เข้าสู่ระบบไป๋ฉางอวี้ สาวน้อยวัยสดใสในยุคศตวรรษที่ 21 ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในยุคโบราณได้ของแถมเป็นสามีและก้อนแป้งอีกหนึ่ง แต่เหตุไฉนถึงส่งนางมาอยู่ในครอบครัวที่ยากจนที่สุดในหมู่บ้านซ้ำร้ายสามีตัวดีกับมาตาบอดเสียอย่างนั้น! โชคยังดีที่นางทะลุมิติมาพร้อมระบบวิเศษที่จะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง! - - - - - - - - - - “สามีของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” “หืม สามีของข้างั้นหรือ” “ใช่แล้วข้านั้นยุ่งจนไม่มีเวลาไปเยี่ยมเลย” ไป๋ฉางอวี้มองใบหน้าที่กำลังเขินอายอยู่นั้นก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “แต่เจ้าอย่าคิดมากเลยนะเจ้าเคยบอกข้าว่ารังเกียจบุรุษตาบอดไม่ใช่หรือ ไม่ต้องกังวลไปหากท่านพี่เซียวเย่เปิดใจข้านั้นจะดูแลเขาให้เป็นอย่างดี” “อะไรนะ!”
ดูเพิ่มเติมThe music was loud enough to drown out common sense.
I hated bars. I hated the sticky floors, the smell of expensive liquor mixed with cheap perfume, and the way strangers laughed as if tomorrow didn't exist. But tonight wasn't about me. Tonight was about Daniel. Three months together, and he finally insisted I meet him after work to celebrate our anniversary. I checked the time on my phone: 9:42 p.m. A smile tugged at my lips despite myself. Maybe this was it. Maybe I'd finally give myself to him. I tucked a loose strand of brown hair behind my ear and climbed the stairs leading to the VIP lounge. The room buzzed with conversations and clinking glasses. My eyes searched the crowd, and then they found him. I froze. Time seemed to stop. Daniel sat in the corner booth, his hand resting possessively on another woman's thigh. The lounge was dimly lit. I couldn't clearly see the girl's face or how his body curved toward the stranger. The low murmur of the girl's voice felt so familiar, as did the way her red dress rode up her thigh as she pressed closer.The woman leaned in, laughing at something he'd whispered before her mouth crashed against his. I couldn't breathe. The gift bag I carried slipped from my fingers, landing on the polished floor with a soft thud. Neither of them noticed. The world around me blurred into meaningless noise. My chest tightened until every breath felt like swallowing broken glass. No... This wasn't happening. I took one shaky step backward. I wanted to storm inside and demand answers, but I couldn't move. My feet were stuck to the floor. My throat felt tight and constricted with a mixture of pain and sadness. I turned around and ran. I burst through the club doors into the cold night air, tears burning my vision as rain began to fall. I quickly took a taxi. The drive home was a blur; I didn’t remember it. My mind was still hazy from the scene I had just witnessed. The taxi pulled into the driveway of my small apartment. My fingers trembled as I unlocked the front door.The apartment greeted me with silence. The tears I had fought so hard to keep back finally spilled over the moment I shut the door behind me. I felt small, foolish, and used. Three months. Three stupid months. All gone in the span of a single kiss. My heart felt like it had been ripped apart. The gift bag I had carried so carefully all evening suddenly became unbearable. With a strangled cry, I hurled it across the living room. It slammed into the wall before crumpling onto the hardwood floor. "I hate you," I whispered, my voice cracking. I sank onto the couch and buried my face in my hands. The image refused to leave my mind. Daniel's hand resting on another woman's thigh, his lips on hers, and the way he had smiled. A smile I had foolishly believed was reserved only for me. I wiped at my tears before grabbing my phone. There was only one person I wanted to talk to. I scrolled until I found Jesse's name and pressed call. The line rang twice. "Nia?" Jesse answered, concern already lacing her voice. "Hey, aren't you supposed to be celebrating your anniv—" "He cheated on me." The words rushed out before I could stop them."What?" Jesse's voice rang out. "I saw him." My breathing grew uneven. "At Eclipse Bar. He was kissing another girl, Jesse. He had his hands all over her." My voice broke into a sob. "Three months... and he cheated on me." There was a brief pause on her end. Then Jesse sighed. "Finally." I frowned. "W-what?" "Finally. I thought you wouldn't come to your senses." "What are you talking about?" "You're so foolishly blinded by your love for him that you can't even see he's just been using you." I froze. I opened my mouth to speak, but she cut me off before I could say anything. "I think it's time I told you this. You've been a little naive, Nia. A guy who cheats in a relationship that's only three months old? Please. That tells you everything you need to know." I tightened my grip on the phone. "Jesse, I called you because I needed someone to talk to. Right now, you're just putting the blame on me. You're making matters worse." "I'm not blaming you," she replied, her voice softening. "I'm looking out for you, Nia. You deserve so much—" "Just stop." The words came out sharper than I intended. "You never liked Daniel anyway." "Nia, that's not—"I ended the call before she could finish. For a second, I stared at the screen. Then I tossed the phone onto the couch and sank down beside it. Silence filled the apartment. Was I not good enough? The question echoed in my mind until I shook my head. "No," I whispered to myself. "I just have to make sure he can't resist me." I just needed to prove that I was enough. I had held onto my virginity for twenty-two years, waiting for the right person. The right moment. Daniel was that person. Giving myself to him completely would erase the cracks. It would bind us together in a way nothing else could. It would fix everything. The doubt, the humiliation, the fear that I wasn’t enough to keep him. I got a message from Daniel asking why I hadn't arrived at the bar. My fingers traced the edge of my phone as I typed a reply to his message. Me: "I have a surprise for you tomorrow. I'll send you the location." I hit send before I could change my mind. As the message delivered, I took a deep breath, a fragile smile touching my lips. My eyes drifted toward the gift bag lying on the floor. Slowly, I picked it up and reached inside. A short, red lace nightdress slid into my hands. I held it up, forcing a small smile. "Perfect."-ตลาดจีนเมืองลั่วหนาน-ถนนในเมืองลั่วหนานทุกซอกทุกมุมในเวลานี้นั้นล้วนมีแต่เสียงจุดประทัดที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเมือง เทศกาลหยวนเซียวเวียนมาถึงอีกครั้งผู้คนในเมืองต่างก็ดูปรีติยินดี และพากันออกมาชื่นชมความงดงามของโคมไฟและลวดลายต่างๆ กันมากมายยิ่งนักกลุ่มเด็กน้อยก็กำลังวิ่งเล่นในตลาดเสียงหัวเราะของพวกเขาดังกึกก้องไปทั่ว เมื่อผ่านแผงขายขนมจีนโบราณนานาชนิดต่างก็หยุดแวะซื้อกันจนล้นมือ ขนมมากมายมากหน้าหลายตาเต็มแผงขายของไปหมดมีทั้งขนมถั่วแปบ ขนมเปี๊ยะและขนมทอดกรอบกลิ่นที่หอมหวานนั้นตลบอบอวลไปทั่วตลาด“ท่านแม่ข้าไปเรียนแล้วนะขอรับ”เหวินเซียวหยวนลูกชายเพียงคนเดียวของเหวินเซียวเย่และไป๋ฉางอวี้นั้นยืนทำแก้มป่องอยู่ตรงหน้าของนาง ท่าทางที่ดูมีความสุขเมื่อได้ออกไปร่ำเรียนกับเพื่อนๆ ทำให้ไป๋ฉางอวี้อดที่ยิ้มอย่างเอ็นดูให้เขาไม่ได้“ไปเถอะแต่เมื่อเช้าเจ้ากินข้าวเพียงนิดเดียวเอง เอาขนมนี่ติดตัวไปด้วยเผื่อจะหิว”“ขอบคุณขอรับท่านแม่”เหวินเซียวหยวนที่สะพายย่ามภายในบรรจุหนังสืออยู่ก็ยื่นมือไปรับเอาห่อขนมมาใส่ในย่ามของเขา ขนมที่ห่อมิดชิดแต่กลับมีกลิ่นหอมลอยออกมาจนผู้ที่ได้กลิ่นแทบจะน้ำลายไหลตามๆ ก
เหวินเซียวเย่ คือบุตรชายของหนึ่งในอนุใต้เท้าเว่ยผู้ที่หนีหายออกไปจากจวนเพราะถูกรองฮูหยินใส่ร้ายเรื่องคบชู้กับทหารในจวนทหารคนสนิทที่คอยอยู่เคียงข้างใต้เท้าเว่ยผู้นั้นถูกลงโทษโบยจนตายไป ก่อนหน้าที่จะรับโทษเขาได้วางแผนให้นางหนีออกไปจากจวนไม่ว่าใต้เท้าเว่ยจะออกตามหานางเท่าใดก็ไม่เคยได้พานพบกันอีกเลยฮูหยินเว่ยไม่คิดว่าบุตรชายที่เกิดจากสายเลือดที่แท้จริงของเขานั้นจะยังมีชีวิตอยู่ น่าเสียดายที่ใต้เท้าเว่ยไม่อาจพานพบเขาได้อีกแล้วลายปักผ้าที่ฮูหยินเว่ยยังคงทะนุถนอมมาจนถึงทุกวันนี้นั้นคือผ้าเช็ดหน้าที่มารดาของเหวินเซียวเย่เป็นคนทำขึ้นมา ลวดลายที่คล้ายคลึงกันกับของสามีไป๋ฉางอวี้เป็นเหตุให้นางโยงเรื่องราวทั้งหมดจนทั้งสองคนได้มาพบกันอีกครั้ง“ฮูหยินแม้ว่าข้าจะมีสายเลือดตระกูลเว่ยก็จริงแต่ว่าข้าก็เป็นเพียงบุตรของอนุเท่านั้นหาได้มีสิ่งใดเหมาะสมกับตระกูลของท่านไม่ ท่านได้โปรดอย่าใส่ใจข้าอีกเลยขอรับ”“พูดอะไรเช่นนั้นมารดาของเจ้าเว่ยอิงเป็นเหมือนน้องสาวของข้าหากว่าไม่มีนางข้าก็คงตรอมใจเรื่องอนุคนที่พ่อของเจ้ารับเข้าจวนมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว นางเป็นเหมือนคนที่ต่อชีวิตให้ข้าเมื่อรู้ว่านางจากไปข้านั้นเสี
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าในที่สุดนางก็มาอาศัยอยู่ในตัวเมืองได้หนึ่งเดือนเต็มๆ แล้ว ร้านค้าของนางแรกเริ่มขายเพียงสุราและอาหารเท่านั้น ส่วนกระเบื้องเคลือบเหล่านี้นางยังคงเก็บสะสมเอาไว้บนชั้นวางเพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้าเท่านั้นยังไม่ได้เปิดขายจริงจังเสียทีเพราะงานในร้านที่มากมายจนในแต่ละวันแทบไม่มีเวลาพักทำเอานางลืมเรื่องนั้นไปเสียสนิท ปานรูปหัวใจในที่ลับของเหวินเซียวเย่!กลางดึกคืนนั้นไป๋ฉางอวี้ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงตะกุกตะกักด้านล่างของร้านค้าแต่เมื่อหันไปมองด้านข้างของตนกลับพบเพียงความว่างเปล่า“ท่านพี่หายไปไหนนะ”ไป๋ฉางอวี้ที่คิดว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่อาจเป็นเสียงของผู้เป็นสามีนางจึงลุกจากเตียงนอน แต่ทันใดนั้นอาการวิงเวียนหน้ามืดก็ตีตื้นขึ้นมารู้สึกได้ว่าห้องของนางหมุนได้อาการหน้ามืดเช่นนี้ไม่ใช่ว่านางจะเป็นบ่อยๆ หรือเพราะนางทำงานหนักเกินไปงั้นหรือไป๋ฉางอวี้เลิกคิดฟุ้งซ่านก่อนจะค่อยๆ เดินออกจากห้องนอนแล้วลงมาที่ชั้นล่างเมื่อมาถึงก็ต้องแปลกใจที่เครื่องเคลือบที่สั่งมาก่อนหน้านี้ถูกวางตั้งเอาไว้บนโต๊ะหลายหลายชิ้นที่สำคัญลวดลายเหล่านี้ไม่ใช่นางเป็นคนวาดขึ้นมา!“นี่มันอะไรกันเนี่
“ในที่ลับของสามีท่านมีปานรูปหัวใจหรือไม่”“พรู๊ด!”“พ่อบ้านซือเหตุใดจึงถามเช่นนี้กันเล่า”ไป๋ฉางอวี้ตกใจจนถึงกับพ่นน้ำชาออกมาใบหน้าของนางแดงก่ำเพราะความเขินอาย‘มาถามเรื่องลับๆ แบบนี้ได้อย่างไรกันนะนางใช่ว่าจะเคยร่วมหอกับเขาเสียที่ไหนกันเล่า คนที่เคยๆ ทำเรื่องนั้นมันก็ภรรยาคนเก่าของเขานี่นาใช่นางเสียที่ไหนกัน’“ก็ท่านกับเขาเป็นสามีภรรยากันย่อมรู้เห็นทุกเรื่องของกันและกันอยู่แล้ว ก่อนหน้าข้าไม่กล้าถามแต่ในเมื่อท่านเป็นคนเริ่มข้าถึงได้กล้าถามออกมาอย่างไรเล่า”“คือว่า”“หืม”ไป๋ฉางอวี้มองหน้าอีกฝ่ายอย่างจนใจตั้งแต่ทะลุมิติมานางได้นอนร่วมเตียงกันกับเขาก็จริงแต่ได้เคยร่วมรักกันที่ไหนเล่ากลางดึกสงัดของคืนนี้ไป๋ฉางอวี้หยิบเอาน้ำหอมออกมาจากระบบวิเศษ น้ำหอมที่มีกลิ่นจางๆ แต่ทำให้เพศตรงข้ามต้องการบางอย่างจากตัวของสตรีได้‘ไม่เอาน่าข้าเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ’ไป๋ฉางอวี้โอดครวญในใจเพราะความอยากรู้เรื่องที่พ่อบ้านสือบอกเล่าทำให้นางเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์บางอย่างนี้เอาไว้“เฮ้อ ไม่เอาแล้ว”เมื่อหันหลังกลับเพื่อจะไปเปลี่ยนชุดออกนั้นก็พบเข้ากับเหวินเซียวเย่ที่ยืนขวางทางนางเอาไว้“ทะ ท่านพี
“พรู๊ด!”ไป๋ฉางอวี้ที่ตักข้าวต้มใส่ปากไม่ทันได้เคี้ยวเป็นต้องรีบคายออกมาอย่างรวดเร็ว“อะ อะไรเนี่ย”“ท่านแม่ข้าว่าต่อไปให้ท่านพ่อทำอาหารเถอะนะขอรับ”“ก็ข้าแค่…ละ แล้วเหตุใดพวกเจ้าสองคนถึงไม่ยอมบอกข้ามาตรงๆ กันเล่า”“ก็พวกเรา”“ไม่เป็นไรหรอกน่าเติมน้ำลงไปอีกหน่อยก็กินได้แล้ว”“พอเถอะข้าจะไปทำให้ใหม่”
“เพล้ง!”ไป๋ฉางอวี้หันไปมองตามเสียงนั้นก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านด้วยความรวดเร็วเมื่อเข้ามาถึงก็พบกับเศษกระเบื้องเคลือบที่แตกกระจายตามพื้นห้องกับหนึ่งบุรุษและอีกหนึ่งเด็กน้อยที่กำลังก้มเก็บเศษของมันอยู่นั่นเอง“พวกเจ้าทำอะไรกัน”“ท่านแม่!”“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะหากถูกเศษกระเบื้องบาดมือเข้าจะทำอย่าง
“แกร๊บ!”สองเท้าที่ก้าวพ้นประตูไปแต่แล้วดันเหยียบเข้ากับเศษกระดาษที่ถูกวางระเกะระกะเอาไว้ทำให้บุรุษผู้นั้นหันมามองอย่างรวดเร็ว นางเบี่ยงตัวหลบทันใดก่อนจะหันหลังแล้วรีบวิ่งออกไปด้านนอกบ้านด้วยความรวดเร็ว‘ยังไม่พร้อมจะเจอหน้าเขาในตอนนี้ขอทำใจก่อนแล้วกัน’นางกลับมานั่งลงบนชิงช้าตามเดิมในหัวก็คิดไปเรื่
“ท่านแม่”เสียงเรียกของใครบางคนดังแว่วเข้ามาในหัวของเธอเบาๆ ไป๋ฉางอวี้ฝืนความเจ็บปวดพยายามลืมตาตื่นขึ้นมาทีละนิดแต่เมื่อดวงตาเปิดจนเต็มตากลับพบเพียงภาพบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย เพดานห้องที่ควรจะเป็นฝ้าแบบยุคสมัยใหม่ทำไมถึงได้มีแต่ขื่อไม้ที่ถูกวางขวางเอาไว้ระหว่างเสาต้นใหญ่อย่างไม่เป็นระเบียบนัก‘ที่นี่ม












ความคิดเห็น