แชร์

9. หลอกด่า

last update วันที่เผยแพร่: 2025-07-24 11:05:21

ทันทีที่ขึ้นมานั่งบนรถตู้แบนรนด์หรู อันดาก็ชูนิ้วโป้งสองข้างให้กับชนกันต์ พร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้ เขาเก่งมาก จับใจเธอได้อยู่หมัด

ชนกันต์ทำไม่สนใจ ปกติไม่เคยมีใครกล้าชมเขาด้วยท่าทางมาก่อน ก็คงจะมีแค่เธอคนเดียว ผู้หญิงที่ผ่านๆ มา มักจะชมเขาด้วยคำพูดแสนหวาน

'คุณกันต์เก่งจังเลยค่ะ'

'คุณกันต์นี่ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ฉันประทับใจคุณจริงๆ ค่ะ'

'คุณกันต์สมาร์ตจังเลย ถ้าเราคบกันจริงๆ ได้ก็ดีสิคะ'

จะบอกว่าคำพูดเหล่านั้นเขาฟังจนเอียน บางคนอาจจะพูดจากใจ บางคนอาจจะแค่เสแสร้งเยินยอ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจหรอก ก็แค่คำพูดที่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา และทุกคนก็มักจะได้รับใบหน้านิ่งเฉยของเขาเป็นการตอบแทนอยู่เสมอ ผิดกับอันดา ที่เขาเผลอมอบรอยยิ้มออกไปให้โดยไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีก็รีบหุบยิ้ม แล้วมองเธอด้วยท่าทีเฉยเมย คิดๆ ดูแล้ว อย่างไรซะอันดากับเขาก็ไม่คู่ควรกัน ฐานะต่างกัน นิสัยเธอก็ไม่ได้อ่อนโยนเชื่อฟังสักเท่าไหร่ อย่างมากหากถูกใจจริงๆ เขาคงแค่คบกับเธอผ่านๆ จนเบื่อ จากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้าย

"เจอไอ้คุณพิเชษฐ์นั่นว่าเลว ใช้จุดอ่อนของคุณบีบบังคับคุณ แต่เจอคุณนี่กลับยิ่งกว่า หาจุดอ่อนที่ไม่มีใครสู้ได้ มาข่ม คะแนนความดีให้สิบ ความโหดร้ายให้ร้อยสิบเลย" อันดาบอกเขาด้วยท่าทีตื่นเต้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็เห็นนิ่งๆ

"นี่คงไม่ได้หลอกด่าผมอยู่ใช่ไหม ว่าผมตรงๆ เลยก็ได้"

คนถูกถามหัวเราะไม่ปิดบัง

"ฉันเปล่าพูดนะ คนเราก็ต้องมีทั้งด้านดีด้านร้าย เพื่อใช้ให้ถูกคน ถูกสถานการณ์ ฉันเข้าใจคุณค่ะ"

...นี่เป็นครั้งแรก ที่มีคนพูดว่าเข้าใจเขา ก่อนหน้านี้มีแต่คนบอกว่าเขานั้นเข้าใจยาก แม้แต่เลขาของเขายังเคยบอกเลย

"คุณอันดาเป็นคนแรกเลยนะครับที่พูดคำนี้" นาวินแทรกขึ้น มุมปากทั้งสองข้างยกสูงขึ้น

"คำไหนคะ" เธอไม่เห็นว่าจะมีคำไหนที่ดูพิเศษเลยสักนิด เลยไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงคำไหน

"ก็ที่บอกว่าเข้าใจคุณกันต์ไงครับ ขนาดผมทำงานมากับเขามาตั้งเจ็ดแปดปี ผมยังไม่เข้าใจเลย เดี๋ยวใจดี เดี๋ยวดุ บางครั้งก็แอบปรับอารมณ์ไม่ทันเหมือนกัน" เลขาหนุ่มบอก พร้อมกับหัวเราะน้อยๆ

"แล้วอยากเข้าถึงอารมณ์การถูกไล่ลงจากรถตอนนี้เลยไหมล่ะ" คนเป็นนายถาม ใบหน้ายียวน เดี๋ยวนี้ช่างกล้านินทาต่อหน้านะ ...นาวิน

"ขอโทษครับ ผมก็แค่ลืมตัวไปหน่อย" เขายิ้มแห้งๆ บอกเสียงอ่อน ก่อนจะหันหน้าไปมองถนนเงียบๆ ดังเดิม

"บอสคะ ยังไงก็ต้องขอบคุณบอสมากๆ เลยนะคะ ที่ทำเพื่อผู้หญิงตัวน้อยๆ อย่างฉัน"

"ใครทำเพื่อเธอ?"

คนถูกถามฉีกยิ้มให้กว้างขึ้น

"แหม! ก็เห็นๆ อยู่ ว่าคุณทำเพื่อปกป้องฉัน"

"ผมทำเพื่อธุรกิจของผม คุณไม่ต้องคิดมากเกินไป"

คนฟังอมยิ้ม ....ใครจะเชื่อ 

…ความจริงเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ทำไมต้องแสดงออกว่าตัวเองเห็นแก่ตัว ทั้งๆ ที่ความจริงนั้นไม่ใช่เลย

หลายเดือนต่อมาอันดาเป็นงานมากขึ้น เธอทำงานหลายอย่างแทนนาวินได้แล้ว เหมือนตอนนี้เธอจะใช้เวลาไปกับการทำงานเป็นเลขาเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำงานเป็นคู่ควงเลยแม้แต่วันเดียว เพราะช่วงเดือนที่ผ่านมาชนกันต์ไม่ได้ออกงานสังคมใดๆ เลย ด้วยเหตุที่ว่าทำงานยุ่งจนไม่ว่างไป จนเธอลืมไปแล้ว 

ว่าเขาจ้างเธอมาทำงานในตำแหน่งอะไรกันแน่

อันดาทำงานเลขาอย่างขะมักเขม้น แต่เหมือนจะตั้งใจทำงานเกินไปหน่อย จึงทำให้คนในบริษัทมองว่าเธอนั้นเป็นเลขาคนที่สองของชนกันต์จริงๆ ไม่ได้มีอะไรเกินเลย อีกทั้งแม้อันดาเธอจะเป็นคนสวย แต่ถ้าเทียบกับอดีตคนควงของรองประธานหนุ่มมือขวาของท่านประธานบริษัทอย่างชนกันต์แล้ว ก็นับว่ายังห่างชั้นอีกมาก เพราะผู้หญิงเหล่านั้นผ่านมีดหมอ ผ่านการฉีดหน้าฉีดสีผิวมาให้ขาวใส มองในระยะร้อยเมตรยังเห็นออร่าความงาม และความโดดเด่นเลย

แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าคนธรรมดา สวยธรรมชาติ ไร้การแต่งแต้มอย่างอันดา หากไปทำบ้างก็คงจะสวยโดดเด่นกว่าคนเหล่านั้นหลายเท่า เหมือนกับนาวิน และชนกันต์ ที่ตอนนี้กำลังมองร่างระหงที่ยืนมองมาที่เขาด้วยชุดราตรีสีชมพูอ่อนระยิบระยับ ทรงคล้องคอ แหวกหลังลึกจนเกือบจะถึงสะโพก ผมยาวถูกเกล้าขึ้น ปล่อยปอยผมลอนด้านหน้าซ้ายขวารับกับชุด และ ใบหน้าของเธอที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์เนมราคาแพง ที่ชนกันต์ออกเงินจ้างช่างแต่งหน้าระดับมืออาชีพที่ค่าตัวแพงลิบลิ่วมาเพื่อแต่งหน้า ให้เธอในวันนี้ เพราะคืนนี้มีงานประมูลสินค้าการกุศล ที่เขาต้องการคนควงไปด้วย เนื่องจากคืนนี้ ชงโค แม่เลี้ยงของเขาเป็นเจ้าภาพจัดงานหากไม่ไปร่วมด้วย งานก็คงจะราบรื่นเกินไปหน่อย อีกอย่างได้ยินว่ามีงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่จะถูกประมูลด้วย และผลงานชิ้นนั้นมันก็เป็นสิ่งที่เขาต้องการมากๆ

"สวยเกินคาดไปมาก" นาวินบอกตาค้าง เขาไม่คิดว่าเธอจะสวยได้มากขนาดนี้ ปกติอาจจะเพราะไม่ได้แต่งหน้า หน้าตาของเธอจึงดูสวยแบบธรรมดา พอแต่งด้วยช่างระดับมืออาชีพแบบนี้ ทำให้ดูสวยขึ้นหลายพันเท่า เหมือนเป็นคนละคนกันไปเลย

ชนกันต์ยังจ้องใบหน้าสวยตาไม่กะพริบ เขารู้ว่าเธอสวย แต่ไม่เคยคิดว่าพอขัดสีฉวีวรรณ แต่งหน้า แต่งตัว แล้วจะสวยมากมายหลายล้านโลกขนาดนี้....

"เอ่อ... สวยจริงเหรอคะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยชินเล่ยค่ะ" อันดาถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก ปกติเธอไม่เคยแต่ตัวโป๊ และแต่งหน้าแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้มาก่อน

"สวย" เป็นคำตอบที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้ยินมันออกมาจากปากของชนกันต์ แม้แต่ตัวคนพูดเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะพูดมันออกมา

อันดาอมยิ้มน้อยๆ ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้รู้สึกเขินอาย เมื่อได้ยินคำชมจากปากของเขา ตอนแรกเธอนึกว่าจะได้ยินคำว่า ไปส่องกระจกดูก็คงจะรู้แล้วมั้งซะอีก

นาวินได้ยินคำนั้นออกมาจากปากเจ้านายก็อมยิ้ม ก่อนจะขออนุญาตเดินออกไปข้างนอก เขาคิดว่าเจ้านายคงอยากใช้เวลาอยู่กับคนที่ตอนนี้เรียกว่า 'คู่ควง' ที่เขาเพิ่งเติมให้ว่า 'ที่เจ้านายสนใจ' สองต่อสองมากกว่า การมีเขาอยู่ด้วย

"คุณนาวิน จะออกไปทำไมคะ" อันดาเอ่ยถาม ขณะที่เขายังเดินไม่ถึงประตู

"ผมรู้สึกเวียนหัวน่ะครับ ก็เลยว่าจะไปสูดอากาศข้างนอกหน่อย" เขาโกหก ก่อนจะส่งยิ้มให้

"งั้นคุณก็กลับบ้านเลยก็ได้นะ" ชนกันต์บอก กลัวว่าเขาป่วยขึ้นมา พรุ่งนี้จะทำงานไม่ไหวเอา อีกทั้งคิดว่าไปกับอันดาสองคนก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร โดยที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราว ว่าที่เลขาหนุ่มทำแบบนี้นั้นเหตุผลคืออะไร

นาวินส่งยิ้มให้ผู้เป็นนาย ก่อนจะตอบตกลง แล้วเดินออกจากห้องลองชุดขนาดใหญ่ ที่มีห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีผ้าเป็นม่านเลื่อนเปิดปิดเพื่อเปลี่ยนชุดอยู่ด้านในอีกห้อง

"ไม่มีคุณนาวินอยู่ ไม่รู้ว่าฉันจะเผลอทำตัวเงอะๆ งะๆ หรือเปล่านะคะ" อันดาบอกยิ้มๆ ตามที่คิด

ยิ่งเธอยิ้มก็ยิ่งน่ามอง...

"ก็มีฉัน อยู่ข้างๆ เธอตลอดงาน จะกังวลอะไรอีก" ชนกันต์บอก พร้อมกับลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปหาอันดา แล้วยกมือขึ้นมาทาบท้องน้อย เพื่อให้เธอควงแขน

หญิงสาวหัวเราะ นึกขัน

"ให้ฉันควงตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอคะ ค่อยควงตอนอยู่หน้างาน ไม่ก็ตอนเดินลงจากรถก็คงไม่สาย ไม่มีใครรู้หรอกค่ะว่าเรากำลังหลอกพวกเขาอยู่"

"เธอใส่ส้นสูงแต่งตัวแบบนี้ ฉันกลัวหน้าจะคะมำตั้งแต่ก่อนยังไม่ขึ้นรถ พาไปออกงานทั้งๆ ที่เลือดท่วมหน้าคงไม่ดี ก็เลยจะช่วย" เขาบอก ก่อนจะลดมือลง รู้สึกเก้อๆ เหมือนกัน ที่ทำแบบนั้นออกไป แล้วถูกเธอพูดปฏิเสธออกมาแบบนี้ด้วย ....เธอพูดก็ถูก เขาจะรีบควงหล่อนไปไหนเนี่ย

อันดายิ้มกว้าง ก่อนจะถือวิสาสะขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะคล้องแขนเธอกับแขนของเขาไว้

คนถูกคล้องแขนก้มมองหน้าเธอ ด้วยความสงสัยในพฤติกรรม เมื่อกี้ยังบอกว่าเขารีบ แต่นี่เธอ... คล้องแขนเขา โดยไม่ขออนุญาตสักคำ แล้วดูใบหน้าที่ยิ้มแป้นแล้นที่มองมานั่นอีก ...ทำตัวน่ารักแบบนี้ให้ใครดูกัน

"หน้าขมำไปคงไม่ดี" เธอบอก เมื่อเห็นเขามองมา ....จะว่าไป วันนี้เขาก็ดูหล่อเป็นพิเศษ ปกติเห็นเขาใส่สูทผูกไท เซ็ททรงผมเสยแสกข้าง แม้ปกติจะดูหล่ออยู่แล้วทุกวัน แต่วันนี้นั้นดูหล่อขึ้นกว่าเดิมอีก  คงเพราะเซ็ทผมต่างจากทุกวัน เป็นทรงแสกข้างยกโคน ถูกโรลม้วนผมทำให้เป็นคลื่น แหวกให้เห็นหน้าผากไม่มาก เรียกว่าทรงฮิตเกาหลีเลยก็ว่าได้ ซึ่งพอมันกลายเป็นส่วนหนึ่งบนร่างกายของเขา กลับดูเหมาะกับหนุ่มหล่อผิวขาวไม่จัด หน้าตาคมเข้มอย่างเขาซะเหลือเกิน ....เขาน่าจะทำผมทรงนี้ทุกวัน จะได้ดูไม่ดุมากด้วย

"งั้นก็จับไว้แน่นๆ" ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ

 ...พอยิ้มไปแล้วก็นึกถามตัวเองในใจ ว่าจะยิ้มทำไมเนี่ย?

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ตอนแรกว่าจะไม่รัก   21. ...สมน้ำหน้า!

    "เด็กคนโตอายุกี่ขวบพี่" ชนครแทรกถามขึ้น"สองขวบ ถามทำไม" ชนกันหันต์มาขมวดคิ้วตอบ และถามกลับ"ถ้าเด็กหย่านมแล้ว ผมว่าให้เงินแม่เขาไปสักสิบล้าน แลกกับเด็ก ก็ไม่น่ามีปัญหานะ ผู้หญิงที่พี่คบๆ มา มีใครบ้างไม่ซื้อได้ด้วยเงิน ส่วนคนเล็ก พี่จะจริงจังกับแม่ของเขาอยู่แล้ว เรื่องเด็กก็ไม่มีปัญหา""ว่าแต่แม่เด็กเป็นใคร ฉันรู้จักไหม ถ้าเป็นคนในบริษัท ฉันจะลองออกหน้าคุยให้ดู" ชนพัฒน์เอ่ยถาม"เอมอมร..."คำตอบของลูกชาย ทำให้ชัยพัฒน์นิ่งอึ้งด้วยความตกใจไปครู่ใหญ่ ได้สติก็ตอนภรรยาเอ่ยถามว่า"คุณเป็นอะไรไป""เปล่า" เขาตอบภรรยา ก่อนจะถามลูกชายต่อ"แกกับหนูเอมคบกันแค่สองปีเป๊ะๆ ไม่ใช่เหรอ""ครับ""แสดงว่าลูกของเอม ไม่ใช่ลูกแก" ผู้เป็นพ่อสรุป ต้องใช่แน่ๆ เขาจำได้แม่น เหตุการณ์เมื่อสองปีที่แล้ว…'หนูเอม....' ชนพัฒน์เอ่ยเรียกชื่อของคนที่ควงคู่มากับลูกชายเสียงอ่อนเอมอมรกล่าวทักทาย และไหว้ชนพัฒน์ พร้อมกับส่งยิ้มให้ เหมือนคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทั้งๆ ที่ในอดีตเธอนั้นเคยเป็นเลขาของเขา อีกทั้งความสัมพันธ์ลับๆ ของเขา และเธอนั้นยังเคยหวานชื่นกันมากด้วยแม้จะรู้สึกเสียดายผู้หญิงสาวสวย ที่เด็กกว่ารุ่นลูก ทั้งอ่อนโย

  • ตอนแรกว่าจะไม่รัก   20. แต่งผู้หญิงสองคน

    "พี่หมายความว่ายังไง เรื่องที่เขามีลูก มีเมียอยู่แล้วเป็นแค่เรื่องที่พี่เข้าใจผิดคิดไปเองเหรอ?" ดามันขมวดคิ้วถาม หลังจากได้ยินคำบอกเล่าจากพี่สาว ในหัวมีแต่คำว่า ...อะไรวะ?"อือ" พี่สาวบอกเสียงอ่อน อายเหมือนกันที่มโนคิดไปเองแบบนั้น แล้วยังมีหน้าไปบอกน้องชาย จนเขาไปทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตแบบนี้ขึ้นมาอีก"ช่างเถอะ อย่างน้อยลูกพี่ก็คงมีพ่อ และตอนนี้ พี่ก็คงคืนดีกับเขาแล้ว ผมจะไปขอโทษเขา"คนเป็นพี่พยักหน้าเห็นด้วย ควรไปขอโทษจริงๆ นั่นแหละ ได้ยินจากนาวินมาว่าคนรู้ทั้งบริษัท นักข่าวก็รู้ ลงอินเทอร์เน็ต เป็นข่าวดังเรียบร้อยแล้ว ....สมัยนี้ข่าวไวดีจริงๆ เหตุเกิดแค่หนึ่งนาที ก็ลงสู่โลกออนไลน์จนคนรู้ไปทั่วแล้ว "ขอโทษ" แม้จะเป็นคำขอโทษที่ดามันเอ่ยบอกชนกันต์ แต่มันกลับเป็นคำพูดที่ฟังดูไร้ซึ่งความรู้สึกผิด เหมือนพูดส่งๆ ให้มันจบๆ ไปเท่านั้น นั่นก็เพราะว่าเขายังรู้สึกไม่ค่อยโอเคกับผู้ชายคนนี้ เพราะมาทำพี่สาวของเขาท้องก่อนแต่งอันดากระตุกเสื้อน้องชายเบาๆ พร้อมกับมองหน้า แล้วเขม่นใส่ เพื่อให้น้องชายกล่าวขอโทษดีๆ"อะไร" เขาก้มมาเอ่ยถามพี่สาวที่ตัวเล็กกว่า แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งๆ ที่เข้าใจความหมาย

  • ตอนแรกว่าจะไม่รัก   19. คิดไปเอง

    "ดาม! เป็นอะไร หรือเปล่า" อันดารีบวิ่งมาหาน้องชาย เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เธอรีบวิ่งเข้ามาโดยไม่ทันได้มอง ว่าคนที่มีเรื่องกับน้องชายนั้นคือใคร"พี่ มาได้ยังไง ผมไม่ได้ให้เขาติดต่อพี่นะ""ตำรวจโทรมาเบอร์คุณย่า ดีที่พี่พยาบาลรับสาย เลยมาบอกพี่ คุณย่าไม่รู้ ไม่ต้องเป็นห่วง” อันดาเข้าใจว่าน้องชายคงกลัวว่าย่าจะรู้แล้วไม่สบายใจ จึงบอกออกไปแบบนั้นไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ข้อมือของเธอก็ถูกมือใครคนหนึ่งกระชากให้เดินตาม อันดาหันมาเห็นว่าเป็นใครก็ตกใจ เธอสะบัดแขนหนี ไม่อยากไปกับเขา ไม่อยากคุย ไม่อยากเจอดามันรีบมาช่วยพี่สาว เขาเดินเข้ามาแทรกไปกระชากคอเสื้อของชนกันต์ไว้ ก่อนจะต่อยหน้าเขาเข้าหนึ่งมัด"อย่ามายุ่งกับพี่กู!"หมัดต่อไปกำลังจะตามมา แต่ถูกคนของชนกันต์ และตำรวจรั้ง และจับตัวให้แยกออกจากกันซะก่อนคนถูกต่อยยกมือขึ้นมาปาดขอบปากรู้สึกแสบๆ เหมือนมีเลือดออกอันดาเห็นเขาเจ็บก็จะพุ่งเข้าไปดู แต่ทว่าสมองสั่งการให้หยุดการกระทำเสียก่อน เขาโกหก หลอกลวง ไม่บอกความจริงกับเธอนะ อย่าลืม เธอไม่ควรให้อภัยคนเลวๆ อย่างเขา จึงหยุดนิ่งมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย เธอพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ พยายามทำตัวเองให้เข้มแข็ง ใจแ

  • ตอนแรกว่าจะไม่รัก   18. ตั้งครรภ์?

    "ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดวันไหนคะ" หมอสาวเอ่ยถาม ขณะถามข้อมูลเบื้องต้นของผู้ป่วยไปบางส่วนแล้ว"เอ่อ... เหมือนจะขาดไปสองเดือนแล้วค่ะ" อันดาบอกเสียงแผ่ว เริ่มคิด หรือว่าอาการที่เป็นอยู่นี้ คือ ...ท้อง!"หากเคยมีเพศสัมพันธ์ เป็นไปได้สูง ว่าอาการของคุณจะเกิดจากการตั้งครรภ์ค่ะ"อันดานิ่งอึ้งไป เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ...ท้องเหรอ? หากเธอท้องจริงๆ จะทำยังไงดี บอกชนกันต์เหรอ? เขาก็มีครอบครัวที่น่ารักของเขาอยู่แล้ว แล้วเขาจะทำยังไงกับเธอ ให้เธอเป็นบ้านเล็ก หรือจะแย่งลูกไปจากเธอ ไม่ว่าเขาจะทำยังไง เธอก็ไม่ยินดีที่จะอยู่แบบนั้น …ไม่สู้ให้ลูกไม่มีพ่อไปเลยยังจะดีซะกว่า ...เธอไม่อยากจะคิดถึงเรื่องเงิน แต่เสาหลักของบ้านอย่างเธอ ถ้าขาดเขา เธอจะหาเงินมาจากไหนได้…หยดน้ำตาค่อยๆ ไหลอาบแก้ม ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่เกรงใจคุณหมอ มันอัดอั้น มันรู้สึกแย่ที่สุด ทำไมชีวิตเธอถึงเดินมาอยู่จุดนี้ได้....กรรม เกิดจากการกระทำ หากเธอเอะใจ ตรวจสอบสักนิดว่าเขามีเมียเป็นตัวเป็นตนอยู่หรือเปล่า เธอคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้...แต่จะให้เอาเด็กคนนี้ออกเหรอ?...เธอก็ทำไมได้หรอก อย่างน้อยเขาก็เกิดจากความรักของเธอ แม้จะเป็

  • ตอนแรกว่าจะไม่รัก   17. หายตัว

    "พี่เป็นอะไรไป" ดามันเห็นพี่สาวแอบนั่งร้องไห้อยู่ในห้อง เขาก็เอ่ยถามด้วยความตกใจ ระคนเป็นห่วง เมื่อเผลอเสียมารยาทเปิดประตูเข้ามา เพราะได้ยินเสียงสะอื้นไห้อันดารีบปาดน้ำตา แล้วส่ายศีรษะบอกคนเป็นน้องว่า"ไม่เป็นอะไร พี่แค่เจ็บตา""เจ็บตา กับการร้องไห้อย่างหนักหน่วงจนตาบวมมันต่างกันนะ" คนเป็นน้องบอกเสียงเครียด เขาเป็นห่วงพี่สาวเหลือเกิน จะเกี่ยวกับไอ้ผู้ชายคนนั้นไหมนะดามันนึกถึงเมื่อครั้งที่เขานั่งแท็กซี่แอบตามดูพี่สาวเมื่อหลายเดือนก่อน อยากรู้ว่าพี่แอบมีเสี่ยเลี้ยงหรือเปล่า และก็เห็นผู้ชายคนหนึ่ง หน้าตาหล่อเหลาดูดี อายุก็ไม่ได้ดูมากมายจะเป็นเสี่ยเลี้ยงเมียน้อยได้ แต่ก็ดูร่ำรวยเอาการ ดูจากการมีคนขับรถ การแต่งตัว และบ้านหลังใหญ่มาก อยู่ในดงบ้านของเศรษฐี ซึ่งหมู่บ้านแแถวนั้นแพงหูฉี่ ไม่รวยจริง แม้แต่ตารางวาเดียวก็คงซื้อไม่ได้ดามันเห็นเขามาส่งพี่สาวที่บ้าน ก่อนที่คนเป็นพี่จะกลับออกไปกับเขาด้วยกระเป๋าเสื้อผ้า หลังจากนั้นดามันก็ได้รับข้อความจากพี่สาวว่า เธอจะไปทำงาน เขาให้แท็กซี่แอบขับรถตามพี่สาวไปกระทั่งเห็นผู้ชายคนนั้นโอบเอวพี่สาวเข้าบ้านไป ดามันไม่อยากยุ่ง คิดว่าเขาอาจจะคบกับพี่ในฐานะแฟน

  • ตอนแรกว่าจะไม่รัก   16. หวั่นไหว

    ชนกันต์ และอันดาพากันนั่งเครื่องบินมาเที่ยวภูเก็ต วันถัดมาเช่ารถพากันขับไปเที่ยวหาดนางทอง ดูทะเลดำ จังหวัดพังงา อันดาตื่นเต้นมากที่ได้เห็นทะเลที่นี่ คนไม่พลุกพล่านมาก ส่วนมากที่เห็นก็เป็นต่างชาติซะส่วนใหญ่ หากเป็นวันหยุดคนอาจจะมากกว่านี้อันดารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทรายสีดำที่ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอกำทรายขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะโปรยมันลงสู่พื้นดังเดิมด้วยเสียงหัวเราะสดใส ความสดใสของเธอทำให้ รอยยิ้มของชนกันต์ยกขึ้นตลอดทั้งวัน"ที่นี่สวยจัง ถ้าน้องชายดามาด้วย เขาคงจะชอบ" เธอป้องปากตะโกนบอกเขา ซึ่งยืนมองเธออยู่ไม่ไกลนัก ก่อนหน้านี้เขาหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเธอเอาไว้หลายรูป"คราวหลังเราพาน้องคุณมาด้วยกัน" เขาตะโกนตอบกลับ"เอาย่ามาด้วยได้ไหม""ได้ทุกคนที่คุณต้องการ"อันดาหัวเราะชอบใจ ทำไมเขาถึงได้ตามใจเธอทุกอย่างแบบนี้นะ ชีวิตตอนนี้เป็นเหมือนความฝัน ไม่รู้ว่าต้องลืมตาตื่นวันไหน ไม่รู้ว่าผู้ชายที่หาที่ติไม่ได้อย่างเขาจะรักเธอกี่วัน กี่เดือน กี่ปี แต่หากมันจะเป็นเพียงแค่ฝัน และแม้มันจะอยู่ได้แค่ชั่วโมงเดียว เธอก็ยินดีจะอยู่ในความฝันให้นานที่สุดเท่าที่จะอยู่ได้หลังจากเดินเที่ยวจนเหนื่อยแล

  • ตอนแรกว่าจะไม่รัก   15. คนนี้ใครเหรอครับ

    “นายมานั่งทำอะไรตรงนี้ งานของแม่นายนี่นา ปกติก็ต้องไปเสนอหน้าอยู่ข้างหน้าไม่ใช่เหรอ?” ชนกันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันปนแดกดันชชายหนุ่มไม่ได้สนใจคำประชดายหนุ่มไม่ได้สนใจคำประชด“ไม่คิดว่าพี่จะมาด้วยซ้ำ” เขาพูดพลางยิ้มกว้าง ไม่สนใจน้ำเสียงแขวะจากพี่ชายเลยแม้แต่น้อยชนคร พณาศรพัฒน์ หรือนคร น้องชาย

  • ตอนแรกว่าจะไม่รัก   14. คุณมากับใครเหรอครับ

    รถตู้หรูสีดำเงาวับค่อยๆ เคลื่อนมาจอดนิ่งบริเวณหน้าทางเข้างาน ซึ่งปูพรมแดงทอดยาวจากขอบถนนไปจนถึงบริเวณหน้าห้องจัดเลี้ยง นักข่าว และช่างภาพหลายคนต่างจับจองมุมถ่ายภาพ แข่งกันเก็บทุกวินาทีของค่ำคืนนี้อย่างตั้งใจชนกันต์ก้าวลงจากรถก่อน แล้วจึงโน้มตัวลงเล็กน้อย ยื่นมือไปหาอันดาที่อยู่ด้านในด้วยท่าทีสุภาพ

  • ตอนแรกว่าจะไม่รัก   11. โลกนี้เป็นของคนที่มีอำนาจ

    “แล้วยังไงครับ โลกนี้เป็นของคนที่มีอำนาจ คนที่ให้ผลประโยชน์ได้มากก็เป็นผู้ชนะอยู่วันยังค่ำ ต่อให้เธอไม่เต็มใจ ผมก็จะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่” พิเชษฐ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเย็น เขาลุกขึ้นยืน หมายจะเดินเข้าไปฉุดอันดาขึ้นจากเก้าอี้ โดยไม่สนว่าอยู่ต่อหน้าใคร เพราะมั่นใจในอำนาจของตนว่าไม่มีใครกล้าขัด

  • ตอนแรกว่าจะไม่รัก   8. ไปขอคุณกันต์เองเถอะ

    “เอกสารที่ต้องเซ็นค่ะ คุณลองอ่านดูก่อนนะคะ ฉันเพิ่งเริ่มงานวันแรก ยังไม่ค่อยรู้ระบบเท่าไหร่” อันดาวางแฟ้มลงบนโต๊ะของเจ้านายหนุ่ม พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ“ไม่รู้ก็ไม่ต้องทำ” ชนกันต์ตอบเรียบเย็นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง “อยากนั่งเล่น เดินเล่น หรือจะไปช็อปปิ้งก็เชิญ ผมไม่อยากเสียเวลากับคนทำงาน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status