เข้าสู่ระบบพ่อเลี้ยงหนุ่มที่เก็บความรู้สึกที่มีต่อมิ่งฟ้าเด็กในปกครองเอาไว้ ในขณะที่น้องสะใภ้ วางแผนใช้ลูกสาวเพื่อจับเขา เมื่อการแต่งงานกับมิ่งฟ้าเป็นทางออก ความเมตตาจึงเปลี่ยนเป็นความใคร่ โดยที่เธอไม่ทันระวัง
ดูเพิ่มเติมวรเมธ ธาราวี (พ่อเลี้ยงเมธ) เจ้าของอาณาจักรโรงแรมเชียงรายธาราวี โรงแรมหรูระดับห้าดาวในจังหวัดเชียงราย อายุ 40 ปี รูปหล่อ แต่นิ่งขรึม เก็บซ่อนความปรารถนาต้องห้ามที่มีต่อมิ่งฟ้าไว้เด็กในปกครองเอาไว้ภายใต้ความเมตตาที่แสดงออก
มิ่งฟ้า เด็กสาวในความดูแลของพ่อเลี้ยงเมธ เด็กสาววัย 20 ปี หน้าตาดี สวยสะพรั่ง ไร้เดียงสา แต่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่บีบคั้นและจำใจรับข้อเสนอการแต่งงานกับพ่อเลี้ยงเมธ เพื่อหาที่พึ่งและได้รับการปกป้องจากพ่อเลี้ยง
มะปราง เด็กวัย 20 ปี หลานสาวของพ่อเลี้ยงเมธ ที่เมื่อรู้ความจริงก็แสดงออกถึงความรักที่มีต่อพ่อเลี้ยงออกมาอย่างเปิดเผย เธอเต็มไปด้วยความริษยาและร่วมมือกับแม่เพื่อกำจัดมิ่งฟ้าให้พ้นทาง
ปิ่นมณี น้องสะใภ้ของเมธ แม่ของมะปราง หญิงหม้ายผู้มีความทะเยอทะยาน เธอเคยทอดสะพานให้พ่อเลี้ยงเมธ แต่เขาไม่สนใจ เลยต้องการให้ลูกสาวได้แต่งงานกับเมธเพื่อครอบครองทรัพย์สินและอาณาจักรโรงแรมเชียงรายธาราวีทั้งหมด
ณิชา เลขาสาวสวยของพ่อเลี้ยงเมธ เธอพยายามใช้เสน่ห์และโอกาสในการทำงานใกล้ชิดเพื่อจับเจ้านายสุดหล่อ และยังเป็นคู่ปรับที่มักจะปะทะคารมกับมะปรางและปิ่นมณีอยู่เป็นประจำ
ลลิตา คู่ค้าทางธุรกิจกับพ่อเลี้ยงเมธ ที่มีใจให้พ่อเลี้ยง
เชียงรายธาราวี อาณาจักรโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำกก สถาปัตยกรรมแบบล้านนาร่วมสมัยผสานเข้ากับงานศิลปะชั้นเลิศ ท่ามกลางทัศนียภาพที่ด้านหลังเป็นขุนเขาอันงดงามเงียบสงบ ภายใต้การดูแลของวรเมธ ธาราวี ผู้เป็นเจ้าของ หรือคนที่นี่ต่างเรียกเขาว่า...พ่อเลี้ยงเมธ
อาคารหลักใช้ไม้สักสีเข้มทอดตัวยาว ตัดกับกระจกใสผืนใหญ่ หลังคาทรงกาแลอันวิจิตรตระการตาเชิดชูความสง่างามท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี บ่งบอกถึงความมั่งคั่งและรสนิยมอันไม่ธรรมดาของผู้ครอบครองเมื่อก้าวเข้าสู่ที่นี่ ร่างระหงของหญิงสาวสวยคนหนึ่งถูกโอบล้อมไว้ด้วยความโอ่อ่าและกลิ่นหอมของดอกไม้อบอวลอยู่ในโถงล็อบบี้อันหรูหรา
ลลิตา หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในชุดเดรสผ้าไหมที่บ่งบอกรสนิยมยืนสง่าอยู่หน้าเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับ โคมไฟระย้าคริสตัลสาดส่องลงมากระทบผิวของเธอให้ดูเปล่งปลั่ง
“ฉันมาหาคุณวรเมธ” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล ภายในดวงตาคู่สวยมีความคาดหวังที่สูงลิบลิ่ว พนักงานสาวหน้าเคาน์เตอร์ก้มศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเกรงใจและรักษามารยาทตามแบบฉบับของโรงแรมหรู ก่อนจะเอ่ยตอบอย่างสุภาพ
“คุณวรเมธ น่าจะ...ออกไปข้างนอกได้สักพักแล้วล่ะค่ะ”
ความรู้สึกผิดหวังและหงุดหงิดแล่นเข้าสู่อารมณ์ของลลิตาอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้แสดงออกด้วยสีหน้า เพียงแต่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเท่านั้น เพราะต้องรักษาภาพพจน์อันน่าเชื่อถือต่อหน้าพนักงานของเขา มือเรียวของเธอกำสายกระเป๋าสะพายแน่น เพื่อระงับความไม่พอใจที่การรอคอยของเธอกำลังจะต้องยืดเยื้อออกไปอีก
“เค้าไม่ได้บอกเหรอว่า...จะไปไหน” ลลิตาพยายามคุมโทนเสียงไม่ให้แสดงออกถึงความไม่พอใจ
“คุณวรเมธไม่ได้บอกไว้ค่ะ” พนักงานตอบอย่างนอบน้อมที่สุด พร้อมกับยิ้มขอโทษ
“คุณลลิตาไม่ได้นัดเอาไว้เหรอคะ” พนักงานสาวถามกลับอย่างระมัดระวัง เพื่อตรวจสอบความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
“ไม่ค่ะ ไม่ได้นัด” ลลิตาตอบเสียงเรียบ การมาของเธอครั้งนี้เป็นการบุกมาเพื่อสร้างเซอร์ไพรส์กับเขา เพราะหลายวันมานี้ เขาไม่ค่อยรับโทรศัพท์ของเธอเลย และเพื่อพิสูจน์ความสำคัญของตัวเอง เธอจึงต้องมาที่นี่ด้วยตัวเองก่อนจะถูกเมินเฉย ลลิตาพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยตอบ
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเดี๋ยวฉัน...เดิน ๆ รอแถวนี้ล่ะกัน” เธอกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูสบาย ๆ ที่สุด แม้ในใจจะร้อนรุ่มด้วยความโกรธและความกระวนกระวายอยู่ก็ตาม
หญิงสาวหมุนตัวเดินออกจากเคาน์เตอร์ไปอย่างช้า ๆ มุ่งหน้าไปตามทางสู่สวนสวยและสระน้ำอินฟินิตี้ เธอต้องการหาที่สงบเพื่อรอคอยเขา และอาจจะใช้โอกาสนี้ค้นหาร่องรอย ว่าพ่อเลี้ยงซ่อนตัวอยู่ไหนกันแน่ เพราะเธอรู้ดีว่า พ่อเลี้ยงเมธ มักจะอยู่ใกล้... แต่ไม่เคยอยู่ตรงหน้า หากเขาไม่ต้องการให้ใครพบ
มือเรียวของหญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือใบเล็ก ก่อนจะหยิบซองพลาสติกออกมา ภายในบรรจุผงสีขาวละเอียดบางอย่างเอาไว้“นี่ไง... แม่ปรางให้ยาตัวนี้มา เอาไว้ผสมให้พ่อเลี้ยงดื่ม เค้าจะได้มีอารมณ์” เต้รับซองผงสีขาวละเอียดนั้นมาพิจารณาดูอย่างระมัดระวัง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล“มันคืออะไรเหรอปราง”“แม่บอกว่า มันคือยาปลุกเซ็กซ์” มะปรางตอบอย่างมั่นใจ ราวกับว่าการทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติวิสัย“มันใช่....เหรอปราง” นายเต้ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า สัญชาตญาณเตือนเขาว่าผงสีขาวนี้ มันอาจจะไม่ใช่ยาปลุกเซ็กซ์ตามที่ปิ่นมณีบอกลูกสาว“ใช่สิ! แม่เคยบอกว่า…แม่ใช้เคยใช้กับพ่อเลี้ยงมาแล้วครั้งหนึ่ง” มะปรางยืนยันอย่างดื้อรั้น“พี่คิดแผนช่วยปรางออกล่ะ....งั้นพี่ขอเก็บตัวยานี้เอาไว้นะ ” นายเต้พูดจบก็ตัดสินใจเก็บซองยาเก็บลงกระเป๋าเสื้อ แม้จะรู้ว่าผงสีขาวนี้อาจเป็นอันตรายต่อวรเมธ แต่เขาตัดสินใจจะคล้อยตามแผนการของมะปราง เพื่อสืบความจริงให้กับวรเมธ และปกป้องมะปรางจากแผนร้ายของปิ่นมณีไม่ให้แฟนสาวมีความผิดไปด้วย“ปรางไม่ต้องกลัวนะ พี่จะช่วยปรางเอง” นายเต้ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
แม้จะเห็นใบหน้าผิดหวังของอดีตแฟนหนุ่ม แต่มะปรางก็ไม่สนใจความรู้สึกของเขา เธอมองนายเต้หนุ่มรุ่นพี่ด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้เยื่อใย“พี่เต้เลิกสนใจปรางเถอะค่ะ... แม่ปรางไม่ได้ชอบพี่ แล้วถ้าพี่จะจีบมิ่งฟ้า...ตอนนี้มันก็เป็นโอกาสของพี่แล้ว” เธอยื่นข้อเสนอที่หอมหวานให้อดีตแฟนหนุ่ม เพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากพันธะ“ไม่เอา!” นายเต้ปฏิเสธเสียงแข็ง“ก็ไหน...พี่บอกว่าชอบมิ่งฟ้าไง” มะปรางเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ“ดูก็รู้ว่ามิ่งฟ้าเค้าไม่ได้ชอบพี่ แล้วอีกอย่าง....มิ่งฟ้าเค้าก็มีเจ้าของหัวใจแล้ว พี่ไม่อยากยุ่งด้วยหรอก” นายเต้ตอบอย่างมีนัยยะ“ใคร!!!” มะปรางถามขึ้นอย่างหงุดหงิด แต่ในใจเริ่มรู้สึกร้อนรนกับคำพูดที่คลุมเครือของนายเต้“ก็พ่อเลี้ยงเมธน่ะสิ” นายเต้เน้นคำพูดนั้นชัดเจน“ไม่จริง!! พี่รู้ได้ไง” มะปรางสวนกลับเสียงหลง หัวใจเต้นรัวด้วยความริษยาที่เริ่มปะทุ“ปรางไม่คิดบ้างเหรอ ว่าคืนนั้นที่เรากลับดึก ๆ พร้อมกัน มิ่งฟ้าก็เพิ่งกลับพร้อมพ่อเลี้ยง...” นายเต้ขยับตัวเข้าไปใกล้มะปรางก่อนจะกระซิบข้างหูเธอ“แล้วคิดดูสิเวลานั้นเราทำอะไรกัน... หึ!! แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่า.... มิ่งฟ้ากับพ่อเลี้ยงเค้าก็อาจจะทำแบบเ
“ป่ะไป๊!!...รีบ ๆ กลับกันเถอะพวกเรา เดี๋ยวพี่สาวฉันจะรอนาน ป่านนี้บ่นแย่แล้วมั่งเนี่ย” ขวัญกวีเปลี่ยนเรื่องเพื่อช่วยมิ่งฟ้า ก่อนที่ทุกคนจะรีบพากันออกจากห้องน้ำหลังแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จ“มิ่งฟ้า....แล้วเธอล่ะ กลับพร้อมคุณเมธหรือเปล่า” ขวัญกวีถามเพื่อน“มั้ง!!!..แต่ถ้าเค้าไม่ไปส่งฉันก็เรียกแท็กซี่กลับเองก็ได้” มิ่งฟ้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่ทั้งหมดนี้วรเมธก็เป็นคนบอกให้เธอรีบมารอเขาอยู่ในห้องน้ำ เพื่อรอเวลาให้นายเต้ มาเคลียร์ใจกับมะปรางตามแผนที่วางเอาไว้“ป่านนี้...ยัยปรางลากไปกินแล้วมั่ง” ทอฝันเอ่ยขึ้น“บ้า!..เค้าเป็นลุงหลานกันนะ” พรีมรีบแย้งทันที“เชื่อได้ที่ไหน เดี๋ยวนี้ลุงหลานแอบกินกันก็มี” ทอฝันรีบตอบอย่างทันควัน“บ้า! คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง!” ขวัญกวีพยายามตัดบท เพราะไม่อยากให้เพื่อนนินทาครอบครัวของมิ่งฟ้าไปมากกว่านี้“ดู ๆ ไปคุณเมธเค้าก็ไม่ใช่คนที่จะรักใครได้ง่าย ๆ แบบนั้น ดูอย่างคุณณิชาตามตื้อคุณเมธมาตั้งนานเค้ายังไม่สนใจเลย แถมเธอก็ดูดีกว่ายัยปรางนั่นตั้งเยอะ” ขวัญกวีกล่าวอีกครั้ง“นี่พวกแกไม่รู้หรือไง ว่าเค้าแอบกินกันแล้ว” พรีมหลุดปากพูด มิ่งฟ้าสบตากับขวัญกวีอย่างตกใจ“อย่าพูดไปนะพรี
เมื่อพิธีจบลง เหล่านักศึกษาฝึกงานก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ มะปรางได้โอกาสก็รีบเดินเข้ามาหาวรเมธทันทีอย่างรวดเร็ว เธอฉวยโอกาสเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่น ด้วยท่าทางออดอ้อนถือสิทธิ์ความเป็นหลานสาวอย่างเต็มที่ ราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความใกล้ชิดสนิทสนมนี้“พี่เมธขา... ปรางขอกลับด้วยได้ไหมคะ” เธอออเซาะด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อยราวกับคู่รัก วรเมธชะงักไปทันทีกับคำพูดของมะปราง แววตาของเขามีความผิดหวังแฝงอยู่ แต่ก็ยังพยายามควบคุมสีหน้าให้ดูเป็นปกติ ก่อนจะรีบกล่าวตักเตือน“ปราง!!!...เรียกว่าลุงเหมือนเดิมเถอะ มันไม่เหมาะสมรู้มั้ย” เขาย้ำเตือนสถานะความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็นอย่างชัดเจน แต่หลานสาวก็ไม่ยอมแพ้ เธอแกะแขนเขาแน่นอีกครั้ง ดวงตาจ้องมองวรเมธด้วยความท้าทายและแฝงความขี้เล่นอย่างไม่รู้สึกรู้สาในคำเตือนของพ่อเลี้ยงหนุ่มที่เริ่มจะหมดความอดทนกับเธอแล้วจริง ๆ“แต่เมื่อกี้พี่เมธเพิ่งจะบอกเองนี่คะ... ว่าไม่อยากให้ใครเรียกว่าลุง” เธอใช้คำพูดของเขาที่เพิ่งกล่าวบนเวทีเมื่อสักครู่มาเป็นข้ออ้างอย่างชาญฉลาด วรเมธถอนหายใจเล็กน้อยกับความดื้อรั้นของเธอ“มันไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย ปราง!!!! อันนั้นลุงหมายถึงมาร





