Masukเล้งไม่รอช้า วิ่งพรวดเข้ามาด้วยแรงที่มีทั้งหมด ดึงแขนแตงหวานออกจากมือของชายคนนั้นก่อนที่อีกฝ่ายจะเหวี่ยงเธอเข้าไปในรถกระบะแต่งซิ่ง แต่เพราะแรงกระชากและแรงดึงรั้งจากทั้งสองฝ่าย ทำให้ร่างของแตงหวานเสียหลักล้มลง ลำตัวข้างหนึ่งไถลครูดไปกับพื้นซีเมนต์
“โอ๊ย!” เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บ แต่ก็ยังรวบรวมสติ ตะโกนสุดเสียงด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวปนความกราดเกรี้ยว “นัท แกเลิกตามรังควานฉันซะทีได้ไหม ให้เรื่องของเรามันจบๆ ไปซะทีเถอะ!”
“แล้วหนี้ของกูล่ะ มึงลืมไปแล้วเหรอว่ามึงสัญญาจะช่วยกูใช้หนี้ให้เฮียอ่ำ” เสียงชายคนนั้นยังคงกราดเกรี้ยว ดวงตาวาวโรจน์จ้องมาอย่างไม่ลดละ ราวกับจะจับผิดทุกการกระทำของแตงหวาน
“กลับไปก่อนเถอะ” แตงหวานถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้จะพยายามสงบนิ่งแต่แววตาก็สั่นไหวชัดเจน “ตอนนี้แกกำลังหัวร้อน คุยไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก เดี๋ยวฉันจะโทรไปคุยกับเฮียอ่ำเอง โอเคไหม?”
เธอกล่าวอย่างหนักแน่น แต่แฝงความอ่อนล้าไว้ในน้ำเสียง ราวกับต้องคอยดับไฟที่ไม่รู้จะลุกโชนขึ้นมาอีกเมื่อไร
นัท เจ้าของกระบะแต่งซิ่งที่ใครเห็นก็ต้องเรียกว่านี่คือพ่อน้องออนิว เขาขมวดคิ้วแน่น พ่นคำถามเสียงเข้มออกมาไม่หยุด
“แล้วไอ้นี่มันเป็นใคร ผัวใหม่เหรอ ทำไมมึงมีผัวใหม่แล้วไม่บอกกู”
แตงหวานเงยหน้าขึ้นสบตาเล้ง ราวกับได้รับสัญญาณลับบางอย่าง เธอสอดแขนเข้าไปคล้องกับแขนเขาแนบแน่น แล้วหันกลับไปตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเฉยเมยแต่เด็ดขาด
“ฉันจะคบกับใคร จะเป็นเมียใครมันก็เรื่องของฉัน ทำไมต้องรายงานแกด้วย ในเมื่อเรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว ที่ยังเหลืออยู่ก็มีแค่หนี้ก้อนนั้นนั่นแหละ จำไว้ด้วย!”
น้ำเสียงของเธอกรีดลงตรงกลางระหว่างอดีตและปัจจุบันอย่างเฉียบคม ขณะที่มือที่คล้องอยู่กับเล้งนั้นยิ่งกระชับแน่นขึ้น ราวกับยืนยันว่าตัวตนของเขาตอนนี้คือ ‘ผัวใหม่’ อย่างเป็นทางการ
“คุณเล้ง…พาแตงหวานกลับบ้านได้ไหมคะ” เสียงหวานเจืออ้อนเอ่ยขึ้นแผ่วๆ ก่อนเธอจะขยับเข้ามาใกล้ ทำตาปรอยอย่างคนหมดเรี่ยวแรง “แตงหวานเจ็บไปทั้งตัว ขี่มอเตอร์ไซค์กลับเองไม่ไหวหรอกค่ะ”
“อ้อ...ครับ”
เล้งที่ไม่ทันตั้งตัวกับบทบาทใหม่ที่ถูกยัดเยียดให้แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ได้แต่ยืนอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ ออกมาอย่างจนปัญญา แต่ก็พอเดาได้ว่านี่คือแผนรับมือผัวเก่าในแบบของเธอ
“เมียว ออง หยู เก็บร้านให้ไวเลยนะ เดี๋ยวเอารถมอ'ไซค์เจ๊กลับไปเก็บที่บ้านพวกเธอก่อนก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยขี่มารับเจ๊ที่บ้าน”
สิ้นคำสั่ง เธอก็หมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ส่งสายตาออดอ้อน พร้อมยกมุมปากน้อยๆ ให้ดูน่ารักเหมือนนางเอกละครกำลังรอให้พระเอกช่วยเหลือ ก่อนจงใจเอียงคอนิดๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“คุณคะ…ไปกันเถอะค่ะ พาแตงหวานกลับบ้านที”
“โอเคครับ ไปกันครับ” เขาพึมพำตอบรับอย่างปลงๆ พลางพยักหน้ารับอย่างเสียมิได้
ดูเหมือนว่าฉากดราม่าเฉพาะกิจที่เพิ่งผ่านไปจะทำให้เจ้าของรถกระบะแต่งซิ่งไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก เขาทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างหัวเสีย แววตาใต้คิ้วหนาขมวดแน่นฉายชัดถึงความไม่พอใจ ก่อนจะกระแทกเท้าเดินกลับไปที่รถ ท่าทางขึงขังเหมือนเสือที่กำลังฮึดฮัดกลับเข้าถ้ำ
เสียงเหยียบคลัตช์ตามมาด้วยเสียงลากเกียร์ดังครืด ต่อด้วยการเบิ้ลท่อดังสนั่นราวกับจะระบายอารมณ์ให้โลกได้รับรู้ เสียงเครื่องยนต์คำรามลั่นก่อนจะพุ่งตัวออกไป ทิ้งกลิ่นไอของความกรุ่นโกรธไว้ในบรรยากาศ
ความจริงแล้ว ไม่มีจุดไหนเลยที่เขาไม่หลงใหลคลั่งใคล้ในตัวเธอ แน่นอนว่าเขาชอบเสียงหอบพร่าของเธอเมื่อถูกกระแทกแรงๆ เขาชอบความรู้สึกที่ร่องสวาทของเธอโอบรัดเอ็นใหญ่ของเขาแน่นหนึบ ชอบแววตาวาบหวามยามที่เธอหันกลับมามองอย่างอ่อนแรง ทว่ายังเต็มไปด้วยความปรารถนาหลังจากอิ่มหนำกับท่าทางยั่วเย้าบนโต๊ะใหญ่กลางครัวแล้ว เขาก็ดึงร่างเธอลงมาจากโต๊ะ จับให้ยืนหันหลัง โก้งโค้งกับโต๊ะสแตนเลสตัวเดิมอย่างไม่รีรอ มือสองข้างของเธอยันโต๊ะแน่นในขณะที่เขายืนแนบชิดด้านหลัง แล้วเสียบสากกะเบือหุ้มหนังไซซ์ยักษ์เข้าไปในร่องสวาทจากทางด้านหลังในจังหวะเดียวเต็มแรง“อื้อ...ผัวหนูเอาเก่งจัง…เอาหนูท่านี้ทุกวันเลยได้ไหมคะ…อะ…อ๊า...” เสียงกระแทกดังสลับกับเสียงครางกระเส่าหวานหู เธอสั่นสะท้านไปทั้งร่างจนแทบยืนไม่ไหว“แสดงว่าติดใจท่านี้เข้าแล้วสิ”“อื้อ...มันลึกมาก...แล้วก็...เสียว...มากค่ะ...” เธอตอบกลับทั้งที่ยังสะอื้นหอบจากแรงอารมณ์ดูเหมือนว่าทั้งเขาและเธอจะชอบท่านี้เอามากๆ ระหว่างที่เขากระแทกกระทั้นเสียบเสย มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนไปจับเอวเธอไว้แน่นเพื่อยึดรั้งจังหวะสะโพกให้มั่นคง ส่วนอีกมือเลื่อนขึ้นมาประคองเต้าอวบที่แกว่งกระ
นิ้วโป้งลูบวนแผ่วเบาตรงหัวนมที่ขึงตึงจนดันผ้าชั้นในแน่นตึง เขาขยับมือสลับหนักเบาเป็นจังหวะ ขณะที่ดวงตายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาแน่นขนัดไปด้วยแรงปรารถนาที่ควบคุมไม่อยู่แตงหวานหลับตาพริ้มรับสัมผัสนั้นอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมา แล้วพึมพำอย่างงุนงง“ทำไมจู่ๆ ก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาอีกแล้วละคะ ตอนบ่ายเราเพิ่งกินกันไป ตอนนี้พี่หิวอีกแล้วเหรอ”เขาผละริมฝีปากออกเพียงเล็กน้อย ทิ้งระยะห่างแค่พอให้ลมหายใจร้อนผ่าวยังรินรดปลายจมูกของเธอได้ชัดเจน“ก็แค่อยากเจิมครัวใหม่ อยากให้หนูมีภาพจำดีๆ ว่าเซ็กซ์ของเราในห้องครัวห้องนี้...มันเร่าร้อนมากแค่ไหน”เขาว่าพลางดึงสายเดรสของเธอลงจากไหล่ทั้งสองข้าง ปล่อยให้เนื้อผ้านุ่มลื่นไหลลงตามแขนจนทรวงอกอวบอิ่มผุดพ้นออกมาอย่างเป็นอิสระ ความเต่งตึงและขาวเนียนของทรวงอกทำเอาเขาต้องกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะยกมือขึ้นประคองสองเต้าเต็มสองฝ่ามือนิ้วทั้งห้ากดแน่นลงไปบนผิวเนื้ออย่างหลงใหล เคล้นคลึงสลับแรงเบาราวกับกำลังละเลียดความหิวกระหายที่สะสมมาตลอดเย็น ความนุ่มแน่นล้นทะลักออกมาตามง่ามนิ้วจนเขาแทบไม่อยากละมือไปจากตรงนั้นเล้งหลงใหลก้อนกลมนุ่มของเธออย่างที่สุด เขา
“ไม่ได้นะคะพี่เล้ง จู่ๆ พี่จะมายกร้านให้หนูแบบนี้ได้ยังไง หนูรับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ มันมากเกินไป หนูเป็นแค่แม่ค้าขายส้มตำในตลาด ไม่กล้าคิดกล้าฝันอะไรใหญโตแบบนี้หรอกค่ะ”น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกเกรงใจและไม่มั่นใจในตัวเอง ขณะสายตากวาดมองไปรอบๆ บ้านที่ถูกปรับแต่งเป็นร้านอาหารอย่างสวยงามอีกครั้ง ราวกับไม่อยากเชื่อว่าเขาทำทั้งหมดนี้ให้เธอจริงๆ หากแต่เล้งกลับยิ้มละมุน ดึงมือของเธอมากุมไว้แน่น“อย่าปฏิเสธเลยนะคนดี พี่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่พี่ทำเพราะอยากเห็นหนูมีความสุข พี่รู้ว่าหนูเก่งมาก ผีมือหนูไม่ธรรมดา ขอแค่หนูกล้าก้าวข้ามความกลัวนั่นให้ได้ พี่พร้อมซัปพอร์ตทุกอย่างเอง”“แต่…”“ชู่ว…ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น” เขาเอื้อมมือมาประคองใบหน้าเธอ สายตาสบมองด้วยความแน่วแน่และเปี่ยมความห่วงใย ”อืม...งั้นเอางี้ดีไหม ให้หนูลองเปลี่ยนจากคิดถึงตัวเองมาคิดถึงอนาคตของลูกเราดีกว่านะ พี่อยากให้เขาเติบโตในสถานที่ที่แม่เขารัก อีกอย่าง...พี่ก็จะได้ดูแลหนูได้ง่ายๆ ด้วยไง”แตงหวานเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่แน่ใจนัก“พี่เล้ง...แล้วพี่ไม่อายเหรอคะ พี่เป็นเชฟชื่อดัง มีหน้ามีต
“สมัยนี้หาคนสวยที่ทั้งขยัน ทั้งสู้ชีวิต ไม่อายทำกินแบบหนูยากมากเลยนะ สาวๆ ส่วนใหญ่พากันรวยทางลัดกันทั้งนั้น แม่ชอบคนแบบหนูมากเลย ลูกแม่ตาถึงจริงๆ”ดูเหมือนว่าที่แม่สามีจะถูกชะตา หลงว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ไม่เบา แม้แต่ในช่วงมื้อค่ำที่ทั้งสามคนได้นั่งล้อมวงกินข้าวกันอย่างอบอุ่น แม่ของเล้งเอ่ยชมฝีมือการทำอาหารของเธอไม่หยุดปาก เล่าว่าหลายครั้งที่ลูกชายของตนแวะเวียนเอาอาหารจากร้านเธอมาฝาก เธอก็อดทึ่งไม่ได้กับรสชาติที่กลมกล่อม แซ่บนัวถึงใจความรู้สึกเกร็งประหม่าในใจแตงหวานค่อยๆ เลือนหายไป เมื่อเธอได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทุกถ้อยคำชื่นชมและแววตาเอ็นดูจากคุณนายละไมหลอมละลายความกังวลจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกซาบซึ้งใจที่เอ่อล้นในอก ขณะเดียวกัน เล้งก็ยิ้มกว้างอย่างคนที่โล่งใจ เขานั่งมองแม่กับคนรักของตนสนทนากันอย่างออกรสด้วยแววตาเปี่ยมสุข ยิ่งเห็นภาพนั้น เขายิ่งมั่นใจว่าบ้านหลังนี้จะไม่มีปัญหาโลกแตกอย่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้อย่างแน่นอนกระทั่งเกือบสามทุ่ม ถึงเวลาเข้านอนของคุณนายละไม ทั้งสองกล่าวคำร่ำลาตามมารยาทเสร็จเรียบร้อย เล้งจึงอาสาขับรถไปส่งแตงหวานที่บ้าน ทว่าระหว่างทางกลับ เขากลับเปลี่ยนเส้
ความรักของทั้งคู่เติบโตงอกงามมากขึ้นทุกวัน แม้เล้งต้องเผชิญความเหนื่อยล้าจากการทำงานในเมืองที่วุ่นวาย ทั้งงานเชฟที่โรงแรม เดินสายถ่ายทำรายการต่างๆ ที่เป็นหนึ่งในข้อตกลงกับรายการเชฟกระทะทอง ทว่าเขาก็ไม่เคยละเลยที่จะทำหน้าที่คนรักที่ดี ฝ่ารถติดนานนับชั่วโมง เพื่อไปหาแตงหวานที่บ้านเธอแถวชานเมืองความเสมอต้นเสมอปลายของเขา ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้ แต่มันคือคำสัญญาที่แนบแน่นในทุกการกระทำที่เขามีต่อเธอ กระทั่งถึงวันหยุดของร้านแตงหวาน เล้งก็ไม่รอช้า รีบคว้าโอกาสนี้ชวนเธอไปดินเนอร์ตามแผนที่เขาตั้งใจเตรียมไว้มาได้สักพักแต่ดูเหมือนจะผิดคาดไปมากสำหรับแตงหวาน เพราะดินเนอร์ที่ว่า กลับไม่ใช่ร้านหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือดาดฟ้าตึกสูงสุดโรแมนติกอย่างที่เธอจินตนาการ หากแต่เป็นบ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองของเขาเอง บ้านและที่ดินราคาหลักหลายร้อยล้าน แพงจนเธอไม่กล้าคิดฝันและยิ่งทำให้เธอประหลาดใจมากขึ้นไปอีก เมื่อรู้ว่าเขาพาเธอมาที่นี่ เพื่อพบกับแม่ของเขา เจ้าของร้านอาหารป่าป้าละไม ผู้เป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังเส้นทางสายอาชีพของเขาทันทีที่รถแล่นเข้าเขตรั้วบ้าน แตงหวานก็เริ่มเกร็งจนเห็นได้ชัด เธอหันมาทำเสีย
“เชฟเล้งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกโจทย์ที่ได้รับ อาหารของเขาเต็มไปด้วยรสชาติกลมกล่อม นำเสนอด้วยความคิดสร้างสรรค์ และยังรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย” กรรมการอีกคนพูดเสริม ก่อนที่กรรมการหญิงที่ยืนข้างๆ จะเอ่ยถึงเชฟฮานะ ที่ตอนนี้ยังยิ้มสู้ ตบบ่าแสดงความยินดีกับเล้งด้วยสปิริต“เชฟฮานะเองก็ฝีมือเยี่ยมค่ะ หวังว่าเราจะได้เห็นพัฒนาการของเชฟฮานะในซีซั่นต่อๆ ไปนะคะ”หากจะพูดกันตามความเป็นจริง คู่แข่งคนสำคัญของเล้งก็รักษามาตรฐานได้ดีมาโดยตลอดในทุกโจทย์ก่อนหน้านี้ ทว่ารอบตัดสินกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อหัวข้อที่ต้องเชื่อมโยงกับรสมือแม่กลับไม่สอดคล้องกับจริตการปรุงอาหารของเธอ ซึ่งถนัดอาหารญี่ปุ่นกับอาหารยุโรปเป็นหลัก ทำให้เธอไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกผูกพันและอบอุ่นในแบบบ้านๆ ได้อย่างลึกซึ้งเพียงพอนอกจากนี้ จังหวะในการชิมก็มีผลไม่น้อย เมื่อกรรมการได้ลิ้มรสอาหารของเล้งก่อน ซึ่งสามารถปลุกอารมณ์และความทรงจำเกี่ยวกับบ้านและแม่ได้อย่างชัดเจนจนตราตรึงใจ แต่เมื่อต้องชิมอาหารของเธอในลำดับถัดมา จึงกลายเป็นว่ารสชาติที่แม้จะละเมียดละไม ทว่ากลับดูจืดจางลงไปอย่างมีนัยยะกระทั่งโปรด







