مشاركة

บทที่ 1 หญิงใบ้

last update تاريخ النشر: 2025-06-26 15:05:57

สตรีตรงหน้าสวมชุดสีชมพูอ่อนปักลายดอกไห่ถาง ใบของหน้างดงามเป็นอย่างมาก  กงเหล่ยปรายตามองนางครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองนายอำเภอเกาผิงพลางเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย นายอำเภอเกาผิงยิ้มอย่างประจบประแจง พลางเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

"คืออย่างนี้ขอรับเซี่ยอ๋อง ข้าน้อยเห็นว่าท่านอยู่ที่นี่ควรจะพักผ่อนและหาความสำราญให้มาก จึงได้ส่งสาวงามนางนี้เข้ามาเพื่อปรนนิบัติท่าน หวังว่าท่านจะเพลิดเพลินกับนางอย่างมีความสุข"

เอ่ยจบนายอำเภอเกาผิงก็ดันตัวของหญิงงามนางนั้นให้เข้ามาภายในห้อง เฉิงซุนผู้เป็นกุนซือที่เห็นเช่นนั้นก็เดินเข้ามาขวางเบื้องหน้าของนางเอาไว้ แต่ทว่ากงเหล่ยกลับเอ่ยปราม พลางหันไปเอ่ยกับนายอำเภอเกาผิง

"ขอบคุณท่านมาก ออกไปเถอะ"

นายอำเภอเกาผิงพยักหน้า ก่อนจากเขายังหันไปมองหญิงงามนางนั้นคราหนึ่ง 

"นายท่าน"

"ท่านกุนซือก็ออกไปก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องจะสนทนากับสาวงามนางนี้เสียหน่อย"

เฉิงซุนเมื่อได้ยินก็ไม่ขวางความสุขของเจ้านายอีก เพียงทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย พลางปิดประตูห้องให้เจ้านายอย่างเงียบเชียบ

กงเหล่ยลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินเข้ามาหาหญิงสาวนางนั้น เมื่อเข้ามาใกล้นาง เขาก็ได้กลิ่นหอมของเครื่องประทินโฉมลอยมาแตะจมูก จนชายหนุ่มถึงกับต้องย่นหัวคิ้ว 

หญิงสาวตรงหน้ายืนนิ่ง แววตาของนางวูบไหวไปมา นางก้มหน้าต่ำไม่กล้ามองสบตาเขา แพขนตาหนาของนางขยับสั่นไหวเล็กน้อย

นางเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้าน บิดาเป็นพ่อค้าที่ทำการค้าเล็กๆไม่ได้ร่ำรวยอันใด มารดาก็ตายจากไปตั้งแต่วัยเยาว์ เดิมทีพวกนางสองพ่อลูกก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมาโดยตลอด ช่วยกันทำมาหากินจนมีเงินเก็บก้อนหนึ่ง แต่ทว่าบิดาของนางกลับไปหลงรักหญิงหม่ายนางหนึ่งและแต่งงานกับนาง ไม่นานก็ถูกปอกลอกไปจนหมดตัว ซ้ำร้ายยังเอาเงินไปปรนเปรอสามีใหม่ บิดาของนางไม่นานก็ล้มป่วยลงไม่อาจทำงานได้ นางจำต้องเป็นเสาหลักหาเงินเข้าบ้าน

นางทำงานทุกอย่างด้วยความขยัน มีบางครั้งที่ถูกพวกคิดไม่ซื่อหมายจะลวนลามแต่ก็เอาตัวรอดมาได้ทุกครา

ครั้งนี้นางได้ยินว่าท่านนายอำเภอต้องการหญิงงามไปร่ายรำให้แขกสูงศักดิ์ของเมืองได้ชม อีกทั้งยังได้ค่าตอบแทนสูง นางจำเป็นต้องใช้เงิน อีกอย่างตอนนี้บ้านเมืองเกิดสงครามไม่มีใครมีเงินมากพอจะจ้างนางไปทำงาน นางจึงตกลงรับงานนี้ และถูกคัดเลือกมาเพียงคนเดียวเพราะหน้าตาของนางงดงามที่สุด

แต่นางไม่คิดว่าแท้จริงแล้วนายอำเภอไม่ได้ต้องการให้นางมาร่ายรำ แต่ให้นางมาเป็นนางบำเรอต่างหาก

ทว่านางถอยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นนางจะไม่มีเงินไปรักษาบิดาตน

กงเหล่ยยื่นมือของตนไปเชยปลายคางของสตรีตรงหน้าให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา

ชั่วขณะนั้นเขารู้สึกว่าภาพตรงหน้าช่างงดงามมากเหลือเกิน งดงามเสียยิ่งกว่าบุปผาที่เบ่งบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิเสียอีก

หญิงสาวตรงหน้างดงามเป็นเอก ดวงตาของนางกลมโตฉ่ำน้ำ จมูกโด่งตัดกับริมฝีปากสีแดงบางเฉียบได้อย่างเข้ากัน ผิวของนางนวลเนียนราวกับจะคั้นน้ำออกมาได้เสียอย่างนั้น

เมื่อนางได้มองเห็นชายหนุ่มตรงหน้าอย่างชัดเจน ใบหน้าก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมา

เอาเถอะ อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่ตาแก่โรคจิตที่คอยแทะโลมนางอย่างที่ผ่านมา รีบทำงานให้เสร็จเถอะ 

“เจ้าชื่ออันใด?"

กงเหล่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่เย็นชาและไม่ห่างเหิน

เขาไม่ใช่คนโง่ การที่นายอำเภอเกาผิงส่ง

สาวงามมามอบให้เขาแน่นอนว่าไม่ได้ทำไปเพราะต้องการให้เขาหาความสำราญจากนางเพียงอย่างเดียว แต่คาดว่าคงเพราะมีจุดประสงค์บางอย่างแอบแฝง

มีวีรบุรุษมากมายที่พ่ายต่อสาวงาม แต่ไม่ใช่เขาอย่างแน่นอน!

รออยู่นานกลับไม่เห็นว่านางจะเอ่ยวาจาใดกับเขา ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเอ่ยถามนางซ้ำอีกครา

"เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าถามหรือ?"

เอ่ยจบเขาก็ยื่นมือไปบีบปลายคางนางทันที สตรีนางนี้คิดจะเล่นแง่กับเขาหรือ!

หญิงสาวเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของนางสั่นไหวคล้ายหวาดกลัวเขาเป็นอย่างมาก นางรีบยกสองมือขึ้นมาทำท่าทางบางอย่าง กงเหล่ยยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เขาปล่อยมือออกจากใบหน้างาม และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือความสงสัยอยู่หลายส่วน

"เจ้าพูดไม่ได้หรือ?"

หญิงสาวรีบพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะมองหาบางอย่างบนโต๊ะของเขา กงเหล่ยไม่เอ่ยปรามเพียงมองดูว่านางคิดจะทำอันใด

นางถือวิสาสะหยิบพู่กันของเขาขึ้นมาเขียนบางอย่างลงบนกระดาษ

ข้าน้อยชื่อไต้ฝูหรง เดิมทีท่านนายอำเภอบอกว่าให้ข้ามาร่ายรำ จะได้ค่าตอบแทนไปรักษาบิดาที่ป่วย แต่ข้าไม่คิดเลยว่าเขาจะให้ข้ามาเป็นนางบำเรอของนายท่าน แต่ในเมื่อข้าก้าวเข้ามาแล้ว ย่อมไม่อาจถอยหลังกลับ ข้ายินดีใช้ร่างกายของข้าทำให้ท่านมีความสุข แต่ขอร้องท่านกรุณา ช่วยเพิ่มเงินให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่ ข้าต้องการใช้เงินจริงๆเจ้าค่ะ”

นางเขียนเสร็จก็ส่งให้เขาอ่าน กงเหล่ยปรายตาอ่านตัวอักษรบนกระดาษอย่างรวดเร็ว

"ชื่อของเจ้าคือไต้ฝูหรงหรือ?"

หญิงสาวพยักหน้าอีกครา ก่อนจะรีบตรงเข้ามาหมายจะถอดเสื้อผ้าของเขาออก ท่าทีของนางเงอะงะราวกับไม่เคยผ่านเรื่องอย่างว่ามาเลยสักครา กงเหล่ยถึงกับเอ่ยวาจาไม่ออก เขาไม่เคยถูกสตรีลวนลามอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้  จึงรีบรวบสองมือของนางเอาไว้ ไต้ฝูหรงเงยหน้าขึ้นมามองกงเหล่ยด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตนั้นช่างน่ามองเป็นอย่างยิ่ง ทำเอากงเหล่ยถึงกับวางสีหน้าไม่ถูก

ไต้ฝูหรงย่นหัวคิ้ว พลางคิดในใจว่า หรือเขาจะไม่ชอบเป็นฝ่ายถอดก่อน

ให้ตายเถอะ นางเองก็ไม่เคยเช่นกัน แต่ช่างเถิด เพื่อค่ายาของท่านพ่อ นางต้องใจกล้าอีกสักหน่อย

คิดได้เช่นนั้นนางจึงถอดเสื้อตัวนอกของตนเองออกจนหมด กงเหล่ยถึงกับตื่นตระหนก รีบเข้าไปปรามนางทันที

“ไม่ได้!”

เอ่ยจบเขาก็มองเห็นว่าแผ่นหลังของนางมีร่องรอยคล้ายถูกทุบตีและทารุณ มีทั้งแผลเก่าและแผลใหม่รอยฟกช้ำทั่วร่างกายมีไม่น้อยเลย

ไต้ฝูหรงคล้ายจะรับรู้ได้ นางจึงรีบผละจากเขาและรีบสวมเสื้อผ้าตนทันที ก่อนจะตรงไปที่โต๊ะอักษรและเขียนลงบนกระดาษอีกครา

“นายท่านไม่ชอบหรือ เช่นนั้นจะทุบตีข้าเพื่อระบายโทสะก็ย่อมได้ แต่ขอเงินให้ข้าเถอะนะเจ้าคะ ข้าต้องการเงินไปรักษาท่านพ่อจริงๆ”

กงเหล่ยเมื่อได้อ่านสิ่งที่นางเขียนอีกคราก็รู้สึกหดหู่ใจไม่น้อย สตรีแคว้นเว่ยเหตุใดจึงดูน่าเวทนาถึงเพียงนี้

ไต้ฝูหรงก้มหน้างุด นางทั้งอับอายและหวาดหวั่น แต่ถึงอย่างไรความอับอายย่อมไม่อาจกินแทนข้าวได้ นางจำต้องอดทน

นี่เป็นครั้งแรกที่กงเหล่ยรู้สึกว่าตนเองหดหู่ใจถึงขีดสุด แม้เขาจะโหดเหี้ยมอำมหิตยามอยู่ในสนามรบ แต่อย่างไรเขาก็คงไม่อาจหลับนอนกับสตรีที่เป็นใบ้และมีสภาพไม่ต่างจากทาสเช่นนี้ได้

เขาล้วงหยิบถุงเงินใบใหญ่ยัดใส่มือนาง ก่อนจะเอ่ย

"ไสหัวออกไป"

ไต้ฝูหรงจ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตาอึ้งงัน นอกจากเขาจะไม่บังคับจิตใจนางแล้วยังมอบเงินให้นางอีกจำนวนไม่น้อย

อยู่ๆนางก็บังเกิดความรู้สึกประหลาดสายหนึ่งต่อบุรุษตรงหน้า แต่กลับไม่กล้าแสดงออกมากนัก ทำได้เพียงรีบเดินออกไปจากห้องเสีย

เมื่อคนจากไปแล้ว เฉิงซุนก็เดินเข้ามาในห้อง 

"นายท่าน"

"ส่งคนไปจับตาดูนาง ข้ารู้สึกว่ามีเรื่องบางอย่างในเมืองเกาผิงที่เรายังไม่รู้ บางครานายอำเภอเกาผิงอาจจะไม่ได้รักใคร่ราษฎรอย่างที่ปากพูดก็เป็นได้"

"ขอรับ"

"ช้าก่อน!"

เฉิงซุนที่กำลังจะออกจากห้องไปพลันหันกลับมามองเจ้านายตนด้วยความสงสัย

"มีอันใดจะสั่งอีกหรือขอรับ?"

"ข้าไปเองดีกว่า"

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ตามเย้ารักดอกฝูหรง   บทที่ 20 ตอนจบ

    ด้านไต้ฝูหรงนั้นตอนนี้อยู่ในที่ปลอดภัยและมีทหารคุ้มกันอย่างแน่นหนา นางเดินวนไปวนมาอยู่ในเรือนเพื่อรอฟังข่าวของกงเหล่ยเกาฮ่องเต้หนีหัวซุกหัวซุนด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่่ว่าจะหนีไปทางไหนก็มีแต่เหล่าทหารไล่ล่าเขา เกาฮ่องเต้ถึงกับก้าวขาไม่ออก ไม่คาดคิดว่าตนเองจะมีวันนี้เดิมทีเขาสะกดวิญญาณของกงอวี้ไปแล้ว และไม่เชื่อว่ากงเหล่ยจะสามารถสังหารตนได้แต่ยามนี้เขารู้แล้วว่าตนเองคิดผิดเกาฮ่องเต้เริ่มลนลานด้วยความหวาดกลัว เขาไม่สนใจคำเตือนของทหาร วิ่งหนีออกมาจากวงล้อมป้องกัน สุดท้ายเมื่อได้เห็นคนตรงหน้าที่กำลังยื่นดาบพาดบนลำคอของเขา เกาฮ่องเต้ก็ถึงกับก้าวขาไม่ออก"เจ้า!""ไม่ได้พบกันานเลยนะ ท่านลุงเกา!"เกาฮ่องเต้มือไม้สั่นเทิ้มไปหมด เมื่อนึกถึงศีรษะของเกาข่ายบุตรชายอันเป็นที่รักซึ่งถูกกงเหล่ยสังหาร เขาก็กัดฟันกรอด"ข้าจะฆ่าเจ้า เอาหัวเจ้ามาเซ่นสังเวยให้กับวิญญาณของบุตรชายข้า!"กงเหล่ยเมื่อได้ฟังกลับส่งเสียงหัวเราะออกมา เกาฮ่องเต้ที่เห็นอย่างนั้นเหงื่อเย็นก็ไหลซึมออกมาเต็มแผ่นหลัง กงเหล่ยยกมือขึ้นส่งสัญญาณ หลัวเยี่ยก็พุ่งเข้าจัดการสังหารทหารและแม่ทัพใหญ่ของเกาฮ่องเต้ตกตายไปจนหมด เกาฮ่องเต้ร้องคำรา

  • ตามเย้ารักดอกฝูหรง   บทที่ 19 ล้มตระกูลเกา

    สงครามจบสิ้นลง ทหารของเกาข่ายล้วนถูกสังหารจนหมดสิ้นไม่เหลือซาก ครั้งนี้กงเหล่ยไม่ได้ใจดีเฉกเช่นครั้งก่อน ที่จะเก็บทหารจงรักภักดีกลับใจเอาไว้ใช้งาน อย่างไรทหารพวกนั้นก็ถูกเกาฮ่องเต้ฝึกฝนมานานหลายสิบปี ไม่เหมือนกับชาวบ้านที่มีใจภักดี เขาจึงไม่คิดจะเก็บเอาไว้แม้เพียงคนเดียวแคว้นเซี่ยตอนนี้กลับสู่ความสงบเฉิงซานและหลัวเยี่ยนั้นได้รับบาดเจ็บไม่มากนัก แต่ทว่าเซียวเย่กลับได้รับบาดเจ็บที่แขนเป็นแผลใหญ่ กว่าจะห้ามเลือดได้ต้องใช้เวลาอยู่นาน โชคดีที่เขาไม่ได้เสียแขนไป ไต้ฝูหรงและท่านหมอจ้าวสลับกันช่วยดูแลเขา เซียวเย่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดเล็กน้อย เขาเอ่ยขอบคุณท่านหมอจ้าว ก่อนจะหันมาเอ่ยกับไต้ฝูหรง"ศิษย์น้องเล็ก ข้าปลอดภัยดีแล้ว เจ้าไปดูศิษย์ใหญ่กงเถอะ หากเจ้ายังไม่ไปอีก พี่ใหญ่กงคงได้ตามมากระทืบข้าซ้ำแน่ ข้ายังไม่อยากถูกเขากระทืบจนตายหรอกนะ สตรีในหอนางโลมยังรอข้าอยู่"ไต้ฝูหรงหัวเราะออกมาเล็กน้อย แม้นางจะแต่งงานกับกงเหล่ยแล้ว แต่เซียวเย่ยังคงยืนยันที่จะเรียกนางว่าศิษย์น้องเล็ก นางเองก็ไม่ถือสาอันใด อย่างไรสำหรับนางแล้ว เขานับว่าเป็นพี่ชายที่แสนดีสำหรับนางเมื่อทุกคนปลอดภัยไร้กัง

  • ตามเย้ารักดอกฝูหรง   บทที่ 18 ชัยชนะที่วาดหวัง

    ไต้ฝูหรงตกใจจนแทบสิ้นสติ นางหันมองซ้ายขวาตอนนี้มีแต่ห่าธนูที่พุ่งเข้ามาหมายจะสังหารพวกนาง แต่ยามนี้ไม่อาจปล่อยให้ท่านเฉิงซุนอยู่ที่นี่ต่อได้ โลหิตของเขาไหลออกมามากเกินไป ต้องหาทางผ่าเอาลูกธนูออกและห้ามเลือดโดยเร็วที่สุด!ไต้ฝูหรงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะตัดสินใจประคองท่านเฉิงซุนขึ้นมาและพาเขาเดินฝ่าลูกธนูออกไปโดยมีเหล่าทหารที่ยังรอดชีวิตคอยคุ้มกัน ท่านเฉิงซุนยังไม่ได้หมดสติ เขาจ้องมองสตรีข้างกายที่ประคองตนเดินฝ่าลูกธนูอย่างไม่เกรงกลัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย"นะ นายหญิง ปล่อยข้าเอาไว้บนนี้เถอะขอรับ! "ไต้ฝูหรงเม้มริมฝีปากแน่น นางพาเฉิงซุนลงมาด้านล่างได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่เขาจะหมดสติไป พลันได้ยินเสียงของนางเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ"ข้าไม่มีวันทิ้งท่าน พวกเราถ้าอยู่ก็อยู่ด้วยกัน ถ้าตายก็ต้องตายด้วยกัน กงเหล่ยยังอยู่ข้างนอก เขาเคารพท่านดั่งบิดา ข้าเองก็เช่นกัน เฉิงซานหลานของท่านและแม่ทัพทุกคนก็ยังรอให้ท่านต้อนรับพวกเขากลับเข้าเมืองหลังจากพวกเรารบชนะ หากท่านตาย ข้าคงไม่อาจมองหน้าพวกเขาได้ ท่านจะต้องอดทนไว้นะเจ้าคะ ข้าจะไม่มีทางยอมให้ท่านตายเด็ดขาด!"ท่านเฉิงซุนยิ้มอย่างอ่อ

  • ตามเย้ารักดอกฝูหรง   บทที่ 17 ศึกครั้งใหญ่

    เสียงต่อสู้ดงกึกก้องไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ยามนี้กองทัพแคว้นเซี่ยกำลังสู้รบกับกองทัพของเกาข่ายอย่างไม่กลัวตาย พวกเขาใช้สมุนไพรพิษที่ไต้ฝูหรงมอบให้นำไปอาบย้อมบนอาวุธ ก่อนจะเข้าห่ำหั่นกับศัตรู กงเหล่ยควบม้าห้อตะบึงอยู่ท่ามกลางซากศพของเหล่าทหารทั้งสองฝ่าย ใบหน้าหล่อเหลามีโลหิตสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนเป็นวงกว้าง ขับเน้นให้ใบหน้าเย็นชาของเขาดูดุดันขึ้นไปอีกหลายเท่าวิธีของไต้ฝูหรงนั้นใช้ได้ผล ทหารของฝ่ายตรงข้ามเพียงถูกพิษนั้นเข้าสู่โลหิตไม่นานก็ค่อยๆอ่อนแรงและล้มตายลงไปในที่สุด เพียงไม่นานกำลังทหารของเกาข่ายก็ลดลงไปมากกว่าครึ่งเกาข่ายมองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาตื่นตระหนก เห็นๆอยู่ว่าแรกเริ่มนั้นเขาเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่แท้ๆ แต่แล้วเหตุใดสถาณการณ์จึงพลิกผันเช่นนี้เล่าชายหนุ่มกัดฟันกรอด พลางมองไปเบื้องหน้า "ห้ามถอย ต้องตัดหัวกงเหล่ยและสังหารทหารแคว้นเซี่ยให้จงได้!"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ พลางกำมือแน่น ชายหนุ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแต่ไม่รู้ว่าผิดปกติตรงที่ใด เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดวันนี้ทหารแคว้นเซี่ยจึงใช้ผ้าปิดบังใบหน้าเอาไว้ครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นเพียงดวงตา หรือว่าพวกมันกลัวตาย หากว่าเจ้าน

  • ตามเย้ารักดอกฝูหรง   บทที่ 16 สมุนไพรพิษ

    ไต้ฝูหรงมุ่งหน้ามายังภูเขาลูกหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับวัดบนเขา ห่างจากเมืองหลวงของแคว้นเซี่ยมาไม่ไกลมากนัก ฮูหยินผู้เฒ่าให้เหล่าทหารติดตามมาพร้อมสาวใช้อีกหลายคน ไม่นานรถม้าก็หยุดลง ไต้ฝูหรงจึงรีบลงจากรถม้าพร้อมกับเอ่ยกำชับสาวใช้และทหาร"พวกเจ้าคงจำลักษณะของสมุนไพรที่ข้าบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ได้แล้ว รีบเก็บมาให้มากหน่อย ยิ่งมากยิ่งดี เข้าใจหรือไม่"เหล่าสาวใช้และเหล่าทหารต่างพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบแยกย้ายกันไปเก็บสมุนไพรตามที่เจ้านายของตนสั่ง ไต้ฝูหรงเองก็เดินขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรหลายอย่างมาเพิ่มเช่นเดียวกัน นางสะพายกระบุงไว้บนหลังตน และเก็บสมุนไพรอย่างรวดเร็ว เหล่าสาวใช้และทหารต่างมองนางด้วยสายตาที่ตกตะลึง นายหญิงของพวกเขายามปกติดูบอบบางและน่าทะนุถนอมยิ่ง แต่ในยามนี้กลับดูแข็งแรงและว่องไวมาก แรกเริ่มพวกเขาต้องขึ้นลงเขาเพื่อหาสมุนไพรจึงรู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน แต่เมื่อได้เห็นว่านายหญิงยังไม่บ่นสักคำ อีกทั้งยังไม่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อย พวกเขาจึงมีแรงใจมากยิ่งขึ้นใช้เวลาไม่นานก็สามารถเก็บสุมนไพรที่ต้องการได้สำเร็จ ไต้ฝูหรงยิ้มด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบเดินทางกลับจวน จากนั้นจึงจัดการล้างทำความส

  • ตามเย้ารักดอกฝูหรง   บทที่ 15 ออกรบ

    กงเหล่ยรีบเปลี่ยนมาสวมชุดเกราะ ก่อนจะมุ่งหน้ามายังค่ายทหารในช่วงกลางดึก เมื่อมาถึงก็พบว่าตอนนี้เหล่าทหารต่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว สีหน้าทุกคนมีความมุ่งมั่นปรากฏชัดบนใบหน้า ไม่มีความเกรงกลัวใดใดให้เห็นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความฮึกเหริมและพร้อมออกรบเพื่อปกป้องแว่นแคว้น กงเหล่ยยืนอยู่เบื้องหน้าเหล่าทหาร ในมือถือดาบเอาไว้ แววตาฉายแววมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งเกาฮ่องเต้ไม่มีทางปล่อยแคว้นเซี่ยไป อีกทั้งยังไม่มีทางยอมให้คนตระกูลกงเหลือหนทางรอด ศึกครานี้หนักหนาไม่น้อย อีกทั้งอาจจะต้องสูญเสียกำลังพลไปไม่น้อยเลย แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาย่อมไม่อาจถอย หลายปีที่หลบซ่อนตัวเขาได้ซ่องสุมกำลังทหารลับเอาไว้ร่วมหลายแสนนาย ยามนี้ถึงเวลาที่จะต้องเรียกออกมาใช้งานแล้ว"ศึกครานี้ใหญ่หลวงนัก แต่ข้าเชื่อว่าพวกเราทุกคนจะผ่านมันไปได้ ขอให้พวกเจ้าเชื่อมั่นในตัวข้า เชื่อมั่นในตัวเอง ช่วยกันปกป้องแว่นแคว้นและขจัดคนชั่วไปให้หมดจากแผ่นดินนี้เสีย!"ทันทีที่กงเหล่ยเอ่ยจบเหล่าทหารต่างชูดาบขึ้นสูง พลางตะโกนกู่ร้องก้องแผ่นดินแคว้นเป่ยและแคว้นฉีบุกประชิดชายแดน อีกทั้งยังยึดเมืองด่านหน้าสำคัญต่างๆของแคว้นเซี่ยไปได้หลายเมือง และ

  • ตามเย้ารักดอกฝูหรง   บทที่ 10 จูบแก้ม

    หลังออกมาจากเรือนพักของกงเหล่ยแล้ว ไต้ฝูหรงก็ตรงไปที่ห้องครัวทันทีที่นี่เป็นเรือนเก่าของเว่ยอ๋องที่ตายไป มีสาวใช้คอยเฝ้าอยู่หลายคน พวกนางล้วนเป็นคนของอดีตพระชายาเว่ยอ๋อง แต่เมื่อเกิดสงครามและต้องการมีชีวิตอยู่รอดต่อไป พวกนางจึงยอมสวามิภักดิ์รับใช้เซี่ยอ๋อง ไต้ฝูหรงกำลังเอ่ยถามพวกนางว่าห้องครัวอยู

  • ตามเย้ารักดอกฝูหรง   บทที่ 9 ความใส่ใจ

    หลังจากที่ออกมาจากกระโจมของกงเหล่ยแล้ว ไต้ฝูหรงก็กลับมาที่กระโจมของตนเอง นางนำเสื้อผ้าของเขาวางเอาไว้บนโต๊ะ ก่อนที่หญิงสาวจะค่อยๆจัดการเย็บปะชุนมันทีละตัวอย่างไม่รีบไม่ร้อนเขาอยู่ในค่ายทหาร ไม่มีคนคอยดูแลเอาใจใส่ เรื่องอาหารการกินและเสื้อผ้าล้วนไม่ได้รับการดูแลใส่ใจเท่าใดนักเพราะในค่ายทหารมีเพียงบ

  • ตามเย้ารักดอกฝูหรง   บทที่ 8 ดูแล

    เหล่าทหารช่วยกันขนปลาและหอยมาให้ไต้ฝูหรงที่โรงครัว ก่อนจะไปช่วยกันทำคอกให้เจ้าลูกหมูป่าตัวน้อย ส่วนหมูป่าที่พวกเขาล่ามาได้นั้นไต้ฝูหรงจัดการแล่มันออกเป็นชิ้นๆและนำไปตากแห้ง ส่วนผักกรูดที่เหล่าทหารเก็บมาได้จากในป่านั้นนางก็นำมันไปวางไว้ในกระบุง ไต้ฝูหรงบอกให้ทหารที่มาช่วยทำครัวช่วยกันทำปลาและล้างห

  • ตามเย้ารักดอกฝูหรง   บทที่ 7 ตามใจ

    หลังจากที่ช่วยท่านหมอจ้าวจนทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ไต้ฝูหรงก็กลับมาที่กระโจมของตน ก่อนจะทำแผลให้ตนเอง อย่างไรท่านหมอจ้าวก็เป็นบุรุษ เขาย่อมไม่กล้าเปิดดูบาดแผลภายในร่างกายของนางได้ส่งเดช จึงเอ่ยแนะนำนางว่าจะต้องทำแผลเช่นไร จากนั้นก็มอบทั้งยาทาและยากินให้แก่นาง ทั้งยังบอกว่าอีกสองสามวันแผลก็จะสมานกัน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status