เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ

เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-22
โดย:  Jiulinยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
10
4 การให้คะแนน. 4 ความคิดเห็น
20บท
4.0Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ไป๋ฉางอวี้ สาวน้อยวัยสดใสในยุคศตวรรษที่ 21 ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในยุคโบราณได้ของแถมเป็นสามีและก้อนแป้งอีกหนึ่ง แต่เหตุไฉนถึงส่งนางมาอยู่ในครอบครัวที่ยากจนที่สุดในหมู่บ้านซ้ำร้ายสามีตัวดีกับมาตาบอดเสียอย่างนั้น! โชคยังดีที่นางทะลุมิติมาพร้อมระบบวิเศษที่จะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง! - - - - - - - - - - “สามีของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” “หืม สามีของข้างั้นหรือ” “ใช่แล้วข้านั้นยุ่งจนไม่มีเวลาไปเยี่ยมเลย” ไป๋ฉางอวี้มองใบหน้าที่กำลังเขินอายอยู่นั้นก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “แต่เจ้าอย่าคิดมากเลยนะเจ้าเคยบอกข้าว่ารังเกียจบุรุษตาบอดไม่ใช่หรือ ไม่ต้องกังวลไปหากท่านพี่เซียวเย่เปิดใจข้านั้นจะดูแลเขาให้เป็นอย่างดี” “อะไรนะ!”

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

The music was loud enough to drown out common sense.

I hated bars. I hated the sticky floors, the smell of expensive liquor mixed with cheap perfume, and the way strangers laughed as if tomorrow didn't exist.

But tonight wasn't about me. Tonight was about Daniel. Three months together, and he finally insisted I meet him after work to celebrate our anniversary.

I checked the time on my phone: 9:42 p.m. A smile tugged at my lips despite myself. Maybe this was it. Maybe I'd finally give myself to him.

I tucked a loose strand of brown hair behind my ear and climbed the stairs leading to the VIP lounge. The room buzzed with conversations and clinking glasses. My eyes searched the crowd, and then they found him.

I froze. Time seemed to stop. Daniel sat in the corner booth, his hand resting possessively on another woman's thigh. The lounge was dimly lit. I couldn't clearly see the girl's face or how his body curved toward the stranger.

The low murmur of the girl's voice felt so familiar, as did the way her red dress rode up her thigh as she pressed closer.The woman leaned in, laughing at something he'd whispered before her mouth crashed against his.

I couldn't breathe. The gift bag I carried slipped from my fingers, landing on the polished floor with a soft thud. Neither of them noticed. The world around me blurred into meaningless noise. My chest tightened until every breath felt like swallowing broken glass.

No... This wasn't happening. I took one shaky step backward. I wanted to storm inside and demand answers, but I couldn't move. My feet were stuck to the floor. My throat felt tight and constricted with a mixture of pain and sadness. I turned around and ran.

I burst through the club doors into the cold night air, tears burning my vision as rain began to fall. I quickly took a taxi. The drive home was a blur; I didn’t remember it. My mind was still hazy from the scene I had just witnessed.

The taxi pulled into the driveway of my small apartment. My fingers trembled as I unlocked the front door.The apartment greeted me with silence. The tears I had fought so hard to keep back finally spilled over the moment I shut the door behind me. I felt small, foolish, and used.

Three months. Three stupid months. All gone in the span of a single kiss. My heart felt like it had been ripped apart. The gift bag I had carried so carefully all evening suddenly became unbearable.

With a strangled cry, I hurled it across the living room. It slammed into the wall before crumpling onto the hardwood floor. "I hate you," I whispered, my voice cracking.

I sank onto the couch and buried my face in my hands. The image refused to leave my mind. Daniel's hand resting on another woman's thigh, his lips on hers, and the way he had smiled. A smile I had foolishly believed was reserved only for me.

I wiped at my tears before grabbing my phone. There was only one person I wanted to talk to. I scrolled until I found Jesse's name and pressed call. The line rang twice.

"Nia?" Jesse answered, concern already lacing her voice. "Hey, aren't you supposed to be celebrating your anniv—"

"He cheated on me." The words rushed out before I could stop them."What?" Jesse's voice rang out.

"I saw him." My breathing grew uneven. "At Eclipse Bar. He was kissing another girl, Jesse. He had his hands all over her." My voice broke into a sob. "Three months... and he cheated on me."

There was a brief pause on her end. Then Jesse sighed. "Finally."

I frowned. "W-what?"

"Finally. I thought you wouldn't come to your senses."

"What are you talking about?"

"You're so foolishly blinded by your love for him that you can't even see he's just been using you."

I froze. I opened my mouth to speak, but she cut me off before I could say anything.

"I think it's time I told you this. You've been a little naive, Nia. A guy who cheats in a relationship that's only three months old? Please. That tells you everything you need to know."

I tightened my grip on the phone. "Jesse, I called you because I needed someone to talk to. Right now, you're just putting the blame on me. You're making matters worse."

"I'm not blaming you," she replied, her voice softening. "I'm looking out for you, Nia. You deserve so much—"

"Just stop." The words came out sharper than I intended. "You never liked Daniel anyway."

"Nia, that's not—"I ended the call before she could finish. For a second, I stared at the screen. Then I tossed the phone onto the couch and sank down beside it. Silence filled the apartment.

Was I not good enough? The question echoed in my mind until I shook my head. "No," I whispered to myself. "I just have to make sure he can't resist me."

I just needed to prove that I was enough. I had held onto my virginity for twenty-two years, waiting for the right person. The right moment.

Daniel was that person. Giving myself to him completely would erase the cracks. It would bind us together in a way nothing else could. It would fix everything. The doubt, the humiliation, the fear that I wasn’t enough to keep him.

I got a message from Daniel asking why I hadn't arrived at the bar. My fingers traced the edge of my phone as I typed a reply to his message.

Me: "I have a surprise for you tomorrow. I'll send you the location."

I hit send before I could change my mind. As the message delivered, I took a deep breath, a fragile smile touching my lips.

My eyes drifted toward the gift bag lying on the floor. Slowly, I picked it up and reached inside. A short, red lace nightdress slid into my hands.

I held it up, forcing a small smile. "Perfect."

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

P JR
P JR
สนุกค่ะ แต่หลังๆ ระบบหายไปเลย รู้สึกเหมือนใช้ไม่คุ้ม อุตส่าห์มีระบบมาด้วยทั้งที 555
2026-08-15 09:38:52
1
1
Thiti Chiew
Thiti Chiew
จะอ่านดีไหมหนอ..ดูนิยายของผู้แต่งมีสี่ห้าเรื่องยังแต่งไม่จบสักเรื่อง กลัวอ่านแล้วค้างคาใจ
2026-02-18 00:02:20
1
0
กฤษดาพร ส.
กฤษดาพร ส.
แต่งเรื่องใหม่ได้แล้วค่ะ รออยู่นะคะ
2026-01-07 20:28:46
2
1
กฤษดาพร ส.
กฤษดาพร ส.
สนุกมาก ครบทุกรส
2026-01-02 23:04:44
2
1
20
บทที่ 1
ไป๋ฉางอวี้ สาวน้อยวัยยี่สิบต้นๆ ที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยไปไม่นาน ชีวิตเบื้องหน้าที่ดูเหมือนจะสดใสน่าอิจฉาแต่ความเป็นจริงแล้วนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นครอบครัวที่แตกร้าวเพราะบิดาผู้มากตัณหานำพาเอาผู้หญิงมากหน้าหลายตาเข้ามาในบ้าน การทะเลาะกันครั้งสุดท้ายนำพาความสูญเสียที่ไม่มีวันกลับมาให้ครอบครัวของเธอไป๋ฉางอวี้แม้จะแสดงออกว่าไม่สนใจว่าบิดาจะพาหญิงสาวเหล่านั้นเข้ามาในบ้านมากมายเพียงใดแต่ภายในใจกลับรู้สึกเกลียดชังพวกเขาเป็นอย่างมากเธอรังเกียจทุกครั้งที่ต้องก้าวขาเข้ามาในบ้านหลังนี้แต่เพราะความมีอยู่ของเธอถึงทำให้ผู้เป็นพ่อไม่อาจยึดทุกสิ่งไปจากเธอได้ทั้งหมดนั่นเอง“คุณหนูจะไปไหนหรือคะ”“ไปข้างนอกกับเพื่อนน่ะคะไม่ต้องรอเปิดประตูนะคืนนี้ฉันคงไม่กลับ”“แต่ว่าคุณหนู”“นะคะป้าให้ฉันออกไปผ่อนคลายบ้างบ้านหลังนี้มันทำให้ฉันอึดอัดจะแย่”สตรีสูงวัยที่คอยดูแลเธอและพี่ชายของเธอมาตั้งแต่ยังเล็กๆ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ ไป๋ฉางอวี้รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ในตอนนี้ แต่เพราะไม่อยากอยู่ดูบิดาพาหญิงสาวเข้ามาในบ้านคืนนี้จึงยืนกรานที่จะออกข้างนอกให้ได้‘ขอไปนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศให้ผ่อนคลายกว่านี้จะดีกว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
“ท่านแม่”เสียงเรียกของใครบางคนดังแว่วเข้ามาในหัวของเธอเบาๆ ไป๋ฉางอวี้ฝืนความเจ็บปวดพยายามลืมตาตื่นขึ้นมาทีละนิดแต่เมื่อดวงตาเปิดจนเต็มตากลับพบเพียงภาพบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย เพดานห้องที่ควรจะเป็นฝ้าแบบยุคสมัยใหม่ทำไมถึงได้มีแต่ขื่อไม้ที่ถูกวางขวางเอาไว้ระหว่างเสาต้นใหญ่อย่างไม่เป็นระเบียบนัก‘ที่นี่มันที่ไหนกัน’ไป๋ฉางอวี้ขยี้ตาอีกครั้งเธอหันไปมองรอบๆ ห้องและพบเข้ากับใบหน้าของเด็กชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอนัก เสื้อผ้าที่มอมแมมในชุดจีนโบราณนั้นทำเอาไป๋ฉางอวี้อดไม่ได้ที่จะกรีดร้องดังลั่นจนเด็กชายตัวน้อยเป็นต้องรีบวิ่งไปหลบที่ด้านหลังเสาเรือนด้วยความรวดเร็ว“ทะ ท่านแม่เป็นอะไรไปหรือขอรับ”“ผีหลอก!”“ห๋า! ท่านแม่พูดอะไรข้ากลัวแล้วนะขอรับ”เด็กชายตัวน้อยที่เดิมยืนกอดเสาอยู่นั้นเป็นต้องรีบวิ่งขึ้นมานั่งบนปลายเตียงนอนของผู้เป็นมารดา เขานั่งขดตัวอยู่อย่างนั้นทั้งยังหันซ้ายมองขวาไปทั่วห้องอย่างหวาดกลัว“ถะ ถอยออกไปนะอย่ามาหลอกมาหลอนฉันเลย ฉันจะทำบุญไปให้”“ท่านแม่พูดอะไรข้าไม่เข้าใจ”เด็กชายนั่งกอดเข่าซุกใบหน้าเล็กลงคล้ายคนหวาดกลัวจนตัวสั่น ไป๋ฉางอวี้จ้องมองใบหน้าเล็กนั้นอีกครั้ง ใบหน้าที่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
“แกร๊บ!”สองเท้าที่ก้าวพ้นประตูไปแต่แล้วดันเหยียบเข้ากับเศษกระดาษที่ถูกวางระเกะระกะเอาไว้ทำให้บุรุษผู้นั้นหันมามองอย่างรวดเร็ว นางเบี่ยงตัวหลบทันใดก่อนจะหันหลังแล้วรีบวิ่งออกไปด้านนอกบ้านด้วยความรวดเร็ว‘ยังไม่พร้อมจะเจอหน้าเขาในตอนนี้ขอทำใจก่อนแล้วกัน’นางกลับมานั่งลงบนชิงช้าตามเดิมในหัวก็คิดไปเรื่อยมองดูรอบๆ บ้านที่กว้างใหญ่แต่กลับเงียบเหงาและอ้างว้าง“ทำอย่างไรต่อไปดีนะ”ไป๋ฉางอวี้เปิดระบบวิเศษขึ้นมาอีกครั้งนางนั่งมองหน้าจอสีฟ้าด้วยความรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรที่จะทำอย่างไรต่อไปดี อยากกลับบ้านก็อยากกลับแต่หากต้องกลับไปพบเจอกับคนผู้นั้นแบบนี้ก็ขออยู่ที่นี่เสียยังจะดีกว่า“เฮ้อ…”“ท่านแม่”“ว๊าย!”เสียงเล็กๆ ที่เรียกนางนั้นทำเอาไป๋ฉางอวี้ตื่นตกใจก่อนจะรีบหันกลับไปมองด้วยความรวดเร็ว เด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอบกุมสองแขนเอาไว้แน่นพลางจ้องมองมาที่นางด้วยแววตางุนงง“เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่”“เมื่อครู่นี้เองขอรับ”“แล้วเห็นอะไรบ้าง”“ข้าเห็นเพียงท่านแม่นั่งพูดคนเดียว หรือท่านแม่พูดอะไรกับใครอยู่หรือขอรับ”“พูดคนเดียวงั้นหรือ” นางหันหลังกลับไปมองหน้าจอสีฟ้านั้นมันยังคงปรากฎให้เห็นไม่ได้หายไปแต่อย่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
“เพล้ง!”ไป๋ฉางอวี้หันไปมองตามเสียงนั้นก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านด้วยความรวดเร็วเมื่อเข้ามาถึงก็พบกับเศษกระเบื้องเคลือบที่แตกกระจายตามพื้นห้องกับหนึ่งบุรุษและอีกหนึ่งเด็กน้อยที่กำลังก้มเก็บเศษของมันอยู่นั่นเอง“พวกเจ้าทำอะไรกัน”“ท่านแม่!”“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะหากถูกเศษกระเบื้องบาดมือเข้าจะทำอย่างไร”นางเข้าไปดึงตัวเด็กน้อยให้ถอยห่างออกจากบริเวณนั้นก่อนจะยึดเศษกระเบื้องมาถือเอาไว้ หันกลับไปมองบุรุษผู้เป็นสามีของเจ้าของร่างที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนพื้นห้องไม่พูดไม่จา ไม่มองหน้านางเลยสักเพียงนิดความฉุนเฉียวที่เห็นเขาไม่ระวังใดๆ ทั้งยังปล่อยให้ลูกชายมาเก็บเศษพวกนี้หากบาดมือเข้าจะทำอย่างไร ปากที่กำลังจะก่นด่าแต่เหมือนนางเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขานั้นตาบอดอยู่! ความร้อนรุ่มภายในอกก็เริ่มทุเลาลงทีละนิด“แล้วท่านไม่ได้ยินที่ข้าสั่งงั้นหรือ”“ข้า…”“ลุกขึ้นมาได้แล้วๆ ก็ช่วยถอยออกไปจากตรงนี้ ขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ของท่านเดี๋ยวนี้”“แต่ว่าข้าจะเก็บเศษกระเบื้องพวกนี้”“ท่านมองไม่เห็นไม่ใช่หรือแล้วจะเก็บอย่างไรหมด”ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มก็เม้มปากเอาไว้แน่นดวงตาของเขาดูเหมือนจะแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อยอาจจะเพร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
“พรู๊ด!”ไป๋ฉางอวี้ที่ตักข้าวต้มใส่ปากไม่ทันได้เคี้ยวเป็นต้องรีบคายออกมาอย่างรวดเร็ว“อะ อะไรเนี่ย”“ท่านแม่ข้าว่าต่อไปให้ท่านพ่อทำอาหารเถอะนะขอรับ”“ก็ข้าแค่…ละ แล้วเหตุใดพวกเจ้าสองคนถึงไม่ยอมบอกข้ามาตรงๆ กันเล่า”“ก็พวกเรา”“ไม่เป็นไรหรอกน่าเติมน้ำลงไปอีกหน่อยก็กินได้แล้ว”“พอเถอะข้าจะไปทำให้ใหม่”“ไม่เป็นไรๆ เชื่อข้าเติมน้ำลงไปอีกหน่อยก็กินได้แล้ว บ้านของเราแต่ก่อนก็กินแบบนี้น้ำเยอะหน่อยข้าวเพียงก้นชามก็อร่อยแล้ว”ไป๋ฉางอวี้มองผู้เป็นสามีที่เติมน้ำลงไปทีละนิดโดยมีเหวินเซียวหยวนบุตรชายคอยเตือนระดับการเติมน้ำอย่างรู้งาน‘ช่างน่าเอ็นดูอะไรเช่นนี้’“เอาล่ะกินได้แล้ว”“อืม”เหวินเซียวเย่พูดออกมาก่อนจะตักข้าวต้มกินจนแทบจะเกลี้ยงชาม นางยิ้มให้เขาก่อนจะเอ่ยไปว่า“เอาไว้วันหลังท่านก็สอนข้าทำอาหารบ้างสิเจ้าคะจะได้แบ่งเบาภาระของท่านด้วย”“ให้ข้าทำเหมือนเดิมน่ะดีแล้วจะได้ไม่ว่างเกิน”‘กลัวกินฝีมือของข้าไม่ได้ล่ะสิ เฮ้อ…มีเครื่องปรุงรสเลิศทั้งทีแต่เหตุใดถึงไม่มีปัญญาทำให้มันอร่อยเหมือนคนอื่นเขากันนะ แล้วแบบนี้จะเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอดได้อย่างไรกันเล่า’“เช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านพูดเถอะข้าเองก็ไม่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
"ว้าว! นี่มันอะไรกันเนี่ย"เด็กน้อยเดินสำรวจห้องนอนไปจนทั่วก่อนจะหันไปมองผู้เป็นมารดาที่เดินตามหลังมาติดๆ “ท่านแม่ เหตุใดห้องของท่านถึงได้งดงามเช่นนี้กันเล่าขอรับ”“ห้องของข้าคนเดียวที่ไหนกันเล่า ของพวกเจ้าด้วย”อาหยวนวิ่งไปรอบๆ ทั้งตะเกียงน้ำมันที่มีเทียนสีขาวสลับแดงสดใส ผ้าม่านที่พริ้วไหวไปมากลิ่นหอมสะอาดของเครื่องเรือนที่แปลกตาไปทำให้เด็กน้อยจับจ้องไม่วางตา“เจ้าดีใจอะไรหรืออาหยวน”เหวินเซียวเย่ที่มองไม่เห็นแต่กลิ่นหอมที่ลอยโชยมาแตะจมูกก็รับรู้ได้ว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป อาจจะเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดเลยก็ว่าได้รวมทั้งคนที่ฉุดเขาเข้ามาในห้องนี้อีกด้วย“ท่านแม่ทำห้องนอนใหม่สวยงามมากเลยขอรับท่านพ่อ”“อาหยวนเลิกพูดแล้วขึ้นไปนอนได้แล้ว”“ขอร้าบบบ”เด็กชายพยักหน้าก่อนจะค่อยๆ ถอดรองเท้าที่ได้รับมาใหม่หนึ่งคู่แล้วกระโดดขึ้นไปบนเตียงนอนหนานุ่มนั้น“โอ้โห! ฟูกนอนนุ่มมากเลยขอรับท่านแม่”“นุ่มก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ข้าซักตากแดดมาใหม่ๆ ไม่แปลกที่นุ่มฟูเช่นนี้ท่านพี่ขึ้นมานอนได้แล้วเจ้าค่ะ”“อืม”ชายหนุ่มแม้จะแปลกใจไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้ถามสิ่งใดออกไปแม้เพียงนิด เขาก้าวเท้าไปใกล้ๆ ขอบเตียงก่อนจะถอดรองเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ!”เสียงเรียกของเด็กชายปลุกให้ไป๋ฉางอวี้ตื่นขึ้นจากภวังค์ความฝันนั้น เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจกับสภาพของมารดาที่น่ากลัวอย่างยิ่งในความฝันนั้นประโยคสุดท้ายของมารดาที่เอ่ยออกมาหมายความว่าอย่างไรกันนะหรือที่เธอมาโผล่ที่นี่เพราะสวรรค์ส่งมางั้นหรือ“อะ อาหยวนเสียงดังแต่เช้าเชียวมีอะไรหรือ”“ท่านแม่ต่างหากเล่าขอรับเป็นอะไรไปฝันร้ายอีกหรือ เมื่อครู่ข้าได้ยินท่านแม่ร้องจึงรีบวิ่งมาดู”“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่”ไป๋ฉางอวี้หันไปมองด้านข้างก็ไม่พบผู้เป็นสามีเสียแล้ว“หายไปไหนแล้วล่ะ”“อะไรหรือขอรับ”“ท่านพ่อของเจ้าไปไหนแล้ว”“ท่านพ่อเข้าครัวไปทำอาหารเช้าแล้วขอรับ”“แต่เช้าเลยหรือ”“อื้ม”เหวินเซียวหยวนพยักหน้าให้นาง ก่อนจะใช้มือน้อยๆ อิงที่หน้าผากของนางเบาๆ“ก็ไม่ได้ตัวร้อนนี่นา”“ข้าสบายดีเพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้น”‘ไม่หรอกฝันดีต่างหาก ได้เห็นแม่เห็นพี่ชายอย่างที่เคยหวังเอาไว้แม้จะเป็นแค่ในความฝันแค่นี้ก็ดีแล้ว’ไป๋ฉางอวี้ยิ้มกับตนเองแต่เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ก็ถึงกับอุทานด้วยความตกใจขึ้นมาอีกครั้ง“แม่เจ้า!”“อะไรหรือขอรับ”“ข้าลืมไปเสียสนิทเลยว่าจะเข้าเมือง”“ท่านแม่จ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
‘ยังดีที่มีเงินที่เจ้าของร่างแอบซ่อนเอาไว้ไม่เช่นนั้นคงไม่พ้นที่จะต้องเดินด้วยขาของตนเองอย่างแน่นอน’“เหตุใดถึงต้องมาอยู่ที่นี่กันนะลำบากลำบนอะไรเช่นนี้ ชาติที่แล้วแม้จะสบายกายแต่ไม่สบายใจแต่เหตุใดมีโอกาสได้มาเกิดใหม่ทั้งทีทำไมถึงไม่ส่งข้าไปเกิดในครอบครัวที่มีฐานะดีกว่านี้กันเล่าสบายใจแต่ลำบากกายอะไรเช่นนี้ เฮ้อ…”ไป๋ฉางอวี้ถอนหายใจออกมาก่อนจะหันกลับไปมองตัวบ้านที่เก่าซอมซ่อหลังนั้น“เอาว่ะสู้ตาย!”นางเดินเท้าไปที่หัวมุมถนนก็พบกับลานกว้างที่มีทั้งรถม้าและเกวียนวัวอีกหลายคัน นอกจากนั้นยังมีลาอีกหลายตัวรวมอยู่ด้วย“อ้าวฮูหยินเหวินออกมาแต่เช้าเช่นนี้วันนี้จะไปที่ใดงั้นหรือ”“ข้าจะเข้าเมืองเสียหน่อยน่ะเจ้าคะ”“เชิญขึ้นรถม้าดีกว่า ข้าคิดราคากันเองห้าร้อยอีแปะเท่านั้น”“นี่ราคากันเองยังห้าร้อยอีแปะแล้วหากว่าเป็นคนอื่นเล่าเจ้าคะ”“ก็หากว่าเจ้าไม่อยากจ่ายข้าก็ยินดีรับเลี้ยงเจ้านะ ฮูหยิน” เสียงของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขัดขึ้นมา เมื่อหันไปมองก็พบกับคนบุรุษรูปร่างอ้วนท้วนคนหนึ่งที่กำลังนั่งนับเงินอยู่เขาเงยหน้าขึ้นมาฉีกยิ้มให้นาง‘นะ น่ากลัวมาก’“ข้าไม่ขอคิดสั้น”“นี่เจ้า!”“เลิกพูดได้แล้วข้าจ่ายหนึ่ง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
‘แม้จะไม่ได้ทำเองก็เถอะ’“อีกอย่างส่วนผสมไม่ใช่น้อยๆ หาได้ยากจากยุค…เอ่อ ข้าหมายถึงในใต้หล้านี้จะหาสุราที่กลิ่นและรสชาติดีได้เท่าข้าอีกหรือ สามตำลึงน้อยไปหรือไม่”“เอ่อ เช่นนั้นก็สี่ตำลึงข้าให้เจ้าสี่ตำลึง”ขณะที่ทั้งสองกำลังต่อรองราคากันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยขึ้นมากลางวงสนทนานั้น“เฮอะ เถ้าแก่เหอร้านเหล้าของเจ้าชอบกดขี่ราคากับชาวบ้านตาดำๆ เช่นนี้เองหรอกหรือ ก่อนหน้าข้าเคยได้ยินมาบ้างไม่คิดว่าจะเป็นความจริง”“ฮูหยินเว่ย!”“ใช่ข้าเองสุราที่นางนำมาแค่เพียงได้กลิ่นที่โชยมานั่นก็รู้แล้วว่าเป็นของล้ำค่ายิ่ง”“ฮูหยินปราดเปรื่องยิ่งนักเจ้าค่ะ”“เจ้ารินมาให้ข้าลิ้มรสสักนิดสิ ข้าจะบอกราคาที่เหมาะสมได้”“ได้เจ้าค่ะฮูหยิน”“หรือท่านไม่พอใจที่ข้าเข้ามาขัดขวางการเจรจาทำการค้าของท่านหรือ”“มะ ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกขอรับฮูหยิน”ไป๋ฉางอวี้ละความสนใจจากตาแก่ขี้เหนียวนั้นก่อนจะรินไวน์ลงในจอกเหล้าเล็กๆ ที่นางเตรียมมาด้วย ฮูหยินเว่ยรับไปก่อนจะยกสุราในจอกขึ้นดื่มทีละนิดความหวานกลมกล่อมและรสชาติสุราที่กลั้วคอลงไปนั้นทำเอานางสดชื่นขึ้นมาทันใด“นี่มันไม่ใช่สุราธรรมดาแล้วกระมังนี่เป็นสุรารสเลิศแล้ว เ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
สองชั่วยามถัดไป [1] เพราะฮูหยินเว่ยชวนนางคุยนานไปหน่อยทั้งยังชวนนางร่วมโต๊ะอาหารอีกจึงทำให้นางเดินทางกลับบ้านช้ากว่าที่คิดเอาไว้ กว่าไป๋ฉางอวี้จะมาถึงบ้านก็เป็นเวลาเกือบยามเซิน [2] แล้ว เมื่อมองไปที่หน้าบ้านก็เห็นสองพ่อลูกนั่งอยู่ที่บันไดหน้าบ้านเหมือนว่ารอคอยการกลับมาของนางอย่างไรอย่างนั้นอาหยวนที่เห็นนางถือของพะลุงพะลังทั้งสองข้างเป็นต้องรีบวิ่งเข้ามารับนางด้วยความรวดเร็ว“ท่านแม่! ท่านกลับมาแล้วข้าช่วยถือนะขอรับ”“เด็กดีรู้ความเสียจริงนี่ข้ามีอะไรจะให้”ก่อนกลับจากในเมืองนางแวะซื้อของเล่นมาฝากเขาเพราะจากที่ดูในบ้านแล้วเด็กคนนี้ไม่มีของเล่นสักชิ้นน่าสงสารยิ่งนัก“ว้าว! นี่ของข้าจริงๆ หรือขอรับท่านแม่”“ใช่ เข้าไปหาท่านพ่อกันเถอะ”“ขอรับ”นางกับอาหยวนที่ยืนอยู่หน้ารั้วบ้านอยู่นั้นพร้อมใจกันหันไปมองที่บันไดชานบ้านที่ยังคงมีเหวินเซียวเย่นั่งคอยอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง ใบหน้าหล่อเหลาเหม่อมองออกมายังทิศทางหน้าบ้านแววตาดูไร้ความสุขอยู่และมีแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด‘หรือเขากลัวว่านางจะไม่กลับมางั้นหรือ’“ท่านพี่มานั่งทำอะไรตรงนี้กันเจ้าคะ อากาศเย็นมากแล้วเข้ามาด้านในกันเถอะ”ไป๋ฉางอวี้ร้องถ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status