LOGINนิลอรร้องบอกคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย ให้เขาได้เข้าใจชัดๆ เธอไม่มีวันคิดกับเขาเกินกว่าคำว่าเพื่อนอย่างแน่นอน และหวังว่าชาร์ลส์จะเข้าใจเสียที
“ครับ...นายหญิง”
ชาร์ลส์รับคำด้วยหัวใจที่ปวดร้าว แต่เชื่อไหมว่าท่ามกลางความปวดร้าวเขาก็โล่งใจอย่างประหลาดที่เห็นเจ้านายที่ตนบูชามีรอยยิ้มแต่งแต้มวงหน้าอีกครั้ง
“มันคือความผิดพลาดที่รัก มันเกิดขึ้นได้ ฉันจะให้อภัย ครั้งนี้ฉันจะให้อภัยพวกเธอ”
โจนาธานไล้นิ้วปาดน้ำตาให้ภรรยาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะรั้งหล่อนมากอดอีกครั้ง นิลอรสอดมือเข้าโอบเอวของสามี แม้ว่าเธอจะทำผิดแต่เขาก็ยังเชื่อใจ เธอโชคดีเหลือเกินที่ได้รับการให้อภัยในครั้งนี้ สาบานว่าจะไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน
“เลิกร้องไห้นะคนดี ดูสิ เด็กๆ จะร้องตามแล้วนะ”
นิลอรกลั้นสะอื้นในบัดดล เธอกำลังทำให้ลูกน้อยทุกข์ใจไปด้วยใช่ไหม อย่าเลยนะ เธอไม่อยากให้เทวดานางฟ้าตัวน้อยๆ เป็นทุกข์เลยสักนาที
“ฉันขอโทษนะคะ ฉันขอโทษจริงๆ”
โจนาธานดึงร่างของคนที่สะอื้นไม่หยุดออกมาจากแผ่นอก ก่อนจะปาดเช็ดหยดน้ำตาให้หล่อนอีกครั้ง อย่างอ่อนโยนที่สุด
“ฉันเชื่อแล้วคนดี ฉันเชื่อแล้ว อย่าร้องไห้เลยนะ ยิ่งเธอร้องไห้ฉันก็ยิ่งไม่สบายใจ ฉันรู้แล้วว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ และนั่นมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ฉันไม่อาจเอาผิดเธอได้ ฉันน่ะ...รักเธอแล้วก็ชาร์ลส์เกินกว่าจะลงโทษใครคนใดคนหนึ่งให้สาสม ถ้าพวกเธอทั้งสองเห็นใจคนแก่ๆ อย่างฉัน ก็ได้โปรดเถอะนะ ขอให้สิ่งที่ทั้งสองรับปากฉันในวันนี้ อย่าให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สองเลย ชาร์ลส์เขารับปากฉันแล้ว แล้วเธอล่ะที่รัก จะรับปากฉันได้ไหม”
นิลอรพยักหน้าเร็วๆ พร้อมกับโผเข้ากอดสามี สองแขนหล่อนคล้องรอบคอแกร่ง ก่ายเกยคางมนบนไหล่ของเขาแล้วเอ่ยกระซิบเบาๆ
“ขอบคุณค่ะโจนาธาน รักคุณที่สุดเลย”
โจนาธานแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าเขาจะได้ยินคำนี้หลุดออกจากปากของแองจี้ที่รัก ไม่ว่าหล่อนจะพูดจริงจากหัวใจ หรือว่าจะพูดไปเพื่อให้สามีคนนี้สบายใจ เขาก็ดีใจเหลือเกินที่ได้ยินมันสักครั้ง ดีใจเหลือเกิน
มือหนาของสามีลูบหลังปลอบประโลมจนเสียงสะอื้นเงียบหาย ผู้ช่วยหนุ่มเมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มคลี่คลายก็เคลื่อนรถออกจากใต้อาคาร ชายหนุ่มบังคับพวงมาลัยให้รถยนต์คันใหญ่แล่นไปเรื่อยๆ พอถึงปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเขาก็เบนพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปจอดเพื่อเติมน้ำมัน
เจ้าหนูตัวแสบสองคนขยับมานั่งบนตักของบิดามารดาฝั่งละคน และถือโอกาสนั้นเป็นตัวสมานรอยร้าวในหัวใจของบิดามารดาด้วยความเต็มอกเต็มใจ
ชาร์ลส์ยิ้มกับภาพความน่ารักของครอบครัวน้อยๆ ที่เขาเกือบทำลายไปด้วยความไม่เจียมตนของเขา แววตาแห่งความรักที่ผู้เป็นนายทอดมองต่อกันนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารักกันเข้าแล้วอย่างแน่นอน แล้วเขาจะเข้าไปแทรกกลางความรักของพวกเขาได้อย่างไร คงได้แต่อวยพรให้ความสุขอยู่คู่กับครอบครัวน้อยๆ ครอบครัวนี้ให้นานที่สุด อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงสิงคโปร์
เพราะว่าที่นั่น อุปสรรคอันยิ่งใหญ่รอพิสูจน์หัวใจของคนทั้งคู่อยู่อย่างแน่นอน
...........
ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้โจนาธานเร่งวันเวลาให้ภรรยาและลูกๆ ไปอยู่ที่สิงคโปร์โดยเร็วที่สุด เขาอยากมีเวลาอยู่กับแม่แองจี้คนงามให้สมกับที่เสียเวลาไปหลายปี แต่เจ้าหล่อนกลับอิดออดด้วยว่ายังห่วงเรื่องบ้านที่ยังจัดการไม่เรียบร้อย เขาจึงสั่งให้ชาร์ลส์อยู่ทางนี้จัดการย้ายข้าวของออกจากบ้านของนิลอร มาไว้ที่บ้านเขาให้เรียบร้อยแล้วค่อยกลับ ส่วนตัวเองพอจัดการเรื่องเอกสารให้นิลอรและลูกๆ เสร็จ ก็พาทุกคนลัดฟ้าสู่เกาะสิงคโปร์ในทันที
...........
สิบโมงเช้า ณ เกาะเซ็นโตซ่า (SENTOSA) ประเทศสิงคโปร์
นิลอรทอดสายตาไปยังผิวน้ำที่ต้องประกายแดดระยิบระยับราวกับอัญมณี นานมากแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาที่นี่...นานเหลือเกิน นานจนบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป อย่างเช่นเกาะเล็กๆ ที่สมควรจะเงียบสงบดังเช่นชื่อของมัน เกาะเซ็นโตซ่า ซึ่งแปลตามความหมายว่าเกาะแห่งความสงบ บัดนี้มันช่างแตกต่างกับความเป็นจริง เพราะก่อนที่เฮลิคอปเตอร์ที่สามีพานั่งมาจากสนามบิน Changi จะร่อนลงจอด เธอเห็นทั้งสวนสนุก ทั้งตึกรามบ้านช่องที่ผุดขึ้นมาใหม่มากมาย มันแทบจะเบียดกันตกทะเลอยู่รอมร่อ
เด็กๆ สนุกกันใหญ่ตอนที่แด็ดดีของพวกเขาชี้ชวนให้ดูผ่านหน้าต่างกระจกว่าตรงนั้นคือสวนสนุก ตรงนี้คือสวนสัตว์กลางคืน (Night Safari) ส่วนตรงนี้คือพิพิธภัณฑ์ (Images of Singapore) เป็นอาทิตย์กระมัง กว่าเธอจะพาเด็กๆ เที่ยวครบ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว...เฮ้อ...
“ถอนหายใจอะไรจ๊ะแองจี้” โจนาธานถามหยิกแกมหยอกเพราะได้ยินเสียงสุดที่รักถอนหายใจมาหลายหน ตั้งแต่นั่งอยู่บนเครื่องแล้ว
หนุ่มใหญ่ถามพลางคลี่ผ้าผืนหนาคลุมไหล่ให้ศรีภรรยา ตอนนี้ทั้งคู่ยืนอยู่บนระเบียงของบ้านหลังงาม ที่เนรมิตให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ หลังคาบ้านออกแบบให้ปกคลุมด้วยหญ้าสีเขียวราวกับผืนพรม รอบบ้านหลังนี้ยังมีต้นไม้ดอกไม้มากมายชวนให้ผู้อยู่อาศัยสดชื่นเป็นที่สุด
คืนส่งตัวโจนาธานหยุดยืนหน้ากระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังหวีผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนพิเศษ นิลอรเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวมันลื่นติดผิวเนื้อ โจนาธานมองตามตาปรอย เขาไม่ได้เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มานานเพราะก่อนหน้านี้หล่อนตั้งท้องก็ต้องสวมชุดนอนตัวใหญ่ๆ และเมื่อหลังคลอดเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ จนกระทั่งคืนนี้นิลอรเดินมาหาสามีด้วยท่วงท่ายั่วเย้า ผมยาวสลวยสีนิลมันระยับคลอเคลียหัวไหล่นวลสีน้ำผึ้ง ช่างเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของโจนาธาน เขารอคอยให้หล่อนเยื้องย่างมาหาช้าๆ อย่างช้าๆ เหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่นิ่งขรึมรอเวลาจู่โจม นิลอรคล้องแขนกับลำคอแกร่งของสามี เขายังดูหล่อเหลาแม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมาบ้างประปราย ใบหน้าขาวผ่องดูอิ่มเอิบด้วยความสุขจนคนที่เคยทุกข์มามากอย่างเธออดหมั่นไส้ไม่ได้“จะมีความสุขมากไปไหม ตาแก่จอมหื่น” ประชดเล็กน้อยแล้วเริ่มจุมพิตปลายคางของสามีอย่างจงใจยั่วยวน โจนาธานเลื่อนฝ่ามือไปทั่วสะโพกผาย ก่อนจะบีบขยำเบาๆ เร่งเร้าอารมณ์เมียรักให้โหมกระพือ“มากที่สุดเลยที่รัก ฉันรอคอยวันที่เราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มานานเหลือเกิน”นิลอรมองหน้าสามีแน่
“ฉันรักเธอนางฟ้าของฉัน” โจนาธานกระซิบหลังจากบาทหลวงให้สัญญาณว่าจุมพิตเจ้าสาวได้ เสียงปรบมือยินดีดังกระหึ่มเมื่อเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวอย่างงดงามด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกันความสุขแห่งวันวิวาห์โปรยปรายอยู่ทั่วหัวใจของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเด็กน้อยอย่างเจสสิก้า เมื่อถึงเวลาที่มารดาจะโยนช่อดอกไม้ แม่หนูก็ยืนเด่นอยู่ด้านหลังสาวๆ ทุกคนที่หน้าโบสถ์ เจสสิก้าแอบกระซิบมารดาไว้แล้วว่าให้โยนแรงๆ แม่หนูจะรอรับที่ด้านหลังสุด“ชาร์ลส์! เอลลี่จะเอาช่อดอกไม้ ไปแย่งมาเลยนะ!” อรุณฉัตรร้องสั่งสามีขณะที่สองแขนแกว่งไกวแองเจล่าตัวน้อยที่กำลังตื่นคนให้หยุดโยเย“จะเอาไปทำไมเอลลี่ เธอคลอดเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาทำช่อโตๆ ให้เธอโยนเองเลย” ชาร์ลส์ทำหน้ามุ่ยโต้กลับ“ก็กว่าเอลลี่จะได้แต่งก็อีกตั้งหลายเดือน ไม่รู้ละ เอลลี่จะเอา” ว่าที่คุณแม่ยืนยันเสียงดังแข่งกับเสียงสาวๆ ที่หน้าโบสถ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักด้วยว่าแขกมาร่วมงานมากกมาย ชาร์ลส์จำต้องกระโดดเข้าวงแย่งช่อบูเก้เจ้าสาวเพื่อเอาใจเมียรัก เขาอายนะ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เข้าชมรมกลัวเมียตามโจนาธานไปแล้วนี่นา“อาชาร์ลส์อย่ามาบังเจคน้า!” หนุ่มน้อยร้องบอกอาหนุ่
“เราออกไปกันเถอะอร ป่านนี้คุณคิงส์รออรอยู่ที่โบสถ์แล้วนะ วันนี้อรจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข อรช่วยมีความสุขแทนพี่นุตของอรด้วย นุตไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนอร แต่พี่รู้ดีว่านุตจะต้องดีใจ และมีความสุขตอนที่อรเดินเข้าโบสถ์ พี่จะเป็นพี่ชายของอรเสมอ พี่ดาวด้วย เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป”พอวาโยเอ่ยจบ เสียงร้องไห้โฮของนิลอรก็ดังลั่นห้อง ละอองดาวขยับมาลูบหลังให้เจ้าสาว เมื่อหล่อนไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาไว้อีกต่อไป“อร...ขะ...ขอบคุณพี่โยกับพี่ดาว ที่ดีกับอรเสมอมา อรสัญญาว่าจะมีความสุข อรจะมอบความสุขนี้ให้พี่นุตด้วย พี่นุต...พี่สาวคนดีของอร ถ้าพี่อยู่บนสวรรค์ได้โปรดรับรู้ความสุขที่อรส่งให้พี่ด้วย อรคิดถึงพี่เหลือเกิน...”นิลอรยังร่ำไห้ถึงพี่สาวที่จากไป หลายปีมานี่เธอยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกๆ กับปัญหาชีวิตจนมีเวลาคิดถึงพี่สาวที่ชื่อวีนุตตราเพียงแค่ก่อนนอนเท่านั้น วันนี้เมื่อพี่สาวพี่ชายที่เคารพเอ่ยถึงวีนุตตราขึ้นมา จึงเหมือนสะกิดให้เธอปลดปล่อยความคิดถึงออกมาเป็นหยดน้ำตาบานประตูแง้มออกเล็กน้อย วาโยหันไปมองก็เห็นบุตรสาวคนสวยของตนยืนอยู่ตรงนั้น บุตรสาวที่มีชื่อเดียวกันกับอดีตคนรักของเขา วีน
โจนาธานยังคิดไม่ออกเลยว่าความแก่นเซี้ยวและพยศไม่ยอมใครของบุตรสาว ใครจะปราบแม่หนูได้ลง แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของแม่หนูที่ถูกหมายหัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด“ผมสงสารลูกขึ้นมาตงิดๆ แล้วละครับนาย”ชาร์ลส์เปรยออกมาอย่างลืมตัว โจนาธานแอบขำกับหน้าซีดๆ ของชาร์ลส์“อันนี้ฉันช่วยไม่ได้ นายต้องรีบปั๊มลูกชายแล้วนะชาร์ลส์ถ้าไม่อยากได้ลูกสะใภ้อายุแก่กว่าลูกนายไปมากกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าแม่เจสสิก้าของฉันแก่กว่าอายุจริงไปหลายปีแล้ว เฮ้อ! ทำใจหน่อยนะนายน่ะ อากาศเมืองไทยมันร้อน เด็กมันเลยแก่แดด ฮ่าๆๆๆ”โจนาธานจับจูงบุตรชายออกจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหลือไว้เพียงชาร์ลส์ บุรุษผู้ถูกจับจองลูกชายไปเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเจสสิก้า เขาหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปัดความหนักอกหนักใจทิ้งไปเสีย เจสสิก้ายังเด็กเกินกว่าจะจดจำสิ่งที่เอื้อนเอ่ยกระมัง กว่าจะถึงวันนั้น แม่หนูอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เมื่อคิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไปอีกคน เดินจากไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ...........ที่ห้องนอนปัจจุบันของเจ้าสาว นิลอรยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่หน้ากระจกอย่างขัดใจ เธออยู่ในชุดสีชมพู
...........บทที่ 25ช่อบูเก้เจ้าสาว...........สามเดือนต่อมา วันวิวาห์วันนี้เป็นวันดีที่สุดของหนุ่มใหญ่โจนาธาน ลูกสาวคนสวยที่ชื่อแองเจล่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เขาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวในชุดสูทสีขาวสุดหรูที่ชาร์ลส์เลือกมาให้ในวันแสนพิเศษ ผู้ช่วยหนุ่มก็หล่อเหลาในชุดสูทดูดี ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทุกข์ได้หมดไปจากใจของบุรุษผู้นี้แล้ว“ตื่นเต้นไหมครับนาย”ชาร์ลส์ถามขณะกลัดดอกกุหลาบที่อกเสื้อให้นายที่รัก“ที่สุดเลยล่ะชาร์ลส์ นายจะได้ทำความรู้จักกับมันตอนที่ต้องยืนกล่าวคำสาบานกับเอลลี่ของนาย แล้วเอลลี่เป็นยังไงบ้าง แพ้ท้องมากไหม”โจนาธานเอ่ยถามบุรุษที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายร่วมอุทร ชาร์ลส์ตะโกนลั่นบ้านชนิดหมดมาดผู้ช่วยจอมเงียบขรึม ในตอนที่ประกาศว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ชาร์ลส์โชคดีที่มีโอกาสได้รั้งแม่ของลูกเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะหอบท้องหนีไป ไม่เหมือนกับเขาที่โง่ซ้ำซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสมเพชที่สุด แต่มันผ่านไปแล้ว ความทุกข์แห่งการพลัดพรากจากไปพร้อมๆ กับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ช่วงเช้าๆ ครับ ลูกผมซนน่าดู เอลลี่แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยใน
“มี...เธอช่วยเป็นเจ้าสาวให้ฉันได้ไหม” ชาร์ลส์โต้กลับน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีการปูทางเพื่อประโยคอันแสนอ่อนหวานนี้ เขารีบจนลน รีบจนไม่ได้คิดหาถ้อยคำดีๆ มาเอ่ย รีบเพราะเกรงว่าหากช้าไปกว่านี้สักครึ่งวินาที เขาจะไม่มีโอกาสได้พูดมันหญิงสาวหันหน้ากลับมาช้าๆ เธอกำลังอึ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก นี่ชาร์ลส์กำลังขอเธอแต่งงานใช่ไหม“คุ...คุณ คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”“ฉันขอเธอแต่งงานเอลลี่ เธอจะแต่งงานกับฉันไหมที่รัก ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะได้สามีที่ดีที่สุด แต่ฉันสัญญาว่าหากเธอแต่งงานกับฉันเธอจะไม่มีวันเสียใจ ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง เอ่อ...ฉันจะสร้างครอบครัวเล็กๆ เราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะนะเอลลี่” ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงงามออกมาจากกล่อง หวังจะใช้มันสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เจ้าหล่อน แต่อรุณฉัตรไม่ยอมยื่นมือออกมา เขาส่งสายตาวอนขอมือข้างซ้ายที่หล่อนไขว้ไว้ด้านหลังราวกับซุกซ่อนอะไรบางอย่าง“บอกฉันสักครั้งนะคะ รักกันบ้างหรือเปล่าถึงได้ขอแต่งงาน ฉันไม่ใช่ตัวแทนของความรักนะ จะได้หาทางยึดครองไว้ให้เป็นตัวแทนของใครสักคน คุณรักฉันมากไหมคะชาร์ลส์ ตอบให้ดีๆ นะคะ







