Masukแตงหวานนั่งสงบอยู่ที่เบาะผู้โดยสารข้างคนขับในรถ BMW Series 7 ของเล้ง ดวงตายังจับจ้องไปยังท้ายกระบะออนิวที่เพิ่งแล่นออกไปจนลับสายตา สีหน้าเธอเจือความตึงเครียดปนโล่งอก ก่อนจะขยับตัวเหมือนจะลงจากรถ ทว่าเล้งเอื้อมมือไปสัมผัสเบาๆ ที่หลังมือของเธอไว้
“ให้ผมไปส่งดีกว่านะครับคุณแตงหวาน เผื่อหมอนั่นย้อนกลับมาอีก”
“แต่ฉันเกรงใจคุณ”
“เรื่องหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ”
“ถ้างั้น...ฉันขอบคุณคุณมากนะคะ ที่ช่วยเล่นละครตบตาไอ้แฟนเก่าเฮงซวยนั่น แล้วก็ขอโทษที่พาคุณซวยไปด้วย” แตงหวานว่าพลางยกมือไหว้เขา ทั้งขอบคุณและขอโทษในเวลาเดียวกัน
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมดีใจที่ได้ช่วยนะ ถ้ามันทำให้เขาไม่ต้องมายุ่งกับคุณอีก”
“ฉันเองก็หวังว่าทุกอย่างจะจบลงในเร็ววันะค่ะ” แตงหวานพูดพลางทอดสายตามองออกไปนอกกระจกหน้ารถ ดวงตาเปี่ยมด้วยความเหนื่อยล้า “เมื่อก่อนฉันกับเขากู้หนี้นอกระบบมาด้วยกัน เงินที่ได้มา ฉันใช้ลงทุนเปิดร้านนี้ ส่วนเขาเอาไปแต่งรถ พอถึงเวลาต้องใช้หนี้คืน ฉันก็ฝากเงินให้เขาเอาไปจ่ายคืนเจ้าหนี้ แต่เขากลับไม่เอาไปจ่าย ปล่อยให้ทั้งต้นทั้งดอกบานเบิกจนกลายเป็นปัญหายืดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้น่ะค่ะ”
เล้งนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย สีหน้าเรียบเฉยโดยไม่แสดงอารมณ์ใดออกมา เขาเงียบตลอดทางราวกับกำลังทบทวนสิ่งที่ได้ยินด้วยใจเป็นกลาง ไม่มีท่าทีตัดสิน ไม่เอ่ยถ้อยคำปลอบโยนหรือซักถามอะไรให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกกดดัน
จนกระทั่งรถเคลื่อนตัวพ้นเขตตลาดออกมาสู่ถนนใหญ่ เขาจึงค่อยๆ หันไปมองเธอ
“ว่าแต่...คุณเจ็บมากไหมครับ มีแผลตรงไหนหรือเปล่า เมื่อกี้ผมเห็นคุณล้มแรงมากเลยนะ”
แตงหวานก้มมองร่างกายตัวเองอย่างตั้งใจ ไล่สายตาสำรวจตั้งแต่ต้นแขนไปจนถึงปลายเท้า
“อืม...มีถลอกหลายจุดเหมือนกัน แต่หนักสุดก็คงตรงแขนนี่แหละ เลือดซิบเลยค่ะ”
ระหว่างที่ขับรถพาแตงหวานกลับบ้าน เล้งเหลือบไปเห็นร้านขายยาข้างทาง เขาจึงตัดสินใจชะลอรถเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าร้าน รีบลงจากรถ เดินตรงเข้าไปซื้อชุดปฐมพยาบาลและอุปกรณ์จำเป็นอีกสองสามอย่าง
กระทั่งเมื่อขับมาถึงหน้าบ้านของเธอ บ้านทาวน์โฮมขนาดกะทัดรัด ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเงียบสงบ เขาจอดรถไว้หน้าบ้านแล้วรีบลงไปช่วยเธอหิ้วของเข้าไปด้านใน
บรรยากาศภายในบ้านน่าอยู่ไม่น้อย แม้จะไม่ได้ตกแต่งหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ธรรมดาๆ เน้นใช้งานได้จริง ข้าวของเครื่องใช้บางมุมก็มีระเกะระกะบ้างตามประสาสาวโสดอยู่คนเดียวลำพัง
เล้งค่อยๆ ประคองแตงหวานไปนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น จากนั้นจึงนั่งลงข้างๆ เพื่อสำรวจร่องรอยการบาดเจ็บของเธอด้วยสายตา เริ่มจากแขนทั้งสองข้าง ไล่ลงไปถึงขา แล้วสายตาก็ไปหยุดที่แขนเสื้อด้านขวาที่ขาดรุ่ย มีเลือดสีเข้มซึมออกมาเป็นทางยาวตัดกับเนื้อผ้าอย่างเห็นได้ชัด
“เดี๋ยวผมทำแผลให้ดีกว่านะครับ”
“อุ๊ย! ไม่เป็นไรค่ะคุณเล้ง ฉันทำเองได้” แตงหวานส่ายหน้าเบาๆ ตอบกลับอย่างสุภาพ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมง่ายๆ
“คุณถนัดขวาใช่ไหมครับ แล้วแผลก็อยู่ที่แขนขวาด้วย จะทำเองถนัดเหรอ”
คำพูดนั้นทำให้แตงหวานนิ่งคิดไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ทำไมเรื่องมันถึงไม่จบซะทีนะ เลิกกันมาปีกว่าๆ เกือบสองปีแล้ว แต่เพราะหนี้ก้อนนั้นแท้ๆ ฉันเลยต้องมาเจ็บตัวอีก”
“ใจเย็นๆ นะครับ คุณแตงหวาน…ทุกปัญหามันมีทางออกเสมอ” เขากล่าวปลอบ เสียงทุ้มนุ่มทว่ามั่นคงพอให้เธอรู้สึกปลอดภัย ดวงตาคมสบมองใบหน้าที่ซีดเผือดของเธออย่างตั้งใจ ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มลงอีก “ช่วยถลกแขนเสื้อขึ้นหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมจะทำแผลให้”
แตงหวานก้มมองสภาพเสื้อยืดที่เปื้อนฝุ่นและฉีกขาดอย่างเหนื่อยใจ ก่อนเธอจะยันตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เดินกะเผลกไปที่ตะกร้าเสื้อผ้าที่ซักสะอาดแล้ว แต่ยังคงวางกองอยู่ตรงหัวบันได หยิบเสื้อได้ตัวหนึ่งก็เดินต่อเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำที่อยู่ข้างๆ
ทว่าทันทีที่แตงหวานปรากฏตัวอีกครั้ง เล้งก็รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง เสื้อที่เธอสวมเป็นเสื้อสายเดี่ยวรัดรูป แน่นอนว่าสายตาเขาเผลอมองต่ำไปยังเนินอกอวบอิ่มที่ดันเนื้อผ้าบางเบาให้แนบชิดจนเห็นสัดส่วนอย่างชัดเจน แล้วถ้ามองไม่ผิด ตาไม่ฝาด ใช่...เขาเห็นหัวนมดันเสื้อของมาด้วย
บักแตงโมของเธอใหญ่ทะลักแทบจะล้นออกมานอกเสื้อ หัวนมก็แข็งชูชันจนดันเนื้อผ้า จนเขาเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ความเงี่ยนหงี่กระสันอยากสี้เริ่มแวะเวียนเข้ามาทักทาย
ให้ตายเหอะ! แล้วแบบนี้เขาจะให้ทำแผลยังไงไหว จะบังคับตาไม่ให้มอง จะบังคับมือไม่ให้สั่นได้ยังไงกันล่ะเนี่ย!?
ความจริงแล้ว ไม่มีจุดไหนเลยที่เขาไม่หลงใหลคลั่งใคล้ในตัวเธอ แน่นอนว่าเขาชอบเสียงหอบพร่าของเธอเมื่อถูกกระแทกแรงๆ เขาชอบความรู้สึกที่ร่องสวาทของเธอโอบรัดเอ็นใหญ่ของเขาแน่นหนึบ ชอบแววตาวาบหวามยามที่เธอหันกลับมามองอย่างอ่อนแรง ทว่ายังเต็มไปด้วยความปรารถนาหลังจากอิ่มหนำกับท่าทางยั่วเย้าบนโต๊ะใหญ่กลางครัวแล้ว เขาก็ดึงร่างเธอลงมาจากโต๊ะ จับให้ยืนหันหลัง โก้งโค้งกับโต๊ะสแตนเลสตัวเดิมอย่างไม่รีรอ มือสองข้างของเธอยันโต๊ะแน่นในขณะที่เขายืนแนบชิดด้านหลัง แล้วเสียบสากกะเบือหุ้มหนังไซซ์ยักษ์เข้าไปในร่องสวาทจากทางด้านหลังในจังหวะเดียวเต็มแรง“อื้อ...ผัวหนูเอาเก่งจัง…เอาหนูท่านี้ทุกวันเลยได้ไหมคะ…อะ…อ๊า...” เสียงกระแทกดังสลับกับเสียงครางกระเส่าหวานหู เธอสั่นสะท้านไปทั้งร่างจนแทบยืนไม่ไหว“แสดงว่าติดใจท่านี้เข้าแล้วสิ”“อื้อ...มันลึกมาก...แล้วก็...เสียว...มากค่ะ...” เธอตอบกลับทั้งที่ยังสะอื้นหอบจากแรงอารมณ์ดูเหมือนว่าทั้งเขาและเธอจะชอบท่านี้เอามากๆ ระหว่างที่เขากระแทกกระทั้นเสียบเสย มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนไปจับเอวเธอไว้แน่นเพื่อยึดรั้งจังหวะสะโพกให้มั่นคง ส่วนอีกมือเลื่อนขึ้นมาประคองเต้าอวบที่แกว่งกระ
นิ้วโป้งลูบวนแผ่วเบาตรงหัวนมที่ขึงตึงจนดันผ้าชั้นในแน่นตึง เขาขยับมือสลับหนักเบาเป็นจังหวะ ขณะที่ดวงตายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาแน่นขนัดไปด้วยแรงปรารถนาที่ควบคุมไม่อยู่แตงหวานหลับตาพริ้มรับสัมผัสนั้นอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมา แล้วพึมพำอย่างงุนงง“ทำไมจู่ๆ ก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาอีกแล้วละคะ ตอนบ่ายเราเพิ่งกินกันไป ตอนนี้พี่หิวอีกแล้วเหรอ”เขาผละริมฝีปากออกเพียงเล็กน้อย ทิ้งระยะห่างแค่พอให้ลมหายใจร้อนผ่าวยังรินรดปลายจมูกของเธอได้ชัดเจน“ก็แค่อยากเจิมครัวใหม่ อยากให้หนูมีภาพจำดีๆ ว่าเซ็กซ์ของเราในห้องครัวห้องนี้...มันเร่าร้อนมากแค่ไหน”เขาว่าพลางดึงสายเดรสของเธอลงจากไหล่ทั้งสองข้าง ปล่อยให้เนื้อผ้านุ่มลื่นไหลลงตามแขนจนทรวงอกอวบอิ่มผุดพ้นออกมาอย่างเป็นอิสระ ความเต่งตึงและขาวเนียนของทรวงอกทำเอาเขาต้องกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะยกมือขึ้นประคองสองเต้าเต็มสองฝ่ามือนิ้วทั้งห้ากดแน่นลงไปบนผิวเนื้ออย่างหลงใหล เคล้นคลึงสลับแรงเบาราวกับกำลังละเลียดความหิวกระหายที่สะสมมาตลอดเย็น ความนุ่มแน่นล้นทะลักออกมาตามง่ามนิ้วจนเขาแทบไม่อยากละมือไปจากตรงนั้นเล้งหลงใหลก้อนกลมนุ่มของเธออย่างที่สุด เขา
“ไม่ได้นะคะพี่เล้ง จู่ๆ พี่จะมายกร้านให้หนูแบบนี้ได้ยังไง หนูรับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ มันมากเกินไป หนูเป็นแค่แม่ค้าขายส้มตำในตลาด ไม่กล้าคิดกล้าฝันอะไรใหญโตแบบนี้หรอกค่ะ”น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกเกรงใจและไม่มั่นใจในตัวเอง ขณะสายตากวาดมองไปรอบๆ บ้านที่ถูกปรับแต่งเป็นร้านอาหารอย่างสวยงามอีกครั้ง ราวกับไม่อยากเชื่อว่าเขาทำทั้งหมดนี้ให้เธอจริงๆ หากแต่เล้งกลับยิ้มละมุน ดึงมือของเธอมากุมไว้แน่น“อย่าปฏิเสธเลยนะคนดี พี่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่พี่ทำเพราะอยากเห็นหนูมีความสุข พี่รู้ว่าหนูเก่งมาก ผีมือหนูไม่ธรรมดา ขอแค่หนูกล้าก้าวข้ามความกลัวนั่นให้ได้ พี่พร้อมซัปพอร์ตทุกอย่างเอง”“แต่…”“ชู่ว…ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น” เขาเอื้อมมือมาประคองใบหน้าเธอ สายตาสบมองด้วยความแน่วแน่และเปี่ยมความห่วงใย ”อืม...งั้นเอางี้ดีไหม ให้หนูลองเปลี่ยนจากคิดถึงตัวเองมาคิดถึงอนาคตของลูกเราดีกว่านะ พี่อยากให้เขาเติบโตในสถานที่ที่แม่เขารัก อีกอย่าง...พี่ก็จะได้ดูแลหนูได้ง่ายๆ ด้วยไง”แตงหวานเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่แน่ใจนัก“พี่เล้ง...แล้วพี่ไม่อายเหรอคะ พี่เป็นเชฟชื่อดัง มีหน้ามีต
“สมัยนี้หาคนสวยที่ทั้งขยัน ทั้งสู้ชีวิต ไม่อายทำกินแบบหนูยากมากเลยนะ สาวๆ ส่วนใหญ่พากันรวยทางลัดกันทั้งนั้น แม่ชอบคนแบบหนูมากเลย ลูกแม่ตาถึงจริงๆ”ดูเหมือนว่าที่แม่สามีจะถูกชะตา หลงว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ไม่เบา แม้แต่ในช่วงมื้อค่ำที่ทั้งสามคนได้นั่งล้อมวงกินข้าวกันอย่างอบอุ่น แม่ของเล้งเอ่ยชมฝีมือการทำอาหารของเธอไม่หยุดปาก เล่าว่าหลายครั้งที่ลูกชายของตนแวะเวียนเอาอาหารจากร้านเธอมาฝาก เธอก็อดทึ่งไม่ได้กับรสชาติที่กลมกล่อม แซ่บนัวถึงใจความรู้สึกเกร็งประหม่าในใจแตงหวานค่อยๆ เลือนหายไป เมื่อเธอได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทุกถ้อยคำชื่นชมและแววตาเอ็นดูจากคุณนายละไมหลอมละลายความกังวลจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกซาบซึ้งใจที่เอ่อล้นในอก ขณะเดียวกัน เล้งก็ยิ้มกว้างอย่างคนที่โล่งใจ เขานั่งมองแม่กับคนรักของตนสนทนากันอย่างออกรสด้วยแววตาเปี่ยมสุข ยิ่งเห็นภาพนั้น เขายิ่งมั่นใจว่าบ้านหลังนี้จะไม่มีปัญหาโลกแตกอย่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้อย่างแน่นอนกระทั่งเกือบสามทุ่ม ถึงเวลาเข้านอนของคุณนายละไม ทั้งสองกล่าวคำร่ำลาตามมารยาทเสร็จเรียบร้อย เล้งจึงอาสาขับรถไปส่งแตงหวานที่บ้าน ทว่าระหว่างทางกลับ เขากลับเปลี่ยนเส้
ความรักของทั้งคู่เติบโตงอกงามมากขึ้นทุกวัน แม้เล้งต้องเผชิญความเหนื่อยล้าจากการทำงานในเมืองที่วุ่นวาย ทั้งงานเชฟที่โรงแรม เดินสายถ่ายทำรายการต่างๆ ที่เป็นหนึ่งในข้อตกลงกับรายการเชฟกระทะทอง ทว่าเขาก็ไม่เคยละเลยที่จะทำหน้าที่คนรักที่ดี ฝ่ารถติดนานนับชั่วโมง เพื่อไปหาแตงหวานที่บ้านเธอแถวชานเมืองความเสมอต้นเสมอปลายของเขา ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้ แต่มันคือคำสัญญาที่แนบแน่นในทุกการกระทำที่เขามีต่อเธอ กระทั่งถึงวันหยุดของร้านแตงหวาน เล้งก็ไม่รอช้า รีบคว้าโอกาสนี้ชวนเธอไปดินเนอร์ตามแผนที่เขาตั้งใจเตรียมไว้มาได้สักพักแต่ดูเหมือนจะผิดคาดไปมากสำหรับแตงหวาน เพราะดินเนอร์ที่ว่า กลับไม่ใช่ร้านหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือดาดฟ้าตึกสูงสุดโรแมนติกอย่างที่เธอจินตนาการ หากแต่เป็นบ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองของเขาเอง บ้านและที่ดินราคาหลักหลายร้อยล้าน แพงจนเธอไม่กล้าคิดฝันและยิ่งทำให้เธอประหลาดใจมากขึ้นไปอีก เมื่อรู้ว่าเขาพาเธอมาที่นี่ เพื่อพบกับแม่ของเขา เจ้าของร้านอาหารป่าป้าละไม ผู้เป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังเส้นทางสายอาชีพของเขาทันทีที่รถแล่นเข้าเขตรั้วบ้าน แตงหวานก็เริ่มเกร็งจนเห็นได้ชัด เธอหันมาทำเสีย
“เชฟเล้งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกโจทย์ที่ได้รับ อาหารของเขาเต็มไปด้วยรสชาติกลมกล่อม นำเสนอด้วยความคิดสร้างสรรค์ และยังรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย” กรรมการอีกคนพูดเสริม ก่อนที่กรรมการหญิงที่ยืนข้างๆ จะเอ่ยถึงเชฟฮานะ ที่ตอนนี้ยังยิ้มสู้ ตบบ่าแสดงความยินดีกับเล้งด้วยสปิริต“เชฟฮานะเองก็ฝีมือเยี่ยมค่ะ หวังว่าเราจะได้เห็นพัฒนาการของเชฟฮานะในซีซั่นต่อๆ ไปนะคะ”หากจะพูดกันตามความเป็นจริง คู่แข่งคนสำคัญของเล้งก็รักษามาตรฐานได้ดีมาโดยตลอดในทุกโจทย์ก่อนหน้านี้ ทว่ารอบตัดสินกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อหัวข้อที่ต้องเชื่อมโยงกับรสมือแม่กลับไม่สอดคล้องกับจริตการปรุงอาหารของเธอ ซึ่งถนัดอาหารญี่ปุ่นกับอาหารยุโรปเป็นหลัก ทำให้เธอไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกผูกพันและอบอุ่นในแบบบ้านๆ ได้อย่างลึกซึ้งเพียงพอนอกจากนี้ จังหวะในการชิมก็มีผลไม่น้อย เมื่อกรรมการได้ลิ้มรสอาหารของเล้งก่อน ซึ่งสามารถปลุกอารมณ์และความทรงจำเกี่ยวกับบ้านและแม่ได้อย่างชัดเจนจนตราตรึงใจ แต่เมื่อต้องชิมอาหารของเธอในลำดับถัดมา จึงกลายเป็นว่ารสชาติที่แม้จะละเมียดละไม ทว่ากลับดูจืดจางลงไปอย่างมีนัยยะกระทั่งโปรด







