LOGIN“ฮะ? ฮ่าๆๆ” นิลอรอึ้งในตอนแรก ก่อนจะเปลี่ยนจากอาการอึ้งเป็นหลุดเสียงหัวเราะชนิดที่ว่าหยาดน้ำตาก่อนหน้านี้หมดโอกาสหลั่งริน พ่อลูกชายตัวดีทำพิธีรับน้องแด็ดดีเข้าให้แล้ว
“แองจี้!” โจนาธานคำรามดังกรอดๆ เขาขานชื่อนิลอรด้วยเสียงลอดไรฟัน เขายังไม่แก่ขนาดเป็นตาเจ้าหนูเสียหน่อย เต็มที่ก็แค่ลุงเท่านั้นละน่า
หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเศษปลอบตัวเองอยู่ในใจ พร้อมกับลอบมองเจ้าของชื่อที่เขาเรียกขานไปด้วย
“โถๆ ทูนหัวของมามี้ มามี้ขอโทษนะครับที่หาแด็ดดีรูปหล่อเหมือนดาราให้เจคไม่ได้ แต่แด็ดดีคนนี้มามี้รับรองว่ากล้ามใหญ่กว่าดาราแน่นอนครับ มามี้ยืนยันเลยเอ้า”
นิลอรพยักหน้าหงึกหงักจนเส้นผมสีนิลขยับเคลื่อนไหว โจนาธานอยากเป็นคนจับช่อผมดังกล่าวขึ้นไปทัดหูให้หล่อนเหลือเกิน
เจค็อบหน้าบึ้งไม่ยอมคลาย เขากอดอกแน่นแล้วเงยหน้ามองบิดาผู้ซึ่งมารดายัดเยียดมาให้ โธ่...มามี้นะมามี้ จะหาแด็ดดีให้ทั้งทีหาที่หล่อๆ เหมือนดาราก็ไม่ได้ เซ็ง!
“เฮ้อ! เก๊าะด้าย เห็งแก่มามี้ก็แล้วกัน ฮึ่ม! ขัดใจนะเนี่ย!”
นิลอรยิ้มให้ลูกน้อยพร้อมกับยกมือยอมแพ้ เธอไม่ขอออกความคิดเห็นใดๆ กับเรื่องนี้ เพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าเจคน้อยของเธอต้องเป็นผู้ชนะ อายุแค่สามขวบเศษแต่บุตรชายที่รักแก่แดดเหลือเกิน สมองพ่อลูกชายคงถูกแดดเมืองไทยเผาจนเกรียมไปแล้วกระมัง
“เอาละคนเก่ง มามี้ว่าเราเข้าบ้านดีกว่านะ ฝนมันปรอยๆ อีกแล้วเดี๋ยวไม่สบาย แล้วนี่เจสไปไหนทำไมไม่ออกมารับมามี้ครับ” นิลอรรุนหลังบุตรชายเข้าบ้านพร้อมถามถึงใครอีกคนที่ควรอยู่กับเจคน้อยในเวลานี้ แต่แทนที่เธอจะได้รับคำตอบ กลับได้รับคำถามจากคนที่ยืนอยู่ด้านหลังแทน
“ใครคือเจส?”
เขาถาม แต่นิลอรไม่ตอบและยิ้มเยาะอยู่ในที ตอนนี้เธอเดินเข้ามาในตัวบ้านแล้ว แต่โจนาธานยังยืนอยู่หน้าประตู
“กลับไปได้แล้วมิสเตอร์คิงส์ นี่มันค่ำมากแล้ว ฉันต้องการพักผ่อน”
เจ้าของบ้านเอ่ยปากไล่ แต่หนุ่มใหญ่กลับทำหน้ามึนงงสงสัย นี่เจ้าหล่อนไล่เขากลับทั้งๆ ที่เขาเพิ่งได้เจอหน้าลูกตัวเองเนี่ยนะ!
“ฉันจะไม่ไปไหนจนกว่าฉันจะได้รู้ว่าลูกฉันเป็นอยู่ยังไง และฉันอาจอยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงวันที่ฉันสามารถพาเจค็อบกลับสิงคโปร์ได้” เขาโต้กลับเสียงทุ้มนุ่มเย็น ตรงกันข้ามกลับหัวใจที่ร้อนรุ่มอย่างสิ้นเชิง
“ฝันไปเถอะ” นิลอรเชิดหน้าน้อยๆ ไม่ได้นึกกลัวเขาสักนิด โจนาธานอยากอยู่ที่นี่ต่ออย่างนั้นหรือ ได้สิ แต่มันก็ต้องมีข้อแม้นิดหน่อยๆ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนี่ “ห้องรับแขกบ้านฉันว่าง แต่ถ้าคุณจะมาอยู่ละก็ ฉันคิด 5000 โอเคหรือเปล่า”
โจนาธานยิ้มกริ่มก่อนจะพยักหน้ารับข้อเสนอ กะอีแค่เดือนละห้าพันบาท เขามีปัญญาจ่ายอยู่แล้ว สบายมาก
“ได้! 5000 บาท เดี๋ยวฉันจะจ่ายเธอทุกสิ้นเดือน โอเค...งั้นตอนนี้ฉันเข้าไปหาลูกได้แล้วใช่ไหม” เขาถามด้วยความตื่นเต้น เจ้าเงินเพียงไม่กี่บาทหากทำให้เขาได้เห็นหน้าลูกน้อยทุกวันละก็ เขายอม...
ร่างหนาที่สูงเกือบจะชนขอบประตูด้านบนทำท่าจะก้าวเข้ามา แต่เขาจำต้องหยุดชะงักเพราะนิ้วชี้ของเจ้าของบ้านจิ้มลงบนอกแกร่งเป็นเชิงบอกว่าอย่าบังอาจบุกรุกเข้ามาเชียว
“อะไร? ก็เธอตกลงแล้วนี่”
“ฉันบอกว่า 5000 แต่ไม่ใช่ 5000 บาท แต่เป็น 5000 ดอลล่าร์สิงคโปร์ แล้วก็ไม่ใช่ต่อเดือน แต่เป็น 5000 ดอลล่าร์สิงคโปร์ต่อคืนย่ะ! แต่ถ้าคุณจ่ายไม่ไหวละก็ เชิญเอาร่างคิงคองของตัวเองออกไปให้ห่างบ้านฉันไปเลย ชิ้วๆ” นิลอรยิ้มเย้ยอย่างสะใจเมื่อเห็นใบหน้าหนุ่มใหญ่ที่คิดว่าโชคชะตาจะเข้าข้างตัวเอง ฝันไปเถอะ ตอนนี้โชคชะตามันอยู่ในมือของเธอต่างหาก และเธอจะลิขิตมันด้วยสองมือของตัวเอง
“นิลอร! นี่เธอจะให้ฉันอยู่บ้านสับปะรังเคของเธอโดยต้องจ่ายค่าเช่าคืนละแสนเนี่ยนะ!?”
โจนาธานอยากบีบคอสีน้ำผึ้งยวนตานั่นนัก หล่อนเอาเครื่องคิดเลขยัดใส่สมองหรืออย่างไร ทำไมถึงได้เขี้ยวลากดินขนาดนี้ ห้าพันดอลล่าร์สิงคโปร์ถ้าเปลี่ยนเป็นเงินบาทไทยก็ตกอยู่ราวๆ แสนกว่าบาท ลูกเขาออกไข่ได้เหมือนห่านทองคำหรืออย่างไรถึงได้ตั้งเงื่อนไขการพบเจอได้เขี้ยวปานนี้ ยัยนางร้ายจอมงก กี่ปีๆ ความร้ายของหล่อนก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย มันน่าจับผูกติดกับเตียงจริงๆ เพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่ความน่ารักของหล่อนจะสามารถเผยออกมาได้
“จะคิดอีกนานไหม ฉันจะปิดบ้านแล้วนะ!”
เจ้าของบ้านเริ่มรำคาญ เพราะเขาทำให้เธอเสียเวลา ระหว่างนั้นพี่เลี้ยงของบุตรชายก็เดินมาบอกว่าเจ้าหล่อนจะกลับบ้านแล้ว ความจริงเด็กสาววัยสิบแปดอย่างต้นตาลอยากถามเจ้านายสักคำว่าบุรุษหน้าฝรั่งที่ยืนขวางประตูอยู่เป็นใคร แต่เจ้าหล่อนก็ไม่กล้า ได้แต่ทำตาปริบๆ อย่างสงสัย
“พี่ตางพี่ตาง เจคมีแด็ดดีเป็นของตัวแล้วนะ นี่ไง แต่...ม่ายหวายจาเคียร์”
จอมแสบของนิลอรแนะนำบิดาให้พี่เลี้ยงสาวรู้จัก และนั่นทำให้ต้นตาลต้องยกมือไหว้หนุ่มใหญ่ แน่นอนว่าความประหลาดใจปนอยู่ในสีหน้าจนนิลอรอดขำไม่ได้ ต้นตาลคงแปลกใจกระมังที่เห็นบิดาของคุณหนูตัวน้อยๆ อายุมากกว่าที่คิด
“อ่า...พรุ่งนี้ตาลมีเรียน คงไม่ได้มานะคะคุณอร สงสัยจะหยุดยาวค่ะ น่าจะราวๆ สองอาทิตย์ คุณอรจะดูน้องเองหรือจะให้ตาลช่วยหาพี่เลี้ยงไหมคะ”
นิลอรยกมือกอดอกอย่างครุ่นคิด ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างถูกใจ
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ บางทีฉันอาจมีคนช่วยเลี้ยงลูกแล้วล่ะ ขอบใจมากจ้ะต้นตาล ขอให้สอบผ่านนะ แล้วก็กลับบ้านดีๆ มืดค่ำแล้ว” นิลอรอวยพรให้พี่เลี้ยงบุตรชายเสร็จสรรพซึ่งสาวน้อยก็ยกมือไหว้ ก่อนขอตัวกลับบ้านโดยที่โจนาธานถอยออกจากหน้าประตูเล็กน้อยเพื่อเปิดทาง และเมื่อลับร่างพี่เลี้ยงวัยละอ่อน โจนาธานก็กลับมาคุยเรื่องค่าเช่าที่ค้างอยู่
คืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ







