LOGIN"พี่เดม"
มือเล็กยื่นแก้วไวน์ให้คู่หมั้นหนุ่มด้วยรอยยิ้มกว้าง ชุดเดรสเกาะอกสีดำขลับประดับด้วยเพชรระยิบระยับเข้ากับทรงผมที่เกล้าขึ้นพร้อมกับปิ่นหรูสว่างวาบ ส่วนคู่หมั้นหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกันในในชุดสูทสีดำขลับ สวมทับด้วยเสื้อวูทสีแดงฉาด ทั้งสองนั่งขนาบข้างกันในงานประมูลเพชรของไดม่อนพาเลซ บริษัทขายเครื่องเพชรระดับประเทศ งานนี้จึงเต็มไปด้วยคนมีอำนาจ ชื่อเสียง เงิน และนักข่าว เรียกได้ว่าใครประมูลชิ้นราคาแพงๆ ไป ก็คงจะมีรายชื่อติดหนังสือพิมพ์ข่าวใหญ่รายเดือนของบก.เจ้าดัง
เมื่อวานตอนเย็น คำพูดของคนตัวเล็กที่หายไปห้าปียังคงก้องอยู่ในหูของเขา จากเด็กสาวน่ารักน่าชังน่าเอ็นดู ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปคนละคน ยิ่งประโยคที่ได้ยินเมื่อวานยิ่งพาให้เดมนอนคิดทั้งคืน ว่านี่ใช่เจนิวาที่เขารู้จักรึเปล่า
"คุณเดม"
คนที่เดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มพอใจคือนาธาน เขาใส่สูทสีน้ำเงินเรียบหรู ตาก็ปรายมองน้องสาวพลางถอนหายใจ
"สวัสดีครับคุณนาธาน"
"ขอบคุณนะครับที่ยังให้โอกาสยัยนี่ได้ควง ไม่งั้นชาตินี้ไม่รู้จะขายออกรึเปล่า"
"ปากดีจริงๆ นะพี่ธาน"
เดมยกยิ้มบางๆ กับการหยอกล้อกันของสองพี่น้องที่มักเห็นได้บ่อยครั้ง เรียกว่าความสัมพันธ์ของนาธานและน้ำตาลนั้น เทียบไม่ติดกับความสัมพันธ์ของเจนิวากับทั้งสองเลย
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ณ บ้านวัฒนพานิช เขาขับรถคันหรูเพื่อไปรับน้ำตาล และเป็นไปได้ก็อยากจะพาเจนิวา เด็กน้อยทั้งสอง มาที่งานด้วย แต่เมื่อไปถึงกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของคนตัวเล็ก
"เดม"
เสียงมีอายุทำให้ทั้งสามคนหันไปมองเป็นตาเดียว
"คุณปู่"
'พิเชษ' ชายชราวัย 70 ในชุดสูทสีดำเรียบหรูบนรถเข็น ที่มีผู้ติดตามอีกสองคน ทำให้ทั้งสามคนรีบยืนขึ้น ยกมือไหว้ผู้อาวุฒิโสประจำตระกูล 'พัฒชรเดโช' ผู้ทรงอำนาจที่รวยเป็นอันดับสามในประเทศด้วยรอยยิ้ม
"สวัสดีค่ะคุณท่าน"
"สวัสดีครับคุณท่าน"
น้ำตาลและนาธานยกมือไหว้ พร้อมกับรอยยิ้ม ส่วนเดมที่เป็นถึงหลานในไส้ก็ก้มลงสวมกอดผู้เป็นปู่
"สบายดีนะครับคุณปู่"
พิเชษพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม นี่เป็นการกลับมาไทยหลังจากจัดการธุรกิจในจีนไปถึงครึ่งปี สายตาของผู้นำตระกูลพัฒชรเดโชนั้นเฉียบเเหลมที่ให้หลานชายเพียงคนเดียวเป็นคนช่วยงานธุรกิจทุกอย่างในประเทศไทย วิกฤติจึงผ่านไปได้อย่างง่ายดาย
เสียงฮือฮาจากหน้างานเรียกสายตาของทุกคนใหหันไปมอง รวมทั้งเดมและพิเชษผู้เป็นปู่ ผู้คนที่แหวกออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างบางในชุดเดรสตัวหรูระยิบระยับเข้ารูป ที่แหวกให้เห็นเรียวขายาวสวย เกาะอกสีขาวเผยให้เห็นผิวขาวเรียบเนียน ส่งเครื่องเพชรหรูที่คล้องอยู่ให้แวววาว ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มมาอย่างพอดิบพอดีนั้นดูเย่อหยิ่งแต่ก็น่าจับจ้องในเวลาเดียวกัน รับกับผมยาวดำขลับสลวย มือก็จูงลูกน้อยฝาแฝดมาพร้อมกัน เจย์เดนและเจนนี่ใส่ชุดสูทสีดำเรียบหรูระยิบระยับคู่กันอย่างน่าเอ็นดู
"นังเจนิวา"
มือเล็กของน้ำตาลกำเข้าหากันแน่น ผู้หญิงอย่างเจนิวาที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวของเด็กแฝดไม่มีพ่อ กล้าดียังไงถึงโผล่มาที่งานแถมยังแย่งซีนและความสนใจจากทุกคนไป แทนที่จะเป็นเธอที่เป็นดาวเด่นของงาน
"ใครน่ะ"
"สวยมาก"
"ดูสิเด็กๆ ก็น่ารัก"
"เอ้ะ หน้าคุ้นๆ คุณหนูใหญ่ตระกูลวัฒนพานิชนี่นา"
"ที่ว่าท้องไม่มีพ่อน่ะหรอ"
เสียงซุบซิบนินทาตามกันมาเป็นพรวนจนดังกระหึ่งไปทั้งงาน แต่ใบหน้าสวยกลับไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา เธอเพียงจูงลูกน้อย นั่งลงบนโต๊ะแยก ที่มีบัตรคำว่าวีไอพีสีทองสง่า
"กล้าดียังไงวะ"
นาธานกัดฟัน เดินปรี่เข้าไปหาน้องสาวต่างแม่ด้วยความหงุดหงิด หากอยู่กันในบ้าน เขาคงจะกระชากหัวให้หล่อนได้สติสักที น้ำตาลที่เห็นแลบนั้นก็เดินตามพี่ชายเข้าไปด้วยคิ้วขมวด
"ลุกขึ้นไปนั่งข้างหลัง รู้ไหมว่านี่โต๊ะสำหรับใคร แค่นี้ฮันก็อายจะแย่อยู่แล้ว แม่งเอ้ย!"
ริมฝีปากสีสวยยิ้มเล็กน้อย เธอหันไปมองลูกชายและลูกสาว ลูบหัวอย่างเอ็นดู
"ไปหาอะไรกินสิจ้ะเด็กดี แม่จะรออยู่ตรงนี้"
เด็กแฝดทั้งสองคนเดินเตาะแตะตามกันไปอย่างว่าง่าย นัยน์ตาสวยเฉี่ยวคมที่แต่งแต้มมาอย่างดีตวัดมองพี่ชายต่างแม่นิ่ง
"ฉันมาเป็นตัวแทนคุณปู่ เห็นว่าอยากได้เพชรสวยๆ ให้หลานๆ เลยให้ฉันมาเป็นตัวแทนซื้อของขวัญต้อนรับเจย์เดนกับเจนนี่แบบไม่อั้น"
คิ้วของสองพี่น้องกระตุกยิกๆ เมื่อได้ยินประโยคที่เหมือนจงใจให้พวกเขาหมั่นไส้ และอิจฉาหล่อน
"เหอะ เห็นคุณปู่เข้าข้างสักหน่อย ก็ทำตัวหน้าเงินเลยสินะ"
น้ำตาลเบะปาก ยกมือขึ้นกอดอก
"แน่นอน ขนาดพวกเธอเอาอกเอาใจท่านตั้งแต่เล็กจนโต เงินสักบาทยังไม่ได้ ต้องรอขอเศษเงินจากพ่อ ฉันยังไม่เคยแขวะเลยนะ"
"นี่แก!"
"มีอะไรกัน"
ยังไม่ทันที่น้ำตาลจะได้ปรี่เข้าไปลงมือกับพี่สาวต่างแม่ เสียงอันทรงพลังของพิเชษก็ดังขึ้น ห้ามศึกขนาดย่อมของสองพี่น้องตระกูลวัฒนพานิชเอาไว้ได้ทัน ทำให้บทสนทนามีอันต้องหยึดชะงัก น้ำตาลก้าวถอยหลัง คล้องแขนคู่หมั้นหนุ่มอย่างเดมพลางคาดโทษพี่สาวต่างแม่อยู่ในใย
"เอ้ะ คุณท่าน"
คิ้วสวยเลิกขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อชายมีอายุบนรถเข็นตรงหน้า คือชายเมื่อหลายวันก่อนที่ได้พบ ณ โรงแรมหรู
"อ้าว แม่หนูนี่เอง"
พิเชษยกยิ้ม เมื่อจำได้ว่าหล่อนคือคุณแม่ยังสาวของเด็กแฝดชายหญิงที่น่าเอ็นดูทั้งสองคน
"สวัสดีค่ะ คุณท่านสบายดีนะคะ"
เจนิวายกมือขึ้นไหว้ พลางถามผู้ใหญ่ใจดีด้วยรอยยิ้ม นัยน์ตาของผู้นำตระกูลพัฒชรเดโช ทอดมองหญิงสาวอย่าพินิจ พลางพยักหน้ารับ
"แล้วลูกๆ ไม่มาด้วยหรอ"
"มัมมี๊!"
เด็กน้อยทั้งสองเดินถือจานของกินเข้ามาด้วยรอยยิ้มคนละไม้ละมือ ก่อนจะเอียงคอมองคุณปู่บนนถเข็น พอจำได้ว่าเป็นชายชราใจดีที่ให้กำไลข้อมืออันสวยก็ยิ้มกว้าง วางจานลงพร้อมกับโผเข้ากอดด้วยความดีใจ
"เจย์ เจน"
คนเป็นแม่ปรามเสียงเบา แต่มือของพิเชษก็ยกขึ้นเป็นเชิงห้าม เขาสวมกอดเด็กน้อยทั้งสอง หัวเราะออกมาเบาๆ
"สวัสดีครับคุณปู่ใจดี"
"สวัสดีค่ะคุณปู่"
เด็กน้อยพูดเจื้อยเเจ้วด้วยรอยยิ้ม พาให้พิเชษวางมือลงบนหัวเล็กและลูบเบาๆ ยิ่งมอง ความรู้สึกฉงนก็ยิ่งเต็มอยู่ในใจ
"พวกเราใส่สร้อยข้อมือที่คุณปู่ให้ไว้ตลอดเลยนะคะ"
"ใช่ครับ สวยมากๆ เลย"
ข้อมือเล็กๆ ทั้งสองชูขึ้นอวดพิเชษเสรยงเจื้อยแจ้ว นาธาน น้ำตาล และเดมที่ยืนมองอยู่ก็เกิดคำถามมากมาย ก่อนหลานชายเพียงคนเดียวอย่างเดมจะเป็นผู้เปิดปากถาม
"คุณปู่รู้จักเจนิวากับเด็กๆ ด้วยหรอครับ"
"บังเอิญเจอที่โรงแรมก่อนกลับมาบ้าน เด็กน้อยสองคนนี้น่ารักจนปู่อดไม่ได้ เลยให้กำไลไปคนละเส้น"
ใบหน้าคมของเดมพยักรับ ปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังวาดรอยยิ้มสวยที่เขาไม่ได้เห็นมาตลอดห้าปี และเดมนึกว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้ว รอยยิ้มสดใสและอ่อนโยน ที่มองแค่ไหนก็ไม่มีวันเบื่อ เป็นรอยยิ้มที่เหมาะกับใบหน้าของเธอเพียงคนเดียว....
"ว่าแต่ รู้จักกันหรอ"
พิเชษมองหญิงสาวแปลกหน้า สลับกับหลานชายและคู่หมั้น พร้อมกับนาธานด้วยความสงสัย
"ลืมแนะนำตัวไปเลยค่ะ หนูชื่อเจนิวาค่ะ เป็นหลานสาวคนโตของคุณปู่สิระ ลูกคุณแม่วิภาค่ะ ทั้งสองคนเป็นลูกแฝดของหนูเอง ผู้ชายชื่อเจย์เดน ผู้หญิงชื่อเจนนี่ค่ะ"
เมื่อรู้ว่าเด็กสาวเป็นใคร พิเชษก็ถึงกับยกยิ้ม ที่แท้หน้าตาของเธอก็คลับคล้ายคลับคลาผู้เป็นแม่อยู่หลายส่วนทีเดียว เสียดายที่วิภาดาด่วนจากไปเสียก่อน จึงไม่ได้เห็นหลานๆ ที่น่ารักน่าชัง ไม่งั้นคงจะพอให้มีกำลังใจอยากมีชีวิตอยู่ต่อได้จนสิ้นอายุขัยตามสังขารได้
"ฉันชื่อพิเชษ เป็นปู่ของเจ้าเดมเค้า"
"ได้ยินชื่อคุณท่านมานานมาก แต่ไม่เคยมีโอกาสได้เจอเพราะคุณท่านงานรัดตัวเสมอ ยินดีที่ได้พบนะคะ"
"ยินดีที่ได้พบครับคุณปู่ใจดี"
"ยินดีๆ ค่ะคุณปู่"
เด็กน้อยทั้งสองเรียกเสียงหัวเราะให้พิเชษได้เป็นอย่างดี นัยน์ตาคมของเดมมองปู่ที่ไม่ได้ยิ้มหัวเราะแบบนี้มานาน นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาเห็นปู่มีความสุขได้ขนาดนี้
"ไปนั่งด้วยกันเถอะไป ขอฉันนั่งกับเด็กทีนะเจนิวา"
"ได้ค่ะคุณท่าน"
"สามีใหม่ฉันอาจจะไม่ชอบข่าวฉาวนี้เท่าไหร่นะคะ คุณเด......อื้ออออ!?!?"มือหนาจับใบหน้าของเธอไว้แน่น ก่อนจะประกบริมฝีปากร้อนลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของเจนิวาแน่นโดยไม่รุกล้ำ นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอหลับตาแน่นพลางยกมือขึ้นทุบไหล่คนตัวโตตรงหน้า แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล แม้เธอจะขัดขืนสักแค่ไหนก็ตาม แต่เดมก็ยังไม่ผละริมฝีปากร้อนของเขาออก"อื้ออ! อ่อย!"เสียงพูดอู้อี้พร้อมกับมือที่ทุบตีเขาไปหลายที ทำให้เดมค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก พร้อมกับนัยน์ตาของเขาที่มองสบกับนัยน์ตาสวยของเธอด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย แม้จะเป็นรสจูบที่ไม่รุกล้ำ แต่มันกลับกัดกินลใหายใจร้อนทั้งคู่ให้หายใจหอบเป็นจังหวะเดียวกันเพี้ย!ใบหน้าคมของเดมหันไปตามแรง เมื่อฝ่ามือของหญิงสาวตรงหน้าฟาดลงบนแก้มของเขาอย่างไม่ออมมือ นัยน์ตากลมโตที่แดงฉาดมองเขาด้วยความโกรธ ไม่คิดว่าชายที่เคยแสดงแต่มุมดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใยและความหวังดี บัดนี้กลับล่วงเกินเธอได้อย่างหน้าไม่อาย"พี่ขอโทษ"คำขอโทษเสียงเรียบพร้อมกับใบหน้าที่หันมามองเธอราวกับพึ่งรู้สึกตัวทำให้ริมฝีปากสวยกระจุกยิ้มเยาะเล็กน้อย"ทำผิดแล้วขอโทษ แฟร์ดีนะคะ คุณว่าไหม"เธอประชด ก่อน
"150 ล้านครับ"เสียงฮือฮาของผู้คนในงานดังขึ้นทันที เมื่อคุณชายตระกูลพัฒชรเดโชยกป้ายสีดำขลับในม่อ พร้อมกับประมูลด้วยตัวเลขที่สูงขึ้นถึง 50 ล้านบาทใบหน้าสวยหันไปมองคนข้างกายด้วยคิ้วขมวดเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ ราคาชุดสร้อยเพชรเส้นนี้ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าราคาไม่สามารถโดดไปไกลถึงขนาดนั้นได้ แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ เดมหันมองหญิงสาวข้างกาย ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อยจนเจนิวาผงะ นี่เขาอยากจะแกล้งเธอจริงๆ งั้นสินะ"น่าอิจฉาน้ำตาลนะคะ มีคู่หมั้นใจป้ำขนาดนี้"น้ำเสียงประชดประชัน บวกกับใบหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของหญิงสาว เรียกรอยยิ้มให้เดมได้ไม่น้อย เพราะอย่างน้อยๆ เธอก็ไม่ได้เมินเฉยเขาเพียงอย่างเดียวเหมือนทุกครั้ง"ยินดีกับคุณเดมอีกครั้งค่ะ"กล่องชุดเครื่องเพชรถูกนำมาให้เขาพร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราว บ้างก็อิจฉาคู่หมั้นสาวที่แฟนหนุ่มเอาใจใส่ถึงขนาดนี้มือหนายื่นกล่องเครื่องเพชรไปยังตรงหน้าของเจนิวาที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยรอยยิ้มบางๆ ซึ่งเธอก็หันมามองเขาด้วยใบหน้างุนงง"พี่ให้"คำพูดของเขาเล่นเอาเธอต้องถอนหายใจ พูดไปชัดเจนขนาดนั้น ชายตรงหน้าก็ยังไม่เข้าใจ นี่เขาแกล้งไม่ฉลาด หรือแค่ดื้อด้านกันแน่"ไม่จำเป
"สวัสดีทุกแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และยินดีต้อนรับเข้าสู่งานประมูลเพชร ที่หรูหรา และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ จากบริษัทไดม่อนพาเลซค่ะ"เสียงปรบมือเกรียวกราวดังไปทั่วห้องโถงใหญ่ที่มีแขกดหรื่อมากหน้าหลายตานั่งเรียงรายกันเป็นตับ เพื่อประมูลเพชรที่หรูหราและถูกออกแบบมาพิเศษ เป็นชิ้นที่ไม่มีขายหน้าร้าน และมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ซึ่งแลกมากับราคาที่แพงหูฉี่จนแทบไม่ต้องบรรยายแถวหน้าเป็นพิเชษ และมีเจนนี่กับเจย์เดนนั่งขนาบข้าง เก้าอี้ด้านหลังก็เป็นเจนิวาที่นั่งอยู่มุมสุด เดมที่นั่งคั่นกลาง และน้ำตาลที่นั่งขนาบอีกด้านของเดมอีกที ส่วนนาธานนั้นแยกคัวไปนั่งกับเพื่อนที่ด้านหลัง"เอาล่ะค่ะ เรามาเริ่มชิ้นแรกกันดีกว่า ชิ้นแรก เป็นงานแจกันฝังเพชร และอัญมณีสีทองอร่าม วาดลวดลายแจกันด้วยนักวาดชื่อดังจากอเมริกา...."ของชิ้นแรกถูกเข็นออกมาจนผู้คนต่างฮือฮากับความสวยงาม ที่ส่องประกายเตะตา จนต้องยกป้ายประมูลกันถ้วนหน้า ของชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกประมูลไปเรื่อยๆ ซึ่งยังไม่มีชิ้นไหนที่ถูกตาเจนิวาเลยสักชิ้น"ลำดับต่อไป เป็นชุดเครื่องเพชร เหมาะสำหรับท่านผู้หญิงสุดสวยทั้งหลายค่ะ เริ่มกันที่ชิ้นแรก อัญมณีสีแดงสด สลับกับเพชรแ
"พี่เดม"มือเล็กยื่นแก้วไวน์ให้คู่หมั้นหนุ่มด้วยรอยยิ้มกว้าง ชุดเดรสเกาะอกสีดำขลับประดับด้วยเพชรระยิบระยับเข้ากับทรงผมที่เกล้าขึ้นพร้อมกับปิ่นหรูสว่างวาบ ส่วนคู่หมั้นหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกันในในชุดสูทสีดำขลับ สวมทับด้วยเสื้อวูทสีแดงฉาด ทั้งสองนั่งขนาบข้างกันในงานประมูลเพชรของไดม่อนพาเลซ บริษัทขายเครื่องเพชรระดับประเทศ งานนี้จึงเต็มไปด้วยคนมีอำนาจ ชื่อเสียง เงิน และนักข่าว เรียกได้ว่าใครประมูลชิ้นราคาแพงๆ ไป ก็คงจะมีรายชื่อติดหนังสือพิมพ์ข่าวใหญ่รายเดือนของบก.เจ้าดังเมื่อวานตอนเย็น คำพูดของคนตัวเล็กที่หายไปห้าปียังคงก้องอยู่ในหูของเขา จากเด็กสาวน่ารักน่าชังน่าเอ็นดู ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปคนละคน ยิ่งประโยคที่ได้ยินเมื่อวานยิ่งพาให้เดมนอนคิดทั้งคืน ว่านี่ใช่เจนิวาที่เขารู้จักรึเปล่า"คุณเดม"คนที่เดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มพอใจคือนาธาน เขาใส่สูทสีน้ำเงินเรียบหรู ตาก็ปรายมองน้องสาวพลางถอนหายใจ"สวัสดีครับคุณนาธาน""ขอบคุณนะครับที่ยังให้โอกาสยัยนี่ได้ควง ไม่งั้นชาตินี้ไม่รู้จะขายออกรึเปล่า""ปากดีจริงๆ นะพี่ธาน"เดมยกยิ้มบางๆ กับการหยอกล้อกันของสองพี่น้องที่มักเห็นได้บ่อยครั้ง เรียกว่าความสัมพัน
"ฮึก!"เสียงสะอื้นของเด็กน้อยที่มุมห้องหลังผ่านไปห้านาทีดังก้องอยู่ในห้องนอนใหญ่ เจนิวามองลูกชายที่ยืนหันหลังเข้ามุมพบางถอนหายใจ เด็กเพียงสี่ขวบ ใจกล้าออกไปกันตามลำพัง แถมยังออกไปตาหาพ่อ นี่มันจะเกินไปแล้ว"มัมมี๊ ให้เจย์พอเถอะนะคะ"เด็กหญิงกอดมือแม่ หันมองพี่ชายฝาแฝดด้วยความสงสาร"เจย์เดนมานี่"และด้วยเสียงร้องสะอื้นของลูกชายและการขอร้องของลูกสาว สุดท้ายคนเป็นแม่อย่างเธอก็ใจอ่อนอยู่วันยังค่ำ เด็กน้อยยืนสะอื้น ก้มหน้าไม่สบตาแม่แม้แต่น้อย"เจนนี่ไปยืน"เด็กทั้งสองเบะปาก นานๆ ทีจะโดนแม่ดุ เพราะโดยปกติแล้วเจนิาาต้องออกไปทำงาน เวลาส่วนใหญ่จึงอยู่ที่บ้านกันตามลำพัง โอกาสที่จะโดนดุจึงแทบจะไม่มี"รู้รึเปล่าว่าทำผิดอะไร"แฝดสองก้อนพยักหน้า"เจนนี่พูดก่อน""เราออกไปไม่บอกมัมมี๊"เจนิวาถอนหายใจ หันมองลูกชายที่เช็ดน้ำตาป้อยๆ อย่างน่าสงสาร"เจย์เดนล่ะ""เจย์ไม่มีมารยาทกับคุณลุง"เธอถอนหายใจ อย่างน้อยเจ้าแฝดทั้งสองคนก็รู้เรื่อง โดยเฉพาะเจย์เดนที่พูดไปแบบนั้นต่อหน้าเดม หากน้ำตาลได้ยินเข้าปัญหาก็จะตามมาเป็นพรวน กลัวว่าพอคลาดสายตาลูกๆ จะเป็นอันตราย"แล้วทำไมถึงได้ออกไปแบบนั้น"เจย์เดนยื่นภาพใบหนึ่งให
"เด็กๆวันนี้อย่าดื้อนะลูก แม่ต้องออกไปซื้อยาบำรุงมาให้คุณปู่ทวด"เจย์เดนและเจนนี่พยักหน้ารับหงึกหงัก เช้านี้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปรีชา นาธาน และน้ำตาล ต่างออกไปทำงานและไปข้างนอกกันหมด ทำให้วันนี้ทั้งวันคฤหาสน์หลังใหญ่เงียบเชียบ มีเพียงเธอและลูก และคุณปู่อย่างสิระที่อยู่ด้านบน"มัมมี๊เดินทางปลอดนะครับ""ดูแลตัวเองดีๆนะคะ""เดี๋ยวแม่รีบกลับนะจ้ะ"เธอลูบหัวลูกชายและลูกสาว ขับรถออกจากบ้านโดยมีเด็กน้อยทั้งสองยืนโบกมือบ้ายบายข้างๆประภา"คุณหนู ไปเล่นที่สวนรอไหมคะ เดี๋ยวป้าไปทำขนมเค้กให้"เด็กน้อยตอบตกลงทันใด เมื่อประภาเข้าไปจัดการขนมในครัว เด็กน้อยทั้งสองคนก็รีบไปเปลี่ยนชุดทันที โค้ดสีน้ำตาลอ่อนตัวยาวถูกสวมทับเสื้อผ้าปกติ เด็กน้อยหยิบแว่นตามาใส่คนละอัน และไม่ลืมที่จะเปิดกล่องเล็กๆที่มีรูปของผู้เป็นแม่และเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา"ไปกันเถอะเจน"หนุ่มน้อยขยับแว่นตา หันมองน้องสาวอย่างจริงจัง"ไปกันเจย์""พี่เดม พรุ่งนี้ไปงานประมูลของไดม่อนพาเลซกันนะคะ น้ำตาลมีของที่อยากได้เยอะแยะเลย"มือเล็กกอดลำแขนหนาของคู่หมั้นหนุ่มอย่างเดมไว้อย่างออดอ้อน เข้าปีที่ห้าแล้วที่ทั้งสองคนมีสถานะเป็นคู่หมั้น







