1
จันจ้าวโตจนเป็นเมียพี่จอมจ๋าได้แล้ว
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะหกโมงแล้วจันจ้าวที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกจันจ้าวรีบตื่นทันที เพราะว่าวันนี้พี่จอมจ๋าของตนเองจะไปส่งที่มหาลัย คนน้องไม่อยากให้คนพี่รอนานนักถึงแม้ว่าปกติแล้วจันจ้าวจะไม่ใช่คนตื่นสาย แต่เมื่อรับรู้ว่ามีใครอีกคนต้องมารับก็ต้องเร่งรีบกว่าปกติอยู่ดี จันจ้าวเดินลงมาชั้นล่างของบ้านเห็นว่าแม่จ๋าของตนเองกำลังเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับทำขนมวันนี้อยู่ จันจ้าวเดินเข้าไปหาแม่จ๋าด้วยการย่องเบา ๆ เมื่อถึงบริเวณที่แม่จ๋ายืนอยู่ก็โอบเอวคนเป็นแม่ไว้ แม่จ๋าสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมทั้งหันหน้ามามองคนที่เข้ามากอดตนเอง
“ว้าย... ตาเถร”
“ฮ่า... แม่จ๋าอุทานแก่มากเลยจ้ะ”
จันจ้าวชะเง้อหน้ามาตรงช่วงสีข้างของแม่จ๋าและยิ้มตาหยีให้กับคนเป็นแม่ ยืนอยู่ท่านั้นจนกระทั้งคนเป็นแม่เองที่ดึงแขนลูกชายให้ไปยืนด้านหน้าของตนเอง นำมือไปเกลี่ยผมหน้าม้าของอีกคนเบา ๆ
“ลงมาเช้าเชียวรีบไปไหนหรืออย่างไร”
“วันนี้พี่จอมจะไปส่งจ้ะ หนูไม่อยากให้พี่จอมรอนาน”
“ดีแล้วแหละ พี่เขาอุตส่าห์ไปรับไปส่งอย่าไปให้คนเขารอเลย แม่เตรียมปิ่นโตไว้ให้แล้วนะ”
จันจ้าวปรายตาไปมองตามที่มือของแม่จ๋าชี้ทำให้เห็นปิ่นโตสีครีมหนึ่งสาย
“วันนี้มีแกงอะไรบ้างจ๊ะ หนูลงมาไม่ทันแม่จ๋าอีกแล้ว”
“ไม่เป็นอะไรเลย เมื่อคืนกว่าเราจะได้หลับจะได้นอนก็ปาไปตีหนึ่งแล้วไม่ใช่หรือไง แม่เห็นหลับกับกองหนังสืออีกแล้ว”
“วันนี้มีสอบนี่จ๊ะ หนูอยากจะสอบให้ได้คะแนนดี ๆ จะได้มาอวดแม่จ๋ากับพี่จอมจ๋า”
แม่จ๋าโอบกอดลูกรักไว้อย่างแน่นลูบศีรษะจันจ้าวเบา ๆ
สองแม่ลูกกอดกันด้วยความรัก กอดกันเพียงชั่วครู่ก็ย้ายพากันไปนั่งบริเวณโต๊ะอาหาร เพื่อที่จะกินอาหารกัน
ในตอนนี้เป็นเวลาจะแปดโมงแล้วจันจ้าวกำลังนั่งรอให้พี่จอมจ๋าของตนเองมารับ นั่งอยู่หน้าบ้านของตนเองเพียงคนเดียว ส่วนแม่จ๋านั้นออกไปตลาดแล้ว ทว่าในตอนแรกจะนั่งรอจอมราชกับลูกชายของตนเอง แต่ลูกชายปฏิเสธว่าสามารถนั่งรอคนเดียวได้ คนเป็นแม่ก็ไม่ขัด
อาหารในปิ่นโตที่แม่จ๋าเตรียมไว้ให้ในวันนี้มีทั้งต้มจืดหมูสับ ปลานิลทอด ส่วนขนมหวานจะเป็นบัวลอย จันจ้าวแอบไปเตรียมปิ่นโตอีกสายให้กับคนขับรถของตนเองในวันนี้ด้วยส่วนอาหารด้านในจันจ้าวแอบเพิ่มไข่ดาวไปหนึ่งฟองราดซอสทำเป็นรูปหัวใจด้านบนไปด้วย
ปี๊บ ~
เสียงรถเคลื่อนที่มายังหน้าบ้านของจันจ้าว ตัวของเขาที่จำเสียงรถของเจ้าของอู่ได้ก็รีบเร่งไปหาคนพี่ทันที ด้วยความที่ว่าไม่อยากให้คนพี่รอช้า วิ่งมาถึงบริเวณรถของคนพี่เรียบร้อยแล้วเดินอ้อมไปฝั่งคนขับเคาะกระจกหวังให้คนพี่เปิดกระจกมาคุยกันก่อน เคาะอยู่สองสามครั้งจอมราชถึงจะเปิดกระจกรถ
“ทำไมไม่ขึ้นมาคุยบนรถ”
“อยากคุยก่อนนี่ หนูเตรียมปิ่นโตไว้ให้พี่จอมจ๋าด้วยนะ”
จันจ้าวโชว์ปิ่นโตที่ตนเองตั้งใจเตรียมไว้ให้ จอมราชเอื้อมมือมาหยิบปิ่นโตไว้ในมือของตนเอง ค่อย ๆ มองและก็เงยหน้ามามองคนน้องอีกครั้ง
“ขึ้นรถ”
คำพูดเดียวของจอมราชที่เอ่ยขึ้นมาให้ทำจันจ้าวหน้าบึ้งทันที ตอนแรกนึกว่าจะตั้งใจชมกันทำไมไม่ชมกันเลย จันจ้าวได้แต่นึกในใจ สุดท้ายก็ยอมขึ้นไปนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ เป็นตุ๊กตาที่หน้าบึ้งไม่ยอมยิ้ม
ใช้เวลาในการขับรถไปประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม ๆ เพราะช่วงเช้าแบบนี้ถ้าเข้ามาในตัวเมืองแล้วรถจะติด ทำให้ถึงมหาลัยของจันจ้าวล่าช้ากว่าปกติ
จันจ้าวลงไปจากรถโดยที่ไม่ได้หันมามองคนขับรถอย่างจอมราชทำให้เจ้าของอู่ได้แต่มองตามหลังไป ถึงแม้จะรู้ว่าคนน้องนั้นคงจะงอนหรือโกรธตัวเอง แต่ทำไมล่ะ ในเมื่อตัวของจอมราชไม่ได้ผิดอะไร
ช่วงเวลาพักของจันจ้าวแล้ว จันจ้าวและแก๊งเพื่อนได้ลงไปกินอาหารกันที่โรงอาหารแบบปกติทั่วไป จันจ้าวที่เตรียมปิ่นโตของตนเองมาเลยรับหน้าที่เฝ้าโต๊ะให้เอง โดยให้เพื่อน ๆ ไปซื้ออาหารกันได้ตามสะดวก
ในวันนี้การแต่งตัวของจันจ้าวคือใส่ครอปสีชมพูอ่อน และมีเสื้อแขนยาวสีครีมทับนอก ส่วนกางเกงจะเป็นกางเกงยีนขายาว จันจ้าวเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ทางคณะจึงไม่ได้เข้มงวดกับการแต่งตัว จะให้ใส่ชุดนักศึกษาเฉพาะตอนที่มีสอบเท่านั้น ส่วนเวลาอื่นสามารถใส่ได้ตามอัธยาศัย ระหว่างที่จันจ้าวกำลังนั่งรอเพื่อน ๆ ตนเองใช้เวลานี้ไปกับเล่นโทรศัพท์เลื่อนฟีดดูข่าวตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติก็คือเฟซบุ๊กได้ปรากฏเฟซบุ๊กของใครคนหนึ่งขึ้นมา หัวใจของจันจ้าวที่ได้เห็นเต้นระรัวเหมือนสิ่งไม่อยากให้เกิดขึ้นมันกำลังจะขึ้นแล้ว
“พี่เขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
จันจ้าวได้แต่พึมพำกับตนเอง
เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงเย็น ช่วงเวลาที่จันจ้าวเลิกเรียนพอดีระหว่างตอนที่จันจ้าวกำลังเรียนอยู่นั้นทางจอมราชได้ส่งข้อความมาหากันว่า ‘วันนี้คงจะมารับไม่ได้เพราะติดซ่อมรถของลูกค้า’ จันจ้าวได้แต่ส่งสติกเกอร์ตอบกลับไปว่าโอเค
จันจ้าวกำลังยืนรอรถสองแถวที่หน้าป้ายเพื่อที่จะนั่งรถไปลงหน้าตลาดและต่อวินมอเตอร์ไซค์เข้าบ้าน รอแล้วรอเล่ารถสองแถวก็ยังไม่มา จันจ้าวกำลังจะโทรไปพี่พัชลูกน้องในอู่ของจอมราช ทว่ายังไม่ทันที่จะได้โทรหาแต่ได้ยินเสียงบีบแตรรถดังขึ้นมา ทำให้เห็นว่าเจ้าของรถคือตินนั่นแหละ จันจ้าวชั่งใจอยู่นานว่าตนเองควรจะเดินไปขึ้นรถหรือไม่ควร เพราะเหตุการณ์เมื่อวานที่โดนจอมราชมองหน้าด้วยสายตาเข้มแบบนั้นมันยังคงติดตาตนเองอยู่ สุดท้ายแล้วจันจ้าวก็เดินขึ้นรถของติน
“พี่ตินครับ ส่งจันที่หน้าตลาดได้เลยนะครับ”
“ไม่ให้พี่ไปส่งที่บ้านเหรอครับ”
ถ้าให้พี่ตินไปส่งที่บ้านไม่ดีแน่ ... ปากของชาวบ้านบริเวณคงจะพูดกันไปจนถึงหูของพี่จอมจ๋า จันจ้าวส่ายหน้าปฏิเสธ ตินเองก็ไม่ขัดเพราะตอนนี้กำลังเป็นช่วงทำคะแนน
ในตอนนี้บนท้องถนนในตัวเมืองเป็นเวลาที่ผู้คนขับรถกลับบ้านกัน เลยทำให้รถเยอะมากกว่าปกติอาจจะทำให้รถติดมากขึ้นด้วย จันจ้าวนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถเห็นเด็กน้อยเดินขายพวงมาลัยถ้าเป็นตอนที่มากับพี่จอมจ๋า คนนั้นก็คงจะลดกระจกลงเพื่อที่จะให้ตัวของจันจ้าวอุดหนุนเด็กน้อยแล้ว ทว่าตอนนี้จันจ้าวกลับนั่งรถกับตินตัวเขาคงไม่กล้าบอกที่จะให้ลดกระจกลง
“มีอะไรหรือเปล่าครับน้องจัน”
ตินที่เห็นว่าจันจ้าวมัวแต่มองออกไปนอกหน้าต่างเลยเอ่ยถามขึ้นมา ความจริงแล้วนั้นเป็นการหาเรื่องซะมากกว่า
“ไม่มีครับพี่ติน ช่วงเย็นแบบนี่รถเยอะจังเลยนะครับ”
“ครับ รถเยอะแบบนี่ทำให้รำคาญใจไม่น้อยเลย”
คนขับรถเอ่ยขึ้นมา จันจ้าวได้แต่หันไปมองโดยไม่ได้พูดอะไร ถ้าเกิดว่าดูจากภายคนอย่างพี่ตินคงจะเป็นคนแบบที่เห็นน่ารำคาญใจก็คงจะอารมณ์ไม่ดีจนพาลไปหมด ใช่ว่าจันจ้าวจะไม่รู้จักนิสัยใจคอของลูกชายของคนใหญ่คนโตของตนเองคนนี้ แต่ทำยังไงในตอนนี้พี่ตินนั้นดีกับตนเอง ก็ไม่อยากแปลว่าตัวเองจะไว้ใจพี่เขาแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์สักหน่อย
จันจ้าวนั่งเงียบ ๆ จนไม่ได้ดูทางว่าตอนนี้กำลังเลี้ยวเข้าสู่ของซอยบ้านของตนเองแล้ว จะบอกให้ตินจอดรถตรงหน้าซอยก็ไม่ทันเพียงนิดเดียวก็ขับรถมาจนถึงหน้าบ้านของเขาเรียบร้อยแล้ว เมื่อมาถึงก็ชะเง้อมองออกไปกลับเห็นว่ามอเตอร์ไซค์คุ้น ๆ กำลังจอดอยู่หน้าบ้าน
‘พี่จอมมาเหรอ’ จันจ้าวพึมพำเพียงคนเดียว
“น้องจันพูดว่าอะไรนะครับ”
“อ๋อ.. ไม่มีอะไรครับ งั้นจันขอตัวก่อนนะครับพี่ติน ขอบคุณพี่ตินมาก ๆ เลย”
จันจ้าวรีบเร่งบอกลาไปและย้ายตัวเองออกจากรถให้เร็วที่สุดก่อนที่เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นจะออกมาเห็น ทว่าไม่ทันแล้ว เพียงแค่ก้าวขาลงจากรถไปหนึ่งข้างเท่านั้น จอมราชก็เดินออกมาจากของจันจ้าวทันที ข้างกายกันมีแม่จ๋าของตนเองยืนอยู่ด้วย จอมราชต้อนรับอีกคนด้วยการขมวดคิ้วสงสัย จันจ้าวรีบไหว้ลาตินอีกครั้งและวิ่งไปหาแม่จ๋าของตนเอง กอดอ้อนเพื่อเปลี่ยนเรื่องไม่ให้ทั้งแม่จ๋าและพี่จอมจ๋าได้ถาม
จอมราชปรายตามองคนน้องที่กำลังกอดแม่จ๋าของตนเองอยู่โดนไม่ได้ถามอะไร
“น้าขอบคุณมากนะจ๊ะพ่อจอม อุตส่าห์ให้เด็ก ๆ ช่วยเข็นรถเข็นมาให้น้า”
“ไม่เป็นไรครับน้าภา”
“แล้วนี่จะไม่อยู่กินข้าวเย็นกับน้าจริง ๆ เหรอ จันจ้าวก็กลับมาแล้ว”
“นั่นสิจ๊ะ พี่จอมอยู่กินข้าวกับหนูกับแม่ก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวหนูรีบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเลย สัญญาจ้ะว่าไม่อาบน้ำให้นาน”
จอมราชคิดหนักอีกใจหนึ่งก็เป็นห่วงอู่ อีกใจหนึ่งก็เกรงใจคุณน้าภา แต่สรุปแล้วว่าตอบตกลงที่อยู่กินข้าวเย็นกับสองแม่ลูกบ้านนี้ คนน้องยิ้มตาหยีดีใจรีบเร่งวิ่งขึ้นบันไดไปอาบน้ำ
“ลูกคนนี้นิไม่เคยเรียบร้อยเอาซะเลย ดูสินั้นดูวิ่งไป” แม่จ๋ามองตามหลังไปพร้อมเอ่ยบ่นพึมพำกับตนเอง แต่เป็นประโยคที่จอมราชนั่นก็ได้ยิน และเป็นประโยคที่จอมราชเห็นด้วยทุกประการ
กลิ่นหอมสบู่อาบน้ำลอยมาแตะจมูกของคนที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์เครื่องเก่าที่ภาพหน้าจอที่ปรากฏใกล้จะเลือนหายไปตามกาลเวลาแล้ว เจ้าของกลิ่มหอมจาง ๆ ใกล้เข้ามาทำให้จอมราชหันกลับไปมองเห็นว่าจันจ้าวกำลังเดินลงบันไดมา คนน้องใส่ชุดนอนครบเซ็ตลายการ์ตูนแมวสีชมพูเป็นแบบกางเกงขาสั้น ระหว่างที่เดินลงมาก็เช็ดผมไปด้วยเช่นกัน เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจอมราชพร้อมกับส่งสายตาปิ๊ง ๆ หวังจะกระชากใจให้อีกคน
“ตามึงกระตุกเหรอ”
จบกันความโรแมนติกนี้
พูดเพียงแค่นั่นจอมราชก็เดินผ่านหน้าของจันจ้าวไป เดินไปหยุดข้างกับแม่จ๋าที่กำลังเตรียมถ้วยจานอยู่
“จันจ้าว!”
“จ๋าพี่จอมจ๋า”
“มาช่วยน้าภา มึงจะยืนรอกินอย่างเดียวหรือยังไง”
นี่ปากคนหรืออะไรนะ ขยับเป็นด่าจริง ๆ แต่นั่นแหละจันจ้าวได้แต่นึกบ่นอีกคนภายในใจ เดินเนียน ๆ ไปยืนข้างจอมราช แอบเอามือของตัวเองไปแตะบริเวณปรายนิ้วของอีกคนที่กำลังเอื้อมหยิบผ้าปูโต๊ะมารอง เหมือนไฟฟ้าสถิตหรือยังไง พอโดนตัวกันจอมราชก็หันมาทำหน้าเข้ม ๆ ใส่คนน้อง เกือบจะได้มีศึกขนาดย่อยภายในบ้าน แต่มีเสียงสวรรค์ของแม่จ๋าซะก่อน
“ไปกวนอะไรพี่เขาอีกแล้ว”
และนี่คือเสียงสวรรค์ที่ดังขึ้น...
“ทำไมแม่ไม่คิดว่าพี่จอมจ๋าบ้างละที่แกล้งหนู”
“เฮ้อ... คนอย่างพ่อจอมนั่นหรือจะมาแกล้งอะไรเด็กแบบเรา”
“เอ้า... คนแกล้งแฟนจะไปแปลกอะไร”
“จันจ้าว!”
เมื่อจันจ้าวพูดคำว่าแฟนออกมา เสียงคนข้างกายของดังขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น แถมสายตาที่มองแทบจะกินจันจ้าวไปได้ทั้งตัว
“อุ๊ยลืมไปหนูกำลังจีบพี่จอมจ๋าอยู่”
“น้อย ๆ หน่อยนะเรา พี่เขาจะอึดอัดเอานะ”
แม่จ๋าหันไปมองหน้าของจอมราชช้า ๆ เห็นว่าจอมราชเองก็ทำหน้าไม่ดีนัก ลูกคนนี้นิไม่กลัวพี่เขาอึดอัดเลยหรือไง ดื้อซะเสียจริง
ใช่ว่าแม่จ๋าจะไม่เคยพูดเรื่องนี้ เคยบอกไปแล้วไปเล่าว่าจอมราชเองคงเห็นว่าจันจ้าวเป็นน้องชายคนหนึ่ง แต่ลูกของตนเองนี่ดื้อนัก พูดแค่ว่าจะจีบพี่เขาทุกวันทุกวัน ดื้อเสียจริงคงต้องให้ลองเจอประสบการณ์อกหักสักคราแล้วกระมั้งถึงจะหยุดดื้อแบบนี้ได้
ทั้งสามใช้เวลากินข้าวเย็นไปเกือบชั่วโมง ที่เกือบไปไม่ใช่อะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าจันจ้าวมัวแต่ตักกับข้าวให้กับจานของจอมราช จนจอมราชต้องกินอาหารในมื้อนี้ไปสองจานด้วยความเกรงใจแม่จ๋าที่อยู่ร่วมโต๊ะด้วย
จอมราชกำลังขึ้นรถกลับไปอู่ เพราะว่าต้องไปเช็ดของที่เพิ่งเข้ามาในช่วงเช้า อีกอย่างพวกเด็ก ๆ บอกไว้ว่าอยากดื่มเหล้ากัน ตัวของจอมราชก็ไม่ขัดแต่พวกเด็ก ๆ ที่อู่อยากจะให้เฮียจอมร่วมวงด้วย และนั้นเป็นอีกเหตุผลที่เขาต้องขับรถกลับไปอู่อีกครั้ง
“พี่จอมจะกลับบ้านเลยไหมจ๊ะ” จันจ้าวที่วิ่งตามมาถามด้วยน้ำเสียงหอบเล็กน้อย รีบวิ่งมาเพราะกลัวว่าจะไม่ทันอีกคน
“เปล่ากูจะไปอู่”
“ไปด้วยได้ไหมจ๊ะ”
“มึงจะไปทำไม”
จอมราชหันหน้ามามองจันจ้าวด้วยสายตานิ่ง ๆ ส่วนอีกคนก็เข้ารอยยิ้มเข้าสู้
“วันนี้พี่ ๆ จะดื้อกันใช่ไหมจ๊ะ”
“แล้วทำไม?”
“พี่พัชโทรมาชวนจ๊ะ พี่พัชบอกไว้ว่าให้ไปพร้อมกับพี่จอมจ๋าเลย”
“กูจะกลับบ้าน”
“เอ้า ไหนพี่จอมบอกจะไปอู่”
“มึงจะไปทำไม”
“พี่จอมจ๋านี่แปลกคนเสียจริง คนเขาตั้งวงเหล้ากันก็ต้องไปดื่มสิจ๊ะ”
“เป็นเด็กเป็นเล็กหัดดื่มเหล้าด้วยเหรอมึง”
“เอ้าพี่จอมจ๋า นี่จันจ้าวสายดื่มเลยนะ”
“ไม่ต้องไป”
จอมราชผลักหน้าของจันจ้าวออกไป เพราะยิ่งพูดจันจ้าวยิ่งดันหน้าของตนเองเข้ามาใกล้กับจอมราช แต่ด้วยความที่จอมราชสูงกว่าหลายเซนทำให้ดันหน้าเข้าจนเกือบชนกับแผงอกอันแข็งแรงของจอมราชแทน
“ชิ... ขอไปด้วยก็ไม่ให้ไป”
“วงเหล้ามีแต่ผู้ใหญ่มึงเป็นเด็กจะไปนั่งกับเขาทำไม”
“ใครบอกเป็นเด็กจ๊ะ นี่จันจ้าวโตแล้วนะ โตจนเป็นเมียพี่จอมจ๋าได้แล้ว”
“อย่าแก่แดดนักจันจ้าว เอาเวลานี่ไปอ่านหนังสือบ้าง”
“แก่แดดยังไงก็ว่าเมียพี่อยู่ดี”
“เหรอ..”
จอมราชแกล้งคนน้องด้วยการโน้มตัวขยับหน้ามาใกล้ ๆ กับใบหน้าของคนน้อง จันจ้าวกำลังสตันทำอะไรไม่ถูกเพราะจอมราชไม่เข้าใกล้ตนเองขนาดนี้
“พ..พี่จอม รีบกลับไปเถอะจ้ะ หนูจะได้รีบปิดประตู เดี๋ยวแม่จ๋าจะเป็นห่วง”
“ไม่ไปกับกูแล้วเหรอ”
“มะ..ไม่ไปแล้วจ้ะ รีบกลับไปนะจ๊ะ!”
จันจ้าวตะโกนประโยคหลังกลับมาโดยที่ไม่ได้หันมามองจอมราชอีกรีบวิ่งไปจนเกือบจะสะดุดกับขั้นบันไดที่สูงขึ้นมานิดหน่อยจากพื้นดิน ส่วนเจ้าของอู่ซ่อมรถนั่นได้แต่ส่ายหน้าให้กับความโก๊ะของอีกคน