ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า

ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า

last updateLast Updated : 2025-03-17
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
89Chapters
2.1Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

กู่ซิงอีถูกสหายคนสนิทขอร้องให้ช่วยยกเลิกงานหมั้นให้ งานนี้เขาจึงต้องออกหน้าเอง ทุกอย่างดูเข้าร่องเข้ารอยแผนของเขาก็ค่อนข้างเข้าท่า แต่ไหงกลายเป็นตนที่คล้ายจะเป็นเจ้าสาวเสียเอง!

View More

Chapter 1

คำโปรย และ แนะนำตัวละคร

結婚して七年。

朝比奈澪(あさひな みお)は夫の森宮征司(もりみや せいじ)に知られずに、ひそかに娘を産み育ててきた。

娘の穂積玲衣(ほづみ れい)は今年五歳になるが、征司はその存在さえ知らない。父親になる機会を、澪が最初から与えなかったからだ。

夜勤の休憩に入ると、澪は隣のS県でひっそり育てている娘から届いたボイスメッセージを再生した。

「ねえママ、私、なんでパパに会ったことないの?私のパパって、もう死んじゃったの?」

まだ舌足らずな、甘えた声が流れてくる。

澪は一瞬、本気で考えた。生きてはいる。でも、父親としては死んだも同然だった。

最近、玲衣は少しずつ自分なりの考えを持つようになってきた。

小さな頭の中に、ひとつ悩みができたらしい。

自分は実の父親に一度も会ったことがない、ということ。

その疑問は、日ごとに大きくなっている。

そのせいで澪は、征司に打ち明けるべきかどうか、真剣に迷い始めている。

実は五歳になる娘がいるのだと。育児で一番手のかかる時期はもう過ぎている。今さら苦労もなく父親になれるなんて、ずいぶん都合のいい話ではないか。

玲衣とのトーク画面を閉じて、澪はふと日付を確かめた。

気づけば、征司との結婚生活はもう残り三か月ほどだ。

少し迷った末、澪は征司とのLINEを開いた。ほとんどやり取りのないトーク画面に、ゆっくりと文字を打ち込んだ。

【もし、私たちに子供がいたとしたら、あなたは……】

送信する前に、診察室のドアが慌ただしく開いた。

若い看護師が顔をのぞかせ、早口で澪を呼んだ。

「澪さん、急患です!妊娠初期の患者さんで、性行為のあと強い腹痛が出たそうです。かなり無理があったようで、黄体嚢胞が破裂する疑いがあります!」

澪はすぐにスマホの画面を消して、立ち上がると、眉を寄せたまま看護師の後について急ぎ足で外へ出た。

「もう、何を考えてるの。妊娠初期にそんな無茶をするなんて……少しは我慢できないの?」

看護師がカーテンを開けた瞬間、澪はそこで言葉を止めた。

ベッドに横たわっているのは、見覚えのある女だった。

二秒ほど遅れて、澪は驚きを隠せないまま相手の名を呼んだ。

「紗耶さん?」

白石紗耶(しらいし さや)は、征司の従弟の婚約者だ。

紗耶も澪を見た瞬間、ほんのわずかに動きを止めたが、返事はしなかった。

澪は反射的に彼女の状態を確認した。

紗耶の婚約者である征司の従弟は、五か月前に会社の帳簿をめぐる不正で懲役一年六か月の実刑判決を受け、今も服役中だ。

紗耶のお腹はまだ目立っておらず、見ただけでは妊娠しているとは分からない。仮に妊娠しているとしても、まだ初期のはずだ。

だとすれば、時期が合わない。

だが、今はそんなことを考えている場合ではない。澪は余計な詮索の念を胸の奥に押し込み、医療用手袋を手に取った。

「横になってください。診察しますから」

ところが紗耶は、急に身を起こした。澪が現れたことが不快でたまらない、という顔で言った。

「結構です。転院しますので」

若い看護師が困ったように澪を見る。

澪は静かに言った。

「転院するにしても、その前に状態だけは確認させてください。放っておくと危ないかもしれません」

紗耶は眉をひそめた。

澪の、どこか隙のない凛とした態度が気に入らない。

澪はそれ以上言い合わなかった。今は感情を挟んでいる場合ではない。

「少しお腹を見るだけですから」

そう告げて身をかがめ、紗耶の服の裾に手をかけた。

その瞬間、紗耶が冷たく唇を歪め、澪の手を払いのけた。

ぱん、と乾いた音が響いた。

思ったより強い力で払われ、手の甲に鋭い痛みが走った。

目を落とすと、そこはすでに赤くなっている。

澪が反応するより早く、紗耶は急に声色を変え、澪の背後へ甘えるように呼びかけた。

「征司……」

その名に、澪は手の痛みも忘れて振り向いた。

男は落ち着いた足取りで近づいてくる。

コートを腕にかけ、すらりとした長身がそこにいるだけで人目を引いた。品のある佇まいに、誰もが目を奪われてしまう。

征司は一瞬だけ澪と目を合わせた。けれど、すぐに何事もなかったように視線を外した。

彼は足を止めることもなく、冷ややかに目をそらして、赤の他人のように澪の横を通り過ぎ、ベッドの反対側へ回った。

低く澄んだ声には、わずかな心配がにじんでいる。

「具合は?」

澪はその場で息をのんだ。

紗耶の付き添いとして駆けつけてきたのが、よりにもよって征司だとは。

七年間、夫婦であることを周囲に伏せてきた、自分の夫だ。

征司の意識がすべて紗耶に向けられている。

それを見た瞬間、澪はふと思いついた。

彼は、さっき紗耶が自分の手を強く叩いたところを見ていたのだろうか。

征司に気遣われ、紗耶は固まったままの澪をちらりと見て、ほんの一瞬、勝ち誇ったような色をその目に浮かべた。

それから征司を見上げ、甘えるような声で言った。

「知ってるでしょ。お腹が痛くて、病院に来たの」

その一言で、周りの看護師は察してしまった。

つまり、例の「激しい性行為」の相手は、目の前の男だということだ。

征司は否定もせず、説明することもなかった。

澪はただその光景を見つめ、反応することすら忘れていた。

夫は目の前で、従弟の婚約者を当然のように気遣っている。

征司はもともと感情を表に出さない男だ。

けれど、二人の間に流れる空気がただならないことくらい、澪にも分かった。

まして紗耶が救急に運ばれた理由を、夫は知っている。

その事実に気づいた澪の体に悪寒が走った。

これまで澪は、征司はもともと誰に対しても淡泊な人なのだと思っていた。

愛し方を知らない人なのだと。

けれど、違う。

彼は人を愛することができないわけではない。ただ、その相手が自分ではないだけだ。

この局面とその相手があまりにも滑稽すぎて、彼女は思わず笑い出しそうになった。

例の「激しい性行為」の相手が誰なのか。そんなことは誰が見ても分かる。

澪がその場に立ち尽くしていると、征司がようやくこちらを見た。その冷ややかな一瞥に、澪ははっと我に返った。

手袋をはめ、診察しようとする手がかすかに震える。

さっき叩かれた手の痛みが、今になってじわじわと広がってきて、頭の中が真っ白になった。

ここまで来れば、答えはもう出ている。わざわざ確かめて、これ以上惨めになる必要などない。

征司が澪に何も言わないのを見て、紗耶はすべてを察したように、唇の端をわずかに上げた。

彼女は澪に聞かせるように、わざと甘えた声で言った。

「征司、私、転院したい。ちゃんと診てくれる病院に連れてって」

「分かった」

征司は迷わなかった。

紗耶が何を望んでも、彼は当然のように叶えるのだろう。

二人の間には、他人が入り込めないほどの親密さがある。

長年、目の前の男を深く愛してきた妻として、澪にそれが分からないはずがない。

その光景は見ているだけで、胸の奥が少しずつ裂けていくようだった。

紗耶の「もっとちゃんと診てくれる病院」という含みのある言い方に、澪はすぐ気づいた。

転院したいというのは、ただの口実だ。彼女が本当に言いたいのは、澪には診てもらいたくない、澪なんか信用できない、ということだった。

征司は慣れた様子で転院の手配を進め、その間も澪に声をかけることはなかった。まるで彼女がそこにいないかのように、最後まで一度も振り返らなかった。

二人が診察室を出て行ったあとも、澪はしばらく、その衝撃から抜け出せなかった。

一部始終を見ていた同僚たちは、すぐに熱のこもった噂話を始めた。

「うわ、最近の若者ってほんとすごいね」

若い看護師は目を輝かせている。

「でも、あの男、ずば抜けてかっこいいわ。あっちのほうも凄そうだよね!」

澪はうつむいたまま、どこか上の空で、手につけた医療用手袋をゆっくり外していく。

「そう」

看護師は澪の反応の薄さにも気づかず、ふいに声を落として聞いてきた。

「そういえば澪さんも、結婚してけっこう経ちますよね?お子さんはいないんですか?」

澪は手袋をゴミ箱に捨てた。

「うちの夫、EDで、治療を受けてるところなの」

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
89 Chapters
คำโปรย และ แนะนำตัวละคร
"เขาไม่รูปงามหรือ" กู่ซิงอีถามสหายคนสนิท "รูปงามยิ่งนัก!" เซี่ยลู่หลินกล่าวด้วยความจริงจัง คราที่ฟังมิได้ทันคิด หากแต่ได้ยลอีกฝ่ายแล้ว คำพูดของสหายก็หวนมาอีกครา 'รูปงามยิ่งนัก!' กลิ่นอายรอบกายสูงส่งดั่งหยก แววตาเฉยเมยไร้สิ่งใดที่สามารถสั่นคลอนคนผู้นี้ได้ ภาพตรงหน้า...สลักลึกฝังลงในใจ แนะนำตัวละคร กู่ซิงอี : เด็กกำพร้าที่ถูกผู้เฒ่าเจ้าของโรงเตี๊ยมเก็บมาเลี้ยงดู เลี้ยงชีพโดยการหมักสุราขาย เป็นคนรักสันโดษ ใช้ชีวิตอยู่เขตชานเมือง แต่พอได้สนิทกับใครแล้วยอมมอบใจให้ทั้งหมด ช่างสังเกต ยิ้มเก่ง นิสัยร่าเริงมองโลกในแง่ดี ฉลาดและมีไหวพริบ ว่านฟู่เฉิง : ผู้นำตระกูลว่าน ซึ่งเป็นตระกูลพ่อค้าที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้น ๆ ของแคว้นเหว่ย สมัยวัยเยาว์มีเหตุทำให้พิการไม่สามารถเดินได้จำต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นตลอด เป็นคนเจ้าอารมณ์ ขี้หง
Read more
บทนำ สารฤดูปีนั้นด้ายแดงเริ่มถักทอ
บทนำ สารทฤดูในเมืองจางงดงามไม่แพ้เมืองใดในแคว้นเหว่ย ยามนี้เป็นช่วงปลายฤดูแล้ว ใบไม้เริ่มแปรเปลี่ยนหลากสี กิ่งไม้เริ่มไร้ใบจนเหมือนกระดูกเรียวเล็กแต่ก็ดูงดงามแปลกตาไปอีกแบบ อากาศเองก็ไม่ร้อนอบอ้าวเฉกเช่นเดิมอีกแล้ว ดังนั้นวันนี้กู่ซิงอีจึงคึกคักเป็นพิเศษ หมักสุราหามรุ่งหามค่ำ มือหนึ่งทำงานมือหนึ่งยกสุราเข้าปากด้วยความอารมณ์ดี กลิ่นหอมของสุรากำจายทั่วปากทำให้มีแรงทำงานมากกว่าเดิม ยามเมื่อหมักสุราเสร็จสิ้นจนถึงขั้นตอนปิดผนึกแล้วเขากลับไม่ได้นำไหสุราไปเก็บในที่ซึ่งควรเก็บตั้งแต่แรก แต่กลับยกมานั่งอาบแสงจันทร์ที่ลานหน้าบ้านแทน จันทร์สกาวเต็มดวงเริ่มเอียงไปมากกว่าครึ่งแผ่นฟ้าแล้ว บ่งบอกว่าคืนนี้เขาทำงานหนักยิ่งนัก และอาจเพราะทำงานตั้งแต่เด็กกู่ซิงอีจึงสูงโปร่งกว่าบุรุษทั่วไปในเมืองจางอยู่บ้าง ยามนี้เขานั่งลงที่แคร่ไม้ไผ่กลางลานบ้านซึ่งรอบตัวเต็มไปด้วยไหสุราเกือบสิบไหที่เพิ่งยกมาวาง ‘สุราอาบแสงจันทร์ คนหมักเมามาย สุราย่อมรสชาติดี’ นี่เป็นความเชื่อส่วนตัวของเขา ปีนี้กู่ซิง
Read more
บทที่ 1 (1.4) ผู้ใดบอกกันว่าชีวิตจะสงบสุข
“อาอี อาอี!” รุ่งอรุณเพิ่งมาเยือนไม่นาน ท้องนภาเริ่มอาบย้อมสีส้มแค่บางส่วน เสียงเรียกก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้านของกู่ซิงอีที่ตั้งอยู่ท้ายเมืองแล้ว เจ้าของบ้านยังไม่ทันตื่นเต็มที่ก็ถูกเสียงเรียกอันคุ้นเคยปลุกขึ้นมาจากภวังค์แห่งการหลับใหล นั่นคือเสียงของเซี่ยลู่หลินสหายคนสนิทของตนเองที่กู่ซิงอีไม่มีทางจำผิด ร่างสูงเดินงัวเงียมาตามเสียงเรียก บานประตูบ้านถูกคนที่อยู่อีกฝั่งทุบจนสั่นคลอนไปหมด คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย เมื่อเปิดประตูออกแล้วเขาจึงพูดว่า “เสี่ยวลู่ เจ้ามาตะโกนหน้าบ้านผู้อื่นแต่เช้าขนาดนี้มีเรื่องด่วน...” กู่ซิงอียังไม่ทันพูดจบ เงาเล็กที่อยู่ตรงหน้าก็กระโจนเข้าหาเขา จับแขนทั้งสองข้างของเขาแน่นแล้วเขย่าไปมา “อาอี! อาอี!” เซี่ยลู่หลินกล่าวด้วยความร้อนรน “เจ้าต้องช่วยข้า ต้องช่วยข้า!” แต่ละคำที่กล่าวมาล้วนแทบฟังไม่ออก กู่ซิงอีไม่ตกใจอะไรมากนัก ปกติเซี่ยลู่หลินก็เป็นกระต่ายน้อยขี้ตื่นตูมอยู่แล้ว และแถมยังชอบโวยวายอีกด้วย ดังนั้นท่าทางแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ที่แปลกก็คือการที่เสี่ยวลู่มาหาเขาเช้าตรู่ขนาดนี้ต่างหาก เพราะจวนสกุลเซี่ยต
Read more
บทที่ 1 (2.4) เตรียมวางแผน
“คนผู้นั้นชอบเจ้าหรือไม่” พอกู่ซิงอีถามมาถึงตรงนี้ เซี่ยลู่หลินก็พยักหน้าเพียงนิด กู่ซิงอีจึงเดาเรื่องราวได้ทั้งหมดว่าทำไมสหายยังไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับตนสักที “เพราะฐานะของเขา?” “...” เซี่ยลู่หลินคราวนี้พยักหน้าอย่างแรง หยาดน้ำตาไหลลงมาอาบสองแก้ม นางรีบยกมือปาดออกอย่างรวดเร็ว กู่ซิงอีพอเข้าใจแล้วก็ไม่คาดคั้นเรื่องคนรักของสหายอีก แต่ปัญหาตอนนี้คือเรื่องการแต่งงานมากกว่า เซี่ยหลี่จวินบิดาของเซี่ยลู่หลินเป็นพ่อค้าที่เห็นเงินทองมาเป็นอันดับแรกสุด ทุกสิ่งทุกอย่างในสายตาของเขาคือผลกำไร ดังนั้นการแต่งงานครั้งนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องผลประโยชน์ เซี่ยหลี่จวินเป็นแบบนี้มานานแล้วกู่ซิงอีรู้จักเป็นอย่างดี สมัยก่อนนายท่านเซี่ยยังชอบสั่งห้ามให้เซี่ยลู่หลินไม่มาเล่นกับตนเพราะเขาเป็นเด็กที่กำพร้าและยากจน แถมเป็นบุรุษอีกด้วย คงกลัวว่าเซี่ยลู่หลินจะมาชอบพอกับเขาเข้าแล้วหนีตามกันไป แต่เซี่ยลู่หลินแม้จะเกรงกลัวบิดามากขนาดไหนทว่าก็ยังแอบมาหาเขาตลอด และเพราะบิดาของเซี่ยลู่หลินเข้มงวดจนเกินไปขนาดคนที่มีฐานะใกล้เคียงกันยังแทบไม่อยากให้เซี่ยลู่หลินไปพบปะ ดังนั้นทั้งคู่จึงเป็นสหายสนิท
Read more
บทที่ 1 (3.4) ยังมิทันพ้นวัน ข่าวก็แพร่กระจายออกไปไกล
เมืองจางแห่งนี้ข่าวไปไวยิ่งนัก เสี่ยวลู่บอกกับเขาว่าตนได้รับการทาบทามเมื่อวานตอนเช้า แต่บิดาเพิ่งบอกนางตอนหัวค่ำ ใจนางร้อนรนอยากมาหาเขาตั้งแต่ยามดึกแล้วแต่ติดที่หาจังหวะหนีออกมาไม่ได้ พอรุ่งสางของวันนี้ถึงแอบออกมาได้ในที่สุด พอคำนวณดูนี่ยังไม่ทันพ้นวันด้วยซ้ำ ข่าวลื่อก็ดังไปทั่วเมืองแล้ว เห็นทีเรื่องนี้ก็คงยุ่งยากไปอีกเท่าตัว “ไม่แปลกหรอก ทั้งสองตระกูลเป็นตระกูลพ่อค้าเหมือนกัน ร่ำรวยพอ ๆ กัน ไม่มีใครเหนือกว่าใคร ข้าเองก็คิดว่าในสักวันต้องได้เห็นงานมงคลที่เอิกเกริกสักครั้งเช่นกัน วันนี้ก็มาถึงแล้ว!” “ฮ่า ๆ เจ้าหวังดื่มสุรามงคลสิท่า” “ทั้งสองตระกูลร่ำรวยขนาดนั้น แถมตระกูลว่านและตระกูลเซี่ยก็รักหน้ารักตามากกว่าใคร จัดงานทั้งที คงเลี้ยงคนทั้งเมือง!” “เจ้าก็กล่าวเกินไป ยังต้องไว้หน้าวังหลวงอยู่บ้าง คงต้องบอกว่าเลี้ยงคนเกินครึ่งเมืองแทน!” “ฮ่า ๆ” กู่ซิงอีได้ฟังก็หัวเราะเสียงเยียบเย็นในใจ มือบีบจอกชาแน่นขึ้นทันที หึ สุราหรือ ไว้ไปขอของข้าดื่มแทนแล้วกัน! งานแต่งในครั้งนี้ไหนเลยจะลำบากให้พวกเจ้าลากสังขารมาดื่มสุรามงคล เพราะมันจะต้องไม่เกิดขึ้น!
Read more
บทที่ 1 (4.4) ยลโฉมครานั้น ภาพจำมิลืมเลือน
“ชมเกินไปแล้ว แค่คุ้นเคยเล็กน้อย ๆ เดิมข้าเป็นคนจมูกดีอยู่แล้วด้วย แต่ปกติจะได้กลิ่นขนาดนี้คงต้องทำสุราหกใส่ตัวเองกระมัง” แม่ค้าร้านน้ำตาลปั้นมองบุรุษชุดฟ้าสีพื้นที่เนื้อผ้าไม่ได้ดีมากไม่ได้หยาบมาก และค่อนข้างสะอาดสะอ้าน ดูไม่เหมือนพวกที่ชอบดื่มสุราต่างน้ำ อีกทั้งใบหน้ารูปงามที่พบยากในเมืองจางก็ดูไม่เมามายหรืออ่อนล้าอย่างกับคนที่ดื่มสุรามากจนเกินพอดีเลยสักนิด แล้วเหตุใดกลิ่นบนตัวจึงชัดเจนนัก “ข้าแค่ไปส่งสุราเท่านั้น” กู่ซิงอีกล่าวเรื่องจริงเพียงครึ่งส่วน ในตอนนั้นท่านน้าก็หันไปรับลูกค้าพอดีเขาจึงไม่ต้องหาเรื่องมาแก้ตัวอีก ครั้นพอไม่มีคนชวนคุยแล้วเขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนมาทำอะไรอยู่กลางตลาด เป็นจังหวะเดียวกับที่รถม้าสีเข้มคันหนึ่งพลันขับผ่านหน้าเขาไปพอดี คิ้วของกู่ซิงอีเลิกขึ้นเล็กน้อย รู้ได้ทันทีว่ารถคันนี้ต้องเป็นของคุณชายว่านแน่นอน เพราะตัวรถม้าออกแบบให้ค่อนข้างเตี้ยยกห่างจากพื้นไม่ถึงหนึ่งข้อศอก ดังนั้นจึงดูออกได้ง่ายว่าไม่ใช่รถม้าแบบทั่วไป และเมื่อมองตามไปก็พบว่ารถม้าได้หายเข้าไปข้างร้านว่านพอดี เลี้ยวไปในจุดอับสายตาที่คนไม่ค่อยสังเกตเห็นผ่านประตูสีน้ำตาลบานใ
Read more
บทที่ 2 (1.3) สุดท้ายก็ไม่กล้าอยู่ดี
จวนตระกูลเซี่ยจะว่าใหญ่โตก็คือใหญ่โต แต่การดูแลค่อนข้างหละหลวม หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะว่ากู่ซิงอีเข้าออกบ่อยจนชินไปแล้ว รู้ว่าควรเข้าที่ใด รู้ว่าที่หลบอยู่ตรงไหน และรู้ว่าควรมาเวลาใด ดังนั้นไม่ใช่เรื่องยากที่จะแอบย่องเข้ามาเหมือนโจรผู้หนึ่ง ยามปกติกู่ซิงอีมักจะหลบซ่อนบนต้นไม้ใกล้บานหน้าต่างห้องของเซี่ยลู่หลินแล้วใช้หินสามก้อนโยนไปกระทบหน้าต่างตามจังหวะ แต่สารทฤดูดำเนินมาครึ่งทางแล้วใบไม้จึงเริ่มร่วงหล่นใกล้หมดต้น จะหลบอย่างไรก็หลบไม่มิด ดังนั้นวันนี้กู่ซิงอีจึงเดินมาเคาะบานหน้าต่างของสหายตามจังหวะเดียวกับที่ใช้หินโยน เคาะหนึ่งครั้งเว้นไปสักพัก ช่วงเวลาที่เว้นไปก็หันมองซ้ายขวาและด้านหน้าตลอดเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ เซี่ยลู่หลินกับเขาเป็นสหายกันมานานแบ่งแยกออกอย่างชัดเจนว่าไม่เคยคิดเกินเลย นับเป็นสหายที่ล่มหัวจมท้ายจนรู้ใจ แต่อย่างไรเสียคนทั่วไปก็คงมองว่าบุรุษและสตรีที่ไหนจะเป็นเพื่อนกันได้ แม้นพวกเขาไม่คิดอันใดแต่คนนอกย่อมต้องคิดแน่ กู่ซิงอีนึกถึงชื่อเสียงของเซี่ยลู่หลินมาก่อนเสมอจะทำให้สหายเสียชื่อไม่ได้ เวลาแอบย่องมาเล่นด้วยกันที่จวนตระกูลเซี่ยจึงต้องคอยระวังอยู่ตลอด ทว
Read more
บทที่ 2 (2.3) นี่คนหรือนักบวช
กู่ซิงอีถึงขั้นเกาหัวด้วยความฉงน จู่ ๆ ก็โดนฝ่ามืออรหันต์ “จะส่งคนไปทั้งที่ก็ต้องส่งแบบที่เจ้าตัวชอบสิ บางทีคุณชายว่านอาจจะไม่ได้ชอบคนที่มีหุ่นงดงาม อาจชอบที่เรียบร้อยและเด็กกว่าตนมากก็ได้” สุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็ถกเถียงกันอยู่นาน กู่ซิงอีที่ไม่มีงานทำเพราะหมักสุราไว้มากพอแล้วจึงอาสาไปสืบถามหาข่าวดูว่าคุณชายว่านเคยมีสตรีที่คบหาหรือไม่ หรือว่าเคยไปเที่ยวหอย่านโคมแดงแล้วเลือกสตรีแบบไหน “คุณชายว่านหรือ ไม่เห็นว่าเขาจะมีใครที่เคยชอบพอกัน” นี่คือคำกล่าวของคนที่อยู่ละแวกจวนของตระกูลว่านซึ่งมีแต่คำบอกเล่าในทำนองเดียวกันทั้งหมด กู่ซิงอีจึงเดินทางต่อไปแถวย่านโคมแดงแทน “คุณชายว่านหรือ ข้าไม่เคยเห็นเขาไปงานเลี้ยงด้วยซ้ำ” “คุณชายว่านไม่เคยมาที่แบบนี้หรอก วัน ๆ เห็นแต่ขลุกตัวอยู่ในจวนกับร้านว่านกลางเมือง” “ข้าเคยเห็นเขามาเจรจาการค้าอยู่บ้างแต่ส่วนมากไม่มาที่หอเริงรมย์ของข้าหรอก นู่น เขาแวะเข้าร้านน้ำชาแทน !” สรุปแล้วกู่ซิงอีเสียเวลาไปจนค่ำก็รู้แค่ว่าคนผู้นั้นเก็บตัวมากนัก หอเริงรมย์หรือหอรื่นเริงแต่ละที่ก็ยังไม่เคยไปและไม่เคยเรียกใครไปที่จวนเพื่อจัดงานเลี้ยงเหมือนที
Read more
บทที่ 2 (3.3) ส่งเหยื่อไปล่อ
สองสามวันมานี้กู่ซิงอีคอยเฝ้าประกบตามดูคุณชายว่านอยู่ตลอด วันไหนที่คุณชายว่านออกมาจากจวนเพื่อมาร้านว่านกู่ซิงอีก็จะไปดักรอตั้งแต่ออกจากจวนตามมาจนกระทั่งถึงร้านว่าน ด้วยเพราะรถม้าตระกูลว่านเคลื่อนที่ช้ายิ่งนักเขาจึงเดินตามทันไม่เคยคลาดสายตาแม้แต่น้อย แต่ตลอดทางก็ไม่เห็นคนด้านในชายตาแลสาวคนไหน ผ้าม่านรถม้าถูกปิดไว้อย่างไรก็ยังคงปิดไว้ดังเดิมตลอดมิเคยเปิดออก แถมตอนอยู่ที่จวนคุณชายว่านก็เอาแต่ทำงานทั้งวัน ถึงตัวกู่ซิงอีจะมิได้แอบเข้าไปด้านในเพราะมีคนเดินตรวจตราอยู่ตลอด แต่แค่ปีนกำแพงอยู่ด้านนอกคอยสังเกตอยู่ห่าง ๆ ก็รู้ได้แล้วว่าคนผู้นี้บ้างานขนาดไหน เพราะห้องทำงานของคุณชายว่านก็คือเรือนที่อยู่ใกล้กับกำแพงเลยเห็นได้ว่าอีกฝ่ายไม่ออกไปไหนเลย มีเพียงคนสนิทของคุณชายว่านเท่านั้นที่เดินถือของเข้าออกอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งเท่าที่สังเกตเห็นบ่าวรับใช้ในจวนที่เป็นสตรีก็มีแต่คนสูงวัยทั้งนั้น คล้ายว่าระวังตัวเรื่องชู้สาวไว้อยู่แล้ว วันเวลาจึงดำเนินทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ โดยยังมิทันได้เรื่องราวใดเป็นชิ้นเป็นอันเสียที ต่อมาไม่กี่วันกู่ซิงอีกับเซี่ยลู่หลินก็หาคนได้แล้ว เป็นดรุณีน้อยแรก
Read more
บทที่ 3 (1.2) แย้มยลโฉมครานั้น ความทรงจำมิลืมเลือน
“เกิดอะไรขึ้น” เสียงเนิบนาบด้านในรถม้าเอ่ยถามขึ้นในชั่วขณะนั้น กู่ซิงอีได้ยินยลก็พบว่าคนผู้หนึ่งหน้าตาดีขนาดนั้นได้แล้ว เสียงเองก็ยังน่าฟังมากยิ่งนัก อดเผลอมองไปที่หน้าต่างรถม้าซึ่งมีผ้าม่านปิดอยู่มิได้ หลี่เซียวที่นั่งอยู่หน้ารถม้าก็รายงานเข้าไปให้คนด้านในฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อครู่เขามัวแต่หันไปบอกคุณชายของตนว่าใกล้ถึงที่หมายแล้วจึงไม่ทันเห็นว่าสตรีผู้นี้ผ่านหน้ารถม้าตนตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงม้าร้องขึ้นมาแล้ว กู่ซิงอีหันมาสนใจฉีหย่าที่ทำท่าจะลุกแต่ก็ล้มลงไปกับพื้นต่อ พลางพิเคราะห์ในใจว่า แผนนี้ของเซี่ยลู่หลินอาจใช้ได้ผลแปดส่วนเท่านั้น เพราะส่วนมากคนที่ถูกรถม้าชนในตลาดมักจะเป็นขอทาน คนไร้บ้าน หรือพวกต้มตุ๋น สามกลุ่มนี้ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือทำเพื่อหลอกเงินคนร่ำรวยอย่างคุณชายว่านเท่านั้น แต่ครั้งนี้อาจจะต่างออกไปก็ได้ เพราะว่าคนที่ถูกชนเป็นสตรีหน้าตางดงามนางหนึ่ง ความงามย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง ผู้ใดพบเห็นจะต้องสงสารแม่นางฉีหย่าก่อนถามไถ่ความจริงเป็นแน่ ด้านว่านฟู่เฉิงพอฟังจบแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นก็สั่งให้หลี่เซียวไปจัดการตามสมควร เรื่องเงิน
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status