Masuk“เธอจะคิดค่าเช่าฉันวันละแสนจริงเหรอ เขี้ยวลากดินเกินไปนะ”
“ช่วยไม่ได้ ก็ลูกฉันต้องกินต้องใช้ จะเอาไม่เอา วันละห้าพันพร้อมอาหารเช้า และฉันอนุญาตให้คุณกอดลูกชายได้ตามสบาย...สนปะ?” นิลอรยิ้มร้ายเจ้าเล่ห์ แค่แสนเดียวมันน้อยไปย่ะพ่อคุณ เดี๋ยวจะรู้สึก อีตาคิงคอง!
“โอเค! ก็ได้ เธอน่ะ มันตัวแสบตลอดกาลจริงๆ”
นิลอรเบะปาก แต่ถอยให้เขาได้เดินเข้ามาก่อนจะปิดประตูลง และทันทีที่ปิดประตูจนสนิท เสียงหยาดพิรุณที่พร่างพรมจากเบื้องบนก็แรงจนหลังคาสะเทือน ดีที่บ้านหลังน้อยแน่นหนาพอที่จะทำให้คนที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาปลอดภัยจากความเปียกปอนได้ กระนั้นกลิ่นน้ำฝนจางๆ ก็ยังลอยเข้ามาให้สูดเข้าปอด มันผสมอย่างลงตัวกลับกลิ่นดินกลิ่นหญ้าที่สนามเล็กๆ หน้าบ้าน
นิลอรหยุดยืนที่หน้าต่างบานหนึ่ง นั่งลงช้าๆ กับพื้นกระเบื้องเย็นๆ เฝ้ามองหยาดพิรุณที่พร่างพรมอยู่ด้านนอก ขณะที่โจนาธานกำลังตกลงอะไรบางอย่างกับเจ้าเจคตัวแสบ เธอหันไปมองพวกเขาแล้วยิ้มอย่างปลงๆ ในที่สุดโชคชะตาก็ชักพาให้สายเลือดเดียวกันได้กลับมาพบเจอ แล้วเธอเล่า จะทำอย่างไรต่อไปดี จะยอมให้เขาเอาลูกไปอย่างนั้นหรือ ไม่หรอก เธอทำไม่ได้...แต่ว่า...ถ้าลูกไปอยู่กับเขาจริงๆ อนาคตอันสวยหรูโจนาธานคงปูเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ปูทางไว้ให้ลูกน้อยในแบบที่คนจนๆ อย่างเธอไม่มีทางทำให้ลูกได้เลย...
“มามี้!” เสียงเล็กๆ ร้องเรียกมารดาพร้อมกับฝ่ามือน้อยเอื้อมมาแตะที่หัวไหล่เบาๆ
นิลอรยิ้มให้ ‘ลูกสาว’ ที่อยู่ในชุดนอนเรียบร้อย
“ว่าไงคะคนเก่ง ไหนแม่ดูซิผื่นขึ้นหรือเปล่า” คุณแม่ลูกแฝดรั้งตัวบุตรสาวมานั่งตักแล้วจับแขนเสื้อเจ้าหล่อนถลกขึ้นเหนือศอก เพื่อดูว่าผื่นลมพิษเพราะอากาศเย็นๆ รุมเร้าลูกสาวบ้างหรือไม่ และก็ยิ้มออกมาได้เมื่อพบว่าเจ้าหญิงตัวน้อยยังปกติดี
“มามี้หายไปไหนมาคะ เจสงอนมามี้แล้ว เจส...หิวข้าว” หนูน้อยแจ้งแก่มารดาที่รัก นัยน์ตาสีฟ้าครามขึ้นสีเข้มราวท้องทะเลยามค่ำคืน สื่อให้รู้ว่าแม่หนูกำลังเง้างอน
“โอ...ตายแล้ว มามี้ขอโทษค่ะคนสวย ไปค่ะ เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า มามะมามี้อุ้มหน่อยไม่ได้อุ้มเจ้าหญิงนานแล้ว” เจสสิก้า หรือ เจส เด็กหญิงวัยสามขวบกว่าๆ ยิ้มแป้นขณะวาดแขนโอบรอบคอมารดาที่รัก
นิลอรอุ้มเจสสิก้าผ่านหน้าโจนาธานด้วยใบหน้ายิ้มๆ ขณะที่หนุ่มใหญ่นัยน์ตาเบิกโตราวกับถูกผีหลอก เพราะในขณะที่เขาพยายามเกลี้ยกล่อมเจ้าเจคตัวแสบให้ยอมให้เขาอุ้มสักครั้ง แต่นิลอรกลับอุ้มใครอีกคนผ่านหน้าเขาไปราวกับว่าหล่อนกำลังเยาะเย้ยเขาด้วยสิ่งที่เขาจะไม่มีวันรับรู้หากว่าหล่อนต้องการปิดบัง
“โอ...พระเจ้า! ฉัน...ฉันกำลังจะเป็นลม!” แล้วโจนาธานก็กระแทกแผ่นหลังกับโซฟาอย่างแรง ก่อนเอนศีรษะเกยกับพนักโซฟาแล้วหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงแต่นิลอรทำให้เขาหัวใจจะวายไปหลายรอบแล้วนะ หล่อนไม่ยอมปริปากบอกสักคำว่ามีลูกฝาแฝด!
‘ถ้าทำได้ฉันจะฆ่าเธอ ยัยตัวร้าย!’
โจนาธานสบถอยู่ในใจ และในขณะที่เขากำลังอ่อนเปลี้ยเพลียแรงกับความจริงที่เพิ่งแลเห็น มือเล็กๆ อุ่นๆ ของใครบางคนก็วางแหมะลงกลางหน้าผาก เขาลืมตาขึ้นมา หัวใจข้างในบวมเป่งคับอก วงหน้าน้อยๆ ของบุตรชายอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ เจ้าหนูทำราวกับว่าเขาเป็นผู้ป่วยหนักที่ต้องได้รับการรักษาโดยด่วน
“แด็ดดีไม่’บายเอ๋อคับ เจคเปนหมอ เจคจาตรวจแด็ดดีนะ” เสียงเล็กๆ ที่เอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใย หนูน้อยเอียงศีรษะเพื่อแนบใบหูฟังเสียงหัวใจบิดาก่อนจะแจ้งอาการ “อ๋อ...เปนโลกขี้น้อยจาย ต้องให้ลูกชายกอดอย่างนี้ ฮึบ! กอดๆๆ เจคกอดแด็ดดีแล้วน้า แด็ดดีหายไวๆ น้า”
เจ้าเจคโอ๋บิดาด้วยการปีนขึ้นไปบนร่างใหญ่โตแล้วใช้สองแขนโอบรอบแผ่นอกหนา โจนาธานถึงกับน้ำตาซึม ลูกชายจอมแสบช่างน่ารักขี้อ้อนเหลือเกิน
“หายแล้วครับ แด็ดดีรักเจคที่ฉุดเลย ไหน...ให้หอมหน่อยคนเก่ง”
ฟอด! ฟอด! ฟอด!
หนูน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจเพราะไรหนวดแข็งๆ ของบิดาทิ่มลงบนแก้มนุ่มๆ ให้เขาจักจี้
“พอแล้วๆ สองคนนั้นน่ะมากินข้าวได้แล้ว”
นิลอรร้องฝ่าเสียงฝนที่ตกกระหน่ำอยู่ด้านนอก นัยน์ตาสองข้างคลอขังน้ำตายามได้เห็นลูกน้อยกอดกับผู้เป็นบิดาเช่นนี้ เธอรู้สึกเหมือนถูกแย่งชิงความรักไปอย่างไรก็ไม่รู้
โจนาธานอุ้มตัวแสบมาสมทบกับนิลอรและเจส...ลูกสาวอีกคนของเขา
หนุ่มใหญ่วางร่างเจ้าหนูลงตรงเก้าอี้ที่เจคน้อยร้องขอ ก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ตัวที่วางอยู่ข้างกัน แล้วเริ่มทักทายกับแม่หนูตาสีฟ้าที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“สวัสดีคนสวย ฉันชื่อโจนาธาน คิงส์ ยินดีที่ได้รู้จัก” โจนาธานเลื่อนมือไปเพื่อจับมือทักทาย แต่ว่าคนสวยไม่เล่นด้วย แม่หนูเจสดูเงียบขรึมไม่เหมือนเจ้าเจคเลย
“เจส! อย่าเฉียมา’ยาทน้า โจนาธานเปนแด็ดดีพวกเลา”
แฝดชายผู้เกิดก่อนปรามน้องสาวที่เกิดหลังเพียงสองนาที ด้วยสีหน้าขึงขัง และนั่นทำให้เจสสิก้าต้องเอื้อมมือมาเช็คแฮนกับบุรุษแปลกหน้าที่พี่ชายบอกว่าเป็นบิดาของเธอ
“เอ่อ...ฉันไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์นี้นะแองจี้ รู้สึกว่าเธอจะทำความยุ่งยากให้ฉันมากมายเหลือเกิน”
“ฉันเปล่านะคะ ฉันอยู่ของฉันดีๆ คุณต่างหากที่ลากฉันขึ้นรถมา แล้วเรื่องหลังจากนั้นมันก็เป็นแค่...โชคชะตา” นิลอรให้เหตุผลตามที่คิด ขณะยกชามแกงจืดเต้าหู้มาวางกลางโต๊ะอาหาร ตามด้วยกับข้าวอีกสองสามอย่างที่เอาออกมาจากตู้เย็นแล้วจัดการอุ่นอย่างรวดเร็วด้วยไมโครเวฟ ด้วยงานที่ยุ่งวุ่นวายทำให้เธอต้องพึ่งพาข้าวถุงแกงถุงที่มีขายทั่วไป แต่จะเลือกเจ้าที่ทำสะอาดและรสชาติถูกปากที่สุด
“ฉันไม่อยากเถียงกับเธอหรอก” เขาว่าแล้วหันไปมองเจ้าเจคที่พยายามตักข้าวสวยใส่จานให้น้องสาว “มามะเดี๋ยวแด็ดดีตักให้” เขาอาสาแต่ว่าเจคน้อยส่ายหน้าพรืด
“ม่ายด้าย เจคเป็นหัวหน้าคอบคัว เลื่องแค่นี้ฉะบายมาก ฮึบ!”
แล้วเจค็อบก็ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวตามความรู้สึกของเขา ด้วยการตักข้าวใส่จานให้น้องสาวและบิดา แน่นอนว่าไม่ลืมตักให้มารดาและตัวเองด้วย
โจนาธานมองเมล็ดข้าวที่หกเรี่ยราดแล้วน้ำตาซึม ความจริงนิลอรก็มีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่ไม่น้อย หล่อนเลี้ยงลูกโดยปลูกฝังให้ลูกทำอะไรๆ เอง แม้ว่ามันจะเลอะเทอะหรือไม่เรียบร้อย แต่นั่นก็เป็นการเรียนรู้ที่ดี
นิลอรยกกับข้าวอย่างสุดท้ายมาวางบนโต๊ะ เธอมองหนุ่มใหญ่ที่นั่งเงียบแล้วขมคอจนพูดอะไรไม่ออก ตาแก่โจนาธานมองลูกๆ เธอราวกับว่าทั้งสองเป็นเทวดานางฟ้ามาจากสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น
“ขอบใจนะแองจี้ ขอบใจที่เธอเลี้ยงพวกเขาแทนฉัน” โจนาธานเอ่ยขอบคุณแล้วเลื่อนมือมากอบกุมมือน้อยของแม่แองจี้ที่เขาเรียกขาน
นิลอรรีบชักมือออกเมื่อไออุ่นจากกายชายส่งผ่านผิวเนื้อเข้ามาให้เธอรู้สึก มันร้อนวูบวาบไปถึงท้องน้อยเลยทีเดียว
“กินข้าวเถอะค่ะ เสร็จแล้วเราจะได้คุยกัน”
นิลอรบอกเป็นการเป็นงานก่อนจะเริ่มรับประทานมื้อค่ำ และวันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เก้าอี้รอบโต๊ะอาหารในบ้านหลังน้อย มีเจ้าของของมัน...ครบทุกตัว
_____________
คืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ







