LOGIN"หน้าที่ของฉันคือเป็นแม่เจย์เดนแล้วก็เจนนี่ค่ะ นอกจากนี้ก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของฉันแล้ว" "แล้วหน้าที่เมียล่ะ ไม่คิดจะรับผิดชอบหน่อยงั้นหรอ"
View More"มัมมี๊ พวกเราออกไปเดินเล่นได้ไหมคะ"
เสียงเจื้อยแจ้วแปล่งๆของเด็กสาววัยสี่ขวบออดอ้อนผู้เป็นแม่ตาแป๋ว ไม่ต่างจากแฝดผู้พี่ที่เดินเตาะแตะ วางน้ำส้มลงบนโต๊ะ หวังเอาใจให้แม่อนุญาต
"นะครับมัมมี๊"
จนผู้เป็นแม่ถอนหายใจ พยักหน้าอย่างไร้ข้อแม้ เพราะพลังลูกฝาแฝดชายหญิงของเธอ แม้แต่เธอที่เป็นแม่ยังเอาไม่อยู่
"เย้ ขอบคุณค่ะมัมมี๊"
ฟอด! ฟอด!
เด็กทั้งสองรู้งาน เอาใจแม่ด้วยการหอมคนละข้าง วิ่งออกไปจากห้องหรูของโรงแรมด้วยแสงหัวเราะ
'เจนิวา' แม่เลี้ยงเดี่ยวลูกแฝดชายหญิง เจย์เดน-เจนนี่ อายุ 4 ขวบ ปีนี้เธออายุได้ 25 จึงถือโอกาสพาลูกๆที่เติบโตต่างประเทศตั้งแต่เกิดมาเที่ยวที่ไทยเป็นครั้งแรก วันนี้เป็นวันที่สองที่เธอพักอยู่ในโรงแรมหรู ใจกลางเมืองใหญ่
เสียงโทรศัพท์สั่นเบาๆ ทำให้เธอกดรับ กรอกเสียงทักทายปลายสายอย่างอารมณ์ดี
"ว่าไงชลลี่"
'แหม นึกว่าจะจำเพื่อนคนนี้ไม่ได้แล้วนะยะ'
"ธุระพึ่งเสร็จ ว่าจะโทรหาพอดี"
'ดีเลย พรุ่งนี้พาเจ้าเจย์เดนเจ้าเจนนี่มากินข้าวที่นี่สิ ฉันล่ะเหง๊าเหงา อยากแกล้งเด็กจะแย่'
"พูดไป ระวังจะโดนเด็กแกล้ง ยิ่งโตพลังก็ยิ่งเยอะ ฉันแทบจะไม่ไหว"
'ขนของมานอนนี่เลยนะยะ เดี๋ยวป้าชลลี่คนสวยจะช่วยเลี้ยงเอง หึๆ'
"งั้นไว้เจอกันนะ"
"โอเค๊ะ"
วางสายเสร็จก็เดินลงไปชั้นล่าง มือก็ยกโทรศัพท์ขึ้นดูพิกัดจากสมาร์ทวอชของลูกชายและลูกสาวทั้งสอง แม้โรงแรมจะหรูหรา และกว้างขาง แต่ระบบความปลอดภัยนั้นรัดกุมและปลอดภัย การปล่อยให้เด็กๆลงมาทำกิจกรรมบ้าง เลยไม่น่าเป็นห่วง
"เจย์เจน มานี่มาลูกมา"
เด็กแฝดเตาะแตะยิ้มร่ามาสวมกอดผู้เป็นแม่แน่น จนคนที่อยู่แถวนั้นพลอยเอ็นดูไปด้วย เนื่องจากร่างกายที่แน่นขนัดตามวัยเด็กน้อย และหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก แนวลูกครึ่ง
"ไปกินข้าวกันป้ะ เที่ยงแล้วค่ะ"
"ได้ครับมัมมี๊"
ภาพคุณแม่ยังสาวสวยสะพรั่ง จูงมือเด็กแฝดหน้าตาจิ้มลิ้มคนละข้างเดินเข้าไปในโซนอาหารอย่างรู้ความพาลให้มีแต่คนเอ็นดูและมองตาม โดยเฉพาะแขกโต๊ะวีวีไอพีที่นั่งอยู่ไม่ไกลโต๊ะของสามแม่ลูก
"สวัสดีครับคุณผู้หญิง เมนูครับ"
เจนิวาหันมามองลูกชายและลูกสาวสลับกัน วางเมนูให้เด็กทั้งสองคนเลือกได้อย่างตามใจเหม่อนทุกครั้ง
"เจนเอาแซลมอลสเต๊ก แล้วก็น้ำส้มคั้นค่ะ"
เด็กหญิงว่าเจื้อยเเจ้ว พลางหันไปกอดแขนผู้เป็นแม่อย่างออดอ้อน
"ส่วนเจย์เอาสปาเกตตี้กุ้ง กับน้ำเปล่าครับ"
พนักงานจดออเดอร์ลงด้วยรอยยิ้ม เจนิวาจึงสั่งต่อ
"ขอเป็นพะแนงเนื้อ ปลากระพงทอด ข้าวสวย น้ำเปล่าค่ะ ขอบคุณค่ะ"
"รอสักครู่นะครับ"
ตั้งแต่กลับมา ความอยากอาหารไทยของเธอก็ไม่ลดลงเลย ถึงแม้จะกินอยู่ทุกมื้อก็ตาม
"มัมมี๊ ดูสิครับ มีคนให้เจย์กับเจนตอนไปวิ่งเล่นสวนหย่อมมาด้วยล่ะครับ"
เด็กน้อยเจย์เดนยกข้อมือเล็ก ที่มีสร้อยข้อมือสีทอง สลับกับเพชร และยังมีจี้สวยฟ้าอมน้ำเงินเม็ดสวยรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่มีเพชรสลักรอบๆอย่างเรียบหรู
"เจนก็มีอันนึงเหมือนกันค่ะมัมมี๊"
เจนนี่ยกข้อมือของตัวเองขึ้นเหมือนพี่ชายฝาแฝด ข้อมือของเด็กน้อยก็มีสร้อยข้อมือแบบเกียวกันคล้องอยู่เช่นกัน
"แม่บอกแล้วหนิคะ ห้ามรับของจากคนแปลกหน้า ใครให้มาจำได้ไหมคะ"
ของราคาแพงแบบนี้ อาจจะสร้างปัญหาตามมาก็ได้ เธอจะต้องหาทางเอาสร้อยข้อมือพวกนี้ไปคืนให้เร็วที่สุด
"มัมมี๊ แต่คุณปู่ใจดีบอกว่าเหมาะกับเจย์แล้วก็เจนครับ"
เจย์เดนพูดหน้าเศร้า เพราะรู้สึกชอบมันมาก รวมถึงขอบคุณตาใจดีที่ได้ให้ไว้พร้อมกำชับว่าห้ามเอาไปคืนด้วย
"ใช่ค่ะมัมมี๊ พวกเราเก็บไว้ได้ไหมคะ"
เด็กน้อยทั้งสองทำหน้าเศร้า แต่แน่นอนว่าแม่อย่างเจนิวา ไม่มีทางให้เรื่องแบบนี้ผ่านไปเฉยๆ เธอเลี้ยงเด็กทั้งสองมาอย่างยากลำบากด้วยตัวคนเดียว ไม่ว่าเรื่องอะไรจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่มีคำว่าปบ่อยผ่าน หรือหยวนทั้งนั้น
"ไม่ได้ค่ะ มากับแม่เดี๋ยวนี้"
เสียงดุๆทำให้เด็กทั้งสองยิ่งหน้าเสีย ค่อยๆลุกเดินก้มหน้าไปหาผู้เป็นแม่อย่างเศร้าสร้อย เธอต้องไปตรวจกล้องวงจรปิดของโรงแรม และส่งคืนของมีราคาทั้งสองเส้นให้ถึงมือพวกเขา
"ถอดค่ะ"
โหมดดุและมือที่แบมารอรับสร้อยข้อมือ ทำให้เด็กน้อยทั้งสองจำใจ ค่อยๆถอดออก
"เหมาะดีนะ ให้เด็กๆใส่เถอะ"
ทั้งสามคนหันมองคนด้านหลัง ชายสูงวัยอายุราวๆเจ็ดสิบกว่า ยั่งในรถวรลแชร์พร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคนมองมาทางเธอและลูก ยิ้มใจดีจนเจนิวาเลิกคิ้ว
"เอ่อ ท่านรู้จักพวกเราหรอคะ"
จากการสแกนคร่าวๆ แม้อายุขนาดนี้แต่ยังคงแต่งตัวอย่างเนี๊ยบเรียบหรู นาฬิกาและแหวนเพชรเม็ดใหญ่จนแสบตาก็เป็นของราคาแพงหูฉี่ ไม่ต้องพูดถึงเท้าเงาวาวที่ทำจากไม้หายาก และลูกน้องผู้ติดตาม ชายสูงวัยตรงหน้าเธอไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
"เปล่าหรอก ฉันแค่เห็นว่าน่าเอ็นดู เลยให้ของขวัญเล็กๆน้อย"
"อ้อท่านนี่เองผู้ใหญ่ใจดีที่ลูกฉันพูดถึง ขอบคุณมากๆนะคะที่เอ็นดูพวกแก แต่ไม่จำเป็นต้องให้ของราคาแพงแบบนี้หรอกค่ะ เจย์เจน เอาคืนคุณตาไปสิลูก"
เจนิวาว่าด้วยรอยยิ้ม ซึ่งคนบนวีลแชร์ก็พินิจเธอเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบตามองสองเด็กตัวแสบที่หน้าเศร้า ไม่เหมือนเมื่อตอนคุยกับเขาเจื้อยแจ้ว
"ไม่เป็นไร ฉันไม่ลำบากอะไร ถือสะว่าเป็นของตอบแทนน้ำใจก็แล้วกัน ที่เด็กสองคนนี้ทำให้ชายแก่ๆคนนี้คลายเหงาไปได้บ้าง"
แม้จะรู้สึกไม่สบายใจและเกรงใจอยู่มาก แต่ก็ไม่ได้อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับผู้ใหญ่ที่ดูมีอำนาจตรงหน้านัก
"เจย์เจน ขอบคุณคุณท่านสิลูก"
เด็กสองคนยิ้มกว้าง โผเข้ากอดชายวูงวัยแน่น จนบอดี้การ์ดผงะ มือมีอายุยกขึ้นกอดเด็กทั้งสองด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างนึกเอ็นดูจับใจ ไม่รู้นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้รู้สคกอิ่มเอมขนาดนี้มาก่อน
"ขอบคุณครับคุณปู่"
"ขอบคุณค่ะคุณปู่ใจดี"
ว่าจบก็ก้มหัวลงไหว้้อย่างนอบน้อม จนมือมีอายุต้องลูบหัวเด็กทั้งสองเบาๆ
"ถ้าฉันมีหลายแบบพวกหนูคงดี"
"พวกเราเป็นหลานให้ได้นะคะคุณปู่ แต่คุณปู่ต้องซื้อแบบนั้ให้เจนอีกนะคะ"
"ใช่ครับ คุณปู่จะได้ซื้อของเล่นกับของสวยๆให้พวกเราได้เยอะๆเลย"
เจนิวาตาโตกับคำพูดเจื้อยแจ้วของลูกสาวและลูกชาย น่าอายอะไรแบบนี้พวกตัวแสบ
"ตายแล้ว ขอโทษคุณปู่เกี๋ยวนี้นะเจย์เดน เจนนี่"
"ฮ่า!ๆๆๆ"
เสียงหัวเราะชอบใจดังลั่นไปทั่วโซนอาหาร น่ารักอะไรอย่างนี้ ช่างพูดช่างจา ถ้าได้มาเป็นหลานจริงๆ คงจะตายตาหลับอย่างมีความสุขแน่นอน
"เอาไว้เจอกันใหม่นะเจย์เดน เจนนี่"
"บ๊ายบายนะคะคุณปู่ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ"
"เอาไว้เจอกันนะครับ บ๊ายบาย"
เจนิวายกมือไหว้ชายสูงวัยแปลกหน้า ที่พึ่งเจอกันครั้งแรกก็ให้ของมีมูลค่ากับลูกๆของเธอด้วยรอยยิ้มบางๆ เรื่องนี้ถ้าเอาไปเล่าให้เพ่อนสาวคนสนิทอย่างชลลี่ฟัง หล่อนต้องอึ้งมากแน่ๆ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเปลือกตาคู่หนาให้เปิดขึ้นช้าๆ เดมหันมองข้างกายที่ร่างเล็กควรนอนหลับอยู่ในอ้อมแขน แต่ตอนนี้เธอกลับหายไป เหลือไว้เพียงที่นอนว่างเปล่าที่ยังอุ่นอยู่ แสดงให้เห็นว่าเธอพึ่งลุกออกไปได้ไม่นานเขาหยัดตัวลุกขึ้น ก่อนจะรีบคว้ากางเกงขายาวเเละเสื้อกันหนาวมาสวมลวกๆ เดินสาวเท้าออกไปนอกห้อง กวาดสายตามองหาคนตัวเล็ก แต่ก็ไม่พบ เดมรีบเดินออกไปนอกตัวบ้าน สายตาของเขากวาดมองหาคนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง ก่อนสายตาจะปะทะเข้ากับร่างเล็ก ที่นั่งอยู่บนพื้นทรายไม่ขยับเขยื้อน ริมฝีากนหาพ่นลมหายใจร้อนออกมาอย่างโล่งอก เรียวขายาวของเขาเดินตรงไปหาเธอช้าๆ พลางหย่อนตัวลงนั่งขนาบข้างเงียบๆ นัยน์ตาคู่คมลอบพิจารณาใบหน้าสวยเรียบนิ่ง เธอกำลังทอดสายตามองพระอาทิตย์ ที่ขึ้นมาช้าๆ โดยที่อากาศรอบตัวหนาวจนมีควันออกจากลมหายใจ“นั่งคิดอะไรอยู่”เดมใช้ความกล้าเล็กน้อยในการถามทำลายบรรยากาศอันเงียบเชียบ “คิดว่าต่อไป เราจะเป็นยังไงค่ะ”คำตอบของเธอทำเอาคิ้วหนาขมวดเข้าากันเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าเธอหมายความว่าาอย่างไร“หมายถึงอะไร”เดมหันมองใบหน้าสวยครึ่งซีกด้วยความงุนงง เจนิวาเองก็หันมาสบตาเขานิ่ง ก่อนจะยกยิ้มบางๆ“ห
“แล้วเธอล่ะ จะให้พี่ปล่อยเธอไว้คนเดียวได้ยังไง”ริมฝีปากสวยของเม้มเข้ากันเบาๆ เอาอีกแล้ว ประโยคชวนใจเต้นนี่อีกแล้ว“แต่ก็ต้องทำงานค่ะ”เจนิวาหันไปประจัญหน้ากับคนที่กอดเธออยู่ จนเดมถอนหายใจ กว่าจะได้มาอยู่กับุกกับเมียแบบนี้ เขาเสียเวลาไปตั้งห้าปีกว่า ไม่เห็นว่างานจะสำคัญกว่าเธอกับลูกตรงไหน“ถ้าไม่อยากทำก็ตามใจเถอะค่ะ”เมื่อน้ำเสียหงวานประชดประชันขึ้น พร้อมกับใบหน้าสวยที่เบือนหนีไปอีกทาง มือเล็กก็พยายามยกขึ้นแกะมือหนาของเขาออก เดมกผ็รีบกระชับอ้อมแขนหนาให้แน่นขึ้นอีก จนคนตัวเล็กในอ้อมขนไม่สามารถดิ้นหนีจากพนธนาการของขาไปไหนได้อีก“ยอมแล้วครับ พี่ยอมแล้ว”ใบหน้าคมเกยลงบนไหล่เล็กอีกครั้ง พร้อมกับเสียงนุ่มหงอยๆที่ตอบกลับมาอย่างจำใจยอม แม้ในใจจะไม่อยากห่างจากลูกเมียแม้แต่ชั่วอึดใจเดียวก็ตาม “แล้วเจอยากให้พี่ทำอะไรอีกไหม ถึงจะยอมให้อภัยพี่สักที”เสียงนุ่มพูดเบาๆข้างใบหูเล็ก พร้อมกับเอี้ยวมองใบหน้าสวยอย่างน่าสงสาร แต่บอกเลยว่าเธอตอนนี้ยังไม่คิดจะใจอ่อนให้เขาง่ายๆ แม้ว่าจะหลงรักเขาไปแล้วจนอยากจะใจอ่อนวันละหลายๆรอบก็ตามแต่“ไม่ว่าเจจะพูดอะไร พี่ต้องทำตามค่ะ”นัยน์ตาคู่สวยหันมามองสบนัยน์ตาคู่คมนิ
ยอมแล้ว ยอมเธอแล้วนัยน์ตาคู่คมมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ไม่แม้แต่จะหันมามองเขาสักนิดเดียว หลังจากทำแผลให้เขาเสร็จ คนตัวเล็กก็เดินลิ่วปจัดการมือสายเบาๆอย่างข้าวต้ม และตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงนั่งรอให้ข้าวต้มของเธอสุก เพื่อที่อย่างน้อยเธอก็จะได้สนใจเขาสักนิดก็ยังดี บทสนทนามันจบลงไปทั้งๆแบบนั้น ทั้งๆที่เดมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอต้องการให้เขาทำอะไร แต่สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ คือการทำทุกอย่าง ให้เธอกลับมาเชื่อใจอีกครั้ง ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตามแต่ตอนนี้ถือว่าดีมากแล้วที่เธอยอมให้โอกาสเขา ยังพอทำให้เดมมีความหวังขึ้นมาบ้างร่างเล็กยืนขึ้นช้าๆ ก่อนจะปิดแก๊ส พร้อมกับตักข้าวต้มกลิ่นหอมกรุ่นลงในชาม และเดินตรงมายังโต๊ะอาหารที่มีคนตัวโตนั่งรออยู่ด้วยใบหน้าเจี๋มเจี้ยม“ร้อนนะคะ ค่อยๆกิน”เธอพูดเสียงเรียบ มือก็วางข้าวต้มกุ้งลงตรงหน้าคนตัวโต ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงกันข้าม พร้อมกับเริ่มลงมือตักข้าวต้มในถ้วยของตนเองขึ้นมาเป่า และจัดการมันช้าๆ โดยมีสายตาคู่คมมองตามตาไม่กระพริบ“ถ้ายังไม่กิน จะเอาไปเททิ้งเป็นอาหารปลาแล้วนะคะ”นัยน์ตาคู่สวยเงยขึ้นมองใบหน้าของเขานิ่ง เป็นเชิงขมข
“อือ….”ร่างเล็กที่นอนหลัลบอยู่บนเตียงใหญ๋ ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งหนักอึ้ง ที่วางบาดอยู่บนเอว นัยน์ตาคู่สวยอ่อนเพลียเปิดขึ้นช้าๆท่ามกลางแสงอรุณเช้าตรู ที่สาดส่องแยงตา จนต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเธอหันมองรอบตัวด้วยหัวที่ปวดเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยที่พร่ามัวเล็กน้อยก้มลงมองเอวของตนเอง ก่อนจะต้องชะงัก เพราะมีลำแขนหนาของใครบางคนพาดอยู่บนเอวคอด เจนิวาค่อยๆเลื่อนใบหน้าสวยมองคนด้านข้างช้าๆ ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ขอให้ทุกอย่างไอย่าเป้นอย่างที่เธอคิดเลย แต่สุดท้ายเธอก็ต้องผิดหวัง ใบหน้าคมที่หลับปุ๋ยอยู่ด้วยความอ่อนเพลียด้วยลมหายใจส่ำเสมอ ในระยะชิดใกล้ ทำเอาเธอถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ นัยน์ตากลมโตที่เบิกกว้างค่อยๆเลื่อนสายตากลับมามองตนเอง มือเล็กยกผ้าห่มที่แนบอกอวบขึ้นช้าๆ ภาวนาในใจว่าอย่าให้ทุกอย่างมันเลวร้ายมากกว่าที่เธอคิดเลย“อึก!”ร่างเล็กชะงัก ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาในตอนเช้าที่เย็นยะเยือก หัวใจของเธอกลับเต้นระส่ำ ทั้งยังมีเหงื่อที่ผุดขึ้นที่หน้าผาก มือเล็กราวกับหมดแรงลงชั่วขณะ ผ้าห่มในมือตกลงสู่อกของเธอดังเดิม มือล็กสั่นเทา ไม่ต่างจากหัวใจดวงน้อยที่เต้นตึกตักจนเธอแทบได้ยิ
"อือ....."คนที่หลับอยู่ค่อยๆ เปิดตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกวาดมองหาคนที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงอย่างเจนิวาด้วยความงุนงง และสับสน"เจนิวา"แม้จะขานเรียกชื่อ แต่ก็ไร้เสียงการตอบกลับ มีเพียงเตียงขาวสะอาดและความเงียบที่บอกเขาได้เป็นอย่างดี ว่าหญิงสาวได้หายไปจากห้องแล้ว คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะรีบสาวเท้าออกจ
อาหารกลิ่นหอมฉุยมาเสิร์ฟ พร้อมกับที่เดมและเจย์เดนกลับมานั่งบนโต๊ะ"มานี่มา ลุงทำให้"มือหนายกจานสเต็กไก่ของเด็กหญิงมาผัยเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ ก่อนจะวางจานลงตรงหน้าเจนนี่"ขอบคุณค่ะแดด....คุณลุง"เมื่อเกือบจะหลุดปาก เด็กน้อยก็ทำทีเฉไฉ แบ่งไก่ให้พี่ชายฝาแฝด ส่วนเจเดนก็ตักพาสต้าแบ่งให้เด็กหญิงอีกทีจนเด
"ใช่ แบบนี้แหละ!"ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันเบาๆ มือก็วาดยุกยิกบนไอแพดคิ้วขมวด และไม่กี่อึดใจ ภาพวาดที่เธอตั้งใจจดจ่อมาหลายชั่วโมงก็เป็นอันเสร็จซะที"เสร็จแล้ว!"ปกนิยายคุณหมอหนุ่มรูปหล่อในชุดกราวน์ บวกกับแว่นอันหนาที่ปิดบังนัยน์ตาคมช่างเป็นอะไรที่ลงตัวเกินกว่าจะบรรยาย"ต่อไปก็คำโปรย"วันนั้นทั้งวัน
เจนิวาถึงกับหัวเราะในลำคอ ไม่คิดว่าเดมจะปลิ้นปล้อนเป็นกับเขาด้วย ซึ่งเธอไม่ชอบนิสัยแบบนี้เป็นที่สุดเด็กน้อยทั้งสองที่แอบมองอยู่ภายในห้องน้ำพากันขำคิกคัก แม้จะไม่ได้แสดงความรัก แต่พ่อและแม่ก็ได้ใกล้ชิดกันขึ้นมานิดแล้วเด็กน้อยคิดยังไม่ทันจะได้ก้าวขาไปดูลูก เจย์เดนและเจนนี่ก็เดินออกมาพอดี"เป็นยังไง