เข้าสู่ระบบไป๋ฉางอวี้ สาวน้อยวัยสดใสในยุคศตวรรษที่ 21 ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในยุคโบราณได้ของแถมเป็นสามีและก้อนแป้งอีกหนึ่ง แต่เหตุไฉนถึงส่งนางมาอยู่ในครอบครัวที่ยากจนที่สุดในหมู่บ้านซ้ำร้ายสามีตัวดีกับมาตาบอดเสียอย่างนั้น! โชคยังดีที่นางทะลุมิติมาพร้อมระบบวิเศษที่จะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง! - - - - - - - - - - “สามีของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” “หืม สามีของข้างั้นหรือ” “ใช่แล้วข้านั้นยุ่งจนไม่มีเวลาไปเยี่ยมเลย” ไป๋ฉางอวี้มองใบหน้าที่กำลังเขินอายอยู่นั้นก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “แต่เจ้าอย่าคิดมากเลยนะเจ้าเคยบอกข้าว่ารังเกียจบุรุษตาบอดไม่ใช่หรือ ไม่ต้องกังวลไปหากท่านพี่เซียวเย่เปิดใจข้านั้นจะดูแลเขาให้เป็นอย่างดี” “อะไรนะ!”
ดูเพิ่มเติม-ตลาดจีนเมืองลั่วหนาน-ถนนในเมืองลั่วหนานทุกซอกทุกมุมในเวลานี้นั้นล้วนมีแต่เสียงจุดประทัดที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเมือง เทศกาลหยวนเซียวเวียนมาถึงอีกครั้งผู้คนในเมืองต่างก็ดูปรีติยินดี และพากันออกมาชื่นชมความงดงามของโคมไฟและลวดลายต่างๆ กันมากมายยิ่งนักกลุ่มเด็กน้อยก็กำลังวิ่งเล่นในตลาดเสียงหัวเราะของพวกเขาดังกึกก้องไปทั่ว เมื่อผ่านแผงขายขนมจีนโบราณนานาชนิดต่างก็หยุดแวะซื้อกันจนล้นมือ ขนมมากมายมากหน้าหลายตาเต็มแผงขายของไปหมดมีทั้งขนมถั่วแปบ ขนมเปี๊ยะและขนมทอดกรอบกลิ่นที่หอมหวานนั้นตลบอบอวลไปทั่วตลาด“ท่านแม่ข้าไปเรียนแล้วนะขอรับ”เหวินเซียวหยวนลูกชายเพียงคนเดียวของเหวินเซียวเย่และไป๋ฉางอวี้นั้นยืนทำแก้มป่องอยู่ตรงหน้าของนาง ท่าทางที่ดูมีความสุขเมื่อได้ออกไปร่ำเรียนกับเพื่อนๆ ทำให้ไป๋ฉางอวี้อดที่ยิ้มอย่างเอ็นดูให้เขาไม่ได้“ไปเถอะแต่เมื่อเช้าเจ้ากินข้าวเพียงนิดเดียวเอง เอาขนมนี่ติดตัวไปด้วยเผื่อจะหิว”“ขอบคุณขอรับท่านแม่”เหวินเซียวหยวนที่สะพายย่ามภายในบรรจุหนังสืออยู่ก็ยื่นมือไปรับเอาห่อขนมมาใส่ในย่ามของเขา ขนมที่ห่อมิดชิดแต่กลับมีกลิ่นหอมลอยออกมาจนผู้ที่ได้กลิ่นแทบจะน้ำลายไหลตามๆ ก
เหวินเซียวเย่ คือบุตรชายของหนึ่งในอนุใต้เท้าเว่ยผู้ที่หนีหายออกไปจากจวนเพราะถูกรองฮูหยินใส่ร้ายเรื่องคบชู้กับทหารในจวนทหารคนสนิทที่คอยอยู่เคียงข้างใต้เท้าเว่ยผู้นั้นถูกลงโทษโบยจนตายไป ก่อนหน้าที่จะรับโทษเขาได้วางแผนให้นางหนีออกไปจากจวนไม่ว่าใต้เท้าเว่ยจะออกตามหานางเท่าใดก็ไม่เคยได้พานพบกันอีกเลยฮูหยินเว่ยไม่คิดว่าบุตรชายที่เกิดจากสายเลือดที่แท้จริงของเขานั้นจะยังมีชีวิตอยู่ น่าเสียดายที่ใต้เท้าเว่ยไม่อาจพานพบเขาได้อีกแล้วลายปักผ้าที่ฮูหยินเว่ยยังคงทะนุถนอมมาจนถึงทุกวันนี้นั้นคือผ้าเช็ดหน้าที่มารดาของเหวินเซียวเย่เป็นคนทำขึ้นมา ลวดลายที่คล้ายคลึงกันกับของสามีไป๋ฉางอวี้เป็นเหตุให้นางโยงเรื่องราวทั้งหมดจนทั้งสองคนได้มาพบกันอีกครั้ง“ฮูหยินแม้ว่าข้าจะมีสายเลือดตระกูลเว่ยก็จริงแต่ว่าข้าก็เป็นเพียงบุตรของอนุเท่านั้นหาได้มีสิ่งใดเหมาะสมกับตระกูลของท่านไม่ ท่านได้โปรดอย่าใส่ใจข้าอีกเลยขอรับ”“พูดอะไรเช่นนั้นมารดาของเจ้าเว่ยอิงเป็นเหมือนน้องสาวของข้าหากว่าไม่มีนางข้าก็คงตรอมใจเรื่องอนุคนที่พ่อของเจ้ารับเข้าจวนมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว นางเป็นเหมือนคนที่ต่อชีวิตให้ข้าเมื่อรู้ว่านางจากไปข้านั้นเสี
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าในที่สุดนางก็มาอาศัยอยู่ในตัวเมืองได้หนึ่งเดือนเต็มๆ แล้ว ร้านค้าของนางแรกเริ่มขายเพียงสุราและอาหารเท่านั้น ส่วนกระเบื้องเคลือบเหล่านี้นางยังคงเก็บสะสมเอาไว้บนชั้นวางเพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้าเท่านั้นยังไม่ได้เปิดขายจริงจังเสียทีเพราะงานในร้านที่มากมายจนในแต่ละวันแทบไม่มีเวลาพักทำเอานางลืมเรื่องนั้นไปเสียสนิท ปานรูปหัวใจในที่ลับของเหวินเซียวเย่!กลางดึกคืนนั้นไป๋ฉางอวี้ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงตะกุกตะกักด้านล่างของร้านค้าแต่เมื่อหันไปมองด้านข้างของตนกลับพบเพียงความว่างเปล่า“ท่านพี่หายไปไหนนะ”ไป๋ฉางอวี้ที่คิดว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่อาจเป็นเสียงของผู้เป็นสามีนางจึงลุกจากเตียงนอน แต่ทันใดนั้นอาการวิงเวียนหน้ามืดก็ตีตื้นขึ้นมารู้สึกได้ว่าห้องของนางหมุนได้อาการหน้ามืดเช่นนี้ไม่ใช่ว่านางจะเป็นบ่อยๆ หรือเพราะนางทำงานหนักเกินไปงั้นหรือไป๋ฉางอวี้เลิกคิดฟุ้งซ่านก่อนจะค่อยๆ เดินออกจากห้องนอนแล้วลงมาที่ชั้นล่างเมื่อมาถึงก็ต้องแปลกใจที่เครื่องเคลือบที่สั่งมาก่อนหน้านี้ถูกวางตั้งเอาไว้บนโต๊ะหลายหลายชิ้นที่สำคัญลวดลายเหล่านี้ไม่ใช่นางเป็นคนวาดขึ้นมา!“นี่มันอะไรกันเนี่
“ในที่ลับของสามีท่านมีปานรูปหัวใจหรือไม่”“พรู๊ด!”“พ่อบ้านซือเหตุใดจึงถามเช่นนี้กันเล่า”ไป๋ฉางอวี้ตกใจจนถึงกับพ่นน้ำชาออกมาใบหน้าของนางแดงก่ำเพราะความเขินอาย‘มาถามเรื่องลับๆ แบบนี้ได้อย่างไรกันนะนางใช่ว่าจะเคยร่วมหอกับเขาเสียที่ไหนกันเล่า คนที่เคยๆ ทำเรื่องนั้นมันก็ภรรยาคนเก่าของเขานี่นาใช่นางเสียที่ไหนกัน’“ก็ท่านกับเขาเป็นสามีภรรยากันย่อมรู้เห็นทุกเรื่องของกันและกันอยู่แล้ว ก่อนหน้าข้าไม่กล้าถามแต่ในเมื่อท่านเป็นคนเริ่มข้าถึงได้กล้าถามออกมาอย่างไรเล่า”“คือว่า”“หืม”ไป๋ฉางอวี้มองหน้าอีกฝ่ายอย่างจนใจตั้งแต่ทะลุมิติมานางได้นอนร่วมเตียงกันกับเขาก็จริงแต่ได้เคยร่วมรักกันที่ไหนเล่ากลางดึกสงัดของคืนนี้ไป๋ฉางอวี้หยิบเอาน้ำหอมออกมาจากระบบวิเศษ น้ำหอมที่มีกลิ่นจางๆ แต่ทำให้เพศตรงข้ามต้องการบางอย่างจากตัวของสตรีได้‘ไม่เอาน่าข้าเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ’ไป๋ฉางอวี้โอดครวญในใจเพราะความอยากรู้เรื่องที่พ่อบ้านสือบอกเล่าทำให้นางเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์บางอย่างนี้เอาไว้“เฮ้อ ไม่เอาแล้ว”เมื่อหันหลังกลับเพื่อจะไปเปลี่ยนชุดออกนั้นก็พบเข้ากับเหวินเซียวเย่ที่ยืนขวางทางนางเอาไว้“ทะ ท่านพี
“เพล้ง!”ไป๋ฉางอวี้หันไปมองตามเสียงนั้นก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านด้วยความรวดเร็วเมื่อเข้ามาถึงก็พบกับเศษกระเบื้องเคลือบที่แตกกระจายตามพื้นห้องกับหนึ่งบุรุษและอีกหนึ่งเด็กน้อยที่กำลังก้มเก็บเศษของมันอยู่นั่นเอง“พวกเจ้าทำอะไรกัน”“ท่านแม่!”“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะหากถูกเศษกระเบื้องบาดมือเข้าจะทำอย่าง
“แกร๊บ!”สองเท้าที่ก้าวพ้นประตูไปแต่แล้วดันเหยียบเข้ากับเศษกระดาษที่ถูกวางระเกะระกะเอาไว้ทำให้บุรุษผู้นั้นหันมามองอย่างรวดเร็ว นางเบี่ยงตัวหลบทันใดก่อนจะหันหลังแล้วรีบวิ่งออกไปด้านนอกบ้านด้วยความรวดเร็ว‘ยังไม่พร้อมจะเจอหน้าเขาในตอนนี้ขอทำใจก่อนแล้วกัน’นางกลับมานั่งลงบนชิงช้าตามเดิมในหัวก็คิดไปเรื่
“ท่านแม่”เสียงเรียกของใครบางคนดังแว่วเข้ามาในหัวของเธอเบาๆ ไป๋ฉางอวี้ฝืนความเจ็บปวดพยายามลืมตาตื่นขึ้นมาทีละนิดแต่เมื่อดวงตาเปิดจนเต็มตากลับพบเพียงภาพบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย เพดานห้องที่ควรจะเป็นฝ้าแบบยุคสมัยใหม่ทำไมถึงได้มีแต่ขื่อไม้ที่ถูกวางขวางเอาไว้ระหว่างเสาต้นใหญ่อย่างไม่เป็นระเบียบนัก‘ที่นี่ม
ไป๋ฉางอวี้ สาวน้อยวัยยี่สิบต้นๆ ที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยไปไม่นาน ชีวิตเบื้องหน้าที่ดูเหมือนจะสดใสน่าอิจฉาแต่ความเป็นจริงแล้วนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นครอบครัวที่แตกร้าวเพราะบิดาผู้มากตัณหานำพาเอาผู้หญิงมากหน้าหลายตาเข้ามาในบ้าน การทะเลาะกันครั้งสุดท้ายนำพาความสูญเสียที่ไม่มีวันกลับมาให้ครอบครัวขอ












ความคิดเห็น