FAZER LOGIN"พี่เดม"
มือเล็กยื่นแก้วไวน์ให้คู่หมั้นหนุ่มด้วยรอยยิ้มกว้าง ชุดเดรสเกาะอกสีดำขลับประดับด้วยเพชรระยิบระยับเข้ากับทรงผมที่เกล้าขึ้นพร้อมกับปิ่นหรูสว่างวาบ ส่วนคู่หมั้นหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกันในในชุดสูทสีดำขลับ สวมทับด้วยเสื้อวูทสีแดงฉาด ทั้งสองนั่งขนาบข้างกันในงานประมูลเพชรของไดม่อนพาเลซ บริษัทขายเครื่องเพชรระดับประเทศ งานนี้จึงเต็มไปด้วยคนมีอำนาจ ชื่อเสียง เงิน และนักข่าว เรียกได้ว่าใครประมูลชิ้นราคาแพงๆ ไป ก็คงจะมีรายชื่อติดหนังสือพิมพ์ข่าวใหญ่รายเดือนของบก.เจ้าดัง
เมื่อวานตอนเย็น คำพูดของคนตัวเล็กที่หายไปห้าปียังคงก้องอยู่ในหูของเขา จากเด็กสาวน่ารักน่าชังน่าเอ็นดู ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปคนละคน ยิ่งประโยคที่ได้ยินเมื่อวานยิ่งพาให้เดมนอนคิดทั้งคืน ว่านี่ใช่เจนิวาที่เขารู้จักรึเปล่า
"คุณเดม"
คนที่เดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มพอใจคือนาธาน เขาใส่สูทสีน้ำเงินเรียบหรู ตาก็ปรายมองน้องสาวพลางถอนหายใจ
"สวัสดีครับคุณนาธาน"
"ขอบคุณนะครับที่ยังให้โอกาสยัยนี่ได้ควง ไม่งั้นชาตินี้ไม่รู้จะขายออกรึเปล่า"
"ปากดีจริงๆ นะพี่ธาน"
เดมยกยิ้มบางๆ กับการหยอกล้อกันของสองพี่น้องที่มักเห็นได้บ่อยครั้ง เรียกว่าความสัมพันธ์ของนาธานและน้ำตาลนั้น เทียบไม่ติดกับความสัมพันธ์ของเจนิวากับทั้งสองเลย
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ณ บ้านวัฒนพานิช เขาขับรถคันหรูเพื่อไปรับน้ำตาล และเป็นไปได้ก็อยากจะพาเจนิวา เด็กน้อยทั้งสอง มาที่งานด้วย แต่เมื่อไปถึงกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของคนตัวเล็ก
"เดม"
เสียงมีอายุทำให้ทั้งสามคนหันไปมองเป็นตาเดียว
"คุณปู่"
'พิเชษ' ชายชราวัย 70 ในชุดสูทสีดำเรียบหรูบนรถเข็น ที่มีผู้ติดตามอีกสองคน ทำให้ทั้งสามคนรีบยืนขึ้น ยกมือไหว้ผู้อาวุฒิโสประจำตระกูล 'พัฒชรเดโช' ผู้ทรงอำนาจที่รวยเป็นอันดับสามในประเทศด้วยรอยยิ้ม
"สวัสดีค่ะคุณท่าน"
"สวัสดีครับคุณท่าน"
น้ำตาลและนาธานยกมือไหว้ พร้อมกับรอยยิ้ม ส่วนเดมที่เป็นถึงหลานในไส้ก็ก้มลงสวมกอดผู้เป็นปู่
"สบายดีนะครับคุณปู่"
พิเชษพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม นี่เป็นการกลับมาไทยหลังจากจัดการธุรกิจในจีนไปถึงครึ่งปี สายตาของผู้นำตระกูลพัฒชรเดโชนั้นเฉียบเเหลมที่ให้หลานชายเพียงคนเดียวเป็นคนช่วยงานธุรกิจทุกอย่างในประเทศไทย วิกฤติจึงผ่านไปได้อย่างง่ายดาย
เสียงฮือฮาจากหน้างานเรียกสายตาของทุกคนใหหันไปมอง รวมทั้งเดมและพิเชษผู้เป็นปู่ ผู้คนที่แหวกออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างบางในชุดเดรสตัวหรูระยิบระยับเข้ารูป ที่แหวกให้เห็นเรียวขายาวสวย เกาะอกสีขาวเผยให้เห็นผิวขาวเรียบเนียน ส่งเครื่องเพชรหรูที่คล้องอยู่ให้แวววาว ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มมาอย่างพอดิบพอดีนั้นดูเย่อหยิ่งแต่ก็น่าจับจ้องในเวลาเดียวกัน รับกับผมยาวดำขลับสลวย มือก็จูงลูกน้อยฝาแฝดมาพร้อมกัน เจย์เดนและเจนนี่ใส่ชุดสูทสีดำเรียบหรูระยิบระยับคู่กันอย่างน่าเอ็นดู
"นังเจนิวา"
มือเล็กของน้ำตาลกำเข้าหากันแน่น ผู้หญิงอย่างเจนิวาที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวของเด็กแฝดไม่มีพ่อ กล้าดียังไงถึงโผล่มาที่งานแถมยังแย่งซีนและความสนใจจากทุกคนไป แทนที่จะเป็นเธอที่เป็นดาวเด่นของงาน
"ใครน่ะ"
"สวยมาก"
"ดูสิเด็กๆ ก็น่ารัก"
"เอ้ะ หน้าคุ้นๆ คุณหนูใหญ่ตระกูลวัฒนพานิชนี่นา"
"ที่ว่าท้องไม่มีพ่อน่ะหรอ"
เสียงซุบซิบนินทาตามกันมาเป็นพรวนจนดังกระหึ่งไปทั้งงาน แต่ใบหน้าสวยกลับไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา เธอเพียงจูงลูกน้อย นั่งลงบนโต๊ะแยก ที่มีบัตรคำว่าวีไอพีสีทองสง่า
"กล้าดียังไงวะ"
นาธานกัดฟัน เดินปรี่เข้าไปหาน้องสาวต่างแม่ด้วยความหงุดหงิด หากอยู่กันในบ้าน เขาคงจะกระชากหัวให้หล่อนได้สติสักที น้ำตาลที่เห็นแลบนั้นก็เดินตามพี่ชายเข้าไปด้วยคิ้วขมวด
"ลุกขึ้นไปนั่งข้างหลัง รู้ไหมว่านี่โต๊ะสำหรับใคร แค่นี้ฮันก็อายจะแย่อยู่แล้ว แม่งเอ้ย!"
ริมฝีปากสีสวยยิ้มเล็กน้อย เธอหันไปมองลูกชายและลูกสาว ลูบหัวอย่างเอ็นดู
"ไปหาอะไรกินสิจ้ะเด็กดี แม่จะรออยู่ตรงนี้"
เด็กแฝดทั้งสองคนเดินเตาะแตะตามกันไปอย่างว่าง่าย นัยน์ตาสวยเฉี่ยวคมที่แต่งแต้มมาอย่างดีตวัดมองพี่ชายต่างแม่นิ่ง
"ฉันมาเป็นตัวแทนคุณปู่ เห็นว่าอยากได้เพชรสวยๆ ให้หลานๆ เลยให้ฉันมาเป็นตัวแทนซื้อของขวัญต้อนรับเจย์เดนกับเจนนี่แบบไม่อั้น"
คิ้วของสองพี่น้องกระตุกยิกๆ เมื่อได้ยินประโยคที่เหมือนจงใจให้พวกเขาหมั่นไส้ และอิจฉาหล่อน
"เหอะ เห็นคุณปู่เข้าข้างสักหน่อย ก็ทำตัวหน้าเงินเลยสินะ"
น้ำตาลเบะปาก ยกมือขึ้นกอดอก
"แน่นอน ขนาดพวกเธอเอาอกเอาใจท่านตั้งแต่เล็กจนโต เงินสักบาทยังไม่ได้ ต้องรอขอเศษเงินจากพ่อ ฉันยังไม่เคยแขวะเลยนะ"
"นี่แก!"
"มีอะไรกัน"
ยังไม่ทันที่น้ำตาลจะได้ปรี่เข้าไปลงมือกับพี่สาวต่างแม่ เสียงอันทรงพลังของพิเชษก็ดังขึ้น ห้ามศึกขนาดย่อมของสองพี่น้องตระกูลวัฒนพานิชเอาไว้ได้ทัน ทำให้บทสนทนามีอันต้องหยึดชะงัก น้ำตาลก้าวถอยหลัง คล้องแขนคู่หมั้นหนุ่มอย่างเดมพลางคาดโทษพี่สาวต่างแม่อยู่ในใย
"เอ้ะ คุณท่าน"
คิ้วสวยเลิกขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อชายมีอายุบนรถเข็นตรงหน้า คือชายเมื่อหลายวันก่อนที่ได้พบ ณ โรงแรมหรู
"อ้าว แม่หนูนี่เอง"
พิเชษยกยิ้ม เมื่อจำได้ว่าหล่อนคือคุณแม่ยังสาวของเด็กแฝดชายหญิงที่น่าเอ็นดูทั้งสองคน
"สวัสดีค่ะ คุณท่านสบายดีนะคะ"
เจนิวายกมือขึ้นไหว้ พลางถามผู้ใหญ่ใจดีด้วยรอยยิ้ม นัยน์ตาของผู้นำตระกูลพัฒชรเดโช ทอดมองหญิงสาวอย่าพินิจ พลางพยักหน้ารับ
"แล้วลูกๆ ไม่มาด้วยหรอ"
"มัมมี๊!"
เด็กน้อยทั้งสองเดินถือจานของกินเข้ามาด้วยรอยยิ้มคนละไม้ละมือ ก่อนจะเอียงคอมองคุณปู่บนนถเข็น พอจำได้ว่าเป็นชายชราใจดีที่ให้กำไลข้อมืออันสวยก็ยิ้มกว้าง วางจานลงพร้อมกับโผเข้ากอดด้วยความดีใจ
"เจย์ เจน"
คนเป็นแม่ปรามเสียงเบา แต่มือของพิเชษก็ยกขึ้นเป็นเชิงห้าม เขาสวมกอดเด็กน้อยทั้งสอง หัวเราะออกมาเบาๆ
"สวัสดีครับคุณปู่ใจดี"
"สวัสดีค่ะคุณปู่"
เด็กน้อยพูดเจื้อยเเจ้วด้วยรอยยิ้ม พาให้พิเชษวางมือลงบนหัวเล็กและลูบเบาๆ ยิ่งมอง ความรู้สึกฉงนก็ยิ่งเต็มอยู่ในใจ
"พวกเราใส่สร้อยข้อมือที่คุณปู่ให้ไว้ตลอดเลยนะคะ"
"ใช่ครับ สวยมากๆ เลย"
ข้อมือเล็กๆ ทั้งสองชูขึ้นอวดพิเชษเสรยงเจื้อยแจ้ว นาธาน น้ำตาล และเดมที่ยืนมองอยู่ก็เกิดคำถามมากมาย ก่อนหลานชายเพียงคนเดียวอย่างเดมจะเป็นผู้เปิดปากถาม
"คุณปู่รู้จักเจนิวากับเด็กๆ ด้วยหรอครับ"
"บังเอิญเจอที่โรงแรมก่อนกลับมาบ้าน เด็กน้อยสองคนนี้น่ารักจนปู่อดไม่ได้ เลยให้กำไลไปคนละเส้น"
ใบหน้าคมของเดมพยักรับ ปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังวาดรอยยิ้มสวยที่เขาไม่ได้เห็นมาตลอดห้าปี และเดมนึกว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้ว รอยยิ้มสดใสและอ่อนโยน ที่มองแค่ไหนก็ไม่มีวันเบื่อ เป็นรอยยิ้มที่เหมาะกับใบหน้าของเธอเพียงคนเดียว....
"ว่าแต่ รู้จักกันหรอ"
พิเชษมองหญิงสาวแปลกหน้า สลับกับหลานชายและคู่หมั้น พร้อมกับนาธานด้วยความสงสัย
"ลืมแนะนำตัวไปเลยค่ะ หนูชื่อเจนิวาค่ะ เป็นหลานสาวคนโตของคุณปู่สิระ ลูกคุณแม่วิภาค่ะ ทั้งสองคนเป็นลูกแฝดของหนูเอง ผู้ชายชื่อเจย์เดน ผู้หญิงชื่อเจนนี่ค่ะ"
เมื่อรู้ว่าเด็กสาวเป็นใคร พิเชษก็ถึงกับยกยิ้ม ที่แท้หน้าตาของเธอก็คลับคล้ายคลับคลาผู้เป็นแม่อยู่หลายส่วนทีเดียว เสียดายที่วิภาดาด่วนจากไปเสียก่อน จึงไม่ได้เห็นหลานๆ ที่น่ารักน่าชัง ไม่งั้นคงจะพอให้มีกำลังใจอยากมีชีวิตอยู่ต่อได้จนสิ้นอายุขัยตามสังขารได้
"ฉันชื่อพิเชษ เป็นปู่ของเจ้าเดมเค้า"
"ได้ยินชื่อคุณท่านมานานมาก แต่ไม่เคยมีโอกาสได้เจอเพราะคุณท่านงานรัดตัวเสมอ ยินดีที่ได้พบนะคะ"
"ยินดีที่ได้พบครับคุณปู่ใจดี"
"ยินดีๆ ค่ะคุณปู่"
เด็กน้อยทั้งสองเรียกเสียงหัวเราะให้พิเชษได้เป็นอย่างดี นัยน์ตาคมของเดมมองปู่ที่ไม่ได้ยิ้มหัวเราะแบบนี้มานาน นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาเห็นปู่มีความสุขได้ขนาดนี้
"ไปนั่งด้วยกันเถอะไป ขอฉันนั่งกับเด็กทีนะเจนิวา"
"ได้ค่ะคุณท่าน"
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเปลือกตาคู่หนาให้เปิดขึ้นช้าๆ เดมหันมองข้างกายที่ร่างเล็กควรนอนหลับอยู่ในอ้อมแขน แต่ตอนนี้เธอกลับหายไป เหลือไว้เพียงที่นอนว่างเปล่าที่ยังอุ่นอยู่ แสดงให้เห็นว่าเธอพึ่งลุกออกไปได้ไม่นานเขาหยัดตัวลุกขึ้น ก่อนจะรีบคว้ากางเกงขายาวเเละเสื้อกันหนาวมาสวมลวกๆ เดินสาวเท้าออกไปนอกห้อง กวาดสายตามองหาคนตัวเล็ก แต่ก็ไม่พบ เดมรีบเดินออกไปนอกตัวบ้าน สายตาของเขากวาดมองหาคนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง ก่อนสายตาจะปะทะเข้ากับร่างเล็ก ที่นั่งอยู่บนพื้นทรายไม่ขยับเขยื้อน ริมฝีากนหาพ่นลมหายใจร้อนออกมาอย่างโล่งอก เรียวขายาวของเขาเดินตรงไปหาเธอช้าๆ พลางหย่อนตัวลงนั่งขนาบข้างเงียบๆ นัยน์ตาคู่คมลอบพิจารณาใบหน้าสวยเรียบนิ่ง เธอกำลังทอดสายตามองพระอาทิตย์ ที่ขึ้นมาช้าๆ โดยที่อากาศรอบตัวหนาวจนมีควันออกจากลมหายใจ“นั่งคิดอะไรอยู่”เดมใช้ความกล้าเล็กน้อยในการถามทำลายบรรยากาศอันเงียบเชียบ “คิดว่าต่อไป เราจะเป็นยังไงค่ะ”คำตอบของเธอทำเอาคิ้วหนาขมวดเข้าากันเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าเธอหมายความว่าาอย่างไร“หมายถึงอะไร”เดมหันมองใบหน้าสวยครึ่งซีกด้วยความงุนงง เจนิวาเองก็หันมาสบตาเขานิ่ง ก่อนจะยกยิ้มบางๆ“ห
“แล้วเธอล่ะ จะให้พี่ปล่อยเธอไว้คนเดียวได้ยังไง”ริมฝีปากสวยของเม้มเข้ากันเบาๆ เอาอีกแล้ว ประโยคชวนใจเต้นนี่อีกแล้ว“แต่ก็ต้องทำงานค่ะ”เจนิวาหันไปประจัญหน้ากับคนที่กอดเธออยู่ จนเดมถอนหายใจ กว่าจะได้มาอยู่กับุกกับเมียแบบนี้ เขาเสียเวลาไปตั้งห้าปีกว่า ไม่เห็นว่างานจะสำคัญกว่าเธอกับลูกตรงไหน“ถ้าไม่อยากทำก็ตามใจเถอะค่ะ”เมื่อน้ำเสียหงวานประชดประชันขึ้น พร้อมกับใบหน้าสวยที่เบือนหนีไปอีกทาง มือเล็กก็พยายามยกขึ้นแกะมือหนาของเขาออก เดมกผ็รีบกระชับอ้อมแขนหนาให้แน่นขึ้นอีก จนคนตัวเล็กในอ้อมขนไม่สามารถดิ้นหนีจากพนธนาการของขาไปไหนได้อีก“ยอมแล้วครับ พี่ยอมแล้ว”ใบหน้าคมเกยลงบนไหล่เล็กอีกครั้ง พร้อมกับเสียงนุ่มหงอยๆที่ตอบกลับมาอย่างจำใจยอม แม้ในใจจะไม่อยากห่างจากลูกเมียแม้แต่ชั่วอึดใจเดียวก็ตาม “แล้วเจอยากให้พี่ทำอะไรอีกไหม ถึงจะยอมให้อภัยพี่สักที”เสียงนุ่มพูดเบาๆข้างใบหูเล็ก พร้อมกับเอี้ยวมองใบหน้าสวยอย่างน่าสงสาร แต่บอกเลยว่าเธอตอนนี้ยังไม่คิดจะใจอ่อนให้เขาง่ายๆ แม้ว่าจะหลงรักเขาไปแล้วจนอยากจะใจอ่อนวันละหลายๆรอบก็ตามแต่“ไม่ว่าเจจะพูดอะไร พี่ต้องทำตามค่ะ”นัยน์ตาคู่สวยหันมามองสบนัยน์ตาคู่คมนิ
ยอมแล้ว ยอมเธอแล้วนัยน์ตาคู่คมมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ไม่แม้แต่จะหันมามองเขาสักนิดเดียว หลังจากทำแผลให้เขาเสร็จ คนตัวเล็กก็เดินลิ่วปจัดการมือสายเบาๆอย่างข้าวต้ม และตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงนั่งรอให้ข้าวต้มของเธอสุก เพื่อที่อย่างน้อยเธอก็จะได้สนใจเขาสักนิดก็ยังดี บทสนทนามันจบลงไปทั้งๆแบบนั้น ทั้งๆที่เดมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอต้องการให้เขาทำอะไร แต่สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ คือการทำทุกอย่าง ให้เธอกลับมาเชื่อใจอีกครั้ง ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตามแต่ตอนนี้ถือว่าดีมากแล้วที่เธอยอมให้โอกาสเขา ยังพอทำให้เดมมีความหวังขึ้นมาบ้างร่างเล็กยืนขึ้นช้าๆ ก่อนจะปิดแก๊ส พร้อมกับตักข้าวต้มกลิ่นหอมกรุ่นลงในชาม และเดินตรงมายังโต๊ะอาหารที่มีคนตัวโตนั่งรออยู่ด้วยใบหน้าเจี๋มเจี้ยม“ร้อนนะคะ ค่อยๆกิน”เธอพูดเสียงเรียบ มือก็วางข้าวต้มกุ้งลงตรงหน้าคนตัวโต ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงกันข้าม พร้อมกับเริ่มลงมือตักข้าวต้มในถ้วยของตนเองขึ้นมาเป่า และจัดการมันช้าๆ โดยมีสายตาคู่คมมองตามตาไม่กระพริบ“ถ้ายังไม่กิน จะเอาไปเททิ้งเป็นอาหารปลาแล้วนะคะ”นัยน์ตาคู่สวยเงยขึ้นมองใบหน้าของเขานิ่ง เป็นเชิงขมข
“อือ….”ร่างเล็กที่นอนหลัลบอยู่บนเตียงใหญ๋ ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งหนักอึ้ง ที่วางบาดอยู่บนเอว นัยน์ตาคู่สวยอ่อนเพลียเปิดขึ้นช้าๆท่ามกลางแสงอรุณเช้าตรู ที่สาดส่องแยงตา จนต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเธอหันมองรอบตัวด้วยหัวที่ปวดเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยที่พร่ามัวเล็กน้อยก้มลงมองเอวของตนเอง ก่อนจะต้องชะงัก เพราะมีลำแขนหนาของใครบางคนพาดอยู่บนเอวคอด เจนิวาค่อยๆเลื่อนใบหน้าสวยมองคนด้านข้างช้าๆ ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ขอให้ทุกอย่างไอย่าเป้นอย่างที่เธอคิดเลย แต่สุดท้ายเธอก็ต้องผิดหวัง ใบหน้าคมที่หลับปุ๋ยอยู่ด้วยความอ่อนเพลียด้วยลมหายใจส่ำเสมอ ในระยะชิดใกล้ ทำเอาเธอถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ นัยน์ตากลมโตที่เบิกกว้างค่อยๆเลื่อนสายตากลับมามองตนเอง มือเล็กยกผ้าห่มที่แนบอกอวบขึ้นช้าๆ ภาวนาในใจว่าอย่าให้ทุกอย่างมันเลวร้ายมากกว่าที่เธอคิดเลย“อึก!”ร่างเล็กชะงัก ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาในตอนเช้าที่เย็นยะเยือก หัวใจของเธอกลับเต้นระส่ำ ทั้งยังมีเหงื่อที่ผุดขึ้นที่หน้าผาก มือเล็กราวกับหมดแรงลงชั่วขณะ ผ้าห่มในมือตกลงสู่อกของเธอดังเดิม มือล็กสั่นเทา ไม่ต่างจากหัวใจดวงน้อยที่เต้นตึกตักจนเธอแทบได้ยิ
“พะ….พี่เดม”เสียงหวานเรียกเขา นัยน์ตาคู่ก็มองสบกับใบหน้าคมด้วยความต้องการมากล้น เดมไม่รอช้า เขาค่อยๆดึงบราสีดำขลับออกจากร่างเล็ก นัยน์ตาคู่คมแวววาวขึ้นทันที เมื่อเขาพบกับหน้าอกคู่อวบขาวเนียน ขนาดใหญ่ และมันใหญ่มากกว่าเมื่อห้าปีก่อนเป็นไหนๆ ทั้งยังยอดอกสีน้ำตาลอ่อนๆที่เมื่อก่อนเป็นสีชมพูสวย แต่ตอนนี้มันกลับดูเซ็กซี่ เย้าอวนอารมณ์เขาขึ้นเป็นเท่าตัว อาจจะเพราะการมีลูก ทำให้ร่างกายของเธอเปลี่ยนไป แต่สำหรับเดม เธอในตอนนี้ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ความดิบในตัวของเขา“ไม่ชอบหรอคะ”ใบหน้าสวยถามขึ้นอย่างเป็นกังวล เมื่อเห็นเขาเอาแต่มองมันนิ่งจนเธอเริ่มรู้สึกหวั่นๆในตัวเองขึ้นมา การคลอดลูกทำให้เธอที่เคยสาว สวยเปล่งปลั่ง กลายเป็นคุณแม่ที่ร่างกายผันเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเธอเมื่อห้าปีก่อนสักนิด“พี่ไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้นนะเจ”มือหนาจับไรผมยาวสลวยที่ตกลงบดบังอกอวบคู่สวยให้ทัดบนใบหูเล็กอย่างแผ่วเบา เดมทอดมองใบหน้าของเธอด้วยรอยยิ้มหวาน จนริมฝีปากสวยต้องเม้มเข้าหากันแน่น“เธอสวยที่สุดสำหรับพี่ พี่รักทุกอย่างที่เป็นเธอ”นัยน์ตาคู่คมเลื่อนสายตาลงมามองเต้าอวบคู่สวยพลางกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง เขาอยากจะลิ้มลองมันอ
เปลือกตาสวยที่หนักอึ้งเปิดขึ้นช้าๆ ดูเหมือนว่าเธอจะกอดเกี่ยวคนตัวโตจนลมหายใจติดขัด ทำให้เผลอลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งแบบนั้น นัยน์ตาคู่สวยเงยหน้ามองใบหน้าคมที่อยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อยในความมืด มีเพียงแสงจันทร์ส่องสว่างเท่านั้น ที่พอให้นัยน์ตาคู่คมที่ลืมขึ้น หันมามองสบตาเธอด้วยความตกใจ “พี่ทำเธอตื่นหรอ” เสียงทุ้มถามขึ้นเบาๆ แต่คนตัวเลกในอ้อมแขนกลับไม่ได้ตอบคำถามเขาแม้แต่คำเดียว เธอเอาแต่ใช้นัยน์ตาคู่สวยที่ปรือขึ้นเล็กน้อยมองเขาอยู่นิ่งไปหลายวินาที จนคิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล้กน้อย “เจ?” พรึ่บ! ริมฝีปากหนาที่เรียกเธอเสียวเบา กลับถูกปิดลงด้วยริมฝีปากอวบสวที่ประกบลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว จนร่างแกร่งชะงัก แข็งทื่อไปทั้งร่าง ลิ้นเล็กของเธอพยายามสอดเข้ามาภายในโพรงปากร้อน ซึ่งก็ได้ผล เพราะความตกใจทำให้เดมไม่ทันระวังตัว เขาเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยพอให้ลิ้นร้อนของเธอสอดเข้าไปได้ พรึ่บ! มือหนาจับไหล่เล็กเอาไว้แน่น ก่อนจะดันตัวของเธอออกไปพร้อมกับลมหายใจร้อนที่หอบกระเส่า เพราะริมฝีปากอวบสวยที่ทำให้เขาแทบคุมสติตัวเองไม่ไหว “เจ มีสติหน่อย” เดมพูดเสียงต่ำ เตือนให้คนที่ดูเหมือนจะถูกพิษไข้เล่นงานกลับมามี
"ประภา นังเจนิวากับพวกเด็กเปรตไปไหน"คนที่พึ่งตื่นนอนลงมาด้านล่างด้วยชุดนอนสายเดี่ยว มองออกไปนอกตัวบ้านที่ตะวันลับขอบฟ้า จนรอบบริเวณเริ่มมืดลง"ประภาไม่ทราบค่ะคุณหนูรอง"น้ำตาลเบะปาก นั่งลงบนเคาท์เตอร์พลางเทน้ำส้มลงในแก้ว"คนอย่างมันจะไปไหนได้ ถ้าไม่ใช่ไปแรดหาผู้ชาย"ประภาที่ทนฟังคุณหนูรองจีบปากจีบค
นัยน์ตาคมของเดมหรี่มองทั้งสองคนสลับกันไปมา เมื่อกี้เขาได้ยินว่า ไม่มีใคร หรือรู้อะไรสักอย่าง แต่เนื่องจากเสียงที่เบา ทำให้ไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไรใบหน้าสวยของเจนิวาเรียบนิ่ง มีเพียงนัยน์ตาที่ไหววูบเล็กน้อยเท่านั้นที่ดึงดูดสายตาของเดม ส่วนคนด้านข้างอย่างชลลี่นั้นดูเลิ่กลัก จนเดทเลิกคิ้ว"มีอะไรให้ผมช่
"ดีฮะ!""ดีค่ะ!"เด็กน้อยประสานเสียงกันพร้อมกับยืดตัวหอมแก้มคุณป้าใจดีไปคนละฟอดของเล่นที่หลานทั้งสองว่า พาให้ชลลี่นึกถึงคนตัวโตอย่างหมอวิน จนเผลอเหม่อลอยพร้อมกับรอยยิ้มเขินอาย ไม่รู้เลยว่าเพื่อนสนิทสาวอย่างเจนิวากำลังมองอยู่อย่างสงสัย"นี่!"เสียงเรียกสติจากเพื่อนสาว ทำให้ชลลี่หลุดออกจากภวังค์ทันท
"คนอย่างมึง ไม่มีประโยชน์คงไม่ทำตั้งแต่แรก"เวฬว่าเสียงเรียบ พยักเพยิดไปยังห้องวีไอพีที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้เพื่อนสนิทหนุ่ม"เอาแบบที่ไอ้เวฬว่าเถอะ เพราะตอนกูเกริ่นเรื่องห้าปีก่อน แม่งล่กอย่างกับนักโทษหนีคดี"วานิลเสริม ซึ่งมันก็ทำให้เดมเงียบไปสักพัก ก่อนจะยอมลุกขึ้นช้าๆ เดินตรงไปยังห้องสี่เหลี่ยม







