ่อเลย สำหรับคนอื่นหนูไม่รู้ แต่สำหรับหนู พ่อคนนี้แสนดีที่หนึ่ง ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะมีความสุข จะใช้ชีวิตให้ดีอย่างที่พ่อเลี้ยงหนูมา” บอกกล่าวกับรูปถ่ายของบิดา ก่อนจะเลื่อนสายตามายังรูปที่อยู่ข้างกัน “ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะเลี้ยงเด็กๆ ให้ดี ไปอยู่ในดินแดนแสนสงบให้สบายนะคะ...แม่”คำพูดแผ่วเบาแต่เจ้าตัวได้ยินอย่างชัดเจน เวหาเดินเข้ามาหาภรรยา วางมือบนบ่าแล้วยิ้มอ่อนโยนมาให้“เอาไว้จัดของเสร็จ ตกแต่งทุกอย่างจนเรียบร้อย เราค่อยทำบุญบ้านกันนะ จะได้เริ่มต้นใหม่กับที่นี่อีกครั้ง เราจะอยู่ที่นี่ ที่นี่จะเป็นบ้านของเรา ตลอดไป”“ตลอดไป...ชอบคำนี้จัง อยู่ด้วยกันนานๆ นะคะ”“แน่นอนที่รัก” บอกเมียแล้วไม่ลืมดึงมากอดมาหอม อยู่ใกล้เมียแล้วอ
เสียงทุ้มนุ่มนั้นฟังดูคุ้นๆ แต่สมองบอกว่าอย่าไปใส่ใจ เธอเริ่มประหม่าหนักขึ้นเมื่อรู้ว่าหมอที่จะมาตรวจ เป็นผู้ชาย“เสร็จแล้วค่ะ” “ถอดบราด้วยครับ” ครูสาวกะพริบตาถี่ๆ หมอมีตาทิพย์หรือไง เธอรีบถอดบราแล้ววางไว้ นั่งอยู่บนเตียง มือสองข้างโอบอุ้มพุ่มทรวงครืด...เสียงผ้าม่านถูกเลื่อนออก แล้ววินาทีที่ดวงตาสองคู่สานสบ ความตื่นตกใจก็ตามมา“กรี๊.... อื้อ...”หมอหนุ่มรีบปิดปากเล็กๆ นั่นให้ไว เขาเปล่านะ เขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ“ชู่ว์...ไม่เอาน่า ไม่กรี๊ดนะ คุณจะกรี๊ดทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”“อื้อ...อื้อ...” หญิงสาวส่งเสียงอู้อี้เมื่อถูกปิดปากแน่น มือข้างหนึ่งรีบควานหาเสื้อมาปิดหน้าอกหน้าใจ ชานนท์ปล่อยมือจากปากของครูเอย หญิงสาวทอดมองเขาตาขวางขุ่น แขนเล็กเรียวกอดหน้าอกแนบแน่น หล่อนเอาเสื้อมาปิดหน้าอกไว้ ปิดทำไม เห็นหมดแล้ว“อย่ามองหน้าอกฉันนะ”“ไม่มองจะตรวจได้ยังไง”“ก็...” เหมือนจะถูกต้อนให้จนมุมชานนท์นึกขัน หล่อนคงไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอเขาละสิ สวรรค์นี่ก็นะ ชอบเล่นตลกเสียจริง ส่งหล่อนมาให้เขาตรวจ แล้วเขาน่ะ...จะเป็นหมอที่ดีได้ยังไง“เร็วๆ คุณ ผมรีบนะ มีคนไข้รออยู่อีกเยอะเลย”“...ให้พยาบาลตรวจแท
“ฟ้าทำความสะอาด พี่ตังเปิดยูทูปให้ดู ยาสีฟันทำความสะอาดได้”เวหาเม้มปากแล้วถอนหายใจ ดีเท่าไหร่ที่เจ้าฟ้าไม่เอาแปรงสีฟันตัวเองมาถูอ่างเล่น และดีเท่าไหร่ที่เจ้าปลายไม่บีบโฟมล้างหน้าเข้าปาก“เอาละนะเด็กๆ ถ้าใครดื้อละก็พ่อจะทำซุปข้าวโพดให้กิน โอเคนะ”ดูเหมือนว่าคำขู่นั้นจะทำให้เด็กแฝดยอมศิโรราบ ก็บิดาที่เคารพชอบบังคับให้กินผัก ผัดผัก ซุปผัด ยี้....“ดีมาก เป็นเด็กดี แก้ผ้าแล้วอาบน้ำทีละคน พ่อเปิดน้ำอุ่นให้แล้ว เร็วๆ เลย” แล้วการต้อนเด็กแฝดอาบน้ำก็เกิดขึ้นตอนใกล้หกโมงเช้า ความป่วนของเจ้าสองแฝดทำเอาปวดหัว แต่ความน่ารักน่าเอ็นดูก็มีมาก เขายินดีให้เจ้าสองแสบแสนซนไปอย่างนี้ ขอเพียงให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าเท่านั้นก็พอ- ooooooo - สองชั่วโมงให้หลังเตียงที่ยุบยวบทำให้คนที่กำลังหลับขยับตัวตื่น กฤติกาปรือตาขึ้นมอง แลเห็นสามีกำลังคลานขึ้นเตียงมา“อือ...เด็กๆ ละคะ”“ส่งขึ้นรถแล้ว คุณพ่อขับรถไปส่งเอง”“ดีจัง คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย”“ห้ามไม่ฟังน่ะสิ ความสุขของแกก็ให้ทำไป เหนื่อยเมื่อไหร่คงเรียกเราเองนั่นแหละ” ว่าแล้วขยับไปเบียดร่างของภรรยา กอดร่างนุ่มๆ ของหล่อนไว้แล้วไซ้ซอกคอแรงๆ“ไม่เอา พี่เวย์ กุ๊ก
- ooooooo - ตอนพิเศษ- ooooooo - งานแต่งเล็กๆ แต่อบอุ่นยังตราตรึงในหัวใจของหมอหนุ่มและครูสาว ทั้งสองนอนไม่หลับ เลยเดินออกจากบ้านพักมาเดินตากลมเล่น หัวใจเปล่าเปลี่ยวของคนทั้งสอง ยังไม่จูนมาเจอกันสักครา แม้ว่าบางเวลาคุณหมอคล้ายจะทอดสะพานอยู่บ้าง แต่ครูสาวนั้นทึ่มเกินกว่าจะเข้าใจ“ลมแรงนะคุณ เสื้อแขนยาวก็ไม่เอามา” หมอว่าแล้วถอดเสื้อคลุมของตัวเองให้ครูสาว อย่างที่สุภาพบุรุษพึงทำ แต่ครูสาวส่ายหน้ารัวๆ ส่งเสื้อคืนให้เขา“ไม่เอา ฉันร้อน เดินตากลมเล่นเย็นดี”คุณหมอกะพริบตาช้าๆ ท้าแรงลม โอเค...ไม่เอาเสื้อก็ไม่เอา “คุณเป็นยังไงบ้าง ที่โรง’บาลไม่มีพยาบาลสาวๆ มาจีบบ้างเหรอ”“มี แต่ไม่ชอบ สวยๆ ก็มี แต่คุณคิดสิ อยู่ที่ทำงานก็เห็นแต่พยาบาล กลับมาบ้านยังจะให้เห็นพยาบาลอีกเหรอ ถ้าเห็น...คนอื่นที่ไม่ใช่พยาบาลก็คงดี” อย่างเช่น คุณครู เป็นต้น ประโยคนั้นหมอหนุ่มก็ได้แต่เอ่ยในใจ ครูเอยไม่ใช่คนสวยมากมาย แต่หล่อนเป็นพวกเรียบเรื่อย มองได้เรื่อยๆ ติดเชยไปสักหน่อย แต่เขาว่ามันท้าทายดี บางทีก็นึกทะลึ่งตึงตัง อยากรู้ว่าใต้เสื้อผ้ารัดกุมของหล่อนนั้น...มันจะเป็นอย่างไรอา...สงสัยจะเมาเบียร์แฮะเรา คิดอะไรบ้าๆ“น
วันเวลาที่ผ่านมา แม้มีทะเบียนสมรสแต่เขาไม่เคยรู้สึกเป็นเจ้าของ ผิดกับเวลานี้ ตอนที่ได้สวมแหวนให้กฤติกา ตอนที่หล่อนมองมาด้วยสายตาแห่งความรัก นั่นต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ เจ้าของความรักอย่างไรเล่า“จะไม่จูบเจ้าสาวหรือคะพี่!” ครูเอยร้องเชียร์ ชานนท์เปิดเพลงหวานอีกคราหนึ่ง ความหวานละมุนโอบล้อมรอบด้าน สร้างบรรยากาศแห่งความสุขแสนหวาน เขาเฝ้ามองคนที่กำลังจุมพิตเจ้าสาว คิดว่าจะมีสักครั้งไหมที่ได้ทำเช่นนั้น กับใครสักคนที่รักเขาบ้าง ความมั่นคงของเวหาถูกพิสูจน์ด้วยกาลเวลา จนแม้แต่ครูเอยยังต้องพ่ายแพ้ ความโสดยังปักหลักอยู่ที่เขากับคุณครู จนต้องมานั่งอิจฉาบ่าวสาวอย่างนี้เวหาโน้มหน้าไปหากฤติกา บรรจงจูบเบาๆ แต่ความหวานช่างล้ำลึกหนักหน่วง ริมฝีปากที่แตะต้องสัมผัส ราวกับไม่อยากผละจาก“พ่อคะ...จุ๊บๆ ฟ้าด้วย จุ๊บ!”“ปายด้วยค้าบ! จ๊วบๆ แม่ค้าบจ๊วบๆ”เจ้าสองแฝดร้องขอให้พ่อกับแม่จุ๊บพวกเขาบ้าง เรียกเสียงฮาครืนให้กับทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ กฤติกากับเวหาอุ้มลูกชายลูกสาว เดินฝ่าทรายเม็ดเล็กๆ ไม่กี่ก้าวไปนั่งยังโต๊ะที่ตั้งอยู่ ก่อนที่งานฉลองเล็กๆ จะเริ่มต้นขึ้นในตอนนั้น กฤติกาไม่เคยมีความสุขอ







