Mag-log inชาร์ลส์นิ่งเงียบ เฝ้าฟังถ้อยคำที่เจ้านายระบายออกมา เขาอยากฆ่าตัวตายให้สาสมกับความผิดหนนี้ เขาควรหักห้ามใจไม่ใช่หลงใหลไปกับแรงยั่วยุของกิเลศตัณหา เขาไม่น่ากระทำเรื่องไร้ยางอายพรรค์นี้เลย ให้ตายสิ!
“ผมจะไม่ทำมันอีก ผมสาบานครับนาย”
ชาร์ลส์ยืนยันหนักแน่น สบตากับเจ้านายผ่านกระจกมองหลัง
โจนาธานนัยน์ตาแดงก่ำเพราะกลั้นน้ำตาไว้สุดชีวิต เขาไม่เคยลงไม้ลงมือกับชาร์ลส์ แต่ก็ต้องทำหากไม่อยากให้คนทั้งสองก่อเรื่องอย่างนี้อีกในวันข้างหน้า เขาทำถูกแล้วใช่ไหม แม้ว่าบางทีทั้งสองอาจจะรักกันอยู่โดยที่เขาไม่รู้ก็ตาม แต่ขอเถอะนะ ขอให้ลูกๆ โตกว่านี้แล้วค่อยแสดงความเสน่หาที่มีต่อกันได้ไหม อย่าทำร้ายหัวใจของเด็กน้อยด้วยการกระทำอันขาดสติของผู้ใหญ่สองคนเลย
ขณะที่โจนาธานและชาร์ลส์กำลังนั่งเงียบอยู่บนรถเพื่อขบคิดเรื่องราวในส่วนของตน นิลอรก็พาเด็กๆ มาขึ้นรถ เธอเจอลูกๆ วิ่งไล่กันอยู่ในสวนสนุกที่มีลูกบอลหลากสี นึกอยากจะด่าพ่อของลูกให้สมกับความมักง่าย ที่ปล่อยเด็กสามขวบกว่าๆ ไว้กับพี่เลี้ยงที่โซนบ้านบอล แต่พอนึกขึ้นได้ว่าความผิดนั้นด้อยกว่าความผิดของตัวเอง เลยได้แต่นิ่งเงียบ และพอขึ้นมานั่งบนรถอีกครั้ง ความเงียบจนผิดปกติของผู้ใหญ่ทั้งสามก็ทำให้เจค็อบและเจสสิก้าสัมผัสได้
“แด็ดดีกับมามี้เปนอาลายอ่า ทำมายมะพูดกันเลย เจคเหงานะ เจคจาเปนเดกมีปัญหาถ้าม่ายมีคนคุยด้วย”
เจ้าเจคจอมแสบจ้อทันทีที่เห็นว่าความผิดปกตินั้นขยายวงกว้างเกินกว่าที่เขาจะสามารถปล่อยให้มันเป็นอยู่ต่อไป และเจสสิก้าก็พยักหน้าเห็นด้วยในทันที
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะลูก แค่แด็ดดีโกรธมามี้นิดหน่อยจ้ะ” นิลอรตอบลูกไปตามจริง แต่เลือกที่จะเว้นความจริงบางส่วนไว้
“เธอไม่ควรเอาเรื่องไร้สาระไปบอกลูกนะแองจี้ เด็กยังไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจการกระทำที่ไร้สามัญสำนึกของผู้ใหญ่”
โจนาธานพูดออกไปราวกับอยากตอกย้ำความน่าละอายให้ผู้ใหญ่สองคนได้คิด และเขาก็ทำได้จริงๆ นิลอรส่ายหน้าอย่างเหลืออด เธอไม่คาดคิดว่าจะต้องมาเจอกับสถานการณ์น่าอึดอัดปานนี้ ทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมด
“ไม่เอานะคะลูก ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เจคอยู่เงียบๆ เหมือนเจสซี่นะมามี้ขอร้อง” นิลอรอยากจะร้องไห้ ยิ่งเห็นหน้าลูกก็ยิ่งตอกย้ำถึงความเป็นจริงในสิ่งที่เธอไม่ควรทำ
“แด็ดดีโกดมามี้เรื่องไรค้า” เจสสิก้าเอ่ยขึ้นบ้างเพื่อไม่ให้ฝาแฝดของตนโดนดุอยู่ฝ่ายเดียว เด็กน้อยปีนขึ้นไปนั่งบนตักกว้างแล้วเงยหน้ามองผู้เป็นบิดา
“เปล่าครับลูก แด็ดดีไม่ได้โกรธ แค่น้อยใจมามี้เท่านั้นเอง”
นิลอรรีบเสมองนอกหน้าต่างเมื่อได้ยินน้ำคำของสามี ชาร์ลส์ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยกัดริมฝีปากล่างจนแทบห้อเลือด เมื่อเห็นความทุกข์บนใบหน้าของเจ้านายที่รัก นี่เขาทำอะไรลงไป เขาทำบ้าอะไรจนครอบครัวที่เพิ่งจะได้พบกับความสุข ต้องมาเผชิญกับความทุกข์ ชั่วช้าสิ้นดี!
“อ้อ...” หนูน้อยพยักหน้าเข้าใจแล้วเอียงคอทำท่าตรึกตรอง “เจสซี่เข้าใจแล้วค่ะ แด็ดดีน้อยใจมามี้ที่มามี้ไปชื้อของนานใช่ปะค้า เจสซี่เข้าจายแล้ว แต่ว่า...ทีแด็ดดีให้มามี้ลอแด็ดดีที่บ้านตั้งน้านนาน มามี้ม่ายเห็นน้อยจายแด็ดดีเลย มามี้บอกว่าแด็ดดีไปทำงานตั้งแต่เจสซี่อยู่ในท้องมามี้ จนตอนนี้เจสซี่เดินได้แล้วเห็นไหมคะ แด็ดดีเก๊าะอย่าน้อยจายมามี้เลยน้า”
“ช่ายๆ เจสซี่พูดถูก มามี้เก่งที่ฉุด มามี้ไม่เคยน้อยจายแด็ดดีเลย”
เจคน้อยสำทับคำพูดของคู่แฝดให้ดูน่าเชื่อถือ และมันก็ทำให้หัวใจที่บวมเป่งเพราะความอึดอัดของโจนาธาน ผ่อนคลายลง ความผิดที่นิลอรได้กระทำยังไม่เท่ากับความผิดที่เขาเคยกระทำด้วยซ้ำ แล้วเขาจะโกรธเคืองหล่อนให้มันได้อะไรขึ้นมา อย่างน้อยพวกเขาก็ยังไม่ได้ทำอะไรมากเกินกว่าจูบเสียหน่อย เขาควรให้โอกาสหล่อน เหมือนอย่างที่หล่อนให้โอกาสเขาได้แก้ตัวถึงจะถูก
นิลอรพยายามเช็ดน้ำตา แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเช็ดก็ยิ่งไหล และทันทีที่ฝ่ามืออบอุ่นของโจนาธานวางลงบนไหล่ที่กำลังสั่นสะท้าน เธอก็ไม่อาจกลั้นเสียงสะอื้นและหยดน้ำตา
“ฮึกๆ ฉันขอโทษ! ฉันขอโทษ! ฮือออ...”
เจสสิก้ากับเจคน้อยเงียบเสียงลงในทันทีที่เห็นมารดาร้องไห้โฮ ทั้งสองเลื่อนกายไปนั่งอยู่ข้างประตูด้านซ้าย เพื่อให้บิดามารดาคุยกันได้โดยสะดวก
โจนาธานรีบรั้งร่างบางมากอดปลอบ ก่อนที่เด็กๆ จะร้องไห้ตามหล่อนไป
“ฉันขอโทษนะแองจี้ ฉันขอโทษที่ไม่ได้ให้โอกาสเธออธิบาย ฉันขอโทษที่รัก”
นิลอรได้ยินเช่นนั้นยิ่งสะอื้นฮักๆ จะอธิบายอะไรเล่า ในเมื่อเธอไม่มีอะไรให้อธิบาย ถึงจะไม่เต็มใจให้ชาร์ลส์จูบ แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืนอย่างที่ควรจะเป็น สมควรแล้วที่ต้องมานั่งเสียใจกับการกระทำของตัวเอง
“ไม่ต้องขอโทษฉัน! เพราะในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครบังคับฉันเลย แต่ฉันอยากให้คุณ และ...ชาร์ลส์” เธอผละจากแผ่นอกหนาเพื่อจะได้มองคนที่ขับรถอยู่ที่เบาะข้างหน้า ก่อนจะเอ่ยต่อ “ฉันอยากให้คุณและชาร์ลส์อย่าได้ผิดใจกันเพราะฉันเลย ไม่มีใครอยากให้เรื่องบ้าๆ นี่เกิดขึ้นหรอก ฉันอยากให้คุณสองคนรู้ว่าฉันไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น! มันเป็นแค่ความผิดพลาด เข้าใจไหมชาร์ลส์”
คืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ







