LOGIN"ฮึก!"
เสียงสะอื้นของเด็กน้อยที่มุมห้องหลังผ่านไปห้านาทีดังก้องอยู่ในห้องนอนใหญ่ เจนิวามองลูกชายที่ยืนหันหลังเข้ามุมพบางถอนหายใจ เด็กเพียงสี่ขวบ ใจกล้าออกไปกันตามลำพัง แถมยังออกไปตาหาพ่อ นี่มันจะเกินไปแล้ว
"มัมมี๊ ให้เจย์พอเถอะนะคะ"
เด็กหญิงกอดมือแม่ หันมองพี่ชายฝาแฝดด้วยความสงสาร
"เจย์เดนมานี่"
และด้วยเสียงร้องสะอื้นของลูกชายและการขอร้องของลูกสาว สุดท้ายคนเป็นแม่อย่างเธอก็ใจอ่อนอยู่วันยังค่ำ เด็กน้อยยืนสะอื้น ก้มหน้าไม่สบตาแม่แม้แต่น้อย
"เจนนี่ไปยืน"
เด็กทั้งสองเบะปาก นานๆ ทีจะโดนแม่ดุ เพราะโดยปกติแล้วเจนิาาต้องออกไปทำงาน เวลาส่วนใหญ่จึงอยู่ที่บ้านกันตามลำพัง โอกาสที่จะโดนดุจึงแทบจะไม่มี
"รู้รึเปล่าว่าทำผิดอะไร"
แฝดสองก้อนพยักหน้า
"เจนนี่พูดก่อน"
"เราออกไปไม่บอกมัมมี๊"
เจนิวาถอนหายใจ หันมองลูกชายที่เช็ดน้ำตาป้อยๆ อย่างน่าสงสาร
"เจย์เดนล่ะ"
"เจย์ไม่มีมารยาทกับคุณลุง"
เธอถอนหายใจ อย่างน้อยเจ้าแฝดทั้งสองคนก็รู้เรื่อง โดยเฉพาะเจย์เดนที่พูดไปแบบนั้นต่อหน้าเดม หากน้ำตาลได้ยินเข้าปัญหาก็จะตามมาเป็นพรวน กลัวว่าพอคลาดสายตาลูกๆ จะเป็นอันตราย
"แล้วทำไมถึงได้ออกไปแบบนั้น"
เจย์เดนยื่นภาพใบหนึ่งให้เธอ จนเจนิวาชะงัก เธอหยิบภาพใบนั้นมาไว้ในมือด้วยหัวใจที่ปวดหนึบเล็กน้อย
"เจย์กับเจนเห็นภาพนี้ เลยคิดว่าคุณลุงสุดหล่อเป็นปะป๊า เราขอโทษครับมัมมี๊"
"เราขอโทษค่ะ ยกโทษให้เราด้วยนะคะ"
เสียงสั่นๆ ของเด็กแฝดและน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้มนิ่ม ไม่รู้ว่าเกิดจากความรู้ผิด หรือความคิดถึงพ่อที่ไม่เคยเห็นหน้าตั้งแต่แรกกันแน่
"มานี่มาลูกมา"
สามแม่ลูกสวมกอดกันแน่น ยิ่งลูกน้อยทั้งสองสะอื้นในอ้อมแขนอย่างน่าสงสาร ก็ยิ่งพาให้ความเจ็บปวดคนเป็นแม่อย่างเธอมากขึ้นเป็นเท่าตัว....
โต๊ะอาหารเย็นของบ้านวัฒนพานิชเต็มไปด้วยบรรยากาศเงรยบเชียบ เมื่อต่างคนต่างกินอาหารโดยที่ไม่แม้แต่จะแลหางตามองกัน
"คุณพ่อคะ พรุ่งนี้งานประมูล เดี๋ยวพี่เดมจะมารับหนูนะคะ"
น้ำตาลยกยิ้ม แจ้งปรีชาจนผู้เป็พ่อพอใจ การที่ลูกสาวได้ควงคู่กับผู้ชายระดับนั้นถือว่าเป็นความโชคดีที่สุดแล้ว
"ดี แต่งตัวให้สวยๆ ล่ะ พี่เค้าจะได้พาออกหน้าออกตาได้เต็มที่หน่อย"
นาธานขำเบาๆ เหลือบตามองน้องสาวอย่างน้ำตาลหัวจรดเท้า
"มันก็สวยได้แค่นี้ล่ะครับ ดีแค่ไหนแล้วที่เดมมันกล้าควงออกงาน"
"ไอ้พี่นาธาน!"
ยังไม่ทันที่ศึกขนาดย่อมจะเริ่มขึ้น เด็กหญิงก็ถามด้วยความสงสัย
"น้าน้ำตาลจะไปไหนหรอคะ ถึงต้องแต่งตัวสวยๆ"
ทุกคนบนโต๊ะหันมามองเด็กน้อยอย่างเจนนี่ ส่วนน้ำตาลก็ยกยิ้มเยาะ มองแม่พี่สาวต่างแม่ที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะพาลูกๆ ไปงานสังคม เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ไม่รู้จัก ได้ซุบซิบนินทาถึงความน่าอับอายของหล่อน
"ไปงานเลี้ยง ตายจริง แม่ของพวกเธอคงพาไปไม่ได้หรอก งานนี้มันงานคนมีหน้ามีตา แม่เธอไม่มีปัญญาหรอกจ้ะ"
นาธานและปรีชาขำเบาๆ ไม่ได้ใส่ใจเด็กทั้งสองที่ทำหน้าหงอยเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนคนเป็นแม่ที่หันมามองลูกน้อยทั้งสองก็เริ่มมีน้ำโหขึ้นมานิดๆ
"งานประมูลทั้งที คุณหนูคนโตของตระกูลวัฒนพานิช จะพลาดการกลับมาเปิดตัวได้ยังไงคะ"
ทั้งสามหันมามองเธออย่างไม่เชื่อหู โดยเฉพาะปรีชาที่ค่อยๆ กำตะเกียบแน่นขึ้น
"แกว่าไงนะ"
"ก็ตามที่พูดค่ะ เย็นพรุ่งนี้หนูจะพาลูกๆ ไปงาน จะได้ทำความรู้จักญาติๆ"
"ไปให้เขาขำวัฒนพานิชที่มีคนอย่างแกกับอีเด็กสองคนนี้งั้นหรอ"
คิ้วสวยของน้ำตาลขมวดมุ่น หากเป็นแบบนั้นเพื่อนๆ หรือคนรู้จักจะมองเธอยังไง ที่มีคนในครอบครัวมีชื่อเสียงเสื่อมเสีย ทำให้เธอต้องพลอยแปดเปื้อนไปด้วยแบบนี้
นาธานแค่นหัวเราะ ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะพูดจริง เพราะถ้าเป็นแบบนั้นทั้งเขา น้ำตาลและปรีชาคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
"ผู้หญิงชั้นต่ำแบบแก กล้าดียังไงมาทำให้พวกเราขายหน้าแบบนี้วะ"
เจนิวาหันมามองลูกทั้งสองด้วยรอยยิ้ม
"ปิดหูสิจ้ะเด็กดี"
เด็กน้อยทั้งสองว่าง่าย ยกมือขึ้นปิดหูแน่นอย่างรู้งาน นัยน์ตาสวยตวัดมองพี่ชายต่างแม่ วาดยิ้มร้ายที่ไม่มีใครเคยเห็นออกมาได้อย่างน่าเกรงขามจนทุกคนบนโต๊ะถึงกับชะงัก
"ลำพังสันดานชอบทำตัวเป็นเศษดินเศษกรวดแบบนาย ถือดียังไงมาชี้หน้าด่าคนอื่น ไอ้คนเหลือเดน"
คนโดนด่าหายใจแรงด้วยความโกรธ นี่เป็นครั้งแรกที่น้องสาวต่างแม่ตรงหน้า กล้าจิกกัดเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว ปรีชาหรี่ตา พิจารณาท่าทีลูกสาวคนโตอย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก
"แกว่ายังไงนะ"
เสียงเย็นของนาธานถามย้ำ หากแต่เจนิวากลับขำในลำคอเบาๆ เขาคิดหรือว่าการกดเสียงต่ำ และจ้องตาเขม็งเหมือนอยากจะฆ่ากันให้ตายตรงนี้ จะทำให้เธอหวาดกลัวจนต้องรีบขอโทษขอโพย ขอให้เขาไม่เอาเรื่องเหมือนเมื่อห้าปีก่อน
"ลูกเมียน้อยที่ถือดีคิดว่าตัวเองวิเศษวิโส จนหน้าด้านคิดว่าเป็นคนสำคัญของบ้าน วันนึงระวังจะโดนเขี่ยออกจากกองมรดกเป็นหนูตกกระป๋องเอานะ"
ปัง!
เสียงตบโต๊ะจากผู้เป็นพ่อดังขึ้น พร้อมกับที่นาธานยืนขึ้นด้วยความโกรธถึงสุดขีด เหล่าสาวใช้ต่างพากันกลืนน้ำลาย นี่เป็นครั้งแรกที่คุณหนูใหญ่กล้าโดดลงกองเพลิงกองนี้ หากเป็นเมื่อห้าปีก่อนคงจะนั่งเช็ดน้ำตาป้อยๆ จนพวกเธอต้องปลอบใจอยู่นานสองนาน
"นาธานเป็นพี่แก แล้วกานดาตอนนี้ก็เป็นแม่แก!"
ริมฝีปากสวยยิ้มเยาะ ขนาดกานดาแม่เลี้ยงของเธอไปเที่ยว พ่อของเธอยังปกป้องออกนอกหน้า แต่พอเป็นแม่ของเธอ จะอยู่หรือตายก็ไม่เคยเอ่ยปากปกป้องเลยสักครั้ง
"แม่หนูมีคนเดียว ตายเพราะตรอมใจที่ผัวมีเมียน้อยไปแล้วด้วย ถ้าอยากเป็นแม่หนูนัก ก็ให้เมียน้อยพ่อตายตามแม่ไปสิ!"
"เจนิวา!!!"
ปรีชาตะคอกด้วยใบหน้าแดงและสั่น มองลูกสาวด้วยความโกรธถึงขีดสุด ในโต๊ะอาหารค่ำวันนี้อารมณ์รุนแรงและพลุ่งพล่านเกินกว่าที่เด็กน้อยสองคนที่ปิดหูอยู่จะรับไหว เจนิวาที่โกนธจนตัวสั่นไม่ต่างกันค่อยๆ หายใจ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ประภา
"ป้าภาพาเด็กๆ ขึ้นไปบนห้องเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูตามไป"
ประภาพยักหน้ารับด้วยความตื่นตกใจ นัยน์ตาสวยเรียบนิ่งมองตามหลังลูกน้อยทั้งสอง ก่อนจะต้องสะดุดกับร่างคุ้นตาของใครบางคนที่ยืนนิ่ง มองเธออย่างสับสนอยู่ ไม่รู้ว่าเดมนั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่การที่เขาได้รับรู้ตัวตนที่เปลี่ยนไปของเธอไม่ได้ส่งผลอะไรสักนิด
นัยน์ตาสวยแข็งกร้าวหันมามองพ่อ พี่ชาย และน้องสาวต่างแม่ด้วยความเกลียดชัง เมื่อโยนหินมาให้เธอ เธอก็จะโยนกลับให้แรงกว่าเดิม ความแค้นที่เธอคิดจะปล่อยวางลง คงไม่ได้อีกต่อไปแล้ว สิ่งใดที่กานดา นาธาน และน้ำตาล รวมถึงปรีชาผู้เป็นพ่อ ทำให้เธอและแม่ต้องพบเจอ ขโมยชีวิตและความสุขไปจากเธอและแม่ เจนิวาจะเอาคืนทั้งหมด ทำให้พวกเขารู้ว่านรกที่เธอต้องพบเจอ มันหน้าตาน่าสะอิดสะเอียนและน่ารังเกียจมากแค่ไหน
"กอดขาคุณปู่ไว้ให้ดีๆ นะคะ ไม่งั้นโดนหนูลากลงนรกไม่ได้ผุดได้เกิด ไม่รู้ด้วยนะ"
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเปลือกตาคู่หนาให้เปิดขึ้นช้าๆ เดมหันมองข้างกายที่ร่างเล็กควรนอนหลับอยู่ในอ้อมแขน แต่ตอนนี้เธอกลับหายไป เหลือไว้เพียงที่นอนว่างเปล่าที่ยังอุ่นอยู่ แสดงให้เห็นว่าเธอพึ่งลุกออกไปได้ไม่นานเขาหยัดตัวลุกขึ้น ก่อนจะรีบคว้ากางเกงขายาวเเละเสื้อกันหนาวมาสวมลวกๆ เดินสาวเท้าออกไปนอกห้อง กวาดสายตามองหาคนตัวเล็ก แต่ก็ไม่พบ เดมรีบเดินออกไปนอกตัวบ้าน สายตาของเขากวาดมองหาคนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง ก่อนสายตาจะปะทะเข้ากับร่างเล็ก ที่นั่งอยู่บนพื้นทรายไม่ขยับเขยื้อน ริมฝีากนหาพ่นลมหายใจร้อนออกมาอย่างโล่งอก เรียวขายาวของเขาเดินตรงไปหาเธอช้าๆ พลางหย่อนตัวลงนั่งขนาบข้างเงียบๆ นัยน์ตาคู่คมลอบพิจารณาใบหน้าสวยเรียบนิ่ง เธอกำลังทอดสายตามองพระอาทิตย์ ที่ขึ้นมาช้าๆ โดยที่อากาศรอบตัวหนาวจนมีควันออกจากลมหายใจ“นั่งคิดอะไรอยู่”เดมใช้ความกล้าเล็กน้อยในการถามทำลายบรรยากาศอันเงียบเชียบ “คิดว่าต่อไป เราจะเป็นยังไงค่ะ”คำตอบของเธอทำเอาคิ้วหนาขมวดเข้าากันเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าเธอหมายความว่าาอย่างไร“หมายถึงอะไร”เดมหันมองใบหน้าสวยครึ่งซีกด้วยความงุนงง เจนิวาเองก็หันมาสบตาเขานิ่ง ก่อนจะยกยิ้มบางๆ“ห
“แล้วเธอล่ะ จะให้พี่ปล่อยเธอไว้คนเดียวได้ยังไง”ริมฝีปากสวยของเม้มเข้ากันเบาๆ เอาอีกแล้ว ประโยคชวนใจเต้นนี่อีกแล้ว“แต่ก็ต้องทำงานค่ะ”เจนิวาหันไปประจัญหน้ากับคนที่กอดเธออยู่ จนเดมถอนหายใจ กว่าจะได้มาอยู่กับุกกับเมียแบบนี้ เขาเสียเวลาไปตั้งห้าปีกว่า ไม่เห็นว่างานจะสำคัญกว่าเธอกับลูกตรงไหน“ถ้าไม่อยากทำก็ตามใจเถอะค่ะ”เมื่อน้ำเสียหงวานประชดประชันขึ้น พร้อมกับใบหน้าสวยที่เบือนหนีไปอีกทาง มือเล็กก็พยายามยกขึ้นแกะมือหนาของเขาออก เดมกผ็รีบกระชับอ้อมแขนหนาให้แน่นขึ้นอีก จนคนตัวเล็กในอ้อมขนไม่สามารถดิ้นหนีจากพนธนาการของขาไปไหนได้อีก“ยอมแล้วครับ พี่ยอมแล้ว”ใบหน้าคมเกยลงบนไหล่เล็กอีกครั้ง พร้อมกับเสียงนุ่มหงอยๆที่ตอบกลับมาอย่างจำใจยอม แม้ในใจจะไม่อยากห่างจากลูกเมียแม้แต่ชั่วอึดใจเดียวก็ตาม “แล้วเจอยากให้พี่ทำอะไรอีกไหม ถึงจะยอมให้อภัยพี่สักที”เสียงนุ่มพูดเบาๆข้างใบหูเล็ก พร้อมกับเอี้ยวมองใบหน้าสวยอย่างน่าสงสาร แต่บอกเลยว่าเธอตอนนี้ยังไม่คิดจะใจอ่อนให้เขาง่ายๆ แม้ว่าจะหลงรักเขาไปแล้วจนอยากจะใจอ่อนวันละหลายๆรอบก็ตามแต่“ไม่ว่าเจจะพูดอะไร พี่ต้องทำตามค่ะ”นัยน์ตาคู่สวยหันมามองสบนัยน์ตาคู่คมนิ
ยอมแล้ว ยอมเธอแล้วนัยน์ตาคู่คมมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ไม่แม้แต่จะหันมามองเขาสักนิดเดียว หลังจากทำแผลให้เขาเสร็จ คนตัวเล็กก็เดินลิ่วปจัดการมือสายเบาๆอย่างข้าวต้ม และตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงนั่งรอให้ข้าวต้มของเธอสุก เพื่อที่อย่างน้อยเธอก็จะได้สนใจเขาสักนิดก็ยังดี บทสนทนามันจบลงไปทั้งๆแบบนั้น ทั้งๆที่เดมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอต้องการให้เขาทำอะไร แต่สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ คือการทำทุกอย่าง ให้เธอกลับมาเชื่อใจอีกครั้ง ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตามแต่ตอนนี้ถือว่าดีมากแล้วที่เธอยอมให้โอกาสเขา ยังพอทำให้เดมมีความหวังขึ้นมาบ้างร่างเล็กยืนขึ้นช้าๆ ก่อนจะปิดแก๊ส พร้อมกับตักข้าวต้มกลิ่นหอมกรุ่นลงในชาม และเดินตรงมายังโต๊ะอาหารที่มีคนตัวโตนั่งรออยู่ด้วยใบหน้าเจี๋มเจี้ยม“ร้อนนะคะ ค่อยๆกิน”เธอพูดเสียงเรียบ มือก็วางข้าวต้มกุ้งลงตรงหน้าคนตัวโต ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงกันข้าม พร้อมกับเริ่มลงมือตักข้าวต้มในถ้วยของตนเองขึ้นมาเป่า และจัดการมันช้าๆ โดยมีสายตาคู่คมมองตามตาไม่กระพริบ“ถ้ายังไม่กิน จะเอาไปเททิ้งเป็นอาหารปลาแล้วนะคะ”นัยน์ตาคู่สวยเงยขึ้นมองใบหน้าของเขานิ่ง เป็นเชิงขมข
“อือ….”ร่างเล็กที่นอนหลัลบอยู่บนเตียงใหญ๋ ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งหนักอึ้ง ที่วางบาดอยู่บนเอว นัยน์ตาคู่สวยอ่อนเพลียเปิดขึ้นช้าๆท่ามกลางแสงอรุณเช้าตรู ที่สาดส่องแยงตา จนต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเธอหันมองรอบตัวด้วยหัวที่ปวดเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยที่พร่ามัวเล็กน้อยก้มลงมองเอวของตนเอง ก่อนจะต้องชะงัก เพราะมีลำแขนหนาของใครบางคนพาดอยู่บนเอวคอด เจนิวาค่อยๆเลื่อนใบหน้าสวยมองคนด้านข้างช้าๆ ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ขอให้ทุกอย่างไอย่าเป้นอย่างที่เธอคิดเลย แต่สุดท้ายเธอก็ต้องผิดหวัง ใบหน้าคมที่หลับปุ๋ยอยู่ด้วยความอ่อนเพลียด้วยลมหายใจส่ำเสมอ ในระยะชิดใกล้ ทำเอาเธอถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ นัยน์ตากลมโตที่เบิกกว้างค่อยๆเลื่อนสายตากลับมามองตนเอง มือเล็กยกผ้าห่มที่แนบอกอวบขึ้นช้าๆ ภาวนาในใจว่าอย่าให้ทุกอย่างมันเลวร้ายมากกว่าที่เธอคิดเลย“อึก!”ร่างเล็กชะงัก ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาในตอนเช้าที่เย็นยะเยือก หัวใจของเธอกลับเต้นระส่ำ ทั้งยังมีเหงื่อที่ผุดขึ้นที่หน้าผาก มือเล็กราวกับหมดแรงลงชั่วขณะ ผ้าห่มในมือตกลงสู่อกของเธอดังเดิม มือล็กสั่นเทา ไม่ต่างจากหัวใจดวงน้อยที่เต้นตึกตักจนเธอแทบได้ยิ
“พะ….พี่เดม”เสียงหวานเรียกเขา นัยน์ตาคู่ก็มองสบกับใบหน้าคมด้วยความต้องการมากล้น เดมไม่รอช้า เขาค่อยๆดึงบราสีดำขลับออกจากร่างเล็ก นัยน์ตาคู่คมแวววาวขึ้นทันที เมื่อเขาพบกับหน้าอกคู่อวบขาวเนียน ขนาดใหญ่ และมันใหญ่มากกว่าเมื่อห้าปีก่อนเป็นไหนๆ ทั้งยังยอดอกสีน้ำตาลอ่อนๆที่เมื่อก่อนเป็นสีชมพูสวย แต่ตอนนี้มันกลับดูเซ็กซี่ เย้าอวนอารมณ์เขาขึ้นเป็นเท่าตัว อาจจะเพราะการมีลูก ทำให้ร่างกายของเธอเปลี่ยนไป แต่สำหรับเดม เธอในตอนนี้ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ความดิบในตัวของเขา“ไม่ชอบหรอคะ”ใบหน้าสวยถามขึ้นอย่างเป็นกังวล เมื่อเห็นเขาเอาแต่มองมันนิ่งจนเธอเริ่มรู้สึกหวั่นๆในตัวเองขึ้นมา การคลอดลูกทำให้เธอที่เคยสาว สวยเปล่งปลั่ง กลายเป็นคุณแม่ที่ร่างกายผันเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเธอเมื่อห้าปีก่อนสักนิด“พี่ไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้นนะเจ”มือหนาจับไรผมยาวสลวยที่ตกลงบดบังอกอวบคู่สวยให้ทัดบนใบหูเล็กอย่างแผ่วเบา เดมทอดมองใบหน้าของเธอด้วยรอยยิ้มหวาน จนริมฝีปากสวยต้องเม้มเข้าหากันแน่น“เธอสวยที่สุดสำหรับพี่ พี่รักทุกอย่างที่เป็นเธอ”นัยน์ตาคู่คมเลื่อนสายตาลงมามองเต้าอวบคู่สวยพลางกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง เขาอยากจะลิ้มลองมันอ
เปลือกตาสวยที่หนักอึ้งเปิดขึ้นช้าๆ ดูเหมือนว่าเธอจะกอดเกี่ยวคนตัวโตจนลมหายใจติดขัด ทำให้เผลอลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งแบบนั้น นัยน์ตาคู่สวยเงยหน้ามองใบหน้าคมที่อยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อยในความมืด มีเพียงแสงจันทร์ส่องสว่างเท่านั้น ที่พอให้นัยน์ตาคู่คมที่ลืมขึ้น หันมามองสบตาเธอด้วยความตกใจ “พี่ทำเธอตื่นหรอ” เสียงทุ้มถามขึ้นเบาๆ แต่คนตัวเลกในอ้อมแขนกลับไม่ได้ตอบคำถามเขาแม้แต่คำเดียว เธอเอาแต่ใช้นัยน์ตาคู่สวยที่ปรือขึ้นเล็กน้อยมองเขาอยู่นิ่งไปหลายวินาที จนคิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล้กน้อย “เจ?” พรึ่บ! ริมฝีปากหนาที่เรียกเธอเสียวเบา กลับถูกปิดลงด้วยริมฝีปากอวบสวที่ประกบลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว จนร่างแกร่งชะงัก แข็งทื่อไปทั้งร่าง ลิ้นเล็กของเธอพยายามสอดเข้ามาภายในโพรงปากร้อน ซึ่งก็ได้ผล เพราะความตกใจทำให้เดมไม่ทันระวังตัว เขาเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยพอให้ลิ้นร้อนของเธอสอดเข้าไปได้ พรึ่บ! มือหนาจับไหล่เล็กเอาไว้แน่น ก่อนจะดันตัวของเธอออกไปพร้อมกับลมหายใจร้อนที่หอบกระเส่า เพราะริมฝีปากอวบสวยที่ทำให้เขาแทบคุมสติตัวเองไม่ไหว “เจ มีสติหน่อย” เดมพูดเสียงต่ำ เตือนให้คนที่ดูเหมือนจะถูกพิษไข้เล่นงานกลับมามี
"ประภา นังเจนิวากับพวกเด็กเปรตไปไหน"คนที่พึ่งตื่นนอนลงมาด้านล่างด้วยชุดนอนสายเดี่ยว มองออกไปนอกตัวบ้านที่ตะวันลับขอบฟ้า จนรอบบริเวณเริ่มมืดลง"ประภาไม่ทราบค่ะคุณหนูรอง"น้ำตาลเบะปาก นั่งลงบนเคาท์เตอร์พลางเทน้ำส้มลงในแก้ว"คนอย่างมันจะไปไหนได้ ถ้าไม่ใช่ไปแรดหาผู้ชาย"ประภาที่ทนฟังคุณหนูรองจีบปากจีบค
เจนิวาถึงกับหัวเราะในลำคอ ไม่คิดว่าเดมจะปลิ้นปล้อนเป็นกับเขาด้วย ซึ่งเธอไม่ชอบนิสัยแบบนี้เป็นที่สุดเด็กน้อยทั้งสองที่แอบมองอยู่ภายในห้องน้ำพากันขำคิกคัก แม้จะไม่ได้แสดงความรัก แต่พ่อและแม่ก็ได้ใกล้ชิดกันขึ้นมานิดแล้วเด็กน้อยคิดยังไม่ทันจะได้ก้าวขาไปดูลูก เจย์เดนและเจนนี่ก็เดินออกมาพอดี"เป็นยังไง
อาหารกลิ่นหอมฉุยมาเสิร์ฟ พร้อมกับที่เดมและเจย์เดนกลับมานั่งบนโต๊ะ"มานี่มา ลุงทำให้"มือหนายกจานสเต็กไก่ของเด็กหญิงมาผัยเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ ก่อนจะวางจานลงตรงหน้าเจนนี่"ขอบคุณค่ะแดด....คุณลุง"เมื่อเกือบจะหลุดปาก เด็กน้อยก็ทำทีเฉไฉ แบ่งไก่ให้พี่ชายฝาแฝด ส่วนเจเดนก็ตักพาสต้าแบ่งให้เด็กหญิงอีกทีจนเด
"อือ....."คนที่หลับอยู่ค่อยๆ เปิดตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกวาดมองหาคนที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงอย่างเจนิวาด้วยความงุนงง และสับสน"เจนิวา"แม้จะขานเรียกชื่อ แต่ก็ไร้เสียงการตอบกลับ มีเพียงเตียงขาวสะอาดและความเงียบที่บอกเขาได้เป็นอย่างดี ว่าหญิงสาวได้หายไปจากห้องแล้ว คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะรีบสาวเท้าออกจ







