LOGIN"เด็กๆวันนี้อย่าดื้อนะลูก แม่ต้องออกไปซื้อยาบำรุงมาให้คุณปู่ทวด"
เจย์เดนและเจนนี่พยักหน้ารับหงึกหงัก เช้านี้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปรีชา นาธาน และน้ำตาล ต่างออกไปทำงานและไปข้างนอกกันหมด ทำให้วันนี้ทั้งวันคฤหาสน์หลังใหญ่เงียบเชียบ มีเพียงเธอและลูก และคุณปู่อย่างสิระที่อยู่ด้านบน
"มัมมี๊เดินทางปลอดนะครับ"
"ดูแลตัวเองดีๆนะคะ"
"เดี๋ยวแม่รีบกลับนะจ้ะ"
เธอลูบหัวลูกชายและลูกสาว ขับรถออกจากบ้านโดยมีเด็กน้อยทั้งสองยืนโบกมือบ้ายบายข้างๆประภา
"คุณหนู ไปเล่นที่สวนรอไหมคะ เดี๋ยวป้าไปทำขนมเค้กให้"
เด็กน้อยตอบตกลงทันใด เมื่อประภาเข้าไปจัดการขนมในครัว เด็กน้อยทั้งสองคนก็รีบไปเปลี่ยนชุดทันที โค้ดสีน้ำตาลอ่อนตัวยาวถูกสวมทับเสื้อผ้าปกติ เด็กน้อยหยิบแว่นตามาใส่คนละอัน และไม่ลืมที่จะเปิดกล่องเล็กๆที่มีรูปของผู้เป็นแม่และเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา
"ไปกันเถอะเจน"
หนุ่มน้อยขยับแว่นตา หันมองน้องสาวอย่างจริงจัง
"ไปกันเจย์"
"พี่เดม พรุ่งนี้ไปงานประมูลของไดม่อนพาเลซกันนะคะ น้ำตาลมีของที่อยากได้เยอะแยะเลย"
มือเล็กกอดลำแขนหนาของคู่หมั้นหนุ่มอย่างเดมไว้อย่างออดอ้อน เข้าปีที่ห้าแล้วที่ทั้งสองคนมีสถานะเป็นคู่หมั้น เป็นที่รู้กันทั้งเมือง ความเหมาะสมทั้งสองครอบครัว หน้าตา ฐานะ เป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว
"พี่มีงานต้องทำ"
เสียงเรียบๆบวกกับการจดจ่อหน้าจอไอแพด ทำให้น่ำตาเบะปากเล็กน้อย แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ตลอดห้าปีที่หมั้นหมายกันมา เดมมักเป็นคนเฉยชากับทุกสิ่ง ไม่ว่าน้ำตาลจะพูดหรือทำอะไร เขาก็ยอมไปเสียหมด หรือไม่ก็แค่บอกปัดเสียงเรียบแบบครั้งนี้
"อ้อจริงสิ เจนิวากลับมาแล้วนะคะ ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีหน้ากลับมา ทั้งๆที่ทำให้ครอบครัวต้องขายหน้าไปขนาดนั้น"
มือที่กำลังเลื่อนดูงานชะงัก เจนิวากลับมาแล้วงั้นหรอ ตลอดห้าปีที่เธอจากไป ข่าวคราวหรือการติดต่อของเธอก็หายไปด้วย เหมือนกับว่าการมีอยู่ของเธอไม่ใช่เรื่องจริง
"กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่"
เดมถามเสียงเรียบ
"น่าจะสามสี่วันแล้วมั้งคะ แต่พึ่งโผล่หัวมาบ้านเมื่อวาน ไม่รู้ไปเสเพลนอนกับคนแปลกหน้ามาอีกรึเปล่า แหวะ!"
น้ำตาลที่เผลอพูดจาไม่ดีจนสายตาคมเหลือบมองเป็นเชิงไม่ชอบใจ ก็รีบซบหัวไปบนไหล่หนาอย่างเอาใจ
"ก็จริงหนิคะ ไอ้เด็กไม่มีพ่อสองคนนั่นก็ด้วย น่าสงสารจริงๆ ดันมาเกิดกับคนแบบเจนิวา คงได้เลือดกันมาเต็มๆ"
"สองคน?"
ตอนที่เจนิวาจากไป เขาไปช้าแค่ก้าวเดียว รู้ตัวอีกทีเธอก็หายไปจากคฤหาสน์วัฒณพานิชอย่างไร้ร่องรอย ด้วยข่าวการท้องแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หรือเธอแต่งงานใหม่จนมีลูกอีกคนงั้นหรอ
"ค่ะ เด็กแฝดน่ะค่ะ น้ำตาลทนมองหน้าสามแม่ลูกพวกนี้ไม่ได้ เลยต้องออกมาหาพี่ เหอะ ไม่รู้จะกลับมาทำไม อยากจะใช้ข้ออ้างดูแลปู่มาให้ลูกได้สมบัติล่ะสิไม่ว่า"
น้ำตาลค่อนแขวะอย่างรังเกียจ ตั้งแต่จำความได้ เจนิวาก็เหม่อนกันนางร้ายในละครหลังข่าวที่แย่งทุกอย่างไปจากเธอ น้ำตาลทำได้แค่เป็นคนที่ต้องหลบซ่อนอยู่ในปีกเล็กๆของคฤหาสน์วัฒณพานิช ต่างกับเจนิวาที่ได้รับความรัก ความเอาใจใส่ อิสระ และชื่อเสียงของคุณหนูประจำตระกูลวัฒณพานิชอย่างออกหน้าออกตา ดีที่ปรีชาผู้เป็นพ่อยังรักและเอาใจใส่เธอ พี่ชาย และแม่มากกว่าให้ความสำคัญสองแม่ลูกนั่น
"งานประมูล เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปรับ"
"เย้! รักพี่เดมที่สุดเลย"
หน้าสวยซบลงบนอกหนาด้วยยิ้มกว้างอย่างพอใจ เห็นทีการเลือกซื้อชุดเดรสสำหรับงานประมูลเพชร เธอคงจะน้อยหน้าใครไม่ได้ เพราะคู่หมั้นเป็นถึงหนุ่มหล่อผู้เพรียบพร้อมจากตระกูลใหญ่ 'พัฒชรเดโช' ที่รวยเป็นอันดับ 3 ของประเทศที่ใครๆก็นับหน้าถือตา
อีกอย่าง เธอจะได้ให้นังคนชั้นต่ำอย่างเจนิวสได้เห็น ว่าระหว่างเธอและแม่เลี้ยงเกี่ยวที่ท้องป่องไร้พ่อไร้ราคาแบบนั้น ยังเอามาเทียบกับเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ
"เคยเห็นผู้ชายคนนี้ไหมครับ"
มือเล็กชูภาพใบเดียวที่มีอยู่ ถามคนตางทางด้วยสีหน้าจริงจัง
"คนนี้หรอจ้ะเด็กดี"
หญิงมีอายุเพ่งมองชายในภาพ ก่อนจะพยักหน้า เพราะทั้งเมืองไม่มีใครที่ไม่รู้จักชายหนุ่มในภาพ
"ชื่อคุณเดม บ้านอยู่มุมถนนถัดไปนั่นเอง ว่าแต่มากันสองคนหรอจ้ะ อันตรายนะลูก ป้าไปส่งไหม"
พิจารณาเด็กสองคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อโค้ทวีน้ำตาลอ่อนและแว่นดำราคาแพง ที่หน้าคล้ายกันราวกับแกะต่างกันแค่เพศ ก็กลัวว่าจะอันตรายเกินไปหากปล่อยให้เดินกันตามลำพัง
"ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ ไปเถอะเจย์"
"อื้ม"
เด็กน้อยทั้งสองเดินตรงไปตามจุดหมาย ผู้คนตามทางก็มองกันอย่างนึกเอ็นดูพลางเป็นห่วง เจย์เดนและเจนนี่เดินไปสักพัก ก็พบกันคฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่มุมสุดของซอย
"นี่ต้องเป็นบ้านแดดดี๊แน่เลยเจน"
เด็กน้อยพยักหน้า ยังไม่ทันที่จะได้หาวิธีเข้าไปได้ รถคันหรูก็ขับเข้ามาใกล้ ประตูบานใหญ่ก็เลื่อนเปิดออกช้าๆ
เด็กน้อยทั่งสองมองตามรถสีดำขลับตาวาว ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้กันและกัน วิ่งเตาะแตะผ่านประตูเข้าไปทันที
เดมที่พึ่งกลับมาจากบริษัท ลงจากรถด้วยความเหนื่อยล้า ยังไม่ทันที่ขสจะก้าวเข้าไปในบ้าน เสียงเล็กๆที่ประสานกันก็ดังขึ้นเรียกความสนใจ
"แดดดี้!/แดดดี้!"
ใบหน้าคมหันมองตามเสียงจากทางด้านหลัง เด็กแฝดชายหญิงกำลังวิ่งหน้าตั้งมาทางนี้ ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกกอดขาสองข้างเอาไว้แน่น
"พวกเธอเป็นใคร"
คิ้วหนาขมวดมุ่น เขานั่งยองลูบหัวเด็กทั้งสองและถามเสียงเรียบด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าใครปล่อยลูกหลานมาวิ่งเล่นลำพังแบบนี้
"พวกเราเป็นเบบี๋ของแดดดี้ไงครับ"
เด็กชายโพล่งขึ้น
"ใช่ค่ะ ต่อไปมัมมี๊จะได้ไม่เหงาสักที"
คำพูดของเด็กหญิงยิ่งทำให้เดมงุนงง นี่มันลูกเต้าเหล่ากอใครกันล่ะเนี่ย ถึงได้เที่ยวเรียกคนอื่นว่าพ่อไปทั่วแบบนี้
"เจย์! เจน!"
ทั้งสามหันไปมองด้านหลัง ก่อนนัยน์ตาคมของเดมจะเบิกกว้าง
"มัมมี๊!"
เด็กทั้งสองร้องประสานเสียง วิ่งโผไปกอดผู้เป็นแม่ด้วยรอยยิ้มกว้าง
"เจนิวา?"
เดมยืนขึ้นช้าๆ เขามองหญิงสาวที่ปรากฎตัวตรงหน้านิ่งค้าง แม้จะผ่านไปถึงห้าปี แต่ใบหน้าของเธอยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียว
"พี่เดม"
นัยน์ตาสวยสั่นคลอน แต่ก็แค่แป๊ปเดียว แทนที่เธอจะสนใจชายตรงหน้าที่ไม่ได้พบกันมาหลายปี เธอก้มลงมองลูกชายและลูกสาวด้วยนัยน์ตาที่แดงก่ำ
"แม่บอกว่ายังไง!"
เสียงดุดังขึ้นจนเด็กน้อยทั้งสองสะดุ้ง ปล่อยมือจากเธอด้วยความกลัว
"ถอดแว่นออกเดี๋ยวนี้"
เสียงเย็นๆจากผู้เป็นแม่ ทำให้เด็กน้อยรีบถอดแว่นตาออกทันที
"อยากโดนลงโทษใช่ไหม เจย์เดน เจนนี่!"
"มัมมี๊"
เจย์เดนเรียกเธอเสียงอ่อยพร้อมกับเบะปาก
"ทำผิดแล้วยังจะร้องไห้อีก ทำไมถึงไม่ฟังที่แม่บอก!"
อารมณ์ของเธออ่อนไหวเป็นอย่างมาก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอดุลูกรุนแรงขนาดนี้ หากเธอไม่ตามจีพีเอสมา หรือมาช้ากว่านี้ ลูกๆของเธอก็ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไง
"ฮืออออ!"
เจนนี่ปล่อยโฮเสียงดัง ยกมือขึ้นขยี้ตาที่น้ำตาไหลเป็นทาง จนเจย์เดนที่พยายามอดกลั้นก็ถึงกับน้ำตาไหลตาม
"ฮึก!"
เด็กน้อยสะอื้นอย่างน่าสงสาร จนเดมที่พึ่งรู้สึกตัวก็รีบก้าวเข้ามาทันที
"ใจเย็นๆก่อนเถอะ เด็กกลัวหมดแล้ว"
เขานั่งยองลงกับพื้น ควักลูกอมรสหวานออกมาจากกระเป๋า และยื่นให้เดฌกน้อยทั้งสองคนละเม็ด
"ลุงให้ครับ"
เจย์เดนค่อยๆยื่นอุ้งมือน้อยไปรับมาไว้ในมือ ตามด้วยเจนนี่ที่หยุดร้องไห้และแกะลูกอมใส่ปาก มือหนาวางลงบนหัวเล็ก และลูบเบาๆด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง
เขามองใบหน้าสวยที่หลบเขาเล็กน้อย เธอไม่แม้แต่จะสบตาเขาด้วยซ้ำ
"กลับมาแล้วหรอ"
เธอพยักหน้า
"ค่ะ คุณสบายดีนะคะ"
เดมชะงัก กับสรรพนามที่ดูห่างเหินจากริมฝีปากเล็ก เวลาห้าปี เธอกับเขาก็กลายเป็นคนที่แทบไม่รู้จักกันอย่างนั้นสินะ
"พี่สบายดี สบายดีไหม"
"สบายดีค่ะ เจย์เดน เจนนี่ ไหว้คุณลุงเค้าสิลูก คุณลุงเดม แฟนน้าน้ำตาล"
ประโยคของเธอทำให้เดมชะงักอีกครั้ง เพราะเขาไม่รู้จะปฏิเสธหรือแสดงท่าทางยังไงกับสิ่งที่เธอพูดออกมา เด็กน้อยทั้งสองหันมองหน้ากันด้วยความงุนงง
"แดดดี๊จะเป็นแฟนน้าน้ำตาลได้ไงครับ ในเมื่อแดดดี๊เป็นแฟนมัมมี๊"
เจนนิวาตาโตกับคำพูดของลูกชาย ส่วนเดมก็เลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัย
"เจย์เดน! กลับบ้านไปโดนเข้ามุมสิบนาที"
เด็กน้อยหน้างอ เดินหนีเธอขึ้นรถ ตามด้วยเจนนี่ที่เดินตามไปติดๆ แต่เด็กน้อยไม่ลืมที่จะหันมาโบกมือบ๊ายบายคุณลุงหนุ่มด้วยรอยยิ้ม
"บ๊ายบายครับตัวเล็ก"
เขาโบกมือตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกัน รู้สึกเอ็นดูเด็กน้อยทั้งสองมากอย่างบอกไม่ถูก หน้าตาจิ้มลิ้ม พูดจาเป็นต่อยหอย นิสัยขี้ง้องอนก็อย่างหนึ่ง แต่ความรู้สึกบางอย่างนั้นต่างออกไปจากเด็กคนอื่นที่เคยพบเจออย่างสิ้นเชิง
"ขอโทษด้วยนะคะ ไม่รู้เด็กๆไปเอาความคิดไร้สาระพวกนี้มาได้ยังไง"
"ไม่เป็นไร พี่ไม่ถือ"
ทั้งๆที่เธอขีดเส้นความสนิทชิดเชื้อไปขนาดนี้ เขาก็ยังจะแทนตัวเองว่าพี่อย่างรู้จักมักคุ้น ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจนิดๆ
"งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ"
"เดี๋ยว"
เขารั้งเธอด้วยการคว้าข้อมือเล็ก จนเธอต้องหันมามองด้วยความตกใจ ทั้งสองต่างฝ่ายต่างชักมือกลับอย่างลืมตัว
"โทษที พี่แค่จะถามว่างานประมูลเพชร จะพาลูกๆไปด้วยรึเปล่า เดี๋ยวพี่ไปรับ"
ดูเหมือนจะไม่ใช่กงการอะไรของเขาที่ต้องมาวุ่นวายกับเธอและลูก เพราะคนที่เขาควรใส่ใจคือน้ำตาล คู่หมั้นที่จะจูงมือกันเข้าประตูวิวาในเวลาอันใกล้ๆ ยิ่งเดมเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่ ปัญหาก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เธอมาเพราะดูแลปู่ เธอก็จะทำตามนั้น จะไม่สร้างปัญหาเพิ่มอีก
"ไม่รู้สิคะ ถ้าคุณพ่ออนุญาตให้พาเด็กๆไปทำลายชื่อเสียงของตระกูล ก็อาจจะได้ไป ขอตัวนะคะ"
แผ่นหลังของเจนิวาที่ผ่านไปห้าปีเป็นความรู้สึกคุ้นเคยอย่างแน่นอน หากแต่การแสดงออก คำพูดประชดประชันเหน็บแนม หรือแม้แต่สายตาที่มองมาอย่างเหินห่าง และเย็นชาขึ้นกำลังบอกว่า เธอไม่ใช่เด็กสาวผู้สดใสในบางครั้ง น่าสงสารในบางที แสดงอารมณ์ความรู้สึกเด่นชัดบนใบหน้าอีกต่อไปแล้ว....
"สามีใหม่ฉันอาจจะไม่ชอบข่าวฉาวนี้เท่าไหร่นะคะ คุณเด......อื้ออออ!?!?"มือหนาจับใบหน้าของเธอไว้แน่น ก่อนจะประกบริมฝีปากร้อนลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของเจนิวาแน่นโดยไม่รุกล้ำ นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอหลับตาแน่นพลางยกมือขึ้นทุบไหล่คนตัวโตตรงหน้า แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล แม้เธอจะขัดขืนสักแค่ไหนก็ตาม แต่เดมก็ยังไม่ผละริมฝีปากร้อนของเขาออก"อื้ออ! อ่อย!"เสียงพูดอู้อี้พร้อมกับมือที่ทุบตีเขาไปหลายที ทำให้เดมค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก พร้อมกับนัยน์ตาของเขาที่มองสบกับนัยน์ตาสวยของเธอด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย แม้จะเป็นรสจูบที่ไม่รุกล้ำ แต่มันกลับกัดกินลใหายใจร้อนทั้งคู่ให้หายใจหอบเป็นจังหวะเดียวกันเพี้ย!ใบหน้าคมของเดมหันไปตามแรง เมื่อฝ่ามือของหญิงสาวตรงหน้าฟาดลงบนแก้มของเขาอย่างไม่ออมมือ นัยน์ตากลมโตที่แดงฉาดมองเขาด้วยความโกรธ ไม่คิดว่าชายที่เคยแสดงแต่มุมดีๆ ความเป็นห่วงเป็นใยและความหวังดี บัดนี้กลับล่วงเกินเธอได้อย่างหน้าไม่อาย"พี่ขอโทษ"คำขอโทษเสียงเรียบพร้อมกับใบหน้าที่หันมามองเธอราวกับพึ่งรู้สึกตัวทำให้ริมฝีปากสวยกระจุกยิ้มเยาะเล็กน้อย"ทำผิดแล้วขอโทษ แฟร์ดีนะคะ คุณว่าไหม"เธอประชด ก่อน
"150 ล้านครับ"เสียงฮือฮาของผู้คนในงานดังขึ้นทันที เมื่อคุณชายตระกูลพัฒชรเดโชยกป้ายสีดำขลับในม่อ พร้อมกับประมูลด้วยตัวเลขที่สูงขึ้นถึง 50 ล้านบาทใบหน้าสวยหันไปมองคนข้างกายด้วยคิ้วขมวดเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ ราคาชุดสร้อยเพชรเส้นนี้ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าราคาไม่สามารถโดดไปไกลถึงขนาดนั้นได้ แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ เดมหันมองหญิงสาวข้างกาย ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อยจนเจนิวาผงะ นี่เขาอยากจะแกล้งเธอจริงๆ งั้นสินะ"น่าอิจฉาน้ำตาลนะคะ มีคู่หมั้นใจป้ำขนาดนี้"น้ำเสียงประชดประชัน บวกกับใบหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของหญิงสาว เรียกรอยยิ้มให้เดมได้ไม่น้อย เพราะอย่างน้อยๆ เธอก็ไม่ได้เมินเฉยเขาเพียงอย่างเดียวเหมือนทุกครั้ง"ยินดีกับคุณเดมอีกครั้งค่ะ"กล่องชุดเครื่องเพชรถูกนำมาให้เขาพร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราว บ้างก็อิจฉาคู่หมั้นสาวที่แฟนหนุ่มเอาใจใส่ถึงขนาดนี้มือหนายื่นกล่องเครื่องเพชรไปยังตรงหน้าของเจนิวาที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยรอยยิ้มบางๆ ซึ่งเธอก็หันมามองเขาด้วยใบหน้างุนงง"พี่ให้"คำพูดของเขาเล่นเอาเธอต้องถอนหายใจ พูดไปชัดเจนขนาดนั้น ชายตรงหน้าก็ยังไม่เข้าใจ นี่เขาแกล้งไม่ฉลาด หรือแค่ดื้อด้านกันแน่"ไม่จำเป
"สวัสดีทุกแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และยินดีต้อนรับเข้าสู่งานประมูลเพชร ที่หรูหรา และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ จากบริษัทไดม่อนพาเลซค่ะ"เสียงปรบมือเกรียวกราวดังไปทั่วห้องโถงใหญ่ที่มีแขกดหรื่อมากหน้าหลายตานั่งเรียงรายกันเป็นตับ เพื่อประมูลเพชรที่หรูหราและถูกออกแบบมาพิเศษ เป็นชิ้นที่ไม่มีขายหน้าร้าน และมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ซึ่งแลกมากับราคาที่แพงหูฉี่จนแทบไม่ต้องบรรยายแถวหน้าเป็นพิเชษ และมีเจนนี่กับเจย์เดนนั่งขนาบข้าง เก้าอี้ด้านหลังก็เป็นเจนิวาที่นั่งอยู่มุมสุด เดมที่นั่งคั่นกลาง และน้ำตาลที่นั่งขนาบอีกด้านของเดมอีกที ส่วนนาธานนั้นแยกคัวไปนั่งกับเพื่อนที่ด้านหลัง"เอาล่ะค่ะ เรามาเริ่มชิ้นแรกกันดีกว่า ชิ้นแรก เป็นงานแจกันฝังเพชร และอัญมณีสีทองอร่าม วาดลวดลายแจกันด้วยนักวาดชื่อดังจากอเมริกา...."ของชิ้นแรกถูกเข็นออกมาจนผู้คนต่างฮือฮากับความสวยงาม ที่ส่องประกายเตะตา จนต้องยกป้ายประมูลกันถ้วนหน้า ของชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกประมูลไปเรื่อยๆ ซึ่งยังไม่มีชิ้นไหนที่ถูกตาเจนิวาเลยสักชิ้น"ลำดับต่อไป เป็นชุดเครื่องเพชร เหมาะสำหรับท่านผู้หญิงสุดสวยทั้งหลายค่ะ เริ่มกันที่ชิ้นแรก อัญมณีสีแดงสด สลับกับเพชรแ
"พี่เดม"มือเล็กยื่นแก้วไวน์ให้คู่หมั้นหนุ่มด้วยรอยยิ้มกว้าง ชุดเดรสเกาะอกสีดำขลับประดับด้วยเพชรระยิบระยับเข้ากับทรงผมที่เกล้าขึ้นพร้อมกับปิ่นหรูสว่างวาบ ส่วนคู่หมั้นหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกันในในชุดสูทสีดำขลับ สวมทับด้วยเสื้อวูทสีแดงฉาด ทั้งสองนั่งขนาบข้างกันในงานประมูลเพชรของไดม่อนพาเลซ บริษัทขายเครื่องเพชรระดับประเทศ งานนี้จึงเต็มไปด้วยคนมีอำนาจ ชื่อเสียง เงิน และนักข่าว เรียกได้ว่าใครประมูลชิ้นราคาแพงๆ ไป ก็คงจะมีรายชื่อติดหนังสือพิมพ์ข่าวใหญ่รายเดือนของบก.เจ้าดังเมื่อวานตอนเย็น คำพูดของคนตัวเล็กที่หายไปห้าปียังคงก้องอยู่ในหูของเขา จากเด็กสาวน่ารักน่าชังน่าเอ็นดู ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปคนละคน ยิ่งประโยคที่ได้ยินเมื่อวานยิ่งพาให้เดมนอนคิดทั้งคืน ว่านี่ใช่เจนิวาที่เขารู้จักรึเปล่า"คุณเดม"คนที่เดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มพอใจคือนาธาน เขาใส่สูทสีน้ำเงินเรียบหรู ตาก็ปรายมองน้องสาวพลางถอนหายใจ"สวัสดีครับคุณนาธาน""ขอบคุณนะครับที่ยังให้โอกาสยัยนี่ได้ควง ไม่งั้นชาตินี้ไม่รู้จะขายออกรึเปล่า""ปากดีจริงๆ นะพี่ธาน"เดมยกยิ้มบางๆ กับการหยอกล้อกันของสองพี่น้องที่มักเห็นได้บ่อยครั้ง เรียกว่าความสัมพัน
"ฮึก!"เสียงสะอื้นของเด็กน้อยที่มุมห้องหลังผ่านไปห้านาทีดังก้องอยู่ในห้องนอนใหญ่ เจนิวามองลูกชายที่ยืนหันหลังเข้ามุมพบางถอนหายใจ เด็กเพียงสี่ขวบ ใจกล้าออกไปกันตามลำพัง แถมยังออกไปตาหาพ่อ นี่มันจะเกินไปแล้ว"มัมมี๊ ให้เจย์พอเถอะนะคะ"เด็กหญิงกอดมือแม่ หันมองพี่ชายฝาแฝดด้วยความสงสาร"เจย์เดนมานี่"และด้วยเสียงร้องสะอื้นของลูกชายและการขอร้องของลูกสาว สุดท้ายคนเป็นแม่อย่างเธอก็ใจอ่อนอยู่วันยังค่ำ เด็กน้อยยืนสะอื้น ก้มหน้าไม่สบตาแม่แม้แต่น้อย"เจนนี่ไปยืน"เด็กทั้งสองเบะปาก นานๆ ทีจะโดนแม่ดุ เพราะโดยปกติแล้วเจนิาาต้องออกไปทำงาน เวลาส่วนใหญ่จึงอยู่ที่บ้านกันตามลำพัง โอกาสที่จะโดนดุจึงแทบจะไม่มี"รู้รึเปล่าว่าทำผิดอะไร"แฝดสองก้อนพยักหน้า"เจนนี่พูดก่อน""เราออกไปไม่บอกมัมมี๊"เจนิวาถอนหายใจ หันมองลูกชายที่เช็ดน้ำตาป้อยๆ อย่างน่าสงสาร"เจย์เดนล่ะ""เจย์ไม่มีมารยาทกับคุณลุง"เธอถอนหายใจ อย่างน้อยเจ้าแฝดทั้งสองคนก็รู้เรื่อง โดยเฉพาะเจย์เดนที่พูดไปแบบนั้นต่อหน้าเดม หากน้ำตาลได้ยินเข้าปัญหาก็จะตามมาเป็นพรวน กลัวว่าพอคลาดสายตาลูกๆ จะเป็นอันตราย"แล้วทำไมถึงได้ออกไปแบบนั้น"เจย์เดนยื่นภาพใบหนึ่งให
"เด็กๆวันนี้อย่าดื้อนะลูก แม่ต้องออกไปซื้อยาบำรุงมาให้คุณปู่ทวด"เจย์เดนและเจนนี่พยักหน้ารับหงึกหงัก เช้านี้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปรีชา นาธาน และน้ำตาล ต่างออกไปทำงานและไปข้างนอกกันหมด ทำให้วันนี้ทั้งวันคฤหาสน์หลังใหญ่เงียบเชียบ มีเพียงเธอและลูก และคุณปู่อย่างสิระที่อยู่ด้านบน"มัมมี๊เดินทางปลอดนะครับ""ดูแลตัวเองดีๆนะคะ""เดี๋ยวแม่รีบกลับนะจ้ะ"เธอลูบหัวลูกชายและลูกสาว ขับรถออกจากบ้านโดยมีเด็กน้อยทั้งสองยืนโบกมือบ้ายบายข้างๆประภา"คุณหนู ไปเล่นที่สวนรอไหมคะ เดี๋ยวป้าไปทำขนมเค้กให้"เด็กน้อยตอบตกลงทันใด เมื่อประภาเข้าไปจัดการขนมในครัว เด็กน้อยทั้งสองคนก็รีบไปเปลี่ยนชุดทันที โค้ดสีน้ำตาลอ่อนตัวยาวถูกสวมทับเสื้อผ้าปกติ เด็กน้อยหยิบแว่นตามาใส่คนละอัน และไม่ลืมที่จะเปิดกล่องเล็กๆที่มีรูปของผู้เป็นแม่และเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา"ไปกันเถอะเจน"หนุ่มน้อยขยับแว่นตา หันมองน้องสาวอย่างจริงจัง"ไปกันเจย์""พี่เดม พรุ่งนี้ไปงานประมูลของไดม่อนพาเลซกันนะคะ น้ำตาลมีของที่อยากได้เยอะแยะเลย"มือเล็กกอดลำแขนหนาของคู่หมั้นหนุ่มอย่างเดมไว้อย่างออดอ้อน เข้าปีที่ห้าแล้วที่ทั้งสองคนมีสถานะเป็นคู่หมั้น







